ค้นหา :

ผลการค้นหา "บิลลี่"

อาชญากรรม
15 พ.ย. 62

เครือข่ายกะเหรี่ยงจี้ 'ชัยวัฒน์' พร้อมพวก ออกจากราชการ หวั่นกระทบคดีบิลลี่

เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองและองค์กรสิทธิมนุษยชน ยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรม ให้พักราชการ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร พร้อมพวกไว้ก่อน หวั่นกระทบคดีบิลลี่   มลูนิธิผสานวัฒนธรรม ตัวแทนเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย และองค์กรสิทธิมนุษยชน ยื่นหนังสือถึง รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และปลัดกระทรวงฯ ขอให้พักราชการหรือสั่งให้นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และพวก คือนายบุญแทน บุษราคัม, นายธนเสฏฐ์ หรือไพทูรย์ แช่มเทศ และ นายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ รวม 4 คน ออกจากราชการไว้ก่อน เพราะกังวลว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการสอบสวน คดีฆาตกรรม นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ หลังศาลได้อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวไปแล้ว มีนายมนต์สัง ภู่ศิริวัฒน์ หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้แทนรับหนังสือแทน   เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมือง ยังเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องดําเนินการปกป้องคุ้มครอง และให้ความช่วยเหลือ พยาน โดยเฉพาะกับครอบครัวของบิลลี่ ให้พ้นจากการข่มขู่คุกคามจากอิทธิพลใดๆ และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดําเนินการสืบสวนสอบสวนต่อไปโดยสุจริต เพื่อให้ได้ตัวผู้กระทําความผิดมาลงโทษโดยเร็ว

 831
สังคม-อาชญากรรม
14 พ.ย. 62

'ชัยวัฒน์' เผยถูกป้ายสี ยัดข้อหาฆ่าบิลลี่ อ้างรู้ตัวคนอยู่เบื้องหลัง ลั่นกระดูกที่เจอไม่ใช่บิลลี่!

จากกรณีที่ดีเอสไอได้เข้าควบคุมตัว นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กับพวกรวม 4 คน ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีการเสียชีวิตของ บิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย ทั้งนี้ นายชัยวัฒน์ ให้การปฎิเสธในชั้นพนักงานสอบสวน ต่อมาศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน โดยตีราคาประกันคนละ 800,000 บาท พร้อมยืนยันว่าตนเองและพวกบริสุทธิ์ถูกกลั่นแกล้งจากผู้มีอิทธิพล   นายชัยวัฒน์ ได้เปิดใจกับสื่อว่า ตั้งแต่มีหลักฐาน มีการออกข่าวเป็นช่วง ๆ ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ มันก็ชี้มาที่ตนตลอด แต่เขาไม่เคยออกชื่อในสื่อ พยายามโยงว่าเป็นหัวหน้าอดีตอุทยานทุกครั้ง เราก็อยากให้มันเข้ากระบวนการยุติธรรมไม่อยากให้สื่อเล่นทุกวัน ออกทุกอาทิตย์ มันไม่เป็นธรรมกับคนที่ถูกกระทบ อาจมองใช่หรือไม่ใช่ ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าเป็นผม ถูกนำเสนอมาเป็นช่วงๆ ถามว่าครอบครัวเดือดร้อนมั้ย เจ้าหน้าที่แม้แต่ตำแหน่งผมเองยังเดือดร้อน ก็ถามตัวเองตลอดจะโดนย้ายเมื่อไหร่   เมื่อถามว่าผ่านไป 5 ปี ดีเอสไอไปเจอถังอยู่ใต้น้ำบริเวณสะพานแขวน เจอเศษซากกระดูก พิสูจน์ดีเอ็นเอเป็นบิลลี่ ทุกอย่างย้อนมาชี้ที่กลุ่มนายชัยวัฒน์ ซึ่งเจอบิลลี่เป็นคนสุดท้ายจนถูกออกหมายจับ นายชัยวัฒน์ระบุว่า ในลักษณะที่เราเห็น ต้องมองเลยว่ามันต้องมีคนชี้ ต้องคิดถึงความเป็นจริง 5 ปี มีการเผามีการทิ้ง   ในช่วง 5 ปี วันที่เกิดเหตุ ผมถูกย้ายออกนอกพื้นที่ แล้วถูกสอบสวน ถูกฟ้องศาล ในช่วงเกิดเหตุใหม่ ๆ ไม่มีใครรู้เลยเหรอว่ามีการเผา มีการทำลาย แล้วอยู่มา 5 ปี ก็ไม่มีใครรู้ มาเจอถังเจอกระดูก ผมให้คนที่บอกว่าเจอตรงนี้มาชี้เลย ว่าใครเป็นคนฆ่า ใครคนทิ้ง ใครคนทำ ถ้าชี้มาที่ผม ผมยอมติดคุกเลย   พร้อมระบุว่า ถังที่พบอาจเป็นถังขยะที่เจ้าหน้าที่เผาขยะทำลายกางเต้นท์ จุดบริเวณข้างล่างเวลาน้ำแล้ว ไปกางข้างล่างก็มี  ผมก็ถามว่าเศษซากกระดูกชิ้นเล็ก ๆ คุณไปงมครั้งหนึ่งครั้งสองแล้วเจอ คุณต้องเก่งกว่าเซียนนะ นี่คุณเจอในน้ำ น้ำที่ต้องดำลงไปเพื่อเป็นเป้าหมายเดียวที่ต้องไปเจอตรงนั้น   กรณีที่มีการระบุว่าถังมีรูเจาะเอาเหล็กขัดไว้เพื่อไม่ให้ศพเด้งออกมานั้น เขาบอกว่าการทำลายศพครั้งนี้ นายชัยวัฒน์และพวกทำลายศพด้วยการหั่นศพและเผา เผาโดยใช้ถังลูกนี้ แล้วถังลูกนี้ มันสามารถเผาคน เผาสุนัข หรือหมู สิ่งมีชีวิตได้หรือไม่ มันเผาไม่ได้อยู่แล้ว ถังต้องมีออกซิเจน ต้องเจาะรู เปิดช่องว่างข้างล่างเพื่อให้อากาศเข้า แล้วแบบนี้จะเผาอะไรได้   มันเผาไม่ได้ ลองหาผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการนั่งยาง เขาใช้ถังลักษณะแบบนี้เผามั้ย ผมยืนยันว่าเผาไม่ได้ เพราะถังที่จะให้อากาศเข้า ต้องเจาะทั้งซ้ายทั้งขวา ไม่ใช่สว่านเจาะเท่านั้น ต้องเจาะรูระบาย แล้วนี่บรรยายเหมือนทำเอง ดูถังแล้ว สามัญชนคนคิดทั่วไป ทำได้หรือไม่   นายชัยวัฒน์ ระบุว่า วันนี้ผมทำหน้าที่ปกป้องธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมจับกุมคดีใหญ่ ๆ เยอะแยะ เรื่องนี้สำคัญที่สุดคือการไปเหยียบเท้าใคร มันชัดอยู่แล้ว เขาสั่งได้ทั้งหมดอยู่แล้ว ไปจับเขา ในลักษณะเรื่องที่ดิน เรื่องรีสอร์ต เรื่องรุกป่า แล้วก็คดีล่าสัตว์ คดีเรื่องสัตว์ป่า   ผู้สื่อข่าวถามว่ารู้อยู่แล้วใช่มั้ยว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ นายชัยวัฒน์ ระบุว่า ผมพอรู้อยู่แล้ว 6 เดือนเขาหาเศษกระดูกเศษนี้ได้ ก่อนหน้านั้นไม่มีใครรู้ มันตายยังไง เราก็พยายามตามหาเขาอยู่แล้ว แต่วันนี้พอชัดเจน กรมสอบสวนพิเศษรับคดี เขาเป็นเจ้าภาพ เขาเจอ ผมไม่อยากไปชี้ชัดขนาดนั้น ไม่ได้ไปใส่ความว่าเขามีอิทธิพลต่อการสั่งให้ใครมาทำคดีผม   ผมไม่มีหลักฐานอะไรไปสู้เขา ก็มีเท่าที่ผมบอกนี่แหละ ผมจับแล้วปล่อย ผมควบคุมตัวเขามา ผมสอบถามเขาแล้ว เมื่อหลักฐานเขาไม่สามารถกระทำความผิดได้ เราก็ต้องปล่อย บิลลี่ไม่ใช่คนแรกที่ปล่อย เราปล่อยเยอะแยะ ถ้าผมมีอำนาจผมไม่ต้องมีสภาพแบบนี้หรอก   กรณีที่ภรรยาคุณบิลลี่บอกว่าไปข่มขู่เขา นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ผมอยากไหว้เขา ผมไม่เคยไปริดรอน ผมขอเลยนะ เรื่องไปคุกคามพี่นอ พวกผมเจ้าหน้าที่ทุกคนไม่เคยคิดกระทำแบบนั้นด้วยซ้ำ พอเราเห็นเขาออกมาแบบนั้นก็สะเทือนใจ เรื่องไปเฝ้าดูเขา ซุ่มดู ผมขอร้องเถอะ พวกผมก็มีครอบครัว เอาใจเขามาใส่ใจเรา ผมจะทำขนาดนั้นเลยเหรอ ผมจะใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอ เป็นผู้มีอิทธิพลขนาดนั้นเลยเหรอ พี่นอเขาเป็นผู้หญิง แล้วบิลลี่ก็ไม่มีความผิด ตอนนี้เขาหายไปก็มาโทษผม วันนี้ใครตายสักคนก็เป็นผมทุกอย่างเลย   ส่วนที่จะไปสาบานบริเวณสะพานแขวนวันเสาร์นี้ พอดีปรึกษาทนาย ทนายบอกว่าสถานที่ตรงนั้นเขาเจอหลักฐาน ถ้าไปตรงนั้น ดีเอสไอเขาจ้องเราอยู่ ก็ขอสถานที่ดีๆ เรื่องสาบานไม่กลัวอยู่แล้ว ผมอยากสาบานด้วยซ้ำ เพราะคำสาบานจะกระทบคนที่กระทำด้วยนะ   หากประชาชนมองว่าคำสาบานเป็นทางออกสุดท้ายคนโกหก นายชัยวัฒน์ ระบุว่า หลักฐานวิทยาศาสตร์มี ผมเชื่อในกระบวนการสอบสวนสืบสวนทุกวันนี้ ข่มขู่เจ้าหน้าที่แบบไหน ให้พูดยังไง ชี้นำยังไง เรามีหมด บุญแทน บุษราคัมอยู่ท่าแซะ ถูกล่อออกมา แล้วอ้างว่าผมจะฆ่าบุญแทน ถ้าวันนั้นบุญแทนออกมาแล้วตายผมก็โดนอยู่แล้ว ดาบเท่งไปพูดไปข่มขู่ ผมปล่อยลูกน้องจะไปฆ่าบุญแทนปิดปาก ถ้าบุญแทนตายวันนั้นคือใคร คนอื่นไม่รู้นี่ ดาบเท่งไปบอกว่าผมจะฆ่าบุญแทน   ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อรู้ตัวคนอยู่เบื้องหลังทำไมไม่เปิดไปเลยว่าเป็นใคร นายชัยวัฒน์ กล่าวว่ากระบวนการนี้อยู่ในกระบวนการยุติธรรม อยู่ในชั้นศาล เราเปิดไปก็เป็นประเด็นที่เราถูกฟ้อง ถ้าหลักฐานเราไม่ครบ เราถูกฟ้องกลับ ถ้ามีหลักฐานก็พร้อมเปิด กำลังหาอยู่ ผมจะหาเจ้าของกระดูกชิ้นนี้เป็นใคร ผมจะหามาให้ได้   ซากกระดูกที่พบนั้นไม่ใช่บิลลี่ ยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์ เอาหัวเป็นประกัน รู้ข่าวแล้วด้วยว่าเอามาจากไหน เดี๋ยวเจอกัน ผมไม่ปล่อยอยู่แล้ว สู้ไหว   เมื่อถามว่ากลัวถูกสั่งเก็บไหม นายชัยวัฒน์ ระบุว่า ทุกคนกลัวอยู่แล้ว แต่ถามว่าเกิดมาชาตินึง ถ้าผมทำเพื่อแผ่นดินปกป้องแผ่นดิน ถ้าคนชั่วมาทำผม ผมไม่เสียดายชีวิต ขอให้รู้เลยว่าผมจะต่อสู้แบบนี้ ผมไม่เคยกลัว ทุกวันนี้เขาตามผมทุกที่ ผมไปไหนผมก็ไปคนเดียว ไม่กลัวใคร   ด้าน พ.ต.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ บอกว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เตรียมสรุปสำสวนสั่งฟ้องนายชัยวัฒน์และพวกตามขั้นตอน ซึ่งคาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนได้ตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ ส่วนการที่นายชัยวัฒน์จะพูดจะให้สัมภาษณ์อะไร ก็กระทำได้เป็นสิทธิ ยิ่งพูดยิ่งดี ดีเอสไอก็เก็บข้อมูลไปได้ต่อเนื่อง ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_Sb-6QTUFf4  

 2,203
สังคม
14 พ.ย. 62

'ชัยวัฒน์' เผยถูกป้ายสี ยัดข้อหาฆ่าบิลลี่ อ้างรู้ตัวคนอยู่เบื้องหลัง ลั่นกระดูกที่เจอไม่ใช่บิลลี่!

จากกรณีที่ดีเอสไอได้เข้าควบคุมตัว นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กับพวกรวม 4 คน ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีการเสียชีวิตของ บิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย ทั้งนี้ นายชัยวัฒน์ ให้การปฎิเสธในชั้นพนักงานสอบสวน ต่อมาศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน โดยตีราคาประกันคนละ 800,000 บาท พร้อมยืนยันว่าตนเองและพวกบริสุทธิ์ถูกกลั่นแกล้งจากผู้มีอิทธิพล   นายชัยวัฒน์ ได้เปิดใจกับสื่อว่า ตั้งแต่มีหลักฐาน มีการออกข่าวเป็นช่วง ๆ ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ มันก็ชี้มาที่ตนตลอด แต่เขาไม่เคยออกชื่อในสื่อ พยายามโยงว่าเป็นหัวหน้าอดีตอุทยานทุกครั้ง เราก็อยากให้มันเข้ากระบวนการยุติธรรมไม่อยากให้สื่อเล่นทุกวัน ออกทุกอาทิตย์ มันไม่เป็นธรรมกับคนที่ถูกกระทบ อาจมองใช่หรือไม่ใช่ ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าเป็นผม ถูกนำเสนอมาเป็นช่วงๆ ถามว่าครอบครัวเดือดร้อนมั้ย เจ้าหน้าที่แม้แต่ตำแหน่งผมเองยังเดือดร้อน ก็ถามตัวเองตลอดจะโดนย้ายเมื่อไหร่   เมื่อถามว่าผ่านไป 5 ปี ดีเอสไอไปเจอถังอยู่ใต้น้ำบริเวณสะพานแขวน เจอเศษซากกระดูก พิสูจน์ดีเอ็นเอเป็นบิลลี่ ทุกอย่างย้อนมาชี้ที่กลุ่มนายชัยวัฒน์ ซึ่งเจอบิลลี่เป็นคนสุดท้ายจนถูกออกหมายจับ นายชัยวัฒน์ระบุว่า ในลักษณะที่เราเห็น ต้องมองเลยว่ามันต้องมีคนชี้ ต้องคิดถึงความเป็นจริง 5 ปี มีการเผามีการทิ้ง   ในช่วง 5 ปี วันที่เกิดเหตุ ผมถูกย้ายออกนอกพื้นที่ แล้วถูกสอบสวน ถูกฟ้องศาล ในช่วงเกิดเหตุใหม่ ๆ ไม่มีใครรู้เลยเหรอว่ามีการเผา มีการทำลาย แล้วอยู่มา 5 ปี ก็ไม่มีใครรู้ มาเจอถังเจอกระดูก ผมให้คนที่บอกว่าเจอตรงนี้มาชี้เลย ว่าใครเป็นคนฆ่า ใครคนทิ้ง ใครคนทำ ถ้าชี้มาที่ผม ผมยอมติดคุกเลย   พร้อมระบุว่า ถังที่พบอาจเป็นถังขยะที่เจ้าหน้าที่เผาขยะทำลายกางเต้นท์ จุดบริเวณข้างล่างเวลาน้ำแล้ว ไปกางข้างล่างก็มี  ผมก็ถามว่าเศษซากกระดูกชิ้นเล็ก ๆ คุณไปงมครั้งหนึ่งครั้งสองแล้วเจอ คุณต้องเก่งกว่าเซียนนะ นี่คุณเจอในน้ำ น้ำที่ต้องดำลงไปเพื่อเป็นเป้าหมายเดียวที่ต้องไปเจอตรงนั้น   กรณีที่มีการระบุว่าถังมีรูเจาะเอาเหล็กขัดไว้เพื่อไม่ให้ศพเด้งออกมานั้น เขาบอกว่าการทำลายศพครั้งนี้ นายชัยวัฒน์และพวกทำลายศพด้วยการหั่นศพและเผา เผาโดยใช้ถังลูกนี้ แล้วถังลูกนี้ มันสามารถเผาคน เผาสุนัข หรือหมู สิ่งมีชีวิตได้หรือไม่ มันเผาไม่ได้อยู่แล้ว ถังต้องมีออกซิเจน ต้องเจาะรู เปิดช่องว่างข้างล่างเพื่อให้อากาศเข้า แล้วแบบนี้จะเผาอะไรได้   มันเผาไม่ได้ ลองหาผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการนั่งยาง เขาใช้ถังลักษณะแบบนี้เผามั้ย ผมยืนยันว่าเผาไม่ได้ เพราะถังที่จะให้อากาศเข้า ต้องเจาะทั้งซ้ายทั้งขวา ไม่ใช่สว่านเจาะเท่านั้น ต้องเจาะรูระบาย แล้วนี่บรรยายเหมือนทำเอง ดูถังแล้ว สามัญชนคนคิดทั่วไป ทำได้หรือไม่   นายชัยวัฒน์ ระบุว่า วันนี้ผมทำหน้าที่ปกป้องธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมจับกุมคดีใหญ่ ๆ เยอะแยะ เรื่องนี้สำคัญที่สุดคือการไปเหยียบเท้าใคร มันชัดอยู่แล้ว เขาสั่งได้ทั้งหมดอยู่แล้ว ไปจับเขา ในลักษณะเรื่องที่ดิน เรื่องรีสอร์ต เรื่องรุกป่า แล้วก็คดีล่าสัตว์ คดีเรื่องสัตว์ป่า   ผู้สื่อข่าวถามว่ารู้อยู่แล้วใช่มั้ยว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ นายชัยวัฒน์ ระบุว่า ผมพอรู้อยู่แล้ว 6 เดือนเขาหาเศษกระดูกเศษนี้ได้ ก่อนหน้านั้นไม่มีใครรู้ มันตายยังไง เราก็พยายามตามหาเขาอยู่แล้ว แต่วันนี้พอชัดเจน กรมสอบสวนพิเศษรับคดี เขาเป็นเจ้าภาพ เขาเจอ ผมไม่อยากไปชี้ชัดขนาดนั้น ไม่ได้ไปใส่ความว่าเขามีอิทธิพลต่อการสั่งให้ใครมาทำคดีผม   ผมไม่มีหลักฐานอะไรไปสู้เขา ก็มีเท่าที่ผมบอกนี่แหละ ผมจับแล้วปล่อย ผมควบคุมตัวเขามา ผมสอบถามเขาแล้ว เมื่อหลักฐานเขาไม่สามารถกระทำความผิดได้ เราก็ต้องปล่อย บิลลี่ไม่ใช่คนแรกที่ปล่อย เราปล่อยเยอะแยะ ถ้าผมมีอำนาจผมไม่ต้องมีสภาพแบบนี้หรอก   กรณีที่ภรรยาคุณบิลลี่บอกว่าไปข่มขู่เขา นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ผมอยากไหว้เขา ผมไม่เคยไปริดรอน ผมขอเลยนะ เรื่องไปคุกคามพี่นอ พวกผมเจ้าหน้าที่ทุกคนไม่เคยคิดกระทำแบบนั้นด้วยซ้ำ พอเราเห็นเขาออกมาแบบนั้นก็สะเทือนใจ เรื่องไปเฝ้าดูเขา ซุ่มดู ผมขอร้องเถอะ พวกผมก็มีครอบครัว เอาใจเขามาใส่ใจเรา ผมจะทำขนาดนั้นเลยเหรอ ผมจะใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอ เป็นผู้มีอิทธิพลขนาดนั้นเลยเหรอ พี่นอเขาเป็นผู้หญิง แล้วบิลลี่ก็ไม่มีความผิด ตอนนี้เขาหายไปก็มาโทษผม วันนี้ใครตายสักคนก็เป็นผมทุกอย่างเลย   ส่วนที่จะไปสาบานบริเวณสะพานแขวนวันเสาร์นี้ พอดีปรึกษาทนาย ทนายบอกว่าสถานที่ตรงนั้นเขาเจอหลักฐาน ถ้าไปตรงนั้น ดีเอสไอเขาจ้องเราอยู่ ก็ขอสถานที่ดีๆ เรื่องสาบานไม่กลัวอยู่แล้ว ผมอยากสาบานด้วยซ้ำ เพราะคำสาบานจะกระทบคนที่กระทำด้วยนะ   หากประชาชนมองว่าคำสาบานเป็นทางออกสุดท้ายคนโกหก นายชัยวัฒน์ ระบุว่า หลักฐานวิทยาศาสตร์มี ผมเชื่อในกระบวนการสอบสวนสืบสวนทุกวันนี้ ข่มขู่เจ้าหน้าที่แบบไหน ให้พูดยังไง ชี้นำยังไง เรามีหมด บุญแทน บุษราคัมอยู่ท่าแซะ ถูกล่อออกมา แล้วอ้างว่าผมจะฆ่าบุญแทน ถ้าวันนั้นบุญแทนออกมาแล้วตายผมก็โดนอยู่แล้ว ดาบเท่งไปพูดไปข่มขู่ ผมปล่อยลูกน้องจะไปฆ่าบุญแทนปิดปาก ถ้าบุญแทนตายวันนั้นคือใคร คนอื่นไม่รู้นี่ ดาบเท่งไปบอกว่าผมจะฆ่าบุญแทน   ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อรู้ตัวคนอยู่เบื้องหลังทำไมไม่เปิดไปเลยว่าเป็นใคร นายชัยวัฒน์ กล่าวว่ากระบวนการนี้อยู่ในกระบวนการยุติธรรม อยู่ในชั้นศาล เราเปิดไปก็เป็นประเด็นที่เราถูกฟ้อง ถ้าหลักฐานเราไม่ครบ เราถูกฟ้องกลับ ถ้ามีหลักฐานก็พร้อมเปิด กำลังหาอยู่ ผมจะหาเจ้าของกระดูกชิ้นนี้เป็นใคร ผมจะหามาให้ได้   ซากกระดูกที่พบนั้นไม่ใช่บิลลี่ ยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์ เอาหัวเป็นประกัน รู้ข่าวแล้วด้วยว่าเอามาจากไหน เดี๋ยวเจอกัน ผมไม่ปล่อยอยู่แล้ว สู้ไหว   เมื่อถามว่ากลัวถูกสั่งเก็บไหม นายชัยวัฒน์ ระบุว่า ทุกคนกลัวอยู่แล้ว แต่ถามว่าเกิดมาชาตินึง ถ้าผมทำเพื่อแผ่นดินปกป้องแผ่นดิน ถ้าคนชั่วมาทำผม ผมไม่เสียดายชีวิต ขอให้รู้เลยว่าผมจะต่อสู้แบบนี้ ผมไม่เคยกลัว ทุกวันนี้เขาตามผมทุกที่ ผมไปไหนผมก็ไปคนเดียว ไม่กลัวใคร   ด้าน พ.ต.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ บอกว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เตรียมสรุปสำสวนสั่งฟ้องนายชัยวัฒน์และพวกตามขั้นตอน ซึ่งคาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนได้ตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ ส่วนการที่นายชัยวัฒน์จะพูดจะให้สัมภาษณ์อะไร ก็กระทำได้เป็นสิทธิ ยิ่งพูดยิ่งดี ดีเอสไอก็เก็บข้อมูลไปได้ต่อเนื่อง ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_Sb-6QTUFf4  

 2,203
อาชญากรรม
14 พ.ย. 62

'ชัยวัฒน์' ฉะกระดูกไม่ใช่ของบิลลี่ ลั่นจะตามหาเจ้าของ ยันไม่เคยคุกคาม 'มึนอ'

นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่ 9 (อุบลราชธานี) อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมนายบิลลี่ พร้อมเตรียมหาพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ต่อสู้คดี มั่นใจกระดูกที่ดีเอสนำมากล่าวอ้าง ไม่ใช่กระดูกบิลลี่ และจะหาหลักฐานเจ้าของกระดูกตัวจริงมาให้ได้ เพื่อทวงศักดิ์ศรีและยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง     นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่ 9 (อุบลราชธานี) อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เปิดใจกับทีมข่าวหลังศาลอนุญาตให้ประกันตัวสู้คดี ยืนยันว่าแนวทางสู้คดีหลังจากนี้ จะต้องสืบหาหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มาพิสูจน์ในชั้นศาล โดยเฉพาะสิ่งที่ยังค้างคาใจเกี่ยวกับกระดูกที่ ดีเอสไอ นำมาเป็นหลักฐาน ว่าเป็นกระดูกของบิลลี่จริงหรือไม่ เจ้าหน้าที่ได้มาอย่างไร ใช้วิธีการได้มาที่ถูกต้องหรือไม่ แต่ตนเองมั่นใจว่าไม่ใช่กระดูกของบิลลี่แน่นอน และตนเองจะหาหลักฐานให้ได้ว่าเป็นกระดูกของใคร    นอกจากนั้นยังติดใจเรื่องถัง ที่ดีเอสไอเขียนในสำนวนว่าเป็นถังที่นายชัยวัฒน์ใช้เผาบิลลี่ ด้วยความร้อน 700 องศาเซลเซียล พร้อมผ่ากระดูกเป็นชิ้นๆเผาด้วยความร้อน 200-300 องศาเซลเซียล ซึ่งในความเป็นจริงไม่สามารถเผาได้ เพราะถังที่พบไม่ได้เจาะรูระบายอากาศ จึงมองว่าหมายจับที่เกิดขึ้น เกิดกระบวนการกลั่นแกล้งจากคนบางกลุ่ม    ทั้งนี้ในฐานะที่ตนเองเป็นหัวหน้าชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ทำงานด้านสืบสวนสอบสวน และปฏิบัติหน้าที่ด้านอนุรักษ์มาอย่างยาวนาน แต่กลับเจอเรื่องแบบนี้ ถือว่าไม่มีความยุติธรรม ยืนยันว่าหลักฐานที่ได้มาไม่ถูกต้อง ขนาดเป็นเจ้าหน้าที่รัฐยังเป็นแบบนี้ ถ้าเป็นตาสีตาสาจะเป็นอย่างไร   นอกจากนั้นยังยืนยันว่าไม่เคยไปคุกคามข่มขู่มึนอ ภรรยาของนายบิลลี่เลย บ้านมึนออยู่ไหนตนเองยังไม่รู้เลย ตอนนี้ตนเอง และเจ้าหน้าที่ถูกกล่าวหาก็ใช้ชีวิตลำบากอยู่แล้ว ไปไหนใครก็ตราหน้าว่าเป็นพวกเผาฆ่าบิลลี่ ดังนั้นจึงขอร้องมึนอ อย่าพูดเรื่องที่ไม่เป็นความจริงเลย เพราะชื่อเสียง และศักดิ์ศรีของตน หายไปตั้งแต่ดีเอสไอมาทำคดีนี้ ท้ายที่สุดขอให้ประชาชนติดตามเรื่องนี้ให้จบ และดูกระบวนการทำงานของดีเอสไอว่ารีบร้อนไปหรือไม่    ถึงปัจจุบัน ดีเอสไอยังไม่สามารถอธิบายได้ว่ากระดูกทั้งหมดเป็นของใครบ้าง มีเพียงบอกว่าพบกระดูกบ้างชิ้นเป็นของบิลลี่ คำถามที่เกิดขึ้นแล้วกระดูกที่เหลือเป็นของใคร แล้วว่าจากไหน แสดงว่าตนเองเผาและฆ่าคน มากกว่า 1 คน อย่างนั้นหรือ   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/SX5ibDu3ORU

 485
อาชญากรรม
13 พ.ย. 62

'ชัยวัฒน์' เปิดหน้าสู้มอบตัว dsi ยันบริสุทธิ์ พร้อมสู้ทุกข้อกล่าวหา

หลังจากที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อนุมัติหมายจับนายชัยวัฒน์ และพวกรวม 4 คน ที่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของนายพอละจี หรือบิลลี่ รักจงเจริญ ใน 6 ข้อกล่าวหานั้น   ต่อมาวานนี้ (12 พ.ย.) นายชัยวัฒน์ และพวกรวม 4 คน เข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ตามหมายจับ และอยู่นะหว่างสอบปากคำที่ชั้น 10 ของดีเอสไอ โดยก่อนเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหานายชัยวัฒน์ กล่าวกับสื่อมวลชน ว่าคาใจที่กระบวนการทุกอย่างพุ่งเป้ามาที่ตนเอง    ล่าสุด วันที่ 13 พ.ย. รายการโหนกระแสได้สัมภาษณ์เปิดใจ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ถึงประเด็นดังกล่าว   ก่อนหน้านี้ทำไมไม่ออกมาเปิดหน้าสู้? "ตั้งแต่มีหลักฐาน มีการออกข่าวเป็นช่วงๆ ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ มันก็ชี้มาที่เราตลอด แต่เขาไม่เคยออกชื่อในสื่อ พยายามโยงว่าเป็นหัวหน้าอดีตอุทยานทุกครั้ง เราก็อยากให้มันเข้ากระบวนการยุติธรรมไม่อยากให้สื่อเล่นทุกวัน ออกทุกอาทิตย์ มันไม่เป็นธรรมกับคนที่ถูกกระทบ อาจมองใช่หรือไม่ใช่ ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าเป็นผม ถูกนำเสนอมาเป็นช่วงๆ ถามว่าครอบครัวเดือดร้อนมั้ย เจ้าหน้าที่แม้แต่ตำแหน่งผมเองยังเดือดร้อน ก็ถามตัวเองตลอดจะโดนย้ายเมื่อไหร่" เมื่อ 5 ปีก่อน ในครั้งนั้นหัวหน้าบอกเคยเจอบิลลี่จริงวันที่ 17 ก่อนบิลลี่หายตัวไป? "ปี 57 ตอนเช้าเราขึ้นไปตรวจงาน ประมาณบ่ายโมงบ่ายสองก็ลงมา เรามาตรวจถนน แล้วแยกกับท่านปลัดกระทรวง พอขับรถผ่านด่านสามยอด มีวิทยุเข้ามาแจ้งว่ามีการตรวจพบ มีคนเอาน้ำผึ้งออกมาที่ด่านมะเร็ว ตอนนั้นผมเป็นหัวหน้าอุทยาน เขาต้องแจ้งเรา ที่ด่านมะเร็วเป็นประตูปิดประตูแรก และประตูสุดท้าย จากที่ผมไปที่ด่านสามยอด ระยะทางเกือบ 20 กิโล มันเป็นทางผ่านที่ผมต้องกลับอุทยาน เขาแจ้งมาผมก็ไป" ปรากฎไปเจอเป็น? "มีมอเตอร์ไซค์จอดอยู่ มีน้ำผึ้งตั้งอยู่ และมีบิลลี่นั่งอยู่" เคยรู้จักมั้ย? "ไม่เคยรู้จัก บิลลี่เคยถ่ายรูปกับผม แต่ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นบิลลี่ มีรูปนี้นำเสนอมาในสื่อ ว่าไม่รู้จักได้ยังไง ยังถ่ายรูปด้วยกันเลย" เขาเป็นนักปกป้องสิทธิด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิชุมชนชาวกะเหรี่ยง? "ผมพูดเลยว่าตัวบิลลี่เองก็เป็นตัวละครตัวหนึ่งที่มีคนสร้างขึ้นมา วันที่ 17 เราควบคุมเสร็จ เราเจอเสร็จฝนจะตก ด้วยความสัตย์จริง วันนั้นผมไปกับลูกน้อง 7 คน ลูกน้องที่โดนด้วยกัน 3 คน กับผมอีกคนเป็น 4 แต่ที่พาไปด่านมะเร็ว 7 คน ผมมากับลูกน้องสามคนแล้วสั่งยกของเสร็จฝนจะตกก็ให้รีบกลับเลย ผมก็รีบออกมา ไม่มีอะไร ผมก็ขับออกมาถามเขาว่าคุณออกมาขนาดนี้ คุณทำแบบนี้ได้ไง คุณเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผมก็แนะนำ เราบอกทำแบบนี้ไม่ถูก ทำไมไม่ตกเตือนชาวบ้าน เขาบอกได้กำไรขวด 80 เขาซื้อมา 120 ขาย 200 แต่ในกระเป๋าทำไมมันเยอะคืออะไร มันเหมือนเราจับคนผิด ในกระเป๋าเขาเป็นน้ำผึ้งที่ใส่ถุง มีลัง มีภาชนะมีหีบ แต่มันไม่ใช่ ความรู้สึกเหมือนเสียฟอร์ม ก็บอกว่าให้จอด เปิดดูเอื้อมไปหยิบกระเป๋า ผมไม่ได้เปิดหรอก กระเป๋ามันเบา" คุณเชื่อว่าไม่น่ามี? "น้ำผึ้งมันหนัก ผมเปิดประตู แล้วไล่ลงเลย ไปยกลงให้หมด" มอเตอร์ไซค์เขา? "ผมก็ให้ยก แล้วเขาบอกว่าน้ำผึ้งให้หัวหน้า ผมพูดไม่อาย ว่าง้างมือจะตบบิลลี่ ติดสินบนกูอีก ยกของเสร็จ ฝนตกหนัก แล้วทุกคนก็ขึ้นรถ แยกย้าย" ถ้าคนสงสัยเขาย้อนกลับไปถามว่าห้าปี หัวหน้าจำเหตุการณ์ได้หมดเลยเหรอ? "ผมพูดเรื่องนี้กี่ครั้งแล้ว ทุกครั้งผมโดนสอบเรื่องนี้กี่ครั้ง" เขาอาจจะบอกว่าหัวหน้าโกหกซ้ำๆ จนจำได้หรือเปล่า? "ไม่งั้นผมก็ต้องพิเศษที่สุดแล้วล่ะ ผมเสกมอเตอร์ไซค์หายได้ในวันเดยว ผมเสกบิลลี่หาย" หลังจากนั้นบิลลี่หายตัวเลย? "พอเราปล่อยตัว ผมก็กลับไปไร่ เพราะเราจัดงานประชุมทำบุญ แล้วเลี้ยงสงกรานต์กับลูกน้อง ช่วงนั้นปี 57 กรมมีเรื่องสุรา ห้ามดื่มเหล้า ผมก็ไปจัดที่ไร่ก็เปลี่ยนเป็นทำบุญที่ไร่ ผมก็กลับไปนอนพัก 18 ผมประชุมเช้า ผมจะไปรู้ได้ไงว่าเขาไปไหน ผมปล่อยไปแล้ว ต่างคนต่างแยก การตรวจสอบเขาไม่ได้มีการกระทำความผิด น้ำผึ้งอยู่ในขวด เราต้องมองสองมุมว่าเหตุและผลสมดุลกันมั้ย ลักษณะของเขาไม่ได้ทำผิดกฎหมาย" เรื่องที่บอกไปเผาบ้านชาวบ้านเขา บิลลี่เหมือนคนรู้เหตุการณ์ว่าทางหัวหน้ารู้เรื่องนั้น เลยเก็บซะเลย? "เรื่องนี้มันพูดมาเยอะแล้ว ผมเดินป่าตั้งแต่ปี 52 53 ผมเข้าไปเจรจาชาวบ้าน ไปกินอยู่กับเขา ผมไม่เคยจับชาวกะเหรี่ยง กะหร่าง สักคนเดียว ถ้าผมจับใคร ผมจะลาออกวันนี้ ดูจากภาพผมไปกินนอนกับเขา ใครเดือดร้อน คนพวกนี้ดูสิ มีใครไปแจ้งความผมบ้าง" ผ่านไป 5 ปี ดีเอสไอไปเจอถังอยู่ใต้น้ำ แถวสะพานแขวน เขาบอกว่าเจอเศษซากกระดูก พิสูจน์ดีเอ็นเอเป็นบิลลี่ ทุกอย่างย้อนมาชี้ที่กลุ่มหัวหน้า ซึ่งเจอบิลลี่เป็นคนสุดท้าย หมายจับมาที่หัวหน้า? "ในลักษณะที่เราเห็น ต้องมองเลยว่ามันต้องมีคนชี้ ต้องคิดถึงความเป็นจริงนะ 5 ปีมีการเผามีการทิ้ง ในช่วง 5 ปี วันที่เกิดเหตุ ผมถูกย้ายออกนอกพื้นที่นะ แล้วถูกสอบสวน ถูกฟ้องศาล ในช่วงเกิดเหตุใหม่ๆ 2 3 4 ไม่มีใครรู้เลยเหรอ ว่ามีการเผา มีการทำลาย แล้วอยู่มา 5 ปีก็ไม่มีใครรู้นะ มาเจอถังเจอกระดูก ผมให้คนที่บอกว่าเจอตรงนี้ มาชี้เลย ว่าใครเป็นคนฆ่า ใครคนทิ้ง ใครคนทำ ถ้าชี้มาที่ผม ผมยอมติดคุกเลย" เหมือนบอกว่าเขาเอาถังไปโยนแกล้งหัวหน้า? "ถังนี่ไม่บอกว่าโยนหรอก ถังนี้อาจเป็นถังขยะ ที่เจ้าหน้าที่เผาขยะทำลายกางเต้นท์ จุดบริเวณข้างล่างเวลาน้ำแล้ว ไปกางข้างล่างก็มี" แล้วเศษซากกระดูกล่ะ? "ผมก็ถามว่าเศษซากกระดูกชิ้นเล็กๆ คุณไปงมครั้งหนึ่งครั้งสองแล้วเจอ คุณต้องเก่งกว่าเซียนนะ นี่คุณเจอในน้ำ น้ำที่ต้องดำลงไปเพื่อเป็นเป้าหมายเดียวที่ต้องไปเจอตรงนั้น" ถังมีรู เจาะเอาเหล็กขัดไว้เพื่อไม่ให้ศพเด้งออกมา? "เขาบอกว่าการทำลายศพครั้งนี้ นายชัยวัฒน์และพวกทำลายศพด้วยการหั่นศพและเผา เผาโดยใช้ถังลูกนี้ แล้วถังลูกนี้ มันสามารถเผาคน เผาสุนัข หรือหมู สิ่งมีชีวิตได้หรือไม่ มันเผาไม่ได้อยู่แล้ว ถังต้องมีออกซิเจน ต้องเจาะรู เปิดช่องว่างข้างล่างเพื่อให้อากาศเข้า แล้วแบบนี้จะเผาอะไรได้ หัวหน้ามองว่าเผาไม่ได้? "เผาไม่ได้ พี่หนุ่มลองหาผู้เชี่ยวชาญ เกี่ยวกับการนั่งยาง เขาใช้ถังลักษณะแบบนี้เผามั้ย ผมยืนยันว่าเผาไม่ได้ เพราะถังที่จะให้อากาศเข้า ต้องเจาะทั้งซ้ายทั้งขวา ไม่ใช่สว่านเจาะเท่านั้น ต้องเจาะรูระบาย แล้วนี่บรรยายเหมือนทำเอง ดูถังแล้ว สามัญชนคนคิดทั่วไป ทำได้หรือไม่" หัวหน้าพูดว่าถูกกระบวนการหนึ่งกลั่นแกล้ง กระบวนการไหน? "วันนี้ผมทำหน้าที่ปกป้องธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมจับกุมคดีใหญ่ๆ เยอะแยะ เรื่องนี้สำคัญที่สุดคือการไปเหยียบเท้าใคร มันชัดอยู่แล้ว" เหยียบเท้าใครมา? "เรื่องนี้เอาไว้ก่อนแล้วกัน" ใหญ่มั้ย? "เขาสั่งได้ทั้งหมดอยู่แล้ว ไปจับเขา ในลักษณะเรื่องที่ดิน เรื่องรีสอร์ต เรื่องรุกป่า แล้วก็คดีล่าสัตว์ คดีเรื่องสัตว์ป่า" หัวหน้ารู้อยู่แล้วว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้? "ผมพอรู้อยู่แล้ว 6 เดือนเขาหาเศษกระดูกเศษนี้ได้ ก่อนหน้านั้นไม่มีใครรู้ มันตายยังไง เราก็พยายามตามหาเขาอยู่แล้ว แต่วันนี้พอชัดเจน กรมสอบสวนพิเศษรับคดี เขาเป็นเจ้าภาพ เขาเจอ" หัวหน้าจะบอกว่าผู้มีอิทธิพลท่านนั้นที่ไปจับมา เขามีส่วนในการไปชี้ให้ดีเอสไอจัดการเหรอ? "ผมไม่อยากไปชี้ชัดขนาดนั้น ไม่ได้ไปใส่ความว่าเขามีอิทธิพลต่อการสั่งให้ใครมาทำคดีผม" ใครกำกับให้บิลลี่เป็นตัวละคร? "บิลลี่ถูกกำหนด ตั้งแต่เขาเป็นกลุ่มต่อสู้เพื่อสิทธิ เรื่องนี้ถ้าพูดออกรายการ ไปย้อนดูได้มั้ย ว่าคนออกรายการของบิลลี่ บิลลี่หาย 2 วัน มีเทปบิลลี่ขาย วันที่ 19 มีข้อกำไลของบิลลี่ขาย มาได้ยังไง ผมถึงบอกว่าบิลลี่เป็นตัวละครตัวนึง ที่ถูกสร้างสตอรี่มาว่าเป็นนักต่อสู้สิทธิ มีทีวีช่องนึงไปถ่ายทำจนมีเรื่องราว พอกำหนดว่าบิลลี่หาย ผมเชื่อว่าบิลลี่ต้องการให้เราจับเรื่องน้ำผึ้ง เพราะการออกด่านจะออกได้หลายทาง ผู้กระทำความผิดจะไม่ออกด่านนั้น ทำไมจงใจออกด่านนั้น ไม่จำเป็นต้องมาเจอผม" พูดง่ายๆ ต้องการเล่นหัวหน้าตั้งแต่ 5 ปีก่อน? "ใช่ เขาวางแผน ไปดูเลย เทปบิลลี่มีขาย กำไลบิลลี่ มีขายตั้งแต่ 19 เม.ย. ปี 57" ทำไมต้องรอ 5 ปีเพื่อมาเล่นหัวหน้า? "ไม่ใช่มาเล่นผม จังหวะเดียวกันบิลลี่ต้องการให้เราควบคุม แล้วให้รายการทีวีไปเก็บภาพว่าสิทธิถูกริดรอน ถูกจับ เราต้องควบคุมตัวเขาแล้วไปเปรียบเทียบปรับ เขาคงตั้งใจอย่างนั้น แต่ผมตรวจสอบแล้ว  น้ำผึ่งตรวจไม่ได้จริงหรือเท็จ ผมก็เลยปล่อยืละครของเขา ซีรีส์ของเขาก็เลยเปลี่ยนเรื่อง ผมเชื่อว่าเขาสร้างเรื่อง คุณหายไปเลย" จะเอาหลักฐานอะไรไปสู้เขา? "ผมไม่มี ก็มีเท่าที่ผมบอกนี่แหละ ผมจับแล้วปล่อย ผมควบคุมตัวเขามา ในผมสอบถามเขาแล้ว เมื่อหลักฐานเขาไม่สามารถกระทำความผิดได้ เราก็ต้องปล่อย บิลลี่ไม่ใช่คนแรกที่ปล่อย เราปล่อยเยอะแยะ" เขาบอกหัวหน้ามีอำนาจถึงขั้นดีเอสไอมาเพ่งเล็ง มีผู้หลักผู้ใหญ่ถูกย้ายเลย? "โห ถ้าชีวิตผมใหญ่แบบนั้น ป่านนั้นผมไม่ต้องมีสภาพแบบนี้หรอก ถ้าใหญ่ขนาดนั้นจริง เขาเรียกหมายเรียกไปก็จบแล้ว" ภรรยาคุณบิลลี่ บอกว่าไปข่มขู่เขา? "ผมอยากไหว้เขา ผมไม่เคยไปริดรอน ไม่เคยเฉี่ยวเลย ถ้าผมไหว้ผ่านรายการได้ ผมไหว้ได้มั้ย  ผมขอเลยนะ เรื่องไปคุกคามพี่นอ พวกเผมเจ้าหน้าที่ทุกคนไม่เคยคิดกระทำแบบนั้นด้วยซ้ำ พอเราเห็นเขาออกมาแบบนั้นก็สะเทือนใจ เรื่องไปเฝ้าดูเขา ซุ่มดู ผมขอร้องเถอะ พวกผมก็มีครอบครัว เอาใจเขามาใส่ใจเรา ผมจะทำขนาดนั้นเลยเหรอ ผมจะใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอ เป็นผู้มีอิทธิพลขนาดนั้นเลยเหรอ พี่นอเขาเป็นผู้หญิง แล้วบิลลี่ก็ไม่มีความผิด ตอนนี้เขาหายไปก็มาโทษผม วันนี้ใครตายสักคนก็เป็นผมทุกอย่างเลย" เห็นว่าจะพาพี่ๆ น้องๆ ที่โดนหมายจับ ไปสาบาน? "พอดีเมื่อเช้าปรึกษาทนาย ทนายบอกว่าสถานที่ตรงนั้นเขาเจอหลักฐาน ถ้าไปตรงนั้น ดีเอสไอเขาจ้องเราอยู่ ก็ขอสถานที่ดีๆ เรื่องสาบานไม่กลัวอยู่แล้ว ผมอยากสาบานด้วยซ้ำ เพราะคำสาบานจะกระทบคนที่กระทำด้วยนะ" ถ้าประชาชนมองว่าคำสาบานเป็นทางออกสุดท้ายคนโกหก? "หลักฐานวิทยาศาสตร์มี ผมเชื่อในกระบวนการสอบสวนสืบสวนทุกวันนี้ ข่มขู่เจ้าหน้าที่แบบไหน ให้พูดยังไง ชี้นำยังไง เรามีหมด บุญแทน บุษราคัมอยู่ท่าแซะ ถูกล่อออกมา แล้วอ้างว่าผมจะฆ่าบุญแทน ถ้าวันนั้นบุญแทนออกมาแล้วตายผมก็โดนอยู่แล้ว ดาบเท่งไปพูดไปข่มขู่ ผมปล่อยลูกน้องจะไปฆ่าบุญแทนปิดปาก ถ้าบุญแทนตายวันนั้นคือใคร คนอื่นไม่รู้นี่ ดาบเท่งไปบอกว่าผมจะฆ่าบุญแทน" เมื่อหัวหน้าก็พูดผ่านรายการแล้วว่ารู้ตัวคนอยู่เบื้องหลัง ทำไมไม่เปิดไปเลย ว่าคนนี้ทำผมแบบนี้ประชาชนจะได้หันมามองอีกมุมนึงบ้าง? "กระบวนการนี้อยู่ในกระบวนการยุติธรรม อยู่ในชั้นศาล เราเปิดไปก็เป็นประเด็นที่เราถูกฟ้อง ถ้าหลักฐานเราไม่ครบ เราถูกฟ้องกลับ" ถ้ามีหลักฐานเปิดเลย? "แน่นอน หาอยู่ ผมจะหาเจ้าของกระดูกชิ้นนี้เป็นใคร ผมจะหามาให้ได้" ยืนยันว่าไม่ใช่บิลลี่? "ไม่ใช่อยู่แล้ว ยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์ เอาหัวเป็นประกัน รู้ข่าวแล้วด้วยว่าเอามาจากไหน เดี๋ยวเจอกัน" กลัวถูกเก็บมั้ย? "ทุกคนกลัวอยู่แล้ว แต่ถามว่าเกิดมาชาตินึง ถ้าผมทำเพื่อแผ่นดินปกป้องแผ่นดิน ถ้าคนชั่วมาทำผม ผมไม่เสียดายชีวิต ขอให้รู้เลยว่าผมจะต่อสู้แบบนี้ ผมไม่เคยกลัว ทุกวันนี้เขาตามผมทุกที่ ผมไปไหนผมก็ไปคนเดียว ไม่กลัวใคร" กระดูกนั้นเป็นกระดูกคนแต่ไม่ใช่ของบิลลี่? "ไม่ใช่ของบิลลี่ ผมไม่ปล่อยอยู่แล้ว สู้ไหว"

 1,011
สังคม-อาชญากรรม
13 พ.ย. 62

ศาลให้ประกัน 'ชัยวัฒน์' เดินหน้าชน dsi ซัดคนฆ่าเลวสุดๆ คนแต่งเรื่องเลวใช่ย่อย ท้าสาบานจุดเจอกระดูก 'บิลลี่'

ความคืบหน้ากรณี ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อนุมัติหมายจับ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้ต้องหาที่ 1 นายบุญแทน บุษราคำ ผู้ต้องหาที่ 2 นายธนเสฏฐ์ หรือนายไพฑูรย์ แช่มเทศ ผู้ต้องหาที่ 3 และ นายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ ผู้ต้องหาที่ 4 รวมทั้งหมด 4 คน คดีฆาตกรรมและซ่อนเร้นอำพรางศพ นายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย รวมทั้หงมด 6 ข้อหาใหญ่   ต่อมานายชัยวัฒน์และพวก เดินทางเข้ารับทราบข้อหาที่ดีเอสไอ โดยใช้เวลาสอบปากคำนายกว่า 3ชั่วโมง จากนั้นก็นำตัวส่งศาลฝากขัง โดยศาลใช้เวลาในการตรวจสอบกว่า 4 ชั่วโมง และมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวนายชัยวัฒน์และพวก โดนทั้งหมด ใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสดรายละ 8 แสนบาท และมีเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ   หลังจากที่ได้ประกันตัว นายชัยวัฒน์ก็ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชนว่า วันนี้เป็นวันที่อยากให้เกิดตั้งแต่แรก เพราะคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ขอบคุณสื่อและทุกฝ่ายที่ช่วยเหลือ ซึ่งตนและลูกน้องทุกคนให้การปฏิเสธ เหตุเกิดมาตั้ง 5 ปี เรื่องนี้ขึ้นสู่ 3 ศาลแล้วแต่ก็ไม่พบ แต่อยู่ดีๆ ดีเอสไอมารื้อคดีมาทำ เวลาไม่นานก็พบหลักฐาน ที่พุ่งเป้ามาที่ตนและลูกน้อง ยืนยันว่าวันนั้นปล่อยตัวบิลลี่แล้ว และบิลลี่ยังจะมาให้น้ำผึ้ง 5 ขวดติดสินบนตนอีก   เราปล่อยเขาลงจากรถแล้ว แต่มาวันนี้มาดีเอสไอทำคดี กลับมาพบกะโหลกเจอหลักฐานทุกอย่าง เหมือนสร้างสตอรี่ และการทำคดีก็เหมือนโยนหินถามทางมีการปล่อยข่าวสารพัด หลักฐานที่มีอยู่ก็เอาให้ชัดเจน ถ้ารู้แม้กระทั่งจุดที่ทิ้งพบกระโก คนที่ชี้เป้านี้ต้องรู้แล้วว่าใครฆ่า ใครทำ ทำอย่างไรบ้าง นำออกมาเปิดเผยเลย "ผมว่าคนที่ฆ่าคนการหั่นศพใส่ถังแล้วไปเผาเลวสุดๆแต่คนเขียนบทนี้ก็เลวไม่ใช่ย่อย เลวมากแล้ว"   ตอนนี้ไม่กังวลใจเรื่องการต่อสู้คดี และไม่กังวลต่อหลักฐานที่ดีเอสไอมี ตนรู้มาตลอดว่า มีคนจองกฐินเยอะ เพราะทำคดีใหญ่ๆหลายคดี อาจไปเหยียบหรือทำลายผลประโยชน์ของใครหรือไม่ ซึ่งคดีบิลลี่นี้ ก็น่าแปลกใจที่ บิลลี่หายตัวไปได้เพียง 3วัน ก็มีการนำแผ่นซีดีบิลลี่ขาย มีกำไรข้อมือบิลลี่ขาย ต้องย้อนรอยไปไปถามตรงนั้นว่าวันนั้นเขามีขายจริงไหมแล้วคืออะไร   จากนี้ตนก็จะเดินหน้าเปิดโปงเรื่องราวนี้ที่ผ่านมาการทำงานของดีเอสไอ เป็นการโยนหินถามทางมาตลอด วันนี้ไปค้นบ้านผม ก็ไม่รู้ว่าเจออะไร ผมยินดีให้ค้นหมด หรือจะยึดโทรศัพท์ไปตรวจสอบก็พร้อมถ้าทำตามกฎหมาย แต่ก็กังวลว่าจะมีชิ้นส่วนรถจยย.หรือโครงรถจักรยานไปโผล่แถวบ้านผม   ส่วนกรณีพยานบางคนกลับคำให้การไม่ตรงกันในคร้งแรก นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาทุกคนถุกสอบปากคำอย่างละเอียด บางครั้ง 3-5 ชม.กดดัน จนมีประโยคที่หลุดปากออกมาว่ากูจะสอบให้มึงโดดตึกตาย บางคนก็บอกเห็นบิลลี่บ้าง ไม่เห็นบ้าง   และในวันเสาร์นี้ (16 พ.ย.62) นายชัยวัฒน์และพวก จะเดินทางไปสาบานที่สะพานแขวนแก่งกระจาน หากใครทำในสิ่งที่ตนไม่ได้ทำก็ขอให้บุคคลนั้นมีอันเป็นไป   ลูกน้องชัยวัฒน์เปิดใจ ตกใจที่ถูกดำเนินคดีทั้งที่ปล่อยตัวแล้ว ไม่เปิดเผยกรณีข่าวลือดีเอสไอได้ข้อมูลจากคนในร้านชำที่หลุดปากพูด   ขณะที่นายกฤษณะพงศ์ จิตต์เทศ หนึ่งในผู้ต้องหา เปิดเผยว่า หลังจากที่มีการคุมตัวนายบิลลี่นั้น พวกตนยืนยันว่าได้ปล่อยตัวนายบิลลี่ไปอย่างแน่นอน และยังเป็นคนยกรถ จยย.ลงจากรถกระบะ ซึ่งก็เป็นไปตามที่พวกตนเคยให้การไว้ ส่วนการถูกดำเนินคดีก็รู้สึกตกใจอยู่เหมือนกัน และกังวลที่ถูกดำเนินคดี เพราะเราทำงานตรงนี้มานาน และไม่เคยทำอะไรที่ผิดกฎหมาย   ส่วนกรณีที่มีรายงานข่าวว่า ดีเอสไอ ได้ข้อมูลทั้งหมด มาจากเจ้าหน้าที่บางคนที่ไปหลุดปากพูดเรื่องราวทั้งหมดที่ร้านชำแห่งหนึ่ง จนนำมาสู่การออกหมายจับกุม เรื่องนี้นายกฤษณะไม่ขอตอบ และขอให้สื่อมวลชนลองติดตามดูจากพยานหลักฐานต่างๆ หลังจากเกิดเรื่อง ทพวกตนและครอบครัว ก็เป็นห่วงความปลอดภัย เพราะที่ผ่านมาก็เคยเกิดเหตุการณ์ครอบครัวถูกคุกคาม   มึนอ ภรรยาบิลลี่ กังวลเรื่องความปลอดภัย หลังผู้ต้องหาได้รับการประกันตัว ไม่โกรธชัยวัฒน์และพวก แต่ขอให้คนที่ฆ่าสมีออกมารับผิด   ทางด้าน น.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ หรือ มึนอ ภรรยาบิลลี่  ได้มาที่ศาลเพื่อเอกสารขอคัดค้านการประกันตัวของกลุ่มผู้ต้องหา โดยทันที่ที่รู้ว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้ประกันตัว มึนอ กล่าวว่า ตนนี้ก็รู้สึกกังวลใจเรื่องความปลอดภัยและพยานหลักฐานทางคดีทุกอย่าง แต่ก็ยังเชื่อใจการทำงานของดีเอสไอ ช่วง 3 เดือนที่ผ่านก็มี กลุ่มคนขับรถจยย.รถกระบะมาวนเวียนที่หน้าบ้าน และมีความผิดปกติหลายอย่าง ซึ่งตนก็แจ้งกับทางดีเอสไอและตำรวจพื้นที่ที่ดูแลแล้ว เรื่องราวที่โกรธขึ้น ตนไม่ได้โกรธหรือเกลียดนายชัยวัฒน์และพวก เพราะบอกมาตลอดว่า เชื่อว่าคนที่ฆ่าบิลลี่ จะมีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ตอนนี้ก็อยากให้คนที่ฆ่าบิลลี่ออกมายอมรับผิด ตั้งแต่ที่อยู่ในศาลตนก็ได้พบกับนายชัยวัฒน์แต่ไม่ได้มีการพูดคุยกัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7rmznPopeCU  

 2,641
สังคม
13 พ.ย. 62

ศาลให้ประกัน 'ชัยวัฒน์' เดินหน้าชน dsi ซัดคนฆ่าเลวสุดๆ คนแต่งเรื่องเลวใช่ย่อย ท้าสาบานจุดเจอกระดูก 'บิลลี่'

ความคืบหน้ากรณี ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อนุมัติหมายจับ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้ต้องหาที่ 1 นายบุญแทน บุษราคำ ผู้ต้องหาที่ 2 นายธนเสฏฐ์ หรือนายไพฑูรย์ แช่มเทศ ผู้ต้องหาที่ 3 และ นายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ ผู้ต้องหาที่ 4 รวมทั้งหมด 4 คน คดีฆาตกรรมและซ่อนเร้นอำพรางศพ นายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย รวมทั้หงมด 6 ข้อหาใหญ่   ต่อมานายชัยวัฒน์และพวก เดินทางเข้ารับทราบข้อหาที่ดีเอสไอ โดยใช้เวลาสอบปากคำนายกว่า 3ชั่วโมง จากนั้นก็นำตัวส่งศาลฝากขัง โดยศาลใช้เวลาในการตรวจสอบกว่า 4 ชั่วโมง และมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวนายชัยวัฒน์และพวก โดนทั้งหมด ใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสดรายละ 8 แสนบาท และมีเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ   หลังจากที่ได้ประกันตัว นายชัยวัฒน์ก็ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชนว่า วันนี้เป็นวันที่อยากให้เกิดตั้งแต่แรก เพราะคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ขอบคุณสื่อและทุกฝ่ายที่ช่วยเหลือ ซึ่งตนและลูกน้องทุกคนให้การปฏิเสธ เหตุเกิดมาตั้ง 5 ปี เรื่องนี้ขึ้นสู่ 3 ศาลแล้วแต่ก็ไม่พบ แต่อยู่ดีๆ ดีเอสไอมารื้อคดีมาทำ เวลาไม่นานก็พบหลักฐาน ที่พุ่งเป้ามาที่ตนและลูกน้อง ยืนยันว่าวันนั้นปล่อยตัวบิลลี่แล้ว และบิลลี่ยังจะมาให้น้ำผึ้ง 5 ขวดติดสินบนตนอีก   เราปล่อยเขาลงจากรถแล้ว แต่มาวันนี้มาดีเอสไอทำคดี กลับมาพบกะโหลกเจอหลักฐานทุกอย่าง เหมือนสร้างสตอรี่ และการทำคดีก็เหมือนโยนหินถามทางมีการปล่อยข่าวสารพัด หลักฐานที่มีอยู่ก็เอาให้ชัดเจน ถ้ารู้แม้กระทั่งจุดที่ทิ้งพบกระโก คนที่ชี้เป้านี้ต้องรู้แล้วว่าใครฆ่า ใครทำ ทำอย่างไรบ้าง นำออกมาเปิดเผยเลย "ผมว่าคนที่ฆ่าคนการหั่นศพใส่ถังแล้วไปเผาเลวสุดๆแต่คนเขียนบทนี้ก็เลวไม่ใช่ย่อย เลวมากแล้ว"   ตอนนี้ไม่กังวลใจเรื่องการต่อสู้คดี และไม่กังวลต่อหลักฐานที่ดีเอสไอมี ตนรู้มาตลอดว่า มีคนจองกฐินเยอะ เพราะทำคดีใหญ่ๆหลายคดี อาจไปเหยียบหรือทำลายผลประโยชน์ของใครหรือไม่ ซึ่งคดีบิลลี่นี้ ก็น่าแปลกใจที่ บิลลี่หายตัวไปได้เพียง 3วัน ก็มีการนำแผ่นซีดีบิลลี่ขาย มีกำไรข้อมือบิลลี่ขาย ต้องย้อนรอยไปไปถามตรงนั้นว่าวันนั้นเขามีขายจริงไหมแล้วคืออะไร   จากนี้ตนก็จะเดินหน้าเปิดโปงเรื่องราวนี้ที่ผ่านมาการทำงานของดีเอสไอ เป็นการโยนหินถามทางมาตลอด วันนี้ไปค้นบ้านผม ก็ไม่รู้ว่าเจออะไร ผมยินดีให้ค้นหมด หรือจะยึดโทรศัพท์ไปตรวจสอบก็พร้อมถ้าทำตามกฎหมาย แต่ก็กังวลว่าจะมีชิ้นส่วนรถจยย.หรือโครงรถจักรยานไปโผล่แถวบ้านผม   ส่วนกรณีพยานบางคนกลับคำให้การไม่ตรงกันในคร้งแรก นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาทุกคนถุกสอบปากคำอย่างละเอียด บางครั้ง 3-5 ชม.กดดัน จนมีประโยคที่หลุดปากออกมาว่ากูจะสอบให้มึงโดดตึกตาย บางคนก็บอกเห็นบิลลี่บ้าง ไม่เห็นบ้าง   และในวันเสาร์นี้ (16 พ.ย.62) นายชัยวัฒน์และพวก จะเดินทางไปสาบานที่สะพานแขวนแก่งกระจาน หากใครทำในสิ่งที่ตนไม่ได้ทำก็ขอให้บุคคลนั้นมีอันเป็นไป   ลูกน้องชัยวัฒน์เปิดใจ ตกใจที่ถูกดำเนินคดีทั้งที่ปล่อยตัวแล้ว ไม่เปิดเผยกรณีข่าวลือดีเอสไอได้ข้อมูลจากคนในร้านชำที่หลุดปากพูด   ขณะที่นายกฤษณะพงศ์ จิตต์เทศ หนึ่งในผู้ต้องหา เปิดเผยว่า หลังจากที่มีการคุมตัวนายบิลลี่นั้น พวกตนยืนยันว่าได้ปล่อยตัวนายบิลลี่ไปอย่างแน่นอน และยังเป็นคนยกรถ จยย.ลงจากรถกระบะ ซึ่งก็เป็นไปตามที่พวกตนเคยให้การไว้ ส่วนการถูกดำเนินคดีก็รู้สึกตกใจอยู่เหมือนกัน และกังวลที่ถูกดำเนินคดี เพราะเราทำงานตรงนี้มานาน และไม่เคยทำอะไรที่ผิดกฎหมาย   ส่วนกรณีที่มีรายงานข่าวว่า ดีเอสไอ ได้ข้อมูลทั้งหมด มาจากเจ้าหน้าที่บางคนที่ไปหลุดปากพูดเรื่องราวทั้งหมดที่ร้านชำแห่งหนึ่ง จนนำมาสู่การออกหมายจับกุม เรื่องนี้นายกฤษณะไม่ขอตอบ และขอให้สื่อมวลชนลองติดตามดูจากพยานหลักฐานต่างๆ หลังจากเกิดเรื่อง ทพวกตนและครอบครัว ก็เป็นห่วงความปลอดภัย เพราะที่ผ่านมาก็เคยเกิดเหตุการณ์ครอบครัวถูกคุกคาม   มึนอ ภรรยาบิลลี่ กังวลเรื่องความปลอดภัย หลังผู้ต้องหาได้รับการประกันตัว ไม่โกรธชัยวัฒน์และพวก แต่ขอให้คนที่ฆ่าสมีออกมารับผิด   ทางด้าน น.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ หรือ มึนอ ภรรยาบิลลี่  ได้มาที่ศาลเพื่อเอกสารขอคัดค้านการประกันตัวของกลุ่มผู้ต้องหา โดยทันที่ที่รู้ว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้ประกันตัว มึนอ กล่าวว่า ตนนี้ก็รู้สึกกังวลใจเรื่องความปลอดภัยและพยานหลักฐานทางคดีทุกอย่าง แต่ก็ยังเชื่อใจการทำงานของดีเอสไอ ช่วง 3 เดือนที่ผ่านก็มี กลุ่มคนขับรถจยย.รถกระบะมาวนเวียนที่หน้าบ้าน และมีความผิดปกติหลายอย่าง ซึ่งตนก็แจ้งกับทางดีเอสไอและตำรวจพื้นที่ที่ดูแลแล้ว เรื่องราวที่โกรธขึ้น ตนไม่ได้โกรธหรือเกลียดนายชัยวัฒน์และพวก เพราะบอกมาตลอดว่า เชื่อว่าคนที่ฆ่าบิลลี่ จะมีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ตอนนี้ก็อยากให้คนที่ฆ่าบิลลี่ออกมายอมรับผิด ตั้งแต่ที่อยู่ในศาลตนก็ได้พบกับนายชัยวัฒน์แต่ไม่ได้มีการพูดคุยกัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7rmznPopeCU  

 2,641
อาชญากรรม
13 พ.ย. 62

‘ชัยวัฒน์’ เดินหน้าสู้คดียันตนถูกกล่าวหา ด้านภรรยา ‘บิลลี่’ ขอบคุณดีเอสไอ ไขคดีคืบหน้า

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ให้ปล่อยตัวชั่วคราว นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร และพวกรวม 4 คน โดยตีวงเงินประกันนคนละ 8 แสนบาท ด้านมึนอเผยรู้สึก ไม่สบายใจ และรู้สึกไม่รู้ปลอดภัย     เมื่อเวลา 17.30 น. ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร และพวกรวม 4 คน โดยตีเงินประกันคนละ 8 แสนบาท หลังจากที่ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ได้คุมตัวทั้ง 4 มาขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ฝากขังผัดแรก     ก่อนที่ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 10 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้พิจารณาคำร้องของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI โดย พ.ต.ท.เสฏฐ์สถิตย์ สุวรรณกูด พนักงานสอบสวน ยื่นของฝากขัง นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร นายบุญแทน บุษราคำ, นายธนเสฏฐ์ หรือไพฑูรย์ แช่มเทศ และนายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ ผู้ต้องหาคดีการหายตัวไปของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ เป็นเวลา 12 วัน นับตั้งแต่วันนี้ เนื่องจากมีพฤติการณ์ตามคำร้อง พบว่า เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2557 นายพอละจี ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน ขพง 988 เพชรบุรี บรรทุกน้ำผึ้งป่า จากบ้านพักในต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี นำไปส่งให้นายธีระ โชควิบูลย์ ที่สั่งไว้ ตามเส้นทางมายังที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พบว่า เมื่อมาถึงด่านตรวจเขามะเร็ว นายเกษม ลือฤทธิ์ และเจ้าหน้าที่อีก 2 นายได้ตรวจพบน้ำผึ้ง จึงแจ้งให้นายชัยวัฒน์ ผู้ต้องหาที่ 1 รับทราบ จึงได้ขับขี่รถยนต์ หมายเลขทะเบียน ยล 7821 เพชรบุรี เป็นรถยนต์ส่วนตัวของนายชัยวัฒน์ จึงมาพร้อมผู้ต้องหาอีก 3 คน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุพร้อมอาวุธปืน จึงควบคุมตัวนายพอละจี พร้อมน้ำผึ้งของกลาง ขึ้นรถยนต์โดยไม่ได้ส่งพนักงานสอบสวน แต่อ้างว่าได้ปล่อยตัวระหว่างทาง ต่อจากน้ัน มารดา ภรรยา และญาตินายพอละจี ได้ยื่นร้องทุกข์ต่อตำรวจ ขอให้ติดตามตัวนายพอละจี เพราะหาตัวนายพอละจีไม่พบ   เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2562 กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ร่วมกับ ศูนย์วิจัยฯมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ ใช้ยานสำรวจใต้น้ำ บริเวณสะพานแขวน พบวัตถุทรงเหลี่ยม จึงดำน้ำ นำเอาถังน้ำมันขึ้นมา ในถังมีชิ้นส่วนกระดุกมนุษย์จำนวน 20 ชิ้น จึงได้ทำการส่งตรวจพิสูจน์ สถาบันนิติวิทยาศาตร์ กระทรวงยุติธรรม ผลตรวจสารพันธุกรรม สอดคล้อง กับนางโพละจี มารดาของนายพอละจี สันนิษฐานได้ว่าเป็นของ นายพอละจี กรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงได้ขอศาลออกหมายจับ ผู้ต้องหาทั้ง 4 คนเมื่อวานนี้ และผู้ต้องหาทั้ง 4 ได้มามอบตัวในวันนี้ DSI ได้ยื่นขออำนาจศาลฝากขังผลัดแรก เป็นเวลา 12 วัน โดยอ้างว่า การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น มีพยานบุคคล 10 ปาก การตรวจสอบลายนิ้วมือ และต้องรอหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ขณะที่นางสาวพิณนภา พฤษาพรรณ ภรรยาเป็นผู้รับมอบอำนาจ ลูกสาวอายุ 15 ปี ของนายบิลลี่ ได้เดินทางมาขอยื่นคัดค้านการประกันตัว โดยระบุว่า ผู้ต้องหาทั้ง 4 ถูกดำเนินคดีร้ายแรง นับตั้งแต่นายพอละจี ถูกผู้ต้องหาท้ง 4 ควบคุมตัวเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2557 กระทั่งหายตัวไป ซึ่งระหว่างการตามหาตัวนายพอละจี ได้ขอให้หน่วยงานต่างๆช่วยเหลือและยังมีชาวบ้านในหมู่บ้านที่เกี่ยวข้องกับนายพอละจี ถูกคุกคามข่มขู่จากคนที่อ้างว่าเป็นลูกน้องของผู้ต้องหาซึ่งทำงานอยู่ที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน 2 คน โดยชาวบ้าน ที่ถูกคุกคามข่มขู่ ล้วนเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่นายพอละจี ออกมาร้องเรียน ผู้ร้องจึงขอคัดค้านการให้ประกันตัว ผู้ต้องหาทั้ง 4 คนเพราะเกรงว่า หากปล่อยตัวแล้วจะเข้ายุ่งเหยิง กับพยานหลักฐานได้ รวมทั้งเกรงว่าครอบครัวของนายพอละจี จะไม่ปลอดภัย

 58
สรุปข่าว
13 พ.ย. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 13 พ.ย.62 ระทึกยิงกลางศาล-ชัยวัฒน์มอบตัวคดีบิลลี่-ครม.ไฟเขียวชิมช้อปใช้เฟส3

-ระทึก กลางห้องพิจารณาคดีศาล จ.จันทบุรี นายตำรวจเกษียณยศ พล.ต.ต.ยิงคู่กรณีที่เป็นคู่เขยกันและทนายหน้าบังลังก์ ระหว่างกำลังรอพิจารณาคดี ปมก่อเหตุจากข้อพิพาทที่ดินมรดก ที่ต่อสู้ทางแพ่งยาวนานถึง 10 ปี และมีการดำเนินการฟ้องอาญาเพิ่มกับ จำเลยซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุสะเทือนขวัญดังกล่าว ในข้อหาฟ้องเท็จ มือปืนโดน จนท.ศาลยิงสวน รวมเสียชีวิต 3 ราย เจ็บ 2 ราย ภรรยามือยิงร่ำไห้เสียใจ ขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น คาดสาเหตุเกิดจากความกดดันและไม่ได้รับความเป็นธรรม โฆษกศาลระบุต้องตรวจสอบเพื่อปรับปรุงมาตรการความปลอดภัย หลังมือยิงพกปืนผ่านจุดตรวจเข้าศาล ดูข่าวเพิ่มเติมที่ : ภรรยาเสียใจ อดีตตร.ยิงคู่กรณีกลางศาลจันทบุรี ปมพิพาทที่ดินมรดก 300 ล้าน ดับ 3 เจ็บ 2   -ศาลอาญาคดีทุจริตฯกลาง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร กับพวกรวม 4คน ตีราคาประกันคนละ 800,000 บาท เจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยอมรับน้อยใจ ยันไม่ได้เป็นคนฆ่า ย้อนถามหลักฐานที่ดีเอสไอมี เป็นของจริงหรือของเท็จ ประณามคนฆ่าเป็นคนเลวสุดๆ แต่คนแต่งเรื่องก็เลวไม่ใช่ย่อย พร้อมสาบานที่สะพานแขวนแก่งกระจานจุดพบกระดูกบิลลี่ ด้านอธิบดี DSI ปัดกลั่นแกล้ง มีหลักฐานชัด ชัยวัฒน์จับบิลลี่และไม่ได้ปล่อยตัว ขณะที่ DSI เข้าค้นไร่ชัยราชพฤกษ์ ของชัยวัฒน์ ที่จ.เพชรบุรี พี่ชายชี้ถูกตรวจละเอียดแต่ไม่เจออะไร เชื่อถูกกลั่นแกล้ง ดูข่าวเพิ่มเติมที่ : ศาลให้ประกัน 'ชัยวัฒน์' เดินหน้าชน dsi ซัดคนฆ่าเลวสุดๆ คนแต่งเรื่องเลวใช่ย่อย ท้าสาบานจุดเจอกระดูก 'บิลลี่'   -พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพ (เป็นกรณีพิเศษ) ให้แก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุถล่มยิง ชรบ.ลำพะยา จ.ยะลา จำนวน 9 ราย โดยมีนายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานในพิธี บรรยากาศภายในงานเป็นไปด้วยความเศร้าสลดของครอบครัว และญาติพี่น้อง ดูข่าวเพิ่มเติมที่ : ญาติร่ำไห้ พระราชทานเพลิงศพ 9 ชรบ.ยะลา    -นายทวี ไกรคุปต์ พ่อของ ส.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ร่ำไห้ลูกสาวถูกดิสเครดิต บุกรุกที่สปก. 1,700 ไร่ ขอความเป็นธรรมผ่านสื่อมวลชน ยันลูกสาวไม่ได้บุกรุกที่ป่า สปก. แต่เป็นผู้ครอบครองและทำประโยชน์ตาม ภบท.5 โดยซื้อต่อกันมาหลายมือ ชี้สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอิทธิพลและอิทธิฤทธิ์ของทักษิณที่โกรธแค้นขุดปมหนีคดีมาอภิปรายในสภา ด้านปารีณา ซ้อนแกร็บไบค์มาหาธรรมนัส แจงปมที่ดินราชบุรีระบุ ที่ดินแปลงดังกล่าวได้มาตั้งสมัยรุ่นปู่ รุ่นย่าของ ส.ส.เอ๋ ตั้งแต่สมัย ตั้งแต่ 2494 นายกฯขานรับสั่งหน่วยงานตรวจสอบ ดูข่าวเพิ่มเติมที่ : พ่อ 'ปารีณา' โวยลูกสาวถูกดิสเครดิต บุกรุกที่ สปก. เชื่อเป็นอิทธิฤทธิ์ 'ทักษิณ'   -ครม.ไฟเขียว ชิมช้อปใช้ เฟส 3 ไม่มีแจกเงิน 1,000 บาท แต่กระตุ้นให้คนใช้จ่ายผ่านกระเป๋า 2 มากขึ้น ใช้ 30,000 บาทแรก คืนเงิน 15% ขยายสิทธิให้ซื้อแพ็กเกจทัวร์ ตั๋วเครื่องบิน โรงแรม อาหารได้ ปลดล็อกให้ใช้ได้ทุกจังหวัด รวมทั้งภูมิลำเนาตัวเอง เริ่มลงทะเบียนวันละ 1 ล้านคน เริ่ม 14 พ.ย. แบ่ง 2 รอบ 06.00 / 18.00 น. เปิดนาทีทองให้ผู้สูงอายุ 500,000 คน หลังลงทะเบียนไม่ทันคนหนุ่มสาว รวมให้สิทธิ 2 ล้านคน ขยายเวลาสิ้นสุดถึง 31 ม.ค.63 ดูข่าวเพิ่มเติมที่ : มาแล้ว! 'ชิมช้อปใช้' เฟส 3 กระตุ้นใช้เงินตัวเองแล้วได้เงินคืน ปลดล็อกใช้ได้ทุกจังหวัด กัน 5 แสนสิทธิให้ผู้สูงอายุ   -ก.ทรัพยากรฯออกโครงการให้คน ลด ละ เลิก ใช้ถุงพลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง แล้วเปลี่ยนใช้ถุงผ้า ดีเดย์เริ่ม 1 ม.ค.63 ถัดจากนั้น 1 ปีจะมีกฎหมายห้ามใช้ถุงลพาสติกเด็ดขาด ดูข่าวเพิ่มเติมที่ : ปี 63 แค่ขอความร่วมมือ แต่ปี 64 เอาจริง! จ่อออกกม.ห้ามใช้ 'ถุงก๊อบแก๊บ' พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง   -ครูพละที่สุโขทัยเดือด ถีบนักเรียน 2 คน หงายหลังตกเก้าอี้ หลังเรียกเคลียร์เด็กโดดเรียน ครูที่ปรากฏในคลิปยอมรับว่าทำรุนแรงจริง แต่ด้วยความรักเด็กทั้ง 2 เหมือนลูกคนที่ 2 เพราะเด็กทั้ง 2 คน ตนดูแลทั้งในเวลาเรียนและการเล่นฟุตบอล จึงผูกพันเหมือนพ่อ ผู้ปกครองเด็กฝากให้ดูแล เมื่อเช็คว่าเด็กโกหกไม่ไปเรียน จึงเกิดอารมณ์ชั่ววูบ ทำรุนแรง ขณะที่ผู้ปกครองของเด็กทั้งสองคนไม่ติดใจ เพราะฝากฝังลูกไว้กับครูดูแล เด็กยอมรับผิดที่หนีเรียน ไม่โกรธที่ครูลงโทษ ดูข่าวเพิ่มเติมที่ : พ่อแม่ไม่ติดใจ ครูพละหัวร้อนถีบเด็กตกเก้าอี้ ชี้ทำเพราะรักเหมือนลูก โมโหที่โดดเรียน    -ปู่วัย 65 ปีแจ้งความ ตร.ลพบุรี หลานชายวัย 16 ปี ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ทำร้ายร่างกาย ชกต่อยปางตาย จับมัดมือเท้าและ ขู่รีดเงิน 1,000 บาท ที่ให้ไปซื้อยาบ้าคืน ปู่เห็นหลานชายใช้เสื้อกันหนาวของตนเองผูกคอติดกับขื่อห้องน้ำ โดยกำลังดิ้นทุรนทุรายทำให้ต้องพังประตูเข้าไปให้การช่วยเหลือออกมาได้อย่างหวุดหวิด ดูข่าวเพิ่มเติมที่ : เฒ่าวัย 71 ฉุนถูกเด็ก 16 เชิดเงินซื้อยาบ้า 1 พัน สั่งชายฉกรรจ์รุมตื้บ-ขู่ฆ่า   -ควันหลงยี่เป็งเชียงใหม่ เจอซากโคมลอยตกเกลื่อนทุ่งนาที่สันกำแพงนับ 100 ลูก เพจดังรวมภาพโคมตกใส่เสาไฟไหม้ ตกเกลื่อนถนน คนนอนผวาทั้งคืนกลัวไฟไหม้บ้าน จื่นมาเจอซากโคมเกลื่อน วอนหยุดจัดอีเว้นท์อันตราย ส่วนมาตรการห้ามปล่อยโคมลอยยี่เป็ง 5 อำเภอรอบท่าอากาศยานเชียงใหม่ไม่เป็นผล เพียง 2 วันโคมลอยยี่เป็งตกในพื้นที่ท่าอากาศยาน 21 ลูก ดูข่าวเพิ่มเติมที่ : ชาวเชียงใหม่โวย โคมยี่เป็งตกเกลื่อน กลัวไฟไหม้บ้าน แทบไม่ได้หลับได้นอน   -ล็อกตัวคางานลอยกระทง ผอ.โรงเรียนดังและเพื่อน ซื้อกามเด็ก 15 เผยแชทลับหลักฐานมัดตัวผอ.และแม่เล้า ทั้ง 2 ยังปฏิเสธ ขอให้การในชั้นศาล เค้นสอบเด็กสาววัย 15 รับว่าขายบริการให้ชายทั้ง 2 เพิ่งทำได้แค่ 2 ครั้งเท่านั้น เหตุเกิดที่ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ตร.เตรียมแจ้ง 2 ข้อหา นำตัวฝากขังศาลวันนี้   -พนักงานบริษัท นิว สตาร์ มีเดีย อดีตต้นสังกัดนัน กิ่งเพชร ส่งทนายโร่แจ้งจับ 20 ชาวเน็ต อ้างใส่ร้ายหมิ่นประมาท เป็นแก๊งลิขสิทธิ์ตบทรัพย์ ทำให้บริษัทเสียชื่อเสียง จากคดีล่อซื้อกระทงลิขสิทธิ์ ซึ่งภาพที่นำไปโพสต์เป็นภาพทีมงานทั้งหมดในอดีต ทีมงานบางคนเป็นตัวแทนบริษัท บางคนไม่เป็น แต่เป็นการกล่าวหาเหมารวม จึงมาแจ้งความดำเนินคดีผู้ใช้เฟซบุ๊ก กว่า 20 รายใน ข้อหาหมิ่นประมาท   -สิบตำรวจหนุ่มเจ้าบ่าวป้ายแดงชาวเชียงใหม่ เปิดใจหลังตกเป็นเหยื่อสดๆร้อนๆ โดนออร์แกไนซ์แสบทิ้งจัดงานแต่งหน้าตาเฉย ต้องวิ่งวุ่นแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าจัดงานกันเอง ผ่านไปได้อย่างหวุดหวิด พบผู้เสียหายอีกหลายรายโดนเทเหมือนกัน เตรียมรวมตัวแจ้งความ   -หนุ่มโพสต์ถามหาการไฟฟ้าอยู่ไหน หลังแฟนถูกสายไฟแรงสูงขาดตกใส่แถวตลาดสดสีคิ้ว โคราช ทำให้เดินไม่ได้ หมดค่ารักษาเป็นล้าน ไร้ผู้เยียวยา ผ่านไปกว่า 2 เดือน โวยการไฟฟ้าไม่เคยช่วยเหลือ ดูข่าวเพิ่มเติมที่ : หนุ่มถามหา การไฟฟ้าอยู่ไหน? ร้องแฟนถูกสายไฟแรงสูงขาดตกใส่ขา เจ็บหนักเดินไม่ได้ ค่ารักษาเป็นล้าน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/h8yZ-A0Ehk4

 2,677
อาชญากรรม
13 พ.ย. 62

ศาลให้ประกัน'ชัยวัฒน์'พร้อมพวกคดีฆ่าเผาบิลลี่ เจ้าตัวลั่น"ไม่กลัว พร้อมฉะทุกคน" ดีเอสไอแจงทำตามหน้าที่ ด้านมึนอหวั่นไม่ปลอดภัย

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อนุมัติให้ปล่อยตัวชั่วคราว นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร และพวกรวม 4 คน โดยตีวงเงินประกันนคนละ 8 แสนบาท ด้านมึนอเผยรู้สึก ไม่สบายใจ และรู้สึกไม่รู้ปลอดภัย     เมื่อเวลา 17.30 น. ศาลอาญาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบกลาง อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร และพวกรวม 4 คน โดยตีเงินประกันคนละ 8 แสนบาท หลังจากที่ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ได้คุมตัวทั้ง 4 มาขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบ ฝากขังผัดแรก   ณ ห้องพิจารณาคดีที่ 10 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้พิจารณาคำร้องของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI โดย พ.ต.ท.เสฏฐ์สถิตย์ สุวรรณกูด พนักงานสอบสวน ยื่นของฝากขัง นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร นายบุญแทน บุษราคำ, นายธนเสฏฐ์ หรือไพฑูรย์ แช่มเทศ และนายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ ผู้ต้องหาคดีการหายตัวไปของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ เป็นเวลา 12 วัน นับตั้งแต่วันนี้ เนื่องจากมีพฤติการณ์ตามคำร้อง พบว่า   เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2557 นายพอละจี ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน ขพง 988 เพชรบุรี บรรทุกน้ำผึ้งป่า จากบ้านพักในต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี นำไปส่งให้นายธีระ โชควิบูลย์ ที่สั่งไว้ ตามเส้นทางมายังที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พบว่า เมื่อมาถึงด่านตรวจเขามะเร็ว นายเกษม ลือฤทธิ์ และเจ้าหน้าที่อีก 2 นายได้ตรวจพบน้ำผึ้ง จึงแจ้งให้นายชัยวัฒน์ ผู้ต้องหาที่ 1 รับทราบ จึงได้ขับขี่รถยนต์ หมายเลขทะเบียน ยล 7821 เพชรบุรี เป็นรถยนต์ส่วนตัวของนายชัยวัฒน์ จึงมาพร้อมผู้ต้องหาอีก 3 คน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุพร้อมอาวุธปืน จึงควบคุมตัวนายพอละจี พร้อมน้ำผึ้งของกลาง ขึ้นรถยนต์โดยไม่ได้ส่งพนักงานสอบสวน แต่อ้างว่าได้ปล่อยตัวระหว่างทาง   ต่อจากน้ัน มารดา ภรรยา และญาตินายพอละจี ได้ยื่นร้องทุกข์ต่อตำรวจ ขอให้ติดตามตัวนายพอละจี เพราะหาตัวนายพอละจีไม่พบ   เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2562 กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ร่วมกับ ศูนย์วิจัยฯมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ ใช้ยานสำรวจใต้น้ำ บริเวณสะพานแขวน พบวัตถุทรงเหลี่ยม จึงดำน้ำ นำเอาถังน้ำมันขึ้นมา ในถังมีชิ้นส่วนกระดุกมนุษย์จำนวน 20 ชิ้น จึงได้ทำการส่งตรวจพิสูจน์ สถาบันนิติวิทยาศาตร์ กระทรวงยุติธรรม ผลตรวจสารพันธุกรรม สอดคล้อง กับนางโพละจี มารดาของนายพอละจี สันนิษฐานได้ว่าเป็นของ นายพอละจี   กรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงได้ขอศาลออกหมายจับ ผู้ต้องหาทั้ง 4 คนเมื่อวานนี้ และผู้ต้องหาทั้ง 4 ได้มามอบตัวในวันนี้ DSI ได้ยื่นขออำนาจศาลฝากขังผลัดแรก เป็นเวลา 12 วัน โดยอ้างว่า การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น มีพยานบุคคล 10 ปาก การตรวจสอบลายนิ้วมือ และต้องรอหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์   ขณะที่นางสาวพิณนภา พฤษาพรรณ ภรรยาเป็นผู้รับมอบอำนาจ ลูกสาวอายุ 15 ปี ของนายบิลลี่ ได้เดินทางมาขอยื่นคัดค้านการประกันตัว โดยระบุว่า ผู้ต้องหาทั้ง 4 ถูกดำเนินคดีร้ายแรง นับตั้งแต่นายพอละจี ถูกผู้ต้องหาท้ง 4 ควบคุมตัวเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2557 กระทั่งหายตัวไป ซึ่งระหว่างการตามหาตัวนายพอละจี ได้ขอให้หน่วยงานต่างๆ ช่วยเหลือและยังมีชาวบ้านในหมู่บ้านที่เกี่ยวข้องกับนายพอละจี ถูกคุกคามข่มขู่จากคนที่อ้างว่าเป็นลูกน้องของผู้ต้องหาซึ่งทำงานอยู่ที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน 2 คน โดยชาวบ้าน ที่ถูกคุกคามข่มขู่ ล้วนเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่นายพอละจี ออกมาร้องเรียน ผู้ร้องจึงขอคัดค้านการให้ประกันตัว ผู้ต้องหาทั้ง 4 คนเพราะเกรงว่า หากปล่อยตัวแล้วจะเข้ายุ่งเหยิง กับพยานหลักฐานได้ รวมทั้งเกรงว่าครอบครัวของนายพอละจี จะไม่ปลอดภัย

 250
อาชญากรรม
12 พ.ย. 62

เปิดใจ 'ชัยวัฒน์' ก่อนถูกนำตัวฝากขังคดีอุ้มฆ่า 'บิลลี่' เบื้องต้นปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

คดีฆาตกรรมบิลลี่ วันนี้ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร และพวกรวม 4 คน เข้ามอบแล้ว ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวน ดีเอสไอ.คุมตัวไปฝากขัง ด้านภรรยาบิลลี่ ยื่นศาลคัดค้านการประกันตัว   โดยนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กล่าวสั้น ๆ ระหว่างถูกนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางหลังพนักงานสอบสวน ดีเอสไอ.สอบปากคำนายชัยวัฒน์ พร้อมพวกรวม 4 คน เข้ารับทราบ 6 ข้อกล่าวหา ใช้เวลาสอบปากคำนานกว่า 3 ชั่วโมง    ก่อนหน้านี้ นายชัยวัฒน์ ยืนยันว่า ที่ผ่านมา เห็นขั้นตอนการหาพยานหลักฐานของดีเอสไอ. ทั้งหมดผ่านสื่อต่าง ๆ และทราบว่ามีการพุ่งเป้ามาที่ตน ตั้งข้อสังเกตุว่า ดีเอสไอ ใช้เวลาเพียงแค่ 6 เดือน ก็หาหลักฐานทั้งถังน้ำมัน ชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์ จนนำไปสู่การออกหมายจับ ยืนยันตนเองและลูกน้อง ไม่คิดหลบหนี ตลอดชีวิตการรับราชการ ทวงคืน รักษาป่าให้กับประเทศมาตลอด แต่กลับถูกสร้างเรื่องราว จนไม่มีที่ยืนในสังคม    ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธ ไม่ขอประกันตัวในชั้นสอบสวน จึงคุมฝากขัง พร้อมคัดค้านการประกันตัว ขณะนี้ยังไม่มีผู้ต้องสงสัยที่จะออกหมายจับเพิ่ม อยู่ระหว่างสอบปากคำพยานเพิ่มเติม โดยจะพิจารณาจากการลงพื้นที่ตรวจค้น 4-5 จุด ในจังหวัดเพชรบุรี ยืนยันไม่มีการกลั่นแกล้ง ว่าไปตามพยานหลักฐาน ทั้งพยานบุคคลที่สอบไปแล้วกว่า 100 ปาก พยานวัตถุ ภาพจากกล้องวงจรปิด พยานหลักฐานทางเทคนิค และบันทึกการใช้โทรศัพท์ รวมถึงข้อพิพาทกับกลุ่มกะเหรี่ยงในพื้นที่ และเป็นคู่ขัดแย้งกันมาตลอด    โดยหลังจากนั้น ภรรยาของบิลลี่ ได้ไปยื่นเอกสารขอคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหา ในฐานะผู้เสียหายด้วย

 205
อาชญากรรม
12 พ.ย. 62

ชุดปฏิบัติการณ์เข้าตรวจค้นบ่อน้ำไร่ชัยราชพฤกษ์ ลุยหาหลักฐานสำคัญคดีอุ้มฆ่าบิลลี่

แม้ นาย ชัยวัฒน์ จะเข้ามอบตัวที่ดีเอสไอ แต่ชุดปฏิบัติการพิเศษก็นำทีมนักประดาน้ำเข้าตรวจค้นบ่อน้ำในไร่ชัยพฤกษ์ ที่จังหวัดเพชรบุรี ของพี่ชายนายชัยวัฒน์   การเข้าตรวจค้นครั้งนี้เริ่มมาตั้งแต่เวลา 8 โมงเช้า ที่บ้านไร่ชัยพฤษ์ ตำบลสองพี่น้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี โดยมี นาย ไพโรจน์ ลิ้มลิขิตอักษร พี่ชาย นาย ชัยวัฒน์ เป็นคนพาเข้าตรวจค้น จนถึงขณะนี้ผ่านมา 6 ชั่วโมงกว่าแล้วเจ้าหน้าที่ดีเอสไอยังไม่ออกมา และห้ามไม่ให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปด้านในอยู่ได้แค่ด้านนอกไร่เท่านั้น    ปฏิบัติการครั้งนี้นำโดย พันตำรวจตรี จตุพล บงกชมาศ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการพิเศษ ดีเอสไอ นำหมายศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เข้าตรวจค้น ซึ่งจุดที่คาดว่าน่าจะมีการค้นหาคือ บริเวณบ่อน้ำที่อยู่ภายในไร่ อาจจะเป็นจุดที่ทิ้งรถจักรยานยนต์ของบิลลี่ไว้ สำหรับบ้านไร่ชัยพฤกษ์มีเนื้อที่ราว 73 ไร่ จากทางเข้าไปประมาณ 500 เมตร จะเป็นบ้านพักและมีสระน้ำขนาดใหญ่ และจุดนี้เองที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอขอตรวจค้นอย่างละเอียด

 225
อาชญากรรม
12 พ.ย. 62

'ชัยวัฒน์' พร้อมพวก เข้ารับทราบข้อหา ปมฆ่า 'บิลลี่' ตัดพ้อกระแสข่าวทำให้กลายเป็นจำเลยสังคม

หลังจากที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อนุมัติหมายจับนายชัยวัฒน์ และพวกรวม 4 คน ที่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของนายพอละจี หรือบิลลี่ รักจงเจริญ ใน 6 ข้อกล่าวหานั้น   ล่าสุดวันนี้ (12 พ.ย.) นายชัยวัฒน์ และพวกรวม 4 คน เข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ตามหมายจับ และอยู่นะหว่างสอบปากคำที่ชั้น 10 ของดีเอสไอ โดยก่อนเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหานายชัยวัฒน์ กล่าวกับสื่อมวลชน ว่าคาใจที่กระบวนการทุกอย่างพุ่งเป้ามาที่ตนเอง    ซึ่งเเวลาประมาณ 10 นาฬิกากว่าๆ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมด้วย นายบุญแทน บุษราคำ ,นายธนเสฏฐ์ หรือไพฑูรย์ แช่มเทศ และนายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ ผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมนายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ เดินทางเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย    โดยนายชัยวัฒน์ เปิดเผยก่อนเข้าไปมอบตัวว่า วันนี้ตนเอง และลูกน้องที่ผ่านมา เห็นขั้นตอนการหาพยานหลักฐาน ทั้งหมดผ่านสื่อต่างๆ และทราบดีว่าคดีพุ่งเป้ามาที่ตน วันนี้ทุกคนไม่เคยหลบหนี และพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการรับทราบข้อกล่าวหา    หลังจากนี้ จะขอเข้าไปดูเรื่องข้อหาพยานหลักฐานที่ดีเอสไอได้นำไปขอให้ศาลอนุมัติหมายจับต่อศาลอาญาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบกลาง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ส่วนใหญ่ควรเป็นคดีที่เกี่ยวกับการทุจริต มากกว่าการขอหมายในคดีอาญา พร้อมกันนี้ ยังมองว่าเพราะเหตุใด ขั้นตอนการทำงานของดีเอสไอ สามารถหาหลักฐาน ทั้งถังน้ำมัน ชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์ จนกระทั่งนำไปสู่การออกหมายจับได้ภายในเวลา 6 เดือน ซึ่งถือรวดเร็วมาก    อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าตนเองและลูกน้องไม่เคยหลบหนีไปไหน และตลอดระยะเวลาของการรับราชการตนเองทวงคืนรักษาป่าให้กับประเทศไทยมาตลอดแต่กลับถูกสร้างเรื่องราว ทั้งจากสื่อจนไม่มีที่ยืนในสังคม    หลังการสัมภาษณ์เสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ดีเอสไอเข้าแสดงหมายจับต่อหน้านายชัยวัฒน์ก่อนจะควบคุมตัวเข้าไปในกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อสอบปากคำ และแจ้งข้อกล่าวหา โดยไม่มีการอนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปภายใน ซึ่งมีรายงานว่า เป็นการแยกสอบ อยู่ที่ชั้น 10 ของอาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ   ทั้งนี้กว่า 3 ชั่วโมงที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ พร้อมตำรวจ สภ.แก่งกระจาน นักประดาน้ำ นำหมายศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เข้าค้นที่บ้านไร่ชัยราชพฤกษ์ ในตำบลสองพี่น้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นบ้านพักของ นาย ชยพล ลิ้มลิขิตอักษร พี่ชายของ นาย ชัยวัฒน์ พร้อมกันไม่ให้นักข่าวเข้าไปในพื้นที่   ซึ่งมีรายงานว่าน่าจะเข้าไปหาพยานหลักฐานเป็นชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ของ นาย บิลลี่ ที่เชื่อว่าน่าจะนำมาทิ้งไว้ในบ่อน้ำลึกบริเวณดังกล่าว นาย ชยพล บอกว่า ยินดีให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบทุกตารางนิ้ว พร้อมยืนยันว่า ครอบครัวลิ้มลิขิตอักษรบริสุทธิ์ และ นาย ชัยวัฒน์ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนายบิลลี่ ครอบครัวพร้อมที่จะต่อสู้ในชั้นศาล เพื่อพิสูจน์ความจริง   ขณะที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณี การออกหมายจับนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ข้อหาอุ้มฆ่านายบิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ ว่าเป็นกระบวนการตามกฎหมายที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ในการขอให้ศาลออกหมายจับ และขึ้นอยู่กับศาลว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่ ในส่วนกระทรวงยุติธรรมคงไม่เข้าไปก้าวก่าย ปล่อยให้เป็นการดุลพินิจของศาลในการควบคุมตัว   และจนถึงขณะนี้ส่วนตัวยังไม่ได้พูดคุยรายละเอียดกับดีเอสไอ แต่เข้าใจว่าดีเอสไอคงมีการสอบหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมจนนำไปสู่กระบวนการออกหมายจับ อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าสำนวนของดีเอสไอมีความแน่นหนาพอเพราะเมื่อศาลออกหมายจับก็แสดงว่าคดีนี้มีมูลมากพอ สำหรับการพิจารณาในชั้นศาล   ส่วนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเรื่องดังกล่าว นายสมศักดิ์กล่าวว่าขึ้นอยู่กับกระทรวงทรัพย์ฯ จะดำเนินการ  

 93
สรุปข่าว
12 พ.ย. 62

'ชัยวัฒน์' มอบตัวที่ดีเอสไอ - ยิงกันในศาลจังหวัดจันทบุรี บาดเจ็บ 5 คน - รวบ 2 ผู้ต้องหาซื้อประเวณีเด็ก

'ชัยวัฒน์' มอบตัวที่ดีเอสไอและค้นหาหลักฐานเพิ่ม นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานพร้อมทนายความ เข้ามอบตัวและรับทราบข้อกล่าวหากับดีเอสไอ หลังถูกออกหมายจับหลังกรณีการเสียชีวิตของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ ยืนยันไม่หลบหนี ขณะที่ดีเอสไอส่งเจ้าหน้าที่นำหมายศาลเข้าค้นบ้านของนายชัยวัฒน์ในอ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม    ยิงกันในศาลจังหวัดจันทบุรี บาดเจ็บ 5 คน  เกิดเหตุยิงกันในศาลจังหวัดจันทบุรี มีผู้บาดเจ็บสาหัส 5 คน เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี เบื้องต้นว่าศาลนัดคู่กรณีที่มีข้อพิพาทเรื่องที่ดินมาไกล่เกลี่ยและตกลงกันไม่ได้ ฝ่ายแพ้คดีใช้อาวุธปืนกราดยิงอีกฝ่ายจนมีผู้บาดเจ็บ   รวบ 2 ผู้ต้องหาซื้อประเวณีเด็ก ตำรวจสภ.กระบี่จับกุม 2 ผู้ต้องหาที่ถูกศาลจังหวัดกระบี่ออกหมายจับ ในคดีกระทำชำเราบุคคลอายุไม่เกิน 18 ปีในสถานบริการ โดยหนึ่งในสองเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในอ.อ่าวลึก อายุ 54 ปี อีกรายเป็นนักธุรกิจ อายุ 53 ปี ขณะนี้อยู่ในระหว่างการรอสอบสวน ขณะที่ทนายเตรียมยื่นประกันตัวและทางต้นสังกัดเตรียมตั้งกรรมการสอบ

 128
สังคม-อาชญากรรม
12 พ.ย. 62

'ชัยวัฒน์' ไม่กังวล ยันไม่หนี หลังถูกออกหมายจับ 6 ข้อหา พัวพันคดีบิลลี่ พร้อมมอบตัว 12 พ.ย.

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อนุมัติได้ออกหมายจับ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และอดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กับพวกรวม 4 คน ประกอบด้วย นายบุญแทน บุษราคำ / นายธนเสฏฐ์ หรือไพฑูรย์ แช่มเทศ และนายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ รวม 4 คน ใน 6 ความผิด   1.ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิด แต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตนหรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่น ที่ตนได้กระทำไว้   2.ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้นและได้กระทำโดยมีอาวุธ   3.ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพ ในร่างกายเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวถูกกักขังหรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่งกายนั้นถึงแก่ความตาย   4.ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็น ทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือของบุคคลที่สาม จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น และมีอาวุธติดตัวมาขู่เข็ญ   5.ร่วมกันปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป   6.ร่วมกันโดยทุจริต เพื่ออำพรางคดีกระทำการใดๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่จะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป                  โดยนายชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า เตรียมเดินทางเข้ามอบตัวที่กรมสอบสวนคดีพิเศษในช่วงเช้าของวันนี้ (12 พ.ย.) เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาต่อไป พร้อมกล่าวขณะรอรับมอบนโยบายด้านการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์หมอกควันและการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง จากพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ณ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี   โดยนายชัยวัฒน์ ระบุว่า ไม่รู้สึกกังวลกับกระแสข่าว ที่ระบุว่ากรมสอบสวนคดีพแศษ หรือ ดีเอสไอ จะขออนุมัติออกหมายจับตนเองว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีบิลลี่ เพราะยังไม่เห็นเอกสารว่ามีการขอหมายจับจากศาลจริงหรือไม่ หรือหากออกหมายจับจริง ก็ยังไม่รู้ว่ามีชื่อตนเองหรือไม่ เพราะเท่าที่ทราบเป็นเพียงข่าวจากสื่อมวลชน   ขณะนี้ตนเองยังคงทำงานและปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ไม่ได้หนีไปไหน มีที่ทำงานเป็นหลักแหล่งสามารถติดตามตัวได้ ตอนนี้ไม่กังวลหรือหนักใจใดๆ หากดีเอสไอจะออกหมายจับตนเองจริง ก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง   ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เผยได้รับรายงานแล้ว ชัยวัฒน์ ถูก ดีเอสไอ ออกหมายจับกับพวกคดีบิลลี่ โดยกล่าวสั้นๆว่า ให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม แม้นายชัยวัฒน์จะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง ยืนยันไม่มีใครช่วยใครได้ แม้จะรู้กับใครหรือจะมาบอกว่ารู้จักกับตน ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฏหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WQ96Vf3ygGs

 950

Top