ค้นหา :

ผลการค้นหา "ลูกชายหลอกเอาเงินแม่"

ข่าวภูมิภาค
09 ส.ค. 62

วงจรปิดมัดลูกชายตัวดี หลอกเอาเงินจากแม่วัย 88 ปี ไป 1.4 ล้านบาท ล่าสุดต่อรองขอคืนแค่ 1 แสน

สงขลา - กรณีเมื่อวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา ยาย อายุ 88 ปี พร้อมกับลูกๆ ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.หาดใหญ่ เพื่อให้ดำเนินคดีกับ ลูกชายแท้ๆ ที่หลอกให้แม่ถอนจนเกลี้ยงบัญชีจำนวน 1,462,595 บาท ซึ่งเป็นเงินที่แม่ ได้รับผลประโยชน์จากกรมธรรม์ประกันชีวิตของลูกสาว ที่เสียชีวิตจำนวน 3 กรมธรรม์ ซึ่งลูกสาวได้ระบุให้แม่เป็นผู้รับประโยชน์เพียงคนเดียว แต่กลับถูกลูกชาย ถอนออกไปจนเกลี้ยง   ยาย ให้การกับตำรวจว่า ลูกชายซึ่งเป็นนักดนตรีอยู่ที่จ.ภูเก็ต ได้มารับตนที่บ้านที่ต.น้ำน้อย แล้วพาไปเปิดบัญชีที่ธนาคารแห่งหนึ่งย่านถนนจุติอนุสรณ์ อ.หาดใหญ่ บอกว่าจะโอนเงินมาให้ใช้พร้อมกับให้เซ็นเอกสารหลายใบแต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นเอกสารอะไร แล้วก็พาไปกินข้าวซึ่งตนก็เป็นคนจ่ายเงินเลี้ยงข้าวลูกชายด้วยแล้วพาไปส่งบ้านและลูกชายอ้างว่าต้องรีบกลับไปเล่นดนตรีที่ภูเก็ต    ลูกชายคนโต ให้การว่า เรื่องนี้เริ่มจากน้องสาวคนสุดท้องซึ่งอยู่ที่กรุงเทพฯ ได้เสียชีวิตเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาและ น้องชายเป็นคนไปรับศพกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดที่ ต.น้ำน้อย ต่อมาทางตัวแทนบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่งบอกว่าน้องสาวได้ทำประกันชีวิตไว้ 3 กรมธรรม์ รวมเป็นเงิน 1,462,595 ล้านบาท โดยให้แม่รับผลประโยชน์ เมื่อเสร็จงานศพทางตัวแทนประกันได้ขอหลักฐานต่างๆ ของแม่ไป แต่ผ่านมากว่า 5 เดือนเรื่องยังเงียบ จึงโทรไปสอบถามตัวแทนประกันได้รับคำตอบว่าทางบริษัทประกันปฏิเสธการจ่ายสินไหม เนื่องจากผู้ตายมีประวัติรักษามาก่อนการทำประกัน และจะคุยเรื่องนี้กับ น้องชายเพียงคนเดียว และได้โทรไปคุยกับน้องชายก็บอกว่าไม่ต้องโทรไปที่บริษัทประกันอีกเพราะเขาไปจ่าย   ลูกชายคนโต กล่าวว่า ด้วยความสงสัยจึงได้โทรไปสอบถามผ่านคอลเซนเตอร์บริษัทประกันแห่งนี้ก็ได้รับคำตอบว่าบริษัทได้จ่ายสินไหมมาแล้วตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมาโดยจ่ายเป็นเช็ค จึงเชื่อว่าเรื่องนี้ น้องชายน่าจะร่วมมือกับตัวแทนประกันชีวิตหลอกลวงให้แม่ไปเปิดบัญชีธนาคาร เพื่อเอาเช็คเข้าบัญชีและหลอกให้แม่ถอนเงินออกมาจนหมด เนื่องจากทั้งน้องชายและตัวแทนประกันชีวิตต่างบอกว่ากรณีของน้องสาวทางบริษัทประกันได้ปฏิเสธการจ่ายสินไหมทดแทน จึงได้เข้าแจ้งความเพื่อให้ดำเนินคดีกับน้องชายรวมทั้งตัวแทนประกันชีวิตคนนี้   ลูกชายคนโต บอกว่า ญาติพี่น้องไม่มีใครรับได้กับการกระทำของ นายมนตรีน้องชาย เพราะหลอกได้แม้แต่แม่ของตัวเอง และต้องการให้น้องชายนำเงินทุกบาททุกสตางค์มาคืนแม่ให้หมด และอยากจะตัดพี่ตัดน้องเพราะใจดำเกินไป   ยาย ผู้เป็นแม่บอกว่า ด้วยความเป็นแม่รู้สึกเสียใจมากที่ลูกชายทำแบบนี้ และเรื่องนี้หากไม่ได้เงินคืนก็ให้เอาตัวลูกชายมาดำเนินคดี   ความคืบหน้าล่าสุดทางพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ ได้รวบรวมพยานหลักฐานและเตรียมออกหมายจับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวน 4 คน ประกอบด้วย ลูกชาย และตัวแทนประกันชีวิตอีก 3 คน ซึ่งพบว่าทั้งหมดน่าจะมีส่วนร่วมในการวางแผนพา ผู้เป็นแม่ ไปเปิดบัญชีเพื่อนำเช็คเงินสดเข้าและถอนออกทันทีจนเกลี้ยงบัญชีกว่า 1 ล้าน 4 แสนบาทซึ่งหลักฐานสำคัญคือภาพจากกล้องวงจรปิดของธนาคารแห่งหนึ่งในอ.หาดใหญ่    โดยลูกชาย พร้อมกับตัวแทนบริษัทประกันอีก 3 คน ซึ่งทราบว่าเดินทางมาจากกรุงเทพฯ ได้พาแม่ เดินทางไปเปิดบัญชีที่ธนาคารแห่งนี้เมื่อวันที่16 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่ให้แม่ เปิดบัญชีธนาคาร และการถอนเงินสดกว่า 1 ล้าน4 แสนบาทออกมา ซึ่งในภาพแทบไม่รู้เรื่องอะไรเลยและใช้เวลาดำเนินการอยู่เกือบ 2 ชั่วโมง มีลูกชายและตัวแทนบริษัทประกันจัดการให้เองทั้งหมด เนื่องจากลูกชายบอกแต่เพียงว่าจะพามาเปิดบัญชีให้เพื่อที่จะโอนเงินมาให้ใช้เท่านั้น    โดยหลังจากนี้ทางพนักงานสอบสวนจะรวบรวบหลักฐานโดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิดซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญในคดีนี้เพื่อยื่นขอหมายจับทั้ง 4 คนในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์    ล่าสุด ร.ต.อ.รัชกฤต ภูวเดชเดชาสิน รองสารวัตรสอบสวน สภ.หาดใหญ่ ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีนี้ ได้เดินทางไปพบกับนางฟื้น เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเคลื่อนไหว และข้อมูลของ ลูกชาย เพื่อประกอบสำนวนคดี    จากการสอบถามผู้เป็นแม่ ยังยืนยันคำเดิมว่า ขอให้ลูกชาย นำเงินทุกบาททุกสตางค์ที่เอาไปมาคืนให้หมด หรือให้มามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และคุยความจริงกัน หากไม่เป็นไปตามนี้ ก็ไม่ต้องมาคุยอะไรกันอีก ถ้ายังมีสำนึกของความเป็นคนอยู่คงไม่ทำแบบนี้ และให้ตำรวจดำเนินคดีถึงที่สุด    และยืนยันว่าในวันที่ ลูกชาย พาไปเปิดบัญชีแทบไม่รู้เรื่องอะไรเขาให้เซ็นอะไร ก็เซ็นไป เพราะ ลูกชายบอกว่า เปิดบัญชี เพื่อโอนเงินมาให้ใช้ และบัญชีธนาคารลูกชายก็เป็นคนเอาไป ตนไม่ได้รู้เห็นอะไรเลย    ด้าน ลูกชายคนโต เปิดเผยว่า เรื่องนี้ถ้าน้องชาย มาคุยความจริง ก็อาจจะให้อภัยได้ และเท่าที่ทราบหลังเกิดเรื่อง น้องอ้างว่า ตัวเองได้เงินมาแค่ 5 แสน เท่านั้น ส่วนที่เหลือทางบริษัทประกันเป็นคนเอาไปทั้งหมด ซึ่งเป็นเพียงคำกล่าวอ้างลอยๆ และหลังเข้าแจ้งความก็แทบติดต่อไม่ได้อีกเลย โทรไปก็ไม่รับ ส่งไลน์ไปเปิดดู แต่ก็ไม่ตอบ มีบ้างบางครั้งที่น้องสาว และหลานอีกคนพอจะติดต่อพูดคุยได้บ้าง    ในขณะที่หลานสาวอีกคนบอกว่า หลังกลายเป็นเรื่องขึ้นมาได้ติดต่อเพื่อให้โอนเงินที่ยังเหลืออยู่กลับมาให้ ยาย และยอมโอนเงินกลับมาให้ 1 แสนบาท โดยให้ไปเปิดบัญชีใหม่ แต่ยายไม่เอา และบอกว่า ต้องเอาเงินมาคืนทั้งหมด นอกจากนี้ยังได้โอนเงินค่าใช้จ่ายเรื่องการจัดงานศพน้องสาวที่เสียชีวิตมาให้บางส่วนด้วย แต่หลังจากนั้นก็หายไปไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย    ส่วนฝ่ายตัวแทนบริษัทประกันชีวิตนั้น ทางพนักงานสอบสวนได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังผู้จัดการภาคอาวุโสบริษัทประกันแห่งนี้ ซึ่งเป็นชายที่ปรากฏในภาพกล้องวงจรปิดที่มาเปิดบัญชี และถอนเงินในวันเกิดเหตุ ได้ชี้แจงว่า ในวันนั้นเพียงแค่มาช่วยบริการลูกค้าในการเคลมเงินประกันเท่านั้น เพราะตัวแทนประกันชีวิตคนนี้เพิ่งเข้ามาทำงานใหม่ และมาดูว่า ผู้รับเงินตรงกับเอกสารที่ยื่นหรือไม่    ส่วนเงินทั้งลูกชาย และแม่ เป็นคนเปิดบัญชี และถอนเงิน ตนไม่เกี่ยวข้อง เพียงแต่คอยดูอยู่ห่างๆ ว่า มีปัญหาอะไรหรือไม่ และในวันนั้น ลูกชาย ก็เป็นคนออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางจากกรุงเทพฯ มาหาดใหญ่ เพื่อมาช่วยอำนวยความสะดวก    ส่วนประเด็นที่ว่าทำไมต้องติดต่อเรื่องเงินเคลมประกันผ่าน ลูกชาย คนเดียว ไม่ผ่านญาติคนอื่นๆ เนื่องจาก ลูกชายเป็นคนยื่นเอกสารของตัวเอง และของแม่ ในการติดต่อประสานงานขอเคลมเงินประกัน รวมทั้ง ลูกชาย ก็กำชับว่า เรื่องนี้ให้ติดต่อผ่านตัวเองคนเดียวเท่านั้น ส่วนเรื่องที่จะถูกออกหมายจับในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ด้วยนั้น ก็พร้อมที่จะไปพบพนักงานสอบสวน เพื่อชี้แจ้งข้อเท็จจริงว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Fj9MCyWRjWE

 9,851

Top