ค้นหา :

ผลการค้นหา "หินประหลาด"

แชร์ออฟเดอะเดย์
02 ธ.ค. 62

เจ้าของร้านอาหารโพสต์ภาพก้อนหินคล้ายซากฟอสซิลดึกดำบรรพ์ คาดคือ 'พลับพลึงทะเล'

สระแก้ว-ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Pinthip Koktung เผยภาพก้อนหิน มีร่องรอยคล้ายซากสัตว์ติดอยู่ และกลายสภาพเป็นของแข็ง พร้อมตั้งคำถามกับสมาชิกในสังคมออนไลน์ ระบุว่า เป็นไปได้หรือไม่ ที่ก้อนหินเหล่านี้จะเป็นซากฟอสซิลสัตว์โบราณ ภาพดังกล่าวถูกส่งต่อและกลายเป็นที่สนใจของคนในสังคม   โดยผู้โพสต์ภาพระบุว่า พื้นที่บ้านของตนเปิดเป็นร้านอาหารอีสาน ชื่อ "ครกตุง" ตั้งอยู่เลขที่ 262 ต.พระเพลิง อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว ขณะนั้นตนขนก้อนหินเหล่านี้มาจากพื้นที่หลังบ้าน เพื่อเตรียมนำมาจัดสวนตกแต่งร้าน แต่สังเกตเห็นร่องรอยคล้ายสัตว์หลายชนิดติดอยู่ และกลายร่างเป็นหิน ด้วยความสงสัยจึงโพสต์ถาม หวังให้ผู้เชี่ยวชาญมาช่วยดู และเจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรธรณี ได้ประสานผ่านตน เพื่อขอเข้าไปตรวจสอบในวันนี้ (2 ธ.ค.)   ล่าสุด Fossil World โพสต์ระบุว่า “มันคือซากดึกดำบรรพ์สัตว์ทะเลที่ชื่อว่าไครนอยด์ (Crinoid) หรือที่เรียกกันว่าพลับพลึงทะเลนั่นเองครับ สามารถพบได้ทั่วไปในหินปูน ในประเทศไทย พบได้ทั่วทุกภูมิภาคครับ”   ไครนอยด์ (Crinoid) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "พลับพลึงทะเล" เป็นสัตว์ทะเล (ไม่ใช่พืช) จัดอยู่ในไฟลัมเอคไคโนเดอมาตา (Echinodermata) ญาติใกล้เคียงกับดาวทะเล เม่นทะเล ลักษณะคล้ายกับดอกไม้ มีส่วนที่คล้ายลำต้น เป็นข้อๆ เรียกว่า Crinoid stem มีโครงร่างแข็งที่สร้างโดยสารละลายคาร์บอเนตในน้ำ เนื่องจากอาศัยอยู่ในทะเล จึงพบเป็นซากดึกดำบรรพ์จำนวนมากฝังอยู่ในหินปูน ซึ่งเป็นหินที่สะสมตัวในทะเลเป็นหลัก   ไครนอยด์กลุ่มแรกปรากฎขึ้นในช่วงประมาณ 485 ล้านปีก่อน หรือยุคออร์โดวิเชียน (Ordovician) และแพร่กระจายพันธุ์อย่างรวดเร็วในช่วงมหายุคพาลีโอโซอิก (Paleozoic) และลดจำนวนลงเรื่อยๆ เนื่องจากการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ไปเกือบหมดถึง 2 ครั้ง ในช่วงปลายยุคพาลีโอโซอิก (สัตว์ทะเลสูญพันธุ์) และปลายมหายุคมีโซโซอิก (ไดโนเสาร์สูญพันธุ์) และยังคงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน เพียง 600 กว่าสปีชีส์ ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในทะเลระดับตื้น   ซากดึกดำบรรพ์ไครนอยด์ หรือพลับพลึงทะเลที่พบในประเทศไทย สามารถพบได้ทั่วไปในชั้นหินปูน ทั่วทุกภูมิภาค ตั้งแต่หินอายุออร์โดวิเชียน (485 ล้านปีก่อน) บริเวณจังหวัดลำพูน กาญจนบุรี สตูล หินยุคเพอร์เมียน (300 ล้านปีก่อน) บริเวณจังหวัดราชบุรี สระบุรี ลพบุรี สระแก้ว และหินยุคไทรแอสสิก (250 ล้านปีก่อน) บริเวณจังหวัดลำปาง เป็นต้น   ในประเทศไทยส่วนใหญ่ไม่พบชิ้นส่วนที่สมบูรณ์ เนื่องจากอาจโดนกระแสน้ำโบราณพัดพาจนแตก ไม่เหลือสภาพเดิม ซากดึกดำบรรพ์ที่พบส่วนใหญ่จึงเป็นเพียงส่วนขอลำต้น หรือ Crinoid stem ที่มีลักษณะเป็นข้อๆ คล้ายต้นไม้ จึงทำให้หลายๆคนเข้าใจผิด คิดว่าเป็นชิ้นส่วนของต้นไม้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/To6hR74R83A

 7,020
ข่าวโซเชียล
02 ธ.ค. 62

เจ้าของร้านอาหารโพสต์ภาพก้อนหินคล้ายซากฟอสซิลดึกดำบรรพ์ คาดคือ 'พลับพลึงทะเล'

สระแก้ว-ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Pinthip Koktung เผยภาพก้อนหิน มีร่องรอยคล้ายซากสัตว์ติดอยู่ และกลายสภาพเป็นของแข็ง พร้อมตั้งคำถามกับสมาชิกในสังคมออนไลน์ ระบุว่า เป็นไปได้หรือไม่ ที่ก้อนหินเหล่านี้จะเป็นซากฟอสซิลสัตว์โบราณ ภาพดังกล่าวถูกส่งต่อและกลายเป็นที่สนใจของคนในสังคม   โดยผู้โพสต์ภาพระบุว่า พื้นที่บ้านของตนเปิดเป็นร้านอาหารอีสาน ชื่อ "ครกตุง" ตั้งอยู่เลขที่ 262 ต.พระเพลิง อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว ขณะนั้นตนขนก้อนหินเหล่านี้มาจากพื้นที่หลังบ้าน เพื่อเตรียมนำมาจัดสวนตกแต่งร้าน แต่สังเกตเห็นร่องรอยคล้ายสัตว์หลายชนิดติดอยู่ และกลายร่างเป็นหิน ด้วยความสงสัยจึงโพสต์ถาม หวังให้ผู้เชี่ยวชาญมาช่วยดู และเจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรธรณี ได้ประสานผ่านตน เพื่อขอเข้าไปตรวจสอบในวันนี้ (2 ธ.ค.)   ล่าสุด Fossil World โพสต์ระบุว่า “มันคือซากดึกดำบรรพ์สัตว์ทะเลที่ชื่อว่าไครนอยด์ (Crinoid) หรือที่เรียกกันว่าพลับพลึงทะเลนั่นเองครับ สามารถพบได้ทั่วไปในหินปูน ในประเทศไทย พบได้ทั่วทุกภูมิภาคครับ”   ไครนอยด์ (Crinoid) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "พลับพลึงทะเล" เป็นสัตว์ทะเล (ไม่ใช่พืช) จัดอยู่ในไฟลัมเอคไคโนเดอมาตา (Echinodermata) ญาติใกล้เคียงกับดาวทะเล เม่นทะเล ลักษณะคล้ายกับดอกไม้ มีส่วนที่คล้ายลำต้น เป็นข้อๆ เรียกว่า Crinoid stem มีโครงร่างแข็งที่สร้างโดยสารละลายคาร์บอเนตในน้ำ เนื่องจากอาศัยอยู่ในทะเล จึงพบเป็นซากดึกดำบรรพ์จำนวนมากฝังอยู่ในหินปูน ซึ่งเป็นหินที่สะสมตัวในทะเลเป็นหลัก   ไครนอยด์กลุ่มแรกปรากฎขึ้นในช่วงประมาณ 485 ล้านปีก่อน หรือยุคออร์โดวิเชียน (Ordovician) และแพร่กระจายพันธุ์อย่างรวดเร็วในช่วงมหายุคพาลีโอโซอิก (Paleozoic) และลดจำนวนลงเรื่อยๆ เนื่องจากการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ไปเกือบหมดถึง 2 ครั้ง ในช่วงปลายยุคพาลีโอโซอิก (สัตว์ทะเลสูญพันธุ์) และปลายมหายุคมีโซโซอิก (ไดโนเสาร์สูญพันธุ์) และยังคงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน เพียง 600 กว่าสปีชีส์ ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในทะเลระดับตื้น   ซากดึกดำบรรพ์ไครนอยด์ หรือพลับพลึงทะเลที่พบในประเทศไทย สามารถพบได้ทั่วไปในชั้นหินปูน ทั่วทุกภูมิภาค ตั้งแต่หินอายุออร์โดวิเชียน (485 ล้านปีก่อน) บริเวณจังหวัดลำพูน กาญจนบุรี สตูล หินยุคเพอร์เมียน (300 ล้านปีก่อน) บริเวณจังหวัดราชบุรี สระบุรี ลพบุรี สระแก้ว และหินยุคไทรแอสสิก (250 ล้านปีก่อน) บริเวณจังหวัดลำปาง เป็นต้น   ในประเทศไทยส่วนใหญ่ไม่พบชิ้นส่วนที่สมบูรณ์ เนื่องจากอาจโดนกระแสน้ำโบราณพัดพาจนแตก ไม่เหลือสภาพเดิม ซากดึกดำบรรพ์ที่พบส่วนใหญ่จึงเป็นเพียงส่วนขอลำต้น หรือ Crinoid stem ที่มีลักษณะเป็นข้อๆ คล้ายต้นไม้ จึงทำให้หลายๆคนเข้าใจผิด คิดว่าเป็นชิ้นส่วนของต้นไม้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/To6hR74R83A

 7,020
ข่าวภูมิภาค
30 ต.ค. 62

หนุ่มพบหินประหลาด ฝันมีคนบอกให้ไปขุดออกมาให้หมด ตั้งข้อสงสัยเป็นอุกกาบาต หรือเหล็กไหล

เชียงราย-วานนี้ (29 ต.ค.) นายบรรเลง บุญหลี อายุ 36 ปี ได้นำหินสีดำซึ่งมีรูปลักษณ์ที่ต่างจากหินทั่วไป มาวางเรียงเอาไว้บริเวณหน้าบ้าน ส่วนที่มีขนาดใหญ่ได้นำไว้ในศาลที่จัดเตรียมเอาไว้ ซึ่งมีจำนวนมาก ขณะที่ชาวบ้านจำนวนมากที่ทราบว่า นายบรรเลง นำหินสีดำมาจัดวางบูชาหน้าบ้าน ต่างพากันไปดู พร้อมจุดธูปบูชาตามความเชื่อ   นายบรรเลง บอกว่า ตนเองมีอาชีพทำสวนยางพาราที่พ่อกับแม่ได้ปลูกไว้ หลังจากเดินทางกลับมาอยู่ที่บ้าน เพราะก่อนหน้านี้ทำงานที่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งสวนยางพาราปลูกในที่ดินของครอบครัวห่างจากบ้านพักประมาณ 2 กิโลเมตร และเมื่อตนได้ไปทำสวนเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ได้พบกับหินลักษณะประหลาดขนาดเล็กตกอยู่ที่พื้นดิน จึงเก็บมาไว้ดูที่บ้าน และก็พบมากขึ้น จึงได้ทดลองขุดพื้นดินที่พบ และจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ตนเองก็ได้เก็บสะสมและนำมาทำความสะอาด เมื่อไปศึกษาดูในอินเตอร์เน็ต บางส่วนก็พบว่ามีลักษณะเหมือนหินอุกกาบาต บางคนก็บอกว่าคล้ายกับเหล็กไหล เมื่อนำมาให้ชาวบ้านดูก็ไม่มีใครสนใจ   วันหนึ่งตนเองได้นอนหลับและฝันไปว่ามีคนมาบอกให้ไปนำสิ่งที่อยู่ในที่ดินออกมาให้หมด ตนเองจึงไปจุดธูปอธิฐานเพื่อขอโชคลาภแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ จึงทำการขุดพื้นดินบริเวณที่พบหินประหลาด โดยเมื่อขุดลงไปลึกประมาณ 1 เมตร ก็พบหินชนิดเดียวกัน มีทั้งขนาดเล็กและใหญ่ รูปร่างลักษณะแตกต่างกันไป บางชิ้นก็เหมือนพระพุทธรูป บ้างชิ้นก็เหมือนรูปร่างของเกจิชื่อดัง รวมกันมากกว่า 10,000 ชิ้น จึงเก็บมาไว้ที่บ้านและมีญาติผู้ใหญ่นำชิ้นส่วนขนาดเล็กไปตรวจที่ กทม. แล้วแจ้งมาว่าผู้รู้บอกว่าเป็นขี้เหล็กไหล   ดังนั้นตนจึงอยากให้ผู้ที่มีความรู้ในด้านนี้มาตรวจสอบ หากพบว่าเป็นเหล็กไหลจริง ก็จะนำมอบให้เป็นสมบัติของชาติ และถ้าหากไม่ใช่ตนก็จะเก็บเอาไว้เอง และสิ่งที่พบนี้ไม่ได้สร้างเรื่องขึ้นมาเอง หากมีความผิดพลาดตนจะรับผิดชอบเอาไว้เอง   ชาวบ้านเดียวกัน บอกว่าได้ยินเรื่องราวมานานกว่า 1 ปี และนายบรรเลง ได้นำชิ้นส่วนดังกล่าวมามอบให้ 1 ชิ้น ตนก็เก็บไว้ที่บ้านและก็บูชาตามความเชื่อถือ ที่ผ่านมาก็ได้ขอโชคลาภก็มีถูกหวยบ้าง ส่วนใครจะเชื่ออย่างไรหรือไม่เชื่อ ก็เป็นความเชื่อและสิทธิของแต่ล่ะคน ไม่สามารถไปห้ามความคิดกันได้ และตนก็อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปตรวจเพื่อจะได้ทราบข้อเท็จจริงต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/B52Ommqnl0E

 3,596
สังคม
30 ต.ค. 62

หนุ่มพบหินประหลาด ฝันมีคนบอกให้ไปขุดออกมาให้หมด ตั้งข้อสงสัยเป็นอุกกาบาต หรือเหล็กไหล

เชียงราย-วานนี้ (29 ต.ค.) นายบรรเลง บุญหลี อายุ 36 ปี ได้นำหินสีดำซึ่งมีรูปลักษณ์ที่ต่างจากหินทั่วไป มาวางเรียงเอาไว้บริเวณหน้าบ้าน ส่วนที่มีขนาดใหญ่ได้นำไว้ในศาลที่จัดเตรียมเอาไว้ ซึ่งมีจำนวนมาก ขณะที่ชาวบ้านจำนวนมากที่ทราบว่า นายบรรเลง นำหินสีดำมาจัดวางบูชาหน้าบ้าน ต่างพากันไปดู พร้อมจุดธูปบูชาตามความเชื่อ   นายบรรเลง บอกว่า ตนเองมีอาชีพทำสวนยางพาราที่พ่อกับแม่ได้ปลูกไว้ หลังจากเดินทางกลับมาอยู่ที่บ้าน เพราะก่อนหน้านี้ทำงานที่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งสวนยางพาราปลูกในที่ดินของครอบครัวห่างจากบ้านพักประมาณ 2 กิโลเมตร และเมื่อตนได้ไปทำสวนเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ได้พบกับหินลักษณะประหลาดขนาดเล็กตกอยู่ที่พื้นดิน จึงเก็บมาไว้ดูที่บ้าน และก็พบมากขึ้น จึงได้ทดลองขุดพื้นดินที่พบ และจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ตนเองก็ได้เก็บสะสมและนำมาทำความสะอาด เมื่อไปศึกษาดูในอินเตอร์เน็ต บางส่วนก็พบว่ามีลักษณะเหมือนหินอุกกาบาต บางคนก็บอกว่าคล้ายกับเหล็กไหล เมื่อนำมาให้ชาวบ้านดูก็ไม่มีใครสนใจ   วันหนึ่งตนเองได้นอนหลับและฝันไปว่ามีคนมาบอกให้ไปนำสิ่งที่อยู่ในที่ดินออกมาให้หมด ตนเองจึงไปจุดธูปอธิฐานเพื่อขอโชคลาภแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ จึงทำการขุดพื้นดินบริเวณที่พบหินประหลาด โดยเมื่อขุดลงไปลึกประมาณ 1 เมตร ก็พบหินชนิดเดียวกัน มีทั้งขนาดเล็กและใหญ่ รูปร่างลักษณะแตกต่างกันไป บางชิ้นก็เหมือนพระพุทธรูป บ้างชิ้นก็เหมือนรูปร่างของเกจิชื่อดัง รวมกันมากกว่า 10,000 ชิ้น จึงเก็บมาไว้ที่บ้านและมีญาติผู้ใหญ่นำชิ้นส่วนขนาดเล็กไปตรวจที่ กทม. แล้วแจ้งมาว่าผู้รู้บอกว่าเป็นขี้เหล็กไหล   ดังนั้นตนจึงอยากให้ผู้ที่มีความรู้ในด้านนี้มาตรวจสอบ หากพบว่าเป็นเหล็กไหลจริง ก็จะนำมอบให้เป็นสมบัติของชาติ และถ้าหากไม่ใช่ตนก็จะเก็บเอาไว้เอง และสิ่งที่พบนี้ไม่ได้สร้างเรื่องขึ้นมาเอง หากมีความผิดพลาดตนจะรับผิดชอบเอาไว้เอง   ชาวบ้านเดียวกัน บอกว่าได้ยินเรื่องราวมานานกว่า 1 ปี และนายบรรเลง ได้นำชิ้นส่วนดังกล่าวมามอบให้ 1 ชิ้น ตนก็เก็บไว้ที่บ้านและก็บูชาตามความเชื่อถือ ที่ผ่านมาก็ได้ขอโชคลาภก็มีถูกหวยบ้าง ส่วนใครจะเชื่ออย่างไรหรือไม่เชื่อ ก็เป็นความเชื่อและสิทธิของแต่ล่ะคน ไม่สามารถไปห้ามความคิดกันได้ และตนก็อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปตรวจเพื่อจะได้ทราบข้อเท็จจริงต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/B52Ommqnl0E

 3,596

Top