ค้นหา :

ผลการค้นหา "ครมเศรษฐกิจ"

เศรษฐกิจ
23 พ.ย. 62

ครม.ศก. รับปี’ 62 เศรษฐกิจไทยโตต่ำกว่าร้อยละ 3 แต่ดีกว่าหลายประเทศ ชี้เพราะเศรษฐกิจโลกแย่

วานนี้ (22 พ.ย.) นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการและเลขานุการคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจว่าครม.เศรษฐกิจได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจปี 2563 ลงจากร้อยละ 3 - 4    เหลือ ร้อยละ 2.7 - 3.7 เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกอย่างมีทิศทางที่ชะลอตัวต่อเนื่องจากครึ่งปีแรกตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐและจีน ซึ่งตัวเลขเศรษฐกิจของไทยก็สอดรับกับเศรษฐกิจของหลายประเทศ   โดยในไตรมาสที่สามตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยอยู่ที่ร้อยละ 2.4 แม้จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.1 เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสก่อนหน้า ถือว่ายังดีขึ้นกว่าหลายประเทศ เช่น สหรัฐฯ สหภาพยุโรป สอดคล้องกับเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ปัญหาสงครามการค้า กระทบเศรษฐกิจในหลายประเทศรวมถึงไทย   ดังนั้น ปีนี้ เศรษฐกิจไทยปีนี้น่าจะขยายตัวต่ำกว่าเป้าหมายที่ร้อยละ 3 เนื่องจากประเมินว่ายังมีแรงกดดันหลายปัจจัย โดยในช่วงที่เหลือ 5 สัปดาห์ อาจจะต้องจะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ซึ่งคงจะขอรอดูตัวเลขเศรษฐกิจในเดือนสุดท้ายของปี เพราะกระทรวงคลังยืนยันต้องเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสหกิจที่ สคร. ระบุว่า จะมีเม็ดเงินลงทุนประมาณ 115,552 ล้านบาท และยังมีงบลงทุนจาก อปท.อีก 10,000 ล้านบาท ที่จะช่วยพยุงเศรษฐกิจ   นายกอบศักดิ์ ยังระบุว่า ครม.เศรษฐกิจยังเห็นชอบให้กระทรวงคมนาคมจัดหาแหล่งเงินกู้ในโครงการรถไฟไทยจีน หรือรถไฟความเร็วสูง ช่วงที่ 1 กรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 253 กม. วงเงิน 179,413 ล้านบาท ในสัญญาที่ 2.3 เป็นงานระบบ วงเงิน 50,633 ล้านบาท ในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังจากที่หารือกับแบงก์ชาติ ประเมินว่าจะมีคุ้มค่ามากกว่าต้นทุนที่ถูกกว่าการกู้รูปเงินบาทและจะช่วยลดแรงกดันเงินบาทที่แข็งค่า โดยจะต้องไปหารือร่วมกับรัฐบาลจีนอีกครั้ง   ส่วนในปี 2563 รัฐบาลจะเน้นมาตรการ 5 ด้าน คือ การดูแลเกษตรกร กำลังแรงงาน ผู้มีรายได้น้อย SMEs และเศรษฐกิจฐานราก ควบคู่กับการขับเคลื่อนการลงทุนภาครัฐ การขับเคลื่อนการส่งออกให้ขยายตัวไม่ต่ำกว่าร้อยละ 3 การสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว โดยเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติ 41.8 ล้านคน เพิ่มขึ้นจาก 39.8 ล้านคนในปี 2562 และการสร้างความเชื่อมั่นลงทุนภาคเอกชน มีเป้าหมาย 3,012 ล้านบาท     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ :  https://youtu.be/I8CsV_u7CAAv

 1,379
เศรษฐกิจ
03 พ.ย. 62

ครม.เศรษฐกิจ เชื่อไตรมาส 3 การบริโภคภาคประชาชนชะลอตัว เพราะคนรอ 'อัลติส-ดีแม็ก' รุ่นใหม่

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า ครม.เศรษฐกิจ รับทราบเรื่องตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดเผยออกมา ว่าไตรมาส 3 การบริโภคของเอกชนลดลง    ซึ่งเมื่อดูรายละเอียดพบว่าการบริโภคภาคประชาชน หรือเอกชน ที่ลดลงมาจากการเปลี่ยนรุ่นรถยนต์ ประชาชนต่างรอรถยนต์รุ่นใหม่ ของโตโยต้า ที่ชื่อว่า อัลติส ใหม่ และอีซูซุ ก็จะเปิดตัวรถยนต์โฉมใหม่ ดีแม็ก ใหม่ ในไตรมาส 4 ส่งผลให้ไตรมาส 3 การบริโภคภาคประชาชนชะลอตัวลง ไปที่ไตรมาส 4 จึงต้องรอไตรมาส 4 อีกครั้งว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร เพื่อกำหนดเป้าหมายและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป

 22,819
การเมือง
11 ก.ย. 62

นายกฯโต้โพลให้ รบ.สอบตกแก้เศรษฐกิจ ย้อนที่ผ่านมาก็ไม่เห็นมีรัฐบาลไหนสอบได้

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึง ผลสำรวจนิด้าโพลว่ารัฐบาลสอบตกและไม่มีเอกภาพ ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจว่า ต้องถามว่าโพลเหล่านั้นใครเป็นคนทำและใครเป็นคนตอบ รัฐบาลนี้มาจากการเลือกตั้งทำงานร่วมกันหลายพรรค หลายกระทรวง แต่ทุกอย่างทำงานอยู่ภายใต้รัฐบาล ที่มีตนเป็นผู้นำ   ซึ่งการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ มีปัญหาอยู่หลายเรื่องจึงจำเป็นต้องมี ครม.เศรษฐกิจ จากเดิมที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแล แต่ขณะนี้มีรัฐมนตรีจากหหลายพรรค จึงเป็นเหตุผลที่ตนต้องไปคุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจเอง ซึ่งจะต้องนำความคิดจากหลายคนมาแชร์กัน และนำเข้าที่ประชุม ครม.ใหญ่ พิจารณาอีกครั้ง   ยืนยันการทำงานของ ครม.มีเอกภภาพ ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่ารัฐบาลสอบตก พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาก็ไม่เห็นจะมีรัฐบาลใดสอบได้ เพราะปัญหาสะสมทับซ้อนมายาวนาน ดังนั้นต้องไปดูว่ารัฐบาลนี้แก้ปัญหาได้มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะการทำโครงสร้างพื้นที่ฐานที่มีการแก้ข้อกฏหมายต่างๆ เพราะหากไม่ทำ รัฐบาลนี้ก็จะทำงานต่อไม่ได้ ทุกอย่างสถานการณ์และปัจจัยภายนอกเป็นตัวกำหนด   อย่ามาพูดแผ่นเสียงตกร่อง โจมตีรัฐบาล เพราะไม่เป็นธรรมกับตน ต้องย้อนไปดูที่ผ่านมามีปัญหาอะไรบ้าง ขอให้ย้อนกลับไปดู ทุกอย่างจะต้องร่วมมือร่วมใจกันแก้ปัญหา และเชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศจะยอมให้ทุกอย่างแย่ไปกว่าเดิม จึงอยากให้ทุกคนมีหลักคิดที่ถูกต้อง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3KxByXZfIGA

 2,056
เศรษฐกิจ
10 ก.ย. 62

'สมคิด' แนะคนไทยอย่ารอแต่รัฐบาลช่วย ยันเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง ไม่ได้เลวร้ายไปทั้งหมด

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตนไม่ได้เป็นรองนายกรัฐมนตรีที่คุมด้านเศรษฐกิจแล้ว เป็นรองนายกรัฐมนตรีที่คุมกระทรวงเศรษฐกิจเพียง 4 กระทรวงเท่านั้น   โดยยืนยันว่าพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังแข็งแรง ดังนั้น ทุกคนต้องมีความเชื่อมั่น เศรษฐกิจโลกกำลังชะลอตัว สิงคโปร์ก็มีปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวเหมือนไทย มีความยากลำบากในการแก้ไขปัญหา แต่สิงคโปร์ก็ไม่ตกใจ และไม่จำเป็นต้องมีมาตรการอะไรออกมา   ในส่วนของไทยไม่ใช่ว่าเมื่อมีปัญหาอะไรก็ต้องให้มีมาตรการกระตุ้นออกมาอยู่เสมอไป ทุกคนต้องรู้จักลุกขึ้นมาสู้ ช่วยตัวเองบ้าง เศรษฐกิจไทยไม่ได้เลวร้ายไปทั้งหมด   ด้านนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลไม่มีอำนาจควบคุมนโยบายและกระทรวงด้านเศรษฐกิจทั้งหมด เพราะเป็นรัฐบาลพรรคร่วม แต่ละพรรคมีรองนายกฯ เพื่อดูแลกระทรวงเศรษฐกิจของตัวเองเพราะเลือกตั้งได้ออกมาแบบนี้จะให้ทำอย่างไร ทำให้การดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจไม่มีเอกภาพ   จึงเป็นเหตุผลและความจำเป็นที่จะต้องมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจขึ้นมา โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เป็นประธานเพื่อรวมศูนย์อำนาจดูแลด้านเศรษฐกิจ จึงไม่มีรองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจเหมือนที่ผ่านมา   ต้องเห็นใจนายสมคิดเพราะไม่ได้เป็นรองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ แล้วก็ต้องมาคิดดูว่าจะทำอย่างไรเพื่อประสานให้ทุกส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกันโดยเฉพาะการบริหารเศรษฐกิจ จึงมี ครม.เศรษฐกิจขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาตรงนี้    ขณะที่นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง กล่าวถึงกรณีผลโพลสวนดุสิตและนิด้าระบุประชาชนส่วนใหญ่มองว่า รัฐบาลไม่มีความสามารถในการบริหารเศรษฐกิจนั้น เศรษฐกิจเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาในการแก้ไข รัฐบาลเพิ่งเข้ามาทำงานได้เพียงเดือนกว่าเท่านั้น แต่พยายามอย่างเต็มที่ กระทรวงการคลังพร้อมรับฟังเสียงของประชาชน ถ้ามาตรการที่มีอยู่ไม่เพียงพออาจจะพิจารณาเพิ่มเติม ยืนยันว่าเศรษฐกิจโดยรวมไม่ได้แย่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pRxWkqyytHg  

 775
เศรษฐกิจ
17 ส.ค. 62

ทั้งแจกทั้งแถม! ครม.เศรษฐกิจ เคาะใช้งบ 3.1 แสนล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจ นายกฯบอกศึกษามาดี ไม่เทงบฟุ่มเฟือย

ครม.เศรษฐกิจ เคาะแล้ว! มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ใช้งบ 3.1 แสนล้านบาท   มาตรการแรกปรับสวัสดิการแห่งรัฐหรือผู้มีบัตรคนจน แจกเงินเพิ่มรอบใหม่ให้ทุกคน แจกเงินผู้สูงอายุ และแจกเงินเลี้ยงดูบุตร     มาตรการที่ 2 ส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ 'ชิปช้อปใช้' ให้ 1,000 บาท กับคนที่อายุ 18 ปีขึ้นไปทุกคน แถมสนับสนุนเงินชดเชย 15% จากเงินที่ใช้จ่าย เพื่อการท่องเที่ยว     และมาตรการบรรเทาค่าครองชีพเกษตรกรและผู้ประสบภัยแล้ง     นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจเห็นชอบในหลักการมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะเร่งด่วน เพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีชุดใหญ่ในสัปดาห์หน้า แบ่งออกเป็น 3 ด้าน คือ 1. มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยแล้ง 2.มาตรการกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนประเทศ และ 3. มาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพผู้มีรายได้น้อย    ส่วนแรกจะช่วยเหลือเกษตรกร 13 จังหวัด จำนวน 9 แสน 9 พันราย ที่เป็นหนี้กับ ธกส. โดยลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้ 1 ปี , พร้อมออกสินเชื่อฉุกเฉิน ช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อย รายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท ปลอดดอกเบี้ยปีแรก วงเงินรวม 50,000 ล้านบาท, สินเชื่อเพื่อการฟื้นฟูซ่อมแซมเสียหายจากภัยแล้ง รายละไม่เกิน 5 แสนบาท รวมวงเงิน 5 พันล้านบาท พร้อมขยายเวลาชำระเงินกู้พิเศษ บวกมาตรการช่วยเหลือด้านต้นทุนการผลิตข้าวนาปี 62/63 ซึ่งปัจจุบันมีเกษตรกรขึ้นทะเบียนเกือบ 3 ล้านราย    สำหรับมาตรการกระตุ้นการบริโภคในประเทศ เพื่อให้ประชาชนชิม ช้อป ใช้ ข้ามจังหวัด ยึดที่อยู่ตามบัตรประชาชนเป็นหลักโดยให้ประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่นของธนาคารกรุงไทย เป้าหมาย 10 ล้านคน รับเงินผ่านอีวอลเลท รายละ 1,000 บาท สามารถใช้จ่ายผ่านแอพฯ ได้ทันที และจะได้รับเงินคืน หรือ Cash Back 15% ของยอดเงินที่ใช้จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 3 หมื่นบาท พร้อมเตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีขยายระยะเวลา เว้นค่าธรรมเนียม VISA on Arrival หรือ VOA ให้นักท่องเที่ยวจีน และอินเดีย ด้วย   มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุน ให้ผู้ประกอบการที่นำเข้าเครื่องจักรสามารถหักลดหย่อนภาษี ได้ 1.5 เท่า ภายใน 5 ปี พร้อมให้สินเชื่อผ่อนปรน กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ระยะเวลากู้ 7 ปี    ให้ธนาคารออมสินและธนาคารกรุงไทยจัดสินเชื่อพิเศษ หนุนธุรกิจนาโน และเอาเอ็มอี รวมวงเงิน 1 แสนล้านบาท และมาตรการสินเชื่อที่อยู่อาศัยโดยธนาคารอาคารสงเคราะห์กับธนาคารออมสินช่วยกัน รวมวงเงิน 5 หมื่น 2 พันล้านบาท มาตรการพักชำระเงินต้นของผู้ที่ติดหนี้ในกองทุนหมู่บ้านซึ่งมีอยู่ราว 5 หมื่นราย รวมวงเงิน 6 หมื่น 7 พันล้านบาท    ส่วนมาตรการดูแลค่าครองชีพ ผ่านกลไกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้**เพิ่มอีก 500 บาทต่อราย จากเดิมผู้มีรายได้น้อยกว่า 30,000 บาท ได้รับเงินช่วยเหลือ 300 บาท จะเป็น 800 บาท ต่อเดือน และผู้มีรายได้ 3 หมื่นถึง 1 แสนบาท ได้รับเงินช่วยเหลือ 200 บาท จะเป็น 700 บาท ต่อเดือน   ขณะที่ผู้สูงอายุจะได้รับเงินช่วยเหลือ**เพิ่มอีกเดือนละ 500 บาท และให้เงินดูแลเด็กแรกเกิด **เพิ่มอีกเดือนละ 300 บาท โดยให้แค่เดือนสิงหาคมกับกันยายนนี้เท่านั้น    คาดการณ์ว่าจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจราว 316,000 ล้านบาท โดยใช้เงินงบกลางไม่ถึง 5 หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลือจะเป็นเงินจากธนาคารเฉพาะกิจของรัฐราว 207,000 ล้านบาท ที่เหลือ เงินกองทุนต่างๆ 5 หมื่นล้านบาท เพื่อพยุงเศรษฐกิจไทยปีนี้ให้โตได้ถึง 3%    ขณะที่ ประธานในที่ประชุม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บอกว่า มาตรการต่างๆที่ออกมาครอบคลุมทุกอย่างแล้ว งบประจำปีก็มีอยู่จำกัด เรามีงบไม่กี่หมื่นล้าน ก็ต้องเอาไปช่วยเหลือประชาชน ขอให้ทุกคนมั่นใจว่าใช้งบอย่างคุ้มค่า ประหยัดที่สุด ไม่ได้ฟุ่มเฟือย ขอให้เข้าใจว่ามาตรการต่างๆเป็นไปการเฉพาะกลุ่ม ไม่ใช่การให้เปล่าศึกษามาอย่างดี        รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/XdGWkg9lQ54

 7,710
เศรษฐกิจ
15 ส.ค. 62

'บิ๊กตู่' เรียก 'สมคิด-อุตตม' ถกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเร่งด่วน งบ 5 หมื่นล้าน ก่อนเข้า ครม.

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้เรียกหารือ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง และสำนักงบประมาณ เพื่อหารือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่จะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ในวันที่ 16 ส.ค.นี้ ทั้งนี้นายสมคิด เปิดเผยว่า สำหรับรายละเอียดนายอุตตม จะเป็นผู้แถลง   ด้านนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า เป้าหมายของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเร่งด่วน เกิดขึ้นเนื่องจากวันนี้ประเทศไทย เผชิญปัญหาเศรษฐกิจที่หินมาก และเกิดจากรายละเอียดหลักๆที่ เกี่ยวโยงกับความเป็นไปของเศรษฐกิจโลก จึงต้องทำให้เศรษฐกิจในประเทศ เข้มแข็งได้ด้วยตัวเอง   เพราะขณะนี้เศรษฐกิจโลกผันผวนอย่างหนัก จากสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน หรือกรณี ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ อีกทั้งประเทศที่มีบทบาททางเศรษฐกิจกับไทยหลายๆ ประเทศ ก็มีปัญหาภายใน สิ่งที่ไทยต้องเร่งดำเนินการ คือสร้างความเข้มแข็งภายใน โดยได้ประกาศแล้วว่า มาตรการทางเศรษฐกิจต้องออกมาให้เร็วที่สุด ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ วันที่ 16 ส.ค.นี้   “มาตรการเร่งด่วนเบื้องต้น คือ เน้นกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และเพิ่มรอบการหมุนของเม็ดเงินกระจายไปยังกลุ่มต่างๆ ในวงกว้าง โดยเฉพาะกลุ่มฐานราก ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ของประเทศ รวมทั้งเร่งแก้ปัญหาที่กระทบกับชาวบ้านเฉพาะหน้า โดยเฉพาะเรื่องภัยแล้ง ราคาพืชผลการเกษตร” ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/N9gLzvDIHM0

 1,056
การเมือง
03 ส.ค. 62

'บิ๊กตู่' โต้คำวิจารณ์นั่งประธาน ครม.เศรษฐกิจ ลั่นบริหารมา 5 ปี "รู้ว่าอะไรคือปัญหา-อุปสรรคมากพอ"

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พูดถึงประเด็นการมานั่งตำแหน่งประธาน ครม.เศรษฐกิจ ที่วิพากษ์วิจารณ์ นั้น   นายกฯ บอกว่า หน้าที่ดูแลฝ่ายเศรษฐกิจ หลายคนมาถามว่าตนจะรู้เรื่องไหม การดูแลเศรษฐกิจไม่มีใครรู้เรื่องทั้งหมดหรอก แต่ว่าตนผ่านการบริหารราชการมา 5 ปี รู้ว่าอะไรคือปัญหา อะไรคืออุปสรรคมากพอ      รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/2hWaJRL60MA

 2,296
การเมือง
01 ส.ค. 62

'กอบศักดิ์' มั่นใจ ครม.เศรษฐกิจ เหมาะกับรัฐบาลผสมหลายพรรค

(1 ส.ค. 62) นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในบ่ายวันนี้จะหารือกับสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เเละสภาพัฒนาเศรษฐกิจเเละสังคมเเห่งชาติ หารือเเนวทางการทำงานเเละปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อบันจุเป็นวาระการประชุม ครม.เศรษฐกิจที่คาดว่าจะมีขึ้นวันจันทร์หน้า ตนเอง มองว่าการที่นายกรัฐมนตรี มาเป็นประธาน ครม.เศรษฐกิจเป็นเรื่องที่ดี ในยุคของรัฐบาลผสม ซึ่งมี3พรรคดูเเล3กระทรวงหลักสำคัญ ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดย พรรคพลังประชารัฐดูเเลกนะทรวงการคลัง ประชาธิปัตย์ดูเเลกระทรวงพาณิชย์ เเละภูมิใจไทยดูเเลกระทรวงการคมนาคม เเละกระทรวงการท่องเที่ยวเเละกีฬา ไม่มีใครเป็นผู้รับผิดชอบด้านเศรษฐกิจ ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มานั่งเป็นประธานถือเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงทุกฝ่าย ให้มาพูดคุยหารือเเนวทางการทำงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน    นายกอบศักดิ์ ยังพูดถึงกรณีที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ได้วิพากษ์วิจารณ์ว่า ครม.เศรษฐกิจ ของพล.อ.ประยุทธ์ จะไม่สามารถเเก้ไขปัญหาอะไรได้ โดยย้ำว่า ครม.เศรษฐกิจ เป็นกลไกหนึ่ง ในการกลั่นกรองเเละประสานงาน ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ที่ดูเเลกระทรวงสำคัญ ถือเป็นทางออกที่ดีในการบริหารประเทศ เเละเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีการตั้ง ครม.เศรษฐกิจมาทุกรัฐบาล    ข่าวที่เกี่ยวข้อง 'บิ๊กตู่' นั่งหัวเรือทีมเศรษฐกิจ ยันไม่เคยพูดดูถูก คนจนไม่เสียภาษี   ;  

 517
การเมือง
31 ก.ค. 62

'บิ๊กตู่' นั่งหัวเรือทีมเศรษฐกิจ ยันไม่เคยพูดดูถูก คนจนไม่เสียภาษี

คณะรัฐมนตรี เห็นชอบการประชุม ครม.เศรษฐกิจ ขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจพรรคร่วมรัฐบาล ควบคู่ตั้งสำนักดำเนินนโยบายของนายกรัฐมนตรี  PMDU ขจัดปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินนโยบาย โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา รับหน้าที่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจเอง นั่งเป็นประธาน ครม.เศรษฐกิจ   มีรองนายกฯแต่ละคนกำกับดูแล กระทรวงที่รับผิดชอบ ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นกระทรวงการคลัง กำลังพิจารณา เน้นกระตุ้นการบริโภคในประเทศ การท่องเที่ยว เร่งรัดใช้จ่ายภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ให้แนวทางจัดทำโครงการให้สอดคล้องกับไตรมาสปี 63    พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวอีกว่า หลายเรื่องได้ชี้แจงไปในรัฐสภา ถือเป็นเรื่องในสภาฯ จะไม่นำมาวิพากษ์วิจารณ์ตอนนี้ แต่ให้ติดตามต่อไปว่าอะไรคือข้อเท็จจริง ช่วงนี้ขอให้ระมัดระวังข่าวปลอมหรือเฟกนิวส์ แม้คำพูดตนวันแถลงนโยบายยังถูกบิดเบือน จำไว้ด้วยไม่เคยไปดูถูกว่าคนจนไม่เคยเสียภาษี แต่พูดว่ามีภาษีกี่ประเภท ภาษีบุคคล คนที่มีรายได้น้อยไม่ต้องเสียตรงนี้แต่ไปเสียตรงอื่นพูดเช่นนี้ ขอร้องให้ฟังคำพูดที่เป็นข้อเท็จจริง   วันนี้ไม่ว่ารัฐบาลจะเป็นเรืออะไร ต้องเป็นเรือที่พาคน 70 ล้านคนไปด้วยกันให้ได้ เรือจะลอยหรือจม ไปได้หรือไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำคือประชาชนที่จะทำให้เรือลำนี้วิ่งต่อไปได้ ดังนั้นขอร้องถ้าไม่พายอย่าไปราน้ำ เพราะเรือหนักพอสมควรแล้ว ขอความร่วมมือจากทุกท่านด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/eT3kV1UDpbc

 1,688

Top