ค้นหา :

ผลการค้นหา "ระเบิดกทม"

สังคม-อาชญากรรม
13 ส.ค. 62

ผบ.ตร.โอนคดีระเบิดป่วนกรุงให้กองปราบรวมเป็นคดีเดียว เชิญอัยการร่วมสอบ

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เซ็นคำสั่งโอนสำนวนสอบสวนคดีระเบิด 17 จุดป่วนกรุง และ 1 จุดใน จ.นนทบุรี ไปให้กองปราบปรามทำสำนวนรวมเป็นคดีเดียว เชื่อเป็นขบวนการใหญ่แก๊งเดียวกัน พร้อมประสานอัยการสูงสุด (อสส.) ส่งคนมาเป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน   เนื่องจากพบข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุผู้บงการเรียกประชุมวางแผนกับชุดจู่โจม ในเขตแดนของประเทศมาเลเซียติดชายแดนไทยพื้นที่ จ.นราธิวาส ก่อนคนร้ายใช้ช่องทางธรรมชาติลักลอบเข้ามาในพื้นที่ประเทศไทยเพื่อก่อเหตุ     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RmsQeDKYJQg

 625
การเมืองเข้มข้น
08 ส.ค. 62

นายกฯสั่งหา 'มาสเตอร์มายด์' บงการบึ้มป่วนเมือง - ผบ.ตร.ลงใต้สอบเอง 2 ผู้ต้องสงสัยวางระเบิด สตช.

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าเหตุระเบิด ป่วนกรุงเทพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้รายงานความคืบหน้าตลอดเวลา และคดีมีความคืบหน้าตามลำดับ มีการจับตามมา   ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน เพราะไม่ใช่เรื่องการวางระเบิดอย่างเดียวแต่มีคนสนับสนุนในการทำ ทั้งเรื่องยานพาหนะ การขนย้ายอุปกรณ์ และการหามาสเตอร์มายด์ หรือผู้ที่อยู่เบื้อง โดยต้องหาหลักฐานเพิ่มเติม   ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้าหรือศปก.ตร.สน. อ.เมืองจ.ยะลา เพื่อทำการซักถามผู้ต้องสงสัย 2 คนด้วยตนเอง คือนายวิลดัน มาหะ และ นายลูไอ แซแง จากเหตุลอบวางระเบิดหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อวันที่ 1 ส.ค.62   โดย ผบ.ตร.ใช้เวลาในการสอบปากคำผู้ถูกควบคุมตัวทั้ง 3 ราย นานเกือบ 3 ชั่วโมง ซึ่งภายหลังการสอบปากคำเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า จากการสอบปากคำทั้ง 3 รายให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี และมีหลักฐานที่เชื่อว่าจะสามารถออกหมายจับได้ในไม่นานนี้ ส่วนการก่อเหตุใน กทม.นั้นทางเจ้าหน้าที่ยังไม่มีการตัดประเด็นของการก่อเหตุใดๆ ออกไป ซึ่งจะมีการแถลงรายละเอียดความคืบหน้าของคดีดังกล่าวในวันนี้ (8 ส.ค.) ที่กรุงเทพฯ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/s7hhgf_6DAA

 663
สังคม-อาชญากรรม
08 ส.ค. 62

เจออีกระเบิดตกค้าง ซุกพาวเวอร์แบงค์คาร้านเสื้อผ้าย่านประตูน้ำ แต่ทำงานพลาดเลยไม่บึ้ม

เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบร้านไพโรจน์ เบเกอรี่ แต่เปิดเป็นร้านขายเสื้อผ้าย่านราชเทวี หลังพบพาวเวอร์แบงค์ ที่ภายในแกะตัวไส้เดิมออก แล้วเอาตัวซีไทม์เมอร์ (แผงวงจร) เข้าไปใส่แทน โดยตั้งให้ทำงานในเวลาเช้ามืดของวันที่ 2 สิงหาคมผ่านมา วันเดียวกับที่มีเหตุเพลิงไหม้ 3 จุด ย่านประตูน้ำ   แต่จุดดังกล่าวการจุดระเบิดเพลิงของวงจรเกิดความผิดพลาด จึงไม่สามารถทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้เพียงแค่เกิดประกายไฟขึ้นมาแล้วก็ดับ จึงทำให้ไม่เกิดเพลิงไหม้เหมือนทั้ง 3 จุด และได้เก็บกู้ไปตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา   เนื่องจากการตรวจสอบพบว่า ในที่เกิดเหตุทุกจุดจะพบเศษพาวเวอร์แบงค์ จึงเชื่อว่าเหตุเพลิงไหม้ย่านปทุมวัน 2 จุด ซึ่งทางจุดเกิดเหตุได้มีการเก็บหลักฐานและปรับปรุงพื้นที่ใหม่หมดแล้ว แต่ข้อมูลพบเชื่อมโยงกับเหตุที่ย่านประตูน้ำ และนำมาวางในห้วงเวลาเดียวกัน ซึ่งวิธีการประกอบระเบิดเพลิงก็ใช้ชนิดเดียวกัน มักไม่พบเจอในกรุงเทพมหานคร แต่ส่วนใหญ่จะพบในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hRgcx5VU73I

 561
การเมืองเข้มข้น
07 ส.ค. 62

'บิ๊กป้อม' เชื่อระเบิดป่วนกรุงโยงชายแดนใต้ - ผบ.ทบ.ชี้กลุ่มเดิมๆไม่ยอมรับกติกา หวังดิสเครดิตรัฐบาล

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เผยความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวนเรื่องคดีระเบิดในกรุงเทพฯ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีอะไรเพิ่มเติมอยู่ในระหว่างการสอบสวนความเชื่อมโยง กันอย่างไรบ้าง รวมถึงพยานหลักฐาน เนื่องจากมาหลายทางด้วยกัน ซึ่งยอมรับว่าเป็นเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้แต่กำลังตรวจสอบอยู่ว่ามีใครอยู่เบื้องหลัง ในส่วนของแหล่งที่มาวัตถุระเบิดที่ใช้ก่อเหตุนั้นก็มาจากหลายที่ด้วยกันเนื่องจากมีการเตรียมการกันมา   เมื่อถามว่าจะให้ความมั่นใจต่อประชาชนอย่างไรบ้าง พลเอกประวิตร กล่าวว่า ในส่วนของหน่วยงานความมั่นคงเราก็มีการบูรณาการ ทั้งในส่วนของ กอ.รมน ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร ทำงานร่วมกันในการดูแลในเรื่องการรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนในชีวิตและทรัพย์สินซึ่งตนก็ได้สั่งการไปหมดแล้ว อย่างไรก็ตามเชื่อมั่นว่ากลุ่มก่อความไม่สงบในภาคใต้ไม่ได้มีแนวคิดที่จะขยายพื้นที่การก่อเหตุ ซึ่งจะขึ้นมาเป็นงานไป   เมื่อถามว่านอกจากพื้นที่กรุงเทพมหานครแล้วทางการค้าแจ้งเตือนพื้นที่อื่นอีกหรือไม่ พลเอกประวิตร กล่าวว่า ไม่มี ขอให้ได้มีการสอบสวนข้อมูลจากผู้ต้องหาก่อน   เมื่อถามว่ามีมาสเตอร์มายด์ อยู่ข้างหลังใช่หรือไม่ พลเอกประวิตร กล่าวว่า ต้องมีแน่นอน ถ้าไม่มีคนเหล่านี้จะมาอย่างไร   เมื่อถามย้ำว่า มาสเตอร์มายด์ คือ ฝ่ายกลุ่มการเมืองใช่หรือไม่ พลเอกประวิตร กล่าวว่า ยังไม่ทราบไม่รู้และไม่ขอบอก ส่วนเรื่องที่ฝ่ายค้านจากตั้งกระทู้ถามถึงการถวายสัตย์ของคณะรัฐมนตรีไม่ครบถ้วนนั้น ขอให้ถามนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งตนไม่ทราบ   ด้านพลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า ตอนนี้เกิดความสับสนในข้อมูล ไม่อยากโทษสื่อมวลชน แต่การให้ข่าวทางโซเชียลมีเดียหรือสื่อต่างๆ ต้องอ้างอิงข้อมูลจากตำรวจ อย่ามโนกันไปเอง เพราะตอนนี้มีการสร้าง Fake news หรือข่าวปลอมที่มีอิทธิพลต่อสังคม ซึ่งรัฐบาลกำลังตั้งศูนย์ต่อต้าน Fake news เช่นเดียวกับหลายประเทศ   ผบ.ทบ. ชี้ว่าตอนนี้มีการสร้างข่าวออกมาเพื่อเบี่ยงเบนหรือโยนประเด็นให้เกิดความขัดแย้ง ทั้งที่รัฐบาลกำลังไปได้ด้วยดี มีการเลือกตั้งแล้ว และยังทำงานได้ไม่กี่วันก็มีเหตุระเบิด ส่วนการตั้งคำถามของนักข่าวก็อยากให้ถามในเชิงสร้างสรรค์ ไม่ใช่ทำให้เกิดความแตกแยก   ผบ.ทบ. ยังเรียกร้องให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาหรือที่เรียกว่า Neighbor Watch เพราะประเทศไทยคือบ้านของทุกคน หากพบวัตถุต้องสงสัยก็ให้ช่วยกันแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ   ส่วนสาเหตุการวางระเบิด ผบ.ทบ.เชื่อว่า คนก่อเหตุต้องการให้เกิดความไม่เชื่อมั่นต่อรัฐบาล ในช่วงที่มีการประชุมผู้นำอาเซียน ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น เพราะเคยเกิดขึ้นแล้วสมัยการประชุมอาเซียน ที่พัทยา ภูเก็ต และ หัวหิน ซึ่งตนเองได้อยู่ในเหตุการณ์โดยตลอด ไม่อยากบอกว่าเป็นฝ่ายใด แต่คนดีๆเขาไม่ทำกันและรัฐบาลจะทำร้ายตัวเองเพื่ออะไร   ผบ.ทบ.อธิบายความหมายคำว่า "กลุ่มเดิมๆ" ที่อยู่เบื้องหลังการก่อเหตุ ว่า คือคนที่วางแผนหรือออกความคิด ที่เรียกว่า Master mind ซึ่งคนกลุ่มนี้ไม่ยอมรับกฎ กติกา ไม่ใช้เวทีสภา โดยทำกันเป็นขบวนการ ซึ่งตามยุทธวิธีต้องมีคนสั่งการ คนวางแผน และคนปฎิบัติ lแต่จะสืบหาไปถึงคนต้นคิดได้ยากได้แต่คาดเดาและใช้เวลาในการหาหลักฐาน   "คำว่ากลุ่มเดิมๆที่ผมหมายถึงก็คือกลุ่มเดิมที่เป็น Master mine ในความคิดที่จะก่อเหตุไม่สงบในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการวางระเบิด หรือการทำ Fake new คือการบ่อนทำลายประเทศแบบหนึ่งเหมือนกัน"   อย่างไรก็ตาม ผบ.ทบ. ปฎิเสธตอบคำถามว่ากลุ่มเดิมๆ คือที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาลหรือไม่ โดยกล่าวไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม ตนไม่ขอกล่าวโทษ เพราะไม่สามารถพูดในฐานะนักการเมือง เนื่องจากไม่มี คสช.แล้ว แต่พูดได้ในฐานะฝ่ายความมั่นคง ไม่ได้อ้างอิงถึงการเมือง ส่วน Master mine สามารถอยู่ได้ทุกแห่งในโลกนี้ ไม่ว่าจะในประเทศหรือนอกประเทศ อาจจะอยู่ในโลกออนไลน์ หรือ โซเชียล ก็ได้   เมื่อถามว่าจะมั่นใจหรือไม่ว่าจะสามารถขยายผลไปยังผู้บงการวางระเบิด ผบ.ทบ. กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับขีดความสามารถของตำรวจในการซักถาม ซึ่งต้องใช้เวลาเพราะอาจจะมีการตัดตอน จึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะยิ่งนานวันยิ่งมีความลึกลับซับซ้อนของกระบวนการทุกอย่าง เพราะเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนช่วย ช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงง่าย แต่ในทางกลับกันทำให้เข้าถึงตัวผู้บงการได้ยาก   ส่วนกรณีที่ผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมมีภูมิลำเนาในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะมีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่. ผบ.ทบ. กล่าวสั้นๆ ว่าให้ไปถามเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zQZEn3l4VH8

 766
สังคม-อาชญากรรม
07 ส.ค. 62

รวบ 'อาแบ' ตัวการใหญ่ระเบิดป่วนกรุง ขณะหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน นายกฯเผยจับผู้ต้องสงสัยได้ 9 ราย

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นหลายจุดในกรุงเทพมหานครว่า มีการรายงานตนให้ทราบทุกๆ ซึ่งวันนี้ก็มีความคืบหน้าไปมากและอยู่ในขั้นตอนสืบสวนสอบสวน ต้องทำให้รอบคอบเพราะมีทั้งพยายานบุคคลและวัตถุพยาน เพื่อดำเนินการเอาคนผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม โดยเบื้องต้นสอบสวนไปแล้ว 9 ราย ยืนยันรัฐบาลจะทำเรื่องนี้ให้ดีที่สุด และขอบคุณเจ้าหน้าที่รวมถึงประชาชนที่ร่วมกันเป็นหูเป็นตาและประชาชนถือเป็นส่วนสำคัญในการช่วยภาครัฐ   มีรายงานล่าสุดจากสืบสวนสอบสวน บช.น.ได้ร่วมกับชุดสืบสวน บช.ภ.9 เข้าตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาอีกหลายจุด โดยเฉพาะนายอาแบ หรือแบรี ผู้ต้องหาตัวสำคัญ หัวหน้าของกลุ่มมือวางระเบิดได้แล้ว สามารถติดตามจับกุมได้บริเวณตะเข็บชายแดนภาคใต้ ขณะกำลังหลบหนีออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยนายอาแบ หรือแบรี เป็นคนที่นำระเบิดให้นายลูไอและนายวิลดันพร้อมพวก บริเวณข้างห้างเจเจ มอลล์ ย่านจตุจักร กทม. เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ก่อนผู้ร่วมขบวนการจะนำระเบิดไปวางที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติและจุดอื่นๆ   จากการตรวจสอบข้อมูลทราบว่า นายอาแบ หรือแบรี เข้ามาดูลาดเลาและเตรียมการล่วงหน้า โดยนั่งเครื่องบินภายในประเทศมาลงที่สนามบินดอนเมือง เมื่อวันที่ 22 ก.ค. มีการวางแผนร่วมกับผู้ร่วมก่อเหตุที่หอพักเพื่อนสาวแห่งหนึ่ง อยู่ระหว่างตรวจสอบ นอกจากนี้ได้นัดพบปะกับพรรคพวกที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านรังสิต จ.ปทุมธานี โดยใช้รถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีขาว เป็นพาหนะ มีรายงานล่าสุดว่า ชุดสืบสวนสามารถติดตามยึดรถเก๋งคนร้ายได้แล้ว เตรียมส่งให้เจ้าหน้าที่ พฐ.ตรวจสอบหาหลักฐานเพิ่มเติมและดีเอ็นเอของคนร้าย   สำหรับข้อมูลการสืบสวนกลุ่มก่อเหตุ ตำรวจพบว่ามีจำนวน 15 คน ก่อเหตุทั้งหมด 14 จุด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่ง 3 จุด คือ สยามพารากอน / สยามเซ็นเตอร์ และห้างแพลตตินัม เป็นจุดที่ไม่ปรากฎเป็นข่าวก่อนหน้านี้ ซึ่งตำรวจสามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้ล่าสุด ว่าเป็นการวางระเบิดเพลิงเช่นเดียวกับที่ตลาดไซด์วอร์ค ประตูน้ำ แต่เหตุเพลิงไหม้ไม่รุนแรงมากนัก และเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้อย่างรวดเร็ว   ส่วนกลุ่มผู้ก่อเหตุในจุดอื่นนั้น หลายจุดตำรวจพบเส้นทางการก่อเหตุ ในลักษณะเดียวกัน แต่ยังไม่สามารถยืนยันว่า ทั้งหมดรู้จักกันหรือไม่ ซึ่งมีการเดินทางมาจากอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เข้ามาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ก่อนเกิดเหตุประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อศึกษาเส้นทาง ดูลาดเลา และวางแผนก่อเหตุ โดยไม่มีการนำระเบิดที่ใช้ก่อเหตุติดตัวมาด้วย แต่มานัดรับในพื้นที่กรุงเทพมหานคร   ขณะที่นายลูไซ แซแง และนายวิลดัน มาหะ ผู้ต้องสงสัยวางระเบิดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ถูกควบคุมตัวโดยใช้กฎหมายพิเศษ ด้านความมั่นคง ตำรวจพบว่า ก่อนเกิดเหตุมีการเดินทางออกนอกประเทศ ทางด่านนราธิวาส ก่อนจะเดินทางกลับเข้าประเทศ และเดินทางมาก่อเหตุในกรุงเทพมหานคร   เบื้องต้นจากการสอบสวน นายลูไซและนายวิลดัน ให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง แต่ไม่ทราบข้อมูลในจุดอื่นๆ ซึ่งตำรวจไม่ปักใจเชื่อ เพราะการตรวจสอบประวัติทั้ง 2 คน มีหมายจับคดีความมั่นคง เป็นบุคคลที่อยู่ในบัญชีแนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ด้วย   จากข้อมูลจากชุดทำงานคดีนี้ มีรายงานเพิ่มเติมอีกว่า จากผลการขยายผลสอบปากคำ ได้คุมตัวผู้ต้องสงสัย ไปสอบปากคำ เพิ่มอีก 2 คน ซึ่งมีความสัมพันธ์เป็นพี่เขย ของ 1 ใน ผู้ต้องหาวางระเบิด หน้า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ   ซึ่งจากการสืบสวนพบว่าผู้ต้องสงสัย 1 ใน 2 คนล่าสุดที่มีการคุมตัวมาก่อนหน้านี้ ทำหน้าที่ส่งระเบิดให้ผู้ปฏิบัติการทั้งสามคนคือนายอาแบ โดยทำหน้าที่สำรวจพื้นที่วางเป้าหมายทำงานให้ผู้ปฏิบัติการ จากการสอบปากคำนักศึกษา มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งให้ข้อมูลว่า นายอาแบ เป็นรุ่นพี่ และวานให้ขับขี่รถจักรยายนต์พามาที่ศูนย์ราชการ   ทั้งนี้สรุปข้อมูลการก่อเหตุระเบิดในกรุงเทพมหานคร ล่าสุด กลุ่มก่อเหตุมีประมาณ 15 คน แบ่งการก่อเหตุ ก่อเหตุทั้งหมด 14 จุด ได้แก่   หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 2 คน / หน้าอาคารคิงพาวเวอร์มหานคร บีทีเอสช่องนนทรี ท้องที่สน.ยานนาวา 2 คน / ตลาดไซด์วอร์ค ย่านประตูน้ำ ท้องที่สน.พญาไท 4 คน / ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ พื้นที่สน.ทุ่งสองห้อง 2 คน / หน้าสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ท้องที่สภ.ปากเกร็ด 1 คน / ห้างสยามพารากอนและสยามเซ็นเตอร์ ท้องที่สน.ปทุมวัน 2 คน และห้างแพลตตินัม ท้องที่สน.พญาไท อีก 2 คน   นอกจากนี้ยังมีรายงานอีกว่า จากข้อมูลทั้งหมดที่มีตอนนี้ ตำรวจจะสามารถออกหมายจับผู้ก่อเหตุเบื้องต้นอย่างต่ำ 7 ราย คือ มือวางระเบิดตลาดไซด์วอร์ค ย่านประตูน้ำ 4 คน / ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ 2 คน และหน้าสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม 1 คน แต่ยังคงต้องรอพยานหลักฐานด้านนิติวิทยาศาสตร์  มาสนับสนุนหลักฐานที่มีทั้งหมดอีกครั้ง ค่ดว่าจะได้ผลนิติวิทย์ในอีกประมาณ 2-3 วันต่อจากนี้   ด้านเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรืออีโอดี ได้ตรวจสอบที่้เกิดเหตุแต่ละจุดพบหลักฐานหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือ ไอซีไทเมอร์ หรือไอซีตั้งเวลา ที่เมื่อนำไปเทียบเคียงกลับพบว่ารูปแบบการประกอบระเบิดและวัสดุที่นำมาใช้ในครั้งนี้คล้ายกับเหตุระเบิดในพื้นที่ 3 จังหวัดของภาคใต้แทบจะทั้งหมด ซึ่งข้อมูลทั้งหมดเป็นหนึ่งในพยานหลักฐานสำคัญที่ตำรวจใช้ประกอบสำนวนคดีเพื่อเตรียมขอศาลออกหมายจับผู้ก่อเหตุในคดีนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YQRa61z9dyA

 435
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
07 ส.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 7 ส.ค.62 ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดสุเทพ-สงครามค่าเงิน-เด็ก ป.6 แทงรุ่นพี่ ม.3-อย.สั่งเก็บเต้านมเทียม

-สำนักพระราชวัง ออกแถลงการณ์ เรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯ ไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ฉบับที่ 2 ความว่า     คณะแพทย์ผู้ถวายรักษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้รายงานว่า พระอาการประชวรจากการติดเชื้อของทางเดินหายพระทัย ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ดีขึ้นแล้ว ไม่ทรงมีพระปรอท (ไข้) ทรงพระกรรสะ (ไอ) ลดลงมาก รับสั่งได้ดี เสวยพระกระยาหารได้ดี   คณะแพทย์จึงได้ขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินกลับ ไปประทับที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ในวันที่ 6 สิงหาคม พุทธศักราช 2562 จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระอาการประชวรดีขึ้น เสร็จกลับพระตำหนักจิตรลดา   -นายกฯระบุจับได้แล้ว 9 ผู้ต้องสงสัยระเบิดป่วนกรุง รบ.จะทำเรื่องนี้ให้ดีที่สุด ขอขอบคุณทุกฝ่าย มีรายงานจับตัวการสำคัญขณะพยายามหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมยึดรถเก๋งที่ใช้ดูเป้าหมายใน กทม.บินมาลงดอนเมืองก่อนก่อเหตุ นัดวางแผนที่หอพักและร้านอาหารย่านรังสิต ฝ่ายความมั่นคงคุมตัวได้อีก 2 คนที่นราธิวาสตามคำซัดทอด 2 คนวางระเบิด สตช. แท็กซี่เผยได้ยินเสียงสำเนียงใต้ สรุปมีผู้ก่อเหตุ 15 คน มีจุดเกิดเหตุอีก 3 ห้างดัง ไม่ปรากฏเป็นข่าว โยงระเบิดเพลิงย่านประตูน้ำ คาดออกหมายจับได้อย่างต่ำ 7 ราย การประกอบระเบิดคล้าย 3 ชายแดนใต้ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : รวบ 'อาแบ' ตัวการใหญ่ระเบิดป่วนกรุง ขณะหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน นายกฯเผยจับผู้ต้องสงสัยได้ 9 ราย    -ผบ.ทบ.ระบุความคืบหน้าระเบิดป่วนกรุง เพราะต้องการสร้างความไม่เชื่อมั่นช่วงที่มีผู้นำต่างชาติมาประชุม ไม่อยากบอกว่าเป็นฝ่ายใด แต่เป็นกลุ่มเดิม ไม่ยอมรับกฎกติกาในสภา วอน ปชช.อย่าเชื่อข่าวโซเชียลที่ไม่ผ่านการแถลงของ ตร.วร้างข่าวปลอมให้เกิดความขัดแย้ง  ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'บิ๊กป้อม' เชื่อระเบิดป่วนกรุงโยงชายแดนใต้ - ผบ.ทบ.ชี้กลุ่มเดิมๆไม่ยอมรับกติกา หวังดิสเครดิตรัฐบาล     -ประยุทธ์ยอมรับพยายามแก้ปัญหาปมนำ ครม.ถวายสัตย์ไม่ครบที่ฝ่ายค้านโจมตี เตรียมยื่นกระทู้ถามและอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยืนยันทำอย่างครบถ้วน ด้านปธ.วิปฝ่ายค้านยันจะยื่นกระทู้สดในสัปดาห์นี้ จะยังไม่ยื่นต่อศาลวินิจฉํย เพราะอยากให้นายกฯพิจารณาเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ชี้เป็นเรื่องของจิตสำนึกและละเอียดอ่อน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นายกฯ แจงจะแก้ปมถวายสัตย์ด้วยตัวเอง ฝ่ายค้านจี้ให้สำนึกเอง ก่อนยื่นศาลวินิจฉัย     -นายกฯระบุจากนี้ไม่มีการจัดรายการนายกฯพบ ปชช.เหมือน 5 ปีก่อน ถ้ามีก็จัดเป็นครั้งคราว ไม่พูดผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจหากไม่จำเป็น   -ป.ป.ช.มีมติเอกฉันท์ชี้มูลความผิดอาญา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี กรณีทุจริตโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจ (ทดแทน) จำนวน 396 แห่ง เป็นเหตุให้สำนักงานตำแหน่งแห่งชาติ(ตร.) ได้รับความเสียหายเป็นเงิน 1,728 ล้านบาท โดยมีมูลความผิดอาญา มาตรา 157 รวมทั้งการสร้างแฟลตที่พักข้าราชการตำรวจ 163 แห่ง เป็นเหตุให้ ตร.เสียหายเป็นเงิน 3,994 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นกรรมเดียวกับกรณีสร้างโรงพัก ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : มติ ป.ป.ช. ชี้มูล 'สุเทพ' พร้อมพวก ทุจริตสร้างโรงพักทดแทน-แฟลตตำรวจ   -ครม.เตรียมรับมือสงครามค่าเงิน สมคิดรายงาน ครม.3เหตุการณ์เศรษฐกิจโลกกระทบไทย ได้แก่สงครามการค้า-การประท้วงฮ่องกง-ค่าเงินหยวนอ่อนค่า โดยเฉพาะมีการใช้ค่าเงินให้ได้เปรียบทางการค้า เงินหยวนอ่อนค่ามากสุดในรอบ 11 ปี กระทบการท่องเที่ยว-ส่งออก-อสังหาริมทรัพย์ไทย วอนรัฐใช้ยาแรงแก้สถานการณ์ด่วน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'สมคิด' จี้แก้เศรษฐกิจไทยโดนรุมเร้า สงครามการค้า-การประท้วงฮ่องกง-ค่าเงินหยวนอ่อนค่า    -เด็ก ป.6 แทงรุ่นพี่ ม.3กลางอกทะลุปอด เจ็บสาหัส เหตุทะเลาะเบิ้ลเครื่องเสียงดังหลังเลิกเรียน เกิดเหตุชกต่อยกัน ก่อนแทงรุ่นพี่และขว้างก้อนอิฐใส่ก่อนหลบหนี ล่าสุดอาการเด็กปลอดภัย มือแทงอ้างถูกหาเรื่องก่อน สู้ไม่ได้เลยต้องใช้มีดป้องกันตัว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ป.6 ขาโหด แทงรุ่นพี่ ม.3 ฉุนเบิ้ลเครื่องใส่ ลามต่อยกันกลางถนน สู้ไม่ไหวเลยต้องใช้มีด    -9 ปีที่รอคอย ครอบครัวแพรวามอบอำนาจหนุ่ม กรรชัย นำแคชเชียร์เช็ควางศาล 41.7 ล้าน ยังขาดอีก 8 แสนบาทเพราะคำนวณยอดผิด ยันจะนำมาวางเพิ่มเร็วๆนี้ แม่แพรวาเปิดใจทางโทรศัพท์กลางโหนกระแส ยันไม่ได้นิ่งดูดาย กราบขออภัยและขออโหสิกรรมแทนลูกสาว ถ้ามีโอกาสอยากจะขอกอดญาติผู้เสียหายสักครั้ง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ครอบครัวแพรวา นำเช็ค 41.7 ล้านวางศาลชดใช้เหยื่อ แม่บอกรอแพรวาหายป่วย แล้วจะไปขอโทษทุกคน   -อย.สั่งเก็บเต้านมเทียมซิลิโคนผิวขรุขระด่วน หลังมีผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง 800 คนทั่วโลก มีคนไทยร่วมด้วย เผยไทยนำเข้าเกือบ 3 หมื่นชิ้น ใช้ไปแล้วหมื่นกว่าชิ้น นิยมใช้เพราะโอกาสทำให้เกิดพังพืดน้อย ยังไม่ชัดก่อมะเร็ง แต่จะเป็นต้องเรียกคืนเพื่อเฝ้าระวัง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : อย. เรียกคืนเต้านมเทียมซิลิโคนแบบขรุขระ หลังพบเสี่ยงมะเร็งต่อมน้ำเหลือง   -วิน จยย.โหดถีบ จยย.คันอื่นล้มกลางถนนเลียบคลองรังสิต เคราะห์ดีรถยนต์ที่ตามมาเบรคทัน ล่าสุดเข้ามอบตัว อ้างไม่ดุถีบแต่แค่ป้องกันตัว อ้างแค่ยกเท้าป้องกันตัว เพราะคู่กรณีขับชนเกือบโดนขาลูกสาวที่ซ้อนท้าย และด่าทอก่อน ตร.แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : วินถีบ จยย.ล้มกลิ้งกลางถนน เจ้าตัวโต้ไม่ได้ถีบ แค่ยกเท้าป้องกันตัว เผยถูกคู่กรณีขับชน-ด่าทอก่อน   -ตามหาวุ่นลุงเคนขายโจ๊ก หายตัวหลังเปิดรับบริจาคเงิน เพื่อนบ้านเสียงแตกเป็น 2 ฝั่งจนจริงหรือสร้างเรื่องหลอกลวง แถมลือมีรถเก๋งมารับถึงที่ก่อนหายตัว ล่าสุดคนขับรถเก๋งแสดงตัวพาลุงไปดูรถเข็นที่จะบริจาคแล้วก็พากลับมาส่ง สำนักเขตลงพื้นที่ตรวจสอบ ลุงบอกไปหาหมอก่อนไปธนาคาร ยอดบริจาคพุ่ง 7 หลัก ตั้งใจเอาไว้รักษาตัว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เปิดบัญชีเงินบริจาค ตาเคนขายโจ๊กทะลุ 7 หลัก หนุ่มรถเก๋งแสดงตัว แจงพาไปดูรถเข็นใหม่ เพื่อนบ้านยันเป็นคนดี   -หนุ่มผมยาวป่วนร้านทองกลางเมืองกาฬสินธุ์ เอาเพชรมาขายแต่ร้านไม่รับซื้อ เดือดท้าต่อย ตร.ที่เฝ้าร้านทอง แถมโชว์เพชรเม็ดงามหายากหลายล้าน ตร.ชี้เป็นผู้บกพร่องทางสติปัญญา ประสานส่ง รพ.จิตเวช ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ชายผมยาวป่วนร้านทอง ยัวะขายเพชรไม่ได้ ท้าต่อย ตร. สุดท้ายถึงรู้เป็นคนสติไม่ดี    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yiQbkMNVQPY

 6,040
การเมืองเข้มข้น
06 ส.ค. 62

'วันนอร์' เดือด ส่ง ส.ส.นราธิวาสแจ้งความ คนใส่ร้ายพรรคประชาชาติ บงการระเบิดป่วนกรุง

ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ได้รับมอบหมายจากนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ เดินทางมาแจ้งความดำเนินคดีกับนายปิยะพงษ์ ประสาททอง เจ้าหน้าที่เพจที่โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กว่า พรรคประชาชาติ เป็นผู้บงการของระเบิดป่วนเมือง เพราะจ้างวานให้คนรุ่นใหม่ชาวจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไปวางระเบิดป่วน กทม. เมื่อวันศุกร์ที่ 2 ส.ค.2562     ซึ่งเป็นการใส่ร้าย สร้างความเสียหายต่อพรรคประชาชาติ ที่มีนโยบายในการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการสันติภาพ ยกเลิกกฏหมายที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมที่เป็นต้นเหตุออก ทั้งกฎอัยการศึกและ พรบ.ฉุกเฉิน ในฐานะที่เป็น สส.ในพื้นที่ขอเร่งให้เจ้าหน้าที่ทำการสืบสวนสอบสวนให้เหตุการณ์ดังกล่าวคลี่คลายโดยเร็ว เพื่อเป็นการปลดล็อกมุมมองพรรคประชาชาติในแง่ลบ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/M-OeFyDERT0

 612
สังคม-อาชญากรรม
06 ส.ค. 62

เตรียมออกหมายจับ 2 ผู้ต้องหาบึ้มศูนย์ราชการ เชื่อเป็นกลุ่มเดิมจากภาคใต้ แต่เลือกใช้คนหน้าใหม่ก่อเหตุ

ความคืบหน้าเหตุระเบิดป่วนกรุงหลายจุด เมื่อวันที่ 2 ส.ค.62 ล่าสุดตำรวจเตรียมออกหมายจับ 2 ผู้ต้องหามือระเบิดศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ หลังได้ภาพวงจรปิดผู้ต้องสงสัยครบถ้วนทุกจุด   โดยมีรายงานว่า รายแรกเป็นชาย อายุ 20-30 ปี สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงขายาวสีน้ำตาล รองเท้าผ้าใบสีดำ สวมหน้ากากอนามัย ใส่หมวกแก๊ปสีขาว สะพายกระเป๋าสีดำคาดที่ลำตัว และกระเป๋าสีเขียวคล้องไว้ที่ไหล่ซ้าย ก่อเหตุวางระเบิดจุดที่ 1 และจุดที่ 2 บริเวณสวนหย่อมหน้าอาคารบี     ส่วนคนที่ 2 เป็นชายอายุ 20-30 ปี สวมหน้ากากอนามัย เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว กางเกงสีเทาดำ รองเท้าผ้าใบสีดำ สะพายกระเป๋าสีดำที่หลัง ถือกระเป๋าสีส้ม ผู้วางระเบิดจุดที่ 3 และจุดที่ 4 หน้ากองบัญชาการกองทัพไทย ห่างจากอาคาร บี 200 เมตร   ขณะที่ความคืบหน้า กรณีผู้ก่อเหตุวางระเบิดหน้ากระทรวงกลาโหม ตำรวจได้เชิญตัวนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง 2 ราย มาสอบถามข้อเท็จจริง หลังจากพบว่า อาจมีส่วนเชื่อมโยงกับรถที่ผู้ต้องหานำมาใช้ แต่ทั้งสองยืนยันให้เพื่อนนักศึกษาด้วยกัน ยืมจยย.และรถยนต์ไปใช้ ไม่คิดว่าจะนำไปก่อเหตุวางระเบิด หน้าสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม     ด้านพลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ระบุผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มเดิมที่วางระเบิด 7 จังหวัดภาคใต้ แต่เลือกใช้คนหน้าใหม่ก่อเหตุ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ลงมือกว่า 15 คน   ขณะที่ญาติและแม่ 2 ผู้ต้องสงสัยคดีวางระเบิดปลอมหน้า สตช.ได้เข้าเยี่ยมลูกชายแล้ว ที่ศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า อ.เมือง จ.ยะลา เผยสบายใจที่ลูกปลอดภัย ส่วนกระทำผิดหรือไม่นั้นให้เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม แต่อย่าให้มีการทำร้ายร่างกายกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/v_86c1qEFPk

 584
สังคม-อาชญากรรม
05 ส.ค. 62

เปิดกล้อง-ล่าตัวผู้ต้องสงสัย 3 จุดป่วนกรุง ด้านแม่ผู้ต้องสงสัยเข้ากรุง วอนจนท.อย่าทำร้าย ยันลูกเป็นคนดี

คืบหน้าเหตุระเบิดป่วนเมืองหลายจุด ทั่วกรุงเทพมหานครเมื่อวันศุกร์ที่ 2 ส.ค.2562 ล่าสุดมีภาพวงจรปิดจากบีทีเอส สามารถจับภาพชายต้องสงสัย 2 คน ซึ่งเชื่อว่ามีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ระเบิดบริเวณลานจอดรถข้างอาคารคิงพาวเวอร์ มหานคร และ บริเวณพุ่มไม้ใต้สะพานลอยสถานีรถไฟฟ้า ช่องนนทรี     โดยหลังก่อเหตุพบว่าชายต้องสงสัยได้เดินทางขึ้นรถไฟฟ้าที่สถานีดังกล่าว โดยชายต้องสงสัยรูปร่างสันทัด สวมหมวก และหน้ากากอนามัย สะพายกระเป๋าผ้า เดินเข้าไปในสถานีรถไฟฟ้า ไล่ๆ กันเพียง 1 นาที ก็พบชายอีกคนสวมหมวก ใส่แว่นตาดำ หน้ากากอนามัย สะพานเป้ เดินเข้าสถานี แต่ไม่ได้เดินไปทางเดียวกัน ก่อนที่จะมาลงสถานีสยามพร้อมกัน โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการติดตามตัว   ส่วนการเกิดระเบิดที่ประตูน้ำ มีภาพผู้ต้องสงสัยเป็นชายลักษณะการแต่งกายกางเกงขาสั้นยาวปกเข่าสีดำ เสื้อเชิ๊ตสีขาว รองเท้าผ้าใบยางสีดำ สะพายกระเป๋าเป้แบบวัยรุ่นสีน้ำเงิน สวมหมวกสีน้ำตาล ปิดบังใบหน้าด้วยหน้ากากอนามัย คาดว่าน่าจะเป็นผู้ก่อเหตุวางเพลิงร้านเสื้อผ้าตลาดดีดี     โดยหลังก่อเหตุได้เรียกรถแท็กซี่จากถนนราชปารถ ไปลงที่ขนส่งสายใต้ เวลา 15.30 น ก่อนจะเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ขนส่งสายใต้แล้วหายไป  อย่างไรก็ตามชุดคลี่คลายคดีอยู่ระหว่างการหากล้องวงจรปิดอื่น ๆ เพื่อเทียบเคียงบุคคลว่าก่อเหตุในพื้นที่อื่น ๆ อีกหรือไม่ ช่วงเวลาเกิดเหตุมีความเชื่อมโยงกันหรือไม่   ส่วนการวางระเบิดที่ศูนย์ราชการ ทั้งหมด 4 จุดนั้น พบผู้ต้องสงสัยเป็นชายสูงประมาณ 165 เซนติเมตร ใส่แว่นกันแดดสีดำ สวมหมวกแก็ปสีดำ ใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาว สีฟ้าอ่อน นุ่งกางเกงลายสีน้ำตาล สะพายกระเป๋าเป้สีดำ ได้เดินทางหลบหนีไปยังห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านแจ้งวัฒนะ เมื่อไปถึงภายในห้างได้เข้าไปในห้องน้ำ ก่อนจะเดินออกมา     ซึ่งพบว่ามีการเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย เป็นใส่แว่นตาดำเช่นเดิม แต่สวมหมวกแก็ปสีเหลือง ใส่หน้ากากอนามัยสีเหลือง สวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้น ลายหัวกะโหลก สีดำ นุ่งกางเกงยีนส์ สีซีด ขาสามส่วน ใส่รองเท้าผ้าใบแบบกีฬาสีแดง ที่ข้อมือซ้ายใส่นาฬิกาสีเหลือง และสะพายกระเป๋าเป้สีดำ เดินออกไปจากห้างดังกล่าว   จากนั้นทางชุดสืบสวนจึงลงพื้นที่ตรวจสอบภายในห้องน้ำแห่งนี้จนพบกระเป๋าเป้ขนาดใหญ่ ระบุตัวอักษรภาษาอังกฤษ Naan เมื่อเปิดดูด้านในพบเสื้อเชิ้ตแขนยาว สีฟ้าอ่อน 1 ตัว กางเกงสแลคขายาว สีน้ำตาลอ่อน 1 ตัว เข็มขัดแบบผ้า สีกรมท่าขีดสีแดง 1 เส้น หมวกแก็ป ระบุตัวอักษรภาษาอังกฤษ BLACK และรองเท้าผ้าใบ แบบสวม สีดำ 1 คู่ ซึ่งเชื่อว่าเป็นของผู้ต้องสงสัยรายนี้ทิ้งไว้ จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน   อย่างไรก็ตามทางตำรวจอยู่ระหว่างทำงาน เร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ต่อไป ทั้งนี้คาดมีผู้ก่อเหตุระเบิดป่วนเมืองกว่า 10 คน อายุระหว่าง 20-25 ปี โดยคาดว่าทั้งหมดมาจากภาคใต้ มีประสบการณ์การเดินทางเข้ากรุงเทพฯพอสมควรด้วยรถทัวร์ แยกย้ายปฏิบัติงานตามคำสั่ง ทุกจุดมีลายนิ้วมือคนร้าย แต่ยังไม่เปิดเผย เกรงเสียรูปคดี   ด้านแม่หนึ่งในผู้ต้องสงสัย ในคดีวางระเบิดหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ได้ เดินทางเข้ามายังกรุงเทพมหานคร โดยใช้รถไฟขบวนรถเร็วที่ 172 สุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส มาลงที่สถานีรถไฟหัวลำโพง เพื่อมาขอเยี่ยมลูกชาย และสอบถามข้อเท็จจริงจากปากลูกชายว่าได้ก่อเหตุจริงหรือไม่     ยืนยันว่า ลูกชายเป็นคนนิสัยดีมาก เดินทางมาเที่ยวกรุงเทพ หลังทำวิจัยเสร็จ เตรียมเรียนต่อปริญญาโท ซึ่งปกติลูกชายมาเที่ยวกรุงเทพแค่ 2-3 ครั้ง และมากับครอบครัว ทั้งนี้ลูกชายไม่ได้บอกว่ามากี่วัน ขณะเดียวกันแม่ได้ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลว่าลูกเดินทางมาถึงวันไหน   ทั้งนี้ เชื่อว่า ลูกชายไม่ได้เป็นคนลงมือก่อเหตุ โดยให้เหตุผลว่า ได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดแล้วไม่เหมือนลูกชายของตนเอง เพราะปกติลูกชายจะเป็นคนเฉื่อยช้ามาก   ด้านตำรวจระบุทั้ง 2 คนปลอดภัยดี จนท.ควบคุมตัวสอบปากคำได้ 7 วัน ระหว่างนี้ญาติสามารถติดต่อเยี่ยมได้ ซึ่งทางนายกรัฐมนตรียืนยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oQuqXOSdgJM

 1,104
สังคม-อาชญากรรม
04 ส.ค. 62

สรุปเหตุระเบิดป่วนกรุง 14 จุด 'ในหลวง-ราชินี' พระราชทานสิ่งของผู้บาดเจ็บ - ยุติธรรมพร้อมดูแลเยียวยา

เกาะติดเหตุระเบิดป่วน กทม. ชุดสืบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล สรุปเหตุการณ์ว่าเกิดเหตุทั้งหมด 14 จุด โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มระเบิดจากการวางระเบิดแสวงเครื่อง ได้แก่ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1 ลูก, ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ 4 ลูก, ลานจอดรถหน้าอาคาร คิงเพาเวอร์ 1 ลูก, พุ่มไม้ใต้สะพานลอย BTS ช่องนนทรี 1 ลูก และถนนพระราม 9 ซอย 57/1 1 ลูก   อีกกลุ่มคือ กลุ่มระเบิดวางเพลิง ได้แก่ที่ โกดังเก็บผ้า ท้ายซอยเพชรบุรี 19, ตึกเช่าตรงข้ามใบหยก 3, ร้านปุ๋ยแฟชั่นใต้ดินตึกอินทราสแควร์, ทางเดินในตลาดเฉลิมลาภ ใกล้แยกประตูน้ำ, ร้านมินิโซ ชั้้น 3 ห้างดังย่านปทุมวัน และร้านขายตุ๊กตา บีมายแบร์ ห้างดังย่านปทุมวัน เหตุการณ์ทั้้งหมดมีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 5 ราย   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศโทภักดี แสงชูโต ผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เชิญแจกันดอกไม้ และตะกร้าสิ่งของพระราชทาน ไปมอบแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 5 ราย    ด้าน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า กระทรวงยุติธรรมมีกองทุนคุ้มครองสิทธิ์และเสรีภาพ ให้กับผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยจะคุ้มครองการดูแลค่ารักษาพยาบาล รวมถึงการฟื้นฟูร่างกาย และชดเชยรายได้ที่สูญหายตามค่าแรงงานขั้นต่ำไม่เกิน 1 ปี      รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/72-SzaR3Kkc

 970

Top