ค้นหา :

ผลการค้นหา "ลำปาง"

ข่าวภูมิภาค
18 มี.ค. 62

หนุ่มบุกปล้นธนาคาร ขู่มีปืน กวาดเงินสดไปเกือบล้าน เจอรวบตัวทันควัน สารภาพ เครียด-ตกงาน ไม่มีเงินใช้

วันที่ 18 มีนาคม 2562 เมื่อเวลา 12.00 น. พ.ต.อ.สุเทพ ฐาปนวรกุล รอง ผบก.ภ.จว.ลำปาง พร้อมด้วย พ.ต.ท.สมควร เกตุเทศ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองลำปาง ร.ต.อ.วิเชียร ใจสันกลาง รอง สว.(สอบสวน) และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่สารวัตรทหาร มทบ.32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรีลำปาง ได้รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณธนาคารกรุงเทพ สาขาฉัตรไชย เขตเทศบาลนครลำปาง ถ.ฉัตรไชย ต.สวนดอก อ.เมือง จ.ลำปาง หลังได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายจี้ชิงทรัพย์ที่เคานเตอร์ธนาคารดังกล่าวซึ่งสามารถจับผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้พร้อมของกลางเงินสด 850,000 บาท   โดยก่อนหน้านี้ทราบว่าผู้ก่อคือนายสุรสิทธิ์ มังคลาด อายุ 28 ปี ชาว อ.ภูซาง จ.พะเยา ได้นั่งโดยสารมากับรถยนต์เก๋ง สีขาว โดยมี น.ส.พรรษา ริวรรณา อายุ 35 ปี ชาว อ.ภูซาง จ.พะเยา เป็นคนขับรถ แล้วได้มาจอดที่บริเวณบนถนนด้านหน้าธนาคารดังกล่าว    จากนั้นนายสุรสิทธิ์ก็ได้ลงจากรถถือกระเป๋าใส่เอกสารสีดำขึ้นไปยังธนาคารและก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์ที่เคาเตอร์ธนาคารและได้ทำการพูดข่มขู่พนักงานธนาคารว่ามีอาวุธปืนอยู่ในกระเป๋า โดยพนักงานธนาคารก็ตกใจ จึงวิ่งหนีเข้าไปหลบในห้องทั้งหมด ก่อนที่นายสุรสิทธิ์จะปีนข้ามเคาน์เตอร์ไปกวาดเอาเงินสดใส่กระเป๋าเอกสารจำนวนกว่า 850,000 บาทแล้ววิ่งลงมาจากธนาคารเพื่อจะขึ้นรถเก๋งคันดังกล่าวเพื่อหลบหนี   อย่างไรก็ตามในขณะเกิดเหตุเป็นช่วงระหว่างพักเที่ยง ซึ่งพนักงานรักษาความปลอดภัยของธนาคารได้ไปกินข้าว ประกอบกับมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร อยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุจึงสังเกตว่าชายคนดังกล่าว มีพิรุธจึงได้ทำการเข้าล็อกตัวก่อนจะขึ้นรถเก๋งและประสานขอกำลังเสริมและควบคุมตัวพร้อมของกลางไปทำการสอบสวน    เบื้องต้นผู้ก่อเหตุได้รับสารภาพว่าเครียดและ ตกงานและมีปัญหาทางการเงินและต้องการใช้เงินจึงได้วางแผนใช้กระบอกไฟฉายหลอกเป็นอาวุธปืนเพื่อก่อเหตุในครั้งนี้    ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวนายสุรสิทธิ์ทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุ พร้อมนำตัว น.ส.พรรษา ไปยัง สภ.เมืองลำปาง เพื่อทำการสอบสวนอย่างละเอียดและหาสาเหตุของการก่อเหตุครั้งนี้ต่อไป       

 3,249
ข่าวภูมิภาค
15 มี.ค. 62

แผ่นดินไหวลำปางยังไม่หยุด ล่าสุดเขย่า 4 แมกนิจูดช่วงกลางดึก รับรู้แรงสะเทือนหลายจังหวัด

ลำปาง-ยังคงเกิดแผ่นดินไหวต่อเนื่องในพื้นที่ อ.วังเหนือ ล่าสุดช่วง 4 ทุ่ม (14 มี.ค.62) พบเกิดแผ่นดินไหวขนาด 4.0 แมกนิจูด มีความลึกเพียง 1 กิโลเมตรและ ได้รับรายงานจากชาวบ้านในพื้นที่ว่าชาวบ้าน ในพื้นที่ 8 ตำบลในพื้นที่อำเภอวังเหนือ ส่วนใหญ่รับรู้สึกแผ่นดินไหวได้อย่างรุนแรง ทำให้ชาวบ้านแตกตื่นในช่วงกลางดึก ทั้งนี้แรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ถึงเชียงราย เชียงใหม่ พะเยา หลายพื้นที่บอกเสียงมาก่อนตามด้วยแรงสั่น   ทั้งนี้ จนท.จะได้ออกสำรวจความเสียหายอีกครั้งหนึ่งว่า มีบ้านเรือนชาวบ้านใด ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวนี้บ้างรวมไปถึง วัดวาอารามต่างๆ สถานที่ราชการ ในเขตพื้นที่อำเภอวังเหนือและใกล้เคียง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rHW2xWHW7hk

 1,716
ข่าวภูมิภาค
14 มี.ค. 62

แผ่นดินไหวลำปางหลายระลอก รุนแรงสุดขนาด 4.1 อาฟเตอร์ช็อกตามมาต่อเนื่อง

สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเกิดแผ่นดินไหวขนาด 4.1 แมกนิจูด ความลึก 2 ก.ม. ในพื้นที่ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง เมื่อเวลา 00.04 น. วันที่ 14 มี.ค.2562 โดยแรงสั่นสะเทือนสามารถรับรู้ได้ถึง จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย ต่อมายังเกิดอาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่องอีกหลายครั้ง วัดความรุนแรงสูงสุดได้ 2.5 ลึก 4 กม. และคาดว่าอาจเกิดต่อเนื่องอีกหลายครั้ง เบื้องต้นยังไม่ทราบความเสียหาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YQbR2_JpzL4

 543
ข่าวภูมิภาค
12 มี.ค. 62

รวบทหารอากาศพร้อมเพื่อน ยิงปืนขึ้นฟ้าขู่ชาวบ้านในงานแต่ง กองทัพอากาศสั่งดำเนินคดีเด็ดขาด

ลำปาง-โลกออนไลน์แชร์คลิปชาย 2 คนที่อยู่ในอาการมึนเมาสุรา ชักอาวุธปืนสั้น-ยาว ยิงขึ้นฟ้าหลายนัด ในงานแต่งงาน หมู่บ้านปงวัง ต.วังทรายคำ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังเหนือ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าเป็น จ.ต.พิชชญะ นิธิพุทธยางกูร อายุ 46 ปี และนายทองหล่อ ฉิมสันเที๊ย อายุ 44 ปี ซึ่งทั้งสองคนมาร่วมงานแต่งงานที่บ้านหลังดังกล่าวกับเพื่อนในหมู่บ้าน   โดยทั้งคู่อ้างว่าโดนรุมก่อน จึงได้ตอบโต้ตามที่ปรากฏในคลิป แต่ทางเจ้าภาพยืนยันว่าทั้งคู่ได้เข้ามาสร้างความวุ่นวายในงาน โดยที่คนในงานไม่มีใครรู้จักด้วยซ้ำ   ด้าน พล.อ.ท.พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ในฐานะโฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า ทางกองทัพอากาศ ตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่า 1 ใน 2 ของผู้ก่อเหตุเป็นข้าราชการทหารอากาศจริง โดยบุคคลดังกล่าวได้หนีราชการ มาตั้งแต่ช่วงกลางปีที่แล้ว   ทางหน่วยต้นสังกัดได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งคณะกรรมการสอบสวนฯ มีมติเห็นสมควรให้ปลดข้าราชการดังกล่าวออกจากราชการ ในความผิดหนีราชการในเวลาประจำการ ปัจจุบันเรื่องอยู่ระหว่างตรวจสอบความถูกต้องด้านกฎหมาย จนมาพบก่อเหตุดังที่ปรากฏในคลิปที่เผยแพร่ดังกล่าว   โดยผู้บังคับบัญชาของกองทัพอากาศรับทราบเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว และขอให้เป็นหน้าที่ของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป โดยกองทัพอากาศยินดีให้ความร่วมมือทุกประการ   เบื้องต้น ตร.ตั้ง 3 ข้อหาหนัก ได้แก่ มีอาวุธปืน พกพาอาวุธปืน ไปในชุมชน เมือง ทางสาธารณะ และยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Zyh6I5n-f_o

 3,307
ข่าวภูมิภาค
11 มี.ค. 62

แก๊งโจ๋ลำปาง เหิมยกพวกฟันอริหน้าศูนย์ราชการนิ้วเกือบขาด

ลำปาง-เกิดเหตุวัยรุ่นถูกทำร้ายร่างกาย วิ่งเข้ามาขอความช่วยเหลือ จนท.บริเวณหน้าศูนย์ราชการลำปาง โดยที่มือข้างซ้ายมีเลือดไหลออกมาจำนวนมาก นิ้วก้อยถูกฟันขาด ส่วนนิ้วนางเกือบขาด ห้อยล่องแล่ง มีเลือดออกจำนวนมาก   โดยผู้บาดเจ็บเป็นชายหนึ่งคนอายุ ประมาณ 16 ปี มีบาดแผลถูกมีดฟันนิ้วขาด เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาล ลำปาง สอบถามทราบว่า ก่อนเกิดเหตุพวกตนและเพื่อนที่ได้รับบาดเจ็บขี่รถจักรยานยนต์มาด้วยกันสองคัน โดยขณะจอดรอ เพื่อน อยู่นั้นได้มีกลุ่มวัยรุ่นใช้รถจักรยานยนต์ประมาณ 10 คัน ขี่มาเจอบริเวณด้านหน้าศูนย์ราชการ จังหวัดลำปาง   พบว่ากลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวเป็นคู่อริกัน กลุ่มคนเจ็บเห็นท่าไม่ดี รีบขึ้นรถจักรยานยนต์ เพื่อจะขี่รถหลบหนี แต่ชายหนึ่งคนในกลุ่มวัยรุ่นได้นำมีดออกมาและฟันเข้าที่มือผู้บาดเจ็บหนึ่งครั้ง จากนั้นพวกตนได้ขี่รถจักรยานยนต์หนีเข้าไปในศูนย์ราชการและขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ อส. ที่เฝ้าศูนย์ราชการ และแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้การช่วยเหลือดังกล่าว   โดยขณะที่อยู่ในศูนย์ราชการนั้น กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวยังโทรศัพท์มาหา พร้อมทั้งบอกให้ออกมาจากศูนย์ราชการ ถ้าออกมาจะเจ็บอีกไม่มาก แต่ถ้าไม่ออกมาจะบุกเข้าไปจะเจ็บหนัก ซึ่งจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ และให้การช่วยเหลือ ก่อนประสานผู้ปกครองเดินทางมารับ และพาไปแจ้งความเพื่อติดตามตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุกลุ่มนี้มาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-IG3MZ6L6cY

 817
ข่าวภูมิภาค
04 มี.ค. 62

ระทึก ไฟป่าดอยพระบาท ลำปาง ล้อมสถานีส่งสัญญาณทีวี ระดมดับ 24 ชม.ยังไม่สำเร็จ

ลำปาง-สภาพพื้นที่ป่าดอยพระบาท บริเวณใกล้กับสถานีส่ง สัญญาณ ช่อง 3 และช่อง 9 อสมท.ลำปาง และบริเวณทางขึ้นบนดอยพระบาท เมืองลำปาง ใกล้สถานีส่งสัญญาณช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง ซึ่งถูกไฟไหม้ตั้งแต่เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 1 มี.ค.   พบว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ ยังไม่สามารถดับไฟที่ไหม้ป่าดอยพระบาทได้ แม้นจะระดม กำลังทุกภาคส่วน เข้าดับไฟ ที่ลุกไหม้ป่าดอยพระบาท ตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน แต่ก็ยังไม่สามารถดับไฟได้ทั้งหมดเนื่องจากบนยอดเขามีลมแรงประกอบกับมีเศษใบไม้แห้งกิ่งไม้แห้งทับถมกันเป็นจำนวนมาก จึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี   และอีกสาเหตุหนึ่งคือ จุดที่เกิดเพลิงไหม้เป็นหุบเขา และบางจุดอยู่ในเหวลึก บางจุดอยู่ในพื้นที่ลาดชัน ส่งผลให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เป็นไปด้วย ความยาก ลำบาก ซึ่งหากมองจากศูนย์ราชการหรือในตัวเมืองลำปาง จะเห็นแนวไฟที่ลุกไหม้ เป็นเส้น มาตามแนวสันเขายาวประมาณ 5 กิโลเมตร   โดยทางจังหวัดได้รับการสนับสนุนการปฎิบัติภารกิจดับไฟที่ไหม้ บนดอย พระบาท จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งเฮลิคอปเตอร์ พร้อมนักบิน บินนำเครื่องเฮลิคอปเตอร์ ตักน้ำขึ้นโปรยดับไฟที่กำลังลุกไหม้พื้นที่ป่าดอยพระบาท   ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนเร่งบูรณาการณ์เดินเท้า เข้าไปยังจุดที่เกิดไฟไหม้เพื่อร่วมสนับสนุนดับไฟทางภาคพื้นดิน และหากจุดไหนไฟแรงหรือมีลมแรง เจ้าหน้าที่ก็จะเร่งช่วยกัน ทำแนวกันไฟเพื่อป้องกันไฟไหม้ลุกลามขยายวงกว้างออกไปอีก ซึ่งในเบื้องต้น จากที่พบไฟไหม้บนดอยพระบาทตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 1 มี.ค. ที่ผ่านมา พบว่าป่าดอยพระบาทถูกไฟไหม้ เสียหายไปแล้วกว่า 600 ไร่   ขณะที่ จ.ปทุมธานี เกิดเพลิงไหม้ป่ากก 200 ไร่ ใกล้โรงเรียนสายปัญญารังสิต มีลมกระโชกแรงทำให้ไฟลุกไหม้ มีเปลวเพลิงและควันลุกลามใกล้บ้านเรือนประชาชน เจ้าหน้าที่จึงเร่งช่วยกันสกัดเพลิงควันไฟปกคลุมทั่วพื้นที่ทำให้การฉีดน้ำเป็นไปด้วยความลำบาก เนื่องจากมีต้นไม้ใหญ่ขวางทางรถดับเพลิง ต้องต่อเครื่องสูบน้ำที่และช่วยฉีดน้ำดับไฟ โดยใช้เวลาควบคุมเพลิงนาน 4 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมได้แต่ต้องฉีดน้ำเพื่อป้องกันไฟลุกขึ้นมาอีก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oqSScuXl7Yk

 792
ข่าวภูมิภาค
03 มี.ค. 62

สลด! นักศึกษาสาวซิ่งเก๋งชนต้นไม้พุ่งตกคูน้ำ เสียชีวิต 2 เจ็บ 3 หนุ่มขับตามหลังสุดช็อก

ลำปาง-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัย และแพทย์เวร รพ.ลำปาง เดินทางไปตรวจสอบ หลังรับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุ มีรถยนต์พุ่งตกลงคูน้ำแล้วพลิกคว่ำ มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ริมถนนไฮเวย์สาย ลำปาง-งาว ชาเข้าเมืองลำปาง เลยปากทางเข้า วัดม่อนเขาแก้ว ขาเข้าเมืองลำปาง ตำบลพิชัย เมืองลำปางมาเล็กน้อย   เจ้าหน้าที่พบรถเก๋งสีดำ สภาพรถพังยับ ตัวรถเก๋งพุ่งตกลงไปในคูน้ำ สภาพพลิกคว่ำหงายท้องลอยชี้ฟ้า ตรวจสอบภายในรถพบผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นหญิงทั้งหมด 3 ราย นำส่งโรงพยาบาลลำปางทันที และในรถยังพบศพผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 2 ราย ศพคาอยู่บริเวณหลังพวงมาลัยและที่เบาะด้านหน้า เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องตัดถ่างนำศพออกมาจากรถ   จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ บอกว่า พบเห็นรถเก๋งคันดังกล่าวขับอยู่ด้านหน้ารถตนเอง มาด้วยความเร็วสูง ประมาณ 110 กม. อยู่ดีก็เสียหลักพุ่งไปชนต้นไม้ 2 ต้นแล้วรถพลิกคว่ำเสียหลักพุ่งลงคูน้ำ จากนั้นตนเองจึงจอดรถและพยายามจะช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด และตนเองจึงรีบกดโทร 191 แจ้งเหตุดังกล่าว ไม่นานนักเจ้าหน้าที่และชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ ช่วยเหลือ คนเจ็บ 3 คน ที่รอดตาย ออกมาได้อย่างปลอดภัย ทราบว่าหญิงสาวทั้งหมด 5 ราย ที่มีทั้งคนเจ็บและตาย เป็นนักศึกษาวิทยาลัย ชั้น ปวส.แห่งหนึ่งใน จ.ลำปาง ไปกินเลี้ยงฉลองกันมา   สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายที่เป็นคนขับรถคือ นางสาว ชไมพร นั้น ขับรถเก๋งคันดังกล่าว หลังจากไปกินเลี้ยงฉลองกัน และไปส่งเพื่อนที่หมู่บ้านประตูม้า อ.เมือง จ.ลำปาง แล้วขากลับได้ขับรถพาเพื่อนสาวทั้งหมดในรถ รวม 5 คน มาตามถนน สายลำปาง-งาว จะเดินทางกลับหอพัก ปรากฏว่าช่วงที่ขับรถมาอยู่ดี ๆ รถก็เกิดเสียหลักพุ่งไปชนต้นไม้ 2 ต้น และพลิกคว่ำตกไปในคูน้ำริมถนน อย่างไรก็ตามสาเหตุที่แท้จริงเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/OCP0DcS3vKg

 4,693
ข่าวภูมิภาค
01 มี.ค. 62

ลำปางแผ่นดินไหว10 วัน 59ครั้ง ธรณีระบุเปลือกโลกใหญ่ชนรอยเลื่อนไทย

(1 มี.ค. 2562) ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า พื้นที่ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง ซึ่งเป็นพื้นที่ทางตอนบนสุดของ จ.ลำปาง ติดกับ จ.เชียงราย และพะเยา ได้เกิดแผ่นดินไหวขึ้นแล้ว 59 ครั้ง ในห้วง 10 วันนี้ โดยล่าสุดเกิดขึ้นเช้ามืดวันนี้ เวลา 04.18 น. ขนาด 2.1 ตามมาตราริกเตอร์ ลึกลงไปในดิน 2 กิโลเมตร จุดศูนย์กลางใน อ.วังเหนือ จ.ลำปาง ทางกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา ยังไม่มีรายงานการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนเข้ามา    โดยตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนที่ผ่านมา จนถึงเช้าวันนี้ (เวลา 05.00 น. 1 มี.ค.62) พื้นที่ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง เกิดแผ่นดินไหวไปแล้ว รวม 2 ครั้ง ขนาดระหว่าง 1.9 – 2.1 ตามมาตราริกเตอร์ สำหรับพื้นที่ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง ได้รับการประกาศให้พื้นที่เป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยแผ่นดินไหวขึ้น หลังจากในพื้นที่เกิดภัยแผ่นดินไหว มาตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา    โดยในวันดังกล่าว (20ก.พ.62) เกิดแผ่นดินไหว ขนาด 4.9 ตามมาตราริกเตอร์ จึงส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหายไป 185 หลังคาเรือน กระจายใน 27 หมู่บ้าน 7 ตำบลของ อ.วังเหนือ โดยยังมีศาสนสถานได้รับความเสียหายไป 7 แห่ง สถานที่ราชการ 12 แห่ง และสิ่งสาธารณประโยชน์ 1 แห่ง ซึ่งทาง จ.ลำปางจะได้ช่วยเหลือซ่อมแซม และฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติต่อไป   ด้าน นายนิวัติ บุญนพ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 1 ลำปาง ให้สัมภาษณ์กรณีการเกิดแผ่นดินไหวที่ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง ว่า การเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่ อ.วังเหนือ เกิดขึ้นจากรอยเลื่อนที่มีพลัง ซึ่งภาคเหนือถือว่าเกิดขึ้นบ่อยครั้งมากกว่าในภาคอื่นๆ ซึ่งทางกรมทรัพยากรธรณีได้มีการทำแผ่นที่รอยเลื่อนที่มีพลังไว้ โดยจะพบว่า มี 15 กลุ่มรอยเลื่อนมีพลัง ส่วนใหญ่จะมีอยู่ในภาคเหนือ ส่วนสาเหตุจริงๆ ของการขยับ หรือเลื่อนตัวของรอยเลื่อนที่มีพลังนั้น มาจากเปลือกโลกขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้เคียงกับประเทศไทย เช่น แผ่นเปลือกโลกอินเดีย และออสเตรีย ที่อยู่ทางด้านทิศตะวันตก ซึ่งแผ่นเปลือกโลกทั้งสองเกิดชนกัน และเคลื่อนตัวอยู่ตลอดเวลา ด้วยอัตราความเร็วประมาณปีละ 5 เซนติเมตร และเคลื่อนตัวเข้าชนกับแผ่นเปลือกโลกยูเรเชีย ซึ่งเป็นที่ตั้งของประเทศต่างๆ ในทวีปเอเชีย กับยุโรป รวมถึงมีประเทศไทยอยู่ด้วย    “เมื่อมีการชนกันอยู่ตลอดเวลา และชนกันมานานหลายล้านปีแล้ว จนถึงปัจจุบันก็ยังชน จึงมีการบีบอัดของภูมิประเทศ รวมถึงแผ่นดินในบ้านเราก็มีการบีบอัด จึงเกิดรอยแยก รอยแตกของแผ่นดิน และมีการเลื่อนตัวได้ จึงทำให้เกิดแผ่นดินไหวในบ้านเรา ส่วนสาเหตุที่เกิดขึ้นถี่ในพื้นที่ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง เรื่องนี้อยากจะบอกว่า เป็นความไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับแนวของการชน และแรง ของเปลือกโลกของเปลือกโลกอินเดีย และยูเรเชีย ว่า จะเกิดการชนไปในทิศทางไหน เปรียบเหมือนจิ๊กซอว์ที่จะเกิดขึ้นในบ้านเรา หรือในประเทศเพื่อนบ้าน ที่จะเป็นเหมือนจิ๊กซอว์ชิ้นเล็กๆ ที่จะมาต่อกัน ถ้ามีการขยับ จิ๊กซอว์ด้านในก็จะมีการขยับไปด้วยเช่นกัน จนเกิดการเคลื่อนตัว หรือเกิดแผ่นดินไหวขึ้นในประเทศไทย”   ข่าวที่เกี่ยวข้อง ผวา ลำปางแผ่นดินไหวไม่หยุด คลิปตึกสั่นคนสัตว์หนีตาย เตือนเหนือระวังเจอไหวครั้งใหญ่ขนาด 6 แมกนิจูด  

 1,798
ข่าวดีประเทศไทย
28 ก.พ. 62

เรื่องเล่าเช้านี้ ส่งมอบเครื่องมือแพทย์จากเงินจากการขายเสื้อ แก่ รพ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง

โครงการเรื่องเล่าเช้านี้เพื่อเครื่องมือแพทย์ในภูมิภาค ที่ดำเนินการต่อเนื่องมา 7 ปี นับตั้งแต่ปี 2555 จากเงินทำบุญของแฟนข่าวที่ร่วมซื้อเสื้อเรื่องเล่าเช้านี้ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายได้มอบให้มูลนิธิครอบครัวข่าวประมาณ 4.4 ล้านบาท นำไปจัดซื้อเครื่องมือแพทย์เพื่อมอบให้โรงพยาบาล18 แห่งทั่วประเทศ   โดยล่าสุดทางตัวแทนมูลนิธิครอบครัวข่าวได้ส่งมอบ เครื่องให้สารละลายทางหลอดเลือดดำ จำนวน 4 เครื่อง ไปมอบให้กับโรงพยาบาลแจ้ห่ม จ.ลำปาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการรักษา โดยทางโรงพยาบาลได้ฝากขอบคุณแฟนข่าวทุกท่านที่ได้ร่วมทำบุญมา ณ โอกาสนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SE6IiBcyIqA

 1,771
ข่าวภูมิภาค
26 ก.พ. 62

พ่อแม่ไม่เชื่อลูกชาย-ลูกสะใภ้ผูกคอตายคาไร่มัน หวั่นถูกฆ่าอำพราง หลังเงินปึกใหญ่สูญหาย

ลำปาง-จากกรณีตำรวจ สภ.เขลางค์นคร รับแจ้งเกิดเหตุคนผูกคอตายที่บริเวณไร่มันสำปะหลังข้างลำห้วยป่าดำ ตำบลชมพู อ.เมืองลำปาง เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา   โดยที่เกิดเหตุพบศพนายจรัญฐาธีนากร วงผาบุตร อายุ 23 ปี และ น.ส.ทิพวรรณ สิมโสม อายุ 23 ปี สองสามีภรรยาชาวอุบลราชธานี สภาพศพใช้เชือกผูกคอตายกับต้นไม้โดยใช้เชือกเส้นเดียวกัน แต่พ่อแม่ของผู้ตายไม่ปักใจเชื่อว่าลูกและลูกสะใภ้จะฆ่าตัวตายเองเนื่องจากไม่มีมูลเหตุจูงใจและมีข้อสงสัยหลายจุดอีกทั้งเงินที่ผู้ตายพกมา 4-5 หมื่นก็หายไปด้วย   ล่าสุดทางพ่อแม่ผู้ตาย เปิดเผยว่า จากการสอบถามเรื่องคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่าต้องรออีก 2 เดือนจึงจะสามารถสรุปคดีได้เนื่องจากต้องรอผลจากกองพิสูจน์หลักฐาน ส่วนตัวเองมองว่าขณะนี้ลูกเสียชีวิตไปแล้วเกือบ 1 เดือนแต่คดีก็ยังไม่คืบหน้า ทำให้คิดว่าลูกอาจจะตายฟรี   ด้านพ่อและแม่ของผู้ตายทั้งคู่ เล่าว่า ก่อนหน้านี้ตนและญาติได้นำธูปเทียนไปจุดบอกกล่าวลูกชายและลูกสะใภ้ตรงที่ทั้งคู่ผูกคอตาย พร้อมบอกให้ดวงวิญญาณหากไม่ได้รับความยุติธรรมให้ช่วยครอบครัวไขปริศนาหรือมาเข้าฝันเพื่อจะได้ติดตามสาเหตุการตายที่แท้จริง และเป็นเรื่องที่น่าแปลกเมื่อคืนวันที่ 24 ก.พ. เวลาประมาณ 3-4 ทุ่มได้ยินเสียงผู้หญิงร้องดังโหยหวนเหมือนคนร้องไห้อยู่รอบบ้าน กระทั่งเช้าก็มีตำรวจโทรมานัดว่าช่วงเย็นให้ไปพบเพื่อฟังผลทางคดี จึงเชื่อว่าวิญญาณของลูกคงจะมาร้องขอความเป็นธรรมหลังคดีผ่านมาแล้วเกือบ 1 เดือน แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า   ทั้งนี้ ครอบครัวยืนยันว่า ไม่เชื่อว่าทั้งคู่จะผูกคอตายเอง เนื่องจากไม่มีมูลเหตุจูงใจใดๆที่ทั้งคู่จะผูกคอตาย เพราะมันสำปะหลังก็กำลังจะขุดขาย ลูกก็ยังเล็ก ทั้งเงินค่าขายมันสำปะหลังประมาณ 4-5 หมื่นก็ยังหายไปด้วย และที่สำคัญคือ สภาพศพของลูกชายขณะที่ไปพบปลายเท้าเกือบจะถึงพื้น แต่พื้นดินกลับไม่มีร่องรอยของการตะกุยตะกายของคนที่จะดิ้นก่อนที่จะเสียชีวิต   ประกอบกับที่ผ่านมา แพทย์เคยบอกว่าลูกชายมีร่องรอยถูกตีด้วยของแข็งอย่างแรงที่บริเวณเข่า และใบหน้าด้านขวาของฝ่ายหญิงมีรอยมือคล้ายถูกตบหน้าอย่างแรง จึงเชื่อว่าทั้งคู่อาจจะไปรู้เห็นอะไรบางอย่างที่นำมาซึ่งอันตรายต่อตัวเองจึงถูกฆ่าอำพราง และที่สำคัญที่กิ่งของต้นไม้ยังมีร่องรอยของการดึงเชือก คล้ายกับดึงฝ่ายหญิงแขวนคอก่อนแล้วก็แขวนคอฝ่ายชายตาม   ก่อนเกิดเหตุเห็นลูกชายและลูกสะใภ้เตรียมเงินประมาณ 4-5 หมื่น เพื่อจะนำไปฝากธนาคารช่วงที่ไปซื้อนมให้ลูก โดยเงินดังกล่าวได้มาจากการขายหัวมันสำปะหลัง ซึ่งบางส่วนเตรียมไว้จะจ่ายค่าเช่าที่ดิน แต่หลังเกิดเหตุเงินจำนวนดังกล่าวได้หายไป   โดยทางครอบครัวได้บอกตำรวจไปแล้วแต่ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุจนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีการตรวจสอบว่าเงินหายไปไหน และหลังจากลูกเสียชีวิตไปแล้วทุกวันนี้ตนเองนอนก็ไม่ค่อยหลับกลัวลูกจะตายฟรี ตอนนี้ยอมรับว่าเครียดจัด พยานหลักฐานก็หาลำบาก จึงอยากขอวิงวอนเจ้าหน้าที่ฝห้ความช่วยเหลือทางคดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MFKs4RJPyog

 3,824
ข่าวภูมิภาค
26 ก.พ. 62

กรมป่าไม้พบจุดความร้อนกว่าหมื่นจุด หมอกควันเหนือยังวิกฤต ยังเจอยายจุดไฟเผาป่าหวิดลามขึ้นภูเขาลำปาง

สถานการณ์ไฟป่าภาคเหนือยังไม่คลี่คลาย ล่าสุดกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ตรวจสอบจุดความร้อน(ฮอต สปอร์ต) ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2561-24 กุมภาพันธ์ 2562 พบจุดความร้อนรวมทั่วประเทศ จำนวน 13,712 จุด แบ่งเป็น   1.จุดความร้อนในเขตป่า พบจำนวน 4,052 จุด คิดเป็นร้อยละ 30 ของจุดความร้อนทั้งหมด แยกเป็นพื้นที่ป่าคงสภาพ จำนวน 2,974 จุด คิดเป็นร้อยละ 22 ของจุดความร้อนทั้งหมด จุดความร้อนในพื้นที่เกษตรในเขตป่า จำนวน 1,078 จุด คิดเป็นร้อยละ 8 ของจุดความร้อนทั้งหมด   2.จุดความร้อนนอกเขตป่า จำนวน 9,660 จุด คิดเป็นร้อยละ 70 ของจุดความร้อนทั้งหมด   ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบนพบจุดความร้อน จำนวน 1,653 จุด ดังนี้ 1. เชียงใหม่ จำนวน 336 จุด (20%) 2. ตาก จำนวน 290 จุด (18%) 3.น่าน จำนวน 256 จุด (15%) 4.ลำปาง จำนวน 244 จุด (15%) 5.เชียงราย จำนวน 165 จุด (10%) 6. ลำพูน จำนวน 161 จุด (10%) 7.แพร่ จำนวน 80 จุด (5%) 8. แม่ฮ่องสอน จำนวน 62 จุด (4%) 9.พะเยา จำนวน 59 จุด (4%)   เจ้าหน้าที่ดับไฟป่าทั้งของกรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ ร่วมกับประชาชนอาสาดับไฟป่าสามารถดับไฟในพื้นที่ต่างๆได้ จำนวน 542 ครั้ง พื้นที่เสียหาย 9,049 ไร่   ขณะที่สถานการณ์ฝุ่นละอองยังวิกฤตหนัก จากการวัดค่าฝุ่นละออง PM2.5 เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันที่ 26 ก.พ.2562 พบว่ายังมีพื้นที่เกินค่ามาตรฐาน โดยสูงสุดอยู่ที่ จ.ลำปาง 84 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร   นอกจากนี้ยังมีคลิปหญิงสูงวัยจุดไฟเผากองขยะ และเศษใบไม้ใบหญ้าหลายจุด ในเขตบ้านเรือนที่อยู่ริมถนนพหลโยธินสายลำปาง – ตาก เขต ต.พระบาทวังตวง อ.แม่พริก จ.ลำปาง โดยอ้างว่าไม่รู้ใครเอาขยะมาทิ้งบริเวณข้างบ้านช่วงที่ตนเองไม่อยู่บ้าน จึงจุดไฟเผา ทำให้ชาวบ้านจิตอาสาดับไฟป่าลำปาง ต้องนำเครื่องเป่าลมเข้าไปดับไฟที่ไหม้กองขยะ และหญ้าแห้ง เพื่อป้องกันการลุกลามขึ้นไปบนดอยสูงที่อยู่ใกล้   ส่วนที่ จ.อุทัยธานี เกิดเหตุไฟไหม้ไร่อ้อยลุกลามอย่างรวดเร็วเสียหายไปกว่า 20 ไร่ ต้องระดมรถน้ำรถดับเพลิงจำนวนหลายคัน เร่งสกัดเพลิงที่กำลังลุกโหมอย่างรุนแรง ใช้เวลาไปกว่า 1 ชม.จึงสกัดเพลิงไว้ได้ และเร่งสอบสวนหาผู้กระทำผิดมาเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PbFGHhFSRB0

 1,058
สังคม-อาชญากรรม
17 ก.พ. 62

ตร.บุกจับหลวงพี่คากุฎิวัด หลังเอาเงินกิจนิมนต์ไปจ้างเด็กวัด ให้ไปขนยาบ้ามาขาย

ลำปาง-เจ้าหน้าที่ตำรวจขยายผลเข้าตรวจค้นภายในกุฎิพระลูกวัดแห่งหนึ่ง ใน ต.หัวเวียง อ.เมือง จ.ลำปาง ภายหลังจากก่อนหน้านั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.งาว ได้ตั้งด่านตรวจค้นยาเสพติด และสิ่งของผิดกฎหมาย บริเวณถนนพหลโยธิน สายพะเยา-ลำปาง ได้เรียกตรวจค้นชายคนหนึ่ง ทราบชื่อต่อมาคือ นายนิวัฒน์ จันทร์ใส เป็นเด็กวัดแห่งหนึ่งในตัวเมืองลำปาง ผลการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 358 เม็ด   จากการสอบสวน นายนิวัฒน์ อ้างว่า พระโจ พระลูกวัด ในเมืองลำปาง เป็นคนให้เงินจำนวน 23,000 บาท ไปซื้อยาบ้า จำนวน 2 ถุง รวม 400 เม็ด จากนายวิรัตน์ ในเขตพื้นที่อำเภองาว ขณะเดินทางกลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจนาแก ตรวจค้นจับกุมตัวเอาไว้ได้ เจ้าหน้าที่จึงได้ขยายผล   จากการตรวจค้นกุฎิพระโจ ซึ่งอยู่ชั้นที่ 2 กลางวัด ในเมืองลำปาง เจ้าหน้าที่พบเพียงอุปกรณ์การเสพยาบ้า ส่วนยาบ้า จำนวน 144 เม็ด บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส ตกอยู่ชั้นที่ 1    จากการสอบสวนพระโจ ยอมรับว่ายาบ้าที่พบเป็นของตนเองจริง ได้โยนออกหน้าต่างกฎิที่พัก เจ้าหน้าที่ได้นำตัวพระโจ หรือพระเสกสิทธิ์ แสนเมืองเปียง อายุ 27 ปี เป็นคำอำเภองาว จ.ลำปาง ให้เจ้าอาวาสวัดทำพิธีลาสิขา โดยอดีตพระโจ ให้การว่า ตนเองได้บวชเป็นพระมาได้ 5 พรรษา ก่อนหน้าที่จะถูกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นจับกุมพร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 144 เม็ด ตนเองได้ให้เงินนายนิวัฒน์ ซึ่งเป็นเด็กวัด จำนวน 23,000 บาท เพื่อไปซื้อยาบ้า ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2   โดยเงินทั้งหมดได้จากกิจนิมนต์ และได้จากบิณฑบาต เก็บรวบรวมไว้จนครบ เพื่อไปซื้อยาบ้ามาเสพเอง ซึ่งไม่ได้ซื้อมาขายแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนเวร สภ.เมืองลำปาง ในข้อกล่าวหามียาเสพติดประเภท1(ยาบ้า)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  ttps://youtu.be/aAKrT1-w1Rs  

 13,303
ข่าวภูมิภาค
11 ก.พ. 62

แม่สอด-ลำปางค่าฝุ่นพุ่ง เหตุชาวบ้านลอบเผาไร่ - ยายขอนแก่นจุดไฟเผาตอซังข้าวในนา ไฟลามทุ่งคลอกตัวเองตาย

ตาก-เกิดเหตุไฟไหม้ป่าหญ้าแห้งกลางไร่ข้าวโพด และกำลังจะลุกลามเข้าบ้านเรือนประชาชนหมู่บ้านใหม่พัฒนา ต.แม่กาษา อ.แม่สอด ต้องประสานงานรถดับเพลิงองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ปะ 3 คัน ไปช่วยดับเพลิง   ในที่เกิดเหตุพบว่าไฟกำลังลุกโหมไหม้ป่าหญ้าแห้งกลางไร่ข้าวโพดเป็นวงกว้าง จำนวนกว่า 200 ไร่ เปลวเพลิง และควันลุกลามเข้าใกล้บ้านเรือนประชาชน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ช่วยกันใช้น้ำฉีดเข้าสกัดเพลิงอย่างเร่งด่วนโดยใช้เวลาการควบคุมเพลิงนาน กว่า 2 ชั่วโมงเพลิงจึงสงบลง   เช่นเดียวกับที่ จ.ลำปาง เกิดไฟป่าลุกลามอย่างหนัก บริเวณเทือกเขาดอยพระบาท ใกล้กับวัดพระธาตุดอยม่วงคำ เขตติดต่ออำเภอเมืองและอำเภอแม่ทะ จ.ลำปาง คาดว่ามีความเสียหายไม่ต่ำกว่า 70 ไร่ โดยไฟป่าได้ลุกลามไปจนถึงแนวยอดเขาดอยพระบาทแล้ว และอาจจะลุกลามไปฝั่งพื้นที่อ่างเก็บน้ำวังเฮือ ในเขตตำบลพระบาท   ส่วนที่ จ.ขอนแก่น ยายอายุ 68 ปี ออกมาจุดไฟเผาตอซังข้าวในที่นาของตนเอง จากนั้นไฟได้ลุกลามอย่างรวดเร็วไปไหม้ไปไหม้ไร่มันสำปะหลัง เพราะลมแรงมาก และได้ลุกลามเข้าไปในไร่อ้อยของเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน   จึงใช้กิ่งไม้เข้าไปตีบริเวณเกิดไฟไหม้ เพราะเกรงว่าตนเองจะมีความผิดเนื่องจากเป็นไร่อ้อยของคนอื่น สันนิษฐานว่าผู้ตายอาจจะสูดดมควันเข้าไปมาก ประกอบกับอายุก็มากแล้ว จึงทำให้หมดสติล้มลงในสภาพนอนหงาย และถูกไฟที่ไหม้ผลป่าอ้อยเผาร่างตายคาที่ดำเป็นตอตะโกอยู่ในไร่อ้อย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tg6fcKNgBK4

 713
ข่าวภูมิภาค
03 ก.พ. 62

รุ่นพี่ทำร้ายเด็ก ม.2 ยกมือไหว้ขอโทษรุ่นน้อง-ผู้ปกครอง สำนึกผิด ขอโอกาสสังคมกลับตัว

วันที่  3 ก.พ. 62 ความคืบหน้ากรณี รุ่นพี่ ม.3 รุมทำร้ายรุ่นน้อง ม.2  ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบครอบครัวของ ด.ช.ไก่ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ชาวอำเภอเกาะคา จ.ลำปาง ซึ่งเป็นหนึ่งในนักเรียนที่ร่วมก่อเหตุทำร้ายรุ่นน้อง    โดยมีผู้ปกครองของ ด.ช.ไก่ ได้มาร่วมนั่งพูดคุยพร้อมเปิดเผยว่าหลังเกิดเหตุทางครอบครัวเองก็ทุกข์ใจไม่น้อย เพราะไม่คิดว่าน้องไก่จะไปทำร้ายรุ่นน้องถึงขนาดนั้น และขอยอมรับผิดทั้งหมดและจะดูแลน้องไม่ให้ไปก่อเหตุแบบนี้ขึ้นอีก ทั้งนี้ น้องไก่เองก็สำนึกผิดและได้บทเรียนไปแล้วจึงอยากขอให้สังคมให้อภัยและให้โอกาสน้องไก่ได้กลับตัว   ด้าน ด.ช.ไก่ ออกมายกมือไหว้กราบขอโทษผู้ปกครองและรุ่นน้อง รวมถึงขอโทษสังคม ที่ทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และสำนึกผิดในสิ่งที่ทำลงไป และอยากไปขอขมาผู้ปกครองและขอโทษรุ่นน้องอย่างเป็นทางการ ส่วนตัวเองยอมรับว่าได้บทเรียนชีวิตเพราะไปทางไหนก็มีแต่คนรังเกียจ เพราะเห็นเป็นเด็กกร้าวร้าว และรับปากว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก ส่วนเพื่อนๆ ทุกคนก็ได้รับผลกระทบในสิ่งที่ทำลงไปเช่นกัน จึงอยากจะขอโอกาสสังคมได้กลับตัวอีกครั้ง   ส่วนทางด้าน ด.ช.โอ (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี ชาวจังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นเหยื่อรุ่นพี่ ม.3 ทำร้ายและบังคับให้กราบเท้า ทางผู้ปกครองได้ทำพิธีส่งเคราะห์และสู่ขวัญตามความเชื่อของชาวเหนือ โดย ด.ช.โอ เปิดเผยว่า อยากกลับไปเรียนหนังสือตามเดิมเพราะขาดเรียนมาหลายวัน และสภาพจิตใจก็ดีขึ้นมากแล้ว   อยากให้เรื่องทั้งหมดจบโดยเร็วเพราะตอนนี้เด็กทั้งสองฝ่ายต่างก็เจ็บช้ำพอๆ กัน ส่วนกรณีที่โซเชียลฯ มีการตั้งค่าหัวรุ่นพี่ที่ก่อเหตุตนมองว่าทำเกินกว่าเหตุ เพราะยังไงทุกคนก็คือเพื่อนของตนเอง และทุกอย่างควรจบลงได้แล้ว   ด้านนางดี (นามสมมุติ) ยายของ ด.ช.โอ เปิดเผยว่าอยากให้เรื่องทั้งหมดยุติโดยเร็ว เพราะตนมองว่าทั้งสองฝ่ายตอนนี้ก็บอบช้ำมากพอแล้ว ตนเองไม่ได้โกรธเด็กและยินดีให้อภัยเด็ก เพราะเชื่อว่าสิ่งที่เด็กๆ ทำลงไปเพราะขาดความยั้งคิด จึงทำให้ทุกฝ่ายเดือดร้อนโดยเฉพาะผู้ปกครองของทุกฝ่าย   ตอนนี้เชื่อว่าเด็กๆ ก็คงได้บทเรียนแล้ว และกรณีที่เพจมีการลงขันตั้งค่าหัวเด็กนั้นตนมองว่าเป็นการทำเกินกว่าเหตุ และจะทำให้เรื่องบานปลายไปอีก อีกทั้งยังทำให้คนอื่นเดือดร้อนไปด้วย จึงขอให้ทุกคนยุติจะให้ตนกราบก็ยอม โดยเฉพาะเด็กที่ไปวนเวียนอยู่แถวหน้าโรงเรียนขอร้องอย่าได้ไปทำร้ายเขา ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ จนท.ดำเนินการตามขั้นตอน และต้องขอขอบคุณในน้ำใจของทุกฝ่ายที่หวังดีและให้กำลังครอบครัวมาโดยตลอด     ข่าวที่เกี่ยวข้อง ปู่รุ่นพี่ ม.3 รุมทำร้ายเด็ก ม.2 เผยหลานสำนึกผิดแล้ว กังวลมีเพจลงขันเงินเกือบแสน ตั้งค่าหัวล่าแก๊ง 12 รุ่นพี่    

 13,811
สังคม-อาชญากรรม
03 ก.พ. 62

ปู่รุ่นพี่ ม.3 รุมทำร้ายเด็ก ม.2 เผยหลานสำนึกผิดแล้ว กังวลมีเพจลงขันเงินเกือบแสน ตั้งค่าหัวล่าแก๊ง 12 รุ่นพี่

ลำปาง-ความคืบหน้ากรณี รุ่นพี่ ม.3 รุมทำร้ายรุ่นน้อง ม.2 ล่าสุด ปู่ของเด็กชายไก่ (นามสมมติ) เด็กที่ก่อเหตุในคลิป เปิดเผยว่า หลังก่อเหตุหลานได้สำนึกผิด และอยากจะไปขอขมาผู้ปกครองและเด็กคนที่ถูกทำร้ายร่างกาย ซึ่งตนเองได้ปรึกษากับผู้ปกครองรายอื่น ๆ ของเด็กคนที่ก่อเหตุ หลายคนเห็นชอบและอยากจะขอให้ทางโรงเรียนเป็นสื่อกลางนำเด็กที่ก่อเหตุทั้งหมดไปขอขมาต่อผู้ปกครองและเด็กที่ถูกทำร้าย เพื่อแสดงความจริงใจและสำนึกผิดต่อสิ่งที่ได้กระทำไป และอยากให้ทางโรงเรียนดำเนินการอย่างโดยเร็วที่สุด   ทั้งนี้ ตนยังไม่สบายใจที่มีเพจหนึ่งได้ลงขันเงินเกือบ 1 แสนบาท ตั้งค่าหัวเด็กทั้ง 12 คน หากใครทำร้ายเด็กที่ก่อเหตุทั้ง 12 คนได้ก็ให้ถ่ายคลิปไปรับเงินจากเพจดังกล่าว ซึ่งตนมองว่าหลานไม่ได้ไปฆ่าใครตายจนถึงขั้นต้องตั้งค่าหัว ความผิดนี้เป็นเพียงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของวัยรุ่น ซึ่งการที่ตั้งค่าหัวรายละหลายหมื่นมันรุนแรงเกินกว่าที่จะรับได้   นอกจากนี้ หลานยังมาเล่าให้ฟังว่า ช่วง 2-3 วันมานี้ มีกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 20-40 คน มาป้วนเปี้ยนอยู่หน้าโรงเรียนคล้ายจะมาดักทำร้าย และช่วงกลางกลางคืนยังมีกลุ่มเด็กวัยรุ่นมาเบิ้ลรถ จยย. ท้าทายที่หน้าบ้านอีก จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวแก้ไขปัญหานี้โดยเร็ว   ด้าน ลุงของเด็กชายวัย 15 ปี หนึ่งในผู้ก่อเหตุตามคลิป เปิดเผยว่า เด็กทุกคนได้สำนึกผิดที่ได้ก่อเหตุดังกล่าวและอยากจะไปขอขมาต่อผู้ปกครองและเด็กคนที่ถูกทำร้าย ซึ่งหวังว่าทางโรงเรียนจะได้เป็นสื่อกลางให้ ทั้งนี้เชื่อว่าผู้ปกครองของเด็กทั้งหมดก็ยินดีที่จะขอขมาด้วยความจริงใจ แต่ปรากฎว่ามีเพจเพจหนึ่งถึงขั้นตั้งค่าหัวบุตรหลานของตน ซึ่งอยากให้สังคมมองว่าเพจดังกล่าวทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ เพราะการที่เด็ก ๆ ก่อเหตุอาจจะเป็นเพราะความคึกคะนองของวัยรุ่นและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และได้สำนึกผิดในสิ่งที่ทำลงไป แต่หากถึงขั้นตั้งค่าหัวเด็กตนเองมองว่ามันเลวร้ายกว่าเด็กตีกันในคลิปอีก          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/W1tcn4z_Nf0

 14,013

Top