ค้นหา :

ผลการค้นหา "บิลลี่"

สังคม
03 ก.พ. 63

ชัยวัฒน์และพวกรายงานตัวคดีบิลลี่ นัดสุดท้าย อัยการยังไม่ฟ้องม.157

นายชัยวัฒน์ และพวก เดินทางมารายงานตัวต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางผัดสุดท้าย ผัดที่ 7 ขณะที่รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เผยยังรอจนถึงเวลา 16.30 น. รอความเห็นจากดีเอสไอ ว่าจะส่งความเห็นภายในวันนี้หรือไม่เทป   นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 จังหวัดอุบลราชธานี และอดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมพวกรวม 4 คน จำเลยในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน กรณีการหายตัวไปของนายพอละจี รักจงเจริญ แกนนำกลุ่มกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย ได้เดินทางมารายงานตัวต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตามกำหนดฝากขังผัดที่ 7 ผัดสุดท้าย ระหว่างที่รออัยการสั่งฟ้องคดี    โดยทันทีที่มาถึง นายชัยวัฒน์ พร้อมพวกรวม 4 คน พร้อมนายพรชัย พฤกษ์พิชัยเลิศ ทนายความ ยังไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆต่อสื่อมวลชน ซึ่งนายชัยวัฒน์มีสีหน้าที่สดชื่น-ในคดีนี้พนักงานสอบสวนดีเอสไอได้แจ้งข้อกล่าวหากับจำเลยทั้ง 4 คน รวม 8 ข้อหล่าวหา แต่อัยการเห็นควรสั่งฟ้องเพียงข้อหาเดียวคือ ข้อหา ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ส่วนข้อหาอื่นเห็นว่าพยานหลักฐานยังมีน้ำหนักไม่เพียงพ   ทางด้านนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า วันนี้อัยการคดีพิเศษจะยังไม่ยื่นฟ้องในข้อหาร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และปล่อยขาดไปก่อน ทำให้วันนี้เมื่อนายชัยวัฒน์กับพวกมารายงานต่อศาลแล้ว ก็จะหมดอำนาจการควบคุมตัว   ทั้งนี้อัยการจะรอความเห็นของทางดีเอสไอกลับมาก่อนว่า เห็นด้วยกับความเห็นของอัยการคดีพิเศษหรือไม่ แต่หากเห็นแย้ง ก็จะส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณา ซึ่งหากมีความเห็นอย่างไรก็จะนัดตัวผู้ต้องหามาสั่งฟ้องคดีในภายหลังได้ เนื่องจากเห็นว่าจำเลยในคดีนี้เป็นข้าราชการ มีตำแหน่งหน้าที่ มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และไม่มีพฤติการณ์หลบหนี จึงรอความเห็นของอัยการสูงสุดว่าจะสั่งฟ้องในข้อหาใดบ้างมาก่อน-อย่างไรก็ตาม ตลอดทั้งวันนี้ นายชัยวัฒน์ยังต้องรออยู่ที่ศาลอาญาทุจริตฯ จนกว่าจะหมดเวลาทำการในเวลา 16.30 น. ว่าอัยการจะมีความเห็นอย่างไร เนื่องจากทางอัยการ ก็ต้องรอความเห็นจากดีเอสไอด้วยเช่นกัน ว่าวันนี้จะมีความเห็นพ้อง หรือเห็นแย้งส่งกลับมาในวันนี้ เลยหรือไม่ ซึ่งตามขั้นตอนจะต้องรอจนกว่าจะหมดเวลาทำการ หลังจากนั้นศาลจะปล่อยตัวนายชัยวัฒน์พร้อมพวกได้  ทางอัยการ ยังคงต้องรอความเห็นของดีเอสไอจนถึง 16.30 น.ของวันนี้ ว่าทางดีเอสไอจะมีการส่งความเห็นมาภายในวันนี้หรือไม่         ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_UQsRNRpj2E  

 259
อาชญากรรม
27 ม.ค. 63

'ดีเอสไอ' แย้ง 'อัยการ' หลังสั่งไม่ฟ้องคดีบิลลี่ แจงวิธีตรวจไมโทคอนเดรียใช้กันทั่วโลก

พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ แถลงข่าวกรณีคดีบิลลี่ที่อัยการสั่งไม่ฟ้องคดีอุ้มฆ่า ยืนยันว่าการตรวจดีเอ็นเอกระดูก เพื่อประกอบสำนวนคดี เป็นไปตามมาตรฐานสากล แม้ไม่อาจระบุตัวบุคคลได้ แต่ยืนยันว่าเป็นทายาทสายเลือดฝั่งยายและแม่ของบิลลี่อย่างแน่นอน และจากนี้ เป็นอำนาจอธิบดีดีเอสไอ พิจารณาว่าจะเห็นพ้อง หรือส่งสำนวนพร้อมความเห็นแย้ง ขณะที่รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงชี้แจงเหตุผลที่สั่งไม่ฟ้อง 7 ข้อหาหนัก    พันตำรวจตรีวรณัน ศรีล้ำ ผู้เชี่ยวชาญด้านคดีพิเศษ ในฐานะรองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวถึงกรณีอัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้องคคีฆาตกรรมบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยง บ้าน โป่งลึก-บางกลอย ใน 7 ข้อหาสำคัญ โดยระบุว่ากองบริหารคดีพิเศษ จะตรวจสอบสำนวนที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง แล้วส่งให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษพิจารณา หากเห็นพ้องตามนั้น ก็ส่งกลับไปที่พนักงานอัยการตามเดิม แต่หากเห็นแย้งก็จะส่งสำนวนพร้อมความเห็นแย้ง กลับไปให้สำนักงานอัยการสูงสุดอีกครั้ง โดยมีกรอบเวลาที่ต้อง ดำเนินการ 1 เดือน    ส่วนที่อัยการสั่งไม่ฟ้องคดีร่วมกันฆ่า แล้วดีเอสไอจะหาพยานหลักฐานหรือสอบสวนเพิ่มเติมได้หรือไม่นั้น รองโฆษกดีเอส ระบุว่าสำนวนคดีเป็นอำนาจของอัยการแล้ว หากจะ สอบสวนเพิ่มเติม อัยการจะมีหนังสือสั่งมาที่ดีเอสไอ แต่ตอนนี้อัยการชี้มาแล้วว่าสั่งไม่ฟ้อง พนักงานสอบสวนดีเอสไอ จึงไม่มีอำนาจแล้ว   ผู้ช่วยศาสตรจารย์นายแพทย์วรวีย์ ไวยวุฒิ ผู้อำนวยการกองสารพันธุกรรม สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ อธิบายการตรวจดีเอ็นเอว่า การตรวจไมโตรคอนเดรียที่เป็นมาตรฐานทั่วโลกหากกระดูกเสื่อมสภาพ ตามหลักการแล้วจะตรวจไมโตรคอนเดรียดีเอนเอชัดเจนได้ใน 2 รุ่น คือจากรุ่นจากยาย สู่รุ่นหลาน หากยาวกว่านี้ดีเอ็นเอจะเปลี่ยนแปลง    กรณีนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับแม่ของบิลลี่แล้วพบว่าตรงกันทุกประการ จึงตีกรอบว่ากระดูกนี้น่าจะสืบไมโตรคอนเดรีย เดียวกันกับแม่ของบิลลี่ ซึ่งไม่ได้ยืนยันว่ากระดูกที่พบ เป็นลูกของแม่บิลลี่ แต่สืบสายได้ว่ามีแม่หรือยายคนเดียวกัน ส่วนการจะยืนยันตัวบุคคล จึงต้องใช้การสืบสวน สาแหรกครอบครัวของบิลลี่มาประกอบ   พันตำรวจโทเชน กาญจนาปัจจ์ ผู้อำนวยการกองปฎิบัติการคดีพิเศษภาค ยืนยันว่าญาติทุกคนในครอบครัวบิลลี่ไม่มีใครหายไป ยกเว้นบิลลี่เพียงคนเดียว และพยานหลักฐาน เหล่านี้ใช้ยื่นศาลเพื่อขออนุมัติหมายจับ กระทั่งศาลอนุมัติมาให้ ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันไม่ต่างจากมาตรฐานเอฟบีไอ    ขณะที่เมื่อเช้านี้ นางพิณนภา พฤกษาพรรณ หรือ มึนอ ภรรยานายบิลลี่ ยื่นจดหมายที่เขียนด้วยลายมือตัวเอง เพื่อขอทราบเหตุผล ที่อัยการมีความเห็นไม่สั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ในคดีร่วมกันฆ่านายบิลลี่ ซึ่งนางมึนอ ยอมรับว่ารู้สึกเสียใจ ที่อัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง จึงอยากฟังคำชี้แจง เหตุผลอย่างละเอียด   หลังจากนั้น นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดแถลงเรื่องนี้ว่า คณะทำงานตรวจสอบสำนวนเห็นว่าข้อกล่าวหาที่ 8 คือละเวันปฎิบัติหน้าที่ หรือปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มีพยานหลักฐานเพียงพอ เพื่อเอาผิดผู้ต้องหาทั้ง 4 ได้ ส่วนข้อกล่าวหาที่ 2 ถึง 7 คณะทำงานเห็นว่าไม่มีประจักษ์พยานและพยานแวดล้อมเพียงพอ เช่นเดียวกับข้อกล่าวหาที่ 1 คือร่วมกันฆ่าบิลลี้นั้น ในชั้นนี้เห็นว่าหลักฐานไม่พอฟ้อง จึงเห็นควรสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 4 เช่นกัน   รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ยังระบุว่าการตรวจพิสูจน์กระดูก เป็นวัตถุพยานของกลางโดยวิธีไมโครควอเตรียม เป็นเพียงการตรวจเพื่อทราบถึงสื่อสัมพันธ์สายมารดาเท่านั้น แต่ไม่เพียงพอ ที่จะยืนยันตัวบุคคลได้ว่ากระดูกที่พบ เป็นของบุคคลใด    นอกจากนี้ ยังระบุว่าสำนวนคดีไม่มีข้อเท็จจริง หรือประจักษ์พยานและพยานแวดล้อมเพียงพอ เพื่อเชื่อมโยงผู้ต้องหาทั้ง 4 ว่าร่วมกันฆ่าบิลลี่ ที่ไหน เมื่อไหร่ หรือโดยวิธีใด    ซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าวอันเป็นสาระสำคัญ ที่อัยการต้องกล่าวบรรยายในคำฟ้อง รวมทั้งสำนวนการสอบสวนไม่มีพยานหลักฐานว่า ได้บิลลี่หรือยังคงมีชีวิตอยู่หรือไม่ ซึ่งหากเรื่องนี้ ยังยืนกรานจะฟ้องต่อไปในชั้นศาล ก็มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่ศาลจะสั่งยกฟ้อง และทำให้ไม่สามารถยื่นฟ้องได้อีก หากพบพยานหลักฐานใหม่ที่ชัดเจนในภายหลัง

 342
อาชญากรรม
27 ม.ค. 63

อัยการแจง 3 ข้อ เหตุไม่ฟ้อง 'ชัยวัฒน์' คดีอุ้มฆ่าบิลลี่

รองโฆษกอัยการสูงสุดแจงปมไม่สั่งฟ้อง "ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร" เพราะพยานบุคคลไม่น่าเชื่อถือ และการตรวจดีเอ็นเอยังไม่สามารถระบุได้ว่า กระดูกที่พบ เป็นของ บิลลี่     นาย ประยุทธ์ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ชี้แจงกรณีไม่สั่งฟ้อง นาย ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมลูกน้อง 3 คน ว่ามี 3 ประเด็นหลักคือ 1. พยานบุคคล เคยให้การชั้นศาลว่า เห็นว่ามีการปล่อยตัวบิลลี่แล้ว ต่อมาพนักงานสอบสวนดีเอสไอเรียกสอบใหม่ กลับคำให้การว่าไม่เห็นตอนปล่อยตัว ทำให้ไม่น่าเชื่อถือ 2. การตรวจพิสูจน์กระดูก โดยวิธีไมโครควอเตรียม เป็นเพียงการตรวจเพื่อทราบถึงสื่อสัมพันธ์สายมารดาเท่านั้น ไม่เพียงพอที่จะยืนยันได้ว่า เป็นกระดูกของใคร 3. สำนวนคดีไม่มีข้อเท็จจริงหรือประจักษ์พยานและพยานแวดล้อม เชื่อมโยงว่าผู้ต้องหาทั้ง 4 เป็นผู้ร่วมกันฆ่า     ขณะที่ นาง พิณนภา พฤกษาพรรณ หรือ มึนอ ภรรยาของบิลลี่ เข้ามาฟังคำชี้แจงพร้อมยื่นหนังสือ ให้สำนักงานอัยการสูงสุดชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร กรณีไม่สั่งฟ้อง และยืนยันว่าจะรวบรวมพยานหลักฐานและฟ้องเอง ซึ่งภรรยาของบิลลี่ พรุ่งนี้ 9 โมงจะมีพิธีเชิญวิญญาณ นาย บิลลี่ ที่บ้านโป่งลึก-บางกรอย ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี  

 1,142
สังคม
27 ม.ค. 63

ตั้งกรรมการสอบ ปมหนุ่มฮังการีเสียชีวิตในห้องขังสนามบิน

วันที่ 27 ม.ค. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กล่าวถึงกรณีผู้ต้องขัง เสียชีวิตระหว่างการควบคุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่า ได้รับรายงานจาก สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ว่า ก่อนเกิดเหตุชายชาวฮังการี อายุ 60 ปี ได้ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา ในฐานความผิด “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” จึงส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย และดำเนินการผลักดันส่งกลับประเทศต้นทางตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป   พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายป่วย และมีโรคประจำตัว คือ โรคเบาหวาน ผลการชันสูตรเบื้องต้น แพทย์ลงความเห็นว่า ไม่พบบาดแผลภายนอก หรือรอยฟกช้ำ สันนิษฐานว่า เสียชีวิตเนื่องจากมีโรคประจำตัว หรือโรคชรา สำหรับคดีนี้ พนักงานสอบสวนจะทำสำนวนชันสูตรพลิกศพผู้ต้องหา กรณีที่ตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่    ซึ่งการชันสูตรพลิกศพการเสียชีวิตในระหว่างควบคุมของเจ้าหน้าที่นั้น พนักงานสอบสวนได้ร่วมกับ พนักงานอัยการ พนักงานฝ่ายปกครอง ในท้องที่ที่ศพ เป็นผู้ร่วมชันสูตรพลิกศพ ตามระเบียบและกฎหมายที่กำหนดแล้ว ส่วนระยะเวลาในการทำสำนวนชันสูตรพลิกศพนั้น พนักงานอัยการร่วมกับพนักงานสอบสวน ทำสำนวนชันสูตรพลิกศพให้เสร็จภายใน 90 วัน   

 1,503
สังคม-อาชญากรรม
26 ม.ค. 63

'มึนอ' ภรรยาบิลลี่ เตรียมร้องขอความเป็นธรรมกับอัยการสูงสุด หลังอัยการสั่งไม่ฟ้อง 'ชัยวัฒน์'

ความคืบหน้าคดีอุ้มฆ่า นายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ หลังอัยการสั่งไม่ฟ้อง นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร และลูกน้อง ในข้อหาร่วมกันฆ่านายบิลลี่ ขณะที่ดีเอสไอทำความเห็นแย้งนั้น   ล่าสุด นางพิณนภา พฤกษาพรรณ หรือมึนอ ภรรยาของบิลลี่ เปิดเผยว่า ตนเองทราบข่าวตามที่สื่อนำเสนอ ส่วนตัวแล้วไม่รู้สึกอะไร เพราะเป็นสิทธิ์ในการต่อสู้คดีของอีกฝ่าย ส่วนแนวทางของตนเองนั้นก็จะอาศัยช่องทางในการยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมไปยังอัยการสูงสุดอีกที ตนเองยังเชื่อมั่นในกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์เพราะว่าคนหายไปมันต้องมีอะไรเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ที่ผ่านมาไม่รู้สึกท้อแท้หรือเหนื่อยหน่ายแต่อย่างใด สิ่งไหนที่ทำได้หรือมีช่องทางให้เดินต่อ ก็จะเลือกช่องทางด้านนั้น ก็ต่อสู้กันไปในกระบวนการยุติธรรม    ส่วนหลังจากนี้ จะใช้ช่องทางฟ้องตรงหรือไม่ ยังไม่คิดถึงขั้นนั้น คิดเพียงแต่ว่าหากอัยการไม่สั่งฟ้อง ก็จะทำหนังสือขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุดเพียงแค่เท่านั้น หลังจากนั้นค่อยปรึกษาหารือและว่ากันใหม่อีกที และทางดีเอสไอก็ยังไม่มีใครประสานมาเลย โดยทราบว่าทางสำนักงานอัยการจะส่งฟ้องคดีน้ำผึ้ง 5 ขวด เพียงคดีเดียว         ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/GevuBbNO5d4  

 314
สังคม
26 ม.ค. 63

'มึนอ' ภรรยาบิลลี่ เตรียมร้องขอความเป็นธรรมกับอัยการสูงสุด หลังอัยการสั่งไม่ฟ้อง 'ชัยวัฒน์'

ความคืบหน้าคดีอุ้มฆ่า นายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ หลังอัยการสั่งไม่ฟ้อง นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร และลูกน้อง ในข้อหาร่วมกันฆ่านายบิลลี่ ขณะที่ดีเอสไอทำความเห็นแย้งนั้น   ล่าสุด นางพิณนภา พฤกษาพรรณ หรือมึนอ ภรรยาของบิลลี่ เปิดเผยว่า ตนเองทราบข่าวตามที่สื่อนำเสนอ ส่วนตัวแล้วไม่รู้สึกอะไร เพราะเป็นสิทธิ์ในการต่อสู้คดีของอีกฝ่าย ส่วนแนวทางของตนเองนั้นก็จะอาศัยช่องทางในการยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมไปยังอัยการสูงสุดอีกที ตนเองยังเชื่อมั่นในกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์เพราะว่าคนหายไปมันต้องมีอะไรเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ที่ผ่านมาไม่รู้สึกท้อแท้หรือเหนื่อยหน่ายแต่อย่างใด สิ่งไหนที่ทำได้หรือมีช่องทางให้เดินต่อ ก็จะเลือกช่องทางด้านนั้น ก็ต่อสู้กันไปในกระบวนการยุติธรรม    ส่วนหลังจากนี้ จะใช้ช่องทางฟ้องตรงหรือไม่ ยังไม่คิดถึงขั้นนั้น คิดเพียงแต่ว่าหากอัยการไม่สั่งฟ้อง ก็จะทำหนังสือขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุดเพียงแค่เท่านั้น หลังจากนั้นค่อยปรึกษาหารือและว่ากันใหม่อีกที และทางดีเอสไอก็ยังไม่มีใครประสานมาเลย โดยทราบว่าทางสำนักงานอัยการจะส่งฟ้องคดีน้ำผึ้ง 5 ขวด เพียงคดีเดียว         ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/GevuBbNO5d4  

 314
สรุปข่าว
25 ม.ค. 63

ประเด็นข่าวรอบวัน 25 ม.ค. 63 เมีย 'บิลลี่' เตรียมร้องอัยการ หลังสั่งไม่ฟ้อง 'ชัยวัฒน์' - แผ่นดินไหวตุรกี เสียชีวิตแล้วกว่า 20 ราย

ในหลวงโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ 'ชัย ชิดชอบ'   ในหลวง โปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ อดีตประธานรัฐสภา ชัย ชิดชอบ โดยทรงรับไว้ในพรพบรมราชานุเคราะห์ 3วัน     เมื่อเวลา 16.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข เป็นประธานในพิธีอัญเชิญน้ำหลวงอาบศพพระราชทาน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานน้ำหลวงอาบศพแก่นายชัย ชิดชอบ อดีตประธานรัฐสภา โดยมีเจ้าพนักงานได้ประโคมปี่ กลองชนะ รับพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ อย่างสมเกียรติ     ในการนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ยังได้พระราชทานโกศ 8 เหลี่ยม และฉัตรเบญจาประดับหน้าหีบศพด้วย พร้อมทั้งพระราชทานพวงมาลาหลวงและพวงมาลาส่วนพระองค์ของพระบรมวงศานุวงศ์ และทรงรับไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ 3 วัน       เปิดงานตรุษจีนเยาวราชอย่างเป็นทางการ   เริ่มแล้ว ตรุษจีนเยาวราช ปีนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใกญ่ ฉลองปีหนูทอง พร้อมรับเหรียญมงคล ร่ำรวย     โดยบรรยากาศคึกคักตั้งแต่ช่วงบ่าย ก่อนจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในช่วงค่ำวันนี้ มีชาวไทยเชื้อสายจีน คนไทย และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เข้าร่วมงานกันหนาแน่น มีการออกร้านจากหน่วยงานต่างๆ พร้อมการแสดงอย่างยิ่งใหญ่ ตระการตา เช่น การเชิดสิงโต 18 หัว การแสดงศิลปวัฒนธรรมจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ขณะที่ห้างร้านต่างๆ ก็จัดการแสดง ร่วมสร้างสีสันด้วย      ไฮไลท์ปีนี้ นอกจากศิลปินกลุ่ม The Untamed Boy ซึ่งเป็นการรวมตัวของนักแสดงเรื่องปรมาจารย์ลัทธิมาร จะบินตรงมาร่วมงานแล้ว     การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้จัดทำเหรียญที่ระลึก พุทธาภิเษกโดยสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี หรือ เจ้าคุณธงชัย วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เพื่อร่วมเฉลิมฉลอง 45 ปี ความสัมพัน์ไทย-จีน      และในวาระครบ 60 ปี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หน้าเหรียญเป็นรูปหลวงพ่อทองคำ วัดไตรมิตรฯ ด้านหลังเป็นรูปวาดหนู ปีนักษัตร ออกแบบศิลปินชาวจีน มีภาษาจีนอวยพรให้ "ร่ำรวย ราบรื่น ปลอดภัย" มอบให้กับผู้ที่เข้าร่วมงานตรุษจีนเยาวราช วันละ 9,999 เหรียญ โดยจะเเจกในเวลา 20.00 น. 2 วัน คือ วันนี้กับวันพรุ่งนี้เท่านั้น       ภรรยาบิลลี่เตรียมร้องขอความเป็นธรรม หลังอัยการสั่งไม่ฟ้อง 'ชัยวัฒน์'   ภรรยาบิลลี่ พอละจี เตรียมร้องขอความเป็นธรรมกับอัยการสูงสุด หลังอัยการสั่งไม่ฟ้องนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร และพวก คดีร่วมกันฆ่า     นางพิณนภา หรือมึนอ พฤกษาพรรณ ภรรยาของนายพอละจี หรือบิลลี่ รักจงเจริญ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย กล่าวว่า จากนี้จะยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมไปยังอัยการสูงสุด เพราะเชื่อมั่นในกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ ว่าคนหายไปมันต้องมีอะไรเกิดขึ้น ที่ผ่านมาไม่รู้สึกท้อแท้ หรือเหนื่อยหน่าย หากมีช่องทางใดในการต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม ก็จะทำทุกช่องทาง      ขณะที่ดีเอสไอ.นัดประชุมเพื่อลงความเห็น ว่าเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยกับพนักงานอัยการ แต่หากพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ไม่เห็นด้วย ก็จะต้องทำความเห็นแย้งส่งให้อัยการสูงสุด เป็นผู้ชี้ขาดตามขั้นตอน      เบื้องต้นมีกรอบระยะเวลาภายใน 30 วัน โดยหากพนักงานสอบสวนดีเอสไอ เห็นด้วยขั้นตอนก็จะยุติ ไม่มีการสั่งฟ้องผู้ต้องหา      และในวันจันทร์นี้ เวลา 10 นาฬิกา รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด นายประยุทธ เพชรคุณ จะแถลงข่าวการสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาในคดีนี้       วิสามัญแก๊งยาบ้า 1 ศพ ยึดของกลาง 4 แสนเม็ด จ.เชียงราย   เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. 3 กองกำกับการ 2 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 บก.ปส. 3 สืบทราบว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดผ่านไปผ่านถนน สายดอยตุง-ถนนพหลโยธิน พื้นที่ ต.ห้วยไคร้ อ.แม่สาย จ.เชียงราย จึงได้ประสานกับ พ.อ.ชาตรี สงวนธรรม ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 2 กองกำลังผาเมือง นำกำลังร้อย ม.2 และร้อย ม.3 รวมทั้งทหารจาก ฉก.ทพ.31 กองกำลังผาเมือง ร่วมกับตำรวจ ปส. วางแผนสกัดกั้น     ในที่สุดเจ้าหน้าที่ พบเห็นรถยนต์กระบะโดยมีรถจักรยานยนต์ ขับนำหน้าลงมาจากภูเขา เขต อ.แม่ฟ้าหลวง มุ่งสู่ถนนพหลโยธิน ต.ห้วยไคร้ ก่อนเลี้ยวไปทาง อ.แม่จัน ตรงกับที่ได้รับแจ้งเจ้าหน้าที่จึงให้สัญญานหยุดตรวจ แต่ปรากฎว่ารถคันดังกล่าวได้ขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว     เจ้าหน้าที่จึงได้นำรถออกไล่ติดตามตั้งแต่ปากทางขึ้นสู่ดอยตุง ตรงพื้นที่คาบเกี่ยวระหว่าง อ.แม่สาย และ อ.แม่จัน ซึ่คนขับรถยนต์กระบะและจักรยานยนต์คันดังกล่าว ยังไม่ยอมหยุดโดยยังคงเร่งความเร็วหลบหนี ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องออกไล่ติดตามไปไกลประมาณ 10 กิโลเมตร      กระทั่งถึงบริเวณสี่แยกไปรษณีย์ ต.แม่จัน อ.แม่จัน รถทั้ง 2 คันได้ขับหลบหนีเข้าไปทางถนนสายแม่จัน-ธรรมจาริก เพื่อเลี่ยงด่านตรวจกิ่วทัพยั้งซึ่งเป็นด่านตรวจหลักบนถนนพหลโยธิน และเมื่อไปพื้นที่หมู่ 4 ต.แม่จัน อ.แม่จัน จึงถูกเจ้าหน้าที่ไล่ตามไปทันและได้วางกำลังดักหน้าเอาไว้     ทำให้คนผู้ขับขี่รถยนต์ที่หลบหนีได้จอดรถไว้ข้างทางก่อนจะเปิดประตูรถแล้วชักอาวุธปืนพกสั้นยิงใส่เจ้าหน้าที่ที่ติดตามเพื่อจะเปิดทางหลบหนีทำให้เกิดการยิงต่อสู้กับทางเจ้าหน้าที่     เมื่อสิ้นเสียงปืนพบว่าคนร้ายถูกยิงเสียชีวิตอยู่ที่ร่องน้ำข้างทาง ในมือพบอาวุธปืนขนาด 9 มม.จำนวน 1 กระบอก ส่วนคนขับรถจักรยานยนต์ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวเอาไว้ได้ จากการตรวจสอบไม่ทราบชื่อคนที่เสียชีวิตส่วนคนที่ขับรถนำมีชื่อว่านายอาหมื่อ ตองแช อายุ 22 ปี อยู่บ้านไม่มีเลขที่ หมู่บ้านจ่อปาคา หมู่ 14 ต.แม่จัน อ.แม่จัน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวเพื่อขยายผล     เบื้องต้น ทราบว่าเป็นกลุ่มผู้ที่รับจ้างขนยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนด้าน อ.แม่ฟ้าหลวง ไปส่งให้กับผู้รับด้วยค่าจ้าง 20,000 บาท จากการตรวจสอบภายในรถพบของกลางกระสอบฟางจำนวน 2 ใบภายในบรรยาบ้าใบละ 200,000 เม็ด รวมทั้งหมดจำนวน 400,000 เม็ด และยาไอซ์บรรจุในถุงใบยาจำนว 2 ห่อๆ ละ 1 กิโลกรัม รวมทั้งหมดน้ำหนัก 2 กิโลกรัม จึงยึดไว้เป็นหลักฐานและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุตามขั้นตอนต่อไป       แผ่นดินไหวตุรกี เสียชีวิตแล้วกว่า 20 ราย   เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.8 แมกนิจูด ทางตะวันออกของตุรกี เมื่อค่ำวานนี้ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดเพิ่มเป็น 20 รายแล้ว      ขณะที่ผู้บาดเจ็บมีมากกว่า 1 พันคน ซึ่งคาดว่า ยังมีผู้ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังมากกว่า 30 คน จนถึงขณะนี้เกิดอาฟเตอร์ช็อค หรือแรงสั่นสะเทือนตามมากว่า 250 ครั้ง    ตรุกีเผย เหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้สร้างความเสียหายที่ระดับ 3 ยังไม่รุนแรงมากจนถึงขั้นขอความช่วยเหลือจากนานาชาติ  

 1,005
สังคม
25 ม.ค. 63

อัยการสั่งไม่ฟ้อง 'ชัยวัฒน์-พวก' คดีหน่วงเหนี่ยวกักขัง-ฆ่าบิลลี่

รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอยอมรับอัยการส่งหนังสือสั่งไม่ฟ้องนายชัยวัฒน์และพวก คดีอุ้มฆ่าบิลลี่จริง ระบุ ขอดูสำนวน ก่อนพิจารณาทำความเห็นแย้ง ส่งไปให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาด   สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงอธิบดีดีเอสไอ ส่งคืนสำนวนการสอบสวน 17 แฟ้มในคดีที่ดีเอสไอมีความเห็นสั่งฟ้องนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานกับพวกรวม 4 คน เรื่องนี้ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ ยอมรับว่า จริง แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้เพราะคดียังไม่สิ้นสุด โดยขณะนี้หนังสือและเอกสารอยู่ที่สำนักงานเลขานุการกรม โดยจะส่งต่อให้กองบริหารคดีพิเศษพิจารณาตามข้อกฎหมาย ในประเด็นหลัก คืออัยการสั่งไม่ฟ้องในทุกข้อหา หรือเพียงบางข้อหา และเหตุผลที่สั่งไม่ฟ้อง   โดยขั้นตอนหลังจากนี้ดีเอสไอจะประชุม เพื่อลงความเห็นว่า เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย กับพนักงานอัยการหากเห็นด้วย ก็จะยุติ ไม่มีการสั่งฟ้องผู้ต้องหา แต่หากมติไม่เห็นด้วย ก็จะต้องทำความเห็นแย้งส่งให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาดภายใน 30 วัน   อย่างไรก็ตาม ตนได้เตรียมแถลงข่าวคดีนี้ เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนตรงกัน ในวันจันทร์ที่ 27 ม.ค.นี้ ณ อาคารสำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก เวลา 10.00 น.   ด้านนายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ต้องรอฟังความชัดเจนในวันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ ที่อัยการนัดหมายให้เข้าฟังว่า จะส่งฟ้องหรือไม่ ส่วนความเห็นอัยการสั่งไม่ฟ้องครั้งนี้ ถือว่าให้ความเป็นธรรมกับตนและพวก ส่วนจะดำเนินการอย่างไรขอหารือข้อกฎหมายก่อน     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/X3uRkvvyzKY  

 1,108
ข่าวภูมิภาค
25 ม.ค. 63

คลุ้มคลั่ง! ชายเมายาจนตาขวาง คว้าอีโต้จับหลานเป็นตัวประกันกลางโรงเรียน

เมื่อเวลา 11.40 น. ในวันศุกร์ที่ 24 มกราคม 2563 ได้รับแจ้งมีคนเมายาคลั่งจี้เด็กเป็นตัวประกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธร อ.สระโบสถ์ ได้ลุกไปที่เกิดเหตุทันทีได้พบ คนเมายาคลั่งกำลังจี้เด็กชาย ตำรวจกำลังเกลี่ยกล่อมชายเมายา พูดจาไม่รู้เรื่อง   เวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธร อ.สระโบสถ์ ลพบุรี โดยมี ร.ต.อ.พิเชษฐ์ พันธ์จูม รอง.สวป.ฯ ร้อยเวร 20 รถยนต์ ด.ต.อดุลย์ ปราบวิชิต ด.ต.ถนอม อาญาเมือง สายตรวจ ต.04 นิยมชัย ตรวจสอบเหตุชายคลุ้มคลั่ง ใช้อาวุธมีดจี้ตัวเด็กบริเวณสนามกีฬาโรงเรียนดงน้อยหมู่ 2 ต.นิยมชัย เมื่อไปถึงพบนายชัยยนต์ เพชรเกลอ อายุ 40 ปี ใช้อาวุธมีดจี้ตัวเด็กชาย อายุ 13 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้การเจรจาเกลี่ยกล่อม จนนายชัยยนต์ใจเย็นลงและเผลอนำมีดออกห่างจากตัวเด็ก จึงได้เข้าชาร์จตัวแย่งมีดและนำตัวเด็กออกมาอย่างปลอดภัย ไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ ได้ควบคุมตัวนายชัยยนต์ ไปที่ สภ.ทำการตรวจปัสสาวะ   เบื้องต้นมีผลเป็นบวก จับกุมแจ้งข้อกล่าวหา กักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย พกพาอาวุธมีดไปในเมืองฯ โดยไม่มีเหตุอันควรและเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ยาบ้าโดยผิดกฎหมายนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สระโบสถ์ เพื่อดำเนินคดีต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Zeetiiz-3N0

 833
สังคม
25 ม.ค. 63

คลุ้มคลั่ง! ชายเมายาจนตาขวาง คว้าอีโต้จับหลานเป็นตัวประกันกลางโรงเรียน

เมื่อเวลา 11.40 น. ในวันศุกร์ที่ 24 มกราคม 2563 ได้รับแจ้งมีคนเมายาคลั่งจี้เด็กเป็นตัวประกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธร อ.สระโบสถ์ ได้ลุกไปที่เกิดเหตุทันทีได้พบ คนเมายาคลั่งกำลังจี้เด็กชาย ตำรวจกำลังเกลี่ยกล่อมชายเมายา พูดจาไม่รู้เรื่อง   เวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธร อ.สระโบสถ์ ลพบุรี โดยมี ร.ต.อ.พิเชษฐ์ พันธ์จูม รอง.สวป.ฯ ร้อยเวร 20 รถยนต์ ด.ต.อดุลย์ ปราบวิชิต ด.ต.ถนอม อาญาเมือง สายตรวจ ต.04 นิยมชัย ตรวจสอบเหตุชายคลุ้มคลั่ง ใช้อาวุธมีดจี้ตัวเด็กบริเวณสนามกีฬาโรงเรียนดงน้อยหมู่ 2 ต.นิยมชัย เมื่อไปถึงพบนายชัยยนต์ เพชรเกลอ อายุ 40 ปี ใช้อาวุธมีดจี้ตัวเด็กชาย อายุ 13 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้การเจรจาเกลี่ยกล่อม จนนายชัยยนต์ใจเย็นลงและเผลอนำมีดออกห่างจากตัวเด็ก จึงได้เข้าชาร์จตัวแย่งมีดและนำตัวเด็กออกมาอย่างปลอดภัย ไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ ได้ควบคุมตัวนายชัยยนต์ ไปที่ สภ.ทำการตรวจปัสสาวะ   เบื้องต้นมีผลเป็นบวก จับกุมแจ้งข้อกล่าวหา กักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย พกพาอาวุธมีดไปในเมืองฯ โดยไม่มีเหตุอันควรและเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ยาบ้าโดยผิดกฎหมายนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สระโบสถ์ เพื่อดำเนินคดีต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Zeetiiz-3N0

 833
อาชญากรรม
24 ธ.ค. 62

ย้อนรอยข่าวเด่นปี62 : ดีเอสไอใช้เทคโนโลยีแกะรอยคดีฆ่า 'บิลลี่'

นานกว่า 5 ปี ที่ครอบครัวของบิลลี่ หรือนายพอละจี รักจงเจริญ แกนนำกระเหรี่ยงบ้านบางกลอย ตามหาตัว หลังถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวพร้อมน้ำผึ้งป่า หลังดีเอสไอ.รับเป็นคดีพิเศษ พบหลักฐานชิ้นสำคัญ ยืนยันว่า บิลลี่ ตายแล้ว และนำไปสู่การออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องในคดี

 475
สังคม-อาชญากรรม
03 ธ.ค. 62

dsi แจงกระดูก 9 ชิ้นเสื่อมสภาพ ไม่ตรง dna 'บิลลี่' ยันไม่กระทบคดี

จากกรณีที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ส่งหลักฐานเป็นชิ้นส่วนกระดูก จำนวน 9 ชิ้นที่คณะทำงานสหวิชาชีพได้นำขึ้นมาจากใต้น้ำ บริเวณสะพานแขวนในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ไปยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์   เพื่อขอความร่วมมือตรวจเปรียบเทียบสารพันธุกรรมของกระดูกดังกล่าว กับสารพันธุกรรมของนางโพเราะจี รักจงเจริญ มารดาของนายพอละจี หรือบิลลี่ รักจงเจริญ ซึ่งหายตัวไปภายหลังถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานจับกุมไปว่ามีความสัมพันธ์เป็นมารดากับบุตรหรือไม่นั้น   ล่าสุด พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า ได้รับทราบผลการตรวจพิสูจน์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ในเบื้องต้นว่า ชิ้นส่วนกระดูกทั้ง 9 ชิ้น เป็นของมนุษย์ แต่จากการสกัดหาสารพันธุกรรมในกระดูกดังกล่าวพบว่าเสื่อมสภาพแล้ว ซึ่งหลังจากนี้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะต้องสอบสวนปากคำแพทย์ผู้ตรวจพิสูจน์ เพื่อรวมเข้าสำนวนการสอบสวนต่อไป    “กระดูกที่พบจำนวน 9 ชิ้น เป็นชิ้นส่วนกระดูกที่พบจากการตรวจค้นเพิ่มเติม ภายหลังจากที่ค้นพบกระดูกที่บริเวณกะโหลกศีรษะและถังน้ำมัน โดยอยู่ห่างจากบริเวณที่พบกระดูกที่เป็นชิ้นส่วนของกะโหลกศีรษะพอสมควร ซึ่งในการสอบสวน พนักงานสอบสวนคดีพิเศษมีหน้าที่รวบรวมหลักฐานทุกชนิดเท่าที่จะกระทำได้เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น จึงมีการใช้สหวิชาชีพในการแสวงหาและรวบรวมหลักฐานใช้วิทยาการหลายสาขา รวมทั้งนำมิติด้านนิติวิทยาศาสตร์มาพิสูจน์ข้อเท็จจริง อันเป็นการแสดงถึงการปฏิบัติงานที่โปร่งใส ปราศจากอคติ   อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจพิสูจน์ดังกล่าว ในทางการสอบสวนไม่ได้มีนัยสำคัญเพิ่มเติม เนื่องจากชิ้นส่วนกระดูกที่เป็นกะโหลกศีรษะซึ่งค้นพบพร้อมกับการพบถังน้ำมันในครั้งแรก ได้มีการตรวจพิสูจน์ทางไมโตรคอนเดรียและมีการสอบสวนพยานกลุ่มเครือญาติประกอบแล้ว ฟังได้ว่าเป็นของนายพอละจีฯ ประกอบกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ยืนยันแล้วว่า หากกระดูกชิ้นดังกล่าวไม่อยู่ในร่างกาย เจ้าของกระดูกจะเสียชีวิต   ดังนั้นผลการตรวจกระดูกทั้ง 9 ชิ้นนี้จึงไม่ได้มีผลต่อรูปคดีแต่อย่างใด แต่เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง ได้มอบหมายพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ไปสอบสวนปากคำแพทย์ผู้ทำการตรวจพิสูจน์ รวมเข้าสำนวนด้วยแล้ว” พันตำรวจเอก ไพสิฐฯ กล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RVAq7cM2Z-g

 1,241
สังคม
03 ธ.ค. 62

dsi แจงกระดูก 9 ชิ้นเสื่อมสภาพ ไม่ตรง dna 'บิลลี่' ยันไม่กระทบคดี

จากกรณีที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ส่งหลักฐานเป็นชิ้นส่วนกระดูก จำนวน 9 ชิ้นที่คณะทำงานสหวิชาชีพได้นำขึ้นมาจากใต้น้ำ บริเวณสะพานแขวนในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ไปยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์   เพื่อขอความร่วมมือตรวจเปรียบเทียบสารพันธุกรรมของกระดูกดังกล่าว กับสารพันธุกรรมของนางโพเราะจี รักจงเจริญ มารดาของนายพอละจี หรือบิลลี่ รักจงเจริญ ซึ่งหายตัวไปภายหลังถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานจับกุมไปว่ามีความสัมพันธ์เป็นมารดากับบุตรหรือไม่นั้น   ล่าสุด พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า ได้รับทราบผลการตรวจพิสูจน์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ในเบื้องต้นว่า ชิ้นส่วนกระดูกทั้ง 9 ชิ้น เป็นของมนุษย์ แต่จากการสกัดหาสารพันธุกรรมในกระดูกดังกล่าวพบว่าเสื่อมสภาพแล้ว ซึ่งหลังจากนี้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะต้องสอบสวนปากคำแพทย์ผู้ตรวจพิสูจน์ เพื่อรวมเข้าสำนวนการสอบสวนต่อไป    “กระดูกที่พบจำนวน 9 ชิ้น เป็นชิ้นส่วนกระดูกที่พบจากการตรวจค้นเพิ่มเติม ภายหลังจากที่ค้นพบกระดูกที่บริเวณกะโหลกศีรษะและถังน้ำมัน โดยอยู่ห่างจากบริเวณที่พบกระดูกที่เป็นชิ้นส่วนของกะโหลกศีรษะพอสมควร ซึ่งในการสอบสวน พนักงานสอบสวนคดีพิเศษมีหน้าที่รวบรวมหลักฐานทุกชนิดเท่าที่จะกระทำได้เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น จึงมีการใช้สหวิชาชีพในการแสวงหาและรวบรวมหลักฐานใช้วิทยาการหลายสาขา รวมทั้งนำมิติด้านนิติวิทยาศาสตร์มาพิสูจน์ข้อเท็จจริง อันเป็นการแสดงถึงการปฏิบัติงานที่โปร่งใส ปราศจากอคติ   อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจพิสูจน์ดังกล่าว ในทางการสอบสวนไม่ได้มีนัยสำคัญเพิ่มเติม เนื่องจากชิ้นส่วนกระดูกที่เป็นกะโหลกศีรษะซึ่งค้นพบพร้อมกับการพบถังน้ำมันในครั้งแรก ได้มีการตรวจพิสูจน์ทางไมโตรคอนเดรียและมีการสอบสวนพยานกลุ่มเครือญาติประกอบแล้ว ฟังได้ว่าเป็นของนายพอละจีฯ ประกอบกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ยืนยันแล้วว่า หากกระดูกชิ้นดังกล่าวไม่อยู่ในร่างกาย เจ้าของกระดูกจะเสียชีวิต   ดังนั้นผลการตรวจกระดูกทั้ง 9 ชิ้นนี้จึงไม่ได้มีผลต่อรูปคดีแต่อย่างใด แต่เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง ได้มอบหมายพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ไปสอบสวนปากคำแพทย์ผู้ทำการตรวจพิสูจน์ รวมเข้าสำนวนด้วยแล้ว” พันตำรวจเอก ไพสิฐฯ กล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RVAq7cM2Z-g

 1,241
สรุปข่าว
02 ธ.ค. 62

ประเด็นข่าวรอบวัน 2 ธ.ค. 62 - ทั่วไทยเตรียมหนาวพรุ่งนี้ - กกต.ปฏิเสธทันควัน อนาคตใหม่ขอขยายเวลาส่งเอกสาร - ดีเอสไอแจงกระดูกไม่ใช่ 'บิลลี่'

ดีเอสไอแจงกระดูก 9 ชิ้น ไม่ใช่ 'บิลลี่' อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า ได้รับทราบผลการตรวจพิสูจน์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ในเบื้องต้นทราบว่าชิ้นส่วนกระดูกทั้ง 9 ชิ้น ที่นำขึ้นมาจากใต้น้ำบริเวณสะพานแขวนในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานนั้น เป็นของมนุษย์ แต่จากการสกัดหาสารพันธุกรรมในกระดูกดังกล่าวพบว่าเสื่อมสภาพแล้ว ซึ่งหลังจากนี้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะต้องสอบสวนปากคำแพทย์ผู้ตรวจพิสูจน์ เพื่อรวมเข้าสำนวนการสอบสวนต่อไป   วิปรัฐบาลมั่นใจองค์ประชุมไม่ล่มรอบ 3 นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ยืนยันญัตติขอนับคะแนนใหม่ในการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาผลกระทบจากการใช้คำสั่ง คสช. มาตรา 44 โดยมั่นใจว่าองค์ประชุมสภาผู้แทนราษฎร 4 ธ.ค. จะครบององค์ประชุม 250 เสียง โดยการประชุมครั้งที่ผ่านมา มี ส.ส. พลังประชารัฐ เดินทางไปต่างประเทศ 2 คน และมีบางคนเข้ามาแสดงตนไม่ทัน ทั้งนี้ได้ไล่เช็คทุกพรรคแล้วการประชุมครั้งต่อไปน่าจะครบ อีกทั้งองค์ประชุมรวมถึงประธานด้วย ส่วนรัฐมนตรีต้องมาตามหน้าที่อยู่แล้ว และยังไม่คุยกับฝ่ายค้านเพื่อขอเสียงสนับสนุนเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามหลังองค์ประชุมครบแล้วจะโหวตลงมติในญัตติดังกล่าวต่อไป   ทั้งนี้หากองค์ประชุมสภาล่มครั้งที่ 3 อีก นายวิรัช กล่าวว่าต้องดูเหตุผลที่ไม่ครบ เพราะองค์ประชุมเป็นหน้าที่ ส.ส. ที่ต้องร่วมกันรับผิดชอบ และหากเป็นเช่นนี้บ่อยๆผู้ใหญ่ก็ต้องคุยและหามาตรการร่วมกัน ส่วนตัวจะไม่พิจารณาตัวเอง และวิปรัฐบาลไม่ได้ติดใจอะไร   อนาคตใหม่ขยายเวลาส่งเอกสารให้ กกต. พรรคอนาคตใหม่ ยังไม่ส่งเอกสารกู้เงินพรรค ขอขยายเวลาอีก 120 วัน หลังครบกำหนดวันนี้ โดยให้เหตุผลว่าเอกสารที่ กกต.ขอนั้นมีจำนวนมากทั้งรายรับ-รายจ่าย ของพรรคทั้งหมดตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนกันยายน ซึ่งมีเอกสารร่วมกว่า 100 แฟ้ม จึงขอตรวจสอบเอกสารและรวบรวมข้อมูลที่ถูกต้องส่งให้ กกต.ในคราวเดีย อย่างไรก็ตาม กกต.ได้แจ้งกลับมาทางพรรคแล้วว่าไม่สามารถขยายเวลาให้ได้ตามที่ร้องขอ แต่พรรคก็ยังจะขอใช้สิทธิส่งเอกสารให้ กกต.ตามที่ร้องขอ   กรมอุตุฯ ประกาศเตรียมรับมืออากาศหนาว กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศว่าตั้งแต่วันพรุ่งนี้ ไปจนถึงวันที่ 10 ธันวาคม ขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศหนาว โดยพาะในภาคเหนือและอีสาน ที่อุณภูมิจะลดลง 8-10 องศา โดยบริเวณพื้นราบอากาศหนาว อุณภูมิต่ำสุด 10-15 องศา ส่วนยอดดอยและยอดภู อากาศหนาวถึงหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณภูมิต่ำสุด 1–9 องศา    ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณภูมิจะลดลง 6-8 องศา ทำให้ทุกพื้นที่มีอากาศเย็นถึงหนาว อุณภูมิต่ำสุด 15-20 องศา   ขณะที่ภาคใต้ตอนล่าง ขอให้เตรียมรับมือกับฝนตกหนัก คลื่นลมบริเวรอ่าวไทยมีกำลังแรง ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไป ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วงนี้    ดีเดย์ 9 ธ.ค.นี้ แจ้งเบาะแสรถสาธารณะทำผิดกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป ผู้ที่พบเห็นรถสาธารณะทำผิดกฏหมาย สามารถแจ้งเบาะแส และจะได้สินบนนำจับ 50 % ของค่าปรับด้วย สามารถแจ้งเบาะแสมาที่ 1584 และตามช่องทางสื่อโชเชี่ยลมีเดียของกรมฯ ทั้ง เฟชบุ๊ก เพจกรมการขนส่งทางบก   จีนประกาศมาตรการตอบโต้กฎหมายสิทธิมนุษยชนฮ่องกงของสหรัฐฯ ทางการจีนประกาศห้ามเรือรบและเครื่องบินรบสหรัฐฯ เทียบท่าหรือลงจอดบริเวณฮ่องกง รวมถึงประกาศคว่ำบาตรการทำงานขององค์กรไม่แสวงผลกำไรจากสหรัฐฯ ในฮ่องกง โดยเป็นไปเพื่อตอบโต้ที่รัฐสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในฮ่องกง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการแทรกแซงและแสดงความคิดเห็นถึงกิจการภายในของจีนโดยเร็ว    สำหรับประกาศที่มีผลบังคับใช้ทันทีครั้งนี้ จะมุ่งเป้าไปที่องค์กรไม่แสวงผลกำไรที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนของสหรัฐฯ โดยเฉพาะองค์กรที่จับตาสถานการณ์การชุมนุมประท้วงในฮ่องกงเป็นพิเศษ     ช่อง 3 เปิดตัว 'คลินิกหมอความ'   ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ได้เปิดตัวรายการศูนย์รับเรื่องอย่างเป็นทางการแล้ว โดยใช้ชื่อรายการว่า 'คลินิกหมอความ' เพื่อเป็นสื่อกลางช่วยเหลือ และรับเรื่องราวต่างๆ จากประชาชน คนที่เดือดร้อน มีปัญหาอยากร้องทุกข์ หรืออยากปรึกษาข้อกฎหมายต่างๆ  ตอกย้ำ สโลแกน 'ข่าวจริง ทันเหตุการณ์ พึ่งพาได้'  โดยมี ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ผู้ดำเนินรายการ และเป็นทนายความ ร่วมกับทนายอาสา อีกทั้งยังมีหน่วยงานของรัฐอีกมากมาย ที่จะเข้าร่วม

 762
อาชญากรรม
18 พ.ย. 62

ย้ายด่วน! หลังศาลรับคำร้องเพิกถอนการประกันตัวชั่วคราว ชัยวัฒน์ นัดฟังคำสั่งในวันที่ 25 พ.ย.นี้

จากกรณีนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมพวกรวม 4 คน เดินทางเข้ามอบตัวที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แล้ว หลังจากศาลอนุมัติหมายจับทั้ง 4 คน ฐานร่วมกันอุ้มฆ่านายพอละจี รักจงเจริญ หรือ "บิลลี่" นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยง     วันนี้ (18 พ.ย.) เวลา 11.50 น.พนักงานสอบสวนดีเอสไอเดินทางมายังศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อยื่นคำร้องขอให้พิจารณาเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว หรือกำหนดเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราว นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อายุ 55 ปี กับพวก เนื่องจากการกระทำของผู้ต้องหา เป็นความผิดที่มีอัตราโทษสูง เกรงจะหลบหนี หรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุอันตราย และจะเป็นอุปสรรค ก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวน ประกอบกับภรรยาของผู้เสียชีวิตได้ขอคัดค้านการประกันตัว โดยเจ้าหน้าที่ได้นำเอกสาร คำถอดเทป บันทึกการให้สัมภาษณ์ของนายชัยวัฒน์ในรายการทีวีต่างๆ ยื่นพร้อมคำร้องต่อศาล      โดยคำร้องระบุขอให้ศาลพิจารณาเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว นายชัยวัฒน์ หรือขอให้ศาลกำหนดเงื่อนไขการปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ห้ามให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับคดี หรือให้ข้อมูลกับประชาชนผ่านระบบอินเตอร์เน็ต แก่ประชาชนเกี่ยวกับคดีนี้ และห้ามมิให้ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ไปในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พบวัตถุพยานสำคัญ และมีพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องอาศัยอยู่ เนื่องจากสร้างความหวาดกลัวให้กับพยาน ไม่กล้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน หรือ ให้ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (กำไลอิเล็กทรอนิกส์) เพื่อตรวจสอบหรือจำกัดการเดินทาง เพื่อป้องกันการหลบหนี      ภายหลังจากพนักงานสอบสวนยื่นคำร้องแล้ว ศาลรับคำร้องไว้พิจารณาและให้มาฟังคำสั่งในวันที่ 25 พฤศจิกายน นี้ เวลา 13.30 น. ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่นัดให้จำเลยทั้ง 4 คนมารายงานตัว เนื่องจากเป็นวันครบกำหนดฝากขังผัดแรก   ล่าสุดนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์ ว่า ทางสำนักงานปลัดทส.ได้รับหนังสือจากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ขอให้กระทรวงฯ พิจารณาย้าย นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ไปที่สำนักงานทรัพยากรจังหวัด (ทสจ.) ปัตตานี เพราะ ผอ.ทสจ.ปัตตานีคนเดิม ย้ายไป เป็น ทสจ.ยะลา      ข่าวที่เกี่ยวข้อง : DSI จ่อยื่นศาลขอถอนประกัน 'ชัยวัฒน์' หลังเดินสายจ้อสื่อ เข้าข่ายยุ่งเหยิงพยาน              

 4,055

Top