ค้นหา :

ผลการค้นหา "เชียงใหม่"

ข่าวภูมิภาค
16 ต.ค. 62

ทหารคลั่งยิงเพื่อนทหารเจ็บ 3 นาย ก่อนใช้ปืนจี้ พนง.เซเว่น บังคับไลฟ์สด ก่อนระเบิดขมับตัวเองดับ

เชียงใหม่-เกิดเหตุชายคลุ้มคลั่ง ตรวจสอบเป็นทหารยศจ่าสิบเอก อายุ 37 ปี เรียกพนักงานร้านเซเว่น-อิเลฟเว่น สาขาห้วยน้ำริน ตำบลสันโป่ง อำเภอแม่ริม บริเวณ ถนนสายโชตนาเชียงใหม่-ฝาง ขาออก ออกมาหา   ก่อนจะล็อกตัวและใช้อาวุธปืน 11 มม.จี้พนักงาน และเรียกร้องให้มีการไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กและให้เรียกนักข่าวมาทำข่าว ทำให้พนักงานชายได้ไลฟ์สดเพื่อยื้อเวลาสักพักก่อนจะ โทรศัพท์แจ้งตำรวจ สภ.แม่ริม เข้าตรวจสอบระงับเหตุ   ต่อมาจ่าสิบเอกได้ใช้อาวุธปืน 11 มม.ยิงลงพื้นพร้อมไล่พนักงานร้านเซเว่นเข้าไปในร้านก่อนจะใช้อาวุธปืน จ่อยิงเข้าที่ขมับขวาของตัวเองเสียชีวิต จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบร่องรอย มีลูกกระสุน 11 มม. มีคราบเลือดกองอยู่บนพื้นถนน   จุดใกล้กันมีร้องเท้าของผู้ได้รับบาดเจ็บตกที่เกิดเหตุขณะที่ตัวผู้ได้รับบาดเจ็บเจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลนครพิงค์แล้ว ทราบชื่อชายคนดังกล่าวคือจ่าสิบเอกพงศ์พันธ์ กุณโฮง อายุ 37 ปี ทหารสังกัดหนึ่งซึ่งทา ผู้บังคับบัญชาได้เข้ามาดูที่เกิดเหตุและระบุว่าทหารนายนิป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ปกติสังคัดที่ค่ายในจังหวัดเชียงรายแต่ครั้งนี้ที่มาก่อเหตุที่เชียงใหม่ เนื่องจากมาฝึกฏิบัติการร่วมแต่ก็ได้มาก่อเหตุครั้งนี้   เบื้องต้นจากการพูดคุยกับทหารต้นสังกัดทราบว่า ทหารคนดังกล่าวนั้นป่วยเป็นโรคซึมเศร้า จึงมาก่อเหตุครั้งนี้ ซึ่งเขาก็ไม่ได้ทำร้ายใครแต่ยิงตัวเอง ซึ่งทหารคนก่อเหตุถูกส่งตัวมาอบรมที่จังหวัดเชียงใหม่ได้เพียง 3 วัน และก็ขับรถออกจากค่ายทหารมาตอนตี 3 มาก่อเหตุดังกล่าว ส่วนศพผู้ตาย ขณะนี้อยู่ที่แผนกรักษาศพโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ล่าสุดยังไม่มีใครติดต่อมาขอรับศพ เนื่องจากมีญาติอยู่ต่างจังหวัด   อย่างไรก็ตามมีรายงานจากทางฝ่ายทหารแจ้งมาว่า ก่อนที่ผู้ตายจะออกมาก่อเหตุที่หน้าร้านสะดวกซื้อนั้น ได้ก่อเหตุยิงเพื่อนทหาร 3 นาย ได้รับบาดเจ็บที่นิ้วโป้งเท้าซ้าย ศีรษะด้านขวา และต้นขาขวา ทั้งหมดอาการปลอดภัย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6L-xuqmsty0

 5,396
อาชญากรรม
16 ต.ค. 62

ทหารคลั่งยิงเพื่อนทหารเจ็บ 3 นาย ก่อนใช้ปืนจี้ พนง.เซเว่น บังคับไลฟ์สด ก่อนระเบิดขมับตัวเองดับ

เชียงใหม่-เกิดเหตุชายคลุ้มคลั่ง ตรวจสอบเป็นทหารยศจ่าสิบเอก อายุ 37 ปี เรียกพนักงานร้านเซเว่น-อิเลฟเว่น สาขาห้วยน้ำริน ตำบลสันโป่ง อำเภอแม่ริม บริเวณ ถนนสายโชตนาเชียงใหม่-ฝาง ขาออก ออกมาหา   ก่อนจะล็อกตัวและใช้อาวุธปืน 11 มม.จี้พนักงาน และเรียกร้องให้มีการไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กและให้เรียกนักข่าวมาทำข่าว ทำให้พนักงานชายได้ไลฟ์สดเพื่อยื้อเวลาสักพักก่อนจะ โทรศัพท์แจ้งตำรวจ สภ.แม่ริม เข้าตรวจสอบระงับเหตุ   ต่อมาจ่าสิบเอกได้ใช้อาวุธปืน 11 มม.ยิงลงพื้นพร้อมไล่พนักงานร้านเซเว่นเข้าไปในร้านก่อนจะใช้อาวุธปืน จ่อยิงเข้าที่ขมับขวาของตัวเองเสียชีวิต จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบร่องรอย มีลูกกระสุน 11 มม. มีคราบเลือดกองอยู่บนพื้นถนน   จุดใกล้กันมีร้องเท้าของผู้ได้รับบาดเจ็บตกที่เกิดเหตุขณะที่ตัวผู้ได้รับบาดเจ็บเจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลนครพิงค์แล้ว ทราบชื่อชายคนดังกล่าวคือจ่าสิบเอกพงศ์พันธ์ กุณโฮง อายุ 37 ปี ทหารสังกัดหนึ่งซึ่งทา ผู้บังคับบัญชาได้เข้ามาดูที่เกิดเหตุและระบุว่าทหารนายนิป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ปกติสังคัดที่ค่ายในจังหวัดเชียงรายแต่ครั้งนี้ที่มาก่อเหตุที่เชียงใหม่ เนื่องจากมาฝึกฏิบัติการร่วมแต่ก็ได้มาก่อเหตุครั้งนี้   เบื้องต้นจากการพูดคุยกับทหารต้นสังกัดทราบว่า ทหารคนดังกล่าวนั้นป่วยเป็นโรคซึมเศร้า จึงมาก่อเหตุครั้งนี้ ซึ่งเขาก็ไม่ได้ทำร้ายใครแต่ยิงตัวเอง ซึ่งทหารคนก่อเหตุถูกส่งตัวมาอบรมที่จังหวัดเชียงใหม่ได้เพียง 3 วัน และก็ขับรถออกจากค่ายทหารมาตอนตี 3 มาก่อเหตุดังกล่าว ส่วนศพผู้ตาย ขณะนี้อยู่ที่แผนกรักษาศพโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ล่าสุดยังไม่มีใครติดต่อมาขอรับศพ เนื่องจากมีญาติอยู่ต่างจังหวัด   อย่างไรก็ตามมีรายงานจากทางฝ่ายทหารแจ้งมาว่า ก่อนที่ผู้ตายจะออกมาก่อเหตุที่หน้าร้านสะดวกซื้อนั้น ได้ก่อเหตุยิงเพื่อนทหาร 3 นาย ได้รับบาดเจ็บที่นิ้วโป้งเท้าซ้าย ศีรษะด้านขวา และต้นขาขวา ทั้งหมดอาการปลอดภัย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6L-xuqmsty0

 5,396
ข่าวภูมิภาค
15 ต.ค. 62

อุตุฯระบุไทยตอนบนอากาศแปรปรวน ฝนตกหนักก่อนเริ่มหนาว

บรรยากาศการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว 3 วัน เนื่องในวันออกพรรษาและชดเชยวันหยุดคล้ายวันสวรรคตในหลวงรัชกาลที่ 9 พบมีประชาชนเดินทางไปท่องเที่ยวในหลายจุดยอดนิยม อาทิ หาดบางแสน ชลบุรี, ยอดดอยใน จ.เชียงใหม่     ทั้งนี้มีรายงานว่าเกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก นานกว่า 2 ชั่วโมง ในตัวเมืองเชียงใหม่ ทำให้น้ำป่าบนดอยสุเทพ ไหลหลาก มาตามลำห้วย จนเอ่อล้นท่วมขัง ร้านค้าและบ้านเรือนประชาชน ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่   ขณะที่ลำปาง เกิดอากาศแปรปรวนในช่วงปลายฝนต้นหนาว อุณหภูมิ 22 องศา มีหมอกหนาทึบเป็นบริเวณกว้าง ถนนหลายสายหมอกลงจัดทำให้ทัศนวิสัยการขับขี่ค่อนข้างลำบาก   ด้านกรมอุตุนิยมประกาศเตือน "สภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2562) " ฉบับที่ 15 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2562 ระบุว่า   ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนอง กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่และมีลมกระโชกแรงบริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล หลังจากนั้นประเทศไทยตอนบนจะมีฝนลดลง โดยบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง   ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากสภาพอากาศแปรปรวนเนื่องจากฝนตกหนักกับลมกระโชกแรงและอุณหภูมิลดลง รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในระยะนี้ไว้ด้วย   จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ มีดังนี้   วันที่ 15 ตุลาคม 2562 บริเวณที่มีฝนตกหนักกับมีลมกระโชกแรง ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน และตาก ภาคกลาง: จังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม และพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก: จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ภาคใต้: จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล   ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงในระยะแรก หลังจากนั้นจะมีฝนลดลง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรง   สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย   จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   ประกาศ ณ วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น. นายภูเวียง ประคำมินทร์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IWQZjuvmkLk

 1,218
สังคม
15 ต.ค. 62

อุตุฯระบุไทยตอนบนอากาศแปรปรวน ฝนตกหนักก่อนเริ่มหนาว

บรรยากาศการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว 3 วัน เนื่องในวันออกพรรษาและชดเชยวันหยุดคล้ายวันสวรรคตในหลวงรัชกาลที่ 9 พบมีประชาชนเดินทางไปท่องเที่ยวในหลายจุดยอดนิยม อาทิ หาดบางแสน ชลบุรี, ยอดดอยใน จ.เชียงใหม่     ทั้งนี้มีรายงานว่าเกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก นานกว่า 2 ชั่วโมง ในตัวเมืองเชียงใหม่ ทำให้น้ำป่าบนดอยสุเทพ ไหลหลาก มาตามลำห้วย จนเอ่อล้นท่วมขัง ร้านค้าและบ้านเรือนประชาชน ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่   ขณะที่ลำปาง เกิดอากาศแปรปรวนในช่วงปลายฝนต้นหนาว อุณหภูมิ 22 องศา มีหมอกหนาทึบเป็นบริเวณกว้าง ถนนหลายสายหมอกลงจัดทำให้ทัศนวิสัยการขับขี่ค่อนข้างลำบาก   ด้านกรมอุตุนิยมประกาศเตือน "สภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2562) " ฉบับที่ 15 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2562 ระบุว่า   ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนอง กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่และมีลมกระโชกแรงบริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล หลังจากนั้นประเทศไทยตอนบนจะมีฝนลดลง โดยบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง   ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากสภาพอากาศแปรปรวนเนื่องจากฝนตกหนักกับลมกระโชกแรงและอุณหภูมิลดลง รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในระยะนี้ไว้ด้วย   จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ มีดังนี้   วันที่ 15 ตุลาคม 2562 บริเวณที่มีฝนตกหนักกับมีลมกระโชกแรง ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน และตาก ภาคกลาง: จังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม และพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก: จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ภาคใต้: จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล   ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงในระยะแรก หลังจากนั้นจะมีฝนลดลง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรง   สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย   จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   ประกาศ ณ วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น. นายภูเวียง ประคำมินทร์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IWQZjuvmkLk

 1,218
ข่าวภูมิภาค
12 ต.ค. 62

กรมอุตุฯ เตือนไทยรับมือสภาพอากาศแปรปรวน - นทท.แห่สัมผัสอากาศหนาวที่เชียงใหม่

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนประเทศไทย รับมือฝนตกในบางพื้นที่ รวมไปถึงลมกระโชกแรง และหลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศา   เชียงใหม่ - จุดชมวิวกิ่วแม่ปาน นักท่องเที่ยวหนาแน่นขึ้นมายืนรอชมแสงแรกตั้งแต่ตี 5 ทะยอยเกินทางจากที่พักขึ้นนับหลายร้อยคน ทำให้บรรยากาศคึกคักได้สัมผัสอากาสหนาวเช้านนี้กิ่วแม่ปานวัดได้ 10 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยอินทนนท์วัดได้ 11 องศาเซลเซียส และที่ทำการอุทยานดอยอินทนนท์ 15 องศาเซลเซียส กำลังเย็นสบาย นักท่องเที่ยวเช้านนี้ได้ชมแสงแรกและทะเลหมอกที่เริ่มขึ้นให้ได้ชม หลายคนพากันเดินไปถ่ายเชซฟี่เช็คอินที่มองเห็นองค์พระธาตุ    นอกจากนี้บนยอดดอยอินทนนท์ ก็คึกคักไม่แพ้กันนักท่องเที่ยวที่นำเสื้อกันหนาวมาได้สวมใส่กันเป็นครั้งแรกพร้อมเดินเที่ยวชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา มีความสวยงามของธรรมชาติอีกจุดบนดอยดอยแห่งนี้    ส่วนยอดนักท่องเที่ยวสะสสมจากเมื่อวานนี้ นักท่องเที่ยวชาวไทยจำนวน 2,038 คน ต่างชาติจำนวน 558 คน ยอดสะสมจำนวน 2,596 คน มียาพาหนะจำนวน 561 คัน   อย่างไรก็ตามแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติของจังหวัดเชียงใหม่หลายแห่งคึกคักเนื่องแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปสัมผัสธรรมชาติสภาพอากาศที่เริ่มหนาวเย็น พรรณไม้เมืองหนาวหลายแห่งเริ่มแบ่งบานสวยงามต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดต่อเนื่อแรกของเดือนตุลาคม   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/0m4JSaEU8S4

 213
สังคม
12 ต.ค. 62

กรมอุตุฯ เตือนไทยรับมือสภาพอากาศแปรปรวน - นทท.แห่สัมผัสอากาศหนาวที่เชียงใหม่

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนประเทศไทย รับมือฝนตกในบางพื้นที่ รวมไปถึงลมกระโชกแรง และหลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศา   เชียงใหม่ - จุดชมวิวกิ่วแม่ปาน นักท่องเที่ยวหนาแน่นขึ้นมายืนรอชมแสงแรกตั้งแต่ตี 5 ทะยอยเกินทางจากที่พักขึ้นนับหลายร้อยคน ทำให้บรรยากาศคึกคักได้สัมผัสอากาสหนาวเช้านนี้กิ่วแม่ปานวัดได้ 10 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยอินทนนท์วัดได้ 11 องศาเซลเซียส และที่ทำการอุทยานดอยอินทนนท์ 15 องศาเซลเซียส กำลังเย็นสบาย นักท่องเที่ยวเช้านนี้ได้ชมแสงแรกและทะเลหมอกที่เริ่มขึ้นให้ได้ชม หลายคนพากันเดินไปถ่ายเชซฟี่เช็คอินที่มองเห็นองค์พระธาตุ    นอกจากนี้บนยอดดอยอินทนนท์ ก็คึกคักไม่แพ้กันนักท่องเที่ยวที่นำเสื้อกันหนาวมาได้สวมใส่กันเป็นครั้งแรกพร้อมเดินเที่ยวชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา มีความสวยงามของธรรมชาติอีกจุดบนดอยดอยแห่งนี้    ส่วนยอดนักท่องเที่ยวสะสสมจากเมื่อวานนี้ นักท่องเที่ยวชาวไทยจำนวน 2,038 คน ต่างชาติจำนวน 558 คน ยอดสะสมจำนวน 2,596 คน มียาพาหนะจำนวน 561 คัน   อย่างไรก็ตามแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติของจังหวัดเชียงใหม่หลายแห่งคึกคักเนื่องแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปสัมผัสธรรมชาติสภาพอากาศที่เริ่มหนาวเย็น พรรณไม้เมืองหนาวหลายแห่งเริ่มแบ่งบานสวยงามต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดต่อเนื่อแรกของเดือนตุลาคม   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/0m4JSaEU8S4

 213
ข่าวภูมิภาค
08 ต.ค. 62

เชียงใหม่คุมเข้ม 5 อำเภอ พื้นที่โซนแดง ควบคุมปล่อยโคมลอยยี่เป็ง

วันที่ 8 ต.ค. 62 นายศรัณยู มีทองคำ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ประกาศจังหวัดเชียงใหม่ ได้ออกมาตรการป้องกันและรักษาความปลอดภัยและการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนในการจุดและปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมวัน (ว่าวฮม) หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ขึ้นไปสู่อากาศ    โดยให้ปล่อยในวันกระทงเล็ก ตรงกับวันที่ 11 พ.ย. 2562 วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ปล่อยตั้งแต่เวลา 19.00 น. - 01.00 น. ของวันถัดไป ยกเว้นเฉพาะการปล่อยโคมควัน (ว่าวฮม) ให้กระทำการจุดและปล่อยตั้งแต่เวลา 10.00 - 12.00 น.    สำหรับวันกระทงใหญ่ ตรงกับวันที่ 12 พ.ย. 2562 วันแรม 1 ค่ำ เดือน 12 ให้จุดและปล่อยตั้งแต่เวลา 19.00 - 01.00 น.ของวันถัดไป และได้กำหนดพื้นที่เฝ้าระวังระดับ 1 คือ บริเวณพื้นที่เสี่ยงตามแนวขึ้น-ลง สนามบินที่อยู่ห่างจากทางขึ้น-ลง ของเครื่องบิน ข้างละ 4.6 กิโลเมตร และระยะทางยาว 18.5 กิโลเมตร จากหัวทางวิ่งทั้ง 2 ด้านและเส้นทางการบินเข้า-ออก สนามบินเชียงใหม่ ซึ่งจะมีพื้นที่ควบคุม 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ครอบคลุมทุกตำบล จำนวน 16 ตำบล, อำเภอหางดง ทุกตำบล รวม 11 ตำบล, อำเภอสารภี จำนวน 4 ตำบลคือ ตำบลขัวมุง, ดอนแก้ว, ท่าวังตาล และหนองผึ้ง, อำเภอแม่ริม จำนวน 3 ตำบลคือ ดอนแก้ว ริมใต้ และแม่สา และอำเภอสันทราย จำนวน 1 ตำบล คือ ตำบลหนองหาร    และผู้ที่จะขออนุญาตปล่อย หรืออำเภอที่จะปล่อยต้องยื่นขอรับใบอนุญาตล่วงหน้าก่อนวันจุดและปล่อยไม่น้อยกว่า 15 วัน และพื้นที่ที่อยู่นอกเขตควบคุมก็สามารถปล่อยได้ แต่ทางอำเภอก็จะใช้ดุลยพินิจของนายอำเภอแต่ละแห่งเป็นผู้พิจารณา ขณะที่ได้ขอความร่วมมือร้านค้า โรงแรม ผู้ประกอบการต่างๆ ที่มีนักท่องเที่ยวเข้าไปพัก ไปกินอาหาร งดแจกโคมให้นักท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดความปลอดภัยมากขึ้น และหากผู้ที่ปล่อยโคมขึ้นไปสู่อากาศ แล้วไปรบกวนหรือก่อให้เกิดอันตรายต่อการเดินอากาศ รวมถึงทำให้เกิดอัคคีภัย มีผู้ได้รับความเสียหาย ก็ต้องถูกดำเนินคดี มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท   เรืออากาศโท ธนันท์รัฐ ประเสริฐศรี รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลลอยกระทงของทุกปีสายการบินต่างๆ จะพิจารณายกเลิกหรือปรับเปลี่ยนเวลาการบิน เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดอันตรายต่ออากาศยาน เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวจะมีการปล่อยโคมลอย/โคมควัน    โดยในปีนี้ท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้มีหนังสือแจ้งไปยังสายการบินต่างๆ แล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาของสายการบิน ซึ่งคาดว่าจะสามารถสรุปจำนวนเที่ยวบินที่ยกเลิกหรือปรับเปลี่ยนเวลาการบินได้ ในช่วงปลายเดือนตุลาคม ทั้งนี้ในปี 2561 มีเที่ยวบินยกเลิกและปรับเปลี่ยนเวลาการบิน รวมทั้งสิ้น 148 เที่ยวบิน และคาดว่าจำนวนเที่ยวบินที่ยกเลิกหรือปรับเปลี่ยนเวลาการบินในปี 2562 น่าจะใกล้เคียงกับปีที่แล้ว   

 1,131
ข่าวภูมิภาค
08 ต.ค. 62

พระโหดยิงพระด้วยกันเจ็บ เหตุระแวงถูกทำคุณไสยใส่ ก่อนกรอกยาหวังฆ่าตัวตาย แต่ช่วยได้ทัน

เชียงใหม่-เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ รับแจ้งเหตุมีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เหตุเกิดที่สำนักสงฆ์เทพนิมิตร หมู่ที่ 5 ตำบลแม่นะ อำเภอเชียงดาว   ที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย คือ พระอาจารย์ มงคล มงคโล อายุ 50 ปี หัวหน้าสำนักสงฆ์ และนายพรมมา จองคำ ซึ่งเป็นผู้นำชุมชน ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ โดยเจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล   ขณะเดียวควบคุมตัวพระสุธรรม คำแตง อายุ 22 ปี พระลูกวัดห้วยปง ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุและอาวุธปืนได้ ในบ้านพักไม่ห่างจากจุดเกิดเหตุ โดยชาวบ้านช่วยกันควบคุมตัวไว้หลังพยายามกินยาฆ่าหญ้าหนีความผิด แต่ไม่สำเร็จ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลจนปลอดภัย และส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งมีความเชื่อเรื่องผี ก่อนเกิดเหตุผู้ก่อเหตุเข้าใจว่าพระอาจารย์มงคล ทำคุณไสยใส่ จึงนำปืนน่าจะยิง เพื่อล้างคุณไสย แต่นายพรมมา ซึ่งเป็นผู้นำชุมชน ได้กระโดดขวาง จึงถูกลูกหลงไปด้วย และหลังเกิดเหตุได้พยายามกินยาฆ่าหญ้าเพื่อฆ่าตัวตาย แต่ไม่สำเร็จและถูกนำตัวส่งดำเนินคดีในที่สุด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qb8q8uY9fYw

 1,145
อาชญากรรม
08 ต.ค. 62

พระโหดยิงพระด้วยกันเจ็บ เหตุระแวงถูกทำคุณไสยใส่ ก่อนกรอกยาหวังฆ่าตัวตาย แต่ช่วยได้ทัน

เชียงใหม่-เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ รับแจ้งเหตุมีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เหตุเกิดที่สำนักสงฆ์เทพนิมิตร หมู่ที่ 5 ตำบลแม่นะ อำเภอเชียงดาว   ที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย คือ พระอาจารย์ มงคล มงคโล อายุ 50 ปี หัวหน้าสำนักสงฆ์ และนายพรมมา จองคำ ซึ่งเป็นผู้นำชุมชน ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ โดยเจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล   ขณะเดียวควบคุมตัวพระสุธรรม คำแตง อายุ 22 ปี พระลูกวัดห้วยปง ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุและอาวุธปืนได้ ในบ้านพักไม่ห่างจากจุดเกิดเหตุ โดยชาวบ้านช่วยกันควบคุมตัวไว้หลังพยายามกินยาฆ่าหญ้าหนีความผิด แต่ไม่สำเร็จ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลจนปลอดภัย และส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งมีความเชื่อเรื่องผี ก่อนเกิดเหตุผู้ก่อเหตุเข้าใจว่าพระอาจารย์มงคล ทำคุณไสยใส่ จึงนำปืนน่าจะยิง เพื่อล้างคุณไสย แต่นายพรมมา ซึ่งเป็นผู้นำชุมชน ได้กระโดดขวาง จึงถูกลูกหลงไปด้วย และหลังเกิดเหตุได้พยายามกินยาฆ่าหญ้าเพื่อฆ่าตัวตาย แต่ไม่สำเร็จและถูกนำตัวส่งดำเนินคดีในที่สุด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qb8q8uY9fYw

 1,145
ข่าวภูมิภาค
03 ต.ค. 62

มีอยู่จริง! เหรียญหลวงปู่เค็ม วัดเขาอีโต้ขว้างเป็ด โผล่แผงพระดังเชียงใหม่

เชียงใหม่-ที่บริเวณแผงพระเครื่องพระบูชาดังย่านทิพย์เนตร อ.เมือง เริ่มมีเหรียญหลวงปู่เค็มโผล่ออกมาในตลาดพระเครื่องเชียงใหม่สร้างความฮือฮาอย่างมาก อาจจะเป็นเพราะความแปลกรวมถึงมุกตลกในโลกออนไลน์   จากการกล่องพระมีการพิมพ์ลวดลายสวยงามตัวหนังสือสีทอง เป็นรูปอีโต้ไขว้บนกองไฟ ระบุชื่อหลวงปู่เค็ม ระบุรุ่นแรก วัดเขาอีโต้ขว้างเป็ด ปี 2562 มีเป็ดคู่อยู่ด้านข้างซ้ายขวา ส่วนด้านบนซ้ายขวาเป็นรูปเปลวไฟ สำหรับตัวเหรียญเป็นเหรียญเนื้อทองแดงกะไหล่เงิน ห่วงด้านบนเป็นห่วงตัน ผิวเหรียญลักษณะเป็นผิวสายฝนสวยงาม เป็นรูปหลวงปู่เค็ม เดินบนเปลวเพลิงที่ลุกโชน พร้อมโคด คำว่าเค็ม   มีข้อความระบุข้างล่าง วัดเขาอีโต้ขว้างเป็ด กองไฟยาวประมาณ 8 เมตร หลวงปู่เค็มก้าวลงกองไฟ ก้าวแรกไม่เป็นไร ก้าวต่อไปไฟเริ่มไหม้สบง ด้านหลังมีตัวหนังสือบนสุดเขียนว่ารุ่นแรก พร้อมบทสวด พุทธังอาราธนานัง ธัมมังอาราธนานัง สังฆังอาราธนานัง แคล้วคลาดปลอดภัย สาธุ สาธุ สาธุ   สำหรับหลวงปู่เค็ม เป็นมุกตลกเริ่มจากหนู คลองเตย ที่เคยเล่นเมื่อปี 2548 ต่อมาเมื่อปี 2562 โก๊ะตี๋ อารามบอย กับ เท่ง เถิดเทิง ได้นำมาเล่นในรายการ ชิงร้อยชิงล้าน ว้าว ว้าว ว้าวถูกแชร์กันมากมายในโลกออนไลน์ โก๊ะตี๋เล่าในชิงร้อยชิงล้านว่า หลวงปู่เค็มเป็นพระอาจารย์ซึ่งประจำอยู่ที่ วัดเขาอีโต้ขว้างเป็ดตอนที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นต้องการแสดงอภินิหารให้กับผู้คนได้รับรู้   ตอนที่หลวงปู่เค็มยังไม่มรณภาพ ท่านต้องการแสดงอภินิหารต่อหน้าศิษยานุศิษย์ประมาณ 30,000 กว่าคน โดยการลุยไฟถ่านแดงๆ ยาวประมาณ 8 เมตร หลวงปู่เค็มยกมือขึ้นมา พุทธังอารธนานัง ธัมมังอารธนานัง สังฆังอารธนานัง กองไฟยาวประมาณ 15 เมตร หลวงปู่เค็มก้าวลงกองไฟ ก้าวแรกไม่เป็นไร ก้าวต่อไปไฟเริ่มไหม้สบง หลังจากนั้นหลวงปู่เค็มหงิกอยู่อย่างนี้ ทำท่ามือหงิก ใครเห็นก็ว่าตาย ไม่ตายเท่งถาม ตายสิ เหลือแต่กระดูกเชิงกรานเท่านั้นที่ยังไม่ไหม้   หลานชายไปนำเที่ยวกับเพื่อน พระองค์นี้สร้างจากกระดูกหลวงปู่เค็ม ไปทางเรือ ไปกว่า 50 คน เรือล่ม ตายหมด (แล้วหลานล่ะ) จมคนแรก มุกหลวงปู่เค็ม เป็นมุกตลกที่อยู่กับโก๊ะตี๋มานานแล้ว และเคยเล่นมุขที่มีหลวงปู่เค็มเป็นตัวละครหลักหลายครั้ง เช่นในหนังเรื่อง โปงลางสะดิ้ง ลำซิ่งส่ายหน้า ที่ฉายปี 2550 รวมถึงเรื่อง โหดหน้าเหี่ยว 966 ฉายเมื่อปี 2552 ด้วยเหมือนกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cqdThUllPsM

 20,309
สังคม
03 ต.ค. 62

มีอยู่จริง! เหรียญหลวงปู่เค็ม วัดเขาอีโต้ขว้างเป็ด โผล่แผงพระดังเชียงใหม่

เชียงใหม่-ที่บริเวณแผงพระเครื่องพระบูชาดังย่านทิพย์เนตร อ.เมือง เริ่มมีเหรียญหลวงปู่เค็มโผล่ออกมาในตลาดพระเครื่องเชียงใหม่สร้างความฮือฮาอย่างมาก อาจจะเป็นเพราะความแปลกรวมถึงมุกตลกในโลกออนไลน์   จากการกล่องพระมีการพิมพ์ลวดลายสวยงามตัวหนังสือสีทอง เป็นรูปอีโต้ไขว้บนกองไฟ ระบุชื่อหลวงปู่เค็ม ระบุรุ่นแรก วัดเขาอีโต้ขว้างเป็ด ปี 2562 มีเป็ดคู่อยู่ด้านข้างซ้ายขวา ส่วนด้านบนซ้ายขวาเป็นรูปเปลวไฟ สำหรับตัวเหรียญเป็นเหรียญเนื้อทองแดงกะไหล่เงิน ห่วงด้านบนเป็นห่วงตัน ผิวเหรียญลักษณะเป็นผิวสายฝนสวยงาม เป็นรูปหลวงปู่เค็ม เดินบนเปลวเพลิงที่ลุกโชน พร้อมโคด คำว่าเค็ม   มีข้อความระบุข้างล่าง วัดเขาอีโต้ขว้างเป็ด กองไฟยาวประมาณ 8 เมตร หลวงปู่เค็มก้าวลงกองไฟ ก้าวแรกไม่เป็นไร ก้าวต่อไปไฟเริ่มไหม้สบง ด้านหลังมีตัวหนังสือบนสุดเขียนว่ารุ่นแรก พร้อมบทสวด พุทธังอาราธนานัง ธัมมังอาราธนานัง สังฆังอาราธนานัง แคล้วคลาดปลอดภัย สาธุ สาธุ สาธุ   สำหรับหลวงปู่เค็ม เป็นมุกตลกเริ่มจากหนู คลองเตย ที่เคยเล่นเมื่อปี 2548 ต่อมาเมื่อปี 2562 โก๊ะตี๋ อารามบอย กับ เท่ง เถิดเทิง ได้นำมาเล่นในรายการ ชิงร้อยชิงล้าน ว้าว ว้าว ว้าวถูกแชร์กันมากมายในโลกออนไลน์ โก๊ะตี๋เล่าในชิงร้อยชิงล้านว่า หลวงปู่เค็มเป็นพระอาจารย์ซึ่งประจำอยู่ที่ วัดเขาอีโต้ขว้างเป็ดตอนที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นต้องการแสดงอภินิหารให้กับผู้คนได้รับรู้   ตอนที่หลวงปู่เค็มยังไม่มรณภาพ ท่านต้องการแสดงอภินิหารต่อหน้าศิษยานุศิษย์ประมาณ 30,000 กว่าคน โดยการลุยไฟถ่านแดงๆ ยาวประมาณ 8 เมตร หลวงปู่เค็มยกมือขึ้นมา พุทธังอารธนานัง ธัมมังอารธนานัง สังฆังอารธนานัง กองไฟยาวประมาณ 15 เมตร หลวงปู่เค็มก้าวลงกองไฟ ก้าวแรกไม่เป็นไร ก้าวต่อไปไฟเริ่มไหม้สบง หลังจากนั้นหลวงปู่เค็มหงิกอยู่อย่างนี้ ทำท่ามือหงิก ใครเห็นก็ว่าตาย ไม่ตายเท่งถาม ตายสิ เหลือแต่กระดูกเชิงกรานเท่านั้นที่ยังไม่ไหม้   หลานชายไปนำเที่ยวกับเพื่อน พระองค์นี้สร้างจากกระดูกหลวงปู่เค็ม ไปทางเรือ ไปกว่า 50 คน เรือล่ม ตายหมด (แล้วหลานล่ะ) จมคนแรก มุกหลวงปู่เค็ม เป็นมุกตลกที่อยู่กับโก๊ะตี๋มานานแล้ว และเคยเล่นมุขที่มีหลวงปู่เค็มเป็นตัวละครหลักหลายครั้ง เช่นในหนังเรื่อง โปงลางสะดิ้ง ลำซิ่งส่ายหน้า ที่ฉายปี 2550 รวมถึงเรื่อง โหดหน้าเหี่ยว 966 ฉายเมื่อปี 2552 ด้วยเหมือนกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cqdThUllPsM

 20,309
ข่าวภูมิภาค
03 ต.ค. 62

เหนือ-อีสาน เริ่มหนาว! ดอยอินทนนท์ 7 องศา นทท.แห่สัมผัสอากาศเย็นคึกคัก

สภาพอากาศหลายพื้นที่ทางตอนบนของประเทศ ในภาคเหนือและอีสานเริ่มเย็นลง อาทิ ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ เริ่มหนาวเย็นมาต่อเนื่องจากปลายเดือนกันยายนมาต้นเดือนตุลาคม เช้าวันที่ 2 ต.ค. 2562 ยอดดอยอินทนนท์วัดได้ 7 องศาเซลเซียส ส่วนจุดชมวิวกิ่วแม่ปานวัดได้ 10 องศาเซลเซียส ทำให้มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมความสวยงามของธรรมชาติบนดอยอินทนนท์กันมากขึ้น   ที่กาฬสินธุ์ พบว่าอากาศยังคงหนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่อยู่ติดเทือกเขาภูพาน ในอำเภอเขาวง ในช่วงกลางดึกจนถึงช่วงเช้าอากาศจะหนาวเย็นลง มีหมอกหนาปกคลุมทุกพื้นที่ สร้างความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ โดยชาวบ้านต้องห่มผ้าหนาๆเวลาเข้านอนและสวมเสื้อกันหนาวสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกายในช่วงสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CGx1OC4Yp78

 12,371
สังคม
03 ต.ค. 62

เหนือ-อีสาน เริ่มหนาว! ดอยอินทนนท์ 7 องศา นทท.แห่สัมผัสอากาศเย็นคึกคัก

สภาพอากาศหลายพื้นที่ทางตอนบนของประเทศ ในภาคเหนือและอีสานเริ่มเย็นลง อาทิ ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ เริ่มหนาวเย็นมาต่อเนื่องจากปลายเดือนกันยายนมาต้นเดือนตุลาคม เช้าวันที่ 2 ต.ค. 2562 ยอดดอยอินทนนท์วัดได้ 7 องศาเซลเซียส ส่วนจุดชมวิวกิ่วแม่ปานวัดได้ 10 องศาเซลเซียส ทำให้มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมความสวยงามของธรรมชาติบนดอยอินทนนท์กันมากขึ้น   ที่กาฬสินธุ์ พบว่าอากาศยังคงหนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่อยู่ติดเทือกเขาภูพาน ในอำเภอเขาวง ในช่วงกลางดึกจนถึงช่วงเช้าอากาศจะหนาวเย็นลง มีหมอกหนาปกคลุมทุกพื้นที่ สร้างความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ โดยชาวบ้านต้องห่มผ้าหนาๆเวลาเข้านอนและสวมเสื้อกันหนาวสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกายในช่วงสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CGx1OC4Yp78

 12,371
ข่าวภูมิภาค
01 ต.ค. 62

มอบตัวแล้ว 6 แก๊งโจ๋เชียงใหม่รุม 2 หนุ่มดับ 1 เจ็บ 1 บนสะพานเหล็ก

เชียงใหม่-เกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายนายคมวุฒิ พิชวงค์ อายุ 33 ปี และนายอนุภาพ อักษรโศภณพันธ์ อายุ 32 ปี บนสะพานเหล็ก ข้ามแม่น้ำปิง ในตัวเมืองเชียงใหม่ เป็นเหตุให้นายคมวุฒิ เสียชีวิตนั้น   ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่บนสะพานเหล็ก เผยให้เห็นภาพช่วงก่อนเกิดเหตุว่านายคมวุฒิ และนายอนุภาพ ได้เข้าไปร่วมวงดื่มกินกับกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุเมื่อเวลาประมาณ 03.30 น. จากนั้นในช่วงประมาณ 04.00 น. คาดว่าน่าเกิดมีปากเสียงกัน จนหญิงสาวที่อยู่ร่วมวงด้วยต้องวิ่งหนี และกลุ่มวัยรุ่นได้เริ่มรุมทำร้ายนายคมวุฒินานนับ 10 นาที   ส่วนนายอนุภาพ ถูกทำร้ายแต่วิ่งหลบหนีไปได้ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุได้มีผู้เร่งเข้าให้การช่วยเหลือ โดยในภาพจะเห็นว่ามีวัยรุ่นชายเสื้อเขียว สวมหมวก หลังทำร้ายนายคมวุฒิรอบแรกเสร็จแล้ว ได้วนกลับมาทำร้ายซ้ำอีกครั้ง ก่อนจะแยกย้ายกันหลบหนี   หลังเกิดเหตุสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหามาได้แล้วทั้งหมด 3 ราย และมีวัยรุ่น 6 คน อายุ 15-20 ปี เข้ามอบตัวกับ ยังเหลืออีก 2 คนที่ยังหลบหนี สรุปทั้ง 8 คนเป็นวัยรุ่นชาวไทยทั้งหมด สาเหตุผู้ตายและเพื่อนเข้ามาขอร่วมวงสุราที่สะพานเหล็ก ก่อนมีปากเสียงกันจึงถูกรุมทำร้าย ส่วนอีกคนทิ้งเพื่อนวิ่งหนีเอาตัวรอด แจ้งข้องหาหนักร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย   อย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่เกิดเหตุ มักจะเป็นจุดที่กลุ่มวัยรุ่นมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันเป็นประจำ เนื่องจากเป็นจุดที่มักจนมีผู้คน และนักท่องเที่ยว แวะมาชมความสวยงามของสะพานเหล็ก และชมวิวแม่น้ำปิง และตกดึกก็จะมีกลุ่มวัยรุ่นแวะมาจับกลุ่มนั่งเล่น และดื่มสุรากันเป็นประจำบางครั้งก็เป็นกลุ่มวัยรุ่นคนไทย วัยรุ่นชาวไทยใหญ่ และแรงงานต่างด้าว จึงทำให้เกิดมีประเด็นทะเลาะวิวาทกันเป็นประจำ   หลายครั้งจบด้วยการทำร้ายร่างกายบาดเจ็บถึงขั้นเสียชีวิตก็เกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้งแม้ทางจ้าหน้าที่จำเพิ่มความเข้มงวดกวดขันก็ตาม กลุ่มวัยรุ่นก็จะหายไปเป็นช่วงๆ พอช่วงไหนเจ้าหน้าที่ไม่เข้ามากวดขันก็จะกลับมาจับกลุ่มและก่อปัญหาขึ้นอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OUqeqPs3WcE

 3,469
อาชญากรรม
01 ต.ค. 62

มอบตัวแล้ว 6 แก๊งโจ๋เชียงใหม่รุม 2 หนุ่มดับ 1 เจ็บ 1 บนสะพานเหล็ก

เชียงใหม่-เกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายนายคมวุฒิ พิชวงค์ อายุ 33 ปี และนายอนุภาพ อักษรโศภณพันธ์ อายุ 32 ปี บนสะพานเหล็ก ข้ามแม่น้ำปิง ในตัวเมืองเชียงใหม่ เป็นเหตุให้นายคมวุฒิ เสียชีวิตนั้น   ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่บนสะพานเหล็ก เผยให้เห็นภาพช่วงก่อนเกิดเหตุว่านายคมวุฒิ และนายอนุภาพ ได้เข้าไปร่วมวงดื่มกินกับกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุเมื่อเวลาประมาณ 03.30 น. จากนั้นในช่วงประมาณ 04.00 น. คาดว่าน่าเกิดมีปากเสียงกัน จนหญิงสาวที่อยู่ร่วมวงด้วยต้องวิ่งหนี และกลุ่มวัยรุ่นได้เริ่มรุมทำร้ายนายคมวุฒินานนับ 10 นาที   ส่วนนายอนุภาพ ถูกทำร้ายแต่วิ่งหลบหนีไปได้ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุได้มีผู้เร่งเข้าให้การช่วยเหลือ โดยในภาพจะเห็นว่ามีวัยรุ่นชายเสื้อเขียว สวมหมวก หลังทำร้ายนายคมวุฒิรอบแรกเสร็จแล้ว ได้วนกลับมาทำร้ายซ้ำอีกครั้ง ก่อนจะแยกย้ายกันหลบหนี   หลังเกิดเหตุสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหามาได้แล้วทั้งหมด 3 ราย และมีวัยรุ่น 6 คน อายุ 15-20 ปี เข้ามอบตัวกับ ยังเหลืออีก 2 คนที่ยังหลบหนี สรุปทั้ง 8 คนเป็นวัยรุ่นชาวไทยทั้งหมด สาเหตุผู้ตายและเพื่อนเข้ามาขอร่วมวงสุราที่สะพานเหล็ก ก่อนมีปากเสียงกันจึงถูกรุมทำร้าย ส่วนอีกคนทิ้งเพื่อนวิ่งหนีเอาตัวรอด แจ้งข้องหาหนักร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย   อย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่เกิดเหตุ มักจะเป็นจุดที่กลุ่มวัยรุ่นมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันเป็นประจำ เนื่องจากเป็นจุดที่มักจนมีผู้คน และนักท่องเที่ยว แวะมาชมความสวยงามของสะพานเหล็ก และชมวิวแม่น้ำปิง และตกดึกก็จะมีกลุ่มวัยรุ่นแวะมาจับกลุ่มนั่งเล่น และดื่มสุรากันเป็นประจำบางครั้งก็เป็นกลุ่มวัยรุ่นคนไทย วัยรุ่นชาวไทยใหญ่ และแรงงานต่างด้าว จึงทำให้เกิดมีประเด็นทะเลาะวิวาทกันเป็นประจำ   หลายครั้งจบด้วยการทำร้ายร่างกายบาดเจ็บถึงขั้นเสียชีวิตก็เกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้งแม้ทางจ้าหน้าที่จำเพิ่มความเข้มงวดกวดขันก็ตาม กลุ่มวัยรุ่นก็จะหายไปเป็นช่วงๆ พอช่วงไหนเจ้าหน้าที่ไม่เข้ามากวดขันก็จะกลับมาจับกลุ่มและก่อปัญหาขึ้นอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OUqeqPs3WcE

 3,469

Top