ค้นหา :

ผลการค้นหา "ล่อจับลิขสิทธิ์"

สังคม
10 พ.ย. 62

สรุปประเด็นร้อน เจาะขบวนการจับลิขสิทธิ์-ฟังข้อกฎหมายชัดๆ กับทนายสงกานต์ - โหนกระแสแต่เช้า

โหนกระแสแต่เช้า ตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับ หนุ่ม กรรชัย และ สงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์... ในประเด็น ทีมจับลิขสิทธิ์ล่อซื้อสินค้า กับเด็กสาวอายุ 15 ปี ที่สั่งทำกระทงลายการ์ตูนลิขสิทธิ์ ก่อนบังคับไกล่เกลี่ยจ่ายค่าเสียหายแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี เรียกรับเงินค่าปรับเพื่อจบคดี    โดยต่อมา บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์จำหน่ายสินค้าของบริษัท ซาน-เอ็กซ์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ไม่ได้ส่งใครไปจับลิขสิทธ์เด็กสาวอายุ 15 ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นแระเด็นร้อนมากว่า 1 สัปดาห์แล้ว และยังพบว่าขณะนี้มีประชาชนถูกกลุ่มลิขสิทธิ์นี้กระทำลักษณะเดียวกันอีกหลายรายในภาคอีสาน  

 166
สังคม
10 พ.ย. 62

โผล่อีก! สาวสานตะกร้าพลาสติกขาย หาเงินเลี้ยงลูกป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง ถูกล่อซื้อลิขสิทธิ์โดราเอม่อน เรียกรับ 3 หมื่น

น.ส.คัคนางค์ เกตุวงษ์ อายุ 35 ปี สาวพรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร ซึ่งมีอาชีพสานตะกร้าพลาสติกขาย หารายได้เลี้ยงลูกป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง โดนล่อซื้อทางอินเตอร์เน็ตให้ทำลายการ์ตูนโดราเอม่อน วันไปส่งของถูกจับอ้างละเมิดลิขสิทธิ์ เรียกรับเงินไป 30,000 บาท ต้องเอาสร้อยคอทองคำไปขายเพื่อเอาเงินมาแลกอิสรภาพ   น.ส.คัคนางค์ เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2562 ตนได้รับการสอบถามมายังเฟซบุ๊กของตน ว่าให้ผลิตถุงพลาสติกสานใส่แก้วน้ำพร้อมติดลายเป็นรูปการ์ตูน โดราเอม่อน หมีพูห์ คิตตี้ จำนวน 20ใบ ใบละ 80 บาท และให้นำมาส่งมอบในเขตเทศบาลพรานกระต่าย ในช่วงเช้าวันที่ 24 มิถุนายน 2562 ตนแจ้งว่าไม่มีลายโดราเอม่อน แต่คนสั่งเจาะจงว่าต้องลายการ์ตูนตามนี้เท่านั้น ตนจึงไปหาลายการ์ตูนมาติดให้ แล้วนำมาส่งให้ตามสถานที่นัดหมายหน้าธนาคารออมสินสาขาพรานกระต่าย ซึ่งอยู่ห่างสถานีตำรวจภูธรพรานกระไม่ถึง 50 เมตร    เมื่อถึงที่นัดหมายได้ส่งของให้กับผู้ชายคนหนึ่งที่เดินเข้ามารับสินค้าที่สั่ง โดยชายคนดังกล่าวได้จ่ายเงินให้จำนวน 1,600 บาท จากนั้นก็มีกลุ่มคนพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบเข้ามาจับกุมตนทันที และแจ้งว่าตนจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ โดยได้ดำเนินคดีตนเฉพาะลายโดราเมม่อนเท่านั้น    โดยกลุ่มคนดังกล่าวนำตนไปที่ห้องสืบสวนที่อยู่ด้านหลังสถานีตำรวจ พร้อมอธิบายข้อกล่าวหาและบทลงโทษ โดยได้ยื่นข้อเสนอว่าหากไม่อยากถูกดำเนินคดีให้นำเงินมาให้จำนวน 50,000 บาท แต่ตนมีเงินเพียง 5,000 บาท กลุ่มคนดังกล่าวได้บอกให้ตนไปหาเงินมาให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม และห้ามญาติๆของตนห้ามเข้าไปในห้องสืบสวน แม้แต่ลูกที่พิการก็ไม่ยอมให้ตนอุ้มเข้าไป จนกว่าตนจะจ่ายเงินเรียบร้อย   ตนจึงต้องนำสร้อยทองของสามีไปขายได้เงินมาจำนวนเกือบ 30,000 บาท กลุ่มคนดังกล่าวจึงไม่ดำเนินคดี โดยได้ทำบันทึกข้อตกลงยินยอมที่จะไม่ดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรพรานกระต่ายไว้เป็นหลักฐาน จึงได้ถูกปล่อยตัวออกมาพร้อมกับใบถอนแจ้งความ   ตนและครอบครัวรู้สึกเสียใจมาก เนื่องจากตนต้องทำงานเลี้ยงดูลุกชายที่ป่วย อยู่กับบ้าน ไม่คิดว่าจะถูกกลุ่มคนที่อ้างว่าเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เข้ามาจับกุมดำเนินคดีกับตน แต่ตนเองไม่รู้มาก่อนว่าภาพทลายการ์ตูนที่ตนซื้อมาตามท้องตลาดทั่วไปจะละเมิดลิขสิทธิ์ และทำให้ตนต้องถูกจับดังกล่าว   สำหรับในเรื่องนี้นายอุทัย ทะริยะ ยุติธรรม จ.กำแพงเพชร จะลงพื้นที่ไปที่บ้านของนางสาวคัคนางค์ เพื่อสอบสวนหาความจริง เพื่อจะได้ดำเนินการต่อไป     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/u7yKolpJjtI

 175
สังคม
10 พ.ย. 62

ฝ่าย กม.บริษัท ‘ประจักษ์’ หอบหลักฐานส่ง ตร. เผยเพิ่งถูกยกเลิกตัวแทนลิขสิทธิ์เมื่อ 6 พ.ย.

ความคืบหน้ากรณีแก๊งลิขสิทธิ์ ที่ก่อเหตุในลักษณะล่อซื้อกระทงละเมิดลิขสิทธิ์จากเด็กอายุ 15 ปี  ล่าสุด   นายนิยมศิลป์ ทองสุขดี ฝ่ายกฎหมาย บริษัทเวิร์ดลิเซก บริษัทของนายประจักษ์ โพธิธิผล นำเอกสารมามอบให้พนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด ยืนยันการรับมอบอำนาจเป็นผู้ดูแลลิขสิทธิ์การ์ตูน ริลัคคุมะในประเทศไทย และนำเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีเมล จากบริษัทที่ประเทศญี่ปุ่น ให้ยกเลิกสัญญา การว่าจ้างบริษัท เวิรด์ลิเซก ไม่ได้เป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ การ์ตูนลิระคูมะ ในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 6 พ.ย. 2562    การยกเลิกเช่นนี้ ทำให้นายประจักษ์ โพธิธิผล ซึ่งเป็นพนักงานของบริษัทนี้ที่ถือใบมอบอำนาจไปดำเนินการจับกุมที่ผ่านมา ก็ไม่มีสิทธิ์อีกต่อไป เฉพาะการ์ตูนริลัคคุมะ ส่วนลิขสิทธิ์อื่นๆ ยังไม่มีการยกเลิก    นายนิยมศิลป์ ระบุอีกว่า ขณะนี้นายประจักษ์ ไม่เครียดเมื่อรับทราบข่าว และพร้อมต่อสู้ทางคดี หากได้รับหมายเรียก หรือหมายจับ เพราะยืนยันในความบริสุทธิ์ใจ และมองว่าตนเองอาจตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่งเท่านั้น   ด้าน นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เดินทางไปปลอบขวัญ และให้กำลังใจน้องเอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี เด็กสาวที่ถูกตัวแทนลิขสิทธิ์ล่อซื้อจับกุมกระทงลวดลายการ์ตูนดัง ขณะที่น้องเอได้ประดิษฐ์กระทงที่ทำจากขนมปังกรอบให้ รมช.พาณิชย์เพื่อเป็นการขอบคุณ   นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในฐานะที่ตนกำกับดูแลกรมทรัพย์สินทางปัญญา จะได้นำเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นกรณีศึกษา เพื่อนำไปสู่การจัดระเบียบไม่ให้ตัวแทนลิขสิทธิ์เถื่อนอาศัยช่องว่างทางกฎหมายไปข่มขู่คนทำมาหากิน   โดยตนได้สั่งการให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาดึงสิ่งที่อยู่ในมุมมืดออกมาอยู่ในที่สว่าง เพราะประชาชนทั่วไปที่ต้องการทำมาค้าขาย ควรจะได้รับรู้ว่าจะสามารถผลิตกระทงหรือสินค้าอื่นใดเป็นรูปการ์ตูนลายไหนได้หรือไม่ได้บ้าง ซึ่งกระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างการเร่งรัดดำเนินการ และจะประกาศแนวทางจัดระเบียบตัวแทนลิขสิทธิ์ รวมถึงสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับลิขสิทธิ์การ์ตูนเพื่อป้องกันการล่อให้กระทำความผิด    เบื้องต้นก็ได้กำชับกรมทรัพย์สินทางปัญญาขอความร่วมมือ และกำหนดมาตรการให้ผู้เกี่ยวข้องยึดแนวทางปฏิบัติ โดยผู้รับมอบอำนาจ และผู้รับมอบอำนาจช่วง ต้องดำเนินการตามกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมาย และคำนึงถึงความเป็นธรรม รวมทั้งขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่ตำรวจในการพิจารณาให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะการตรวจสอบหนังสือมอบอำนาจของเจ้าของลิขสิทธิ์ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ โดยอาศัยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเด็กหรือเยาวชน   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/emaKLpRcfiE

 98
สังคม
09 พ.ย. 62

คดีพลิก! 'ประจักษ์' งานเข้าแล้ว บ.ญี่ปุ่น ยกเลิกสัญญาตัวแทนลิขสิทธิ์ 'ริลัคคุมะ'

บริษัทซานเอ๊ก ประเทศญี่ปุ่น ส่งจดหมายยกเลิกสัญญาตัวแทนลิขสิทธิ์การ์ตูน์ ริลัคคุมะ กับบริษัทเวอริเซ็ค ที่นายประจักษ์เป็นผู้ดูแล ด้านฝ่ายกฎหมายยืนยันประจักษ์ทำตามหน้าที่ เรื่องที่เกิดขึ้นมีคนอยู่เบื้องหลัง    ความคืบหน้าล่าสุด  ที่ สภ.ปากเกร็ด นายนิยมศิลป์ ทองสุขดี ฝ่ายกฎหมายบริษัทเวริดลิเซก ตัวแทนลิขสิทธิ์การ์ตูน ริลัคคุมะ เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด เพื่อนำเอกสารยืนยันการรับมอบอำนาจเป็นผู้ดูแลลิขสิทธิ์การ์ตูน ริลัคคุมะ ในประเทศไทย และนำเอกสารอิเล็กทรอนิกส์จากบริษัทที่ประเทศญี่ปุ่น ให้ยกเลิกสัญญาการว่าจ้างบริษัท เวอริเซ็ค ไม่ได้เป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ การ์ตูนริลัคคุมะ ในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่6 พย. 2562  ซึ่งการยกเลิกเช่นนี้ ทำให้ นายประจักษ์ โพธิผล พนักงานของบริษัทนี้ที่ถือใบมอบอำนาจไปดำเนินการจับกุมที่ผ่านมา ก็ไม่มีสิทธิ์อีกต่อไป    ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวเฉพาะการ์ตูน ริลัคคุมะ ส่วนลิขสิทธิ์อื่นๆ ยังไม่มีการยกเลิก โดย นายนิยมศิลป์ บอกว่า ขณะนี้นายประจักษ์ ไม่เครียดเมื่อรับทราบข่าว และพร้อมต่อสู้ทางคดี หากได้รับหมายเรียกหรือหมายจับ เพราะยืนยันในความบริสุทธิ์ใจ และมองว่าตนเองอาจตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่งเท่านั้น   

 256
สังคม
09 พ.ย. 62

เด้งแล้ว ผกก.เมืองโคราช เซ่น คดีแก๊งลิขสิทธิ์ ขณะที่รองผบ.ตร.ยันกระทงไม่เข้าข่ายละเมิด!

เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ที่ผ่านมา พล.ต.ท พูนทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3 ได้ลงนามในคำสั่งให้ พ.ต.อ.คเชนทร์ เสตะปุตตะ ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา ปฏิบัติหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า สำนักงานตำรวจภูธรภาค 3 นครราชสีมา เป็นเวลา 30 วัน และให้ พ.ต.อ.สนธยา แต่แดงเพชร รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา รักษาการในตำแหน่ง ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา จาการณี กลุ่มบุคคลแอบอ้างว่าได้รับมอบอำนาจช่วงจากบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ วางกลอุบายล่อซื้อแล้วจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ และจับกุมเด็กหญิง 15 ปี ล่อซื้อให้ทำกระทงลายการ์ตูนลิขสิทธิ์   ขณะที่ตลอดทั้งวันของวานนี้ ยังมีเสียหายทยอยเข้าแจ้งความอย่าต่อเนื่อง ยอดรวมผผู้สียหายเฉพาะในจ.นครราชสีมา มี 37 คน ถูกจับกุมในพื้นที่ สภ.เมือนคราชสีมา 27 ราย สภ.โพธิ์กลาง 8 ราย สภ.พิพาย 1ราย สภ.โชคชัย 1 ราย ในจำนวนนี้มี 17 รายที่ถูกล่อซื้อสิ้นค้าลิขสิทธิ์การตูนโดราเอม่อน   โดยพนักงานสอบสวนเร่งรวบรวมหลัฐานเพื่อที่จะขอศาลออกหมายจับ ขณะที่คาดว่าสัปดาห์หน้าคดีจะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น    ด้าน พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ได้พูดคุยกับตัวแทนบริษิท ที.อ.ซี.คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้รับการยืนยันจากทางบริษัทแล้วว่า ลายการ์ตูนบนกระทงที่นายประจักษ์ โพธิ์ผล ล่อซื้อจากเด็กหญิงวัย 15 ปี เป็นแค่ลายการ์ตูนหมีทั่วไป ที่ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า คุมะ ไม่ใช่ลายริลัคคุมะแต่อย่างใด จึงทำให้ไม่ผิดกฎหมายลิขสิทธิ์ ส่วนกรณีที่นายประจักษ์อ้างว่าเป็นพนักงานของบริษัท เวอริเช็ค ที่มีอำนาจในการจับกุมลิขสิทธิ์ริลัคคุมะนั้น ทางบริษัทซานเอ็กซ์ ที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ที่ญี่ปุ่น ก็ได้ยืนยันเช่นกันว่า มีการยกเลิกสัญญาบริษัทเวอริเช็คแล้วก่อนหน้านั้น ซึ่งหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เรียกตัวนายประจักษ์ฯ มาสอบปากคำและดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายโดยเร็ว         รับชมผ่านยูทูบได้ที่ :  https://youtu.be/_iqPrH-BLKA    

 257
สังคม
07 พ.ย. 62

เหยื่อล่อซื้อลิขสิทธิ์การ์ตูนที่โคราช เข้าแจ้งความเพิ่ม - สาวโอดหาเงินรักษามะเร็งลูก กลับต้องมาโดนรีดทรัพย์

กลุ่มผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการถูกล่อซื้อลิขสิทธิ์ลายการ์ตูน ใน จ. นครราชสีมา เข้าแจ้งความ 38ราย ส่วนใหญ่ถูกข่มขู่ให้จ่ายเงินเพื่อแลกกับการถอนแจ้งความ ตำรวจคาดว่ามีขบวนการซื้อขายใบมอบอำนาจไปแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ และขยายผลตั้งคณะกรรมการสอบตำรวจมีส่วนสนับสนุนหรือ สติ๊กเกอร์ชื่อเล่น ตกแต่งด้วยรูปการ์ตูน เป็นอาชีพเสริม ที่ครอบครัวของสามีภรรยาคู่นี้ เพิ่งโพสต์ครั้งแรก เพื่อหาเงินซื้อนมให้กับลูกที่เพิ่งคลอด และก็ดีใจที่มีคนติดต่อเข้ามาเจ้าแรก โดยระบุว่าให้เขียนชื่อเล่น ซึ่งล้วนเป็นชื่อของคนในกลุ่มที่อ้างเป็นตัวแทนจับลิขสิทธิ์ และมีลายสติ๊กเกอร์โดเรม่อน ตามสั่งจำนวน 20ชุด แตเมื่อไปส่งกลับถูกล็อตตัวทั้งครอบครัว พร้อมลูกน้อย พูดบีบให้จ่ายเงินภายใน 2ชม. คนเดียว 5หมื่น 2คนก็1แสนบาท ถ้าไม่มีจ่ายจะถูกเข้าห้องขัง ด้วยความกดดันเพราะกลัวลูกเห็น จึงขอลดลงเหลือ 7หมื่น ซึ่งคนอ้างเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์อ้างว่ามีตำรวจร่วมอยู่ในทีมด้วย จึงหมดหวังจะถูกปล่อยตัวโดยง่าย จึงให้พี่ชายไปกู้นายทุนดอกเบี้ยรายวันมาจ่าย ขณะนี้ทำงานใช่หนี้เงินกู้ แทบไม่มีเงินซื้อนมให้ลูก ทีมที่อ้างเป็นตัวแทนจับลิขสิทธิ์จะเหมารวมทุกคน หากมีคนมาส่งสินค้าด้วยอีกคนจะตกเป็นผู้ต้องหาให้การสนับสนุนไปทันทีถูกเรียกจ่ายเงินราคาอย่างต่ำ 5หมื่นเท่ากัน ขณะที่สองสามีภรรยาคู่นี้ ทำช่อดอกไม้ขาย พอโพสต์ขายก็มีผู้หญิง แชทมาสั่งทำช่อดอกไม้เจาะจงลายการ์ตูนที่มีลิขสิทธิ์เท่านั้น ดีใจที่มีคนสั่งเช่นกันเพราะจะนำเงินไปรักษาลูกป่วยเป็นมะเร็ง ต้องให้คีโม แต่เมื่อนำสินค้าไปส่งก็ตกใจเพราะถูกชายฉกรจ์ล้อมจับส่งโรงพัก และยังถูกกรรโชกทรัพย์ ขณะอยู่บนโรงพัก จะบ่ายเบี่ยงไม่จ่ายก็กลัวถูกจับ เพราะเป็นสถานีตำรวจ เงินที่จะเก็บไปรักษาลูกป่วยเป็นมะเร็งจึงต้องนำมาจ่ายให้ค่าลิขสิทธิ์กับคนกลุ่มนี้ ขณะที่อีกรายลูกสาวถูกจับ ถูกขู่ว่าหากไม่ไกล่เกลี่ยจ่ายเงินขั้นต่ำ5หมื่นก็จะมีประวัติ ถูกพิมพ์ลายนิ้วมือ แต่มารดาสังเกตเห็นความไม่ชอบมาพากล เพราะลูกสาวลงโพสต์ขายกระทงครั้งแรกก็มีผู้หญิงเข้ามาสั่งเจาะจงลายการ์ตูนทันที จึงไม่ยอมจ่าย ยอมให้ตร. ดำเนินคดี ยอมถูกพิมพ์ลายนิ้วมือ ผ่านมา1สัปดาห์ มีคนกลุ่มเดิมโทรมาขอ2หมืน แลกกับถอนแจ้งตวาม แต่ตนไม่มีเงิน คนกลุ่มนั้นก็พูดว่าเรื่องจะยืดเยื้อ ยุ่งยาก จ่ายเงินมาดีกว่าแต่ตนบอกให้ดำเนินคดีไปเลย พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบหลักฐานใบอนุญาตของตัวแทนลิขสิทธิ์ว่าได้รับมอบอำนาจจริงหรือไม่ ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของผู้มอบอำนาจมาหรือไม่ ก่อนที่จะดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด อย่างน้อย3คนขณะที่ในส่วนของตำรวจขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องว่า มีใครเกี่ยวข้องหรือมีส่วนสนับสนุนหรือไม่ มีการมาแอบอ้างแจ่งความเท็จกับตร หรือไม่. โดยวันนี้ที่จ. นครราชสีมามี ผู้มาแจ้งความทั้งหมด 38รายส่วนใหญ่เป็นนร.และแม่ลูกอ่อน

 114
สังคม
07 พ.ย. 62

ตัวแทนลิขสิทธิ์การ์ตูน แถลงปัดเอี่ยวล่อซื้อกระทง 'ประจักษ์' โต้นำเด็กเข้าห้องมืดเซ็นรับสารภาพ ลั่น "เด็กแตะต้องไม่ได้หรอ?"

จากกรณีเด็กหญิงวัย 15 ปี ถูกตัวแทนลิขสิทธิ์ล่อซื้อจับกุมกระทงขนมปังละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะประดิษฐ์กระทงขายโดยติดรูปตัวการ์ตูนดัง จากนั้นได้นำตัวไปที่ สภ.เมืองนครราชสีมา เข้าห้องมืดบังคับให้เซ็นรับสารภาพ ก่อนถูกเรียกเงินค่าปรับ 50,000 บาท เพื่อเป็นการไกล่เกลี่ยแลกกับการไม่ต้องติดคุก แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเจรจาให้จนกระทั่งตกลงจ่ายค่าปรับ 5,000 บาท   วานนี้ (6 พ.ย.) นายประจักษ์ โพธิผล อายุ 56 ปี ผู้ที่แจ้งความร้องทุกข์จับกุมเด็กหญิงอายุ 15 ปี ในคดีขายกระทงการ์ตูนละเมิดลิขสิทธิ์  นำหนังสือมอบอำนาจจากบริษัท เวอร์ริเช็ค จำกัด มาโชว์ต่อผู้สื่อข่าวโดยอ้างว่า บริษัทที่ตนเองทำงานอยู่ได้รับมอบอำนาจจากบริษัท พอส์ อิงค์ จำกัด และ บริษัท ซาน เอ็กซ์ จำกัด เจ้าของลิขสิทธิ์ในประเทศญี่ปุ่นให้กวดขันและปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ในประเทศไทย    ส่วนที่บริษัท ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ ชี้แจงว่าไม่ได้มอบหมายให้ผู้ใดเข้าจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์นั้น เนื่องจากบริษัทดังกล่าวเป็นฝ่ายดูแลการจัดจำหน่าย เป็นเพียงตัวแทนลิขสิทธิ์ในประเทศไทย ไม่ได้มีหน้าที่ในการปราบปรามอย่างบริษัทตนเอง โดยบริษัท เวอริเซ็ค จำกัด ที่ตนเป็นพนักงานนั้น เป็นฝ่ายปราบปรามโดยตรงที่ได้รับมอบอำนาจจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งตนได้รับมอบหมายให้ดำเนินการด้านลิขสิทธิ์ถูกต้อง   พร้อมระบุว่าก่อนเข้าจับกุมเด็กหญิงคนดังกล่าว ได้โพสต์รูปกระทงที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ลงเฟซบุ๊ก ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา และมีคนสั่งซื้อ ก่อนที่นายนัน ซึ่งเป็นทีมงานจะเห็นจึงติดต่อไปในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน โดยทางบริษัทมีทีมงานที่คอยติดตามผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ในโซเชียลจึงเดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ และได้มีการติดต่อให้ส่งมอบของในตัวเมือง จ.นครราชสีมา   ทั้งนี้พบว่าเด็กหญิงวัย 15 ปี ถือถุงกระทงมา จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน พร้อมของกลาง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในเหตุการณ์ตลอดเวลา  แต่เมื่อพบว่าเป็นเด็กและผู้ปกครองขอเจรจาไกล่เกลี่ยจึงยอมถอนแจ้งความโดยให้เสียค่าเสียหายในการเจรจาไกล่เกลี่ยเป็นเงิน 5,000 บาท   ส่วนที่ถูกกล่าวหาว่าตัวแทนบริษัทเรียกเงินจำนวน 50,000 บาท ตนแค่แจ้งให้ทราบ ตาม พ.ร.บ ลิขสิทธิ์ มีโทษปรับตั้งแต่ 50,000 บาท ถึง 400,000 บาท จำคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 2 ปี ซึ่งพยายามอธิบายเรื่องของกฎหมายให้ฟังแต่ถูกตีความในทางที่ผิดและเข้าใจคลาดเคลื่อน ซึ่งแท้ที่จริงแล้วไม่ใช่ตามที่เป็นข่าว   “ผมไม่ได้เป็นคนสั่งซื้อน้องเป็นคนโพสต์ขายกระทงลายการ์ตูนเอง ผมพูดจริง ผมจึงต้องออกมาปกป้องสิทธิของทางบริษัท เด็กแตะต้องไม่ได้หรอ แบบนั้นเด็กก็ไปทำความผิดกันหมด ไม่ได้จับเด็กเข้าห้องมืดบังคับให้เซ็นรับสารภาพ   ซึ่งห้องที่สอบสวนเป็นห้องประชุมและไม่มีการบังคับให้จ่ายเงิน  ผมจึงได้ถอนความร้องทุกข์  ถ้าผมไม่สงสารเด็ก ผมไม่ถอนแน่นอน”     นอกจากนี้ตนไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวกับตำรวจชุดจับกุมรวมถึงพนักงานสอบสวนด้วย แต่เพราะคู่กรณีได้มีการโพสต์ขายมานานแล้วจึงต้องแจ้งความให้ตำรวจจับกุม และที่ผ่านมาได้มีการจับกุมทั้งรายใหญ่และรายย่อย ยอมรับว่าการเข้าจับกุมแต่ละครั้งจะได้รางวัลนำจับแต่ไม่ขอเปิดเผยในรายละเอียด   ถามนายประจักษ์ว่า ได้รางวัลนำจับจากทางบริษัทเท่าไหร่ กี่เปอร์เซ็นต์  ได้ถึง 50% มั้ย ทางนายประจักษ์ตอบว่า ถ้าผมได้ขนาดนั้นผมรวยไปแล้ว คุณไม่ต้องมาถามหรอกว่าผมได้เท่าไหร่ แต่ดำเนินการทางกฎหมายทั้งรายใหญ่และรายย่อย เมื่อถามถึงความสัมพันธ์ของนายประจักษ์กับนายนัน โดยนายประจักษ์เผยว่ารู้จักกัน เขาทำงานกับอีกบริษัทหนึ่งแค่ประสานงานกัน  เตรียมสู้คดีหากมีการแจ้งความข้อหากรรโชกทรัพย์ ใครจะแจ้งความก็เชิญ   ด้านบริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะตัวแทนลิขสิทธิ์ของบริษัท San-X ประเทศญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 3 มีข้อความดังนี้   บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะตัวแทนลิขสิทธิ์ของบริษัท San-X ประเทศญี่ปุ่น อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตามที่ปรากฏในคำแถลงการณ์ฉบับที่ 1 และ 2 แล้วนั้น   ขณะนี้ เนื่องจากมีข้อมูลข่าวสารซึ่งอาจทำให้เกิดความสงสัยหรือสับสนต่อสาธารณชนโดยทั่วไป บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) ขอยืนยันว่า ทางบริษัทฯ มิได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งขณะนี้ทางฝ่ายบริหาร ฝ่ายกฎหมาย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของบริษัท กำลังทำงานอย่างหนักในการรวบรวมข้อมูลและหลักฐานต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องชัดเจนที่สุด เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมาย ผู้เสียหายเป็นเยาวชน และเป็นเรื่องราวที่สังคมให้ความสนใจ   ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอยืนยันว่าไม่มีนโยบายเรียกรับเงิน ไม่ได้มีรายได้มาจากการจับลิขสิทธิ์ผิดกฎหมาย และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามข่าวแต่อย่างใด บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะดำเนินการอย่างถูกต้องและเป็นธรรม โดยยึดหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี   จึงเรียนมาเพื่อทราบ ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) HOT LINE โทร. 02-717-2898 #77 ประกาศ ณ วันพุธที่ 6 พฤศจิกายน 2562 เวลา 15:00 น.       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/-Qyw18opo30  

 18,221
สังคม-อาชญากรรม
07 พ.ย. 62

ตัวแทนลิขสิทธิ์การ์ตูน แถลงปัดเอี่ยวล่อซื้อกระทง 'ประจักษ์' โต้นำเด็กเข้าห้องมืดเซ็นรับสารภาพ ลั่น "เด็กแตะต้องไม่ได้หรอ?"

จากกรณีเด็กหญิงวัย 15 ปี ถูกตัวแทนลิขสิทธิ์ล่อซื้อจับกุมกระทงขนมปังละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะประดิษฐ์กระทงขายโดยติดรูปตัวการ์ตูนดัง จากนั้นได้นำตัวไปที่ สภ.เมืองนครราชสีมา เข้าห้องมืดบังคับให้เซ็นรับสารภาพ ก่อนถูกเรียกเงินค่าปรับ 50,000 บาท เพื่อเป็นการไกล่เกลี่ยแลกกับการไม่ต้องติดคุก แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเจรจาให้จนกระทั่งตกลงจ่ายค่าปรับ 5,000 บาท   วานนี้ (6 พ.ย.) นายประจักษ์ โพธิผล อายุ 56 ปี ผู้ที่แจ้งความร้องทุกข์จับกุมเด็กหญิงอายุ 15 ปี ในคดีขายกระทงการ์ตูนละเมิดลิขสิทธิ์  นำหนังสือมอบอำนาจจากบริษัท เวอร์ริเช็ค จำกัด มาโชว์ต่อผู้สื่อข่าวโดยอ้างว่า บริษัทที่ตนเองทำงานอยู่ได้รับมอบอำนาจจากบริษัท พอส์ อิงค์ จำกัด และ บริษัท ซาน เอ็กซ์ จำกัด เจ้าของลิขสิทธิ์ในประเทศญี่ปุ่นให้กวดขันและปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ในประเทศไทย    ส่วนที่บริษัท ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ ชี้แจงว่าไม่ได้มอบหมายให้ผู้ใดเข้าจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์นั้น เนื่องจากบริษัทดังกล่าวเป็นฝ่ายดูแลการจัดจำหน่าย เป็นเพียงตัวแทนลิขสิทธิ์ในประเทศไทย ไม่ได้มีหน้าที่ในการปราบปรามอย่างบริษัทตนเอง โดยบริษัท เวอริเซ็ค จำกัด ที่ตนเป็นพนักงานนั้น เป็นฝ่ายปราบปรามโดยตรงที่ได้รับมอบอำนาจจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งตนได้รับมอบหมายให้ดำเนินการด้านลิขสิทธิ์ถูกต้อง   พร้อมระบุว่าก่อนเข้าจับกุมเด็กหญิงคนดังกล่าว ได้โพสต์รูปกระทงที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ลงเฟซบุ๊ก ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา และมีคนสั่งซื้อ ก่อนที่นายนัน ซึ่งเป็นทีมงานจะเห็นจึงติดต่อไปในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน โดยทางบริษัทมีทีมงานที่คอยติดตามผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ในโซเชียลจึงเดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ และได้มีการติดต่อให้ส่งมอบของในตัวเมือง จ.นครราชสีมา   ทั้งนี้พบว่าเด็กหญิงวัย 15 ปี ถือถุงกระทงมา จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน พร้อมของกลาง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในเหตุการณ์ตลอดเวลา  แต่เมื่อพบว่าเป็นเด็กและผู้ปกครองขอเจรจาไกล่เกลี่ยจึงยอมถอนแจ้งความโดยให้เสียค่าเสียหายในการเจรจาไกล่เกลี่ยเป็นเงิน 5,000 บาท   ส่วนที่ถูกกล่าวหาว่าตัวแทนบริษัทเรียกเงินจำนวน 50,000 บาท ตนแค่แจ้งให้ทราบ ตาม พ.ร.บ ลิขสิทธิ์ มีโทษปรับตั้งแต่ 50,000 บาท ถึง 400,000 บาท จำคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 2 ปี ซึ่งพยายามอธิบายเรื่องของกฎหมายให้ฟังแต่ถูกตีความในทางที่ผิดและเข้าใจคลาดเคลื่อน ซึ่งแท้ที่จริงแล้วไม่ใช่ตามที่เป็นข่าว   “ผมไม่ได้เป็นคนสั่งซื้อน้องเป็นคนโพสต์ขายกระทงลายการ์ตูนเอง ผมพูดจริง ผมจึงต้องออกมาปกป้องสิทธิของทางบริษัท เด็กแตะต้องไม่ได้หรอ แบบนั้นเด็กก็ไปทำความผิดกันหมด ไม่ได้จับเด็กเข้าห้องมืดบังคับให้เซ็นรับสารภาพ   ซึ่งห้องที่สอบสวนเป็นห้องประชุมและไม่มีการบังคับให้จ่ายเงิน  ผมจึงได้ถอนความร้องทุกข์  ถ้าผมไม่สงสารเด็ก ผมไม่ถอนแน่นอน”     นอกจากนี้ตนไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวกับตำรวจชุดจับกุมรวมถึงพนักงานสอบสวนด้วย แต่เพราะคู่กรณีได้มีการโพสต์ขายมานานแล้วจึงต้องแจ้งความให้ตำรวจจับกุม และที่ผ่านมาได้มีการจับกุมทั้งรายใหญ่และรายย่อย ยอมรับว่าการเข้าจับกุมแต่ละครั้งจะได้รางวัลนำจับแต่ไม่ขอเปิดเผยในรายละเอียด   ถามนายประจักษ์ว่า ได้รางวัลนำจับจากทางบริษัทเท่าไหร่ กี่เปอร์เซ็นต์  ได้ถึง 50% มั้ย ทางนายประจักษ์ตอบว่า ถ้าผมได้ขนาดนั้นผมรวยไปแล้ว คุณไม่ต้องมาถามหรอกว่าผมได้เท่าไหร่ แต่ดำเนินการทางกฎหมายทั้งรายใหญ่และรายย่อย เมื่อถามถึงความสัมพันธ์ของนายประจักษ์กับนายนัน โดยนายประจักษ์เผยว่ารู้จักกัน เขาทำงานกับอีกบริษัทหนึ่งแค่ประสานงานกัน  เตรียมสู้คดีหากมีการแจ้งความข้อหากรรโชกทรัพย์ ใครจะแจ้งความก็เชิญ   ด้านบริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะตัวแทนลิขสิทธิ์ของบริษัท San-X ประเทศญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 3 มีข้อความดังนี้   บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะตัวแทนลิขสิทธิ์ของบริษัท San-X ประเทศญี่ปุ่น อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตามที่ปรากฏในคำแถลงการณ์ฉบับที่ 1 และ 2 แล้วนั้น   ขณะนี้ เนื่องจากมีข้อมูลข่าวสารซึ่งอาจทำให้เกิดความสงสัยหรือสับสนต่อสาธารณชนโดยทั่วไป บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) ขอยืนยันว่า ทางบริษัทฯ มิได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งขณะนี้ทางฝ่ายบริหาร ฝ่ายกฎหมาย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของบริษัท กำลังทำงานอย่างหนักในการรวบรวมข้อมูลและหลักฐานต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องชัดเจนที่สุด เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมาย ผู้เสียหายเป็นเยาวชน และเป็นเรื่องราวที่สังคมให้ความสนใจ   ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอยืนยันว่าไม่มีนโยบายเรียกรับเงิน ไม่ได้มีรายได้มาจากการจับลิขสิทธิ์ผิดกฎหมาย และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามข่าวแต่อย่างใด บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะดำเนินการอย่างถูกต้องและเป็นธรรม โดยยึดหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี   จึงเรียนมาเพื่อทราบ ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) HOT LINE โทร. 02-717-2898 #77 ประกาศ ณ วันพุธที่ 6 พฤศจิกายน 2562 เวลา 15:00 น.       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/-Qyw18opo30  

 18,221
สรุปข่าว
07 พ.ย. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 7 พ.ย.62 ปิดฉากไล่ล่า3นักโทษแหกคุก-ตู้โชว์ล้มทับเด็กเจ็บ-ลูกกลับคำคดีพ่อลากศพแม่ไปฝัง

-ระดมกำลังไล่ล่า รุมประณามกลุ่มความไม่สงบภาคใต้ คนร้ายบุกยิงถล่มฐานจุดตรวจร่วมสะเดา จ.ยะลา ฆ่าหมู่ 15 ศพ เจ็บ 4 คน คนรอดเล่าเหตุการณ์เห็นเพื่อนถูกยิงตายต่อหน้า ทุกคนในป้อม ชรบ.ได้ใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้ จนกระสุนปืนหมดทุกกระบอก ต้องแกล้งตายเพื่อไม่ให้ถูกยิงซ้ำ คนร้ายยังปลดปืน จนท.ก่อนหลบหนี   หนึ่งในผู้สูญเสียทั้งพ่อและแม่บอก พ่อแม่เสียสละทำหน้าที่อย่างที่ดีที่สุดแล้ว แม้เสียใจแต่ก็ภูมิใจ แม่ทัพภาค 4 ระบุคนร้ายหวังสร้างข่าวให้ตื่นตระหนก ทำร้ายผู้บริสุทธิ์มากที่สุดในรอบหลายปี ผบ.ตร.บินด่วนตรวจจุดเกิดเหตุ เชื่อคนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 10 คน คาด 1-2 วันรู้ตัว ตอนนี้คุมตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 1 คน นายกฯประณามคนร้าย สั่งเยียวยาผู้บาดเจ็บเต็มที่ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ประณามเหตุบุกยิงถล่มป้อม ชรบ.ยะลา ดับ 15 ศพ ผู้รอดชีวิตเล่าเพื่อนถูกยิงตายต่อหน้า สิ้นเสียงปืนต้องแกล้งตาย   -ปิดฉากไล่ล่า 3 นักโทษแหกคุกจากศาลพัทยา จนมุมที่ป่าอ้อย จ.สระแก้ว นายหน่อย 1ในนักโทษขอเข้ามอบตัว พร้อมหญิงสาว 2 คนที่พาหนี ห่างไป 700 ม.เกิดเหตุระทึก พบนายบาร์ต ชาวอเมริกันจับภรรยาชาวไทยที่เป็นนักโทษด้วยกันเนตัวประกัน ก่อนยิงเมียเจ็บ และยิงขมับตัวเองหวังหนีความผิดแต่เจ็บสาหัส อาการเป็นตายเท่ากัน เร่งขยายผลกลุ่มช่วยหลบหนีอีก 10 คน ด้านแม่นายหน่อยเบาใจลูกไม่ถูกวิสามัญ อยู่ในคุกก็ยังดีกว่า อย่างน้อยก็ไม่นอนตายเหมือนหมาข้างถนน   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ปิดฉากล่า 3 นักโทษแหกคุกศาลพัทยา มอบตัว 1 ส่วนนักโทษฝรั่งยิงเมียเจ็บสาหัส ก่อนจ่อขมับตัวเองแต่ไม่ตาย    -บริษัทตัวแทนลิขสิทธิ์การ์ตูนกระทงเด็ก 15 ถูกล่อซื้อ ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 3 ยันไม่มีนโยบายเรียกรับเงิน ไม่ได้มีรายได้จากการจับลิขสิทธิ์ผิดกฎหมาย และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อรวบรวมข้อมูลหลักฐาน ด้านประจักษ์ ผู้แจ้งความจับเด็ก โชว์หนังสือ ลั่นได้รับมอบอำนาจจากบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์จากญี่ปุ่น ปัดนำตัว ด.ญ.วัย 15 เข้าห้องมืดบังคับเซ็นรับสารภาพ ยันทำถูกต้อง เพราะเด็กโพสต์ขายเอง เตรียมสู้คดีหากมีการแจ้งความข้อหากรรโชกทรัพย์ โต้กลับเด็กแตะต้องไม่ได้หรอ   ส่วนเด็กสาววัย 15 เหยื่อล่อซื้อกระทงเข้าแจ้งความเอาผิดกลุ่มตัวแทนลิขสิทธิ์ฐานร่วมกันกรรโชกทรัพย์แล้ว ขณะที่มีเหยื่ออีกกว่า 20 ราย รวมตัวกันเข้าให้ข้อมูลกับสภาทนายความ แต่ละคนโดนกันตั้งแต่หลักพัน-แสน รองผบ.ตร.ลั่นจะหยุดยั้งขบวนการกรรโชกทรัพย์โดยใช้ลิขสิทธิ์บังหน้า ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ตัวแทนลิขสิทธิ์การ์ตูน แถลงปัดเอี่ยวล่อซื้อกระทง 'ประจักษ์' โต้นำเด็กเข้าห้องมืดเซ็นรับสารภาพ ลั่น "เด็กแตะต้องไม่ได้หรอ?"   -สภาผู้แทนราษฎร ยังไม่พิจารณาญัตติตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ รอไปพิจารณาสัปดาห์หน้า ขณะที่การเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นประธานกรรมาธิการ ยังไม่ได้รับการตอบรับจากพรรคพลังประชารัฐ ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ บอกว่า พรรคร่วมรัฐบาลยังต้องพูดคุยกันก่อน   ขณะที่มีรายงานล่าสุดว่า แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ตัดสินใจจะเสนอชื่อนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ เข้าชิงตำแหน่งประธานกรรมาธิการศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดย ส.ส.พรรคพลังประชารัฐส่วนใหญ่เห็นว่า ประธานกรรมาธิการควรเป็น ส.ส.และมาจากพรรคแกนนำรัฐบาล เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับการแก้รัฐธรรมนูญ และการได้คนกลางอย่างรองประธานสภา มาเป็นประธานเพื่อไม่ให้เกิดความแตกแยกในสังคมด้วย   -พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียาเวช หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ โต้ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี ที่ประกาศจะเข้ามาเป็นกรรมาธิการ สั่งสอน ส.ส.สมัยแรกที่กร่างและบ้าอำนาจ     ด้านปารีณาย้ำตั้งใจเข้าไปตรวจสอบกรรมาธิการชุดนี้ใช้อำนาจ กมธ.เกินขอบเขต อยากให้วางตัวให้เกียรติคนอื่น พูดจาให้นุ่มนวลลง จะเสนอตรวจสอบจัดซื้อ จยย.ไทเกอร์ สมัยที่เสรีพิศุทธ์ เป็น ผบ.ตร.ด้วย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'เสรีพิศุทธ์' โต้กลับ 'ปารีณา' ลั่นเป็น กมธ.สั่งสอน ส.ส.สมัยแรกกร่างบ้าอำนาจ    -กนง.เสียงแตก มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง หั่นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เหลือ 1.25% ต่ำสุดตั้งแต่เกิดวิฤตเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์ปี 2009 เมื่อ 10 ปีก่อน หลังเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมิน และต่ำกว่าศักยภาพมากขึ้น จากการส่งออกที่ลดลง เริ่มกระทบการจ้างงาน การท่องเที่ยวและการลงทุนชะลอตัวลง เงินเฟ้อต่ำกว่ากรอบ 2 ปีซ้อน ธนาคารพาณิชย์ขานรับพร้อมปรับลดดอกเบี้ยเงินฝาก-เงินกู้ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : กนง.มีมติ 5:2 เสียง หั่นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เหลือ 1.25% ต่ำสุดตั้งแต่เกิดวิฤตเแฮมเบอร์เกอร์ปี 2009     -ดีเอสไอเปิด 11 จุดสอบปากคำผู้เสียหายจากคดีแชร์แม่มณี หลังรับแชร์แม่มณีเป็นคดีพิเศษ นัดหมาย 11-22 พ.ย.นี้ ล่าสุดจับผู้ต้องเพิ่มอีก 1 คน รวม 5 คน ยึดเงินสด เพิ่มอีกเป็นจำนวน 5,500,000 บาท ทองรูปพรรณรวมหนัก 10 บาท และแหวนเพชร 2 วง คาดออกหมายจับเพิ่มอีก 1-2 คน  ส่วนแม่มณีและสามีปรับตัวในเรือนจำได้ดี ไม่เครียด แข็งแรงไร้โรคประจำตัว และไม่พบการตั้งครรภ์ ตรวจโดยชุดทดสอบการตั้งครรภ์ และจะพาไปตรวจอย่างละเอียดที่รพ.แต่แม่มณีไม่ไป   ส่วนแชร์แม่มิ้ง เท้าแชร์บ้านน้องปริมพารวย เข้ามอบตัว หลังโดนกดดันหนัก เหยื่อแชร์เกือบ 400 คน เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองสุพรรณบุรี มูลค่าเสียหายเกือบ 100 ล้าน แม่มิ้งถูกคุมตัวสอบเค้น ยังปฏิเสธทุกข้อหา ร่ำไห้ขอโทษเหยื่อ บอกไม่ได้หนี แค่ไปตั้งหลัก ไม่ขอยื่นประกันตัว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ตรวจแล้ว 'แม่มณี' ไม่ได้ท้อง อยู่คุกไม่เครียด จ่อออกหมายจับเพิ่มตัวการใหญ่ 'มะนาว' แชทด่าลูกทีมเดือดโลภเอง / 'แม่มิ้ง' มอบตัวไม่ขอประกัน หวั่นถูกลูกแชร์เช็คบิล เปิดบัญชีไร้เงิน-ทรัพย์สินมีค่า    -คืบหน้าเหตุสลดใจ พ่อลากศพแม่ไปฝัง ลูกชายเห็นแต่เก็บเป็นความลับตลอด 2 ปี  ช็อกซ้ำสอง ลูกชายกลับคำ พ่อไม่ได้ฆ่า แต่แม่เมาตายเอง พร้อมเผยความจริงเพิ่มบอก ตัวเองช่วยกับพ่อเอาศพไปฝัง เพราะแม่เป็นลมตาย แต่ไม่มีเงิน พ่อครวญทำไมลูกไม่พูดความจริง ก่อนที่ลูกจะยอมกลับคำ     -จับแล้ว ปู่ฤาษีข่มขืนลูกสาววัย 15 ปีในสำนักสงฆ์บึงกาฬ เจอ 3 ข้อหาหนัก ตำรวจคัดค้านประกัน สลดเปิดไดอารี่ ด.ญ. ถูกพ่อฤาษีขืนใจ จำนวน 4 แผ่น ทั้งการเรียนหนังสือได้เกรด 4.00 เป็นที่ 1 ของห้องมาโดยตลอด จนจบชั้น ป.6 พอขึ้นมัธยมก็รักษาเกรดตัวเองอย่างดีไม่เคยด้อยลงเลย ระบุถูกพ่อตนเอง ที่เรียกว่าปู่ฤาษี ข่มขืนจนเป็นกามโรคถึง 3 ครั้ง แต่ปู่จะทำร้ายร่างกายหากไปบอกคนอื่น ป้าเด็กวอนดำเนินคดีถึงที่สุด รวมถึงสองผัวเมีย ชาว อ.ชุมแพ ซึ่งเป็นน้องสาวของฤาษีชื่อ บัติ ที่มาลักพาตัวหลานสาวตัวเองไปให้พ่อที่เป็นฤาษี โดยอ้างว่า พ่อป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายใกล้เสียชีวิต ยันไม่ได้ใส่ร้ายใคร ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : จับแล้วปู่ฤๅษีข่มขืนลูกสาววัย 15 เจอ 3 ข้อหาหนัก ป้าเปิดไดอารี่เด็กเล่าถูกชำเรา จนเป็นกามโรค-ตั้งครรภ์   -หวิดสลด พ่อแม่สั่งตู้โชว์มาติดตั้งไม่ทันข้ามวัน แต่เกิดหตุตู้ล้มทับลูก 2 คน ได้รับบาดเจ็บ เผยลูกดีใจรีบเข้าไปดูตู้โชว์เลโก้ที่ซื้อมาใหม่ ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ตู้ล้มทับลูกทั้ง 2 คน จนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย บริษัทเจ้าของตู้บอกคนติดตั้งไม่ได้ติดน็อตยึดผนัง พร้อมรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลให้ทั้งหมด แต่พ่อแม่ไม่รับข้อเสนอดังกล่าว และได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.เมืองภูเก็ตแล้ว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : หวิดสลด! สั่งตู้โชว์ติดตั้งในบ้านไม่ทันข้ามวัน ล้มทับลูก 2 คนเจ็บ เหตุคนติดตั้งไม่เจาะผนังยึดน็อตให้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kYWZR0orCXc  

 11,494
สังคม-อาชญากรรม
05 พ.ย. 62

ล่อจับลิขสิทธิ์! เด็กวัย 15 เปิดรับออเดอร์ทำกระทง เจอลูกค้าสั่งลายการ์ตูน นำไปส่งถูกจับละเมิดลิขสิทธิ์

นครราชสีมา - กรณีสมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งระบุว่า โดนล่อจับลิขสิทธิ์ หลังจากมีคนโทรมาสั่งให้ทำกระทง กับเด็กหญิงวัย 15 ปี ซึ่งหารายได้เสริม โดยคนสั่งจ่ายเงินมัดจำ 200 บาท แต่หลังจากนำกระทงไปส่งตามที่สั่งเอาไว้ แต่กลับโดนจับกุม พร้อมเรียกเงิน 50,000 บาท เพื่อไม่ต้องโดนจำคุก   โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า “ท่านๆทั้งหลายที่มีหน้าตรวจจับลิขสิทธิ์ตรงนี้รู้ว่าคือหน้าที่แต่เกินไปมั้ยค่ะคุณโทรไปสั่งให้เด็กทำสินค้าตัวนี้ #เน้นตัวนี้แล้วโอนเงินมัดจำมา 200 บ. นัดรับของ..แล้วมาจับกุมเขาและโทรบอกผู้ปกครองว่าถ้าไม่จ่ายต้องติดคุกพร้อมเรียกเงิน 50,000 บ.ไม่งั้นติดคุก 2 ปี   เด็กเขาอยากทำกระทงขายเพื่อมีรายได้ด้วยความภาคภูมิใจที่ไม่ขอเงินพ่อแม่ดีกว่าไปทำอย่างอื่นที่ไม่ดีต่อสังคมแต่ผลตอบรับกลับมาเด็กอายุ15เจอสิ่งที่ทำให้เขาหวาดกลัวและตกใจมาก…และในอนาคตภายภาคหน้าเด็กเหล่านี้เขาจะไว้ใจอะไรในสังคมนี้บ้าง   กลุ่มคนพวกนี้กำลังกำลังทำวิธีส่องเฟสและล่อซื้อและจะเจอเหมือนกับเด็กคนนี้และอีกหลายคนที่โดนอยุ่…. #เตือนกันนะคะ…” ทั้งนี้ พบว่ากระทงราคาเพียง 17 บาท โดยสั่งทำเป็นจำนวนเงิน 500 บาท และจ่ายมัดจำ 200 บาท โดยระบุว่า คนที่โทรมาสั่งระบุว่าต้องเป็นลายนี้เท่านั้น จะทำลายอื่นให้ก็ไม่เอา สุดท้ายก็โดนจับดังกล่าว และเสียค่าปรับไปจำนวน 5,000 บาท   วานนี้ (4 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านพัก ของครอบครัวของน้องเอ (นามสมมติ) เด็กหญิงวัย 15 ปีที่ถูกจับละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งอยู่กันพร้อมหน้ากับคุณพ่อ คุณแม่ และคุณยาย โดยทั้งหมดยังอยู่ในการตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   ด้านพ่อของน้องวัย 15 ปีที่ถูกจับลิขสิทธิ์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริงเมื่อช่วงเย็นวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมีผู้ใช้เฟซบุ๊ครายหนึ่งติดต่อสั่งให้ลูกสาวของตนทำกระทงจำนวน 136 ชิ้น โดยให้กระทงแต่ละอันติดรูปภาพการ์ตูนดัง ซึ่งเมื่อถึงเวลานัดลูกสาวของตนได้นำกระทงจำนวน 30 ชิ้น ไปส่งให้กับลูกค้าคนดังกล่าวที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในตัวเมืองนครราชสีมา และทราบว่าลูกค้าคนดังกล่าวเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ของบริษัทการ์ตูน ลูกสาวของตนจึงถูกล่อซื้อจับกุม และถูกนำตัวมาดำเนินคดีที่สถานีตำรวจ โดยตัวแทนลิขสิทธิ์ได้พูดข่มขู่ให้ลูกสาวของตนหาเงินมาเสียค่าปรับเป็นเงินจำนวน 50,000 บาท ลูกสาวของตนจึงแจ้งให้พ่อตาของตนซึ่งมีศักดิ์เป็นคุณตาของลูกสาวตน และเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้เจรจาให้ สุดท้ายจึงเจรจาค่าเสียหายจบลงเป็นเงินจำนวน 5,000 บาท ทั้งนี้ตนเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง เพราะถึงแม้ลูกตนจะทำผิดจริง แต่ก็ควรดูที่เจตนา เพราะเด็กเพียงแค่ต้องการหารายได้เสริมเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น และตัวแทนลิขสิทธิ์ก็ไม่ควรหากินกับเด็กแบบนี้   ด้านน้องเอ (นามสมมติ) เด็กหญิงวัย 15 ปีที่ถูกจับละเมิดลิขสิทธิ์ เปิดเผยว่า ตนเองมีความตั้งใจมากที่จะหารายได้พิเศษด้วยตัวเอง เพื่อเป็นค่าเล่าเรียน เพราะขณะนี้ตนเรียนอยู่ชั้น ปวช.ปี 1 สาขาการบัญชี ในวิทยาลัยเทคนิคแห่งหนึ่ง เพื่อจะได้ไม่ต้องรบกวนเงินของพ่อแม่ เพราะพ่อก็ทำงานโรงงานมีรายได้ไม่มาก ช่วงนี้ใกล้ถึงเทศกาลลอยกระทง ตนจึงมีไอเดียที่จะนำขนมปังมาทำกระทงไปขาย และได้โพสต์รูปลงในเฟซบุ๊คเพื่อขายกระทง ปรากฏว่ามีลูกค้าติดต่อสั่งซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยลูกค้าจะเน้นสั่งลวดลายดอกไม้ ต่อมามีลูกค้าคนหนึ่งติดต่อสั่งซื้อกระทง โดยเน้นเจาะจงให้ตนประดิษฐ์กระทงทำเป็นลวดลายการ์ตูนที่มีลิขสิทธิ์ เช่น คุมะ และแมวการ์ฟิล ซึ่งตนเองก็ไม่รู้ว่าผิดกฎหมาย ตนจึงได้ทำให้ตามออเดอร์ของลูกค้า โดยก่อนถึงวันนัดส่งของตนได้เร่งทำกระทงตั้งแต่เช้า เวลา 08.00 น. จนถึงเวลา 01.30 น.ของอีกวัน เพื่อให้ทันส่งให้ลูกค้า แต่ก็กลับมาถูกกลั่นแกล้งด้วยการถูกล่อซื้อจับลิขสิทธิ์ ทั้งที่ปกติตนเองก็ไม่ได้ประดิษฐ์กระทงลวดลายลิขสิทธิ์อยู่แล้ว เพียงแต่ลูกค้ารายนี้เจาะจงให้ตนทำกระทงลวดลายลิขสิทธิ์เพื่อที่จะล่อซื้อ และจับตนเพื่อเรียกค่าลิขสิทธิ์ราคาแพง ซึ่งหลังจากที่ตนเองถูกจับแล้ว ตนได้กลับบ้านมาก็ร้องไห้ตลอดทั้งคืน เพราะไม่เคยโดนคดีอะไรที่ร้ายแรงแบบนี้มาก่อน และตนอยากจะถามกลับตัวแทนลิขสิทธิ์ว่าทำไมถึงทำกับตนแบบนี้   ขณะที่พันตำรวจเอก คเชนท์ เสตะปุตตะ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง โดยมีตัวแทนลิขสิทธิ์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดำเนินการล่อซื้อจับกุมเด็กนักเรียนหญิงอายุ 15 ปี ในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้ช่วยเจรจาไกล่เกลี่ย จนสุดท้ายตกลงค่าเสียหายกันที่ 5,000 บาท ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฏิบัติหน้าที่ไปตามกฎหมาย เพราะหากไม่ดำเนินการก็จะเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ถือเป็นช่องโหว่ของกฎหมายเช่นเดียวกัน ซึ่งอยากฝากเตือนนักเรียนนักศึกษาหากจะกระทำการใดๆ ควรคิดไตร่ตรองให้รอบคอบเสียก่อน เพราะอาจจะเกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นได้   ด้านนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์ ในฐานะกำกับดูแลกรมทรัพย์สินทางปัญญาบอกว่า ได้ทราบเรื่องก็รู้สึกไม่สบายใจต่อกรณีดังกล่าว จึงได้สั่งการให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาไปตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว เบื้องต้นไม่มีข้าราชกรมเข้าไปเกี่ยวข้องและทางกรมจะชี้แจงโดยเร็วที่สุด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/nqFZkCfZR60

 13,598
สังคม
05 พ.ย. 62

ล่อจับลิขสิทธิ์! เด็กวัย 15 เปิดรับออเดอร์ทำกระทง เจอลูกค้าสั่งลายการ์ตูน นำไปส่งถูกจับละเมิดลิขสิทธิ์

นครราชสีมา - กรณีสมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งระบุว่า โดนล่อจับลิขสิทธิ์ หลังจากมีคนโทรมาสั่งให้ทำกระทง กับเด็กหญิงวัย 15 ปี ซึ่งหารายได้เสริม โดยคนสั่งจ่ายเงินมัดจำ 200 บาท แต่หลังจากนำกระทงไปส่งตามที่สั่งเอาไว้ แต่กลับโดนจับกุม พร้อมเรียกเงิน 50,000 บาท เพื่อไม่ต้องโดนจำคุก   โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า “ท่านๆทั้งหลายที่มีหน้าตรวจจับลิขสิทธิ์ตรงนี้รู้ว่าคือหน้าที่แต่เกินไปมั้ยค่ะคุณโทรไปสั่งให้เด็กทำสินค้าตัวนี้ #เน้นตัวนี้แล้วโอนเงินมัดจำมา 200 บ. นัดรับของ..แล้วมาจับกุมเขาและโทรบอกผู้ปกครองว่าถ้าไม่จ่ายต้องติดคุกพร้อมเรียกเงิน 50,000 บ.ไม่งั้นติดคุก 2 ปี   เด็กเขาอยากทำกระทงขายเพื่อมีรายได้ด้วยความภาคภูมิใจที่ไม่ขอเงินพ่อแม่ดีกว่าไปทำอย่างอื่นที่ไม่ดีต่อสังคมแต่ผลตอบรับกลับมาเด็กอายุ15เจอสิ่งที่ทำให้เขาหวาดกลัวและตกใจมาก…และในอนาคตภายภาคหน้าเด็กเหล่านี้เขาจะไว้ใจอะไรในสังคมนี้บ้าง   กลุ่มคนพวกนี้กำลังกำลังทำวิธีส่องเฟสและล่อซื้อและจะเจอเหมือนกับเด็กคนนี้และอีกหลายคนที่โดนอยุ่…. #เตือนกันนะคะ…” ทั้งนี้ พบว่ากระทงราคาเพียง 17 บาท โดยสั่งทำเป็นจำนวนเงิน 500 บาท และจ่ายมัดจำ 200 บาท โดยระบุว่า คนที่โทรมาสั่งระบุว่าต้องเป็นลายนี้เท่านั้น จะทำลายอื่นให้ก็ไม่เอา สุดท้ายก็โดนจับดังกล่าว และเสียค่าปรับไปจำนวน 5,000 บาท   วานนี้ (4 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านพัก ของครอบครัวของน้องเอ (นามสมมติ) เด็กหญิงวัย 15 ปีที่ถูกจับละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งอยู่กันพร้อมหน้ากับคุณพ่อ คุณแม่ และคุณยาย โดยทั้งหมดยังอยู่ในการตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   ด้านพ่อของน้องวัย 15 ปีที่ถูกจับลิขสิทธิ์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริงเมื่อช่วงเย็นวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมีผู้ใช้เฟซบุ๊ครายหนึ่งติดต่อสั่งให้ลูกสาวของตนทำกระทงจำนวน 136 ชิ้น โดยให้กระทงแต่ละอันติดรูปภาพการ์ตูนดัง ซึ่งเมื่อถึงเวลานัดลูกสาวของตนได้นำกระทงจำนวน 30 ชิ้น ไปส่งให้กับลูกค้าคนดังกล่าวที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในตัวเมืองนครราชสีมา และทราบว่าลูกค้าคนดังกล่าวเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ของบริษัทการ์ตูน ลูกสาวของตนจึงถูกล่อซื้อจับกุม และถูกนำตัวมาดำเนินคดีที่สถานีตำรวจ โดยตัวแทนลิขสิทธิ์ได้พูดข่มขู่ให้ลูกสาวของตนหาเงินมาเสียค่าปรับเป็นเงินจำนวน 50,000 บาท ลูกสาวของตนจึงแจ้งให้พ่อตาของตนซึ่งมีศักดิ์เป็นคุณตาของลูกสาวตน และเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้เจรจาให้ สุดท้ายจึงเจรจาค่าเสียหายจบลงเป็นเงินจำนวน 5,000 บาท ทั้งนี้ตนเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง เพราะถึงแม้ลูกตนจะทำผิดจริง แต่ก็ควรดูที่เจตนา เพราะเด็กเพียงแค่ต้องการหารายได้เสริมเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น และตัวแทนลิขสิทธิ์ก็ไม่ควรหากินกับเด็กแบบนี้   ด้านน้องเอ (นามสมมติ) เด็กหญิงวัย 15 ปีที่ถูกจับละเมิดลิขสิทธิ์ เปิดเผยว่า ตนเองมีความตั้งใจมากที่จะหารายได้พิเศษด้วยตัวเอง เพื่อเป็นค่าเล่าเรียน เพราะขณะนี้ตนเรียนอยู่ชั้น ปวช.ปี 1 สาขาการบัญชี ในวิทยาลัยเทคนิคแห่งหนึ่ง เพื่อจะได้ไม่ต้องรบกวนเงินของพ่อแม่ เพราะพ่อก็ทำงานโรงงานมีรายได้ไม่มาก ช่วงนี้ใกล้ถึงเทศกาลลอยกระทง ตนจึงมีไอเดียที่จะนำขนมปังมาทำกระทงไปขาย และได้โพสต์รูปลงในเฟซบุ๊คเพื่อขายกระทง ปรากฏว่ามีลูกค้าติดต่อสั่งซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยลูกค้าจะเน้นสั่งลวดลายดอกไม้ ต่อมามีลูกค้าคนหนึ่งติดต่อสั่งซื้อกระทง โดยเน้นเจาะจงให้ตนประดิษฐ์กระทงทำเป็นลวดลายการ์ตูนที่มีลิขสิทธิ์ เช่น คุมะ และแมวการ์ฟิล ซึ่งตนเองก็ไม่รู้ว่าผิดกฎหมาย ตนจึงได้ทำให้ตามออเดอร์ของลูกค้า โดยก่อนถึงวันนัดส่งของตนได้เร่งทำกระทงตั้งแต่เช้า เวลา 08.00 น. จนถึงเวลา 01.30 น.ของอีกวัน เพื่อให้ทันส่งให้ลูกค้า แต่ก็กลับมาถูกกลั่นแกล้งด้วยการถูกล่อซื้อจับลิขสิทธิ์ ทั้งที่ปกติตนเองก็ไม่ได้ประดิษฐ์กระทงลวดลายลิขสิทธิ์อยู่แล้ว เพียงแต่ลูกค้ารายนี้เจาะจงให้ตนทำกระทงลวดลายลิขสิทธิ์เพื่อที่จะล่อซื้อ และจับตนเพื่อเรียกค่าลิขสิทธิ์ราคาแพง ซึ่งหลังจากที่ตนเองถูกจับแล้ว ตนได้กลับบ้านมาก็ร้องไห้ตลอดทั้งคืน เพราะไม่เคยโดนคดีอะไรที่ร้ายแรงแบบนี้มาก่อน และตนอยากจะถามกลับตัวแทนลิขสิทธิ์ว่าทำไมถึงทำกับตนแบบนี้   ขณะที่พันตำรวจเอก คเชนท์ เสตะปุตตะ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง โดยมีตัวแทนลิขสิทธิ์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดำเนินการล่อซื้อจับกุมเด็กนักเรียนหญิงอายุ 15 ปี ในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้ช่วยเจรจาไกล่เกลี่ย จนสุดท้ายตกลงค่าเสียหายกันที่ 5,000 บาท ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฏิบัติหน้าที่ไปตามกฎหมาย เพราะหากไม่ดำเนินการก็จะเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ถือเป็นช่องโหว่ของกฎหมายเช่นเดียวกัน ซึ่งอยากฝากเตือนนักเรียนนักศึกษาหากจะกระทำการใดๆ ควรคิดไตร่ตรองให้รอบคอบเสียก่อน เพราะอาจจะเกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นได้   ด้านนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์ ในฐานะกำกับดูแลกรมทรัพย์สินทางปัญญาบอกว่า ได้ทราบเรื่องก็รู้สึกไม่สบายใจต่อกรณีดังกล่าว จึงได้สั่งการให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาไปตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว เบื้องต้นไม่มีข้าราชกรมเข้าไปเกี่ยวข้องและทางกรมจะชี้แจงโดยเร็วที่สุด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/nqFZkCfZR60

 13,598

Top