ค้นหา :

ผลการค้นหา "เสี่ยท็อป"

สังคม-อาชญากรรม
21 ต.ค. 62

ตม.ชี้แจง 'เสี่ยท็อป' บินออกนอกประเทศได้ทั้งที่มีหมายจับ

พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. กล่าวชี้แจงประเด็นที่เสี่ยท็อป หรือ นายธนณัฎฐ์ สิริปิยพร เสี่ยหมื่นล้านกำมะลอหลอกสาวแต่งงาน เดินทางออกจากประเทศไทยไปยังฮ่องกง ทั้งที่มีหมายจับติดตัวอยู่ว่า   หมายจับดังกล่าวออกมาเมื่อปี 2559 แต่ตอนนั้นทางตำรวจยังไม่ได้เชื่อมโยงหมายจับกับทางสำนักงานศาลยุติธรรม จึงทำให้ยังไม่มีข้อมูลหมายจับดังกล่าวขึ้นมาในระบบ แต่หลังจากที่สื่อนำเสนอข่าวว่า เสี่ยท็อปเดินทางออกนอกประเทศไป ก็มีผู้เสียหายเดินทางมาแจ้งความกับตำรวจ ตม. ระบุว่า เสี่ยท็อปมีหมายจับของศาล   จากนั้นทางตำรวจจึงประสานกับศาลแขวงพระนครเหนือ และพบว่าเสี่ยท็อปเป็นบุคคลที่ศาลต้องการตัวจริง จึงได้นำข้อมูลเข้าสู่ระบบไบโอแมทริกซ์ขึ้นแบล็คลิสต์ไว้ จากนั้น ตม.ก็เฝ้าระวังว่าเสี่ยท็อปจะเดินทางกลับเมื่อใด เพราะมีหมายจับแล้วจึงดำเนินการรวบตัวทันทีที่มาถึงสนามบินดอนเมือง ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นการแต่งกายและหน้าตาที่ค่อนข้างเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ทำให้หลังจับกุมเสี่ยท็อป จึงใช้การตรวจสอบลายนิ้วมือจากระบบไบโอแมทริกซ์ ซึ่งก็ตรงกับบุคคลตามหมายจับ            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/sAnHYZpjrwE

 3,054
สังคม
21 ต.ค. 62

ตม.ชี้แจง 'เสี่ยท็อป' บินออกนอกประเทศได้ทั้งที่มีหมายจับ

พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. กล่าวชี้แจงประเด็นที่เสี่ยท็อป หรือ นายธนณัฎฐ์ สิริปิยพร เสี่ยหมื่นล้านกำมะลอหลอกสาวแต่งงาน เดินทางออกจากประเทศไทยไปยังฮ่องกง ทั้งที่มีหมายจับติดตัวอยู่ว่า   หมายจับดังกล่าวออกมาเมื่อปี 2559 แต่ตอนนั้นทางตำรวจยังไม่ได้เชื่อมโยงหมายจับกับทางสำนักงานศาลยุติธรรม จึงทำให้ยังไม่มีข้อมูลหมายจับดังกล่าวขึ้นมาในระบบ แต่หลังจากที่สื่อนำเสนอข่าวว่า เสี่ยท็อปเดินทางออกนอกประเทศไป ก็มีผู้เสียหายเดินทางมาแจ้งความกับตำรวจ ตม. ระบุว่า เสี่ยท็อปมีหมายจับของศาล   จากนั้นทางตำรวจจึงประสานกับศาลแขวงพระนครเหนือ และพบว่าเสี่ยท็อปเป็นบุคคลที่ศาลต้องการตัวจริง จึงได้นำข้อมูลเข้าสู่ระบบไบโอแมทริกซ์ขึ้นแบล็คลิสต์ไว้ จากนั้น ตม.ก็เฝ้าระวังว่าเสี่ยท็อปจะเดินทางกลับเมื่อใด เพราะมีหมายจับแล้วจึงดำเนินการรวบตัวทันทีที่มาถึงสนามบินดอนเมือง ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นการแต่งกายและหน้าตาที่ค่อนข้างเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ทำให้หลังจับกุมเสี่ยท็อป จึงใช้การตรวจสอบลายนิ้วมือจากระบบไบโอแมทริกซ์ ซึ่งก็ตรงกับบุคคลตามหมายจับ            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/sAnHYZpjrwE

 3,054
สังคม-อาชญากรรม
19 ต.ค. 62

'เสี่ยท็อป' ชูสองนิ้ว นอนเรือนจำ 6 เดือน คดีเช็คเด้ง ทนายเผยเจ้าตัวกังวลเรื่องเงินพันล้าน ที่จะได้จากตปท.-โรคประจำตัว

ความคืบหน้าคดีเสี่ยท๊อปที่ตกเป็นผู้ต้องหา คดีเช็คเด้ง หลังจากถูกตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจับกุมในสนามบินหลังเดินทางกลับจากจากฮ่องกง    ล่าสุดเมื่อวานนี้ ช่วงเช้าตร.สน.ดอนเมืองคุมตัวเสี่ยท๊อปส่งศาลแขวงพระนครเหนือ  ซึ่งระหว่างที่นำตัวเสี่ยท๊อปออดจากสน.ดอนเมืองก็ บอกกับผู้สื่อข่ข่าวว่า ผมบริสุทธิ์ เมื่อมาถึงศาล ศาลได้อ่านคำพิพากษาคดีพรบ.เช็คและมีคำสั่งให้จำคุก6เดือน เนื่องจากคดีนี้ถึงที่สุดแล้ว    โดยว่าที่ร้อยตรี ดร.สุรพล สินธุนาวา ทนายความของ เสี่ยท๊อป เปิดเผยว่าคดีนี้ เมื่อปี 2559  เสี่ยท็อป ได้ตกลงกับคู่ค้า จะลงทุนทำธุรกิจเสริมความวงเงิน 8 ล้าน ต่อรองลงมาเหลือ 4.5 ล้าน และ ตกลงกัน ล่าสุดเหลือ 1 ล้านบาท โดยเสี่ยท็อป ได้จ่ายเป็นเช็คให้ แต่เช็คไม่สามารถ ขึ้นเงินได้ หรือ เช็คเด้ง ทำให้  คู่กรณีมาฟ้องร้อง เสี่ยท็อป ต่อศาลแขวงพระนครเหนือ      มารดาของเสี่ยท็อป จึงได้นำโฉนดที่ดิน ที่ลำลูกกาคลอง 4 มาวางไว้เพื่อเป็นหลักค้ำประกัน ว่า จะนำเงินมาชดใช้ให้ ในภายหลัง ซึ่งขณะนี้ โฉนดที่ดิน ก็ยังอยู่กับคู่กรณี และยังไม่มีการเซ็นต์โอนที่ดินให้กันแต่อย่างใด   เมื่อถึงวันฟังคำพิพากษา ในวันที่ 14 พ.ย.2559 เสี่ยท็อป กลับไม่มาฟังคำพิพากษา และไม่อ้างเหตุแห้งความจำเป็น โดยอ้างว่าเพียงว่า ติดภารกิจที่ต่างประเทศ  ศาลจึงอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยสั่งจำคุก 1 ปี  จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ แก้การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง  คงจำคุกจำเลยไว้ 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา พร้อมกับให้ออกหมายจับ จำเลยไว้    จากนั้น เสี่ยท็อป ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ตามระยะเวลา ที่กฎหมายกำหนด ทำให้ขาดอุทธรณ์ และทำให้คดีถึงที่สุดแล้ว  หลังจากตำรวจ ติดตาม จับกุมตัวเสี่ยท็อปได้จึงนำส่งศาล  ศาลได้แจ้งผลคำพิพากษา ให้เสี่ยท็อป ทราบว่า คดีนี้ ถึงที่สุดแล้ว  และให้รับโทษตามคำพิพากษาคือ  จำคุก 6 เดือน     หลังจากศาลมีคำสั่ง เสี่ยท็อปก็มีสีหน้าเคร่งเครียด และบอกกับทนายว่า กังงลเรื่องเงินที่ไปทำงานต่างประเทศ จำนวนพันล้าน และกังวลเรื่องโรคเบาหวานซึ่งเป็นโรคประจำตัว    จากนั้นช่วงเย็น ก็มีรถเรือนจำพืเศษกรุงเทพมารอรับ โดยเสี่ยท๊อปเปลี่ยนเสื้อผ้า และชูสองนิ้วให้ผู้สื่อข่าว และบอกว่าจะขอต่สู้คดีต่อ    แม่เสี่ยท๊อปห่วงลูก บอกใช้หนี้ให้แล้วไม่คิดจะมาถูกจับคดีนี้ เผยมีหญิงนรินามโทรมาขอเงิน 7 แสนจะประกันเสี่ยท๊อปให้    ทางด้าน แม่อ้อย แม่ของเสี่ยท๊อป เมื่วานนี้ก็ปิดบ้านเงียบ ที่ประตูทางเข้ากมู่บ้านล๊อคกุญแจแน่นหนา  แม่เปิดเผยทางโทรศัพท์ ว่า คดีของเสี่ยท๊อปแม่รับรู้เรื่องนี้มาตลอด และตอนที่นัดเจรจากับผู้เสียหาย แม่ก็เอาโฉนดที่ดิน มูลค่าประมาน 2 ล้านบาทให้คู่กรณีที่ศาล แต่เขาจะโอนกันหรือยังแม่ไม่รู้ ก็เข้าใจว่าจบเคลียกันไปแล้ว เพราะคลินิกเสริมความงามนี้ก็ไม่ได้เป็นของท๊อป และพอรู้ข่าวว่าท๊อปติดคุก แม่ก็เป็นห่วง ก็ได้คุยโทรศัพท์บอกลูกให้อดทน อีกไม่นานก็ออกมา     แต่ที่แปลกคือ มีหญิงนรินามโทร มาหาแม่ บอกว่าให้หาเงินมาให้7แสน จะไปประกันตัวท๊อปให้แม่ก็งง เพราะศาลสั่งจำคุก ประกันไม่ได้ ตอนนี้แม่ปวดหัวมากนอนไม่หลับ และเป็นลมมาแล้ว3วัน เครียดกับเรื่องของท๊อป หากร่างกายแข็งแรง แม่จะไปเยี่ยมท๊อป    ส่วนเรื่องโฉนดที่ดินที่คู่กรณีเอาไปนั้นแม่ก็จะให้ทนายไปติดตามมาคืน เพราะคดีนี้ถือว่าท๊อปติดคุกชดใช้แล้ว    ส่วนทางด้าน คุณเตย เจ้าของอีเว้นต์ที่จัดงานแต่งให้เสี่ยท๊อปกับนางสาวดารินอดีตเจ้าสาว ที่เสี่ยท๊อปค้างค่าจัดงาน 3ล้านห้าแสนบาท  เปิดเผยว่า ทราบข่าวเรื่องเสี่ยท๊อปติดคุกแล้ว จากนี้จะคุยกับดารินว่าจะเข้าไปแจ้งความดำเนินคดีกับเสี่ยท๊อปเมื่อไหร่ เรื่องเงินที่เขาบอกจะชดใช้นั้น ตนทำใจไว้แล้วว่าคงไม่ได้คืน แต่ต้องแจ้งความเอาผิดแน่นอน    ส่วนดารินนั้น ตอนนี้ไม่เครียด สบายใจขึ้น พอรู้ข่าวเสี่ยท๊อปก็ไม่ได้เสียใจอะไร เพราะทุกอย่างเกิดจากการกระทำของตัวเสี่ยท๊อปเอง    ส่วนเรื่องการที่เสี่ยท๊อปอ้างว่าเป็นฝ่ายถูกหลอกให้แต่งงานมากกว่า และจะฟ้องกลับดารินนั้น คุณเตยระบุว่าไม่ได้กังสลหรือกลัวในเรื่องนี้ เพราะมันคือความจริง ตัวเสี่ยท๊อปก็รู้อยู่แก่ใจ ตอนนี้เสี่ยท๊อปด็ได้เข้าไปชดใช้กรรมที่ทำแล้ว           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/p5HJkKSxYE0

 7,679
สังคม
19 ต.ค. 62

'เสี่ยท็อป' ชูสองนิ้ว นอนเรือนจำ 6 เดือน คดีเช็คเด้ง ทนายเผยเจ้าตัวกังวลเรื่องเงินพันล้าน ที่จะได้จากตปท.-โรคประจำตัว

ความคืบหน้าคดีเสี่ยท๊อปที่ตกเป็นผู้ต้องหา คดีเช็คเด้ง หลังจากถูกตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจับกุมในสนามบินหลังเดินทางกลับจากจากฮ่องกง    ล่าสุดเมื่อวานนี้ ช่วงเช้าตร.สน.ดอนเมืองคุมตัวเสี่ยท๊อปส่งศาลแขวงพระนครเหนือ  ซึ่งระหว่างที่นำตัวเสี่ยท๊อปออดจากสน.ดอนเมืองก็ บอกกับผู้สื่อข่ข่าวว่า ผมบริสุทธิ์ เมื่อมาถึงศาล ศาลได้อ่านคำพิพากษาคดีพรบ.เช็คและมีคำสั่งให้จำคุก6เดือน เนื่องจากคดีนี้ถึงที่สุดแล้ว    โดยว่าที่ร้อยตรี ดร.สุรพล สินธุนาวา ทนายความของ เสี่ยท๊อป เปิดเผยว่าคดีนี้ เมื่อปี 2559  เสี่ยท็อป ได้ตกลงกับคู่ค้า จะลงทุนทำธุรกิจเสริมความวงเงิน 8 ล้าน ต่อรองลงมาเหลือ 4.5 ล้าน และ ตกลงกัน ล่าสุดเหลือ 1 ล้านบาท โดยเสี่ยท็อป ได้จ่ายเป็นเช็คให้ แต่เช็คไม่สามารถ ขึ้นเงินได้ หรือ เช็คเด้ง ทำให้  คู่กรณีมาฟ้องร้อง เสี่ยท็อป ต่อศาลแขวงพระนครเหนือ      มารดาของเสี่ยท็อป จึงได้นำโฉนดที่ดิน ที่ลำลูกกาคลอง 4 มาวางไว้เพื่อเป็นหลักค้ำประกัน ว่า จะนำเงินมาชดใช้ให้ ในภายหลัง ซึ่งขณะนี้ โฉนดที่ดิน ก็ยังอยู่กับคู่กรณี และยังไม่มีการเซ็นต์โอนที่ดินให้กันแต่อย่างใด   เมื่อถึงวันฟังคำพิพากษา ในวันที่ 14 พ.ย.2559 เสี่ยท็อป กลับไม่มาฟังคำพิพากษา และไม่อ้างเหตุแห้งความจำเป็น โดยอ้างว่าเพียงว่า ติดภารกิจที่ต่างประเทศ  ศาลจึงอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยสั่งจำคุก 1 ปี  จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ แก้การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง  คงจำคุกจำเลยไว้ 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา พร้อมกับให้ออกหมายจับ จำเลยไว้    จากนั้น เสี่ยท็อป ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ตามระยะเวลา ที่กฎหมายกำหนด ทำให้ขาดอุทธรณ์ และทำให้คดีถึงที่สุดแล้ว  หลังจากตำรวจ ติดตาม จับกุมตัวเสี่ยท็อปได้จึงนำส่งศาล  ศาลได้แจ้งผลคำพิพากษา ให้เสี่ยท็อป ทราบว่า คดีนี้ ถึงที่สุดแล้ว  และให้รับโทษตามคำพิพากษาคือ  จำคุก 6 เดือน     หลังจากศาลมีคำสั่ง เสี่ยท็อปก็มีสีหน้าเคร่งเครียด และบอกกับทนายว่า กังงลเรื่องเงินที่ไปทำงานต่างประเทศ จำนวนพันล้าน และกังวลเรื่องโรคเบาหวานซึ่งเป็นโรคประจำตัว    จากนั้นช่วงเย็น ก็มีรถเรือนจำพืเศษกรุงเทพมารอรับ โดยเสี่ยท๊อปเปลี่ยนเสื้อผ้า และชูสองนิ้วให้ผู้สื่อข่าว และบอกว่าจะขอต่สู้คดีต่อ    แม่เสี่ยท๊อปห่วงลูก บอกใช้หนี้ให้แล้วไม่คิดจะมาถูกจับคดีนี้ เผยมีหญิงนรินามโทรมาขอเงิน 7 แสนจะประกันเสี่ยท๊อปให้    ทางด้าน แม่อ้อย แม่ของเสี่ยท๊อป เมื่วานนี้ก็ปิดบ้านเงียบ ที่ประตูทางเข้ากมู่บ้านล๊อคกุญแจแน่นหนา  แม่เปิดเผยทางโทรศัพท์ ว่า คดีของเสี่ยท๊อปแม่รับรู้เรื่องนี้มาตลอด และตอนที่นัดเจรจากับผู้เสียหาย แม่ก็เอาโฉนดที่ดิน มูลค่าประมาน 2 ล้านบาทให้คู่กรณีที่ศาล แต่เขาจะโอนกันหรือยังแม่ไม่รู้ ก็เข้าใจว่าจบเคลียกันไปแล้ว เพราะคลินิกเสริมความงามนี้ก็ไม่ได้เป็นของท๊อป และพอรู้ข่าวว่าท๊อปติดคุก แม่ก็เป็นห่วง ก็ได้คุยโทรศัพท์บอกลูกให้อดทน อีกไม่นานก็ออกมา     แต่ที่แปลกคือ มีหญิงนรินามโทร มาหาแม่ บอกว่าให้หาเงินมาให้7แสน จะไปประกันตัวท๊อปให้แม่ก็งง เพราะศาลสั่งจำคุก ประกันไม่ได้ ตอนนี้แม่ปวดหัวมากนอนไม่หลับ และเป็นลมมาแล้ว3วัน เครียดกับเรื่องของท๊อป หากร่างกายแข็งแรง แม่จะไปเยี่ยมท๊อป    ส่วนเรื่องโฉนดที่ดินที่คู่กรณีเอาไปนั้นแม่ก็จะให้ทนายไปติดตามมาคืน เพราะคดีนี้ถือว่าท๊อปติดคุกชดใช้แล้ว    ส่วนทางด้าน คุณเตย เจ้าของอีเว้นต์ที่จัดงานแต่งให้เสี่ยท๊อปกับนางสาวดารินอดีตเจ้าสาว ที่เสี่ยท๊อปค้างค่าจัดงาน 3ล้านห้าแสนบาท  เปิดเผยว่า ทราบข่าวเรื่องเสี่ยท๊อปติดคุกแล้ว จากนี้จะคุยกับดารินว่าจะเข้าไปแจ้งความดำเนินคดีกับเสี่ยท๊อปเมื่อไหร่ เรื่องเงินที่เขาบอกจะชดใช้นั้น ตนทำใจไว้แล้วว่าคงไม่ได้คืน แต่ต้องแจ้งความเอาผิดแน่นอน    ส่วนดารินนั้น ตอนนี้ไม่เครียด สบายใจขึ้น พอรู้ข่าวเสี่ยท๊อปก็ไม่ได้เสียใจอะไร เพราะทุกอย่างเกิดจากการกระทำของตัวเสี่ยท๊อปเอง    ส่วนเรื่องการที่เสี่ยท๊อปอ้างว่าเป็นฝ่ายถูกหลอกให้แต่งงานมากกว่า และจะฟ้องกลับดารินนั้น คุณเตยระบุว่าไม่ได้กังสลหรือกลัวในเรื่องนี้ เพราะมันคือความจริง ตัวเสี่ยท๊อปก็รู้อยู่แก่ใจ ตอนนี้เสี่ยท๊อปด็ได้เข้าไปชดใช้กรรมที่ทำแล้ว           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/p5HJkKSxYE0

 7,679
สังคม-อาชญากรรม
18 ต.ค. 62

'เสี่ยท็อป' คอตกศาลแขวงสั่งจำคุก 6 เดือน คดีเช็คเด้ง

ศาลแขวงสั่งจำคุก 6 เดือน เสี่ยท็อป ลวงโลกหมื่นล้าน คดีเช็คเด้ง คดีถึงที่สุด เพราะไม่อุทธรณ์ตามระยะเวลาที่กำหนด - ส่งเข้าเรือนจำฯ    ว่าที่ร้อยตรี ดร.สุรพล สินธุนาวา  ทนายความของ  นายธนณัฏฐ์ สิริปิยพร หรือ "เสี่ยท็อป" อายุ 49 ปี  เปิดเผยถึงคดีที่ทำให้ เสี่ยท็อป ถูกจับกุม ว่า เมื่อปี 2559  เสี่ยท็อป ได้ตกลงกับคู่ค้า จะลงทุนทำธุรกิจเสริมความวงเงิน 8 ล้าน ต่อรองลงมาเหลือ 4.5 ล้าน และ ตกลงกัน ล่าสุดเหลือ 1 ล้านบาท โดยเสี่ยท็อป ได้จ่ายเป็นเช็คให้ แต่เช็คไม่สามารถ ขึ้นเงินได้ หรือ เช็คเด้ง ทำให้  คู่กรณีมาฟ้องร้อง เสี่ยท็อป ต่อศาลแขวงพระนครเหนือ   มารดาของเสี่ยท็อป จึงได้นำโฉนดที่ดิน ที่ลำลูกกาคลอง 4 มาวางไว้เพื่อเป็นหลักค้ำประกัน ว่า จะนำเงินมาชดใช้ให้ ในภายหลัง ซึ่งขณะนี้ โฉนดที่ดิน ก็ยังอยู่กับคู่กรณี และยังไม่มีการเซ็นต์โอนที่ดินให้กันแต่อย่างใด     เมื่อถึงวันฟังคำพิพากษา ในวันที่ 14 พ.ย.2559 เสี่ยท็อป กลับไม่มาฟังคำพิพากษา และไม่อ้างเหตุแห้งความจำเป็น โดยอ้างว่าเพียงว่า ติดภารกิจที่ต่างประเทศ  ศาลจึงอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยสั่งจำคุก 1 ปี  จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ แก้การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง  คงจำคุกจำเลยไว้ 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา พร้อมกับให้ออกหมายจับ จำเลยไว้    จากนั้น เสี่ยท็อป ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ตามระยะเวลา ที่กฎหมายกำหนด ทำให้ขาดอุทธรณ์ และทำให้คดีถึงที่สุดแล้ว  หลังจากตำรวจ ติดตาม จับกุมตัวเสี่ยท็อปได้จึงนำส่งศาล  ศาลได้แจ้งผลคำพิพากษา ให้เสี่ยท็อป ทราบว่า คดีนี้ ถึงที่สุดแล้ว  และให้รับโทษตามคำพิพากษาคือ  จำคุก 6 เดือน   จึงต้องส่งตัวไปคุมขังที่ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โดยญาติจะไปเยี่ยมเสี่ยท็อป  ที่เรือนจำฯ ในช่วงบ่ายนี้    ทนายความ  ยังระบุด้วยว่า  ตัวเสี่ยท็อป เองอ้างว่ามีความกังวลเรื่องของสุขภาพ เนื่องจากเป็นโรคเบาหวาน  และกังวลเรื่องเงินจากการทำธุรกิจที่จะได้รับประมาณ 1000 ล้านบาท  แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดว่าเป็นธุรกิจ ด้านไหน  และเกี่ยวกับเรื่องอะไร   ข่าวที่เี่ยวข้อง จับ 'เสี่ยท็อป' คาดอนเมือง ตามหมายจับคดีเช็คเด้ง โต้ตัวเองต่างหากที่ถูกหลอกแต่งงาน   

 4,932
สังคม
18 ต.ค. 62

'เสี่ยท็อป' คอตกศาลแขวงสั่งจำคุก 6 เดือน คดีเช็คเด้ง

ศาลแขวงสั่งจำคุก 6 เดือน เสี่ยท็อป ลวงโลกหมื่นล้าน คดีเช็คเด้ง คดีถึงที่สุด เพราะไม่อุทธรณ์ตามระยะเวลาที่กำหนด - ส่งเข้าเรือนจำฯ    ว่าที่ร้อยตรี ดร.สุรพล สินธุนาวา  ทนายความของ  นายธนณัฏฐ์ สิริปิยพร หรือ "เสี่ยท็อป" อายุ 49 ปี  เปิดเผยถึงคดีที่ทำให้ เสี่ยท็อป ถูกจับกุม ว่า เมื่อปี 2559  เสี่ยท็อป ได้ตกลงกับคู่ค้า จะลงทุนทำธุรกิจเสริมความวงเงิน 8 ล้าน ต่อรองลงมาเหลือ 4.5 ล้าน และ ตกลงกัน ล่าสุดเหลือ 1 ล้านบาท โดยเสี่ยท็อป ได้จ่ายเป็นเช็คให้ แต่เช็คไม่สามารถ ขึ้นเงินได้ หรือ เช็คเด้ง ทำให้  คู่กรณีมาฟ้องร้อง เสี่ยท็อป ต่อศาลแขวงพระนครเหนือ   มารดาของเสี่ยท็อป จึงได้นำโฉนดที่ดิน ที่ลำลูกกาคลอง 4 มาวางไว้เพื่อเป็นหลักค้ำประกัน ว่า จะนำเงินมาชดใช้ให้ ในภายหลัง ซึ่งขณะนี้ โฉนดที่ดิน ก็ยังอยู่กับคู่กรณี และยังไม่มีการเซ็นต์โอนที่ดินให้กันแต่อย่างใด     เมื่อถึงวันฟังคำพิพากษา ในวันที่ 14 พ.ย.2559 เสี่ยท็อป กลับไม่มาฟังคำพิพากษา และไม่อ้างเหตุแห้งความจำเป็น โดยอ้างว่าเพียงว่า ติดภารกิจที่ต่างประเทศ  ศาลจึงอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยสั่งจำคุก 1 ปี  จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ แก้การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง  คงจำคุกจำเลยไว้ 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา พร้อมกับให้ออกหมายจับ จำเลยไว้    จากนั้น เสี่ยท็อป ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ตามระยะเวลา ที่กฎหมายกำหนด ทำให้ขาดอุทธรณ์ และทำให้คดีถึงที่สุดแล้ว  หลังจากตำรวจ ติดตาม จับกุมตัวเสี่ยท็อปได้จึงนำส่งศาล  ศาลได้แจ้งผลคำพิพากษา ให้เสี่ยท็อป ทราบว่า คดีนี้ ถึงที่สุดแล้ว  และให้รับโทษตามคำพิพากษาคือ  จำคุก 6 เดือน   จึงต้องส่งตัวไปคุมขังที่ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โดยญาติจะไปเยี่ยมเสี่ยท็อป  ที่เรือนจำฯ ในช่วงบ่ายนี้    ทนายความ  ยังระบุด้วยว่า  ตัวเสี่ยท็อป เองอ้างว่ามีความกังวลเรื่องของสุขภาพ เนื่องจากเป็นโรคเบาหวาน  และกังวลเรื่องเงินจากการทำธุรกิจที่จะได้รับประมาณ 1000 ล้านบาท  แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดว่าเป็นธุรกิจ ด้านไหน  และเกี่ยวกับเรื่องอะไร   ข่าวที่เี่ยวข้อง จับ 'เสี่ยท็อป' คาดอนเมือง ตามหมายจับคดีเช็คเด้ง โต้ตัวเองต่างหากที่ถูกหลอกแต่งงาน   

 4,932
สังคม-อาชญากรรม
18 ต.ค. 62

'เสี่ยท็อป' ยันบริสุทธิ์ใจ เตรียมหลักทรัพย์ 3 แสนขอประกันตัว

นายธนณัฏฐ์ สิริปิยพร หรือ เสี่ยท็อป เดินทางออกจากสน.ดอนเมือง เพื่อไปขึ้นศาลแขวงประภาพร  เพื่อฟังคำพิจารณาคดีจ่ายเช็คเด้งซื้อคลินิกเสริมความงามเมื่อปี 2557 โดยกล่าวเพียงสั้นๆว่า ตนเองนั้นบริสุทธิ์ใจ และพร้อมสู้คดีในชั้นศาล   ด้านนายสุรพล สินธุนาวา ทนายความของสี่ยท็อป ได้เปิดเผยว่า วันนี้ได้มีการ เตรียมหลักทรัพย์จำนวน 3 แสนบาท เพื่อใช้ในการประกันตัว นายธนณัฏฐ์ ส่วนขั้นตอนขณะนี้ที่ศาลอยู่ระหว่างรอศาลพิจารณาคดี    สำหรับพฤติการณ์คดีนี้ ในวันที่ 29 พ.ค. 2557 นางสาว สุภาพรณ์ อัมภาพันธุ์กิจ ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ ในคดี ออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย โดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น โดยนางสาวสุภาพรณ์ ได้รับการติดต่อจาก 'เสี่ยท็อป' เพื่อที่จะขอซื้อคลีนิคเสริมความงามชื่อไอซิสคลีนิคซึ่งนางสาวสุภาพรณ์เป็นเจ้าของ โดยพูดสร้างความน่าเชื่อถือ พูดจาหว่านล้อมต่าง ๆ จนทำให้นางสาวสุภาพรณ์ตัดสินใจขายคลีนิคให้กับ 'เสี่ยท็อป' ในราคา 8 ล้าน 5 แสนบาท    และ 'เสี่ยท็อป' ได้สั่งจ่ายเช็คให้กับนางสาวสุภาพรณ์ฯ ในราคา 8 ล้าน 5 แสนบาท แต่เมื่อนำเช็คไปขึ้นเงิน ธนาคารกลับปฏิเสธการจ่ายเงิน หลังจากนั้น 'เสี่ยท็อป' ได้นำชื่อคลีนิคไปใช้ในการแอบอ้าง หลอกลวงผู้อื่นในทางเสียหาย จนทำให้คลีนิคของนางสาวสุภาพรณ์ เสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก และหลังจากที่ศาลได้มีกาณนัด 'เสี่ยท็อป' มาฟังคำพิพากษา เจ้าตัวกลับหลบหนีไม่มาขึ้นศาล ศาลแขวงพระนครเหนือจึงออกหมายจับลงวันที่ 14 พ.ย. 2559

 900
อาชญากรรม
18 ต.ค. 62

'เสี่ยท็อป' ยันบริสุทธิ์ใจ เตรียมหลักทรัพย์ 3 แสนขอประกันตัว

นายธนณัฏฐ์ สิริปิยพร หรือ เสี่ยท็อป เดินทางออกจากสน.ดอนเมือง เพื่อไปขึ้นศาลแขวงประภาพร  เพื่อฟังคำพิจารณาคดีจ่ายเช็คเด้งซื้อคลินิกเสริมความงามเมื่อปี 2557 โดยกล่าวเพียงสั้นๆว่า ตนเองนั้นบริสุทธิ์ใจ และพร้อมสู้คดีในชั้นศาล   ด้านนายสุรพล สินธุนาวา ทนายความของสี่ยท็อป ได้เปิดเผยว่า วันนี้ได้มีการ เตรียมหลักทรัพย์จำนวน 3 แสนบาท เพื่อใช้ในการประกันตัว นายธนณัฏฐ์ ส่วนขั้นตอนขณะนี้ที่ศาลอยู่ระหว่างรอศาลพิจารณาคดี    สำหรับพฤติการณ์คดีนี้ ในวันที่ 29 พ.ค. 2557 นางสาว สุภาพรณ์ อัมภาพันธุ์กิจ ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ ในคดี ออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย โดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น โดยนางสาวสุภาพรณ์ ได้รับการติดต่อจาก 'เสี่ยท็อป' เพื่อที่จะขอซื้อคลีนิคเสริมความงามชื่อไอซิสคลีนิคซึ่งนางสาวสุภาพรณ์เป็นเจ้าของ โดยพูดสร้างความน่าเชื่อถือ พูดจาหว่านล้อมต่าง ๆ จนทำให้นางสาวสุภาพรณ์ตัดสินใจขายคลีนิคให้กับ 'เสี่ยท็อป' ในราคา 8 ล้าน 5 แสนบาท    และ 'เสี่ยท็อป' ได้สั่งจ่ายเช็คให้กับนางสาวสุภาพรณ์ฯ ในราคา 8 ล้าน 5 แสนบาท แต่เมื่อนำเช็คไปขึ้นเงิน ธนาคารกลับปฏิเสธการจ่ายเงิน หลังจากนั้น 'เสี่ยท็อป' ได้นำชื่อคลีนิคไปใช้ในการแอบอ้าง หลอกลวงผู้อื่นในทางเสียหาย จนทำให้คลีนิคของนางสาวสุภาพรณ์ เสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก และหลังจากที่ศาลได้มีกาณนัด 'เสี่ยท็อป' มาฟังคำพิพากษา เจ้าตัวกลับหลบหนีไม่มาขึ้นศาล ศาลแขวงพระนครเหนือจึงออกหมายจับลงวันที่ 14 พ.ย. 2559

 900
สังคม-อาชญากรรม
18 ต.ค. 62

จับ 'เสี่ยท็อป' คาดอนเมือง ตามหมายจับคดีเช็คเด้ง โต้ตัวเองต่างหากที่ถูกหลอกแต่งงาน

จากกรณีที่เสี่ยท็อป หรือ นายธนณัฏฐ์ สิริปิยพร ที่ตกเป็นประเด็นหลอกสาวชาวบุรีรัมย์แต่งงาน ก่อนจะทิ้งภาระหนี้สินค่าใช้จ่ายงานแต่งงานกว่า 3.5 ล้านบาท และหลังเกิดเรื่องก็ได้เดินทางไปยังฮ่องกงตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา   ล่าสุดเสี่ยท็อปได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยที่สนามบินดอนเมือง โดยทันทีที่เสี่ยท็อป ผ่านจุดตรวจคนเข้าเมือง ระบบไบโอเมตริกซ์ก็แจ้งเตือนว่าเป็นบุคคลที่มีหมายจับ ของศาลแขวงพระนครเหนือ ในข้อหาตาม พ.ร.บ ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ซึ่งเป็นหมายจับเก่าตั้งแต่ปี 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าจับกุมตัว และส่งตัวไปคุมขังไว้ที่ สน.ดอนเมือง   ซึ่งเสี่ยท็อป ยืนยันว่า ในเรื่องของคดีเช็คนี้เป็นคดีเก่าที่เกิดขึ้นช่วงปี 2559 ที่เป็นการนำเช็คไปซื้อคลีนิกแห่งหนึ่ง แต่เราไม่ได้ใช้ประโยชน์ใดๆ และได้นำโฉนดที่ดินไปทำการชำระหนี้แล้ว ซึ่งถือว่าจบแล้ว แต่ทางคู่กรณีไม่ได้ถอนการดำเนินคดี และมีการมายืนยันเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งตนเองพอจะทราบข่าวอยู่บ้างจึงตั้งใจเดินทางกลับมาเพื่อเคลียร์ปัญหานี้   แต่ต้องรอทางทนายความก่อนว่าจะดำเนินการในเรื่องของที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวอย่างไร จะสามารถประกันได้หรือไม่ คงต้องรอคุยกับทางทนายความก่อน เพราะเบื้องต้นยังไม่ได้คุยใดๆเพราะเจ้าหน้าที่ยังไม่ให้ใช้โทรศัพท์ติดต่อกับผู้อื่น ส่วนการดำเนินการของทางเจ้าหน้าที่ทราบว่าในช่วงเช้าพรุ่งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการคุมตัวไปส่งศาลแขวงพระนครเหนือ ในคดี พ.ร.บ.เช็ค   ประเด็นเกี่ยวกับเรื่องแต่งงานยืนยันว่ามีเอกสารที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าตนเองจะเป็นผู้ชำระหนี้สินทั้งหมดตามรายการเอง ซึ่งฝ่ายหญิงไม่ต้องชำระใดๆทั้งสิ้น และข้อเท็จจริงอีกข้อคือตนเองเป็นผู้ถูกหลอกให้แต่งงานด้วย ไม่ใช่เป็นผู้ไปหลอกฝ่ายหญิงแต่งงานตามที่ปรากฏเป็นข่าว พร้อมยืนยันว่าจะต่อสู้ในทุกคดีที่ตกเป็นข่าวอยู่ในตอนนี้   ในเวลาต่อมา นางพัชรธัญวิสิฐ ทองเมือง หรือน้าน้อย ผู้ที่เลี้ยงเสี่ยท็อปมาตั้งแต่ 6 ขวบ เดินทางมาเพื่อเยี่ยม ระบุกับสื่อมวลชนว่า ตนเองไม่ใช่น้าแท้ๆ แต่เป็นผู้ที่ทำหน้าที่เลี้ยงดูเสี่ยท็อปมาตั้งแต่ 6 ขวบ รักและเป็นห่วง พอทราบข่าวจากทางมารดาเสี่ยท็อป ก็รีบเดินทางมาเพื่อสอบถามสารทุกข์สุขดิบ รวมถึงมาแจ้งว่าจะช่วยพูดกับมารดาของเสี่ยท็อป เพื่อให้เข้ามาช่วยเหลือในคดี ซึ่งทางมารดาของเสี่ยท็อปรู้สึกเอือมระอากับพฤติกรรมของเสี่ยท็อปที่มักสร้างปัญหาอยู่บ่อยครั้ง   เมื่อถามถึงลักษณะนิสัยของเสี่ยท็อปตั้งแต่เด็ก น้าน้อยก็ยืนยันว่าเป็นเด็กดี แต่ชอบใช้ของหรูๆ เนื่องจากทางบ้านของเสี่ยท็อปเป็นผู้มีฐานะ ส่วนเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงก็ยืนยันว่าเคยเห็นเสี่ยท็อป มีการคบหาดูใจกับหญิงสาวหลายคน แต่ไม่ทราบรายละเอียด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/93M1_GeT57s

 8,271
สังคม
18 ต.ค. 62

จับ 'เสี่ยท็อป' คาดอนเมือง ตามหมายจับคดีเช็คเด้ง โต้ตัวเองต่างหากที่ถูกหลอกแต่งงาน

จากกรณีที่เสี่ยท็อป หรือ นายธนณัฏฐ์ สิริปิยพร ที่ตกเป็นประเด็นหลอกสาวชาวบุรีรัมย์แต่งงาน ก่อนจะทิ้งภาระหนี้สินค่าใช้จ่ายงานแต่งงานกว่า 3.5 ล้านบาท และหลังเกิดเรื่องก็ได้เดินทางไปยังฮ่องกงตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา   ล่าสุดเสี่ยท็อปได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยที่สนามบินดอนเมือง โดยทันทีที่เสี่ยท็อป ผ่านจุดตรวจคนเข้าเมือง ระบบไบโอเมตริกซ์ก็แจ้งเตือนว่าเป็นบุคคลที่มีหมายจับ ของศาลแขวงพระนครเหนือ ในข้อหาตาม พ.ร.บ ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ซึ่งเป็นหมายจับเก่าตั้งแต่ปี 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าจับกุมตัว และส่งตัวไปคุมขังไว้ที่ สน.ดอนเมือง   ซึ่งเสี่ยท็อป ยืนยันว่า ในเรื่องของคดีเช็คนี้เป็นคดีเก่าที่เกิดขึ้นช่วงปี 2559 ที่เป็นการนำเช็คไปซื้อคลีนิกแห่งหนึ่ง แต่เราไม่ได้ใช้ประโยชน์ใดๆ และได้นำโฉนดที่ดินไปทำการชำระหนี้แล้ว ซึ่งถือว่าจบแล้ว แต่ทางคู่กรณีไม่ได้ถอนการดำเนินคดี และมีการมายืนยันเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งตนเองพอจะทราบข่าวอยู่บ้างจึงตั้งใจเดินทางกลับมาเพื่อเคลียร์ปัญหานี้   แต่ต้องรอทางทนายความก่อนว่าจะดำเนินการในเรื่องของที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวอย่างไร จะสามารถประกันได้หรือไม่ คงต้องรอคุยกับทางทนายความก่อน เพราะเบื้องต้นยังไม่ได้คุยใดๆเพราะเจ้าหน้าที่ยังไม่ให้ใช้โทรศัพท์ติดต่อกับผู้อื่น ส่วนการดำเนินการของทางเจ้าหน้าที่ทราบว่าในช่วงเช้าพรุ่งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการคุมตัวไปส่งศาลแขวงพระนครเหนือ ในคดี พ.ร.บ.เช็ค   ประเด็นเกี่ยวกับเรื่องแต่งงานยืนยันว่ามีเอกสารที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าตนเองจะเป็นผู้ชำระหนี้สินทั้งหมดตามรายการเอง ซึ่งฝ่ายหญิงไม่ต้องชำระใดๆทั้งสิ้น และข้อเท็จจริงอีกข้อคือตนเองเป็นผู้ถูกหลอกให้แต่งงานด้วย ไม่ใช่เป็นผู้ไปหลอกฝ่ายหญิงแต่งงานตามที่ปรากฏเป็นข่าว พร้อมยืนยันว่าจะต่อสู้ในทุกคดีที่ตกเป็นข่าวอยู่ในตอนนี้   ในเวลาต่อมา นางพัชรธัญวิสิฐ ทองเมือง หรือน้าน้อย ผู้ที่เลี้ยงเสี่ยท็อปมาตั้งแต่ 6 ขวบ เดินทางมาเพื่อเยี่ยม ระบุกับสื่อมวลชนว่า ตนเองไม่ใช่น้าแท้ๆ แต่เป็นผู้ที่ทำหน้าที่เลี้ยงดูเสี่ยท็อปมาตั้งแต่ 6 ขวบ รักและเป็นห่วง พอทราบข่าวจากทางมารดาเสี่ยท็อป ก็รีบเดินทางมาเพื่อสอบถามสารทุกข์สุขดิบ รวมถึงมาแจ้งว่าจะช่วยพูดกับมารดาของเสี่ยท็อป เพื่อให้เข้ามาช่วยเหลือในคดี ซึ่งทางมารดาของเสี่ยท็อปรู้สึกเอือมระอากับพฤติกรรมของเสี่ยท็อปที่มักสร้างปัญหาอยู่บ่อยครั้ง   เมื่อถามถึงลักษณะนิสัยของเสี่ยท็อปตั้งแต่เด็ก น้าน้อยก็ยืนยันว่าเป็นเด็กดี แต่ชอบใช้ของหรูๆ เนื่องจากทางบ้านของเสี่ยท็อปเป็นผู้มีฐานะ ส่วนเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงก็ยืนยันว่าเคยเห็นเสี่ยท็อป มีการคบหาดูใจกับหญิงสาวหลายคน แต่ไม่ทราบรายละเอียด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/93M1_GeT57s

 8,271
สรุปข่าว
18 ต.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 18 ต.ค.62 จับเสี่ยท็อปคาสนามบิน-ถกพรบ.งบประมาณปี63วันแรก-พักร.ร.ศรีพันวาจ่ายแค่ร้อยเดียว

-พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัย ให้เลื่อนการพระราชพิธี เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จากวันที่ 24 ตุลาคม 2562 เป็นวันที่ 12 ธันวาคม 2562 เวลา 15:30 น. ตามที่รัฐบาลกราบบังคมทูล ฝ่าอะอองธุลีพระบาท ขอพระราชทาน พระบรมราชวินิจฉัย เนื่องจากกระแสน้ำเชี่ยวและสภาพอากาศไม่อำนวย     ขณะที่วานนี้ กองทัพเรือ ได้จัดการฝึกซ้อมขบวนเรือพระราชพิธีในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยเป็นการฝึกซ้อมใหญ่เสมือนจริงครั้งที่ 1 มีกำลังพลฝีพายเรือ 2,200 นายเข้าร่วมฝึกซ้อม ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : โปรดเกล้าฯ เลื่อนพระราชพิธี เสด็จฯเลียบพระนคร โดยขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค จาก 24 ต.ค. เป็น 12 ธ.ค.   -แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษา ได้รายงานว่า สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระอาการเจ็บพระนาภี (ท้อง) และมีพระปรอท (ไข้)     ผลการตรวจพบว่ามีการอักเสบติดเชื้อของกระเปาะของพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) คณะแพทย์จึงกราบบังคมทูล ขอพระราชทานประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อถวายการรักษาด้วยพระโอสถปฏิชีวนะ และขอพระราชทานให้ทรงงดพระราชกรณียกิจสักระยะหนึ่ง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯประทับ ณ รพ.จุฬาลงกรณ์ จากพระอาการประชวรติดเชื้อพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่)    -ถกพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 63 วันแรก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม แจกแจงงบประมาณ 3.2 ล้านล้านบาท ยืนยันถ้าความมั่นคงไม่เกิด เสถียรภาพไม่เกิด เศรษฐกิจก็พัฒนาไม่ได้ ก่อนหยอดมุกถาม สส.ในสภาฯ ปิดท้าย เราคนไทยด้วยกัน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นายกฯเปิดฉากแจง พรบ.งบปี 63 'สมพงษ์' อัดใช้งบมักง่าย อีกไม่นานประเทศล้มละลาย   -นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภา อภิปรายชี้ร่าง พรบ.งบประมาณฉบับนี้ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้เลย งบประมาณถูกใช้ไปกับภาคส่วนที่ไม่ส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ซื้อยุทโธปกรณ์ที่ไม่ได้สร้างความอยู่ดีกินดีให้ประชาชน ทุ่มเงินมหาศาลไปในด้านความมั่นคงที่ไม่ได้จำเป็นเร่งด่วน จัดสรรงบกลางสูงจนน่าเป็นห่วง ใช้อัดฉีดแจกฟรีตามอำเภอใจเกินตัว จนขาดดุลเรื้อรังเพิ่มทุกปี ถ้าไม่หยุดแนวทางนี้ ไม่นานประเทศจะล้มละลาย   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นายกฯเปิดฉากแจง พรบ.งบปี 63 'สมพงษ์' อัดใช้งบมักง่าย อีกไม่นานประเทศล้มละลาย   - เกิดการโต้เถียงกันระหว่าง พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวช หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กับนายศุภชัย โพธิ์สุรองประธานสภาฯ หลัง พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ อภิปรายว่า รัฐบาลไม่มีอำนาจและความชอบธรรมในการจัดทำร่างงบมาณรายจ่ายประจำปี เพราะพลเอกประยุทธ์ กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน กระทั่งถูกรองประธานสภาฯ เตือนให้อภิปรายให้เข้าประเด็นเนื้อหาของพรบ.งบประมาณ   -มาตรการร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย ททท. ยกตัวอย่างยั่วน้ำลายนักเที่ยว ร.ร.หรูศรีพันวา ภูเก็ต ราคากว่า 40,000 บาท เหลือ 100 บาท นั่งเครื่องบินส่วนตัวชมทะเลอันดามันเหลือแค่ 100 บาท 1 คนได้ 1 สิทธิ ลงทะเบียน 11-12 พ.ย.และ 11-12 ธ.ค. หากแย่งลงทะเบียนไม่ทัน สามารถเข้าร่วมแคมเปญ เที่ยววันธรรมดาราคาช๊อกโลก ได้โดยซื้อไม่จำกัด ย้ำต้องเที่ยวก่อนสิ้นปีเท่านั้น   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ททท.เปิดตัว 'ร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย' งัดโปรยั่วนักเที่ยว นอนศรีพันวาแค่คืนละร้อย    -เสี่ยท็อปเดินทางถึงไทย ก่อนถูกรวบตัวส่งขัง สน. ดอนเมือง รอส่งตัวพรุ่งนี้เช้า ในคดีพ.ร.บ.เช็ค หลังกลับจากฮ่องกง เจ้าตัวยืนยันคดีเช็คจบไปแล้ว แต่คู่กรณีไม่ยอมถอนคดี ส่วนหลอกสาวบุรีรัมย์แต่งงาน แจงมีบันทึกชำระหนี้สินทุกอย่างแล้ว ฝ่ายสาวไม่ต้องจ่ายอะไร พร้อมยันฝ่ายที่ถูกหลอกแต่งงานคือตนเองไม่ใช่ฝ่ายสาว เตรียมปรึกษาทนายความต่อสู้ทุกคดีที่เป็นข่าว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : จับ 'เสี่ยท็อป' คาดอนเมือง ตามหมายจับคดีเช็คเด้ง โต้ตัวเองต่างหากที่ถูกหลอกแต่งงาน    -ศาลอนุมัติหมายจับ 5 ผู้ต้องหาแก๊งปาร์ตี้บ้านบางบัวทอง ได้แก่ คิว-ตี๋-เฟิร์ส-ปิงปอง-โนบิตะ โดน 4 ข้อหาหนัก ร่วมทำลัลลาเบลเสียชีวิต ตี๋เครียดหนักเพิ่งทราบเรื่องหมายจับ เหนื่อยที่ต้องทนเป็นจำเลยสังคม อยากผูกคอตายแต่คิดได้ว่าต้องสู้ เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด ยันจะสู้ถึงที่สุด เตรียมมอบตัววันนี้ 4 คน ยกเว้นโนบิตะที่มีธุระที่อุดรฯ หวังไม่ถูกค้านประกันตัว   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ตี๋' แก๊งบ้านบางบัวทอง เครียดหนัก อยากฆ่าตัวตาย หลังศาลออกหมายจับ 4 ข้อหาเอี่ยวคดี 'ลัลลาเบล'   -อเมซอนออกโรงชี้แจง หลังลูกค้าเผยคลิปสุดสะพรึง เจอเกล็ดของแข็งคล้ายพลาสติกใสในแก้วโกโก้ถึง 2 แก้ว สั่งปิดสาขาต้นเรื่องแล้ว พบสาเหตุมาจากน้ำแข็งไม่ได้คุณภาพ ผู้ผลิตน้ำแข็งแจงเกิดจากบรรจุภัณฑ์ในน้ำแข็ง ตอนนี้เปลี่ยนเป็นถุงพลาสติกใสแทนแล้ว ผู้เสียหายบอกได้รับกระเช้าและกล่องกิฟท์เซ็ตรวมทั้งคำขอโทษ ทางร้านยืนยันจะรับผิดชอบการตรวจร่างกาย แต่ยังกังวลว่าสิ่งนั้นคืออะไรกันแน่ เพราะกินไปแล้วตั้งครึ่งแก้ว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : อเมซอนสั่งปิดสาขา ขอโทษลูกค้าเจอพลาสติกในแก้วน้ำปั่น ชี้น้ำแข็งไม่ได้มาตรฐาน   -แตกตื่นทั้งคัน หลวงพี่เครียดประสาทหลอน ขณะกำลังไปทอดกฐิน คว้ามีดจี้คอตัวเองและพนักงานบนรถทัวร์ ภายในสถานีขนส่งชัยภูมิ บอกให้รถทัวร์พาไปส่งที่วัด ตำรวจใช้เวลาเกลี้ยกล่อมนาน 3 ชั่วโมง แต่ไม่เป็นผล อาศัยทีเผลอตำรวจเข้าชาร์จตัวพระได้อย่างปลอดภัย ค้นย่ามเจอยารักษาโรคเพียบ พนง.เล่าพระนั่งรถตามปกติไม่โวยวาย กระทั่งถึง บขส. คนขับรถมาเรียกกลับเจอมีด   -สุดอำมหิต คนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ 2 ตายายในร้านขายของชำที่ราชบุรี ทุบหัวยายตายคาที่ ทำร้ายตาที่ป่วยติดเตียงเจ็บสาหัส เด็กชายอายุ 9 ปี ที่เป็นลูกค้าที่เข้าไปซื้อลูกอมภายในร้านเล่าว่า ตะโกนเรียกยายจะจ่ายเงินค่าลูกอมแต่ไม่มีเสียงตอบกลับ เดินไปหลังร้านเห็นเลือดท่วม จึงวิ่งมาบอกพี่สาว ตร.คาดคนร้ายทำทีมาซื้อของ เห็นยายอยู่คนเดียวจึงก่อเหตุ แต่ยายฮึดสู้จึงโดนฆ่าจนตาย และทำร้ายตาที่เห็นเหตุการณ์ เกิดเหตุช่วงฝนตกหนักไม่มีคนได้ยินเสียงร้อง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : อำมหิต! ฆ่าชิงทรัพย์ ทุบหัวยายดับคาร้านขายของชำ - ตาป่วยติดเตียงเจ็บสาหัส   -จนท.ปกครองเมืองเลย บุกจับกุมผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติด รัวยิงหนุ่มวัย 35 ล้มฟุบจมกองเลือด ใส่กุญแจมือรุมกระทืบซ้ำสุดท้ายเสียชีวิต ป้าผู้ตายเล่า จนท.แสดงบัตรอ้างเป็น ปปส.ได้ยินเสียงปืนหลายนัด เห็นจนท.ทำร้ายหลานชายทารุณ ร้องขอชีวิตหลานไม่มีใครฟัง ยันไม่เผาศพ จะสู้จนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม ด้าน 2 ใน 7 ผู้ก่อเหตุเป็นกำนันและผู้ช่วยกำนันเข้ามอบตัว ยอมรับยิงจริงเพื่อป้องกันตัว เพราะผู้ตายมีมีด พบยาบ้าในบ้าน 12 เม็ด ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : โวย จนท.จับยาเสพติด รัวยิงชายวัย 35 ใส่กุญแจมือรุมกระทืบซ้ำ ญาติขอความเป็นธรรม ลั่นไม่เผาศพ    -เปิดคลิปหลอนชวนขนลุกที่อ่างทอง เด็กหญิงวัย 14 ปี นั่งร้องไห้ กรีดร้องโหยหวน ญาตินำพระเครื่อง สายสิญจน์มาคล้องคอ อาการจึงสงบลง แม่เด็กเล่าลูกปวดหัว ปวดท้อง พาไปหาหมอที่โรงพยาบาล แต่ระหว่างทางเกิดกรีดร้องขึ้นว่าบอกว่าพบเห็นวิญญาณที่อยู่ข้างทางจะนำตัวไปอยู่ด้วย หมอดูบอกมีสัมภเวสีเข้ามาแฝงร่าง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านไม่ปกป้อง เนื่องจากตะเคียน 2 ท่อนอยู่ใต้บ้านอยากขึ้นมาอยู่ข้างบน วอนผู้เชื่อสิ่งลี้ลับมาช่วยขุดต้นตะเคียน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : คลิปหลอน ด.ญ.วัย 14 ร้องโหยหวนคล้ายถูกผีเข้า หมอดูชี้มีสัมภเวสีแฝงเข้าร่าง แนะขุดต้นตะเคียนใต้บ้าน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UWdukJsz1cg

 10,580
สังคม-อาชญากรรม
11 ต.ค. 62

'เสี่ยท็อป' เปิดใจ ยันเคลียร์หนี้เองทุกบาท พร้อมมีรักใหม่ ตอนนี้เฉยๆกับ 'ดาริน' ไม่รักไม่เกลียด

จากกรณี นายธณัฏฐ์ สิริปิยพร หรือ เสี่ยท็อป ถูกกล่าวหาว่าเป็นเสี่ยกำมะลอ หลอกแต่งงานและทิ้งหนี้ให้ น.ส.ดาริน อดีตภรรยาต้องชดใช้กว่า 3.5 ล้านบาท   ล่าสุด เสี่ยท็อป เปิดใจกับทีมข่าว วิดีโอคอลพูดคุยตอบประเด็นคาใจสงสัยทั้งหมด โดยยืนยันว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น ตนไม่รู้ว่าใครนิยามคำว่าเสี่ยเก๊ หรือ เสี่ยกำมะลอ แต่ตนไม่ใช่ เพราะไม่ได้ไปหลอกใคร หรือเอาเงินใครมา จึงยืนยันว่าไม่ใช่เสี่ยกำมะลอ เรื่องราวทางคดีเกี่ยวกับทั้งการเงินและเช็คนั้น เป็นผลจาการทำธุรกิจและความขัดแย้งกัน ไม่ใช่การโกง   ส่วนภาพถ่ายที่ถ่ายคู่กับเครื่องบินส่วนตัว กองเงิน และรถหรูนั้น ประเด็นนี้เสี่ยท็อปขำ และไม่ขอตอบคำถาม แต่บอกว่า ไม่เคยเอาโปรไฟล์เหล่านี้ไปหลอกลวงใคร เรื่องหนี้สินของการจัดงานแต่งงานกับคุณดาริน ยืนยันว่าจะชดใช้ให้ครบทั้งหมด ทันที่ที่เดินทางกลับประเทศไทย โดยคาดว่าจะมาถึงไทยประมาณ วันที่ 23 ตุลาคม และจะจัดการแถลงข่าว หลังจากนั้นก็ จะเคลียร์หนี้สินทั้งหมดจาการจัดงานแต่งงาน โดยยอดรวมไม่ถึง 3.5 ล้านบาทตามที่เป็นข่าว   สำหรับความรู้สึกตอนนี้ เสี่ยท็อปบอกว่าโล่งใจมากขึ้นที่ได้ออกมาชี้แจง และรู้สึกสงสารดาริน อดีตภรรยามาก ที่ต้องมาตกเป็นเครื่องมือหลายๆคนเกาะกระแสหากิน และพอทราบข่าวว่า ทนายที่ดารินเคยไปร้องขอความช่วยเหลือถอนตัวไป ก็เป็นห่วง แต่รู้ว่ามีผู้ใหญ่คอยช่วยเหลืออยู่ จึงขอให้ดารินสบายใจได้ว่าหนี้ทั้งหมดตนจะชดใช้แน่นอน วันแถลงข่าวอาจจะยังไม่ครบแต่หนี้ทั้งหมดต้องจบภายในเดือนตุลาคมนี้  ตอนนี้ความรู้สึกระหว่างตนกับดารินไม่มีคำว่ารักแล้ว มีแต่คำว่าเฉยๆ ไม่รักไม่เกลียด   ส่วนกรณีเรื่องพาสปอร์ตสีน้ำเงิน ยืนยันว่าเป็นของจริงและได้มาอย่างถูกต้อง เพราะตนมาทำงานเพื่อประเทศชาติจริง โดยพบว่าพาสปอร์ตเล่มนี้ ระบุวันออกหนังสือเดินทาง 23 ม.ค.2012 และมีวันหมดอายุ 22 ม.ค.2017   ส่วนเรื่องที่เป็นที่ปรึกษานักการเมืองนั้น ตนก็มีรู้จักนักการเมืองเยอะเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่ไม่ขอไปเอ่ยชื่อ ที่หลายคนบอกว่าสนิทกับ ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้น ยืนยันว่าไม่จริงครับ ท่านเป็นผู้ใหญ่ที่เคารพแค่นั้นครับ กับคุณสุชาติ ลายน้ำเงิน ท่านก็เป็นผู้ใหญ่ หัวหน้าสายงาน ณ ตอนนั้นที่เป็นคณะทำงานของท่าน คณะทำงานมีเยอะมาก ก็เป็นธรรมดาที่ท่านจะจำไม่ได้ อย่าเรียกว่าเป็นที่ปรึกษาดีกว่าครับ เรียกว่าเป็นคณะทำงานดีกว่า   ส่วนเรื่องที่ไปขายเห็ดทอด ยอมรับว่าเคยขาย แต่เป็นการสร้างอาชีพให้แฟนเก่า เพราะอยากให้เขามีอาชีพ เราก็อยากสตาร์ทอัพให้เขา สอนเขา ทำทุกอย่างให้เขาเลี้ยงชีพ ผมไม่ชอบเปย์แฟนอย่างเดียว ก็อยากให้เขาทำมาหากินด้วย   เสี่ยท็อประบุอีกว่า ตนเป็นคนเจ้าชู้ ที่ผ่านมาแม่บอกว่าขอให้เป็นคนดีหรือจะต้องรอให้แม่ตายก่อนนั้น แม่แค่ตัดพ้อ เพราะแม่ต้องมาคอยแก้ปัญหาตามให้ หลังจากที่ตนเลิกรากับแฟนแต่ละคน ก็จะเข้าไปหาแม่ แม่ก็ต้องทนรับกับปัญหา แต่ไม่ใช่ตนเป็นคนไม่ดี แค่เจ้าชู้ และจากนี้ไปก็ยังไม่เข็ดกับความรัก ยังคงเปิดใจต้อนรับรักใหม่ หากเจอคนที่ใช่และพร้อมจะไปด้วยกัน พร้อมฝากประชาชนให้ฟังข่าวอย่างมีสติ แยกแยะข่าวไหนจริงไหนเท็จ และขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่ได้หลอกใคร ไม่ใช่เสี่ยกำมะลอด้วย   ด้าน น.ส.ดาริน อดีตภรรยาของเสี่ยท็อป เปิดเผยหลังถูกทนายที่เคยช่วยเหลือถอนตัวทำคดีว่า ที่ตนเองยังไม่แจ้งความเนื่องจากเห็นว่าพยานหลักฐานที่มีอยู่ยังไม่ครบถ้วน กลัวว่าจะไม่สามารถดำเนินคดีกับเสี่ยท็อปได้ ซึ่งก็ได้มีการพูดคุยกับผู้ใหญ่จริง แต่อยู่ในขั้นตอนของการร่างรายละเอียดว่าจะเข้าข้อกฎหมายใดบ้าง เนื่องจากเสี่ยท็อปเป็นคนฉลาดและพอมีความรู้เรื่องกฎหมาย ดังนั้นหากหลักฐานไม่เพียงพอกลัวคดีจะหลุด   พร้อมขอโทษทนายรณรงค์ ที่ผ่านได้มีการเลื่อนมาตลอด และหลายครั้ง จึงทำให้รู้สึกเกรงใจ จึงต้องบอกไปแบบนั้น ขณะที่สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้คือการให้เสี่ยท็อปมาจ่ายหนี้ที่ยังค้างในหลายๆ ส่วน ซึ่งถึงแม้ว่าเสี่ยท็อปจะออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อหลายๆ ช่องว่าหนี้สินทั้งหมดจะเป็นคนรับผิดชอบ แต่เมื่อเสี่ยท็อปไม่อยู่ ตนเองก็ถูกติดตามทวงถาม และกลัวว่าในอนาคตจะไม่จบ จึงอยากให้เสี่ยท็อปมาเคลียร์ให้ชัดเจน เพราะขณะนี้ตนเองต้องติดหนี้นอกระบบที่ยืมมาจ่ายค่าใช้จ่ายบางส่วนไปก่อนหน้านี้จำนวนหลายแสนบาท และตอนนี้ก็ยังต้องส่งดอกเบี้ยอยู่   ส่วนกระแสสังคมที่มองว่าทำไมตนเองไม่ตรวจสอบความเรียบร้อยในการจัดงาน ก็เพราะเสี่ยท็อปเป็นคนอาสาติดต่อรับผิดชอบทุกอย่างเอง แม้กระทั่งการประสานออแกไนซ์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Yy6pGqavnd0

 6,271
สังคม
11 ต.ค. 62

'เสี่ยท็อป' เปิดใจ ยันเคลียร์หนี้เองทุกบาท พร้อมมีรักใหม่ ตอนนี้เฉยๆกับ 'ดาริน' ไม่รักไม่เกลียด

จากกรณี นายธณัฏฐ์ สิริปิยพร หรือ เสี่ยท็อป ถูกกล่าวหาว่าเป็นเสี่ยกำมะลอ หลอกแต่งงานและทิ้งหนี้ให้ น.ส.ดาริน อดีตภรรยาต้องชดใช้กว่า 3.5 ล้านบาท   ล่าสุด เสี่ยท็อป เปิดใจกับทีมข่าว วิดีโอคอลพูดคุยตอบประเด็นคาใจสงสัยทั้งหมด โดยยืนยันว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น ตนไม่รู้ว่าใครนิยามคำว่าเสี่ยเก๊ หรือ เสี่ยกำมะลอ แต่ตนไม่ใช่ เพราะไม่ได้ไปหลอกใคร หรือเอาเงินใครมา จึงยืนยันว่าไม่ใช่เสี่ยกำมะลอ เรื่องราวทางคดีเกี่ยวกับทั้งการเงินและเช็คนั้น เป็นผลจาการทำธุรกิจและความขัดแย้งกัน ไม่ใช่การโกง   ส่วนภาพถ่ายที่ถ่ายคู่กับเครื่องบินส่วนตัว กองเงิน และรถหรูนั้น ประเด็นนี้เสี่ยท็อปขำ และไม่ขอตอบคำถาม แต่บอกว่า ไม่เคยเอาโปรไฟล์เหล่านี้ไปหลอกลวงใคร เรื่องหนี้สินของการจัดงานแต่งงานกับคุณดาริน ยืนยันว่าจะชดใช้ให้ครบทั้งหมด ทันที่ที่เดินทางกลับประเทศไทย โดยคาดว่าจะมาถึงไทยประมาณ วันที่ 23 ตุลาคม และจะจัดการแถลงข่าว หลังจากนั้นก็ จะเคลียร์หนี้สินทั้งหมดจาการจัดงานแต่งงาน โดยยอดรวมไม่ถึง 3.5 ล้านบาทตามที่เป็นข่าว   สำหรับความรู้สึกตอนนี้ เสี่ยท็อปบอกว่าโล่งใจมากขึ้นที่ได้ออกมาชี้แจง และรู้สึกสงสารดาริน อดีตภรรยามาก ที่ต้องมาตกเป็นเครื่องมือหลายๆคนเกาะกระแสหากิน และพอทราบข่าวว่า ทนายที่ดารินเคยไปร้องขอความช่วยเหลือถอนตัวไป ก็เป็นห่วง แต่รู้ว่ามีผู้ใหญ่คอยช่วยเหลืออยู่ จึงขอให้ดารินสบายใจได้ว่าหนี้ทั้งหมดตนจะชดใช้แน่นอน วันแถลงข่าวอาจจะยังไม่ครบแต่หนี้ทั้งหมดต้องจบภายในเดือนตุลาคมนี้  ตอนนี้ความรู้สึกระหว่างตนกับดารินไม่มีคำว่ารักแล้ว มีแต่คำว่าเฉยๆ ไม่รักไม่เกลียด   ส่วนกรณีเรื่องพาสปอร์ตสีน้ำเงิน ยืนยันว่าเป็นของจริงและได้มาอย่างถูกต้อง เพราะตนมาทำงานเพื่อประเทศชาติจริง โดยพบว่าพาสปอร์ตเล่มนี้ ระบุวันออกหนังสือเดินทาง 23 ม.ค.2012 และมีวันหมดอายุ 22 ม.ค.2017   ส่วนเรื่องที่เป็นที่ปรึกษานักการเมืองนั้น ตนก็มีรู้จักนักการเมืองเยอะเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่ไม่ขอไปเอ่ยชื่อ ที่หลายคนบอกว่าสนิทกับ ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้น ยืนยันว่าไม่จริงครับ ท่านเป็นผู้ใหญ่ที่เคารพแค่นั้นครับ กับคุณสุชาติ ลายน้ำเงิน ท่านก็เป็นผู้ใหญ่ หัวหน้าสายงาน ณ ตอนนั้นที่เป็นคณะทำงานของท่าน คณะทำงานมีเยอะมาก ก็เป็นธรรมดาที่ท่านจะจำไม่ได้ อย่าเรียกว่าเป็นที่ปรึกษาดีกว่าครับ เรียกว่าเป็นคณะทำงานดีกว่า   ส่วนเรื่องที่ไปขายเห็ดทอด ยอมรับว่าเคยขาย แต่เป็นการสร้างอาชีพให้แฟนเก่า เพราะอยากให้เขามีอาชีพ เราก็อยากสตาร์ทอัพให้เขา สอนเขา ทำทุกอย่างให้เขาเลี้ยงชีพ ผมไม่ชอบเปย์แฟนอย่างเดียว ก็อยากให้เขาทำมาหากินด้วย   เสี่ยท็อประบุอีกว่า ตนเป็นคนเจ้าชู้ ที่ผ่านมาแม่บอกว่าขอให้เป็นคนดีหรือจะต้องรอให้แม่ตายก่อนนั้น แม่แค่ตัดพ้อ เพราะแม่ต้องมาคอยแก้ปัญหาตามให้ หลังจากที่ตนเลิกรากับแฟนแต่ละคน ก็จะเข้าไปหาแม่ แม่ก็ต้องทนรับกับปัญหา แต่ไม่ใช่ตนเป็นคนไม่ดี แค่เจ้าชู้ และจากนี้ไปก็ยังไม่เข็ดกับความรัก ยังคงเปิดใจต้อนรับรักใหม่ หากเจอคนที่ใช่และพร้อมจะไปด้วยกัน พร้อมฝากประชาชนให้ฟังข่าวอย่างมีสติ แยกแยะข่าวไหนจริงไหนเท็จ และขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่ได้หลอกใคร ไม่ใช่เสี่ยกำมะลอด้วย   ด้าน น.ส.ดาริน อดีตภรรยาของเสี่ยท็อป เปิดเผยหลังถูกทนายที่เคยช่วยเหลือถอนตัวทำคดีว่า ที่ตนเองยังไม่แจ้งความเนื่องจากเห็นว่าพยานหลักฐานที่มีอยู่ยังไม่ครบถ้วน กลัวว่าจะไม่สามารถดำเนินคดีกับเสี่ยท็อปได้ ซึ่งก็ได้มีการพูดคุยกับผู้ใหญ่จริง แต่อยู่ในขั้นตอนของการร่างรายละเอียดว่าจะเข้าข้อกฎหมายใดบ้าง เนื่องจากเสี่ยท็อปเป็นคนฉลาดและพอมีความรู้เรื่องกฎหมาย ดังนั้นหากหลักฐานไม่เพียงพอกลัวคดีจะหลุด   พร้อมขอโทษทนายรณรงค์ ที่ผ่านได้มีการเลื่อนมาตลอด และหลายครั้ง จึงทำให้รู้สึกเกรงใจ จึงต้องบอกไปแบบนั้น ขณะที่สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้คือการให้เสี่ยท็อปมาจ่ายหนี้ที่ยังค้างในหลายๆ ส่วน ซึ่งถึงแม้ว่าเสี่ยท็อปจะออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อหลายๆ ช่องว่าหนี้สินทั้งหมดจะเป็นคนรับผิดชอบ แต่เมื่อเสี่ยท็อปไม่อยู่ ตนเองก็ถูกติดตามทวงถาม และกลัวว่าในอนาคตจะไม่จบ จึงอยากให้เสี่ยท็อปมาเคลียร์ให้ชัดเจน เพราะขณะนี้ตนเองต้องติดหนี้นอกระบบที่ยืมมาจ่ายค่าใช้จ่ายบางส่วนไปก่อนหน้านี้จำนวนหลายแสนบาท และตอนนี้ก็ยังต้องส่งดอกเบี้ยอยู่   ส่วนกระแสสังคมที่มองว่าทำไมตนเองไม่ตรวจสอบความเรียบร้อยในการจัดงาน ก็เพราะเสี่ยท็อปเป็นคนอาสาติดต่อรับผิดชอบทุกอย่างเอง แม้กระทั่งการประสานออแกไนซ์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Yy6pGqavnd0

 6,271
สรุปข่าว
11 ต.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 11 ต.ค.62 อุทธรณ์ยืนจำคุกลุงวิศวะ 10 ปี-แบน 3 สารพิษจบไม่ง่าย-ชำแหละซากช้างตกเหวนรก

-ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำคุกลุงวิศวะ 10 ปี คดียิงวัยรุ่นที่ล้อมรถตายที่อ่างศิลาเมื่อปี 60 ศาลชี้พฤติกรรมสมัครใจวิวาท หากมีสติยับยั้งชั่งใจอารมณ์ร้อน เหตุทะเลาะวิวาทคงไม่เกิดขึ้น เหตุที่ทำเพราะมีปืนติดตัว แสดงถึงการสมัครใจวิวาท ยั่วโสะท้าทายจนกลุ่มผู้ตายโต้ตอบ อุทธรณ์ฟังไม่ขึ้น     พิพากษาตามศาลชั้นต้น จำคุก 15 ปีลดโทษ 1 ใน 3 เหลือ 10 ปี ปรับคดีอาวุธปืน 2 พันบาท จ่ายค่าสินไหมให้โจทก์ 3 แสนบาท ทนายยื่นเงินสด 8 แสนบาทยื่นประกันตัว สู้คดีต่อในศาลฎีกา ด้านแม่คนตายพอใจคำตัดสิน แต่รู้สึกเหนื่อยที่ต้องมาศาลตลอด 2 ปี หลังเกิดเรื่องยังไม่เคยคุยกับลุงวิศวะเลย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : อุทธรณ์ฟังไม่ขึ้น! ศาลชี้สมัครใจทะเลาะวิวาท สั่งจำคุก 'ลุงวิศวะ' 10 ปี ยื่นประกัน 8 แสนสู้ฎีกาต่อ    -แบน 3 สารพิษจบไม่ง่าย กลุ่มไร่มันโคราชจับมือชาวไร่อ้อยเตรียมบุกกรุงค้านมติแบน 3 สาร ชี้ใช้ยาตัวอื่นแทนแพงกว่า 5 เท่า แบกรับไม่ไหว ซ้ำเติมเกษตรกร วิษณุชี้การแบนไม่ง่าย ต้องใช้เวลา แต่คิดว่าจะจบในคณะกรรมการชุดนี้ได้ เลขาแจง รมต.เฉลิมชัยป่วยจริง พักผ่อนน้อย ความดันสูง ปัดชิ่งม็อบ ยันไม่เอาสารอันตราย ด้านมนัญญาป่วยเพราะเครียดจริง ถูกกดดันจากหลายด้าน เจอขู่ฟ้องหลังประกาศแบน 3 สาร   -เพจเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย แสดงความไม่พอใจนักการเมืองไทยบางคนมีท่าทีสนับสนุนม็อบฮ่องกง เตือนให้ใช้ความระมัดระวัง ทำในเรื่องที่เป็นประโยชน์ของมิตรภาพจีน-ไทย   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สถานทูตจีนไม่ปลื้ม นักการเมืองไทยหนุนม็อบฮ่องกง หลัง 'โจชัว หว่อง' โพสต์ภาพคู่ 'ธนาธร'   -ศาล รธน.ไม่เอาผิด อ.โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ พ่อจอห์น วิญญู กรณีโพสต์วิจารณ์ศาล รธน.เป็นการละเมิดอำนาจศาล เจ้าตัวขออภัยต่อศาล เยียวยาจะอธิบายข้อเท็จจริงในทวิตเตอร์ให้ ปชช.เข้าใจ   -พรรคเพื่อไทยชี้กระทรวงดีอีให้ร้านค้า ร้านกาแฟเก็บข้อมูลคนใช้ฟรีไวไฟในร้าน 90 วัน เสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล สร้างความยุ่งยากให้ร้านค้า สร้างอุปสรรคให้ผู้ประกอบการในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ชี้รัฐอย่าระแวง ปชช. ทำตัวเหมือนเป็นไทยแลนด์ 0.4 ไม่ใช่ 4.0 ด้านพุทธิพงษ์ชี้เป็นการขอความร่วมมือ เพื่อเป็นหลักฐานในคดีความมั่นคง อาชญากรรม ฉ้อโกง หลอกโอนเงิน โพสต์ข้อความไม่เหมาะสม  ตาม พ.ร.บ.คอมฯ   -ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สั่งจำคุก 2 ปีสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล  อดีต รมว.การต่างประเทศ สมัยรัฐบาลยิ่งยักษณ์ ออกพาสปอร์ตให้อดีตนายกฯทักษิณ เมื่อปี 54 ทั้งที่เป็นจำเลยหลบหนีคดี ขัดระเบียบกระทรวง นายสุรพงษ์ขอให้ศาลลงโทษสถานเบา ศาลพิจารณาว่าไม่เคยต้องโทษ อายุเยอะ โรครุมเร้าทั้งหัวใจ เบาหวาน มะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะลุกลาม จึงพิพากษาแก้ให้รอลงอาญา 2 ปี เพิ่มโทษปรับ 1 แสน เจ้าตัวยกมือไหว้คณะผู้พิพากษา ก่อนนั่งรถพยาบาลออกจากศาล ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ศาลเมตตา ให้รอลงอาญา 2 ปี 'สุรพงษ์' คดีออกพาสปอร์ต 'ทักษิณ'    -เศรษฐกิจไทยเสี่ยงเกิดต้มยำกุ้งรอบใหม่ หอการค้าไทยเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.ย.ร่วงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 ต่ำสุดในรอบ 39 เดือน อยู่ที่ระดับ 72.2 ชี้เกิดจากความรู้สึกของ ปชช.ที่รู้สึกว่าเศรษฐกิจย่ำแย่ อาจลามเกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง แต่ต่างจากครั้งก่อน รอบนี้ผู้มีรายได้น้อยได้รับผลกระทบ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลช่วยไม่ได้ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.ย.62 ดิ่งสุดในรอบ 39 เดือน หวั่นเกิดต้มยำกุ้งรอบ 2 แต่รอบนี้เล่นงานคนจน   -มาตรการลดหย่อนภาษีกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ไม่ได้ไปต่อ จะปิดตัวลงในวันที่ 31 ธ.ค. หลังจากใช้มาตรการนี้มาตั้งแต่ปี 2551 หรือ เป็นเวลา 12 ปี สศค.ยันชัดไม่ต่ออายุ อยุ่ระหว่างพิจารณากองทุนใหม่ที่จะมารับไม้ต่อ ย้ำต้องเป็นการส่งเสริมพัฒนาตลาดทุนระยะยาว ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ     -DSI บินสำรวจ 6 จุดแก่งกระจาน หาความเชื่อมโยงคดีบิลลี่ หลังพบคำให้การพยานขัดแย้งกับหลักฐาน หากพยานหลักฐานแน่นหนา พร้อมออกหมายจับทันที ด้านชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ยืนยันบริสุทธิ์ใจ ถ้า DSI มาค้นที่ไร่ได้เลยโดยตรง ชี้ภาพร่วมงานสงกรานต์ปี 57 ที่ไร่เป็นตามปกติ เพราะเป็นไร่ของพี่ชาย ด้านเมียบิลลี่ของคุณ DSI ที่ติดตาม กังวลว่าคดีจะถูกแทรกแซง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : dsi บินสำรวจ 6 จุดแก่งกระจานสางคดีบิลลี่ 'ชัยวัฒน์' ยินดีให้ตรวจค้นทุกจุดที่สงสัย   -ภารกิจกู้ซากช้างป่า 11 ตัวที่น้ำตกเหวนรก เจออุปสรรคฝนตกหนัก มวลน้ำเพิ่มขึ้น ล่าสุดเจอซากช้างอีก 3 ตัว ไหลลงมากองรวมกับอีก 2 ตัว รวมเป็น 5 ตัว สภาพขึ้นอืด กลิ่นเหม็น จนท.เร่งขึงเชือกทำซิปไลน์ ก่อนชำแหละซากช้างลำเลียงลงมาที่เขื่อน ล่าสุดชำแหละแล้ว 1 ตัว ใช้เลื่อยตัดอวัยวะ 4 ชม.บรรจุถุง เตรียมนำไปวัด รอให้ครบทุกตัวก่อนทำพิธีเผาพร้อมกัน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ฝนตกหนัก ทำอุปสรรคเก็บซากช้างป่าน้ำตกเหวนรก เจอซากอีก 3 ตัวไหลลงมากอง ชำแหละเสร็จ 1 ตัว   -เจ้าของร้านเพชรชื่อดังร้องสื่อ บ้านและที่ดินกว่า 50 ล้านถูกนายพลทหารชื่อดังเข้ายึดครอง มีคลิปชายฉกรรจ์บุกยึดบ้าน เผยนายทหารตีสนิทกับแม่ที่มีครอบครัวแล้ว พอแม่ตายยกบ้านให้ลูกสาวแท้ๆ แต่กลับถูกยึด ด้าน พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม ยันเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ตามคำสั่งศาล เตรียมฟ้องกลับหากถูกพาดพิง   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ลูกสาวร้านเพชรร้องถูกอดีตบิ๊กทหารยกพวกยึดบ้าน 60 ล้าน 'บรรณวิทย์' งัดคำสั่งศาลโต้ จ่อฟ้องกลับ   -เสี่ยท็อปเปิดใจ กลับไทย 23 ต.ค.เคลียร์หนี้ให้ทั้งหมด พร้อมแถลงข่าวไม่ใช่เสี่ยกำมะลอ ระบุเจ้าสาวตกเป็นเครื่องมือ ยันพาสปอร์ตน้ำเงินได้มาอย่างถูกต้อง แต่ไม่ขอตอบกับกองเงินหรู ยังพร้อมจะเจอรักใหม่ ถ้าเจอคนที่ใช่ก็ไปด้วยกัน พ่อเจ้าสาวรับไม่ได้ถ้าแถลงข่าวให้ร้ายลูกสาว ขอให้มาเคลียร์หนี้สินแล้วต่างคนต่างไป ล่าสุดเหยื่อโผล่อีกราย ไกด์สาวอ้างสูญ 7 ล้านถูกเสี่ยท็อปหลอกทำธุรกิจร่วมกัน อ้างเป็นเบื้องสูงกลับชาติมาเกิด ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'เสี่ยท็อป' เปิดใจ ยันเคลียร์หนี้เองทุกบาท พร้อมมีรักใหม่ ตอนนี้เฉยๆกับ 'ดาริน' ไม่รักไม่เกลียด   -ล่าระทึกสมาชิกแก๊งค้ายาหนี ตร. จอดรถกลางสะพานโดดลงแม่น้ำ ลอยคอ 2 ชม. ก่อนจนมุมเจอหลบใต้ตอม่อสะพานแม่น้ำท่าจีน สุพรรณบุรี ค้นรถกระบะเจอยาไอซ์ 132 กก.เคตามีน 5 กก. สารภาพทำมาแล้ว 6 ครั้ง ได้เงินไม่เท่ากันแล้วแต่จำนวนยา ครั้งนี้สูงสุด 5 หมื่นบาท มีนายทุนอยู่เบื้องหลังคอยสั่งการ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : หนุ่มขนไอซ์ 132 กก.โดดน้ำหนี ตร. สุดท้ายไม่รอด สารภาพทำมาแล้ว 6 ครั้ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Sh7W2q8giKg

 8,333
สังคม-อาชญากรรม
10 ต.ค. 62

ทนายขอเท! ไม่ยุ่งคดีพริตตี้อ้างโดน 'เสี่ยท็อป' หลอก เลื่อนนัด 4 รอบ ไม่ยอมแจ้งความ อ้างกลัวนักข่าว

จากกรณีพริตตี้สาวชาว จ.บุรีรัมย์ เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ว่าถูกเสี่ยท็อป เสี่ยหมื่นล้านกำมะลอ หลอกแต่งงานจดทะเบียนสมรส พร้อมจัดงานแต่งใหญ่โตที่โรงแรมหรู แต่สุดท้ายทิ้งหนี้สินไว้ให้ 3.5 ล้านบาท   แต่ล่าสุดเฟซบุ๊ก รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า เรื่องเจ้าสาวกับเจ้าบ่าวหมื่นล้าน ทางทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ และกลุ่มทนายความในเครือข่ายฯ ขอยุติให้ความช่วยเหลือทุกๆด้าน จะเกิดอะไรขึ้นไม่เกี่ยวกับทางกลุ่มอีกต่อไป ขอแจ้งให้ประชาชนทราบโดยทั่วกัน   จากการสอบถามไปที่ทนายรณณรงค์ระบุว่า ที่ผ่านมาทนายนัดให้พริตตี้สาวมาแจ้งความ 4 ครั้ง แต่ก็เลื่อนนัดทุกครั้ง อ้างเหตุผลต่างๆนานา อาทิ กลัวนักข่าว, ไม่อยากเป็นข่าว จนทำให้ทางทนายไม่สามารถทำงานได้ และแระกาศขอไม่ยุ่งเกี่ยวกับคดีดังกล่าวอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IUyheMJ6nfU

 15,670

Top