ค้นหา :

ผลการค้นหา "กองทัพ"

สังคม-อาชญากรรม
11 ก.พ. 62

กองทัพสยบข่าวลือรัฐประหาร แจงเคลื่อนย้ายรถถัง แค่ร่วมฝึกหน่วยทหาร มีป้ายติดข้างรถชัดเจน

พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.ร.2 รอ.) เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฎข่าวสารว่ามีการนำภาพการเคลื่อนย้ายยานพาหนะทางทหารเพื่อเข้าทำการฝึก มาเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์เพื่อมุ่งบิดเบือนประเด็นอันจะก่อให้เกิดความไม่เข้าใจกับประชาชนโดยทั่วไปนั้น ทางกองพล ร.2 รอ. ขอนำเรียนข้อมูลซึ่งเป็นข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวดังนี้ ว่า   การเคลื่อนย้ายยานพาหนะรวมถึงยุทโธปกรณ์ที่ปรากฎในภาพนั้น เป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนย้ายหน่วย เพื่อเข้าทำการฝึกร่วมหน่วยทหารรักษาพระองค์ และเหล่าทัพ ประจำปี2562 ซึ่งปัจจุบันทำการฝึกอยู่ในพื้นที่ของ จ.ลพบุรี โดยห้วงเวลาในการฝึกนั้นเริ่มดำเนินการฝึกตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.62 เป็นต้นมา และ จะสิ้นสุดในวันที่ 21 ก.พ.62   ทั้งนี้กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ซึ่งมีหน่วยในสังกัดที่มีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ จ.สระแก้ว, จ.ปราจีนบุรี และ จ.ชลบุรี ได้เป็นส่วนหนึ่งในการจัดกำลังเข้าร่วมการฝึกดังกล่าว ซึ่งจะต้องมีการจัดยานพาหนะและยุทโธปกรณ์ทางทหาร เข้าทำการฝึก รวมถึงต้องมีการเคลื่อนย้ายกำลังพลและยุทโธปกรณ์จากพื้นที่ จ.สระแก้ว จ.ปราจีนบุรี และจ.ชลบุรี ไปยัง พื้นที่จ.ลพบุรี   ด้วยความตระหนักในความเดือดร้อนของประชาชนที่ใช้เส้นทางในการสัญจร หน่วยจึงได้วางแผนการเคลื่อนย้ายออกเป็นหลายห้วงเวลา และ หลายเส้นทางการเคลื่อนย้าย เพื่อไม่ให้เกิดความคับคั่งของเส้นทางการจราจร โดยเริ่มทำการเคลื่อนย้ายตั้งแต่ห้วงวันที่ 31 ม.ค.62 เป็นต้นมา เส้นทางการเคลื่อนย้ายหลักจำนวน 3 เส้นทางหลัก คือ   เส้นทางที่ 1 จากจ.สระแก้วใช้เส้นทางถนนสุวรรณศร ผ่านจ.ปราจีนบุรี เข้าสู่ จ.สระบุรี และ ลพบุรีตามลำดับ เส้นทางที่ 2 จากจ.ปราจีนบุรีใช้เส้นทางถนนสุวรรณศร ผ่าน จ.สระบุรี และ เข้าสู่จ.ลพบุรีในพื้นที่การฝึกตามลำดับ เส้นทางที่ 3 จากจ.ชลบุรี ใช้เส้นทางถนน มอเตอร์เวย์ เข้าสู่จ.สระบุรี และ ลพบุรี ตามลำดับ   นอกจากนี้ในขบวนการเคลื่อนย้ายยานพาหนะดังกล่าวนั้นเพื่อเป็นการป้องกันความเข้าใจผิดของประชาชน หน่วยได้มีการจัดทำป้ายติดยานพาหนะในระยะที่เหมาะสมเพื่อประชาสัมพันธ์การปฏิบัติดังกล่าวให้ทราบ   แต่ในขณะเดียวกัน ภาพที่ปรากฎ ผู้บันทึกภาพและส่งภาพนั้น ต้องการถ่ายในมุมที่ไม่ปรากฎภาพป้ายประชาสัมพันธ์ รวมถึงไม่ระบุเส้นทางหรือจุดที่บันทึกภาพการเคลื่อนย้ายดังกล่าวอันแสดงให้เห็นถึงความต้องการในการบิดเบือนประเด็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lsA6jD0Fgu0

 13,407
ข่าวในพระราชสำนัก
13 ส.ค. 61

3 เหล่าทัพยิงสลุตหลวง 21 นัด เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระราชินีใน ร.9

เมื่อวานนี้ (12 ส.ค.) กองทัพบก โดยกองพันทหารปืนใหญ่ที่1 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ ทำการยิงสลุตหลวง 21 นัด เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 12 สิงหาคม 2561 ณ ท้องสนามหลวง      ส่วนที่กองทัพเรือ โดย ฐานทัพเรือกรุงเทพ ได้ทำการยิงสลุตหลวง 21 นัด เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 12 สิงหาคม 2561​ ณ ป้อมวิชัยประสิทธิ์ พระราชวังเดิม กองทัพเรือ     ขณะที่กองทัพอากาศ โดยกรมทหารต่อสู้อากาศยานรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน ทำการยิงสลุตหลวง 21 นัด เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 12 สิงหาคม 2561 ณ ลานอเนกประสงค์ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/1pzG2G_40ps

 826
การเมืองเข้มข้น
27 เม.ย. 61

กองทัพยันมีแผนรองรับ กลุ่มเคลื่อนไหววันครบ 4 ปีรัฐประหาร ชี้เป็นคนหน้าเดิมๆ

ผู้บัญชาการทหารสูงสุดยืนยัน คสช.มีแผนรองรับกลุ่มการเมืองที่จะเคลื่อนไหวใหญ่ในช่วงเดือน พ.ค.นี้ พร้อมไม่ปฏิเสธจะร่วมพรรคทหารหลังเกษียณ ชี้เป็นเรื่องอนาคต   พลเอกธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ยืนยันว่า คสช.พร้อมดูแลความสงบเรียบร้อยตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบมีแผนรองรับอยู่แล้ว แม้กลุ่มผู้ชุมนุมจะมีแผนปักหลักค้างคืนในโอกาสครบรอบ 4 ปีของการยึดอำนาจ โดยย้ำว่าจะต้องใช้กฎหมายเป็นหลัก เน้นหารือทำความเข้าใจ   ทั้งนี้กองทัพพร้อมสนับสนุนรัฐบาลซึ่งเป็นหน้าที่หลักอยู่แล้ว และยืนยันจุดยืนของกองทัพพร้อมปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งปกติจะมีแผนดำเนินการอยู่แล้ว ส่วนเเผนการเร่งด่วนในเรื่องการช่วยเหลือประชาชนและเเผนเผชิญเหตุนั้น มีเเผนการรองรับไว้แล้ว   ด้านพลเอกเฉลิมชัย สิทธิสารท ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกรณีการเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองที่เริ่มเข้มข้นขึ้นในเดือน พ.ค.นี้ ว่า ไม่มีอะไรที่น่าห่วงใย ซึ่งเรื่องความมั่นคงและการชุมนุมทางกองทัพก็มีแผนอยู่แล้ว แต่มองว่าการชุมนุมเป็นเรื่องการเรียกร้องของกลุ่มคนกลุ่มเดิมที่อยากเลือกตั้ง ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนเรื่องสถานที่ จำนวนคน มีเวลาในการดูไปก่อน   แต่ตนก็ไม่อยากให้สื่อตีไปว่าจะเป็นการชุมนุมใหญ่ เพราะจะเสียภาพด้านเศรษฐกิจและอื่นๆ ซึ่งจริงๆแล้วอาจไม่มีอะไรก็ได้ ก็เป็นกระบวนการทำต่อเนื่องมาตลอดตั้งแต่ก่อนสงกรานต์ ไม่ต้องกังวล พร้อมกล่าวถึงการออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองต่างๆในเวลานี้ ว่า ในปัจจุบันยังอยู่ในกรอบ ก็เป็นการแสดงความเห็นตามกระบวนการของนักการเมืองในแง่มุมต่าง ไม่มีปัญหาอะไร   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Zx8e4S_t9BE  

 2,314
แชร์ออฟเดอะเดย์
19 เม.ย. 61

หนุ่มปล่อยโฮโดนใบแดง ห่วงไม่มีคนดูแลยาย คสช.รับเรื่องพร้อมช่วยเหลือเสมือนญาติ

เฟซบุ๊ก Art Tua Por โพสต์คลิปของหนุ่มคนหนึ่งที่ร้องไห้จนเป็นลม หลังจับได้ใบแดง ต้องไปเป็นทหาร เมื่อสอบถามพบว่า หนุ่มคนดังกล่าวเป็นห่วงยายจะไม่มีใครดูแล เนื่องจากตัวเองถูกพ่อแม่ทิ้ง ต้องอยู่กับยาย 2 คน และยายเพิ่งบอกมาว่า “เอ็งอย่าทิ้งยายไปนะ เอ็งต้องกลับมาอยู่กับยาย ยายมีเอ็งแค่คนเดียว”   ล่าสุด พลตรี ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผู้บัญชาการ มณฑลทหารบกที่ 11ได้มีหนังสือชี้แจงต่อสื่อมวลชน หลัง ผบ.ทบ. ให้ความสนใจการตรวจคัดเลือกทหารประจำการ เนื่องมีคลิปผู้เข้ารับการคัดเลือกร้องไห้เสียใจ โดยหนังสือแจงว่า   "ตามที่ปรากฏข่าวมีคลิป ในการตรวจเลือก ชายไทยเข้ารับราชการทหาร แล้วจับได้ฉลากใบแดง ต้องเข้ารับราชการและร้องไห้ เสียใจ ที่จะไม่มีคนดูแลยายของตน ซึ่งป่วยและอยู่คนเดียวนั้น ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงดังนี้   1.ผู้เข้ารับการตรวจเลือก ชื่อ นาย ศักดิ์ฤทธิ์ ศรีสุนทร อยู่บ้านเลขที่ 59/3 ซอยเทอดไทย15 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กทม.   2.วุฒิการศึกษา ที่ลงไว้ คือ ปริญญาตรี แต่อยู่ระหว่างศึกษา โดยได้ขอผ่อนผัน เพื่อการศึกษามาแล้วสองครั้ง ในครั้งนี้ได้ตัดสินใจขอยกเลิกการผ่อนผัน และเข้ารับการตรวจเลือก โดยสมัครใจเข้าจับฉลาก และจับได้ฉลากใบแดง (ทบ.ผลัดที่2) ต้องรับราชการ 2ปี ในผลัดที่ 2 เนื่องจากวุฒิที่สามารถใช้เป็นหลักฐานได้คือ ปวช.โดยจะต้องเข้ารับราชการในเดือน พ.ย.61นี้   3.นายศักดิ์ฤทธิ์ ศรีสุนทร มีภาระต้องดูแลยาย 1คน อายุ 75 ปี และป้าอีกสองคน ป้าที่อายุ 55 ปี(ป่วย)และป้าที่อายุ 48 ปีกับหลานชายอายุ 16 ปีอีก 1คน (เรียนหนังสือ) รายได้ของครอบครัวมาจาก การร้อยมาลัยของยายและป้า กับเจ้าตัวทำงานบริษัท ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้า สภาพครอบครัวมีฐานะยากจน   4.ในกรณีนี้ พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.และ พลโท กู้เกียรติ ศรีนาคา มทภ.1 ได้ให้ความสนใจและสั่งการให้สัสดีในพื้นที่รับผิดชอบ เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง และเตรียมการดูแลอย่างเหมาะสมต่อไป ทั้งนี้การตรวจเลือกเป็นไปตามกระบวนการ อย่างเปิดเผยและยุติธรรม ไม่ได้กลั่นแกล้งเพื่อสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้ใด และเมื่อทราบปัญหา ก็เร่งหาทางแก้ไขอย่างรวดเร็ว ในทุกราย   5.อย่างไรก็ตามนาย ศักดิ์ฤทธิ์ ศรีสุนทร จะเข้าประจำการ ที่หน่วย มทบ.11 ถ.พระราม 5 เขตดุสิต กทม. ใน1 พ.ย.61นี้ ซึ่งหน่วยจะดูแล ทั้งตัวน้องทหารใหม่และยาย ให้เป็นอย่างดี เพื่อสร้างความสบายใจ คลายกังวล สามารถเข้ารับการฝึก และทำหน้าที่ของตนสมกับเป็นชายชาติทหาร ที่ได้ทำหน้าที่ของตน ตามกฏหมายอย่างสมบูรณ์   พลตรี ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผู้บัญชาการ มณฑลทหารบกที่11   ขณะที่เฟซบุ๊กกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ได้โพสต์ถึงเรื่องราวดังกล่าวว่า จากกรณีมีการแชร์คลิปเรื่องเล่าจากเกณฑ์ทหาร หนุ่มน้ำตาตก หลังได้ใบแดง ไม่มีคนดูแลยาย ขอเรียนว่า มีพบอยู่บ่อยครั้งกรณีน้องๆ ทหารใหม่ แสดงออกถึงความกังวลเนื่องจากตนเองจะต้องเข้ามารับราชการเป็นทหารกองประจำการนั้น ส่วนใหญ่มักเป็นเฉพาะในช่วงแรกๆ เท่านั้นเพราะยังไม่มีข้อมูล เรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ภายในหน่วยทหารสมัยปัจจุบัน   ขอเรียนว่าในรั้วครอบครัวทหารยุคปัจจุบัน ทุกหน่วยจะมีการดูแลให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาในทุกมิติ โดยเฉพาะการให้ความใส่ใจต่อชีวิตความเป็นอยู่ภายนอกรั้วทหาร และให้ความสำคัญกับทหารทุกคนเสมือนเป็นญาติพี่น้องและคนในครอบครัว ในทำนอง “ญาติเขาก็เหมือนญาติเรา”   ที่ผ่านมาความกังวลในลักษณะทำนองนี้ ทางหน่วยจะมีวิธีช่วยบริหารจัดการให้ได้อย่างเหมาะสมที่สุด หรือกรณีที่บางครั้งอาจจะเกิดผลกระทบบ้าง แต่ส่วนใหญ่ทุกหน่วยก็จะพยายามบริหารจัดการให้เกิดหรือมีขึ้นได้ให้น้อยที่สุด เชื่อว่าเมื่อทางหน่วยได้เข้าไปมีส่วนร่วมด้วยแล้ว สุดท้ายอาจไม่ถึงกับต้องเสียภารกิจในทางใดทางหนึ่งไป ไม่ว่าจะภาระทางราชการ หรือ ภาระทางครอบครัว ที่จะมีเพื่อนทหาร และผู้บังคับบัญชาไปร่วมกันดูแล หรือบางกรณี ทางหน่วย สามารถพิจารณาเสนอขอใช้ ระเบียบการขอลาดูแลบุพการี ได้ถ้าจำเป็นจริง …”   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AkmYdIXOBuE  

 9,990
ข่าวต่างประเทศ
03 เม.ย. 61

นักรบโบโกฮาราม บุกโจมตีเมืองไมดูกูรีของไนจีเรีย เสียชีวิต 15 เจ็บ 83

โฆษกกองทัพไนจีเรีย แถลงว่า นักรบกลุ่มโบโกฮาราม ได้ก่อเหตุโจมตีในเมืองไมดูกูรี เมืองเอกของรัฐบอร์โน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของไนจีเรีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 คน บาดเจ็บ 83 คน นับเป็นการโจมตีครั้งใหญ่สุดนับตั้งแต่รัฐบาลประกาศว่าได้เปิดการเจรจากับกลุ่มโบโกฮาราม   การโจมตีเกิดขึ้นช่วงคืนวันอาทิตย์ โดยมีการยิงปะทะกันระหว่างกองกำลังรัฐบาลกับนักรบโบโกฮาราม ขณะนักรบโบโกฮาราม พยายามบุกเข้าไปในเมืองไมดูกูรี ที่มีประชากรกว่า 4 ล้าน 1 แสน 7 หมื่นคน  ทำให้มีเสียงปืน ระเบิดดังขึ้นหลายครั้ง   เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม The group has carried out suicide bombings, gun raids and kidnappings in northeastern Nigeria. กลุ่มนี้ได้ก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตาย การบุกจู่โจมด้วยปืน และการลักพาตัวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในไนจีเรีย  

 2,514
ครอบครัวบันเทิง
02 เม.ย. 61

'พีช พชร' โล่งใจจับได้ใบดำ - 'เจมส์ มาร์' ขอผ่อนผันรอบ 4 - 'เตนล์ nct' ผ่าตัดหัวเข่าขวา ได้รับยกเว้น

บรรยากาศคัดเลือกทหารวันแรก 1 เมษายน 2561 ซึ่งมีดาราคนดังเข้าตรวจเลือกหลายคน โดย เจมส์ มาร์ พระเอกชื่อดังช่อง 3 อายุ 24 ปี เดินทางมายื่นสิทธิ์ผ่อนผันการเกณฑ์ทหาร ที่โรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตวัฒนา โดยครั้งนี้เป็นการผ่อนผันครั้งที่ 4 เนื่องจากกำลังศึกษาปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ สาขา การจัดการท่องเที่ยว ม.อัสสัมชัญ   ด้านพีช พชร นักแสดงหนุ่มและทายาทเซ็นทรัล ได้เดินทางมายื่นเอกสารเข้ารายงานตัวบริเวณจุดคัดเลือกทหารกองเกิน ณ วัดหัวลำโพง เขตบางรัก ซึ่งพีช ได้สละสิทธิ์ผ่อนผันเกณฑ์ทหารในปีนี้ โดยจะขอลุ้นขั้นตอนการจับใบดำ-ใบแดงแทน ซึ่งหน่วยนี้ต้องการทหาร 12 คน มีผู้สมัครเป็นทหาร 3 คน เท่ากับว่า พีช ต้องลุ้น 9:21 เพราะหน่วยนี้มีชายไทยมาลุ้นจับใบดำ-ใบแดง อยู่ที่ 21 คน  และผลปรากฏว่าพีชจับได้ใบดำ รอดจากการเป็นทหาร   หลังเสร็จสิ้นพีชเปิดใจว่า ตื่นเต้น ยอมรับตรงๆว่าอยากได้ใบดำ ก่อนออกจากบ้านก็ทำใจ ยอมรับความเสี่ยง เมื่อได้ใบดำก็โล่งใจ ในอนาคตวางแผนเรียนต่อปริญญาโทที่อังกฤษในปีหน้า พร้อมเผยไม่กลัวโดนแซวกับภาพของหุ่นที่ออกว่าไม่เฟิร์ม เพราะช่วงนี้ตนกินแหลก ไม่ค่อยฟิต และรู้สึกแฮปปี้โอเคกับชีวิต   นอกจากนี้ยังมีนายชิตพล ลี้ชัยพรกุล หรือ เตนล์ NCT (เอ็นซีที) อายุ 22 ปี สมาชิกบอยแบนด์ชื่อดังของเกาหลีใต้ ได้มารายงานตัวที่ห้องประชุมโรงเรียนวัดดิสานุการาม แขวงวัดเทพศิรินทร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย   โดย เตนล์ ได้นำใบรับรองแพทย์ที่ระบุว่าได้เข้ารับการผ่าตัดหมอนรองกระดูกหัวเข่าขวา ทำให้ถูกคัดอยู่ในประเภท 2 ซึ่งมีร่างกายที่เห็นได้ชัดว่า ไม่สมบูรณ์ดีเหมือนคนจำพวกที่ 1 แต่ไม่ถึงทุพพลภาพ จึงไม่ต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหารในปีนี้และปีต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8iWdkIodjcE    

 12,258
ข่าวต่างประเทศ
07 มี.ค. 61

ปูตินสั่งสอบ เครื่องบินลำเลียงกองทัพรัสเซียตกในซีเรีย เสียชีวิตยกลำ 39 ราย

เกิดเหตุเครื่องบินขนส่งอันโตนอฟ เอเอ็น-26 ซึ่งลำเลียงกองทัพรัสเซียตก หลังลงจอดที่ฐานทัพอากาศในซีเรีย เสียชีวิตยกลำ 39 ราย สาเหตุเบื้องต้นคาดเกิดจากความขัดข้องทางเทคนิค ไม่เกี่ยวข้องกับการโจมตี ขณะนี้กำลังดำเนินอยู่การสอบสวน ด้าน ปธน.ปูตินแถลงเสียใจกับผู้เสียชีวิต     เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม Russia's Defense Ministry said that preliminary data suggests it could be a technical malfunction. กระทรวงกลาโหมของรัสเซีย ระบุข้อมูลเบื้องต้นเกิดจากความขัดข้องทางเทคนิค malfunction (n.) การไม่สามารถทำงานได้อย่างปกติ อ่านว่า แมลฟั่งเฉิ่น  

 3,416
ข่าวต่างประเทศ
14 ก.พ. 61

ปธน.สี จิ้นผิง ส่งสารช่วงตรุษจีน พัฒนากองทัพจีนสู่ระดับโลก

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน กล่าวระหว่างพบปะเหล่าทหารก่อนถึงเทศกาลตรุษจีน ตามธรรมเนียมปฏิบัติ โดยเน้นพัฒนาศักยภาพกองทัพจีนให้ยิ่งใหญ่ เป็นที่ประจักษ์ต่อชาวโลก   นอกจากนี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ยังมีแผนเดินทางเยี่ยมประชาชนในช่วงเทศกาลตรุษจีนในหลายพื้นที่ ท่ามกลาง บรรยากาศของประชาชนที่เดินทางกลับบ้านเกิดและร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่จีนกันอย่างคึกคัก   เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม I've noticed that Thais are getting ready for Chinese New Year. ฉันสังเกตได้ว่าคนไทยได้เตรียมตัวในช่วงตรุษจีน Happy Chinese New Year in advance สุขสันต์วันตรุษจีนล่วงหน้า  

 2,501
สังคม-อาชญากรรม
24 ม.ค. 61

ครอบครัว 'น้องเมย' ฟังคำชี้แจงกองทัพหวิดวงแตก ยังติดใจหลายประเด็น

ที่กองบัญชาการกองทัพไทย หลังครอบครัวของ นตท.ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ที่เสียชีวิตได้เข้าพบพลอากาศเอกชวรัตน์ มารุ่งเรือง รองเสนาธิการทหาร ในฐานะประธานกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีการเสียชีวิตของน้องเมย เพื่อรับฟังคำชี้แจงผลการสอบสวนแล้วกว่า 2 ชั่วโมง   ทั้งนี้ในการรับฟังผลสอบสวน ปรากฎว่าทางเจ้าหน้าที่อนุญาตให้แค่ พ่อแม่ลูก 3 คนเข้ารับฟังเท่านั้น ส่วนบุคคลอื่นที่ติดตามมาด้วยนั้นให้รออยู๋ด้านนอกห้องประชุม อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านไป 10 นาที พ่อของน้องเมย พร้อมด้วยแม่และพี่สาว ได้เดินออกจากห้องประชุม โดยพ่อน้องเมย กล่าวด้วยสีหน้าฉุนเฉียวว่า อยากรู้อะไรให้ไปถามที่ชลบุรี ก่อนจะขึ้นรถขับออกไปทันที ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะกลับเข้าไปพูดคุยในห้องประชุมใหม่อีกครั้ง   ด้านนายพิเชษฐ ตัญกาญจน์ บิดาของน้องเมยเปิดเผยสั้นๆ หลังการรับฟังคำชี้แจงว่า ไม่พอใจผลการสอบสวน ยังติดใจในอีกหลายประเด็น และจะดำเนินการตามกฎหมาย ก่อนขึ้นรถยนต์ส่วนตัวเดินทางกลับ   ทั้งนี้มีรายงานข่าวแจ้งว่า ครอบครัวน้องเมยได้แจ้งข้อสงสัยต่อการเสียชีวิตของน้องเมย 3-4 ประเด็นให้กับ พล.อ.อ.ชวรัตน์ และพล.อ.อ.ชวรัตน์จะนำเรียนพล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงซ้ำอีกครั้ง   ด้านพลอากาศเอกชวรัตน์ มารุ่งเรือง เปิดเผยหลังการชี้แจงว่า วันนี้ครอบครัวของน้องเมยมาพูดคุยในประเด็นที่คาใจและสงสัย โดยเฉพาะสาเหตุการเสียชีวิต รวมถึงรอยช้ำ แต่ไม่ได้มีเอกสารหรือหลักฐานใดๆมามอบให้ ซึ่งบรรยากาศการพูดคุยเป็นไปด้วยดี ไม่มีการกดดัน แต่ที่ครอบครัวมีสีหน้าเคร่งเครียด อาจเป็นเพราะเหนื่อย เนื่องจากยังไม่ได้ทานข้าว ทั้งนี้ ตนยังตอบไม่ได้ว่าจะมีการพูดคุยกันอีกรอบหรือไม่ แต่มีการนัดหมายว่าจะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน เพื่อเปิดช่องทางคุยกันมากขึ้น พร้อมยืนยันไม่ได้ขอร้องให้ทางครอบครัวงดให้สัมภาษณ์กับสื่อ   อย่างไรก็ตาม ทางครอบครัวแจ้งความประสงค์ขอเอกสารผลการสอบสวน แต่ตนยังไม่ได้ดูอย่างละเอียดว่าขอในส่วนของโรงเรียนเตรียมทหารหรือส่วนใด หลังจากนี้คณะกรรมการฯ จะมีการพูดคุยถึงผลชันสูตรของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม กับความเห็นของแพทย์ โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า ว่าแต่ละฝ่ายมีความเห็นเป็นอย่างไร เนื่องจากคณะกรรมการฯ หลายคน ยังไม่เห็นข้อมูลของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ อีกทั้งต้องการให้ได้ข้อเท็จจริงเป็นที่ยอมรับของทั้ง 2 ฝ่าย   พลอากาศเอกชวรัตน์ ยังระบุว่าตนเชื่อว่าทางครอบครัวน่าจะยังติดใจอยู่ แต่สื่อคงต้องไปถามรายละเอียดเอง ซึ่งยืนยันว่าคณะกรรมการฯ ชี้เเจงในทุกคำถามแล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sAmz3ikhfdE    

 12,429
สังคม-อาชญากรรม
28 ธ.ค. 60

ครอบครัว 'น้องเมย' ยังติดใจปมตกบันได โต้เงียบหายเพราะได้เงินกองทัพ

ครอบครัวตัญกาญจน์ เผยความคืบหน้าทางคดีการเสียชีวิตของ น้องเมย-นตท.ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ นักเรียนเตรียมทหาร โดยพี่สาวเผยล่าสุดได้รับแจ้งจากตำรวจคือ มีการสอบปากคำเพิ่มเติม แต่ยังไม่ทราบว่ามีการสอบปากคำใครบ้าง และมีเนื้อหาอย่างไรเพราะเป็นข้อมูลของตำรวจ แต่อย่างไรก็ตามในช่วงกลางเดือน ม.ค.61 เราจะทำหนังสือขอรับเอกสารการสอบสวนคดีของน้องเมย จากกองทัพไทย จากที่ก่อนหน้านี้เคยได้รับเชิญให้เข้าไปรับฟังคำสอบสวน แต่ก็ไม่ได้คาดหวังในเรื่องเอกสารมากเท่าใดนัก เพราะเชื่อว่าจะไม่แตกต่างจากที่เคยมีการแถลงข่าวก่อนหน้านี้   ส่วนกรณีที่มีการแถลงข่าวเรื่องการตกบันไดนั้น ทางครอบครัวยังข้องใจว่า ตกบันไดจริงหรือไม่ และตกวันไหน เวลาใด ขณะที่ประเด็นที่ยังติดค้างอยู่ในใจคือ ประเด็นที่เคยสอบถามกองทัพไปแล้วว่า รอยช้ำ และซี่โครงที่หัก เกิดจากสาเหตุใด เหมือนเราได้รับคำตอบว่า เกิดจากการทำ CPR ซึ่งมันไม่ใช่แน่นอน แต่ข้อมูลในเชิงลึกเราก็ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะต้องเก็บไว้ต่อสู้ในชั้นศาล เรามีใบยืนยันการตรวจโรคก่อนเข้า รร.เตรียมทหาร ว่าเขาไม่มีโรคประจำตัว ตามที่ทางกองทัพกล่าวอ้าง   ซึ่งหลังปีใหม่ไปแล้วเราจะทำหนังสือไปยังกองทัพ เพื่อขอเข้ารับผลการสอบสวน แต่ความรู้สึกของเราเมื่อผลการสอบสวนของทหาร กับข้อมูลที่มีอยู่ในมือ มันไม่สามารถทำให้เราเข้าใจได้ แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราจะนำข้อมูลทางการแพทย์ มายืนยันว่าเกิดจากอะไรบ้าง ส่วนเรื่องผลการตรวจอวัยวะ เยังไม่ได้รับทราบข้อมูล และยังไม่มีความคืบหน้าอะไร   ส่วนกระแสข่าวที่ว่าสาเหตุที่ครอบครัวเงียบหายไปในช่วงนี้ เป็นเพราะได้รับเงินและเคลียร์กับกองทัพเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า ไม่เป็นความจริง และยืนยันว่าทางครอบครัว ยังไม่เคยได้รับเงินใดๆ จากทางกองทัพ ที่สำคัญสาเหตุที่ทำให้เงียบหายไป เพราะส่วนตัวแล้วยังต้องเรียนหนังสือ และหาข้อมูลเพิ่มเติม โดยยืนยันว่าจะเดินหน้าเรียกหาความยุติธรรมให้ถึงที่สุด   ด้านพ่อน้องเมย เผยว่าโดยส่วนตัวเชื่อว่าสาเหตุการเสียชีวิตของบุตรชายน่าจะมาจากเรื่องราวที่ถูกรุ่นพี่สั่งธำรงวินัย จนหัวใจหยุดเต้น และทำให้รุ่นพี่คนดังกล่าวถูกปลดจากการเป็นรุ่นพี่บังคับบัญชา โดยเชื่อว่าเป็นการสั่งทำโทษที่รุนแรงเกินไป และน่าจะมีการฝากกันต่อๆ มา ส่วนข้อกล่าวอ้างที่ว่า บุตรชาย มีปัญหาด้านสุขภาพจนต้องเข้ากองพยาบาลบ่อยนั้น เป็นเพราะบุตรชายต้องการหาที่ปลอดภัย เนื่องจากเมื่อลงจากกองพยาบาล ก็ถูกแดก อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดีจะยังคงเดินหน้าหาคำตอบที่แท้จริงต่อไป   เช่นเดียวกับ ผู้เป็นแม่ที่เผยว่าตั้งแต่วันที่บุตรชายเสียชีวิตจนถึงวันนี้ ยังคงนอนร้องไห้ทุกคืน และในทุกปีช่วงเทศกาลปีใหม่ ทางครอบครัวจะไปพักผ่อนกันที่เขาใหญ่ แต่ในปีนี้คนที่รักที่สุดได้จากไปแล้ว สิ่งที่เคยทำก็ต้องยกเลิกไป และทุกวันนี้ความรู้สึกของครอบครัวไม่เคยดีขึ้น เพียงแต่อยู่ได้เพราะกำลังใจจากคนทั้งประเทศเท่านั้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5dP-NHVzp3g    

 19,009
สังคม-อาชญากรรม
28 ธ.ค. 60

ผบ.ทบ.ชื่นชม 'พี่ตูน' อยากได้อะไรกองทัพยินดีทุกอย่าง สธ.จ่อตั้งเป็นทูตออกกำลังกาย ทีมงานก้าวจ่อสร้างหนังฉายปีหน้า

พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ระบุถึงการส่งเครื่องบินลำเลียง C295W หรือ คาซ่า ไปรับคณะโครงการก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาล ที่นำโดยตูน บอดี้สแลม ว่าเจ้าหน้าที่ได้เตรียมการรอรับกลับอย่างเต็มที่ แต่เท่าที่ทราบตูนขออยู่ดูแลรักษาตัวและพักผ่อน 2-3 วัน   ส่วนคณะใหญ่จะทยอยกลับวันนี้ ซึ่งก็มีการประสานงานกันอย่างต่อเนื่อง แต่จะให้เป็นเสรีของตูนในการตัดสินใจตามสะดวก ทั้งนี้ ยืนยันว่า การส่งเครื่องบินกองทัพบกไปรับตูนไม่ถือว่า เป็นการสิ้นเปลือง เมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งที่ตูนได้ทำให้กับโรงพยาบาลทั้ง 11 แห่ง ซึ่งมีโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้าด้วย   พร้อมขอขอบคุณตูนที่ถือเป็นผู้ปลุกกระแสการออกกำลังกาย และทำให้คนในชาติรู้สึกดีต่อกันในช่วงเทศกาลปีใหม่ ส่วนกองทัพบกจะให้อะไรกับตูนหรือไม่นั้น ก็ขอให้พี่ตูนบอกมาว่าอยากได้อะไร ซึ่งกองทัพบกยินดีทุกอย่าง โดยจะให้กำลังพลกองทัพบก 2 นาย ที่ร่วมวิ่งกับทีมก้าวคนละก้าวเข้าพบ เพื่อให้กำลังใจ   ด้าน นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข กลาวขอบคุณพี่ตูน ที่ทำเพื่อสังคม ปลุกกระแสความเสียสละ ออกกำลังกาย ย้ำเดินหน้าสานต่อให้ยั่งยืน เตรียมตั้งเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของการออกกำลังกายด้วย   ขณะที่ทางทีมงานโครงการก้าวคนละก้าว ระบุประชาชนยังสามารถบริจาคเงินสมทบโครงการได้จนถึงวันที่ 31 พ.ค.2560 แต่ทั้งนี้จะมีการตัดยอดเพื่อนำไปบริจาคให้กับ 11 โรงพยาบาลในวันที่ 31 ม.ค.61 นอกจากนี้ยังมีแผนรวบรวมภาพความประทับใจตลอดเส้นทางจากเบตง-แม่สาย มาตัดต่อเตรียมสร้างเป็นภาพยนตร์ คาดฉายได้ในช่วงกลางปี 61 พร้อมกันนี้จะนำเอาสิ่งของและจดหมาย ข้อความให้กำลังใจจากประชาชนทั่วประเทศ มาจัดเป็นนิทรรศการให้ได้ชมกันอีกด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Tvjd_QRE3Is    

 10,178
สังคม-อาชญากรรม
19 ธ.ค. 60

ครอบครัวจัดทำบุญครบรอบ 2 เดือน 'น้องเมย' เสียชีวิต ไม่สะดวกฟังกองทัพชี้แจง

ครอบครัวตัญกาญจน์จัดพิธีทำบุญเลี้ยงพระ ที่วัดวิเวการาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เนื่องในโอกาสครบรอบการเสียชีวิต 2เดือน ของ นตท.ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย โดยเป็นการทำบุญในวันพระใหญ่ ขึ้น 15 ค่ำ ซึ่งทางครอบครัวเชื่อว่า น้องเมยจะได้บุญมาก เพราะทางวัดได้จัดให้มีการสวดปาฏิโมกข์ ซึ่งเป็นการทำสังฆกรรมของพระสงฆ์   ส่วนกรณีไม่ได้เดินทางไปฟังผลสอบสวนที่กองทัพไทย เพราะติดภารกิจทำบุญที่ จ.ชลบุรี และก่อนหน้านี้ได้แจ้งไปยัง รองผบ.รร.เตรียมทหาร พร้อมคณะ ที่นำหนังสือมาเชิญเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ผ่านมาแล้ว   ขณะที่ทางกองทัพ ระบุหากทางครอบครัวเกิดข้อสงสัยและอยู่ในกรอบที่สามารถพิจารณาต่อได้ก็จะมีการชี้แจงได้ทุกเมื่อ และหากครอบครัวจะมีการฟ้องร้องในอนาคตก็ถือเป็นสิทธิแต่ก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QDVwFl_Clww  

 5,102
สังคม-อาชญากรรม
18 ธ.ค. 60

ครอบครัว 'น้องเมย' ปัดพบกองทัพ ฟังคำชี้แจงปมลูกชายเสียชีวิต

พล.อ.อ.ชวรัตน์ มารุ่งเรือง รองเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวหลังกองทัพแถลงผลการสอบสวนการเสียชีวิตของนักเรียนเตรียมทหาร ภัคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย ซึ่งจะมีการเชิญผู้ปกครองมารับทราบผลสอบสวนในวันจันทร์ ที่ 18 ธ.ค.นี้   โดยพร้อมชี้แจงในทุกแง่มุมที่สงสัย และมีหลักฐาน เอกสารยืนยัน ส่วนที่มารดาของผู้เสียชีวิต ติดใจภาพจากกล้องวงจรปิดที่หายไป 4 ชม.และภาพในช่วงที่นักเรียนเตรียมทหารภัคพงศ์ ตกบันไดนั้น อยากถามว่าเป็นภาพช่วงไหน ส่วนที่ไม่ปรากฎภาพช่วงที่ตกบันไดนั้น ขอชี้เแจงว่า บริเวณนั้นไม่มีกล้องวงจรปิด และเป็นไปไม่ได้ที่จะมีกล้องวงจรปิดทุกซอกทุกมุมในโรงเรียน หรือ ตลอด 24 ชม.แต่คณะกรรมการมีหลักฐาน พยานแวดล้อมที่สอดคล้องกับคำให้การของพยานที่เห็นเหตุการณ์   ชี้กองบัญชาการกองทัพไทย ก็หัวอกเดียวกับ คุณพ่อคุณแม่ คือเป็นผู้สูญเสียเหมือนกัน ไม่มีประโยชน์ที่จะมาตี หรือ ให้ข้อมูลโต้ตอบไปมา เพียงแต่สงสัยอะไรขอมาคุยกัน อยากได้ความกระจ่างในจุดไหน   อย่างไรก็ตามทางพี่สาวของน้องเมยได้เปิดเผยว่า ในวันที่ 18 ธ.ค.2560 จะไม่เดินทางมาฟังคำชี้แจง ผลสอบ ข้อเท็จจริงกรณีการเสียชีวิตของน้องชาย ตามที่กองทัพไทยได้ทำหนังสือเชิญมาเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ที่ผ่านมา เพราะทางครอบครัวได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนเตรียมทหารที่ได้เดินทาง มาแจ้งเพื่อให้เดินทาง ไปรับฟังคำชี้แจงในรายละเอียด ในวันที่ 18 ธ.ค.ที่กองบัญชาการกองทัพไทย เนื่องจากติด ภารกิจ และยังไม่ทราบว่าจะเดินทางไปเมื่อใด   ส่วนการดำเนินต่อการเสียชีวิตของน้องชายหลังจากนี้ คงต้องขึ้นอยู่กับทางพนักงานสอบสวนในการทำคดีเรื่องนี้ ส่วนครอบครัวก็ยังคงเดินหน้าเพื่อหาข้อเท็จจริงการเสียชีวิตของน้องเมยต่อไป   ด้านแม่ของน้องเมยได้โพสต์ข้อความว่า "2 เดือนเต็มที่จากลา Meay P Tanyakan แม่รักเมย ไม่มีใครมาแทนที่เมยได้ แม่นั่งนับวัน~เวลา รอลูกเสมอตั้งเมยเกิด จนวาระสุดท้ายแม่ก็ยังคงนับวันเวลา จดจำทุกสิ่งที่เมยทำ รอแม่นะครับ รอรับแม่ด้วย รักยิ่งกว่าทุกสิ่งที่จะเปรียบเทียบกันได้"   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fjxvDWMk_Rw  

 18,267
สังคม-อาชญากรรม
25 พ.ย. 60

ผบ.ทสส. สั่งย้ายด่วน 2 นายทหารออกจากพื้นที่ รร.เตรียมทหาร เปิดทางสอบข้อเท็จจริงอย่างเสรี

กองบัญชาการกองทัพไทย มีคำสั่งย้ายด่วน 2 นายทหาร ออกจากพื้นที่โรงเรียนเตรียมทหาร เซ่นเหตุนักเรียนเตรียมทหารเสียชีวิต เปิดทางคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างเสรี     พลเอกธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด มีคำสั่งที่ 104/2560 เรื่องให้นายทหารสัญญาบัตรรับราชการ ใน 4 ตำแหน่ง โดยเป็นการปรับย้ายนายทหาร เพื่อให้มีความเหมาะสม กรณีการเสียชีวิตของนักเรียนเตรียมทหาร ภคพงศ์ ตัญกาญน์ หรือน้องเมย โดยเป็นการให้ออกจากตำแหน่งเดิมไปก่อน เพื่อให้คณะกรรมการสามารถสอบสวนได้อย่างมีเสรี โดยการปรับย้ายในครั้งนี้ ถือว่าไม่ได้เป็นการลงโทษนายทหารที่มีชื่อ แต่เป็นการเปิดทางให้คณะกรรมการสอบสวน ที่มีพลอากาศเอก ชวรัตน์ มารุ่งเรือง รองเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ให้สามารถเข้ามาตรวจสอบได้อย่างเป็นธรรมเร่งคลี่คลายให้เร็วที่สุด    สำหรับนายทหารที่ถูกปรับย้าย ประกอบด้วย พันเอกฉัตรชัย ดวงรัตน์ ผู้บังคับการกรมนักเรียนเตรียมทหาร โรงเรียนเตรียมทหาร และนาวาโท นพศิษฐ์ เพียรชอบ ผู้บังคับกองพันนักเรียนเตรียมทหาร โดยให้พันเอกเบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุทธยา รองผู้บังคับการทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ และ นาวาโท ประเสริฐศิลป์ วรสิษฐ์ หัวหน้านายทหารฝ่ายสรรพาวุธ นาวิกโยธิน มาปฏิบัติงานแทน   ทั้งนี้ได้ให้พันเอกฉัตรชัย ไปปฏิบัติหน้าที่ประจำกองบัญชาการกองทัพไทย ส่วนนาวาโท นพศิษฐ์ ให้ไปปฏิบัติหน้าที่ประจำหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/4eRRFUm_Yuk

 10,521
สังคม-อาชญากรรม
21 พ.ย. 60

ทัพไทย-หมอแถลง! รับเก็บหัวใจ-สมอง-กระเพาะอาหารนร.เตรียมทหารไว้เพื่อทำสไลด์ตรวจกล้อง

กองบัญชาการกองทัพไทย แถลงชี้แจงการเสียชีวิตของนตท.ภคพงศ์ นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 โดยพ.ท.นรุฏฐ์ ทองสอน รักษาราชการรองผอ.กอง สถาบันพยาวิทยา รพ.พระมงกุฎเกล้าแถลงผลการชันสูตร   พ.ท.นรุฏฐ์ระบุว่า การเสียชีวิตของ นตท.ภคพงศ์เป็นการตายที่ผิดธรรมชาติ จากการตรวจภายนอกไม่พบบาดแผลประทุษกรรมใดๆ จึงต้องผ่าตรวจภายใน พบซี่โครงซีกที่ 4 หัก มีรอยช้ำของกล้ามเนื้อหน้าอกด้านขวาและอกซ้าย ซึ่งไม่ตอบโจทย์ว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้เสียชีวิตได้อย่างไร จึงต้องตรวจทางกล้องจุลทรรศน์เพิ่มเติม จึงต้องเก็บอวัยวะ ซึ่งโดยปกติการเก็บอวัยวะจะสุ่มเก็บในขนาดเท่ากับหัวแม่มือหรือครึ่งหนึ่งของอวัยวะ แต่ในกรณีที่เสียชีวิตอย่างผิดธรรมชาติและไม่ทราบสาเหตุ ทางการแพทย์มักเก็บสมองและหัวใจ ซึ่งในทางกายภาพสมองจะนิ่ม ซึ่งหากทำไม่ดีอาจจะเละ จึงต้องฉีดฟอร์มาลีนให้แข็ง ชั้นตอนการฉีดฟอร์มาลีนจึงเก็บสมองและหัวใจไว้ทั้งอวัยวะก่อนจะนำมาทำสไลด์ส่องกล้องจุลทรรศน์   ส่วนผลการตรวจทางพิษวิทยา มีผล 3 ทางคือ ทางเลือด, ทางกระเพาะ และทางปัสสาวะ ซึ่งได้เก็บเลือดที่รพ.รามาธิบดี ส่วนกระเพาะปัสสาวะขณะนั้นไม่มีปัสสาวะจึงได้คืนไป และเนื่องด้วยกระเพาะปัสสาวะมีขนาดเล็กมากจึงอาจจะสังเกตได้ยาก ส่วนกระเพาะอาหารนั้นมีการเก็บไว้จริงเพื่อตรวจดูเศษอาหารและสารพิษ หลังเปิดกระเพาะอาหารแล้วไม่พบอะไรจึงเย็บคืนและฉีดฟอร์มาลีนไว้   ดังนั้น อวัยวะที่ทางสถาบันพยาธิได้เก็บไว้จึงประกอบด้วยหัวใจ สมอง และกระเพาะอาหารทั้งอัน รวมถึงสุ่มตัวอย่างอวัยวะไว้เพื่อทำสไลด์ตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งนี้ ได้ส่งรายงานชันสูตรให้พนักงานสอบสวนไปแล้วประมาณ 2 สัปดาห์ ผลการชันสูตรน่าจะโน้มเอียงไปหาอาการทางหัวใจ คือหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ส่วนอวัยวะที่เหลือพร้อมคืนให้ญาติต่อไป   และในการแถลงข่าวดังกล่าว ผู้บัญชาการโรงเรียนเตรียมทหารยืนยัน การเสียชีวิตไม่เกี่ยวกับการซ่อม (ทำโทษ) ที่เกิดขึ้นเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว   ก่อนหน้านี้ พลเอกธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ชี้แจงถึงคดีนักเรียนเตรียมทหาร (นตท.) ภคพงศ์ ตัญกาญจน์เสียชีวิต และญาติอ้างว่าอวัยวะภายในหายไปว่าไม่เป็นไปตามที่ทางญาติกล่าวอ้าง เนื่องจากเมื่อเกิดเหตุทาง รร.เตรียมทหารได้ส่งศพไปชันสูตรที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และมีการตัดอวัยวะบางส่วนนำไปผ่าพิสูจน์แต่เป็นเพียงชิ้นเล็กน้อยเท่านั้น จากนั้นทางญาติได้นำร่างกลับไปแล้วนำไปที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์อีกครั้ง    ขณะเดียวกันทางโรงเรียนเตรียมทหารได้ร่วมจัดงานศพ กับทางญาติและดำเนินการช่วยเหลือทุกอย่าง โดยที่ผ่านมาก็ได้ให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และยืนยัน ไม่ได้มีการขโมยอวัยวะแต่อย่างใด แต่กรณีที่มีผ้าพันแผลอยู่ในอวัยวะ น่าจะเกิดจากการตรวจพิสูจน์ก่อนหน้านี้ของทางโรงพยาบาล และทางโรงเรียนก็ได้ร่วมจัดงานพิธีบำเพ็ญกุศลศพและทำการฌาปนกิจเรียบร้อย ซึ่งเป็นการฌาปนกิจโลงเปล่าไม่มีศพ ทางโรงเรียนได้ให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ไม่ได้นิ่งนอนใจ   ด้านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณีดังกล่าวว่า เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีทราบเรื่องนี้แล้วตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา สาเหตุมาจากหัวใจล้มเหลว โดยก่อนหน้านี้มีการนำปอดกับหัวใจไปตรวจหาสาเหตุการเสียชีวิต ส่วนตัวจึงสงสัยว่าอวัยวะที่หายไปจะอยู่ที่ไหน ก็ต้องอยู่ที่โรงพยาบาล ทั้งนี้ รายละเอียดขอให้ไปถามพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม   ทั้งนี้ สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนขอแสดงความเสียใจ เพราะนักเรียนเตรียมทหารก็เปรียบเหมือนน้องหรือหลาน ไม่อยากให้เกิดความสูญเสียขึ้น ส่วนตัวยังสงสัยด้วยว่า ผู้ที่จะเข้าไปเป็นนักศึกษาเตรียมทหารจะต้องมีสุขภาพแข็งแรง แต่กับนักศึกษารายนี้มีอาการป่วยบ่อยและเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลของโรงเรียนเป็นระยะๆ ซึ่งจะต้องไปดูประวัติการรักษา ย้ำว่าไม่มีใครอยากให้ใครเสียชีวิต หากครอบครัวจะพิสูจน์ก็ทำได้ ไม่ขัดแย้งอยู่แล้ว แต่หากพบว่าเสียชีวิตผิดธรรมชาติก็ต้องลงโทษ   พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงคดีดังกล่าวว่า แพทย์ได้นำหัวใจและปอดของนักเรียนเตรียมทหารไปตรวจพบว่าเสียชีวิตฉับพลัน ส่วนข้อเท็จจริงที่ญาติร้องเรียนขอให้สอบถามกับโรงพยาบาลที่กำลังตรวจสอบ พร้อมระบุได้รับการชี้แจงจากผู้บัญชาการทหารสูงสุดว่าการเสียชีวิตไม่ได้มาจากการถูกทำโทษ และที่บอกว่าซี่โครงหักก็ไม่เป็นความจริง ส่วนที่ญาติยังติดใจก็ขอแสดงความเสียใจด้วย เพราะเรื่องเช่นนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น   และเมื่อเวลา 13.00 น. วันนี้ (21 พฤศจิกายน 2560) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปติดตามความคืบหน้า ที่บ้านของนายพิเชษฐ ตัญกาญจน์ บิดาของผู้เสียชีวิต แต่ก็ไม่พบผู้ใดอยู่บ้าน จากนั้นจึงลงพื้นไปที่วัดวิเวการาม ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เพื่อสอบถามพระสงฆ์เกี่ยวกับการฌาปนกิจศพของนตท.ภคพงศ์ ซึ่งพระสงฆ์หลายรูปต่างตอบว่าไม่ทราบว่าในโลงศพ มีศพ นตท.ภคพงศ์ จริงๆหรือไม่ เพราะบิดามารดาได้มาเชิญพระสงฆ์ไปสวด พระก็ไปทำตามหน้าที่เท่านั้น และในขณะนำศพเข้าเตาเผา ก็ไม่ได้เปิดโลงศพเป็นครั้งสุดท้ายแต่อย่างใด   นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวยังได้โทรศัพท์ไปสอบถามจากสัปเหร่อ ซึ่งกล่าวว่า บิดาและมารดาของผู้เสียชีวิตไม่ขอใช้สัปเหร่อที่วัด โดยทางญาติผู้เสียชีวิตนำเจ้าหน้าที่มาดำเนินการเองทั้งหมดและขอใช้สถานที่เพียงอย่างเดียว

 142,483

Top