ค้นหา :

ผลการค้นหา "มาตรการ"

สังคม-อาชญากรรม
08 เม.ย. 60

บช.น.เผยมาตรการป้องกันอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ 11-17 เม.ย.นี้ อนุโลมให้นั่งท้ายกระบะได้ 6 คน

พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) เปิดเผยถึง มาตรการการป้องกันอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11 - 17 เม.ย. 60 เพื่อลดจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนให้มากที่สุด โดยได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรกวดขันจับกุมความผิดในข้อหาไม่คาดเข็มขัดนิรภัย กรณีรถยนต์ส่วนบุคคลให้กวดขันจับกุมผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ที่นั่งเบาะหน้า ที่ไม่ขาดเข็มขัดนิรภัยโดยเคร่งครัด แต่หากเป็นกรณีผู้นั่งเบาะหลังไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ก็ให้ใช้ดุลพินิจในการว่ากล่าวตักเตือน เพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชน และให้เกิดการปฏิบัติอย่างถูกต้องไปก่อน         กรณีรถโดยสารสาธารณะ เช่น แท็กซี่ รถตู้ ต้องจัดให้ผู้โดยสารคาดเข็มขัดทุกที่นั่ง หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าไม่ดำเนินการตามกฎหมาย กรณีรถกระบะก็จะผ่อนผันให้สามารถนั่งในแค็บและในท้ายกระบะได้ แต่ห้ามนั่งเกิน 6 คน และห้ามนั่งบนขอบและฝาปิดท้ายโดยเด็ดขาด หากพบการกระทำความผิด ให้เจ้าหน้าที่ว่ากล่าวตักเตือนเท่านั้นโดยไม่ต้องจับปรับประชาชน ส่วนสาเหตุที่ต้องบังคับให้นั่งท้ายกระบะเพียง 6 คนนั้น จากการวิจัยพบว่ารถกระบะสามารถรับน้ำหนักได้ในอัตราจำกัด หากมีการบรรทุกคนมากกว่านี้จะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมากขึ้น     ทั้งนี้จะห้ามรถน้ำเข้าไปในเส้นทาง ที่มีการจัดกิจกรรมสงกรานต์ในวันที่ 13 - 15 เม.ย. 60 อาทิ ถนนข้าวสารตลอดทั้งเส้น และถนนสีลมตั้งแต่แยกศาลาแดง - แยกนราธิวาสราชนครินทร์ และพื้นที่เอกชนที่มีการจัดงานต่างๆ เพื่อความเป็นระเบียบ นอกจากนี้ ยังมีการตั้งจุดคัดกรองหน้างาน เพื่อตรวจจับกรณีที่อาจจะมีการนำแอลกอออล ของมึนเมา อาวุธเข้าไปในพื้นที่ ทั้งนี้คาดว่าจะออกข้อบังคับอย่างเป็นทางการได้ภายในสัปดาห์หน้า                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/wMK2TPg0sM4

 6,211
สังคม-อาชญากรรม
06 เม.ย. 60

ยอมถอย! โฆษกตร.แถลงผ่อนผันเลื่อนจับ 'นั่งท้ายกระบะ-แคป' ไปหลังสงกรานต์

จากกรณีรัฐบาลออกมาตรการบังคับใช้กฎหมายด้านความปลอดภัยบนท้องถนน ให้ผู้โดยสารรถคาดเข็มขัดนิรภัย ห้ามนั่งท้ายกระบะ ห้ามนั่งในแคป จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ตลอดวันที่ผ่านมานั้น   ล่าสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดย พลตำรวจเอก เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เเละ พลตำรวจโท วิทยา ประยงค์พันธุ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ร่วมกันแถลงเกี่ยวกับประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย กรณีห้ามใช้รถผิดประเภท หรือการนั่งท้ายกระบะ รวมถึงแคปหลังของรถกระบะแบบ 2 ประตู   โดยโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันแรกของการบังคับใช้กฎหมายจราจร รถยนต์ส่วนบุคคลและรถสาธารณะอย่างเข้มงวด เพื่อดูแลประชาชนที่เดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่เป็นห่วงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ต้องการลดความสูญเสียและอุบัติเหตุบนท้องถนน แต่ตลอดทั้งวันกลับพบว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์ทางสื่อสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะคำสั่งห้ามนั่งในเเคปเเละท้ายกระบะ เพื่อไม่ให้กระทบกับการใช้ชีวิตของประชาชน จึงเห็นสมควรให้มีการผ่อนผันการบังคับใช้กฎหมายในส่วนนี้ออกไปก่อน ระหว่างนี้เจ้าหน้าที่จะทำความเข้าใจและตักเตือนเท่านั้น เเต่หลังจากพ้นช่วงสงกรานต์ จะมีการพูดคุยหารือและพิจารณาในประเด็นนี้อีกครั้ง   ขณะที่การบังคับใช้กฏหมายเรื่องการใช้ความเร็ว เมาแล้วขับ การคาดเข็มขัดนิรภัย รวมถึงกฎหมายจราจรที่มีอยู่เดิม ยังคงเข้มงวดต่อไป นอกจากนี้ยังฝากถึงประชาชน ระหว่างที่ผ่อนผันการนั่งในเเคปเเละท้ายรถกระบะ  หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่เรียกรับผลประโยชน์หรือแอบอ้างโดยมิชอบ สามารถแจ้งผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ หรือถ่ายคลิปเป็นหลักฐาน แจ้งมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ทันที ส่วนภาพรวมการกวดขัน จับ-ปรับ วันแรก พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่รู้ข่าวเเต่ก็ยังมีบางส่วนที่ละเลยไม่ปฏิบัติตาม   ด้าน นายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ เปิดเผยถึงมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนนที่รัฐบาลประกาศบังคับใช้โดยเฉพาะเรื่องมาตรการคาดเข็มขัดนิรภัยทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร เป็นกฎหมายสากลที่ทั่วโลกใช้กันอยู่  เพื่อช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ ซึ่งจากสถิติการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุพบว่า กว่าร้อยละ 70 เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุจากการหลุดออกนอกตัวรถและแรงกระแทก เชื่อว่า เมื่อบังคับใช้กฏหมายอย่างจริงจังจะช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุรุนแรงจากลงได้   สำหรับอัตราโทษค่าปรับผู้ที่ไม่รัดเข็มขัดนิรภัย ข้อมูลจากกองบังคับการตำรวจจราจร กำหนดให้ในส่วนของคนขับ ทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล รถกระบะ รถเเท็กซี่ รถตู้สาธารณะ รถโดยสารสาธารณะขนาดใหญ่ เเละรถบรรทุก หากไม่รัดเข็มขัด จะถูกปรับเท่ากันคนละ 500 บาท เช่นเดียวกับผู้โดยสารรถยนต์ส่วนบุคคล รถกระบะ เเละเเท็กซี่ จะถูกปรับคนละ 500 บาท เเต่หากเป็นผู้โดยสาร รถตู้สาธารณะ รถทัวร์ เเละรถบรรทุก จะต้องจ่ายปรับสูงถึง 5,000 บาทต่อคน หากคนขับไม่จัดให้ผู้โดยสารรัดเข็มขัดฯ จะต้องถูกปรับเพิ่มอีก 500 บาท     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/1x_iHMRQRSM

 29,931
สังคม-อาชญากรรม
18 มี.ค. 60

สตช.จับมือบริษัทประกันภัยผุดโครงการ 'รถชนแล้วถ่ายรูปไว้ แยกได้ไม่ต้องรอ'

สำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือกับตัวแทน 42 บริษัทประกันภัย ในโครงการ "รถชนแล้ว ถ่ายรูปไว้ แยกได้ ไม่ต้องรอ" เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในกรุงเทพมหานคร   พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เผยว่า ปัญหาหนึ่งที่ทำให้การจราจรติดขัดมาจากอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อย แต่ไม่สามารถเคลียร์กันได้ เมื่อเกิดการเจรจาเพียง 5 นาที อาจทำให้รถติดยาว 5 กิโลเมตร จนทำให้รถที่ตามหลังไม่สามารถเคลื่อนที่และติดขัดอยู่บนถนน   ด้าน นายกสมาคมประกันภัยระบุว่า เมื่อเกิดอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อย ผู้ขับขี่แค่ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐาน และนำไปยื่นให้กับเจ้าหน้าที่ประกันภัย โดยที่ไม่ต้องรอให้เจ้าหน้าที่มาเคลียร์ และยืนยันว่ามาตรการนี้สามารถแก้ปัญหาได้ แต่หากกรณีผู้ขับขี่ที่ไม่สามารถเคลียร์กันได้ อาจต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาช่วยดำเนินการ และพิจารณาจากหลักฐานว่าใครผิดใครถูก       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/6caPTd3ezsU

 3,311
สังคม-อาชญากรรม
11 มี.ค. 60

ทสภ.เผยตรวจวงจรปิดไม่พบการงัดกระเป๋าที่สุวรรณภูมิ ย้ำบริษัทเอกชนที่ดูแลต้องเข้มงวดมากขึ้น

จากกรณีมีผู้โพสต์ว่ากระเป๋าสัมภาระถูกงัดลูกกุญแจ และถูกรื้อค้น ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ล่าสุด ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดไม่พบความผิดปกติ หรือพบใครไปแตะต้องกระเป๋าระหว่างอยู่ในระบบสานพานลำเลียงแต่อย่างใด แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการเรียกประชุมทุกฝ่าย และได้เน้นย้ำให้บริการภาคพื้นกำกับดูแลผู้ปฏิบัติงานอย่างเข้มงวด โดยหากผู้ประกอบการรายใดละเลย และปล่อยให้มีการลักทรัพย์จากกระเป๋าสัมภาระเกิดขึ้น จะมีการพิจารณายกเลิกสัญญา   ทั้งนี้ ขณะนี้กำลังเตรียมจัดตั้งบริษัทลูกที่มีความเชี่ยวชาญด้านบริการภาคพื้นเข้ามาบริหารจัดการดูแลด้านการขนถ่ายกระเป๋าสัมภาระผู้โดยสาร รวมทั้งดูแลรักษาความปลอดภัยด้วยตนเองด้วย เพื่อให้สามารถควบคุม ป้องกัน และดูแลความปลอดภัยทรัพย์สินของผู้โดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยคาดว่าการจัดตั้งจะแล้วเสร็จภายใน 2 ปี           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/x7Ydp0_sFMo

 3,629
การเมือง
24 พ.ย. 59

พล.ท.สรรเสริญ แจงมาตราการช่วยผู้มีรายได้น้อย ให้ครั้งเดียวจบ ไม่ใช่ประชานิยม

พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีรัฐบาลออกมาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้มีรายได้น้อยในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ โดยมอบเงินช่วยเหลือแก่ผู้มีรายได้น้อยว่า รัฐบาลบริหารประเทศโดยมองทุกมิติอย่างรอบด้าน จึงออกมาตรการนี้ควบคู่ไปกับมาตรการทางเศรษฐกิจอื่นที่จะช่วยปฏิรูปเศรษฐกิจทั้งระบบในระยะยาวซึ่งต้องใช้เวลา และแม้รัฐบาลจะดูแลเศรษฐกิจให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจได้ แต่ก็ยังคงมีความเปราะบาง และอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของผู้มีรายได้น้อย รัฐบาลจึงต้องการเพิ่มรายได้ให้ครอบคลุมผู้มีรายได้น้อยทั้งหมด ซึ่งรวมถึงผู้ที่อยู่นอกภาคการเกษตร หลังจากที่ได้ช่วยเหลือเกษตรกรไปแล้ว   ทั้งนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ย้ำชัดเจนว่า มาตรการนี้เป็นเพียงมาตรการชั่วคราว ให้ครั้งเดียวแล้วจบ ไม่ใช่การให้เงินช่วยเหลือแบบรายเดือน ซึ่งมีผลดีคือจะช่วยกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบ และประชาชนไม่เป็นหนี้เพิ่ม อีกทั้งรัฐบาลต้องการให้ผู้มีรายได้น้อยไปขึ้นทะเบียน เพื่อต่อยอดไปสู่มาตรการช่วยเหลืออื่นๆ เช่น รถไฟฟรี รถเมล์ฟรี ให้ตรงจุดอย่างแท้จริง ซึ่งมาตรการนี้แตกต่างจากนโยบายประชานิยมในอดีตที่มุ่งให้ความช่วยเหลือประชาชนแบบเหมารวม ไม่มีการตรวจสอบรายได้ วันนี้รัฐบาลให้ประชาชนไปขึ้นทะเบียนด้วยตนเอง จึงทำให้มีฐานข้อมูลที่ถูกต้อง และเมื่อวันข้างหน้าเศรษฐกิจดีขึ้น รัฐบาลจะประหยัดงบประมาณในการช่วยเหลือ และสามารถนำเงินไปลงทุนพัฒนาประเทศในด้านอื่นๆ ได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qWZL12WwQK4    

 1,239
เศรษฐกิจ
18 พ.ย. 59

นบข.เตรียมประชุมคลอดมาตรการช่วยเหลือข้าวเหนียว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการข้าว (นบข.) ได้เรียกประชุม เพื่อหารือถึงสถานการณ์ข้าวและเพิ่มเติมมาตรการสำหรับข้าวเปลือกเหนียว หลังจากมีการร้องขอจากชาวนาปลูกข้าวเหนียวให้ออกมาตรการช่วยเหลือเหมือนข้าวหอมมะลิและข้าวเจ้าก่อนหน้านี้ ในวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้  ขณะที่ตัวแทนชาวนาและโรงสี เห็นด้วยที่รัฐบาลจะออกมาตรการดูแลข้าวเปลือกเหนียวเหมือนกับข้าวเปลือกหอมมะลิและข้าวเปลือกเจ้า ทั้งนี้ราคาข้าวเหนียวในตลาดพุ่งแซงหน้าข้าวหอมมะลิตามกลไกตลาด ขายอยู่ที่ กก.ละ 9 บาท แต่ก็กังวลว่าชาวนาจะแห่ปลูกข้าวเหนียวเพราะเห็นว่าได้ราคาดี จนก่อให้เกิดภ่วะล้นตลาด    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0E-jTAs99O0  

 6,752
ต่างประเทศ
04 พ.ย. 59

แสบตาแทน!! ตำรวจจีนไอเดียแจ่ม จับพวกชอบเปิดไฟสูงใส่คนอื่น นั่งจ้องไฟรถตัวเอง 1 นาที

เว็บไซต์ข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจเมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน ไอเดียบรรเจิด เปิดตัวมาตรการลงโทษรูปแบบใหม่ 'เก้าอี้เขียว เสียวแสบตา' ที่ใช้ลงโทษผู้ใช้รถใช้ถนนที่เปิดไฟสูง โดยผู้ทำผิดกฎจราจรดังกล่าวจะถูกปรับเงิน 300 หยวน หรือประมาณ 1,500 บาท ตัดแต้มใบขับขี่ 1 แต้ม และจะต้องนั่งจ้องไฟจากรถของตัวเองที่เปิดไฟสูง เป็นเวลา 60 วินาที    ทั้งนี้ ชาวเน็ตจีนต่างชื่นชมมาตรการดังกล่าวว่าเป็นไอเดียที่ดี แต่ก็มีบางคนเป็นห่วงว่าการที่ต้องจ้องไฟสว่างนานขนาดนั้น อาจเป็นอันตรายต่อดวงตาได้              ขอบคุณข้อมูลจาก : BBC และ อ้ายจง     

 202,143
เศรษฐกิจ
01 พ.ย. 59

มติ นบข. เคาะมาตรการช่วยเหลือชาวนาจากราคาข้าวตกต่ำ

ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวหอมมะลิที่ประสบปัญหาราคาตกต่ำ โดยให้  ธ.ก.ส.ปล่อยสินเชื่อให้เกษตรกรเก็บข้าวไว้ในยุ้งฉางร้อยละ 90 ของราคาตลาด ที่ตันละ 9,700 บาท โดยเกษตรกรจะได้ตันละ 8,730 บาท พร้อมกันนี้ที่ประชุมได้เห็นชอบมาตรการสินเชื่อชะลอการขายสำหรับข้าวนาปี โดยชาวนาที่ฝากเก็บยุ้งฉาง จะได้รับเงินจากโครงการดังกล่าว ตันละ 11,525 บาท ในส่วนของข้าวหอมมะลิ ซึ่งแบ่งเป็นสินเชื่อทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ร้อยละ 90 ของราคาประเมิลมูลค่าตันละ 9,700 บาท รวมค่าเก็บเกี่ยว ค่าปรับปรุงคุณภาพและค่าฝากเก็บ ซึ่งจะสามารถดูดซับปริมานผลผลิตข้าวเปลือกหอมมะลิ ในตลาดได้ 2 ล้านตัน จากผลผลิตที่คาดว่าจะออกทั้งหมดในปีนี้ 10 ล้านตัน และสำหรับเกษตรกรที่ไม่มียุ้งฉาง ราคาขายจะลดลง โดยหักค่าฝากเก็บตันละ 1,500 บาท โดยราคาจะเหลือ 10,995 บาท   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kqPCbINSzcA  

 1,598
เศรษฐกิจ
29 ต.ค. 59

รมว.พาณิชย์ รับราคาข้าวหอมมะลิตกจริง เหตุมีความชื้นสูง เตรียมออกมาตรการช่วยเหลือ

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวยอมรับว่า ขณะนี้ราคาข้าวสารหอมมะลิมีราคาตกจริง เนื่องจากข้าวมีความชื้นสูง และผลผลิตปีนี้มีปริมาณมาก ซึ่งขณะนี้รัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรแล้วจำนวน 19 มาตรการ ภายใต้วงเงินช่วยเหลือ 3.7 พันล้านบาท เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา ประกอบกับที่ผ่านมา รัฐบาลได้จัดทำโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้แก่ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก โดยจะชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวที่กู้ยืมเงินจากธนาคารเพื่อรับซื้อข้าวเปลือกตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 - 31 มีนาคม 2560 โดยให้เก็บรักษาข้าวในสต๊อกเป็นเวลา 2 - 6 เดือน ในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี ซึ่งขณะนี้มีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการแล้ว 345 ราย วงเงินสินเชื่อที่รับซื้อข้าวเปลือก 85,917 ล้านบาท ซึ่งกระทรวงฯ มีเป้าหมายการเก็บสต็อกประมาณ 8 ล้านตัน     นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ ยังมีแนวทางช่วยเหลือในระยะสั้นผ่านโครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่ม โดย ธ.ก.ส. จะให้สินเชื่อแก่สถาบันเกษตรกร เพื่อนำไปซื้อข้าวจากสมาชิกและนำไปจำหน่ายหรือแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ซึ่งสถาบันเกษตรกรจะรับภาระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 1 ตั้งเป้าหมาย 2.5 ล้านตัน โครงการจัดตลาดนัดข้าวเปลือก เพื่อให้กลไกลตลาดการรับซื้อข้าวเปลือกของเกษตรกรมีการแข่งขัน เกษตรกรมีช่องทางเลือกและมีอำนาจต่อรองการขายข้าวเปลือก ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ จะสนับสนุนประชาสัมพันธ์การขายข้าวถุงในตลาดต่างประเทศให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง     ทั้งนี้ในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ที่มี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยกระทรวงพาณิชย์ จะเสนอราคารับฝากข้าวเปลือกหอมมะลิในยุ้งฉางเกษตรกร (จำนำยุ้งฉาง) ตามโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก ก่อนจะเสนอคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sp0ZkshC2uA  

 1,272
เศรษฐกิจ
12 ต.ค. 59

'ซัมซุง' ออกมาตรการเยียวยาลูกค้าที่สั่งจอง 'โน้ต 7' ล่วงหน้าในไทย หลังหยุดจำหน่ายทั่วโลก

ซัมซุง ประเทศไทย ออกแถลงมาตรการการเยียวยาลูกค้าที่สั่งจอง กาแลคซี่ โน้ต 7 ล่วงหน้า โดยมอบสิทธิให้ซื้อโทรศัพท์รุ่นอื่นๆในราคาพิเศษ หรือรับเงินชดเชยในการยกเลิกการจอง โดยระบุรายละเอียดดังนี้ ซัมซุง ประเทศไทย พร้อมดูแลลูกค้าที่สั่งจอง กาแลคซี่ โน้ต 7 ล่วงหน้า หลังทั่วโลกหยุดจำหน่าย กาแลคซี่ โน้ต 7 ถาวร Note 7 TH สำหรับประเทศไทย ยังไม่มีการวางจำหน่ายกาแลคซี่ โน้ต 7 แต่อย่างใด มีเฉพาะลูกค้าที่สั่งจองล่วงหน้าเท่านั้น ทั้งนี้บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ขอเรียนแจ้งลูกค้าที่ทำการสั่งจองล่วงหน้า (Pre-Booking) ว่าลูกค้าสามารถรับเงินมัดจำคืนเต็มจำนวน และสามารถเลือกรับสิทธิประโยชน์ข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้ รับสิทธิพิเศษในการซื้อซัมซุง กาแลคซี่รุ่นอื่นในราคาพิเศษ ที่ช่องทางที่จองเครื่องไว้ ตามรายละเอียดดังนี้ ซื้อกาแลคซี่ เอส 7 หรือ กาแลคซี่ เอส 7 เอดจ์ หรือ กาแลคซี่ โน้ต 5 ในราคา 10,000บาท รับฟรี Samsung Level Active มูลค่า 2,990 บาท (โดยสามารถมารับ Samsung Level Active ได้ตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคมนี้) ลูกค้าที่ยกเลิกและได้รับเงินชดเชย 2,000 บาทไปแล้วก่อนหน้านี้ ไม่สามารถเปลี่ยนมารับสิทธิ์นี้ได้ ใช้สิทธิ์ยกเลิกการจอง รับเงินชดเชย 2,000 บาท โดยแจ้งความประสงค์ที่ช่องทางที่จองเครื่องไว้ โดยเริ่มรับสิทธ์ได้ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม – 30 พฤศจิกายนนี้ ในกรณีที่ลูกค้าต้องการสอบถามหรือติดต่อกับช่องทางที่จองเครื่องไว้สามารถตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ได้ที่ใบจองหรือใบสั่งซื้อ ซัมซุงขออภัยเป็นอย่างสูงในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น โดยยืนยันว่าจะดูแลลูกค้าทุกท่านอย่างดีที่สุด และขอขอบคุณลูกค้าที่ยังคงให้ความไว้วางใจต่อซัมซุงด้วยดีเสมอมา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Samsung Customer Contact Center 0-2689-3232หรือโทรศัพท์บ้านโทรฟรี 1800-29-3232

 2,591
สังคม-อาชญากรรม
27 ก.ย. 59

กทม.ออกมาตรการรับมือฝนกระหน่ำกรุง

นายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงมาตรการรับมือน้ำฝนของ กทม. ว่า ถ้าฝนตกช่วงบ่าย-ค่ำ ทาง กทม. มีมาตรการเหมือนเดินตามถนนสายหลัก โดยที่ผ่านมา กทม. ก็จัดการปัญหาน้ำท่วมได้เป็นที่น่าพอใจ ถ้าจะเพิ่มเติมก็คือการแก้ปัญหาในบริเวณตรอกและซอยที่เป็นหมู่บ้านเก่า กว่า 300 จุด และพื้นที่การเกษตรบริเวณหนองจอก โดย กทม. ได้เตรียมขุดลอกคูคลองและพร่องน้ำแล้ว เพื่อเตรียมรับมือในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ที่อุตุฯ เตือนว่าฝนจะตกหนักมาก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PS4C8WydUsQ  

 955
สังคม-อาชญากรรม
23 ส.ค. 59

'สายตรวจมือปราบโปเกมอน' ประเดิมวันแรกจับคนเล่นขณะขับรถแล้ว 28 ราย

 ตำรวจบังคับใช้มาตรการ Pokemon Traffic No Go เข้มงวดตรวจจับผู้เล่นเกมโปเกมอนโก ขณะขับขี่ยานพาหนะบนท้องถนน โดยจะเข้มงวดกวดขันใน 10 เส้นทางหลักในกรุงเทพมหานคร ซึ่งตำรวจทุกท้องที่จะเข้มงวดบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก กับผู้ที่ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ ตั้งแต่การตักเตือนไปจนถึงโทษปรับไม่เกิน 1,000บาท โดยวันแรกสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้แล้ว 28 ราย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JEXq3OhsF6o  

 1,674
เศรษฐกิจ
15 ส.ค. 59

ปลัดคลัง ยันไม่จำเป็นต้องออกมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวตอนนี้

ปลัดคลัง ยันไม่จำเป็นต้องออกมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวตอนนี้ หลังเหตุระเบิดไม่กระทบเศรษฐกิจ แต่เตรียมหามาตรการเสริมไว้หากจำเป็น   นายสมชัย สัจจพงศ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีเกิดเหตุระเบิดในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ ว่า จากการหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาพบว่าภาคการท่องเที่ยวของไทยไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ จึงยังไม่มีความจำเป็นต้องออกมาตรการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวใดๆ ออกมาในขณะนี้ แต่อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการติดตามสถานการณ์ดังกล่าวที่อาจกระทบกับภาวะเศรษฐกิจ จึงได้สั่งการให้ทางสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค.ประเมินเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่อาจส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจแล้ว เพื่อคิดมาตรการในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติไว้ล่วงหน้า โดยเฉพาะมาตรการการประกันความเสี่ยงจากเหตุรุนแรงในประเทศไทย เพื่อให้นักท่องเที่ยวคลายความกังวลและสนใจที่จะเข้ามาท่องเที่ยวไทยเช่นเดิม ซึ่งมาตรการดังกล่าวเป็นเพียงการเตรียมความพร้อม จะยังไม่มีการเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม.พิจารณา ซึ่งหากมีความจำเป็นก็จะสามารถนำมาใช้ได้ทันที      พร้อมกันนี้ ปลัดกระทรวงการคลัง ยังยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวมแต่อย่างใด และเขื่อว่าจากการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช.ที่ระบุเศรษฐกิจไตรมาสที่ 2 ขยายตัวได้ 3.5% นั้น เป็นผลบวกที่ทำให้ทุกฝ่ายมีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้น และเชื่อว่าในไตรมาสที่ 3 และ 4 เศรษฐกิจจะฟื้นตัวขึ้นกว่าที่ผ่านมา และทำให้เศรษฐกิจทั้งปีขยายตัวได้มากกว่า 3.3% ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้      นอกจากนี้ นายสมชัย ยังระบุถึงยอดประชาชนที่มาลงทะเบียนคนมีรายได้น้อยว่า มีมากกว่า 5 ล้านคน ซึ่งถือเป็นจำนวนค่อนข้างสูง ฉะนั้นหลังนี้ไป จะนำตัวเลขที่ได้มาพิจารณาแนวทางในการออกมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยต่อไป แต่จะเป็นเมื่อไรนั้น ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ปัจจุบัน และปัจจัยด้านเศรษฐกิจด้วย   

 963
เศรษฐกิจ
22 มิ.ย. 59

ครม.เห็นชอบทุ่ม 4.5 หมื่นล้านออก 4 มาตรการช่วยเหลือเกษตรกร

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงว่า ครม.เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2559/2560 จำนวน 4 โครงการ วงเงินรวม 4.55 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย 1.โครงการสนับสนุนเงินช่วยเหลือต้นทุนปัจจัยการผลิตแก่เกษตรกร ไร่ละ1 พันบาท ไม่เกิน 10 ไร่ มีเกษตรกรได้ประโยชน์ 3.7 ล้านราย วงเงิน 3.7 หมื่นล้านบาท 2.โครงการพักชำระหนี้เงินต้น2 ปี ลดดอกเบี้ย 3% สำหรับลูกค้าสินเชื่อ ธ.ก.ส.วงเงินไม่เกิน5 แสนบาท โดย ธ.ก.ส.และรัฐบาลรับภาระดอกเบี้ยคนละ1.5% มีเกษตรกรได้รับประโยชน์2 ล้านราย วงเงิน 5.4 พันล้านบาท 3.โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการความรู้ทางการเงินและการปรับการผลิตแก่เกษตรกรผู้มีรายได้น้อย วงเงิน 258 ล้านบาท ตั้งเป้าจำนวนเกษตรกร3 แสนคน ต่อไปจะยกระดับเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เป้าหมาย1.5 หมื่นคน 4.โครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2559 วงเงิน 2.07 พันล้านบาท สำหรับลูกค้าสินเชื่อ ธ.ก.ส.จำนวน1.5 ล้านราย จำนวน 30 ล้านไร่ โดย ธ.ก.ส.ช่วยออกเบี้ยประกันไร่ละ 40 บาท วงเงิน 1,200 ล้านบาท ส่วนที่เหลือรัฐบาลชดเชยให้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/n0SySInrRRI

 2,317
ข่าวภูมิภาค
15 พ.ค. 59

อุบลฯ คุมเข้มจุดบั้งไฟ ป้องเกิดอุบัติเหตุซ้ำรอย

นายสมศักดิ์ จังตระกุล  ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ออกมาตรการคุมเข้มการจุดบั้งไฟในงานประเพณีประจำปี 2559 โดยมีการจำกัดไม่ให้ขึ้นสูงเกิน 5,000 ฟิต หรือ 2–3 กิโลเมตร รวมทั้งจำกัดปริมาณบั้งไฟที่จะทำการยิงขึ้นสู่ท้องฟ้า เพื่อไม่ให้รบกวนการทำการบินและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ำรอย        ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sqahnNSe0PI

 1,080

Top