ค้นหา :

ผลการค้นหา "ระเบิดป่วนกรุง"

สังคม-อาชญากรรม
16 ส.ค. 62

'ศรีวราห์' ยัน ส่งสำนวนคดีระเบิดป่วนกรุงให้อัยการแล้ว มั่นใจหลักฐานสาวถึงผู้บงการ!!

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยัน ส่งสำนวนคดีระเบิดให้อัยการได้ทันตามกรอบระยะเวลา 84 วัน มั่นใจพยานหลักฐานเอาผิดถึงผู้บ่งการได้ เตรียมพิจาณาข้อหาก่อการร้าย พร้อมยันยังไม่มีการโอนสำนวนให้กองปราบปราม    (16 ส.ค.62) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรียกประชุมพนักงานสอบสวนคดีระเบิดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดนนทบุรี พร้อมยืนยันว่า ในฐานะที่รับผิดชอบงานสอบสวน และคดีเกี่ยวกับความมั่นคง ตามคำสั่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่มอบหมายตั้งแต่ปี 2561 จึงเรียกพนักงานสอบสวน ตรวจสอบสำนวนคดี ส่วนจะมีการโอนสำนวนคดีนี้ ให้กองปราบปรามรับผิดชอบหรือไม่ เป็นอำนาจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ    ส่วนการสืบสวนคดี เป็นหน้าที่ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและคณะทำงานที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่งตั้งขึ้นมาเอง โดยเบื้องต้น มีการออกหมายจับไปแล้ว 9 หมายจับ แบ่งเป็น หมายจับของสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน 2 หมาย  หมายจับของสถานีตำรวจนครบาลพญาไท 5 หมาย และหมายจับของสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง 2 หมาย รวมผู้ต้องหา 6 คน จับได้แล้ว 2 คน ฝากขังศาลอาญาไปแล้วเมื่อวานนี้ ในคดีที่เกิดท้องที่สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน    ส่วนอีก 4 คน อยู่ระหว่างการติดตามตัว ยืนยัน หมายจับที่ออกทั้งหมด มีตัวตน เลข 13 หลัก ไม่ใช่การออกหมายจับตามภาพ และบางคน พบเคยมีประวัติการก่อเหตุความไม่สงบ ส่วนคดีที่เกิดขึ้น จะเข้าข่ายต้องแจ้งข้อกล่าวหาก่อการร้ายเพิ่มเติมหรือไม่ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างการพิจารณาพยานหลักฐาน และผลตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ว่าเข้าข่ายหรือไม่ พร้อมเชื่อว่าพยานหลักฐานที่มีสามารถเอาผิดไปถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังได้ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังปฏิเสธจะให้ความเห็น เกี่ยวกับกรณีมีกระแสข่าวควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 18 คน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยบอกเพียงว่า เป็นรายละเอียดในสำนวนคดีความมั่นคง ไม่สามารถเปิดเผยได้ ขณะเดียวกัน จะเร่งรัดผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีจำนวนมาก จึงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ เช่น ในส่วนของรถยนต์ มีการตรวจไปแล้ว 17 คัน ซึ่งแต่ละคัน มีการเก็บตัวอย่าง 70-80 ตัวอย่าง   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ผบ.ตร.โอนคดีระเบิดป่วนกรุงให้กองปราบรวมเป็นคดีเดียว เชิญอัยการร่วมสอบ (ออกอากาศเมื่อวันที่ 13-08-2019)    

 712
สังคม-อาชญากรรม
15 ส.ค. 62

คุมตัว 2 ผู้ต้องหาบึ้มป่วนกรุงฯ ฝากขัง ค้านประกันตัว-ออกหมายจับเพิ่มอีก 4 ราย

วันที่ 15 ส.ค. 62 พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน พร้อมหน่วยอรินทราช คุมตัวนายลูไอ แซแง อายุ 22 ปี และนายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุวางระเบิดหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกจากห้องควบคุมผู้ต้องขังที่สถานีตำรวจนครบาลปทุมวันและสถานีตำรวจนครบาลบางรัก ไปฝากขังผัดแรกต่อศาลอาญารัชดา   โดยแจ้ง 4 ข้อหา คือ อั้งยี่ซ่องโจร, มีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครอง, พยายามทำให้เกิดระเบิด, และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน   ซึ่งท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนได้คัดค้านประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีที่อุกฉกรรจ์และป้องกันผู้ต้องหาหลบหนี   โดยการคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนไปฝากขังนั้น ได้ใช้กำลังหน่วยอรินทราชดูแลอย่างรัดกุม พร้อมมีการวางกำลังตำรวจดูแลตลอดเส้นทาง ขณะที่ก่อนนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังวันนี้ หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรือ EOD ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบหาวัตถุต้องสงสัยโดยรอบสถานีตำรวจนครบาลปทุมวันและบางรัก เพื่อให้เกิดปลอดภัย 100%    สำหรับคดีนี้ ศาลอาญา ได้ออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่ม 4 คน คือ นายอัสมี อาบูวะ และนายอุสมาน เปาะลอ ได้ร่วมกันวางระเบิดเพลิงที่บริเวณตลาดทางเดินเฉลิมลาภ, นายอัมรี มะมิง ก่อเหตุที่ร้านปุ๋ยแฟชั่น และนายฮาเเซ แบเล๊าะ ก่อเหตุวางระเบิด 2 จุด บริเวณริมรั้วกองบัญชาการกองทัพไทย ภายในศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ    ขณะที่ทั้ง 4 คน ได้ถูกออกหมายจับในความผิดฐาน เป็นอั้งยี่, ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์, กระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น, ทำใช้ มีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้, พกพาระเบิดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และทำให้เสียทรัพย์คดีระเบิดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร    รวมแล้วคดีนี้ศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหาแล้วจำนวน 6 คน โดยนายลูไอ แซแง และ นายวิลดัน มาหะ ถูกจับได้ในวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ผบ.ตร.แถลงระเบิดป่วนกรุงฯ โยงการเมือง พบมีคนร่วมขบวนการไม่น้อยกว่า 15 คน         

 678
สังคม-อาชญากรรม
14 ส.ค. 62

‘บิ๊กป้อม’ เผย ออกหมายจับเพิ่มอีก 3 มือบึ้ม กทม.

วันที่ 14 ส.ค. 62 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการจับกุมคนร้ายที่ร่วมกันก่อเหตุวางระเบิดในพื้นที่กรุงเทพมหานครว่า ได้มีการออกหมายจับเพิ่มอีก 3 คนแล้ววันนี้ และระหว่างนี้จะเร่งติดตามตัวบุคคลที่ร่วมก่อเหตุในระดับปฏิบัติและหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้ ขอให้เจ้าหน้าที่ทำงาน และรอรายงานความคืบหน้าต่อไป 

 587
สังคม-อาชญากรรม
13 ส.ค. 62

ผบ.ตร.โอนคดีระเบิดป่วนกรุงให้กองปราบรวมเป็นคดีเดียว เชิญอัยการร่วมสอบ

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เซ็นคำสั่งโอนสำนวนสอบสวนคดีระเบิด 17 จุดป่วนกรุง และ 1 จุดใน จ.นนทบุรี ไปให้กองปราบปรามทำสำนวนรวมเป็นคดีเดียว เชื่อเป็นขบวนการใหญ่แก๊งเดียวกัน พร้อมประสานอัยการสูงสุด (อสส.) ส่งคนมาเป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน   เนื่องจากพบข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุผู้บงการเรียกประชุมวางแผนกับชุดจู่โจม ในเขตแดนของประเทศมาเลเซียติดชายแดนไทยพื้นที่ จ.นราธิวาส ก่อนคนร้ายใช้ช่องทางธรรมชาติลักลอบเข้ามาในพื้นที่ประเทศไทยเพื่อก่อเหตุ     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RmsQeDKYJQg

 625
สังคม-อาชญากรรม
10 ส.ค. 62

ผบ.ตร.ลงใต้อีกครั้ง เร่งสอบปากคำผู้ต้องสงสัยบึ้มป่วนกรุง - eod เข้าเก็บกู้ระเบิดเพลิงลูกที่ 17 ซุกห้างดังย่านประตูน้ำ

ความคืบหน้าเหตุระเบิดป่วนกรุง 14 จุด ตั้งแต่วันที่ 1-2 สิงหาคมที่ผ่านมา จนถึงวันนี้เหตุที่เกิดผ่านมา 1 สัปดาห์แล้ว ปรากฎว่าล่าสุดพบอีก 1 ลูก เป็นระเบิดลูกที่ 17 ที่ร้านขายผ้าพันคอ บริเวณชั้น 5 ของสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านประตูน้ำ    พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ รองผุ้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษกองบัญชาการตำรวจนครบาล 191 เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้า รับแจ้งจากพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลพญาไท ให้เข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยร้านขายเสื้อผ้าชื่อดัง บริเวณชั้น 5 ของสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านประตูน้ำ    จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรือ อีโอดี พบเป็นระเบิดแสวงเครื่องแบบเพลิง หรือ ระเบิดเพลิง ชนิดเดียวกันกับที่พบในร้านค้าย่านประตูน้ำ    เบื้องต้นเชื่อว่าระเบิดเพลิงที่พบ เป็นของกลุ่มเดียวกับที่ก่อเหตุเผาร้านค้าย่านประตูน้ำ ซึ่ง เป็นระเบิดเพลิงลูกที่ 8 จากทั้งหมด 17 ลูก ส่วนที่เหลือเป็นระเบิดแสวงเครื่อง 9 ลูกที่เกิดเหตุระเบิด หลายจุดเมื่อวันที่ 2 ส.ค. อาทิ บริเวณศูนย์ราชการถนนแจ้งวัฒนะ,สถานีรถไฟฟ้าช่องนนทรีรวมถึง สำนักปลัดกระทรวงกลาโหม    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และชุดสืบสวน ได้เดินทางลงพื้นที่ภาคใต้อีกครั้ง เพื่อร่วมคลี่คลายคดีระเบิดหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร   ผบ.ตร.ลงใต้ เร่งสอบปากคำผู้ต้องสงสัย ถูกควบคุมตัว คดีระเบิดกทม.เพิ่มเติม   พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมเจ้าห้นาที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางมายังศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า อ.เมืองยะลา จ.ยะลา เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมผู้ต้องสงสัย ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในศูนย์พิทักษ์สันติ โดยเมื่อเดินทางมาถึง พล.ต.อจักรทิพย์ ได้ใช้เวลาในการสอบถามถึงความคืบหน้าของคดี จากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน นานกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนที่จะนำตัวผู้ถูกควบคุมตัว คือ นายวิลดัน มะหะ มาสอบปากคำเพิ่มเติม    โดย ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดำเนินการสอบปากคำผู้ถูกควบคุมตัว ทั้ง 4 คน ที่เกี่ยวข้องในคดีทั้งหมดด้วยตัวเอง โดยพล.ต.อ.จักรทิพย์ เปิดเผยว่า ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ก็หลังจากที่มีปฎิบัติการตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่กรุงเทพ 2 จุด ก็มาสอบถามทางบุคคลที่ได้ควบคุมตัวเอาไว้ว่ามีความเชื่อมโยงกันอย่างไร ก็จะพูดคุยกับทุกคนที่ได้ควบคุมตัวเอาไว้    ขณะนี้กำลังพยายามอยู่ว่า สิ่งที่ได้ไปตรวจค้นที่กรุงเทพทั้งสองจุดนั้นมีความเชื่อมโยงกันได้อย่างไร ส่วนข้อกังวลนั้นก็ต้องทำไป ปัญหามันก็จะมีทุกคดีอยู่แล้ว แต่ก็ต้องเดินหน้าต่อไป เจ้าหน้าที่ทุกนายพร้อมในการทำงาน ในคดีนี้ก็เชื่อว่าจะสามารถปิดคดีได้แต่ก็ต้องใช้เวลา เพราะมีหลายชุด พยานหลักฐานสาวไปถึงที่ไหน ก็ว่าไปตามพยานหลักฐาน สิ่งที่ตนเป็นห่วงก็อยากจะให้จบเร็วๆ เพราะพี่น้องประชาชนเป็นห่วง แต่เจ้าหน้าที่ก็จะไม่ผลีผลาม จะต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ ให้ความเป็นธรรมกับทุกคน   ตามรายงานข่าวระบุว่า สิ่งสำคัญที่เจ้าหน้าที่กำลังตามหาก็คือระดับสั่งการที่อยู่เบื้องหลัง คาดผู้บงการอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน พบความเคลื่อนไหวตั้งแต่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา แกนนำ ลูไอ กับ วิลดัน และอาแบ ไปมาเลเซียเมื่อวันที่ 13 ก.ค. เพื่อที่จะมีการกำหนดจุดเป้าหมาย พอกลับจากมาเลเซียก็เข้ากรุงเทพฯ มาครั้งแรก 20 ก.ค. จากนั้นอาแบ พาลูไอ กับ วิลดัน ไปดูเป้าหมาย หลังจากนั้นก็เริ่มลงมือ มีการซักซ้อมอยู่หลายครั้ง        รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/JrTisoXrqfo

 767
สังคม-อาชญากรรม
09 ส.ค. 62

ผบ.ตร.แถลงระเบิดป่วนกรุงฯ โยงการเมือง พบมีคนร่วมขบวนการไม่น้อยกว่า 15 คน

พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำทีมสืบสวนสอบสวนคดีระเบิดหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แถลงความคืบหน้าภาพรวมของคดี โดยกล่าวถึงเหตุผลความจำเป็นที่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดของคดีได้ก่อนหน้านี้ เนื่องจาก เกรงจะกระทบรูปคดี และส่งผลให้คนร้ายไหวตัวหลบหนี พร้อมขอให้ประชาชนและสื่อมวลชนเข้าใจถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่   ซึ่งหลังเกิดเหตุไม่ถึง 10 ชั่วโมง สามารถจับผู้ต้องหาได้ทันที 2 คน คือ นายลูไอ แซแง อายุ 22 ปี ทำหน้าที่วางระเบิด และนายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี ทำหน้าที่ ดูต้นทางและคุ้มกัน โดยจับได้ที่จุดตรวจปฐมพร จังหวัดชุมพร เบื้องต้น ถูกแจ้งข้อหา อั้งยี่ซ่องโจร / มีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครอง / และพยายามฆ่า    ทั้งนี้ จากการสอบสวนทั้งสองคน เบื้องต้น ให้การที่เป็นประโยชน์ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ โดยระบุได้เพียงว่า อยู่ในระดับปฏิบัติการ และมีการเตรียมการมาเป็นอย่างดี จากการเตรียมชุดมาเปลี่ยนถึง 5 ชุดหลังก่อเหตุ ขณะที่ แผนประทุษกรรม และความเชื่อมโยงของระเบิดแต่ละจุด มองว่า ไม่ประสงค์ถึงแก่ชีวิต      อีกทั้ง จากการตรวจสอบ พบเคยมีประวัติเคยร่วมก่อเหตุโจมตีฐานนาวิกโยธิน ที่จังหวัดนราวาส เมื่อปี 2556 ส่วนประเด็นการจัดหาและจุดประกอบระเบิด มีความเป็นไปได้ทั้งการนำมาจากพื้นที่ภาคใต้ หรือมาจัดหาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยยังไม่สารภาพถึงผลตอบแทนที่ได้รับ    ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังมองว่า เหตุระเบิดที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย ร้อยละ 80-90 เป็นระเบิดทางการเมือง แต่จากเหตุการณ์ครั้งนี้ พบว่า มีการวางแผนอย่างเป็นขั้นตอน จึงยากที่จะทราบถึงจุดประสงค์ที่แท้จริง และกลุ่มใดอยู่เบื้องหลัง แต่จากประสบการณ์ส่วนตัว การก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่เคยมีกลุ่มไหนออกมายอมรับ หรือประกาศว่า เป็นผู้ลงมือ    ด้านพลตำรวจโทสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไล่เรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงวันที่ 1-2 สิงหาคม 2562 ตั้งแต่การพบระเบิดด้านหน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 2 ลูก ช่วงบ่ายวันที่ 1 สิงหาคม จนช่วงเช้าวันที่ 2 สิงหาคม เกิดเหตุระเบิดที่ทางเข้า-ออกศูนย์ราชการอาคาร B 2 ครั้ง / หน้ากองบัญชาการกองทัพไทย 1 ครั้ง / หน้าอาคารมหานคร 2 ครั้ง / หน้าสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม 1 ครั้ง ซึ่งจากพยานหลักฐานที่ตรวจเก็บได้เป็นระเบิดแสวงเครื่อง มีลักษณะการประกอบระเบิดลักษณะเดียวกัน // ส่วนเหตุเพลิงไหม้ที่ร้านค้าย่านประตูน้ำ 4 จุด และร้านค้าย่านสยาม ปทุมวัน อีกจำนวนหนึ่ง เป็นระเบิดแสวงเครื่องเพลิง ซึ่งจากการสืบสวนสอบสวนเหตุทั้งหมดมีความเชื่อมโยงกัน    พร้อมเชื่อว่า ขบวนการที่ก่อเหตุนี้ สามารถแบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มคนกำหนดยุทธศาสตร์ / กลุ่มคนวางแผน สั่งการ กำหนดขั้นตอน วิธีการปฏิบัติ การสรรหาคน / กลุ่มคนช่วยเหลือสนับสนุน ทั้งก่อน ขณะ หลังเกิดเหตุ / และกลุ่มผู้ลงมือปฏิบัติ ซึ่งการสืบสวน ต้องครอบคลุมไปทุกกลุ่ม    โดยเจ้าหน้าที่มีการพูดคุยซักถามนับร้อยคน และมีการควบคุมตัวได้จำนวนหนึ่ง แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ แต่เบื้องต้นที่จับได้ 2 คน เป็นกลุ่มผู้ปฏิบัติ จากที่สืบทราบว่า มีผู้ร่วมก่อเหตุมากกว่า 15 คน พร้อมยอมรับบางคน มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้    ส่วนแรงจูงใจ ยังเปิดเผยไม่ได้ เพียงรับฟังจากมุมมองของระดับปฏิบัติเท่านั้น แต่อาจไม่เข้าถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของคนกำหนดยุทธศาสตร์ แต่ยืนยันได้ว่า ตำรวจมีพยานหลักฐาน หลายอย่างประกอบ ยืนยันตัวผู้กระทำผิด   ขณะเดียวกัน ยังยอมรับ มีผู้ต้องหาบางส่วนเดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว ซึ่งจะต้องประสานหน่วยที่เกี่ยวข้อง สืบสวนสอบสวนต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Bc-xP_V9C_E

 1,309
การเมืองเข้มข้น
08 ส.ค. 62

นายกฯสั่งหา 'มาสเตอร์มายด์' บงการบึ้มป่วนเมือง - ผบ.ตร.ลงใต้สอบเอง 2 ผู้ต้องสงสัยวางระเบิด สตช.

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าเหตุระเบิด ป่วนกรุงเทพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้รายงานความคืบหน้าตลอดเวลา และคดีมีความคืบหน้าตามลำดับ มีการจับตามมา   ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน เพราะไม่ใช่เรื่องการวางระเบิดอย่างเดียวแต่มีคนสนับสนุนในการทำ ทั้งเรื่องยานพาหนะ การขนย้ายอุปกรณ์ และการหามาสเตอร์มายด์ หรือผู้ที่อยู่เบื้อง โดยต้องหาหลักฐานเพิ่มเติม   ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้าหรือศปก.ตร.สน. อ.เมืองจ.ยะลา เพื่อทำการซักถามผู้ต้องสงสัย 2 คนด้วยตนเอง คือนายวิลดัน มาหะ และ นายลูไอ แซแง จากเหตุลอบวางระเบิดหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อวันที่ 1 ส.ค.62   โดย ผบ.ตร.ใช้เวลาในการสอบปากคำผู้ถูกควบคุมตัวทั้ง 3 ราย นานเกือบ 3 ชั่วโมง ซึ่งภายหลังการสอบปากคำเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า จากการสอบปากคำทั้ง 3 รายให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี และมีหลักฐานที่เชื่อว่าจะสามารถออกหมายจับได้ในไม่นานนี้ ส่วนการก่อเหตุใน กทม.นั้นทางเจ้าหน้าที่ยังไม่มีการตัดประเด็นของการก่อเหตุใดๆ ออกไป ซึ่งจะมีการแถลงรายละเอียดความคืบหน้าของคดีดังกล่าวในวันนี้ (8 ส.ค.) ที่กรุงเทพฯ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/s7hhgf_6DAA

 663
สังคม-อาชญากรรม
08 ส.ค. 62

เจออีกระเบิดตกค้าง ซุกพาวเวอร์แบงค์คาร้านเสื้อผ้าย่านประตูน้ำ แต่ทำงานพลาดเลยไม่บึ้ม

เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบร้านไพโรจน์ เบเกอรี่ แต่เปิดเป็นร้านขายเสื้อผ้าย่านราชเทวี หลังพบพาวเวอร์แบงค์ ที่ภายในแกะตัวไส้เดิมออก แล้วเอาตัวซีไทม์เมอร์ (แผงวงจร) เข้าไปใส่แทน โดยตั้งให้ทำงานในเวลาเช้ามืดของวันที่ 2 สิงหาคมผ่านมา วันเดียวกับที่มีเหตุเพลิงไหม้ 3 จุด ย่านประตูน้ำ   แต่จุดดังกล่าวการจุดระเบิดเพลิงของวงจรเกิดความผิดพลาด จึงไม่สามารถทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้เพียงแค่เกิดประกายไฟขึ้นมาแล้วก็ดับ จึงทำให้ไม่เกิดเพลิงไหม้เหมือนทั้ง 3 จุด และได้เก็บกู้ไปตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา   เนื่องจากการตรวจสอบพบว่า ในที่เกิดเหตุทุกจุดจะพบเศษพาวเวอร์แบงค์ จึงเชื่อว่าเหตุเพลิงไหม้ย่านปทุมวัน 2 จุด ซึ่งทางจุดเกิดเหตุได้มีการเก็บหลักฐานและปรับปรุงพื้นที่ใหม่หมดแล้ว แต่ข้อมูลพบเชื่อมโยงกับเหตุที่ย่านประตูน้ำ และนำมาวางในห้วงเวลาเดียวกัน ซึ่งวิธีการประกอบระเบิดเพลิงก็ใช้ชนิดเดียวกัน มักไม่พบเจอในกรุงเทพมหานคร แต่ส่วนใหญ่จะพบในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hRgcx5VU73I

 561
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
08 ส.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 8 ส.ค.62 ระเบิดป่วนกรุงตกค้างอีกลูก-กนง.ลดดอกเบี้ยนโยบาย-หนุ่มขี้ยาดวงเฮงถูกหวยรางวัลที่ 1

-พบอีกระเบิดป่วนกรุงตกค้างร้านเบเกอรี่ย่านประตูน้ำ พบเป็นแบบเดียวกับที่ไฟไหม้ร้านเสื้อผ้า เชื่อเป็นระเบิดเพลิงพาวเวอร์แบงค์ที่คนร้ายวางก่อเหตุพร้อมกัน แต่วงจรการทำงานไม่สมบูรณ์ ผบ.ตร.ลงพื้นที่ยะลา สอบ 3 ผู้ต้องสงสัยด้วยตัวเอง แต่ยังไม่เผยรายละเอียด นัดแถลงความคืบหน้าวันนี้ นายกฯตรวจราชการยะลา เร่งไล่ล่าคนอยู่เบื้องหลังหรือมาสเตอร์มายด์ ยัวไท่ตัดประเด็นใดทั้งหมด ทั้งเรื่องขัดแย้งและความไม่สงบภาคใต้ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ :  เจออีกระเบิดตกค้าง ซุกพาวเวอร์แบงค์คาร้านเสื้อผ้าย่านประตูน้ำ แต่ทำงานพลาดเลยไม่บึ้ม นายกฯสั่งหา 'มาสเตอร์มายด์' บงการบึ้มป่วนเมือง - ผบ.ตร.ลงใต้สอบเอง 2 ผู้ต้องสงสัยวางระเบิด สตช.   -ตร.ล่าโจรชิงทรัพย์แม่ค้าย่านข้าวสาร ใช้เครื่องช็อตไฟฟ้า ค้อนทุบหลัง ชกซ้ำจนฟันร่วงเลือดอาบ ชิงกระเป๋าคาดเอวพร้อมเงินสด 4 หมื่น เหยื่อเล่าโดนก่อเหตุที่ลานจอดรถหน้ากองสลากเก่า ซึ่งเปลี่ยวและมืด ก่อนหนีไปถ.ราชดำเนิน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : แม่ค้า ถ.ข้าวสาร เลือดโชก โดนโจรช็อตไฟฟ้า-ค้อนทุบฟันร่วง ชิงทรัพย์เงิน 4 หมื่นหลบหนี   -นายกฯย้ำกรณีถวายสัตย์ปฏิญาณ ที่ระบุว่ากำลังแก้ปัญหาอยู่ "ไม่มีเจตนาจะทำให้ผิด เชื่อจะเรียบร้อยในที่สุด" วิษณุบอกไม่รู้ว่านายกฯจะหาทางแก้อย่างไร ต้องถามนายกฯเอง ปัดตอบกระทบการทำงานของรัฐบาล หากถูกถามในสภาก็ต้องเป็นหน้าที่ของนายกฯที่ต้องตอบ ในอดีตเคยมีการถวายสัตย์ไม่ครบ แต่ก็มีการแก้ไขตรงนั้นทันที ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นายกฯยันไม่ได้เจตนาทำผิด ปมถวายสัตย์ไม่ครบ 'วิษณุ' ปัดตอบวิธีแก้    ด้านพรรคเพื่อไทยยังไม่ส่งศาลวินิจฉัย ชี้ต้องขอพระราชทานอภัยโทษเพียงอย่างเดียว แต่นายกฯยังมีเสียง ส.ว.และส.ส.ในสภา ให้กลับมาเป็นนายกฯได้อยู่ดี ปิยบุตรถอนกระทู้ถามสดนายกฯในสภา ออกไปเป็นสัปดาห์หน้า เนื่องจากนายกฯติดภารกิจที่ยะลา   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ชัยเกษม แนะ 'บิ๊กตู่' รีบขอพระราชทานอภัยโทษ-ขอเข้าถวายสัตย์ใหม่    -ช่อ พรรณิการ์ ตั้งกระทู้ถามสดพุทธิพงษ์ รมว.ดีอี ถึงมาตรการป้องกันข่าวปลอม จากเหตุระเบิด กทม.ที่ปารีณาโพสต์ใส่ร้ายบิดเบือน พุทธิพงษ์แจงไม่ใช่กฎหมายเพื่อปกป้องใคร ส่วนนอกสภาช่อยื่นฟ้องเอ๋ ข้อหาหมิ่นประมาท จากเหตุโพสต์ใส่ร้ายพรรคอนาคตใหม่เกี่ยวข้องระเบิดป่วนกรุง ยันไม่ต้องการค่าเสียหายหรือติดคุก แต่ต้องการให้สังคมเห็นปัญหาการแชร์ข่าวปลอม มีความผิดอาญา ด้านเอ๋แจ้งความกลับช่อทันควัน ฐานหมิ่นประมาท แถลงข่าวใส่ร้าย ทั้งที่จริงๆตนต่างหากที่โดน fake news มั่นใจชนะคดีแน่นอน ตนถูกกระทำมาตลอด ไม่ทราบใครอยู่เบื้องหลัง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ :  'ช่อ' ถาม 'พุทธิพงษ์' กลางสภา ปมข่าวปลอมระเบิด 'ปารีณา' ร่วมแชร์ด้วย  'ช่อ-ปารีณา' แจ้งความใส่กัน ฐานหมิ่นประมาท แพร่เฟคนิวส์    -บิ๊กตู่ลงพื้นที่ยะลา เปิดใจกินข้าวไม่ค่อยลง เพราะมีคนนินทาเยอะ หวังเอาความดีชนะ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ :  'บิ๊กตู่' ไปยะลาบอก "กินข้าวไม่ค่อยลง เพราะมีคนนินทา" ถูกทุเรียนตำมือ แต่ไม่เจ็บ ไกลหัวใจเยอะ   -ผิดคาด กนง.ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี 3 เดือน จาก 1.75% ต่อปี เป็น 1.50% ด้วยมติไม่เอกฉันท์ 5-2 เสียง ระบุเศรษฐกิจโตต่ำกว่าที่คาด อัตราเงินเฟ้อต่ำกว่าเป้า ชั่งน้ำหนักความเสี่ยงแล้วควรลดดอกเบี้ย จับตาดอกเบี้ยเงินกู้ธนาคารปรับลดลงเช่นกัน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เซอร์ไพรส์! มติ กนง.ลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% หลังเศรษฐกิจไทยชะลอแรง จับตาแบงค์หั่นดอกเบี้ย    -แท็กซี่มีเฮ คมนาคมไฟเขียวขึ้นค่าโดยสาร 10% ถ้ารถติดรถไม่เคลื่อนที่ปรับขึ้นจาก 2 บาท/นาที เป็น 3 บาท/นาที เพิ่มค่าขนส่งสัมภาระและค่าเซอร์ชาร์จแท็กซี่สนามบิน จาก 50 เป็น 70 บาท ขยายอายุรถจาก 9 ปี เป็น 12 ปี แต่ต้องตรวจสภาพทุก 3 เดือน พร้อมแก้กฏหมาย GRAB CAR เปิดทางรถป้ายดำให้บริการได้ เร่งให้กรมขนส่งทำแอปใหม่แทน TAXI OK ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ไฟเขียวขึ้นค่าแท็กซี่ ถ้ารถติดคิดนาทีละ 3 บาท - ขึ้นค่าเซอร์ชาร์จแท็กซี่สนามบินเป็น 70 คิดค่ายกกระเป๋าถ้าเกิน 2 ใบ -ดับฝันกัญชาเสรี รอเก้อ ชี้ปลูกกัญชาบ้านละ 6 ต้น-ใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ ผิดอนุสัญญายาเสพติดให้โทษ ฝ่าฝืนมีโทษหนัก ไทยจะนำเข้ายาที่อยู่ในอนุสัญญานี้ไม่ได้ กระทบวงกว้างคนป่วย-รพ.-สาธารณสุข ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ดับฝันกัญชาเสรี เพื่อความบันเทิง - ปลูกบ้านละ 6 ต้น ผิดอนุสัญญายาเสพติด ฝ่าฝืนโดนโทษหนัก    -หนุ่มขี้ยาดวงเฮงถูกหวยรางวัลที่ 1 รับ 12 ล้าน ซื้อที่ดินปลูกบ้าน ซื้อยาบ้าแจกเพื่อน สุดท้าย โดนรวบตัวคาบ้านที่บ้านแพ้ว สมุทรสาคร ค้นต้นมะม่วงหลังบ้านเจอถุงพลาสติกฝังดิน เจอยาบ้า 31 เม็ด ยอมรับชีวิตเปลี่ยนจากคนงานเก็บผักเป็นเศรษฐี ซื้อที่สร้างบ้านใหญ่โต สารภาพเสพยาประจำ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : คนเก็บผักชีวิตพลิก ถูกหวยรางวัลที่ 1 ได้เงิน 12 ล้าน สร้างบ้านใหญ่โต ซื้อยาบ้าแจกเพื่อน    -รพ.สัตว์ชื่อดังโดนฟ้อง ทำหมาตายจากความผิดพลาดและไม่เชี่ยวชาญของสัตวแพทย์ เรียกค่าเสียหาย 1 ล้านบาท เจ้าของบอกหมามีก้อนเนื้อในปอด จ่ายเงินหลักแสนให้สัตวแพทย์ส่องกล้อง แต่กล้องไปถูกเส้นเลือดใหญ่ทำหมาตาย เจ้าของช็อกสูญเสียหมาสุดที่รัก ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ฟ้อง รพ.สัตว์ดัง 1 ล้าน หมอผ่าตัดพลาด ทำหมาสุดที่รักตาย ทั้งที่จ่ายค่ารักษาหลักแสน    -วงจรปิดจับภาพชายฉุนกระเป๋ารถเมล์สาย 205 เก็บเงินช้า คว่ำมือให้เหรียญตก พูดจาหยาบคาย ก่อนแทงพลเมืองดีที่เข้าไปห้ามบาดเจ็บ หนีไปทาง ถ.พระราม 3 ช่วงเช้ามืด ตร.มั่นใจจับได้แน่ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : คลิปผู้โดยสารหัวร้อนด่ากระเป๋ารถเมล์ พลเมืองดีสุดทน ลุกขึ้นปกป้อง สุดท้ายโดนแทงเจ็บ   -เป้ย ปานวาด ตกใจปั๊มนมให้ลูกกลายเป็นเลือดเต็มขวดนม เป็นลิ่มเลือดผสมออกมา ส่งรูปให้หมอดู หมอบอกสงสัยเส้นเลือดฝอยหัวนมแตก เพราะเครื่องปั๊มแรงเกินไป ด้านแพทย์กรมอนามัยระบุ มีโอกาสเป็นเนื้องอกได้ แนะให้รีบพบแพทย์ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'เป้ย ปานวาด' ตกใจ! ปั๊มนมให้ลูกเลือดทะลักเต็มขวด จิตตกรีบปรึกษาหมอ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SxqvjplmK-4

 14,597
การเมืองเข้มข้น
07 ส.ค. 62

‘ช่อ พรรณิการ์’ ยื่นเรื่องฟ้องหมิ่นประมาท ‘ปารีณา’ โพสต์เฟซบุ๊กกล่าวหาเอี่ยวเหตุระเบิดกรุงฯ

แฟ้มภาพ   วันที่ 7 ส.ค. 62 น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เดินทางมายื่นคำฟ้อง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ต่อศาลอาญาในความผิดเกี่ยวกับการหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 236 และมาตรา 238    จากกรณีการโพสต์เฟซบุ๊กที่มีเนื้อหาให้สังคมเข้าใจผิดว่า ตนเองและพรรคอนาคตใหม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระเบิดในกรุงเทพมหานคร โดยเปิดเผยว่า    การฟ้องดำเนินคดีกับ น.ส.ปารีณา ในข้อหาหมิ่นประมาทเพื่อต้องการให้สังคมเห็นว่า การเผยแพร่ข่าวปลอมและข่าวเท็จ ทำให้เกิดความเสียหายต่อสังคม เรื่องนี้มีความผิดทางอาญาและที่สำคัญเป็นการสร้างความแตกแยกในสังคม จึงไม่อยากให้มีพฤติกรรมแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำซาก แต่ไม่ต้องการให้ถึงขั้นติดคุกติดตารางหรือจ่ายค่าเสียหาย    โดยวันนี้ ได้เตรียมหลักฐานเป็นข้อความการโพสต์เฟซบุ๊กทั้งหมดของ น.ส.ปารีณา รวมถึงข้อความบางส่วนที่ได้ลบออกจากเฟซบุ๊ก แต่ทีมกฎหมายของพรรคสามารถรวบรวมได้ทัน พร้อมยืนยันว่าพรรคอนาคตใหม่จะไม่ใช้การดำเนินคดี เกี่ยวกับความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ แม้ฝ่ายกฎหมายจะเห็นว่าเข้าข่ายการตัดต่อภาพที่ทำให้เกิดความเสียหายแต่พรรคยังย้ำจุดยืนเดิมว่าไม่ต้องการนำ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาใช้ดำเนินคดีเพื่อจำกัดสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นและโจมตีทางการเมือง    น.ส.พรรณิการ์ ยังกล่าวด้วยว่า การฟ้องดำเนินคดีคดีครั้งนี้เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างตนเองกับนางปารีณาไม่เกี่ยวกับพรรค ส่วนกรณีที่นางสาวปารีณา จะแจ้งความดำเนินคดีกลับถือเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคล ซึ่งส่วนตัวยืนยันว่าหลักฐานที่ตนเองดำเนินการฟ้องกลับ น.ส.ปารีณามีหลักฐานที่ครบถ้วน    ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ออกมาระบุว่า การโพสต์ข้อความของ น.ส.ปารีณาบางเรื่องอาจไม่ได้ดำเนินการเองนั้น เรื่องนี้เป็นคดีความระหว่างตนเองกับ น.ส.ปารีณา นายกรัฐมนตรีน่าจะใช้เวลาไปดูแลปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนดีมากกว่า   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : อนาคตใหม่ลุยแจ้งหมิ่นประมาท 'ปารีณา' ด้าน 'บิ๊กตู่' ป้องให้พิสูจน์ก่อน บางทีอาจไม่ได้โพสต์เอง        

 963
การเมืองเข้มข้น
07 ส.ค. 62

'บิ๊กป้อม' เชื่อระเบิดป่วนกรุงโยงชายแดนใต้ - ผบ.ทบ.ชี้กลุ่มเดิมๆไม่ยอมรับกติกา หวังดิสเครดิตรัฐบาล

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เผยความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวนเรื่องคดีระเบิดในกรุงเทพฯ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีอะไรเพิ่มเติมอยู่ในระหว่างการสอบสวนความเชื่อมโยง กันอย่างไรบ้าง รวมถึงพยานหลักฐาน เนื่องจากมาหลายทางด้วยกัน ซึ่งยอมรับว่าเป็นเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้แต่กำลังตรวจสอบอยู่ว่ามีใครอยู่เบื้องหลัง ในส่วนของแหล่งที่มาวัตถุระเบิดที่ใช้ก่อเหตุนั้นก็มาจากหลายที่ด้วยกันเนื่องจากมีการเตรียมการกันมา   เมื่อถามว่าจะให้ความมั่นใจต่อประชาชนอย่างไรบ้าง พลเอกประวิตร กล่าวว่า ในส่วนของหน่วยงานความมั่นคงเราก็มีการบูรณาการ ทั้งในส่วนของ กอ.รมน ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร ทำงานร่วมกันในการดูแลในเรื่องการรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนในชีวิตและทรัพย์สินซึ่งตนก็ได้สั่งการไปหมดแล้ว อย่างไรก็ตามเชื่อมั่นว่ากลุ่มก่อความไม่สงบในภาคใต้ไม่ได้มีแนวคิดที่จะขยายพื้นที่การก่อเหตุ ซึ่งจะขึ้นมาเป็นงานไป   เมื่อถามว่านอกจากพื้นที่กรุงเทพมหานครแล้วทางการค้าแจ้งเตือนพื้นที่อื่นอีกหรือไม่ พลเอกประวิตร กล่าวว่า ไม่มี ขอให้ได้มีการสอบสวนข้อมูลจากผู้ต้องหาก่อน   เมื่อถามว่ามีมาสเตอร์มายด์ อยู่ข้างหลังใช่หรือไม่ พลเอกประวิตร กล่าวว่า ต้องมีแน่นอน ถ้าไม่มีคนเหล่านี้จะมาอย่างไร   เมื่อถามย้ำว่า มาสเตอร์มายด์ คือ ฝ่ายกลุ่มการเมืองใช่หรือไม่ พลเอกประวิตร กล่าวว่า ยังไม่ทราบไม่รู้และไม่ขอบอก ส่วนเรื่องที่ฝ่ายค้านจากตั้งกระทู้ถามถึงการถวายสัตย์ของคณะรัฐมนตรีไม่ครบถ้วนนั้น ขอให้ถามนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งตนไม่ทราบ   ด้านพลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า ตอนนี้เกิดความสับสนในข้อมูล ไม่อยากโทษสื่อมวลชน แต่การให้ข่าวทางโซเชียลมีเดียหรือสื่อต่างๆ ต้องอ้างอิงข้อมูลจากตำรวจ อย่ามโนกันไปเอง เพราะตอนนี้มีการสร้าง Fake news หรือข่าวปลอมที่มีอิทธิพลต่อสังคม ซึ่งรัฐบาลกำลังตั้งศูนย์ต่อต้าน Fake news เช่นเดียวกับหลายประเทศ   ผบ.ทบ. ชี้ว่าตอนนี้มีการสร้างข่าวออกมาเพื่อเบี่ยงเบนหรือโยนประเด็นให้เกิดความขัดแย้ง ทั้งที่รัฐบาลกำลังไปได้ด้วยดี มีการเลือกตั้งแล้ว และยังทำงานได้ไม่กี่วันก็มีเหตุระเบิด ส่วนการตั้งคำถามของนักข่าวก็อยากให้ถามในเชิงสร้างสรรค์ ไม่ใช่ทำให้เกิดความแตกแยก   ผบ.ทบ. ยังเรียกร้องให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาหรือที่เรียกว่า Neighbor Watch เพราะประเทศไทยคือบ้านของทุกคน หากพบวัตถุต้องสงสัยก็ให้ช่วยกันแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ   ส่วนสาเหตุการวางระเบิด ผบ.ทบ.เชื่อว่า คนก่อเหตุต้องการให้เกิดความไม่เชื่อมั่นต่อรัฐบาล ในช่วงที่มีการประชุมผู้นำอาเซียน ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น เพราะเคยเกิดขึ้นแล้วสมัยการประชุมอาเซียน ที่พัทยา ภูเก็ต และ หัวหิน ซึ่งตนเองได้อยู่ในเหตุการณ์โดยตลอด ไม่อยากบอกว่าเป็นฝ่ายใด แต่คนดีๆเขาไม่ทำกันและรัฐบาลจะทำร้ายตัวเองเพื่ออะไร   ผบ.ทบ.อธิบายความหมายคำว่า "กลุ่มเดิมๆ" ที่อยู่เบื้องหลังการก่อเหตุ ว่า คือคนที่วางแผนหรือออกความคิด ที่เรียกว่า Master mind ซึ่งคนกลุ่มนี้ไม่ยอมรับกฎ กติกา ไม่ใช้เวทีสภา โดยทำกันเป็นขบวนการ ซึ่งตามยุทธวิธีต้องมีคนสั่งการ คนวางแผน และคนปฎิบัติ lแต่จะสืบหาไปถึงคนต้นคิดได้ยากได้แต่คาดเดาและใช้เวลาในการหาหลักฐาน   "คำว่ากลุ่มเดิมๆที่ผมหมายถึงก็คือกลุ่มเดิมที่เป็น Master mine ในความคิดที่จะก่อเหตุไม่สงบในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการวางระเบิด หรือการทำ Fake new คือการบ่อนทำลายประเทศแบบหนึ่งเหมือนกัน"   อย่างไรก็ตาม ผบ.ทบ. ปฎิเสธตอบคำถามว่ากลุ่มเดิมๆ คือที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาลหรือไม่ โดยกล่าวไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม ตนไม่ขอกล่าวโทษ เพราะไม่สามารถพูดในฐานะนักการเมือง เนื่องจากไม่มี คสช.แล้ว แต่พูดได้ในฐานะฝ่ายความมั่นคง ไม่ได้อ้างอิงถึงการเมือง ส่วน Master mine สามารถอยู่ได้ทุกแห่งในโลกนี้ ไม่ว่าจะในประเทศหรือนอกประเทศ อาจจะอยู่ในโลกออนไลน์ หรือ โซเชียล ก็ได้   เมื่อถามว่าจะมั่นใจหรือไม่ว่าจะสามารถขยายผลไปยังผู้บงการวางระเบิด ผบ.ทบ. กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับขีดความสามารถของตำรวจในการซักถาม ซึ่งต้องใช้เวลาเพราะอาจจะมีการตัดตอน จึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะยิ่งนานวันยิ่งมีความลึกลับซับซ้อนของกระบวนการทุกอย่าง เพราะเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนช่วย ช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงง่าย แต่ในทางกลับกันทำให้เข้าถึงตัวผู้บงการได้ยาก   ส่วนกรณีที่ผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมมีภูมิลำเนาในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะมีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่. ผบ.ทบ. กล่าวสั้นๆ ว่าให้ไปถามเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zQZEn3l4VH8

 766
สังคม-อาชญากรรม
07 ส.ค. 62

รวบ 'อาแบ' ตัวการใหญ่ระเบิดป่วนกรุง ขณะหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน นายกฯเผยจับผู้ต้องสงสัยได้ 9 ราย

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นหลายจุดในกรุงเทพมหานครว่า มีการรายงานตนให้ทราบทุกๆ ซึ่งวันนี้ก็มีความคืบหน้าไปมากและอยู่ในขั้นตอนสืบสวนสอบสวน ต้องทำให้รอบคอบเพราะมีทั้งพยายานบุคคลและวัตถุพยาน เพื่อดำเนินการเอาคนผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม โดยเบื้องต้นสอบสวนไปแล้ว 9 ราย ยืนยันรัฐบาลจะทำเรื่องนี้ให้ดีที่สุด และขอบคุณเจ้าหน้าที่รวมถึงประชาชนที่ร่วมกันเป็นหูเป็นตาและประชาชนถือเป็นส่วนสำคัญในการช่วยภาครัฐ   มีรายงานล่าสุดจากสืบสวนสอบสวน บช.น.ได้ร่วมกับชุดสืบสวน บช.ภ.9 เข้าตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาอีกหลายจุด โดยเฉพาะนายอาแบ หรือแบรี ผู้ต้องหาตัวสำคัญ หัวหน้าของกลุ่มมือวางระเบิดได้แล้ว สามารถติดตามจับกุมได้บริเวณตะเข็บชายแดนภาคใต้ ขณะกำลังหลบหนีออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยนายอาแบ หรือแบรี เป็นคนที่นำระเบิดให้นายลูไอและนายวิลดันพร้อมพวก บริเวณข้างห้างเจเจ มอลล์ ย่านจตุจักร กทม. เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ก่อนผู้ร่วมขบวนการจะนำระเบิดไปวางที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติและจุดอื่นๆ   จากการตรวจสอบข้อมูลทราบว่า นายอาแบ หรือแบรี เข้ามาดูลาดเลาและเตรียมการล่วงหน้า โดยนั่งเครื่องบินภายในประเทศมาลงที่สนามบินดอนเมือง เมื่อวันที่ 22 ก.ค. มีการวางแผนร่วมกับผู้ร่วมก่อเหตุที่หอพักเพื่อนสาวแห่งหนึ่ง อยู่ระหว่างตรวจสอบ นอกจากนี้ได้นัดพบปะกับพรรคพวกที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านรังสิต จ.ปทุมธานี โดยใช้รถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีขาว เป็นพาหนะ มีรายงานล่าสุดว่า ชุดสืบสวนสามารถติดตามยึดรถเก๋งคนร้ายได้แล้ว เตรียมส่งให้เจ้าหน้าที่ พฐ.ตรวจสอบหาหลักฐานเพิ่มเติมและดีเอ็นเอของคนร้าย   สำหรับข้อมูลการสืบสวนกลุ่มก่อเหตุ ตำรวจพบว่ามีจำนวน 15 คน ก่อเหตุทั้งหมด 14 จุด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่ง 3 จุด คือ สยามพารากอน / สยามเซ็นเตอร์ และห้างแพลตตินัม เป็นจุดที่ไม่ปรากฎเป็นข่าวก่อนหน้านี้ ซึ่งตำรวจสามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้ล่าสุด ว่าเป็นการวางระเบิดเพลิงเช่นเดียวกับที่ตลาดไซด์วอร์ค ประตูน้ำ แต่เหตุเพลิงไหม้ไม่รุนแรงมากนัก และเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้อย่างรวดเร็ว   ส่วนกลุ่มผู้ก่อเหตุในจุดอื่นนั้น หลายจุดตำรวจพบเส้นทางการก่อเหตุ ในลักษณะเดียวกัน แต่ยังไม่สามารถยืนยันว่า ทั้งหมดรู้จักกันหรือไม่ ซึ่งมีการเดินทางมาจากอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เข้ามาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ก่อนเกิดเหตุประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อศึกษาเส้นทาง ดูลาดเลา และวางแผนก่อเหตุ โดยไม่มีการนำระเบิดที่ใช้ก่อเหตุติดตัวมาด้วย แต่มานัดรับในพื้นที่กรุงเทพมหานคร   ขณะที่นายลูไซ แซแง และนายวิลดัน มาหะ ผู้ต้องสงสัยวางระเบิดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ถูกควบคุมตัวโดยใช้กฎหมายพิเศษ ด้านความมั่นคง ตำรวจพบว่า ก่อนเกิดเหตุมีการเดินทางออกนอกประเทศ ทางด่านนราธิวาส ก่อนจะเดินทางกลับเข้าประเทศ และเดินทางมาก่อเหตุในกรุงเทพมหานคร   เบื้องต้นจากการสอบสวน นายลูไซและนายวิลดัน ให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง แต่ไม่ทราบข้อมูลในจุดอื่นๆ ซึ่งตำรวจไม่ปักใจเชื่อ เพราะการตรวจสอบประวัติทั้ง 2 คน มีหมายจับคดีความมั่นคง เป็นบุคคลที่อยู่ในบัญชีแนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ด้วย   จากข้อมูลจากชุดทำงานคดีนี้ มีรายงานเพิ่มเติมอีกว่า จากผลการขยายผลสอบปากคำ ได้คุมตัวผู้ต้องสงสัย ไปสอบปากคำ เพิ่มอีก 2 คน ซึ่งมีความสัมพันธ์เป็นพี่เขย ของ 1 ใน ผู้ต้องหาวางระเบิด หน้า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ   ซึ่งจากการสืบสวนพบว่าผู้ต้องสงสัย 1 ใน 2 คนล่าสุดที่มีการคุมตัวมาก่อนหน้านี้ ทำหน้าที่ส่งระเบิดให้ผู้ปฏิบัติการทั้งสามคนคือนายอาแบ โดยทำหน้าที่สำรวจพื้นที่วางเป้าหมายทำงานให้ผู้ปฏิบัติการ จากการสอบปากคำนักศึกษา มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งให้ข้อมูลว่า นายอาแบ เป็นรุ่นพี่ และวานให้ขับขี่รถจักรยายนต์พามาที่ศูนย์ราชการ   ทั้งนี้สรุปข้อมูลการก่อเหตุระเบิดในกรุงเทพมหานคร ล่าสุด กลุ่มก่อเหตุมีประมาณ 15 คน แบ่งการก่อเหตุ ก่อเหตุทั้งหมด 14 จุด ได้แก่   หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 2 คน / หน้าอาคารคิงพาวเวอร์มหานคร บีทีเอสช่องนนทรี ท้องที่สน.ยานนาวา 2 คน / ตลาดไซด์วอร์ค ย่านประตูน้ำ ท้องที่สน.พญาไท 4 คน / ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ พื้นที่สน.ทุ่งสองห้อง 2 คน / หน้าสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ท้องที่สภ.ปากเกร็ด 1 คน / ห้างสยามพารากอนและสยามเซ็นเตอร์ ท้องที่สน.ปทุมวัน 2 คน และห้างแพลตตินัม ท้องที่สน.พญาไท อีก 2 คน   นอกจากนี้ยังมีรายงานอีกว่า จากข้อมูลทั้งหมดที่มีตอนนี้ ตำรวจจะสามารถออกหมายจับผู้ก่อเหตุเบื้องต้นอย่างต่ำ 7 ราย คือ มือวางระเบิดตลาดไซด์วอร์ค ย่านประตูน้ำ 4 คน / ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ 2 คน และหน้าสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม 1 คน แต่ยังคงต้องรอพยานหลักฐานด้านนิติวิทยาศาสตร์  มาสนับสนุนหลักฐานที่มีทั้งหมดอีกครั้ง ค่ดว่าจะได้ผลนิติวิทย์ในอีกประมาณ 2-3 วันต่อจากนี้   ด้านเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรืออีโอดี ได้ตรวจสอบที่้เกิดเหตุแต่ละจุดพบหลักฐานหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือ ไอซีไทเมอร์ หรือไอซีตั้งเวลา ที่เมื่อนำไปเทียบเคียงกลับพบว่ารูปแบบการประกอบระเบิดและวัสดุที่นำมาใช้ในครั้งนี้คล้ายกับเหตุระเบิดในพื้นที่ 3 จังหวัดของภาคใต้แทบจะทั้งหมด ซึ่งข้อมูลทั้งหมดเป็นหนึ่งในพยานหลักฐานสำคัญที่ตำรวจใช้ประกอบสำนวนคดีเพื่อเตรียมขอศาลออกหมายจับผู้ก่อเหตุในคดีนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YQRa61z9dyA

 435
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
07 ส.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 7 ส.ค.62 ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดสุเทพ-สงครามค่าเงิน-เด็ก ป.6 แทงรุ่นพี่ ม.3-อย.สั่งเก็บเต้านมเทียม

-สำนักพระราชวัง ออกแถลงการณ์ เรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯ ไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ฉบับที่ 2 ความว่า     คณะแพทย์ผู้ถวายรักษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้รายงานว่า พระอาการประชวรจากการติดเชื้อของทางเดินหายพระทัย ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ดีขึ้นแล้ว ไม่ทรงมีพระปรอท (ไข้) ทรงพระกรรสะ (ไอ) ลดลงมาก รับสั่งได้ดี เสวยพระกระยาหารได้ดี   คณะแพทย์จึงได้ขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินกลับ ไปประทับที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ในวันที่ 6 สิงหาคม พุทธศักราช 2562 จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระอาการประชวรดีขึ้น เสร็จกลับพระตำหนักจิตรลดา   -นายกฯระบุจับได้แล้ว 9 ผู้ต้องสงสัยระเบิดป่วนกรุง รบ.จะทำเรื่องนี้ให้ดีที่สุด ขอขอบคุณทุกฝ่าย มีรายงานจับตัวการสำคัญขณะพยายามหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมยึดรถเก๋งที่ใช้ดูเป้าหมายใน กทม.บินมาลงดอนเมืองก่อนก่อเหตุ นัดวางแผนที่หอพักและร้านอาหารย่านรังสิต ฝ่ายความมั่นคงคุมตัวได้อีก 2 คนที่นราธิวาสตามคำซัดทอด 2 คนวางระเบิด สตช. แท็กซี่เผยได้ยินเสียงสำเนียงใต้ สรุปมีผู้ก่อเหตุ 15 คน มีจุดเกิดเหตุอีก 3 ห้างดัง ไม่ปรากฏเป็นข่าว โยงระเบิดเพลิงย่านประตูน้ำ คาดออกหมายจับได้อย่างต่ำ 7 ราย การประกอบระเบิดคล้าย 3 ชายแดนใต้ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : รวบ 'อาแบ' ตัวการใหญ่ระเบิดป่วนกรุง ขณะหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน นายกฯเผยจับผู้ต้องสงสัยได้ 9 ราย    -ผบ.ทบ.ระบุความคืบหน้าระเบิดป่วนกรุง เพราะต้องการสร้างความไม่เชื่อมั่นช่วงที่มีผู้นำต่างชาติมาประชุม ไม่อยากบอกว่าเป็นฝ่ายใด แต่เป็นกลุ่มเดิม ไม่ยอมรับกฎกติกาในสภา วอน ปชช.อย่าเชื่อข่าวโซเชียลที่ไม่ผ่านการแถลงของ ตร.วร้างข่าวปลอมให้เกิดความขัดแย้ง  ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'บิ๊กป้อม' เชื่อระเบิดป่วนกรุงโยงชายแดนใต้ - ผบ.ทบ.ชี้กลุ่มเดิมๆไม่ยอมรับกติกา หวังดิสเครดิตรัฐบาล     -ประยุทธ์ยอมรับพยายามแก้ปัญหาปมนำ ครม.ถวายสัตย์ไม่ครบที่ฝ่ายค้านโจมตี เตรียมยื่นกระทู้ถามและอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยืนยันทำอย่างครบถ้วน ด้านปธ.วิปฝ่ายค้านยันจะยื่นกระทู้สดในสัปดาห์นี้ จะยังไม่ยื่นต่อศาลวินิจฉํย เพราะอยากให้นายกฯพิจารณาเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ชี้เป็นเรื่องของจิตสำนึกและละเอียดอ่อน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นายกฯ แจงจะแก้ปมถวายสัตย์ด้วยตัวเอง ฝ่ายค้านจี้ให้สำนึกเอง ก่อนยื่นศาลวินิจฉัย     -นายกฯระบุจากนี้ไม่มีการจัดรายการนายกฯพบ ปชช.เหมือน 5 ปีก่อน ถ้ามีก็จัดเป็นครั้งคราว ไม่พูดผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจหากไม่จำเป็น   -ป.ป.ช.มีมติเอกฉันท์ชี้มูลความผิดอาญา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี กรณีทุจริตโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจ (ทดแทน) จำนวน 396 แห่ง เป็นเหตุให้สำนักงานตำแหน่งแห่งชาติ(ตร.) ได้รับความเสียหายเป็นเงิน 1,728 ล้านบาท โดยมีมูลความผิดอาญา มาตรา 157 รวมทั้งการสร้างแฟลตที่พักข้าราชการตำรวจ 163 แห่ง เป็นเหตุให้ ตร.เสียหายเป็นเงิน 3,994 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นกรรมเดียวกับกรณีสร้างโรงพัก ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : มติ ป.ป.ช. ชี้มูล 'สุเทพ' พร้อมพวก ทุจริตสร้างโรงพักทดแทน-แฟลตตำรวจ   -ครม.เตรียมรับมือสงครามค่าเงิน สมคิดรายงาน ครม.3เหตุการณ์เศรษฐกิจโลกกระทบไทย ได้แก่สงครามการค้า-การประท้วงฮ่องกง-ค่าเงินหยวนอ่อนค่า โดยเฉพาะมีการใช้ค่าเงินให้ได้เปรียบทางการค้า เงินหยวนอ่อนค่ามากสุดในรอบ 11 ปี กระทบการท่องเที่ยว-ส่งออก-อสังหาริมทรัพย์ไทย วอนรัฐใช้ยาแรงแก้สถานการณ์ด่วน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'สมคิด' จี้แก้เศรษฐกิจไทยโดนรุมเร้า สงครามการค้า-การประท้วงฮ่องกง-ค่าเงินหยวนอ่อนค่า    -เด็ก ป.6 แทงรุ่นพี่ ม.3กลางอกทะลุปอด เจ็บสาหัส เหตุทะเลาะเบิ้ลเครื่องเสียงดังหลังเลิกเรียน เกิดเหตุชกต่อยกัน ก่อนแทงรุ่นพี่และขว้างก้อนอิฐใส่ก่อนหลบหนี ล่าสุดอาการเด็กปลอดภัย มือแทงอ้างถูกหาเรื่องก่อน สู้ไม่ได้เลยต้องใช้มีดป้องกันตัว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ป.6 ขาโหด แทงรุ่นพี่ ม.3 ฉุนเบิ้ลเครื่องใส่ ลามต่อยกันกลางถนน สู้ไม่ไหวเลยต้องใช้มีด    -9 ปีที่รอคอย ครอบครัวแพรวามอบอำนาจหนุ่ม กรรชัย นำแคชเชียร์เช็ควางศาล 41.7 ล้าน ยังขาดอีก 8 แสนบาทเพราะคำนวณยอดผิด ยันจะนำมาวางเพิ่มเร็วๆนี้ แม่แพรวาเปิดใจทางโทรศัพท์กลางโหนกระแส ยันไม่ได้นิ่งดูดาย กราบขออภัยและขออโหสิกรรมแทนลูกสาว ถ้ามีโอกาสอยากจะขอกอดญาติผู้เสียหายสักครั้ง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ครอบครัวแพรวา นำเช็ค 41.7 ล้านวางศาลชดใช้เหยื่อ แม่บอกรอแพรวาหายป่วย แล้วจะไปขอโทษทุกคน   -อย.สั่งเก็บเต้านมเทียมซิลิโคนผิวขรุขระด่วน หลังมีผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง 800 คนทั่วโลก มีคนไทยร่วมด้วย เผยไทยนำเข้าเกือบ 3 หมื่นชิ้น ใช้ไปแล้วหมื่นกว่าชิ้น นิยมใช้เพราะโอกาสทำให้เกิดพังพืดน้อย ยังไม่ชัดก่อมะเร็ง แต่จะเป็นต้องเรียกคืนเพื่อเฝ้าระวัง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : อย. เรียกคืนเต้านมเทียมซิลิโคนแบบขรุขระ หลังพบเสี่ยงมะเร็งต่อมน้ำเหลือง   -วิน จยย.โหดถีบ จยย.คันอื่นล้มกลางถนนเลียบคลองรังสิต เคราะห์ดีรถยนต์ที่ตามมาเบรคทัน ล่าสุดเข้ามอบตัว อ้างไม่ดุถีบแต่แค่ป้องกันตัว อ้างแค่ยกเท้าป้องกันตัว เพราะคู่กรณีขับชนเกือบโดนขาลูกสาวที่ซ้อนท้าย และด่าทอก่อน ตร.แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : วินถีบ จยย.ล้มกลิ้งกลางถนน เจ้าตัวโต้ไม่ได้ถีบ แค่ยกเท้าป้องกันตัว เผยถูกคู่กรณีขับชน-ด่าทอก่อน   -ตามหาวุ่นลุงเคนขายโจ๊ก หายตัวหลังเปิดรับบริจาคเงิน เพื่อนบ้านเสียงแตกเป็น 2 ฝั่งจนจริงหรือสร้างเรื่องหลอกลวง แถมลือมีรถเก๋งมารับถึงที่ก่อนหายตัว ล่าสุดคนขับรถเก๋งแสดงตัวพาลุงไปดูรถเข็นที่จะบริจาคแล้วก็พากลับมาส่ง สำนักเขตลงพื้นที่ตรวจสอบ ลุงบอกไปหาหมอก่อนไปธนาคาร ยอดบริจาคพุ่ง 7 หลัก ตั้งใจเอาไว้รักษาตัว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เปิดบัญชีเงินบริจาค ตาเคนขายโจ๊กทะลุ 7 หลัก หนุ่มรถเก๋งแสดงตัว แจงพาไปดูรถเข็นใหม่ เพื่อนบ้านยันเป็นคนดี   -หนุ่มผมยาวป่วนร้านทองกลางเมืองกาฬสินธุ์ เอาเพชรมาขายแต่ร้านไม่รับซื้อ เดือดท้าต่อย ตร.ที่เฝ้าร้านทอง แถมโชว์เพชรเม็ดงามหายากหลายล้าน ตร.ชี้เป็นผู้บกพร่องทางสติปัญญา ประสานส่ง รพ.จิตเวช ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ชายผมยาวป่วนร้านทอง ยัวะขายเพชรไม่ได้ ท้าต่อย ตร. สุดท้ายถึงรู้เป็นคนสติไม่ดี    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yiQbkMNVQPY

 6,040
การเมืองเข้มข้น
06 ส.ค. 62

'วันนอร์' เดือด ส่ง ส.ส.นราธิวาสแจ้งความ คนใส่ร้ายพรรคประชาชาติ บงการระเบิดป่วนกรุง

ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ได้รับมอบหมายจากนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ เดินทางมาแจ้งความดำเนินคดีกับนายปิยะพงษ์ ประสาททอง เจ้าหน้าที่เพจที่โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กว่า พรรคประชาชาติ เป็นผู้บงการของระเบิดป่วนเมือง เพราะจ้างวานให้คนรุ่นใหม่ชาวจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไปวางระเบิดป่วน กทม. เมื่อวันศุกร์ที่ 2 ส.ค.2562     ซึ่งเป็นการใส่ร้าย สร้างความเสียหายต่อพรรคประชาชาติ ที่มีนโยบายในการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการสันติภาพ ยกเลิกกฏหมายที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมที่เป็นต้นเหตุออก ทั้งกฎอัยการศึกและ พรบ.ฉุกเฉิน ในฐานะที่เป็น สส.ในพื้นที่ขอเร่งให้เจ้าหน้าที่ทำการสืบสวนสอบสวนให้เหตุการณ์ดังกล่าวคลี่คลายโดยเร็ว เพื่อเป็นการปลดล็อกมุมมองพรรคประชาชาติในแง่ลบ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/M-OeFyDERT0

 612
การเมืองเข้มข้น
06 ส.ค. 62

นายกฯประณามมือวางระเบิดป่วนกรุง ชั่วร้าย-ใจดำ ลั่นรัฐบาลไม่ทำเพื่อดิสเครดิตตัวเอง

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนสถานการณ์ระเบิดป่วนกรุง เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2562 ว่า   เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบ ซึ่งทราบว่ามีการเกี่ยวพันกับหลายคน ส่วนสาเหตุในการวางระเบิดนั้น ยังไม่ทิ้งสาเหตุใดต้องมีการตรวจสอบหลายเหตุการณ์ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องเหล่านี้โดยเฉพาะในเรื่องภาคใต้คงต้องมีการหารือและสอบสวนกันต่อไป ขอให้ใจเย็นๆ วันนี้ได้ทราบถึงตัวผู้เกี่ยวข้อง เป็น10คนที่ต้องติดตามตัวมาสอบสวนต่อไป พร้อมทั้งขออย่ากดดันเจ้าหน้าที่ในการทำงาน   "เพราะเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ในโลกที่ก็มีให้เห็นอยู่ คนเราแตกต่างกันด้านความคิด ตนไม่ได้มุ่งหมายว่าเหตุที่เกิดขึ้นมาจากกลุ่มใด แต่การให้ข่าวช่วงแรกเป็นการเปรียบเทียบเรื่องดังกล่าวทั้งนี้ยังไม่ตัดประเด็นแรงจูงใจเรื่องใดออกไป เมื่อดูเหตุการณ์ตั้งแต่อดีตจะมีความยึดโยงกัน"   ส่วนกรณีที่แม่ผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับตัวแสดงความเป็นห่วงลูกชายนั้น พลเอกประยุทธ์ ระบุว่า แม่ทุกคนห่วงลูกเป็นธรรมดา แต่ก็ต้องตรวจสอบไปตามวัตถุพยานและกล้องซีซีทีวี ซึ่งต้องฟังความทั้ง2 ฝั่ง ส่วนผู้บาดเจ็บจากเหตุระเบิด ได้ให้กระทรวงสาธารณสุขและตำรวจเข้าไปดูแลแล้ว   พลเอกประยุทธ์ กล่าวประณามคนที่ก่อเหตุระเบิดในครั้งนี้ว่าเป็นการกระทำที่ชั่วร้าย เพราะถ้าเกิดที่ใดก็ตามก็มีปัญหาหมด โดยเฉพาะเกิดขึ้นในระหว่างที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน คนที่ทำถือว่าใจร้ายใจดำ เป็นคนที่ใช้ไม่ได้ คนพวกนี้ต้องถูกลงโทษ ที่ทำให้ประเทศวุ่นวาย เพราะขณะนี้ประเทศกำลังเดินหน้า โดยรัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตย   พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่าครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการบูรณาการการทำงานด้านการข่าว การพิสูจน์หลักฐาน รวมทั้งการชี้แจงข้อมูลร่วมกัน ซึ่งตนฟังทุกคน และชื่นชมกล้องซีซีทีวีทุกตัว ที่ใช้งานได้ จนทำให้สามารถตรวจสอบหาความเชื่อมโยงได้ไปถึงหลายกลุ่ม และส่วนตัวได้ให้กรอบการทำงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่าใดนั้นคงไม่กำหนดระยะเวลาทำงาน   อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจมีน้อย มีประมาณ 3 แสนคนส่วนประชาชนมี70ล้านคน ก็ต้องใช้ความร่วมมือจากประชาชนช่วยกันเฝ้าระวังเป็นหูเป็นตาและแจ้งเบาะแส ถ่ายรูป และเมื่อรูปนั้นตรงกับที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการก็จะได้รวดเร็วและเป็นการแบ่งเบาภาระให้ตำรวจด้วย เพราะความปลอดภัยเป็นเรื่องของทุกคน โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวและพื้นที่ธุรกิจรวมถึงพื้นที่ในการประชุมที่สำคัญที่ต้องช่วยกันดูแล   ส่วนที่คนมองว่าการก่อเหตุระเบิดเป็นฝีมือของรัฐบาลเพื่อต้องการกลบกระแสบ้างอย่างนั้น นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ฝีมือของรัฐบาล เพราะขณะเกิดเหตุมีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนและประเทศคู่เจรจา ที่เป็นประเทศมหาอำนาจ ใครจะทำแบบนั้นเว้นแต่เขาทำเพื่อไม่ให้เกิดความน่าเชื่อถือในเวทีต่างประเทศ ขอให้มองมุมนี้บ้าง   "อย่ามองแต่ว่ารัฐบาลจะสร้างสถานการณ์ ที่สำคัญไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร หากตนอยู่เฉยๆไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นไม่ดีกว่าหรือคิดให้มันมีตรรกกะหน่อย" ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nN28RJ8A4WI

 974

Top