ค้นหา :

ผลการค้นหา "ฉะเชิงเทรา"

ข่าวภูมิภาค
08 ต.ค. 62

ช้างป่าโดนยิงตายคาสวนปาล์ม เจ้าของสวนอ้างถูกช้างไล่กระทืบ ต้องยิงป้องกันตัว

ฉะเชิงเทรา-พบช้างป่าตายบริเวณบ้านคลองเตย ม.21 ต.ท่ากระดาน อ.สนามชัยเขต เข้าตรวจสอบพบช้างป่าตาย ยังไม่ทราบเพศ น้ำหนักตัวประมาณ 3 ตัน นอนตายบริเวณป่าปาล์ม ชันสูตรพบถูกยิงที่บริเวณโหนกแก้มด้านขวาเป็นรูพรุน   จากการสอบสวน นายตวงพร แซ่เตี่ยว อายุ 45 ปี เจ้าของสวนปาล์ม ให้การอ้างว่า ได้เข้าไปนอนเฝ้าสวนปาล์มดังกล่าวช่วงคืนที่ผ่านมา พอกลางดึกได้ยินเสียงมีช้างป่าเข้ามาในสวนประมาณกว่า 20 ตัว จึงได้ออกไปจุดประทัดขับไล่ แต่จู่ๆ ก็มีช้างป่าตัวใหญ่คาดว่าจะเป็นจ่าฝูงวิ่งตรงเข้าหาเพื่อไล่กระทืบ จึงวิ่งหนีเอาตัวรอด   แต่ช้างป่าดังกล่าวยังไล่ตามมาอีก สุดท้ายจึงใช้ปืนลูกซองเบอร์ 12 ขนาด 9 ลูก ยิงสวนออกไป 1 นัด ทำให้ช้างชะงักวิ่งหนีเข้าป่าหายไป พอรุ่งเช้ากลับเข้าไปดูสวนปาล์ม ก็พบว่ามีช้างป่านอนตาย 1 ตัว จึงแจ้งฝ่ายปกครองและทางการให้มาตรวจสอบ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้ชันสูตรหาสาเหตุการตายที่แน่ชัด หากพบว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ ก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/d51NmuVKuEY  

 1,162
สังคม
08 ต.ค. 62

ช้างป่าโดนยิงตายคาสวนปาล์ม เจ้าของสวนอ้างถูกช้างไล่กระทืบ ต้องยิงป้องกันตัว

ฉะเชิงเทรา-พบช้างป่าตายบริเวณบ้านคลองเตย ม.21 ต.ท่ากระดาน อ.สนามชัยเขต เข้าตรวจสอบพบช้างป่าตาย ยังไม่ทราบเพศ น้ำหนักตัวประมาณ 3 ตัน นอนตายบริเวณป่าปาล์ม ชันสูตรพบถูกยิงที่บริเวณโหนกแก้มด้านขวาเป็นรูพรุน   จากการสอบสวน นายตวงพร แซ่เตี่ยว อายุ 45 ปี เจ้าของสวนปาล์ม ให้การอ้างว่า ได้เข้าไปนอนเฝ้าสวนปาล์มดังกล่าวช่วงคืนที่ผ่านมา พอกลางดึกได้ยินเสียงมีช้างป่าเข้ามาในสวนประมาณกว่า 20 ตัว จึงได้ออกไปจุดประทัดขับไล่ แต่จู่ๆ ก็มีช้างป่าตัวใหญ่คาดว่าจะเป็นจ่าฝูงวิ่งตรงเข้าหาเพื่อไล่กระทืบ จึงวิ่งหนีเอาตัวรอด   แต่ช้างป่าดังกล่าวยังไล่ตามมาอีก สุดท้ายจึงใช้ปืนลูกซองเบอร์ 12 ขนาด 9 ลูก ยิงสวนออกไป 1 นัด ทำให้ช้างชะงักวิ่งหนีเข้าป่าหายไป พอรุ่งเช้ากลับเข้าไปดูสวนปาล์ม ก็พบว่ามีช้างป่านอนตาย 1 ตัว จึงแจ้งฝ่ายปกครองและทางการให้มาตรวจสอบ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้ชันสูตรหาสาเหตุการตายที่แน่ชัด หากพบว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ ก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/d51NmuVKuEY  

 1,162
แชร์ออฟเดอะเดย์
26 ก.ย. 62

ฉาว! เปิดแชทครูหนุ่มกิ๊กลูกศิษย์วัย 14 "หากครูเลิกกับเมีย แม่ถึงจะยอมรับ" ก่อนอ้างแค่พาไปกินหมูกระทะ

เพจเฟซบุ๊ก ที่นี่แปดริ้ว โพสต์เรื่องราวของครูหนุ่ม วัย 38 ปีคนหนึ่ง สอนวิชาคณิตศาสตร์ ที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับลูกศิษย์วัย 14 ปี ทั้งที่ตัวเองมีภรรยาและลูก 2 คน ถึงขั้นเคยพาเด็กเข้าโรงแรมมาแล้ว และมีแต่งงานกันด้วย เป็นที่รับไม่ได้ของบรรดานักเรียนและครูอาจารย์ในโรงเรียน และทางโรงเรียนก็ไม่มีการห้ามปราม   โดยทางเพจตั้งข้อสังเกตว่า แบบนี้ทำได้ด้วยหรือ ตามกฎหมายเด็กเป็นเยาวชน อายุไม่ถึง 15 ปี ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ไม่สามารถยอมความได้ อีกทั้งพ่อแม่ ก็ไม่สามารถเรียกเงินหรือยอมความได้ เพราะจะเข้าข่ายขายลูกกิน หรือค้ามนุษย์   พร้อมกันนี้มีการเปิดเผยแชทการสนทนา ระหว่างครูคนดังกล่าวและลูกศิษย์วัย 14 ปี ในทำนองชู้สาวให้กับผู้สื่อข่าว โดยฝ่ายหญิงได้ระบุว่า “หากครูเลิกกับภรรยา แม่ตนถึงจะยอมรับ”   นอกจากนี้ยังมีเพื่อนของเด็กหญิงวัย 14 ปี โพสต์ภาพไปงานแต่งของทั้งคู่ แต่เมื่อไปถึงคนที่บ้านบอกว่า ผูกข้อไม้ข้อมือเสร็จและพากันไปเที่ยวแล้ว โดยระบุข้อความว่า "เฮ้ย ไหนบอกงานตอนกลางคืน อุตส่าห์รีบไปตั้งแต่เที่ยง เห็นว่าเป็นครู เป็นเพื่อน จึงไปแต่ทำไมหลอกกันแบบนี้" โดยล่าสุดโพสต์ดังกล่าวได้ถูกลบทิ้งไปแล้ว   นายพัฒน์สมวงศ์ นิลพัทธ์ ผอ.โรงเรียนดังกล่าว ชี้แจงว่า ทางโรงเรียนเพิ่งทราบเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างครูและลูกศิษย์คนนี้ เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา โดยผู้ปกครองเด็ก โทรมาหาครูประจำชั้น ให้ช่วยสืบหาครูที่ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับลูกเขา ก่อนจะทราบว่า เป็นครูสอนคณิตศาสตร์ ชื่อ นายชูชาติ นานอก   ครูคนนี้เพิ่งย้ายมาที่โรงเรียนนี้ได้ปีเศษ จึงได้แจ้งไปยัง สพป. เพื่อสั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว พร้อมย้ายครูคนนี้ออกจากพื้นที่ ไปสอนที่โรงเรียนอื่นแล้ว ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน หากพบมีมูลจะสั่งสอบวินัยร้ายแรงต่อไป ส่วนเรื่องงานแต่ง ทราบจากเด็กว่า ไม่มีการจัดงาน แต่นายชูชาติ นำเงินไปมอบให้ครอบครัว แต่ไม่รู้เหมือนกันว่า เป็นค่าอะไร โดยครูคนนี้มีครอบครัวแล้วจริง ทั้งนี้ขอชี้แจงว่า ตนไม่ได้เพิกเฉยกับเรื่องที่เกิดขึ้น แบบที่ถูกกล่าวหา   ทั้งนี้ มีรายงานว่า ครูคนนี้มีประวัติไม่ธรรมดา ก่อนย้ายมาที่โรงเรียนดังกล่าว เคยสอนอยู่ที่โรงเรียนอีกแห่งหนึ่ง ใน อ.พนมสารคาม ก็เคยก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้ว และจากการลงพื้นที่สอบถามเด็กนักเรียนโรงเรียนดังกล่าว พบว่า เคยเห็นทั้งคู่นั่งจู๋จี๋กันอย่างเปิดเผยในโรงเรียนมาตลอด   ด้านครูหนุ่มที่ถูกกล่าวถึงระบุว่า เป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิดกัน ตนละลูกศิษย์ไม่ได้มีสัมพันธ์เชิงชู้สาวแต่อย่างใด เพียงแค่พาไปกินหมูกระทะ เพราะมีการพูดคุยกันก่อนหน้านี้ว่าหากไปแข่งขันวิชาการให้แล้วจะพาไปกินหมูกระทะเพียงเท่านั้น   ขณะที่แม่ของเด็กวัย 14 ปี กล่าวว่า เริ่มแรกตนเพียงแค่สงสัยว่าเหตุใดมีครูมารับลูกสาวออกไปจากบ้านหลังเลิกเรียน จึงได้สอบถามข้อเท็จจริงกับผอ. และเมื่อสอบถามกับลูกสาวจนทราบว่าเพียงแค่ไปกินหมูกระทะกันเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรเกินเลย ตนจึงไม่ว่าอะไร ยืนยันว่าลูกสาวและครูไม่ได้มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกัน หลังเกิดเรื่องลูกสาวไม่ได้ไปโรงเรียนเพราะต้องไปทำธุระกับตน ประกอบกับรับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้นซึ่งเรื่องทั้งหมดเป็นเพียงความเข้าใจผิดกันเท่านั้น ส่วนเรื่องผูกข้อมือหรือแต่งงานไม่มีอย่างแน่นอน ขณะนี้ตนและลูกทำใจไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น สภาพจิตใจย่ำแย่มาก จึงอยากวอนขอให้หยุดโพสต์หยุดแชร์ หยุดกระจายข่าวเรื่องนี้ได้แล้ว   ด้านนายอดิศักดิ์ สงกรานต์ ผอ. กลุ่มกฎหมายและคดี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 2 กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าครูคนดังกล่าวไปรับเด็กที่บ้านจริง แต่เป็นการพาไปกินหมูกระทะ ไม่ได้มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว และที่ไปกินหมูกระทะกันสองคนนั้น อาจเป็นเพราะเด็กคนนี้เรียนเก่งวิชาคณิตศาสตร์ ประกอบกับครูคนดังกล่าวเป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ จึงทำให้เกิดความสนิทสนมกันขึ้น   ทั้งนี้ได้ทำการสั่งย้ายครูคนดังกล่าวไปปฎิบัติหน้าที่ที่โรงเรียนอื่นชั่วคราวในระหว่างการสอบสวนแล้ว ตั้งแต่วันที่ 10 ก.ย. พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ส่วนเรื่องที่มีการพาไปโรงแรม หรือแต่งงานกันนั้นยังไม่พบหลักฐานใดๆ และครูคนดังกล่าวก็ยังไม่เคยมีประวัติเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Rm4rMprSZZk

 11,817
ข่าวโซเชียล
26 ก.ย. 62

ฉาว! เปิดแชทครูหนุ่มกิ๊กลูกศิษย์วัย 14 "หากครูเลิกกับเมีย แม่ถึงจะยอมรับ" ก่อนอ้างแค่พาไปกินหมูกระทะ

เพจเฟซบุ๊ก ที่นี่แปดริ้ว โพสต์เรื่องราวของครูหนุ่ม วัย 38 ปีคนหนึ่ง สอนวิชาคณิตศาสตร์ ที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับลูกศิษย์วัย 14 ปี ทั้งที่ตัวเองมีภรรยาและลูก 2 คน ถึงขั้นเคยพาเด็กเข้าโรงแรมมาแล้ว และมีแต่งงานกันด้วย เป็นที่รับไม่ได้ของบรรดานักเรียนและครูอาจารย์ในโรงเรียน และทางโรงเรียนก็ไม่มีการห้ามปราม   โดยทางเพจตั้งข้อสังเกตว่า แบบนี้ทำได้ด้วยหรือ ตามกฎหมายเด็กเป็นเยาวชน อายุไม่ถึง 15 ปี ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ไม่สามารถยอมความได้ อีกทั้งพ่อแม่ ก็ไม่สามารถเรียกเงินหรือยอมความได้ เพราะจะเข้าข่ายขายลูกกิน หรือค้ามนุษย์   พร้อมกันนี้มีการเปิดเผยแชทการสนทนา ระหว่างครูคนดังกล่าวและลูกศิษย์วัย 14 ปี ในทำนองชู้สาวให้กับผู้สื่อข่าว โดยฝ่ายหญิงได้ระบุว่า “หากครูเลิกกับภรรยา แม่ตนถึงจะยอมรับ”   นอกจากนี้ยังมีเพื่อนของเด็กหญิงวัย 14 ปี โพสต์ภาพไปงานแต่งของทั้งคู่ แต่เมื่อไปถึงคนที่บ้านบอกว่า ผูกข้อไม้ข้อมือเสร็จและพากันไปเที่ยวแล้ว โดยระบุข้อความว่า "เฮ้ย ไหนบอกงานตอนกลางคืน อุตส่าห์รีบไปตั้งแต่เที่ยง เห็นว่าเป็นครู เป็นเพื่อน จึงไปแต่ทำไมหลอกกันแบบนี้" โดยล่าสุดโพสต์ดังกล่าวได้ถูกลบทิ้งไปแล้ว   นายพัฒน์สมวงศ์ นิลพัทธ์ ผอ.โรงเรียนดังกล่าว ชี้แจงว่า ทางโรงเรียนเพิ่งทราบเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างครูและลูกศิษย์คนนี้ เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา โดยผู้ปกครองเด็ก โทรมาหาครูประจำชั้น ให้ช่วยสืบหาครูที่ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับลูกเขา ก่อนจะทราบว่า เป็นครูสอนคณิตศาสตร์ ชื่อ นายชูชาติ นานอก   ครูคนนี้เพิ่งย้ายมาที่โรงเรียนนี้ได้ปีเศษ จึงได้แจ้งไปยัง สพป. เพื่อสั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว พร้อมย้ายครูคนนี้ออกจากพื้นที่ ไปสอนที่โรงเรียนอื่นแล้ว ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน หากพบมีมูลจะสั่งสอบวินัยร้ายแรงต่อไป ส่วนเรื่องงานแต่ง ทราบจากเด็กว่า ไม่มีการจัดงาน แต่นายชูชาติ นำเงินไปมอบให้ครอบครัว แต่ไม่รู้เหมือนกันว่า เป็นค่าอะไร โดยครูคนนี้มีครอบครัวแล้วจริง ทั้งนี้ขอชี้แจงว่า ตนไม่ได้เพิกเฉยกับเรื่องที่เกิดขึ้น แบบที่ถูกกล่าวหา   ทั้งนี้ มีรายงานว่า ครูคนนี้มีประวัติไม่ธรรมดา ก่อนย้ายมาที่โรงเรียนดังกล่าว เคยสอนอยู่ที่โรงเรียนอีกแห่งหนึ่ง ใน อ.พนมสารคาม ก็เคยก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้ว และจากการลงพื้นที่สอบถามเด็กนักเรียนโรงเรียนดังกล่าว พบว่า เคยเห็นทั้งคู่นั่งจู๋จี๋กันอย่างเปิดเผยในโรงเรียนมาตลอด   ด้านครูหนุ่มที่ถูกกล่าวถึงระบุว่า เป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิดกัน ตนละลูกศิษย์ไม่ได้มีสัมพันธ์เชิงชู้สาวแต่อย่างใด เพียงแค่พาไปกินหมูกระทะ เพราะมีการพูดคุยกันก่อนหน้านี้ว่าหากไปแข่งขันวิชาการให้แล้วจะพาไปกินหมูกระทะเพียงเท่านั้น   ขณะที่แม่ของเด็กวัย 14 ปี กล่าวว่า เริ่มแรกตนเพียงแค่สงสัยว่าเหตุใดมีครูมารับลูกสาวออกไปจากบ้านหลังเลิกเรียน จึงได้สอบถามข้อเท็จจริงกับผอ. และเมื่อสอบถามกับลูกสาวจนทราบว่าเพียงแค่ไปกินหมูกระทะกันเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรเกินเลย ตนจึงไม่ว่าอะไร ยืนยันว่าลูกสาวและครูไม่ได้มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกัน หลังเกิดเรื่องลูกสาวไม่ได้ไปโรงเรียนเพราะต้องไปทำธุระกับตน ประกอบกับรับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้นซึ่งเรื่องทั้งหมดเป็นเพียงความเข้าใจผิดกันเท่านั้น ส่วนเรื่องผูกข้อมือหรือแต่งงานไม่มีอย่างแน่นอน ขณะนี้ตนและลูกทำใจไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น สภาพจิตใจย่ำแย่มาก จึงอยากวอนขอให้หยุดโพสต์หยุดแชร์ หยุดกระจายข่าวเรื่องนี้ได้แล้ว   ด้านนายอดิศักดิ์ สงกรานต์ ผอ. กลุ่มกฎหมายและคดี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 2 กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าครูคนดังกล่าวไปรับเด็กที่บ้านจริง แต่เป็นการพาไปกินหมูกระทะ ไม่ได้มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว และที่ไปกินหมูกระทะกันสองคนนั้น อาจเป็นเพราะเด็กคนนี้เรียนเก่งวิชาคณิตศาสตร์ ประกอบกับครูคนดังกล่าวเป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ จึงทำให้เกิดความสนิทสนมกันขึ้น   ทั้งนี้ได้ทำการสั่งย้ายครูคนดังกล่าวไปปฎิบัติหน้าที่ที่โรงเรียนอื่นชั่วคราวในระหว่างการสอบสวนแล้ว ตั้งแต่วันที่ 10 ก.ย. พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ส่วนเรื่องที่มีการพาไปโรงแรม หรือแต่งงานกันนั้นยังไม่พบหลักฐานใดๆ และครูคนดังกล่าวก็ยังไม่เคยมีประวัติเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก่อน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Rm4rMprSZZk

 11,817
ข่าวภูมิภาค
03 ก.ย. 62

หนุ่มพิการเครียดตกงาน โดดสะพานบางปะกง ก่อนเปลี่ยนใจไม่อยากตายกลางแม่น้ำ

ฉะเชิงเทรา-ชาวบ้านที่หาปลาริมฝั่งแม่น้ำบางปะกงแจ้งว่า มีชายกำลังเกาะตอม่อ ท่ามกลางกระแสน้ำที่ไหลเฉี่ยว และฝนที่ตกลงมาเป็นระยะ ร้องขอความช่วยเหลือ บริเวณกลางสะพานบางพระ ข้ามแม่น้ำบางปะกง พื้นที่ ม.3 ต.บางพระ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา   เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้หย่อนเชือกลงไปให้ชายคนดังกล่าวเกาะไว้ พร้อมประสานเรือเร็วจากหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทราให้เข้ามาช่วยเหลือ แต่เนื่องจากระยะทางจากหน่วยมายังจุดเกิดเหตุค่อนข้างไกล เจ้าหน้าที่จึงแจ้งขอความช่วยเหลือจากสมาชิก   ต่อมานายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ รับทราบเหตุจึงประสานนำเรือออกพร้อมร่วมเดินทางให้การช่วยเหลือ จากนั้นมีเจ็ทสกีของร้านอาหารที่อยู่ติดแม่น้ำบางปะกงขับตามมาสมทบ ก่อนจะจอดเทียบช่วยเหลือชายคนดังกล่าวขึ้นฝั่งได้อย่างปลอดภัย   จากการสอบถามในเบื้องต้น ทราบชื่อคือ นายพรไพโรจน์ (สงวนนามสกุล) เป็นชาว ต.บางพระ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา โดยเจ้าตัวเล่าว่ามีอาการเครียด เนื่องจากตกงานมาหลายเดือนไม่มีเงินใช้ อีกทั้งนิ้วมือทั้ง 2 ข้าง ซ้ายและขวาพิการ ทำงานค่อนข้างลำบาก จึงไม่มีใครรับเข้าทำงาน   จึงเกิดอาการเครียดและน้อยใจ จึงตัดสินใจขี่รถจักรยานยนต์มาจอดบริเวณกลางสะพานข้ามแม่น้ำ เพื่อจะกระโดดสะพานหวังฆ่าตัวตาย แต่พอกระโดดน้ำไปแล้วเกิดเปลี่ยนใจจึงพยายามว่ายน้ำเข้าฝั่ง แต่เนื่องจากกระแสน้ำที่แรง เลยทำได้เพียงเกาะตอม่อสะพานไว้ จนมีชาวบ้านที่นั่งตกปลาในบริเวณใกล้เคียงพบเห็นจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้าช่วยเหลือ   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้นำตัว ไปทำการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลพุทธโสธร และให้พักสงบสติอารมณ์ ก่อนจะติดต่อญาติให้มารับตัวต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qu8Ppws1vVY

 1,691
ข่าวภูมิภาค
22 ส.ค. 62

โวยเงินฝากถูกถอนจากบัญชีหายปริศนา สูญเงิน 9 แสน ตั้งข้อสงสัยฝีมือ พนง.แบงก์ดัง

ฉะเชิงเทรา-นางนันทกานต์ ตันวุฒิบันฑิต อายุ 36 ปี นักธุรกิจใน จ.ฉะเชิงเทรา เปิดใจเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า ฝากเงินกับธนาคารแห่งหนึ่งในห้างชื่อดัง จ.ฉะเชิงเทรา   โดยพบว่า เงินฝากในบัญชีหายไป 9 แสนบาท โดยไม่ได้ทำการถอนจากบัญชี ซึ่งบัญชีนี้เปิดไว้เมื่อเดือนมีนาคม 2562 จากนั้นเดือนมิถุนายน ญาติพี่น้อง ได้โอนเงินเก็บจำนวน 1.5 ล้านบาท เข้าบัญชีนี้เพื่อเก็บไว้เป็นค่าใช้จ่าย รักษาพ่อที่ป่วยเป็นโรคหัวใจ จึงให้ตนถือบัญชีนี้ไว้ จะได้เบิกเงินค่ารักษาได้ง่าย   จากนั้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จะไปถอนเงิน พบว่าเงินหายไป ตนจึงสอบถามธนาคาร พบว่าเงินถูกถอนจากบัญชี 5 ครั้ง   ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2562 เวลาประมาณ 16.01 น. เงินออกจากบัญชีจำนวน 560,000 บาท ครั้งที่ 2 วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 เวลาประมาณ 16.14 น. เงินออกจากบัญชี จำนวน 7 0,000 บาท ครั้งที่ 3 วันที่ 1 สิงหาคม 2562 เวลา 16.14 น. เงินออกจากบัญชีอีกจำนวน 60,000 บาท ครั้งที่ 4วันที่ 9 สิงหาคม 2562 เวลา 16.14 น. เงินออกจากบัญชีอีก 140,000 บาท ครั้งที่ 5 วันที่ 16 สิงหาคม 2562 เงินออกจากบัญชีจำนวน 70,000 บาท   โดยผู้จัดการธนาคารบอกว่า ขอเวลาดำเนินการตรวจสอบประมาณ 2 สัปดาห์ เบื้องต้นทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว และพบการโอนเงินไปยังบุคคลที่ 3 ที่เป็นเพื่อนของผู้ก่อเหตุ   ทั้งนี้ ตนเองสงสัยพนักงานธนาคาร เพราะตั้งแต่ตนเองนำเงินไปฝาก พนักงานรายนี้ก็จะมีพฤติกรรมเข้ามาตีสนิท เช่น นำกระเป๋ามาให้ตน อ้างว่าเป็นของขวัญ หรือแม้กระทั่งมาซื้อของใช้ที่ร้านค้าของตนเองอยู่บ่อยครั้ง นอกจากนี้ กระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นคนในครอบครัวที่เอาเงินไปกันเองหรือไม่นั้น ยืนยันว่าไม่ใช่คนในครอบครัวแน่นอน   อย่างไรก็ตาม ทางธนาคารอยู่ระว่างดำเนินการเพื่อแจ้งจับพนักงานที่กระทำความผิดตามขั้นตอน และพร้อมชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้น (23 ส.ค. 62) ล่าสุดวันนี้  คุณนันทกานต์ แจ้งกับผู้สื่อข่าวว่า ได้รับเงินคืนแล้วจำนวน 9 แสนบาท โดยทางธนาคารนำเงินมาคืนให้ โดยตนและครอบครัวปรึกษาแล้วว่า จะถอนเงินออกจากบัญชีนี้  และคงไปฝากกับธนาคารอื่นแทน  ส่วนเรื่องการดำเนินคดีทางกฎหมายนั้น ขอปรึกษากับครอบครัวอีกครั้งว่าจะถอนแจ้งความหรือไม่ โดยเบื้องต้นทางธนาคารยอมรับว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น น่าจะเป็นการกระทำของบุคคลภายใน ซึ่งธนาคารจะดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้ คุณ นันทกานต์ ฝากถึงคนที่ฝากเงินตามธนาคารต่างๆ ให้หมั่นตรวจสอบบัญชีควาเคลื่อนไหว  อย่างเช่นกรณีตนนี้เปิดไว้สามเดือนไม่ได้ตรวจสอบเลย จนกระทั่งมีเงินก้อนนี้เข้าไปผ่านไป5เดือน แม้ว่าเราจะฝากเงินกับธนาคารแต่ก็ต้องระวังและตรวจสอบ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0gFX9IdlmyA

 56,186
ข่าวภูมิภาค
22 ส.ค. 62

รวบผัวโหดตีเมียก่อนจุดไฟเผา ยังอ้างไม่ได้ตั้งใจ แค่สูบบุหรี่ไฟลุกเอง เผยเพิ่งพ้นคุกคดีทำร้ายภรรยาเก่า

จากเหตุการณ์ที่นายสงกรานต์ ไชโย หรือ หวาน สะเด็ด อายุ 30 ปี สามีทำร้ายร่างกายนางสาวเมย์ ภรรยาตนเองได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนจุดไฟเผา เหตุเกิด ที่ อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อกลางดึกวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา   ล่าสุดเมื่อวานนี้ (21 ส.ค.) ตร.สภ.แปลงยาว เข้าจับกุมนายสงกรานต์ ได้แล้วพร้อมของกลาง ที่ใช้ทุบตีภรรยาและจุดไฟเผา จากการสอบปากคำนายสงกรานต์ให้การรับสารภาพ โดยอ้างว่าที่ทำลงไป เพราะภรรยาที่เพิ่งคบได้เดือนเศษจะขอเลิก จึงไม่ยอม ส่วนการจุดไฟเผานั้นไม่ได้ตั้งใจจุด แต่หลังจากทุบตีแล้ว ใช้ผ้าชุบน้ำมันรถที่หก ทุบตีซ้ำอีกและสูบบุหรี่ จึงเกิดประกายไฟลุกไหม้   ต่อมา ตร.คุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยตอนที่คุมตัวออกมาจากห้องสอบสวน ผู้สื่อข่าวสอบถามนายสงกรานต์ ก็ไม่ตอบคำถาม มีสีหน้าที่เรียบเฉย   ทางด้านนางสะอ้างค์ ใหม่สิงห์ อายุ 67 ปี แม่ของผู้บาดเจ็บเล่าว่า ลูกสาวคบหากับนางสงกรานต์มาได้เดือนเศษ ช่วงแรกที่คบกันลูกสาวก็ถูกทุบตี เมื่อวันที่ 1 ส.ค. โดยถูกจิกผมลากจากในบ้านมาทุบตี เตะต่อย กระทืบ และใช้ขวานฟันตามบ้านได้รับความเสียหาย ตอนนั้นตนเข้าไปห้ามป้องลูกสาว ก็โดนลูกหลงถูกผลักล้ม แขนหักต้องใส่เฝือกถึงทุกวันนี้   ล่าสุดก็ยังทุบตีลูกและเผาหวังให้ตาย ทุกครั้งที่ตีจะตะโกนสั่งห้ามคนเข้าช่วย และจะบอกว่าไม่กลัวคุก เพราะเข้ามาแล้ว ตนทนไม่ได้ จิตใจโหดร้ายเกินคน ขอให้ได้รับโทษติดคุกตลอดชีวิต   ทางด้านป้าของผู้ก่อเหตุ ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่านายสงกรานต์ มีฉายาเรียกว่า หวาน สะเด็ด ก่อนหน้านี้เคยติดคุกเพราะทำร้ายร่างกายเมียเก่าและพ้นโทษมาเมื่อช่วงเดือนเมษายน ไม่มีอาชีพอะไรวันๆก็เที่ยวเตร่   วันเกิดเหตุพาแฟนมาที่บ้านตน แต่ตนบอกไม่ให้มานอนที่นี่ จากนั้นก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ลูกชายตนก็วิ่งออกมาช่วยแล้วสักพักก็จุดไฟเผา ตอนนั้นสงสารมาก ชีวิตลูกผู้หญิงถูกไฟเผาทั้งตัว วิ่งเข้าขอความช่วยเหลือ ส่วนที่หลานบอกว่าไม่ได้จุดไฟเผา แต่สูบบุหรี่แล้วไฟลุกไหม้   ตนเห็นเอาผ้าชุบน้ำมันจากรถ แล้วเอาฟาดตามตัวแฟน ก่อนจะจุดไฟเผา แล้วยังเผารถจยย.ด้วย พฤติกรรมของหลานชายเลวร้ายมาก ขอให้ตำรวจดำเนินคดีถึงที่สุด   เบื้องต้นตำรวจแจ้ง 3 ข้อหา ได้แก่ พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา / ทำให้เสียทรัพย์ / เสพสารเสพติด ก่อนเตรียมนำตัวไปฝากขังต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vjH_InKOzhQ

 2,468
ข่าวภูมิภาค
31 ก.ค. 62

แม่ค้าออนไลน์ซึมเศร้าหลังเลิกสามี ราดน้ำมันเบนซิน จุดไฟเผาตัวเองดับสลด

ฉะเชิงเทรา-เกิดเหตุ น.ส.พัชราภรณ์ หรือมิ้นท์ คูประเสริฐ อายุ 32 ปี จุดไฟเผาตัวเองภายในบ้านพัก ซอยสุจินพัฒนา ถ.วรรณยิ่ง ต.หน้าเมือง อ.เมือง พบร่างถูกไฟคลอกเกือบทั้งตัว ดิ้นทุรนทุราย หน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทราทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนช่วยเหลือนำส่งไปยัง รพ.พุทธโสธร สภาพตามร่างกายถูกเปลวเพลิงเผาไหม้ไปแล้วมากถึงกว่าร้อยละ 60   จากการสอบสวนเพื่อนบ้านระบุว่า น.ส.พัชราภรณ์ ใช้น้ำมันเบนซินเทราดตัวก่อนจุดไฟเผาตนเอง จนเปลวเพลิงลุกท่วมร่างกายล้มลงทั้งยืน หลังเกิดเหตุได้มีเพื่อนบ้านข้างเคียงนำถังตักน้ำมาช่วยกันสาดดับไฟที่กำลังโหมลุกไหม้   พยานระบุว่า ผู้ก่อเหตุเป็นคนหน้าตาดี เป็นสาวร่าเริง มีอาชีพค้าขายเสื้อผ้าออนไลน์ และสินค้าแบรนด์เนม โดยมีร้านของตัวเองที่บริเวณ ถ.สวนสมเด็จฯ ปากทางเข้าศาลากลาง จ.ฉะเชิงเทรา และมีบ้านที่ไปสร้างใหม่เป็นของตนเองภายในซอยวัดสำปะทวน มีสามีแล้วและมีบุตรชายวัย 4 ขวบ 1 คน แต่หลังจากเลิกราจากสามีไปแล้ว ก็มีอาการที่ผิดปกติไป กลายเป็นคนที่เหม่อลอยซึมเศร้า ไม่ค่อยพูดจากับผู้คน จึงเชื่อว่าน้องมิ้นท์คงเครียดกับปัญหาชีวิตที่เกิดขึ้น จึงจุดไฟเผาตัวเอง   ทั้งนี้ที่ผ่านมา มีความพยายามที่จะคิดฆ่าตัวตายมาหลายครั้งแล้ว ล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้มีคนไปพบเห็นขึ้นไปยืนอยู่ที่บนเมรุวัดแหลมใต้ และพยายามที่จะเข้าไปเผาตัวเองภายในเมรุ แต่มีชาวบ้านไปพบเห็นก่อนจึงได้ช่วยนำพากลับมาส่งยังที่บ้าน โดยที่ผ่านมามีผู้พบพยายามที่จะไปเผาตัวเองบนเมรุถึงสองครั้งแล้ว ก่อนที่จะมาก่อเหตุจุดไฟเผาตัวเองยังที่บ้านหลังนี้   หลังเกิดเหตุผู้สื่อข่าวสอบถามยายของ น.ส.พัชราภรณ์ ซึ่งได้ให้ข้อมูลว่า หลานสาวประกอบอาชีพเป็นแม่ค้าขายของอยู่ตลาดสดบ่อบัว ในตัวเมืองฉะเชิงเทรา ช่วงหลังที่เศรษฐกิจย่ำแย่ มีปัญหาค้าขายไม่ดี เงินทองไม่พอใช้จ่ายในครอบครัว จึงมีอาการเครียดป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามากว่า 2 ปีแล้ว ต้องกินยาเป็นประจำ มักจะบ่นว่าอยากตายบ่อยครั้ง   ก่อนเกิดเหตุหลานได้ไปซื้อน้ำมันเบนซิน 5 ลิตร จากปั๊มน้ำมัน บอกว่าจะเอามาเติมรถจักรยานยนต์ ทางญาติๆ ก็ไม่ได้เอะใจอะไรว่าจะมีเรื่องร้ายเกิดขึ้น และเมื่อคืนก่อนเกิดเหตุได้สังเกตเห็นว่าหลานเดินไปมานอนไม่หลับทั้งคืน จนกระทั่งเช้าตรู่จึงออกมาก่อเหตุจุดไฟเผาตัวเองบริเวณข้างบ้าน โดยใช้กรรไกรตัดเสื้อผ้าที่สวมใส่ ก่อนใช้น้ำมันที่เตรียมมาราดบนตัวแล้วจุดไฟจนลุกท่วม เป็นจังหวะที่เพื่อนบ้านเห็นจึงใช้น้ำสาดจนไฟดับ ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาล และล่าสุดได้เสียชีวิตลงแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fATGWY3ZyTg

 6,967
ข่าวภูมิภาค
23 ก.ค. 62

หนุ่มนัดเจอสาวทางแชท ก่อนหลอกจะพาไปเที่ยวตลาด 100 ปี สุดท้ายพาไปขืนใจ-ปล่อยทิ้ง

ฉะเชิงเทรา-สาววัย 21 ปี แจ้งความว่าถูกชายหนุ่มวัยใกล้เคียงกัน ที่รู้จักกันผ่านเฟซบุ๊ก แชทล่อลวงมาข่มขืนที่บ้านพัก ในพื้นที่ ต.จรเข้น้อย ก่อนนำมาปล่อยทิ้งไว้ ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งหนึ่ง ริมถนนเทพราช อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา   ผู้เสียหายเล่าว่า เป็นนักศึกษา กศน.แห่งหนึ่งใน อ.พนมสารคาม และได้รู้จักกับนายบอล ผู้ก่อเหตุผ่านทางเฟซบุ๊ก ได้มีการแชทพูดคุยจนเกิดความใกล้ชิดกันเพียงระยะเวลาไม่นาน ก่อนที่จะมีการนัดแนะให้ตนเองเดินทางมาหา โดยนัดให้ตนมาพบที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ถ.ศรีโสธรตัดใหม่ ภายในตัวเมืองฉะเชิงเทรา และจะพาตนไปเดินเที่ยวที่ตลาดเก่าแก่คลองสวน 100 ปี ใน ต.เทพราช   ด้วยความไว้ใจจึงหลงเชื่อ ไปตามที่นัดหมาย โดยนายบอลได้ ขี่รถ จยย.มารับและได้ออกอุบายจะพาไปตลาดร้อยปีคลองสวน ตนจึงได้ขึ้นซ้อนท้ายรถ จยย. แต่นายบอลกลับไม่พาไปยังตลาดร้อยปีอย่างที่บอกไว้ แต่พาตนเข้าไปยังที่บ้านพักบริเวณบ่อกุ้ง บริเวณใกล้กับวัดจรเข้น้อย   ซึ่งสภาพแวดล้อมโดยรอบนั้นเปลี่ยว มีแต่บ่อเลี้ยงกุ้งเลี้ยงปลาล้อมรอบ ไม่ได้พาไปท่องเที่ยวยังตลาดเก่าแก่ 100 ปี ตามที่ได้พูดคุยกันไว้ นายบอลหลอกให้ตนนั่งรอในบ้านพัก เพื่อไปต่อยังตลาดร้อยปีก่อนที่จะลงมือข่มขืนกระทำชำเราอนาจาร และกักขังหน่วงเหนี่ยวตนไว้ภายในบ้าน   ตนพยายามอ้อนวอน ให้นายบอลปล่อยตัวและพากลับออกมาส่งกลับบ้านยังสถานีขนส่งผู้โดยสาร จนกระทั่งเวลา 12.00 น. ตนจึงได้ออกอุบายว่าหิวข้าวแล้ว อยากกินข้าว นายบอลจึงได้ ขี่รถ จยย.พานั่งซ้อนท้ายมาส่งทิ้งไว้ยังที่ร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งนี้แล้วขับหนีไปอย่างรวดเร็ว ตนจึงรับโทรแจ้ง 191 ขอความช่วยเหลือ   จากเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วมารับตัว เพื่อสอบสวนและชี้จุดเกิดเหตุ และพาตรวจร่างกายหาร่องรอยหาการถูกการข่มขืนกระทำชำเรา เพื่อเป็นหลักฐานติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cjbpc6EP7SQ

 7,087
ข่าวภูมิภาค
21 ก.ค. 62

สวนนงนุช เปิดโครงการเที่ยวฟรี 1 เดือน ไม่จำกัดจำนวนครั้ง สำหรับคน 'ฉะเชิงเทรา-สุพรรณบุรี'

สวนนงนุชพัทยา อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เปิดโครงการเที่ยวฟรี 1 เดือน ไม่จำกัดจำนวนครั้ง สำหรับคนที่มีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.ฉะเชิงเทรา และ จ.สุพรรณบุรี ตั้งแต่ 1-31 สิงหาคมนี้ เพียงแสดงบัตรประชาชนเท่านั้น        ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3cpUfU5Hk1s

 867
ข่าวภูมิภาค
09 ก.ค. 62

ไฟไหม้เก๋ง-รถบรรทุกติดแก๊ส บึ้มสนั่น คนขับหนีตายวุ่น

สมุทรปราการ-เกิดเหตุไฟไหม้รถเก๋ง ที่จอดอยู่บริเวณริมถนนศรีนครินทร์ ขาเข้านครบาลก่อนถึงหน้าโชว์รูมโตโยต้า ต.บางเมือง อ.เมืองสมุทรปราการ   โดยเพลิงได้ลุกโหมอย่างรุนแรงและเปลวไฟได้ลุกท่วมรถเก๋งคันดังกล่าวทั้งคัน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ช่วยกันระดมฉีดน้ำอยู่นานกว่า 30 นาทีเพลิงจึงสงบ พบว่ารถเก๋งคันดังกล่างถูกไฟเผาผลาญได้รับความเสียหายทั้งคัน   เจ้าของรถบอกว่า ขับรถคันดังกล่าวเพื่อที่จะมาเติมแก๊ส ซึ่งรถคันดังกล่าวเคยเป็นรถแท็กซี่และปลดระวาง จึงนำมาใช้เป็นรถส่วนตัว และอยู่ระหว่างที่จะไปขอเปลี่ยนเป็นป้ายขาว ซึ่งระหว่างที่ขับรถคันดังกล่าวมาตามถนนศรีนครินทร์จนใกล้ถึงที่เกิดเหตุ อยู่ๆได้มีกลุ่มควันจำนวนมากพวยพุ่งออกมาจากห้องเครื่องก่อนที่จะมีเปลวเพลิงลุกไหม้ออกมา   จึงรีบประคองรถเข้าจอดข้างทางก่อนที่ตนและแฟนสาว จะรีบเปิดประตูรถวิ่งหนีตายออกมาจากรถ ก่อนที่เปลวไฟจะลุกไหม้จนท่วมคัน ถือว่ายังโชคดีที่ตนและแฟนหนีตามออกมาได จึงไม่มีใครบาดเจ็บหรือเสียชีวิต   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดไฟลุกไหม้นั้น น่าจะเกิดระบบสายไฟที่อยู่ภายในห้องเครื่องเกิดการช็อตและเกิดเปลวไฟลุกไหม้ประกอบกับรถดังกล่าวใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิงจึงทำให้เพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว   ส่วนที่ จ.ฉะเชิงเทรา หนุ่มโชเฟอร์รถบรรทุกสิบล้อหนีตาย หลังเกิดเหตุระเบิดดังสนั่นจนไฟลุกท่วมรถจากจุดที่ติดถังแก๊ส NGV ที่เติมแก๊สเต็มถังและวิ่งมาได้ไม่นาน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและเจ้าหน้าที่กู้ภัยฉะเชิงเทรา เร่งให้การช่วยเหลือดับไฟนานกว่า 30 oที เพลิงจึงสงบ ส่งผลให้การจราจรติดขัดยาว   ด้านคนขับรถบรรทุกได้เปิดเผยว่า ขณะบรรทุกตอม่อมาส่งยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคฉะเชิงเทรา และกำลังเดินทางกลับโรงงานที่จังหวัดปทุมธานี ระหว่างทางได้ยินเสียงระเบิดดังด้านท้ายรถ จึงมองกระจกข้างก็พบไฟได้เริ่มลุกไหม้บริเวณ ถังแก๊สเชื้อเพลิง NGV จึงพยายามนำรถเข้าจอดเข้าข้างทาง แต่ก็มีรถยนต์ตามหลังมาจำนวนหลายคน กว่าจะบังคับรถเข้าจอดได้ระยะทางกว่า 800 เมตร ทำให้ไฟได้โหมลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ตนจึงรีบลงมาจากรถก่อนโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ขอความช่วยเหลือ   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า อาจเกิดการขัดข้องของระบบเชื้อเพลิง ก่อนเกิดประกายไฟจนลุกลามไหม้รถบรรทุกทั้งคัน แต่อย่างไรก็ตามจะได้เรียกประบริษัทประกันภัยเพื่อรวมตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริงต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Ih3y7K4wKe0

 2,707
ข่าวภูมิภาค
05 ก.ค. 62

จับชาย 41 เมาหื่น ปล้ำป้าวัย 57 อ้างหลงรักมานานแล้ว ถ้าออกจากคุกจะมาสู่ขอ

ฉะเชิงเทรา-ลูกชายแจ้งความว่า แม่วัย 57 ปี ถูกเพื่อนข้างห้องเป็นชายวัย 41 ปีทำร้ายร่างกายและพยายามข่มขืน โดยบุกเข้ามาในห้องด้วยอาการมึนเมา จากนั้นพยายามผลักให้นอนแล้วทำร้ายร่างกายโดยการทุบตีที่ร่างกายหลายครั้ง ก่อนจะใช้มีดขู่ไม่ให้ส่งเสียงร้อง   แต่จังหวะที่คนร้ายเผลอก็รีบวิ่งออกมาจากห้องเพื่อไปหาลูกชาย และไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน โดยวิ่งไปได้ประมาณ 100 เมตร คนร้ายตามมาทันก่อนจะกระชากและทุบตีบต่อยท้อง จากนั้นลากตนเข้าป่าข้างทางแล้วจับถอดเสื้อผ้าทั้งหมด ก่อนที่จะกระทำอนาจารโดยการลวนลามจับอวัยวะเพศ พยายามที่จะข่มขืนตนแต่ไม่สำเร็จ   โดยคนร้ายได้กอดแล้วนอนทับร่างอยู่แบบนั้นตั้งแต่ 12.00 น.จนถึง 18.00 น. ตนจึงออกอุบายว่าจะไปซื้อเหล้ามากินเป็นเพื่อนและจะยอมมีอะไรด้วย ทำให้คนร้ายยอมพาเดินออกมาจากป่าข้างทางแล้วเดินไปที่ร้านค้า ระหว่างนั้นผู้เสียหายก็รีบวิ่งหนีทันทีจนมาพบลูกชายแล้วให้ลูกชายพามาแจ้งความ   ต่อมาตำรวจนจับผู้ก่อเหตุได้ อยู่ในอาการมึนเมาอย่างหนัก ให้การไม่รู้เรื่องก่อนจะนำตัวมาขังเพื่อรอการสอบสวนและทำแผนประกอบคำรับสารภาพต่อไป   ทั้งนี้ จากการตรวจค้นภายในห้องพบ หนังสือและแผ่นภาพยนต์ลามกอนาจารจำนวนมาก จากนั้นคุมตัวไปยังจุดเกิดเหตุ และให้มาขอโทษผู้เสียหาย โดยสารภาพว่า ที่ทำลงไปเพราะความเมาและแอบหลังรักผู้เสียหายมานานแล้ว จะรีบออกมาจากคุกแล้วมาสู่ขอไปดูอยู่ด้วยกัน เพราะยังไงก็รักอยู่แล้ว   ซึ่งระหว่างนั้นปรากฎว่า ลูกชายของผู้เสียหายได้ปรี่เข้าชกหน้าคนร้าย ไป 1 ครั้ง ก่อนตำรวจจะเข้าห้ามไว้ทันแล้วนำตัวกลับไปสอบสวนแจ้งข้อหาส่งดำเนินคดีต่อไป          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/e4Ow68rx0eg

 19,554
ข่าวภูมิภาค
22 มิ.ย. 62

ปิดเมืองแปดริ้วคุมเข้มค้นอาวุธ นร.ต่างสถาบันตีกัน ผงะพบ 'ปืน-มีด-สนับมือ' อื้อ

ฉะเชิงเทรา - พ.ต.อ.นนัทวุฒิ สุวรรณละออง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา รักษาราชการแทนผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทรา พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหาร จากกองพลทหารราบที่ 11 ค่ายสมเด็จพระนั่งเกล้า เดินทางมายังวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เพื่อร่วมพูดคุยปรับและสร้างทัศคติ ผลเสียจากการก่อเหตุทะเลาะวิวาท เพื่อลดความรุนแรงของกลุ่มนักเรียน นักศึกษาต่างสถาบัน ที่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา    หลังนักเรียนช่าง จาก 2 สถาบันได้ก่อเหตุทะเลาะวิวาท จนมีนักศึกษาที่ไม่เกี่ยวข้องได้รับบาดเจ็บ ขณะเดินทางกลับบ้าน จำนวนหลายราย โดยวันนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้นภายในกระเป๋าสัมภาระของนักเรียนทุกระดับชั้น    ขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ได้วางกำลังตามจุดต่างๆ ทั่วเมืองแปดริ้ว ทั้งห้างสรรพสินค้า สถานีขนส่งผู้โดยสาร สถานีรถไฟ และภายในตลาดทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อเป็นการป้องปรามการทะเลาะวิวาท ของนักเรียนต่างสถาบัน นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ประจำรถจักรยานยนต์ชุดเคลื่อนที่เร็ว ขี่ลาดตะเวนตลอดเส้นทาง ที่นักศึกษา 2 สถาบันมักก่อเหตุทะเลาวิวาท   โดยปฏิบัติการครั้งนี้ สามารถควบคุมตัวนักเรียนช่าง ได้จำนวน 11 ราย และอาวุธที่เป็นของกลาง จำนวนมากประกอบด้วย อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 จำนวน 2 กระบอก,อาวุธปืนพกสั้น ไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก, อาวุธปืนพกสั้น ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนจำนวนมาก พร้อมกันยังสามารถตรวจยึดอาวุธมีด ขนาดต่างๆ จำนวน 8 เล่ม สนับมือ 1 อัน    โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา มีอาวุธและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ก่อนทำการติดต่อผู้ปกครองให้มารับทราบข้อกล่าวหา ดำเนินการตามกฏหมายต่อไป          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/NlfZ8bR0qBg

 1,133
ข่าวภูมิภาค
14 มิ.ย. 62

ระทึก รถบรรทุกเอทานอล 4 หมื่นลิตรคว่ำกลาง ถ.สาย 304 ไฟลุกท่วม

ฉะเชิงเทรา-เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกน้ำมันพลิกคว่ำ จนเกิดไฟไหม้ลุกลามไปตามถนนโดยรอบพื้นที่ บริเวณถนน 304 ฉะเชิงเทรา-พนมสารคาม ใกล้เคียงวัดโพธิ์ใหญ่ พื้นที่ม. 4 ต.เมืองเก่า อ.พนมสารคาม   ตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณร่องกลางถนนพบรถบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ พลิกตะแคงข้างขวางถนน เปลวเพลิงได้โหมลุกไหมบริเวณห้องเครื่องยนต์ และป่าหญ้าโดยรอบ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้พยายามฉีดน้ำสกัดกั้นเพลิงไว้ไม่ให้ลุกลามเป็นวงกว้าง และฉีดน้ำหล่อเลี้ยงถังบรรจุน้ำมันไว้ไม่ให้เกิดความร้อน เพราะอาจจะระเบิดได้ แต่ก็ไม่สามารถฉีดน้ำเข้าไปในถังน้ำมันได้ เนื่องจากภายในถังเป็นเอทานอลแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ จึงพยายามฉีดน้ำเลี้ยงไว้   จนท.ต้องสั่งปิดถนน 304 ทั้งขาเข้าและขาออก เนื่องจากอาจเกิดอันตรายกับรถยนต์ที่จะสัญจรผ่านไปมานานกว่า 3 ชั่วโมง จนเจ้าหน้าที่สามารถดับไฟควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ ก่อนนำรถเครนมายกรถบรรทุกน้ำมันที่กีดขวางทางจราจร พร้อมเปิดเส้นทางการจราจรตามปกติ   ด้านตำรวจระบุ รถบรรทุกคันดังกล่าว เป็นของบริษัท พรวัฒนา ซีแอล จำกัด ตั้งอยู่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หมายเลขทะเบียน 71-9128 ชลบุรี มีนายยานพัฒน์ โสภา อายุ 42 ปีเป็นคนขับ ซึ่งได้รับบาดเจ็บเจ้าหน้าที่กู้ภัยพนมได้นำตัวส่งโรงพยาบาลพนมสารคามไปก่อนหน้านี้   เบื้องต้นทราบว่า รถบรรทุกน้ำมันเอทานอลแอลกอฮอล์ จำนวน 40,000 ลิตร ออกมาจากโรงกลั่นในพื้นที่ ต.เกาะขนุน อ.พนมสารคาม กำลังจะนำไปส่งยังพื้นที่จังหวัดชลบุรี เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ รถได้เกิดขัดข้องและเสียการทรงตัว ก่อนพลิกคว่ำ ครูดไถลพื้นมาไกลกว่า 200 เมตร จนเกิดประกายไฟลุกลามไหม้รถเสียหาย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เดินทางไปสอบสวน คนขับรถบรรทุกอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุอีกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vvDXpfhHlfE

 1,841
ข่าวภูมิภาค
12 มิ.ย. 62

จับหนุ่มเวียดนามลอบเข้าเมือง ขายหมูกระทะสกปรก ส่งขายตามบ้าน ได้เงินวันละ 3 พัน

ฉะเชิงเทรา-เจ้าหน้าที่นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นภายในห้องแถวพื้นที่ ซ.ลิเก ถ.พระยาศรีสุนทร ต.หน้าเมือง อ.เมืองฉะเชิงเทรา หลังก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ กอ.รมน ได้ควบคุมตัว นายลีวันฮอง อายุ 26 สัญชาติ เวียดนาม หลังนำหมูกระทะ มาส่งตามที่สายล่อซื้อบริเวณ ปั๊มบริการน้ำมันพีที ถนนศิริโสธร ต.หน้าเมือง อ.เมืองฉะเชิงเทรา   จากการตรวจค้นภายในห้องพัก พบกระทะที่ยังไม่ใช้งานจำนวนมาก กระดาษสติ๊กที่ระบุเบอร์โทรและชื่อร้านดาวเหลืองหมูกระทะ ที่เตรียมไว้ติดตามเสาไฟฟ้า นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบอุปกรณ์ทำหมูกระทะที่ไม่ถูกสุขลักษณะ น้ำอัดลมที่ใช้สำหรับเป็นโปรโมชั่นแถมลูกค้าที่สั่งหมูกระทะชุดใหญ่ เนื้อหมูไก่ที่แช่ภายในถังน้ำแข็ง นอกจากนี้จากการตรวจสอบบริเวณหลังห้องพัก พบกระทะที่ใช้แล้วจำนวนมาก ถูกแช่ไว้ในถังน้ำสีดำขนาดใหญ่ ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ   เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า พบบุคคลต่างด้าว สัญชาติเวียดนาม คาดว่าเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ได้ประกอบอาชีพรับส่งและขายหมูกระทะแบบเดลิเวอรี (ส่งถึงบ้าน) โดยใช้ชื่อร้านดาวเหลืองหมูกระทะ ติดป้ายโฆษนา ตามเสาไฟฟ้าทั่วเมืองฉะเชิงเทรา จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการสั่งซื้อ ก่อนควบคุมตัวไปยังห้องพัก   ทั้งนี้นายลีวันฮอง ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า กระทำการดังกล่าวจริง และกระทำเพียงคนเดียว โดยเดินทางมาอยู่ที่ประเทศไทยประมาณ 1 เดือน และจะมีรายได้จากการขายหมูกระทะแบบเดลิเวอรีวันละประมาณ 3,000 บาท   เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวไปลงบันทึกประจำวัน ยังสถานีตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทรา ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาแรงงานต่างด้าวประกองอาชีพ และเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Cj5nvKdesxU

 2,235

Top