ค้นหา :

ผลการค้นหา "ฉะเชิงเทรา"

ข่าวภูมิภาค
14 มิ.ย. 62

ระทึก รถบรรทุกเอทานอล 4 หมื่นลิตรคว่ำกลาง ถ.สาย 304 ไฟลุกท่วม

ฉะเชิงเทรา-เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกน้ำมันพลิกคว่ำ จนเกิดไฟไหม้ลุกลามไปตามถนนโดยรอบพื้นที่ บริเวณถนน 304 ฉะเชิงเทรา-พนมสารคาม ใกล้เคียงวัดโพธิ์ใหญ่ พื้นที่ม. 4 ต.เมืองเก่า อ.พนมสารคาม   ตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณร่องกลางถนนพบรถบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ พลิกตะแคงข้างขวางถนน เปลวเพลิงได้โหมลุกไหมบริเวณห้องเครื่องยนต์ และป่าหญ้าโดยรอบ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้พยายามฉีดน้ำสกัดกั้นเพลิงไว้ไม่ให้ลุกลามเป็นวงกว้าง และฉีดน้ำหล่อเลี้ยงถังบรรจุน้ำมันไว้ไม่ให้เกิดความร้อน เพราะอาจจะระเบิดได้ แต่ก็ไม่สามารถฉีดน้ำเข้าไปในถังน้ำมันได้ เนื่องจากภายในถังเป็นเอทานอลแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ จึงพยายามฉีดน้ำเลี้ยงไว้   จนท.ต้องสั่งปิดถนน 304 ทั้งขาเข้าและขาออก เนื่องจากอาจเกิดอันตรายกับรถยนต์ที่จะสัญจรผ่านไปมานานกว่า 3 ชั่วโมง จนเจ้าหน้าที่สามารถดับไฟควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ ก่อนนำรถเครนมายกรถบรรทุกน้ำมันที่กีดขวางทางจราจร พร้อมเปิดเส้นทางการจราจรตามปกติ   ด้านตำรวจระบุ รถบรรทุกคันดังกล่าว เป็นของบริษัท พรวัฒนา ซีแอล จำกัด ตั้งอยู่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หมายเลขทะเบียน 71-9128 ชลบุรี มีนายยานพัฒน์ โสภา อายุ 42 ปีเป็นคนขับ ซึ่งได้รับบาดเจ็บเจ้าหน้าที่กู้ภัยพนมได้นำตัวส่งโรงพยาบาลพนมสารคามไปก่อนหน้านี้   เบื้องต้นทราบว่า รถบรรทุกน้ำมันเอทานอลแอลกอฮอล์ จำนวน 40,000 ลิตร ออกมาจากโรงกลั่นในพื้นที่ ต.เกาะขนุน อ.พนมสารคาม กำลังจะนำไปส่งยังพื้นที่จังหวัดชลบุรี เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ รถได้เกิดขัดข้องและเสียการทรงตัว ก่อนพลิกคว่ำ ครูดไถลพื้นมาไกลกว่า 200 เมตร จนเกิดประกายไฟลุกลามไหม้รถเสียหาย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เดินทางไปสอบสวน คนขับรถบรรทุกอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุอีกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vvDXpfhHlfE

 1,371
ข่าวภูมิภาค
12 มิ.ย. 62

จับหนุ่มเวียดนามลอบเข้าเมือง ขายหมูกระทะสกปรก ส่งขายตามบ้าน ได้เงินวันละ 3 พัน

ฉะเชิงเทรา-เจ้าหน้าที่นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นภายในห้องแถวพื้นที่ ซ.ลิเก ถ.พระยาศรีสุนทร ต.หน้าเมือง อ.เมืองฉะเชิงเทรา หลังก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ กอ.รมน ได้ควบคุมตัว นายลีวันฮอง อายุ 26 สัญชาติ เวียดนาม หลังนำหมูกระทะ มาส่งตามที่สายล่อซื้อบริเวณ ปั๊มบริการน้ำมันพีที ถนนศิริโสธร ต.หน้าเมือง อ.เมืองฉะเชิงเทรา   จากการตรวจค้นภายในห้องพัก พบกระทะที่ยังไม่ใช้งานจำนวนมาก กระดาษสติ๊กที่ระบุเบอร์โทรและชื่อร้านดาวเหลืองหมูกระทะ ที่เตรียมไว้ติดตามเสาไฟฟ้า นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบอุปกรณ์ทำหมูกระทะที่ไม่ถูกสุขลักษณะ น้ำอัดลมที่ใช้สำหรับเป็นโปรโมชั่นแถมลูกค้าที่สั่งหมูกระทะชุดใหญ่ เนื้อหมูไก่ที่แช่ภายในถังน้ำแข็ง นอกจากนี้จากการตรวจสอบบริเวณหลังห้องพัก พบกระทะที่ใช้แล้วจำนวนมาก ถูกแช่ไว้ในถังน้ำสีดำขนาดใหญ่ ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ   เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า พบบุคคลต่างด้าว สัญชาติเวียดนาม คาดว่าเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ได้ประกอบอาชีพรับส่งและขายหมูกระทะแบบเดลิเวอรี (ส่งถึงบ้าน) โดยใช้ชื่อร้านดาวเหลืองหมูกระทะ ติดป้ายโฆษนา ตามเสาไฟฟ้าทั่วเมืองฉะเชิงเทรา จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการสั่งซื้อ ก่อนควบคุมตัวไปยังห้องพัก   ทั้งนี้นายลีวันฮอง ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า กระทำการดังกล่าวจริง และกระทำเพียงคนเดียว โดยเดินทางมาอยู่ที่ประเทศไทยประมาณ 1 เดือน และจะมีรายได้จากการขายหมูกระทะแบบเดลิเวอรีวันละประมาณ 3,000 บาท   เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวไปลงบันทึกประจำวัน ยังสถานีตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทรา ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาแรงงานต่างด้าวประกองอาชีพ และเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Cj5nvKdesxU

 2,033
ข่าวภูมิภาค
06 มิ.ย. 62

สาววัย 26 ผูกคอตายพร้อมลูก 2 ขวบ ประชดสามีเจ้าชู้ ในบ้านที่เพิ่งซื้อใหม่

ฉะเชิงเทรา-ตำรวจ สภ.สนามชัย ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตจากสาเหตุผูกคอจำนวน 2 คนอยู่ภายในบ้านพักใน อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา ที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิต 2 ราย สภาพศพเริ่มเน่าอืด ส่งกลิ่น คอผูกติดกับเชือกห้อยอยู่กับคานไม้ในบ้าน ทราบชื่อต่อมาชื่อ น.ส.พรรณี ชุมนามวงษ์ อายุ 26 ปี และอีกราย ชื่อ ด.ช.จักรพงษ์ ชุมนามวงษ์ อายุ 2 ขวบ ซึ่งทั้งสองศพนี้เป็นแม่ลูกกัน   จากการเปิดเผยจากเจ้าของบ้านคนเก่าได้เล่าว่า ขณะที่ตนกับลูกกำลังจะมาเอาของที่เหลือที่อยู่ระหว่างขนย้ายหลังจากที่ได้ทำการขายให้กับผู้ตายไปแล้ว แต่ผู้ตายยังไม่ได้เข้ามาอยู่ ซึ่งระหว่างที่จะเดินเข้าบ้านก็ได้กลิ่นเหมือนมีอะไรตาย ระหว่างนั้นก็ได้เดินเข้าไปเจอศพสองแม่ลูกผูคอตายในสภาพดังกล่าว   ด้านญาติผู้ตายบอกว่า 2 แม่ลูกที่ตาย ปกติจะอยู่บ้านที่มีรั้วติดกับบ้านที่เกิดเหตุ โดยมีสามีเป็นคนเจ้าชู้ มีภรรยาหลายคน และเมื่อเดือนที่ผ่านมา สามีได้ซื้อบ้านพร้อมที่ดินหลังที่เกิดเหตุ แต่ไม่ให้ใครเข้าไปอยู่ ซึ่งผู้ตายได้มาบอกกับญาติว่า รู้ระแคะระคายว่า สามีจะซื้อบ้านให้กับภรรยาอีกคนหนึ่ง เพื่อให้ย้ายมาอยู่บ้านรั้วติดกัน พร้อมทั้งบ่นด้วยความน้อยใจไม่อยากอยู่ให้เห็นตำตาตำใจ และมีอาการเครียดมาโดยตลอด   ก่อนที่จะพบศพ 3 วัน ผู้ตายได้พาลูกออกจากบ้านไป และยังไม่กลับเข้าบ้าน ตนคิดว่าคงจะเครียดพาลูกไปค้างบ้านเพื่อนต่างหมู่บ้าน จึงไม่สงสัยอะไร จนกระทั่งเจ้าของบ้านคนเดิมได้ย้อนกลับเข้ามาดูบ้านหลังเกิดเหตุ หลังจากที่ได้ขายและขนย้ายข้าวของออกไปแล้ว จึงพบศพ 2 แม่ลูกดังกล่าวและมาบอกกับตน จึงออกไปดูและพบศพดังกล่าว   ด้าน ตร.ระบุว่า สาเหตุการเสียชีวิตในครั้งนี้น่าจะมาจาก แฟนของผู้ตายที่มีลูกด้วยกันได้ขาดการติดต่อไป และไม่เคยมาหาในช่วงพักหลัง หลังจากที่ซื้อบ้านหลังที่ผู้ตายใช้ผูกคอไว้ให้ผู้ตายกับลูกอยู่ จึงอาจเป็นสาเหตุทำให้ผู้ตายเครียด และน้อยใจ จึงประชดโดยการจับลูกผูกคอ และตัวผู้ตายก็ผูกคอตายตาม แต่อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่จะได้ทำการเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ และเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบสวนเพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตในครั้งนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NinQyP_g8yM

 9,414
ข่าวภูมิภาค
22 พ.ค. 62

สาวผวา ถูกชายขี่ จยย.วนหวั่นถูกดักฉุด ก่อนพลเมืองดีเข้าช่วย พาไปเคลียร์โรงพัก ที่แท้เข้าใจผิด

ฉะเชิงเทรา-เพจที่นี่แปดริ้ว แพร่คลิปขณะพลเมืองดีเข้าช่วยหญิงสาวรายหนึ่ง ที่ถูกคนร้ายเป็นชายขี่รถจักรยานยนต์วนดูอยู่หลายรอบเพื่อรอจังหวะดักฉุด หลังจากเธอมีปัญหากับแฟนหนุ่ม แล้วพยายามจะเดินกลับบ้านที่อยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ   โดยคลิปได้เผยให้เห็นว่า พลเมืองดีได้จอดรถสอบถามชายคนหนึ่งที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในการก่อเหตุ ซึ่งคร่อมรถจักรยานยนต์อยู่ว่าทำไมถึงจะทำการแบบนั้น แต่ชายคนดังกล่าวไม่ยอมรับ และได้ขี่รถจักรยานยนต์เพื่อหนีพลเมืองดีจึงขับรถไล่ตามเพื่อไม่ให้หนีไปได้ ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะหยุดก่อนขึ้นสะพาน พลเมืองดีจึงลงจากรถและเรียกคนแถวนั้นให้มากันไว้จะได้ไม่หลบหนีไปได้อีก จากนั้นเหตุการณ์ในคลิปจึงตัดไป   ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เพื่อสอบถามความคืบหน้าของคดี ทาง ตร.ระบุว่า ได้รับร้องทุกข์จากคู่กรณีทั้งสองฝ่าย ได้บอกว่า ตนเองพบผู้หญิงยืนร้องไห้อยู่ที่เกิดเหตุอายุประมาณ 20 ปี ตนขี่จักรยานยนต์มาพบจึงได้ลงไปสอบถาม ซึ่งผู้หญิงเห็นว่ามีชายลงมาไม่รู้จักกันคิดว่าเป็นพวกแฟนมาทำร้ายตน เพราะตนทะเลาะกับแฟนมา จึงวิ่งร้องไห้และร้องตะโกนให้คนช่วยเหลือ   จากนั้นได้มีรถจักรยานยนต์ที่วิ่งตามมาบนถนนเห็นเหตุการณ์จึงได้ลงไปช่วยผู้หญิงคนดังกล่าว พร้อมสอบถามว่า มีผู้ชายคนดังกล่าวจะมาฉุดตนจึงได้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาที่เกิดเหตุ และผู้หญิงที่ลงมาช่วยได้ถ่ายคลิปไว้   เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังบอกอีกว่า เรื่องนี้ทางฝ่ายชายผู้ถูกกล่าวหายอมรับว่าจะลงไปช่วยผู้หญิงคนดังกล่าว แต่ไม่ได้ไปฉุด จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำประวัติชายไว้ และฝ่ายหญิงก็รับว่า ชายคนดังกล่าวยังไม่ได้กระทำอะไรแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานและปล่อยตัวไป โดยฝ่ายหญิงไม่เอาเรื่องแต่อย่างใด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3F3tgjWNlkI

 4,472
ข่าวภูมิภาค
21 พ.ค. 62

บุกกุฏิ 2 สามเณรมั่วสุมยาไอซ์ กร่างด่า จนท.หยาบคาย

ฉะเชิงเทรา-ทหารชุดรักษาความสงบเรียบร้อย กองพลทหารราบที่ 11 พร้อมเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เข้าตรวจค้นกุฏิสามเณรหลังได้รับการร้องเรียนมีพฤติกรรมก้าวร้าว ใช้กิริยาวาจาหยาบคาย มั่วสุมเสพยา   ทหารได้จู่โจมเข้าตรวจค้น พบสามเณรภพ อายุ 28 ปี และสามเณรพล อายุ 19 ปี อยู่ภายในห้องพร้อมของกลางอุปกรณ์การเสพไอซ์ พร้อมถุงเป็กใสสำหรับใส่ยาเสพติด โดยขณะเจ้าหน้าที่กำลังตรวจค้น สามเณรทั้ง 2 รูปยังแสดงกิริยาหยาบคายด่าทอเจ้าหน้าที่อยู่ตลอดเวลา ก่อนนำตัวไปตรวจปัสสาวะ พบมีสารเสพติดในร่างกายทั้ง 2 รูป จึงนำตัวไปสึกแล้วควบคุมตัวส่ง สภ.เมืองฉะเชิงเทรา สอบสวนขยายผลและแจ้งข้อหาส่งดำเนินคดี   สำหรับการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ได้รับการร้องัรียนจากพระและชาวบ้าน ว่าทั้ง 2 คนมั่วสุมเสพยาในกุฏิ เมื่อถ่ายภาพไปรายงานเจ้าอาวาส ก็ถูกเณรด่าด้วยคำหยาบคาย และยังมีพฤติกรรมก้าวร้าวกับพระภายในวัด จนต้องแจ้งมาเจ้าหน้าที่ทหารมาจับกุมตัวส่งไปบำบัดต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qdF2OFDotF4

 2,119
สังคม-อาชญากรรม
24 เม.ย. 62

รอตรวจ dna ชายวัย 52 ข่มขืน ด.ญ.5 ขวบ คาดเป็นลูกแท้ๆ ญาติอ้างเป็นคนดี แต่ป่วยทางจิต

ความคืบหน้ากรณี ตร.สภ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา จับกุมนางสาวศุภลักษณ์ ผาสุข อายุ 28 ปี  แม่ของเด็กหญิงบี (นามสมมติ ) อายุ 5 ปี และนายวินัย พรหมทองสุข อายุ 52 ปี และ 2 ผู้ต้องหาในคดีกระทำชำเราเด็ก   ล่าสุดเมื่อวานนี้ (23 เม.ย.) ตำรวจควบคุมตัวแม่เด็กและนายนัย ชายที่ก่อเหตุ ไปฝากขังพร้อมคัดค้านการประกันตัว โดยตั้งแต่ช่วงเช้าตำรวจสอบปากคำแม่อย่างเคร่งเครียด ทันทีที่สอบปากคำเสร็จ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนางสาวศุภลักษณ์ ได้แต่ยิ้มก่อนเดินเข้าห้องขังไป   พอช่วงบ่ายตำรวจควบคุมตัวจากห้องขังไปฝากขังที่ศาล จ.ฉะเชิงเทรา นายนัยเดินก้มหน้า กล่าวสั้นๆกับสื่อว่า ผมสนิทกับแม่เด็ก ส่วนเรื่องเด็กเป็นลูกหรือไม่ ยังไม่ยืนยันขอตรวจดีเอ็นเอก่อน จากนี้ไปก็ขอให้ภรรยาดูแลครอบครัว และเป็นห่วงพ่อที่ป่วยติดเตียงรักษาตัวที่บ้าน เมื่อถามว่าทำอนาจารเด็กจริงหรือไม่ นายนัยไม่ตอบได้แต่ก้มหน้า   พนักงานสอบสวน สอบปากคำแม่ของเด็ก และนายนัย โดยนายนัยให้การว่า มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับแม่เด็กบ่อยครั้ง และบางครั้งที่กอดเด็ก ก็มีความรู้สึกทางเพศ จึงกระทำอนาจาร และเงินที่ให้แม่เด็กใช้ ไม่ใช่การขายบริการเด็ก แต่เป็นเงินที่ช่วยเหลือแม่และเด็ก ไว้ใช้จ่ายเป็นรายอาทิตย์   ส่วนตัวแม่เด็กระบุว่า ลูกสาวเป็นลูกที่เกิดจากนายนัย เพราะตอนที่คบหากับนายนัยเมื่อปี 2552 ไม่เคยมีสัมพันธ์กับคนอื่น จนต้องท้องก็ขาดการติดต่อไป และบอกกับนายนัยเสมอว่าลูกสาวคือลูกนายนัย แต่นายนัยไม่เชื่อ และทุกวันนี้เด็กก็เรียกนายนัยว่าพ่อ   ทางด้านญาตินายนัย ผู้ต้องหา เปิดเผยว่า ครอบครัวรู้สึกตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ทางครอบครัวรู้ว่านายนัยเจ้าชู้ และเคยมีสัมพันธ์กับแม่ของเด็ก แต่ไม่เคยรู้ว่ากระทำกับเด็ก ซึ่งนายนัย มีอาการป่วยทางจิตเวช รักษาตัวที่โรงพยาบาลมาหลายปี ที่ผ่านมา เป็นคนดี รักครอบครัว เป็นคนขยันทำมาหากิน ไม่เคยมีเรื่องเสื่อมเสีย อยากขอสังคมให้ความเป็นธรรมด้วย   ด้านพ่อของนางศุภลักษณ์ หรือตาของเด็กหญิง เชื่อว่าหลานสาวเป็นลูกของนายนัย เพราะก่อนที่ลูกสาวจะตั้งท้องก็คบหากับนายนัยมาก่อน และช่วงที่ท้องนายนัยก็ทิ้งไป ตนสอบถามลูกแล้วลูกยืนยันว่าหลานเป็นลูกนายนัย และมาช่วง5-6เดือนที่ผ่านมา นายนัยก็กลับมาดูแลลูกสาวและหลาน   ทั้งซื้อจักรยาน เครื่องซักผ้า และให้เงินใช้ทุกอาทิตย์ จะขี่รถกระบะมาหา ตนก็เห็นมีความสุขดี ไม่เคยคิดว่าจะมีการกระทำอนาจารกับหลานได้ หากตนรู้จะฆ่าทั้งสองทิ้ง รับไม่ได้กับพฤติกรรมแบบนี้ เกินมนุษย์ จากนี้ก็จะขัดตัดขาดกับลูกสาวตลอดชีวิต หากพ้นคุกมาก็ไม่ต้องกลับมาที่บ้านอีก ส่วนตัวหลานนั้น ตนอยากรับกลับมาดูแล แต่ก็มีฐานะยากจน ตอนนี้รู้สึกสงสารหลานอย่างมากต้องมาเจอกับเรื่องแบบนี้   ทางด้านกลุ่มชาวบ้านในหมู่บ้านพอทราบข่าวก็รับไม่ได้กับพฤติกรรมของแม่เด็กและนายนัย และสงสารเด็กหญิงบีซึ่งเป็นเด็กสดใส ร่างเริงคุยเก่ง ที่ผ่านมาแม่ของเด็ก ไม่มีอาชีพ ทำงานรับจ้างในวงปี่พาทย์ ตามงานศพ ไปที่ไหนก็จะพาลูกไปด้วยตลอด ส่วนเรื่องคบกับนายนัยนั้น ชาวบ้านก็รู้ แต่ไม่มีใครกล้ายุ่ง และไม่คิดว่าเห็นรถกระบะมารับแม่และลูกไปข้างนอก จะเป็นการรับเด็กไปกระทำอนาจาร   สำหรับเด็กหญิงบี ขณะนี้อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ พม.ประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยน้องบีอาการปลอดภัย และร่าเริงปกติ เจ้าหน้าที่และทีมแพทย์คอยติดตามอาการใกล้ชิด ไม่ให้กระทบกระเทือนจิตใจของเด็ก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xY08uOu9shI

 15,756
ข่าวภูมิภาค
23 เม.ย. 62

แม่พาลูกสาว 5 ขวบ เร่ขายบริการชายวัย 52 แลกเงินไม่กี่ร้อย ตร.บุกจับขณะล่วงละเมิดทางเพศท้ายรถกระบะ

ฉะเชิงเทรา-ตำรวจจับกุม นางสาวศุภลักษณ์ ผาสุข อายุ 28 ปี แม่ของ ด.ญ.เอ (นามสมมติ ) อายุ 5 ปี และนายวินัย พรหมทองสุข อายุ 52 ปี ผู้ต้องหาในคดีกระทำชำเรา ด.ญ.เอ (นามสมมติ)   โดยชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียง เห็นพฤติกรรมของนายวินัย และนางสาวศุภลักษณ์ มานานแรมปี แต่ก็ไม่มั่นใจและไม่คิดว่าคนเป็นแม่จะกล้าทำแบบนี้ จนชาวบ้านมั่นใจว่า ด.ญ.เอ ถูกนายวินัยกระทำอนาจารจริง จริงร้องขอความช่วยเหลือไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา   ก่อนชุดสืบสวนตำรวจภูธรพนมสารคาม จะลงพื้นที่หาข่าวจนมั่นใจ ว่านางสาวศุภลักษณ์ จะนำ ด.ญ.เอ ซึ่งเป็นลูกสาว มาขายบริการทางเพศให้กับนายวินัย ในราคา 200-300 บาท ในทุกวันพฤหัสบดีและวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่จึงสนธิกำลังกับทหารชุดรักษาความสงบประจำอำเภอพนมสารคาม , ฝ่ายปกครองและพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดฉะเชิงเทรา บุกรวบ 2 ผู้ต้องหาและช่วย ด.ญ.เอ วัย 5 ปี เมื่อเวลาประมาณ 19.40 น. คืนวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา   โดยเจ้าหน้าที่พบนายวินัยนั่งอยู่ท้ายรถ ในสภาพนุ่งกางเกงแต่ซิปและตะขอกางเกงหลุดออก ส่วน ด.ญ.เอ นอนอยู่ท้ายรถกระบะ ไม่สวมใส่กางเกงใน โดยมีผ้าห่มคลุมอยู่ จึงได้ควบคุมตัวนายวินัย พร้อมของกลางที่อยู่บริเวณด้านท้ายรถยนต์กระบะ   นายวินัย ผู้ต้องหา ยอมรับสารภาพว่า ล่วงละเมิดทางเพศ ด.ญ.เอ จริง โดยใช้อวัยวะเพศสอดใส่เข้าไปในช่องทวารหนักทุกครั้ง แต่บางครั้งก็จะใช้อวัยวะเพศชายปลอมแทน โดยมีนางสาวศุภลักษณ์ ซึ่งเป็นแม่ของเด็กพามาส่งในซอยเปลี่ยวนี้ หรือบางครั้งก็จะนัดแนะพากันไปที่โรงแรม ซึ่งหลังเสร็จกิจก็จะให้เงินหรือสิ่งของเป็นการตอบแทน ผู้ต้องหายังเผยอีกว่าตนเอง ได้รู้จักกับนางสาวศุภลักษณ์ แม่ของ ด.ญ.เอ มานานหลายปีและก็คบกันในเชิงชู้สาวโดยไม่มีใครรู้จนมาถูกเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจจับกุมตัวได้   เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา น.ส.ศุภลักษณ์ ผาสุข แม่ของ ด.ญ.เอ ในข้อหาการค้ามนุษย์ กระทำความผิดฐาน เป็นธุระจัดหา ซื้อ ขาย จำหน่ายพามาจากหรือส่งไปยังที่ใด หน่วงเหนี่ยว กักขัง จัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ซึ้งบุคลคลใด โดยข่มขู่ ใช้กำลัง บังคับ ลักพาตัว ฉ้อฉล หลอกลวง ใช้อำนาจโดยมิชอบ หรือโดยให้เงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่นแก่ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลบุคคลนั้น เพื่อให้ปกครองหรือผู้ดูและให้ความยินยอมแก่ผู้กระทำความผิดในการแสวงหาประโยชน์จากบุคคลที่ตนดูแล   ส่วนนายวินัย ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหา กระทำความผิดฐาน กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปี ซึ่งมิใช้ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช้ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม โดยเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้นำตัว ด.ญ.เอ ออกนอกพื้น เพื่อที่ไปดูแลรักษาเยี่ยวยาสภาพจิตใจต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nizurIck0OU

 10,141
ข่าวภูมิภาค
22 เม.ย. 62

สลด แม่แท้ๆ พาลูกสาววัย 5 ขวบ ขายบริการ แลกกับเงิน 200

วันที่ 22 เม.ย. 62 เมื่อเวลา 12.30 น. ที่สถานีตำรวจภูธรพนมสารคาม นายประสงค์ คงเคารพธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วย พ.ต.อ.เกรียงไกร บุญซ้อน รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา,พ.ต.อ.สุพล แสงทอง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรพนมสารคาม ร่วมแถลงผล หลังทำการจับกุมหญิงอายุ 28 ปี แม่ของ ด.ญ. เอ (นามสมมุติ ) อายุ 5 ปี และนายวินัย พรหมทองสุข อายุ 52 ปี และ 2 ผู้ต้องหาในคดีกระทำชำเรา ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) พร้อมของกลาง อวัยวะเพศชายปลอม, สารหล่อลื่น, และผ้าที่ผู้ต้องหาใช้ปูนอนในการทำอนาจาร    พ.ต.อ.เกรียงไกร บุญซ้อน รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า คดีดังกล่าว ชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียง เห็นพฤติกรรมของนายวินัย และ แม่ของ ด.ญ. เอ มานานแรมปี แต่ก็ไม่มั่นใจและไม่คิดว่าคนเป็นแม่จะกล้าทำแบบนี้    จนชาวบ้านมั่นใจว่า ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) ถูกนายวินัยกระทำอนาจารจริง จึงร้องขอความช่วยเหลือไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา ก่อนชุดสืบสวนตำรวจภูธรพนมสารคาม จะลงพื้นที่หาข่าวจนมั่นใจ แม่ของ ด.ญ. เอ จะนำลูกสาวมาขายบริการทางเพศให้กับนายวินัย ในราคา 200-300 บาท ในทุกวันพฤหัสบดีและวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่จึงสนธิกำลังกับทหารชุดรักษาความสงบประจำอำเภอพนมสารคาม, ฝ่ายปกครองและพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดฉะเชิงเทรา บุกรวบ 2 ผู้ต้องหาและช่วยเด็กหญิง เอ วัย 5 ปี เมื่อเวลา ประมาณ 19.40 น. คืนวันที่ 21 เม.ย. ที่ผ่านมา   เมื่อ ร.ต.อดิพงษ์ สิงขรณ์ หัวหน้าชุดทหารชุดรักษาความสงบเรียบร้อย และ ส.อ.ประเสริฐ โคงาม ทหารชุดรักษาความสงบเรียบร้อบและเจ้าหน้าที่เข้าไปถึงที่เกิดเหตุ ภายในซอยเปลี่ยวหมู่บ้านแหลมไผ่ศรี พื้นที่ ม.3 ต.หนองยาว อ.พนมสารคามฉะเชิงเทรา บริเวณท้ายรถยนต์กระบะ พบนายวินัยนั่งอยู่ท้ายรถ ในสภาพนุ่งกางเกงแต่ซิบและตะขอกางเกงหลุดออก ส่วน ดญ.เอ นอนอยู่ท้ายรถกระบะ ไม่สวมใส่กางเกงใน โดยมีผ้าห่มคลุมอยู่ จึงได้ควบคุมตัวนายวินัยไว้พร้อมของกลาง   นายวินัย ผู้ต้องหา ยอมรับสารภาพว่า ล่วงละเมิดทางเพศ ด.ญ.เอ จริง โดยใช้อวัยวะเพศสอดใส่เข้าไปในช่องทวารหนักทุกครั้ง แต่บางครั้งก็จะใช้อวัยวะเพศชายปลอมแทน โดยมีแม่ของเด็ก พามาส่งในซอยเปลี่ยวนี้ หรือบางครั้งก็จะนัดแนะพากันไปที่โรงแรม ซึ่งหลังเสร็จกิจก็จะให้เงินหรือสิ่งของเป็นการตอบแทน ผู้ต้องหายังเผยอีกว่าตนเอง ได้รู้จักกับแม่ของ ด.ญ.เอ มานานหลายปี และก็คบกันในเชิงชู้สาวโดยไม่มีใครรู้ จนมาถูกเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจจับกุมตัวได้    เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ แจ้งข้อกล่าวหาแม่ของ ด.ญ.เอ ในข้อหาการค้ามนุษย์ กระทำความผิดฐาน เป็นธุระจัดหา ซื้อ ขาย จำหน่ายพามาจากหรือส่งไปยังที่ใด หน่วงเหนี่ยว กักขัง จัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ซึ้งบุคลคลใด โดยข่มขู่ ใช้กำลัง บังคับ ลักพาตัว ฉ้อฉล หลอกลวง ใช้อำนาจโดยมิชอบ หรือโดยให้เงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่นแก่ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลบุคคลนั้น เพื่อให้ปกครองหรือผู้ดูและให้ความยินยอมแก่ผู้กระทำความผิดในการแสวงหาประโยชน์จากบุคคลที่ตนดูแล    ส่วนนายวินัย พรหมทองสุข ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหา กระทำความผิดฐาน กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปี ซึ่งมิใช้ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน ๑๕ ปี ซึ่งมิใช้ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม    โดยเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้นำตัว ด.ญ.ออกนอกพื้นที่ เพื่อที่ไปดูแลรักษาเยี่ยวยาสภาพจิตใจต่อไป  

 45,656
สังคม-อาชญากรรม
05 เม.ย. 62

นายก อบจ.ฉะเชิงเทรา โต้ ไม่ได้ทำร้ายร่างกายทีมงาน ส.ส.เพื่อไทย ชี้เป็นเกมส์การเมือง

เรื่องปมการเมืองยังคงเป็นที่ร้อนแรงทุกวัน ล่าสุด เมื่อวานนี้นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย / นายชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรค / น.ส.ศรุตษา อัศวชัยโสภณ บุตรสาว ในฐานะตัวแทนนายสมชัย อัศวชัยโสภณ ผู้สมัครฉะเชิงเทรา เขต 2 พร้อมพยาน ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้ากรณีพบการทุจริตการเลือกตั้งในพื้นที่   โดยน.ส.ศรุตษา ระบุว่ามีการพบอีก 1 กรณีในจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งมีผู้ที่ถูกทำร้ายหน้าหน่วยเลือกตั้ง จากผู้นำระดับท้องถิ่น เนื่องจากพยานรายนี้ไม่ได้ให้การช่วยเหลือในการหาเสียง หรือเป็นหัวคะแนนให้ผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ จึงโดนข่มขู่คุกคามถึงชีวิต   โดยนายปราโมทย์ บุญมี (เสื้อชมพู) ผู้ประสบเหตุ ยืนยัน ถูกทำร้ายร่างกายเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ขณะที่ตนเองไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนตามปกติ ซึ่งเมื่อลงคะแนนเสร็จสิ้นจะขึ้นรถกลับบ้าน จึงเดินมาบริเวณหน้าหน่วยเลือกตั้งซึ่งได้พบกับกลุ่มหนึ่งเข้ามาต่อว่าว่าไม่ทำตามข้อตกลง ซึ่งตนเองยืนยันว่าไม่เคยตกลงอะไรหรือรับเงินจากใคร พร้อมทั้งถูกทำร้ายร่างกายโดยการกรถชากหู และข่มขู่ว่า "หลังเลือกตั้งเตรียมเป็นศพ" ก่อนจะกรูเข้าทำร้ายร่างกาย จนมีคนพบเห็น จนจึงกลับบ้านไป   กระทั่งเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา มีชายชุดดำ ตัดผมเกรียนประมาณ 4-5 คน มาตามถามหาบ้านตนเอง ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติ และคิดว่าตนเองตกอยู่ในอันตราย จึงไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ท้องถิ่น โดยมีการนำภาพถ่ายหลักฐานและคลิปวิดีโอไปยื่นต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย   ผู้สื่อข่าวสอบถามนายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายกอบจ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกาย นายปราโมทย์ กล่าวเปิดใจว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้น สร้างความงุนงงเป็นอย่างมาก เนื่องจากตนไม่ได้ไปทำร้ายร่างกายใคร วันเกิดเหตุ ตนออกตรวจสอบการเลือกตั้งทั่วทั้งจังหวัด จนมาที่หน่วยเลือกตั้ง ที่ต.ดอนกอกกา ก็พบนายปราโมทย์ ยืนที่หน้าหน่วย จึงเข้าไปทักทาย และกวักมือใกล้ใบหู ถามว่าเป็นอย่างไรบ้างและก็กลับไป โดยไม่ได้ทำร้ายร่างกายใคร และไม่ได้กล่าวข่มขู่ใดๆทั้งสิ้นกับนายปราโมทย์    หากตนพลักอก หรือ ทำร้ายร่างกายจริง ก็มีตำรวจและประชาชนที่หน่วยเลือกตั้งเห็น และแปลกใจว่า หากคิดว่าตนทำร้ายร่างกายหรือข่มขู่ ทำไมไม่แจ้งความตั้งแต่วันนั้น ซึ่งโดยส่วนตัวมองว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเกมส์การเมือง ซึ่งตนไม่ขอยุ่งเกี่ยว และจากนี้ไปจะปรึกษาทีมกฎหมายพิจารณาดำเนินการทางกฎหมายกับคู่กรณี   ทางด้านนายสุทิน พูลสวัสดิ์ อดีต สามชิก อบจ.ฉะเชิงเทรา (เสื้อเหลืองนั่งข้างนายก อบจ.) กล่าวว่า  วันเกิดเหตุมีพยานในเหตุการณ์หลายคน ถ้ามองว่าเป็นการทำร้ายร่างกายทำไมผู้เสียหายไม่แจ้งความตั้งแต่ตอนแรกที่เกิดเหตุ และขอยืนยันว่า ไม่มีเหตุการณ์ทำร้ายกัน และหลังเลือกตั้งก็ไม่มีการข่มขู่ใดๆทั้งสิ้น ส่วนกรณีที่ นายปราโมทย์ระบุว่า มีชายฉกรรจ์ ไปวนเวียนที่บ้านนั้น ไม่รู้ว่าเป็นกลุ่มไหน แต่ไม่ใช่กลุ่มของตนแน่นอน และพร้อมเข้าพบตำรวจหากมีการเรียกตัวไป เพราะมีหลักฐานและพยานยืนยันเหตุการณ์ทั้งหมด   ทางด้าน ตำรวจ ตำรวจสภ.ฉิมพลี พื้นที่รับแจ้งความระบุว่า คดีนี้ผู้เสียหาย เข้าแจ้งความเรื่องการถูกทำร้าย ซึ่งได้มีการสอบปากคำแล้วเบื้องต้น และจะมีการเรียกพยานเข้าสอบปากคำ และยืนยันจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย เพราะผู้เสียหาย ก็เคยเป็นอดดีตนักการเมืองท้องถิ่น ส่วนผู้ถูกกล่าวหาก็เป็นนายกอบจ.   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4a2xjUvDqsw

 833
ข่าวภูมิภาค
21 มี.ค. 62

หนุ่มถือเบ็ดยาวซ้อน จยย. สะบัดเกี่ยวตาลุง 70 เลือดไหลน่าหวาดเสียว

ฉะเชิงเทรา-เกิดเหตุชายวัย 71 ปี ถูกเบ็ดตกปลาเกี่ยวเปลือกตา ได้รับบาดเจ็บ ขณะซ้อนรถจักรยานยนต์ บริเวณปากทางเข้าตลาดบางวัว ถนนจรัญยานนท์ หมู่ 2 ต.บางสมัคร อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา โดยถูกเบ็ดตกปลาเกี่ยวบริเวณเปลือกตาซ้าย มีไหลเลือดตลอด เจ้าหน้าที่ต้องทำการห้ามเลือด ก่อนนำส่งโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11   ด้านชายอายุ 30 ปี เป็นเจ้าของเบ็ดตกปลา กล่าวว่า ขณะนั่งซ้อนรถจักรยานยนต์วินรับจ้างกำลังจะกลับบ้าน โดยตนถือเบ็ดยาวที่เพิ่งจะกลับจากตกปลากลับมาด้วย และไม่รู้เบ็ดได้ไปเกี่ยวตาผู้บาดเจ็บ กระทั่งรถจักรยานยนต์ลอดใต้สะพานกลับรถ ได้เห็นรถจักรยานยนต์ไล่ตามมา โดยมีนายพิเทพเป็นคนซ้อน มีเลือดไหลอาบหน้า ก่อนจะเรียกให้รถจอด จึงรู้ว่าเบ็ดได้เกี่ยวนายพิเทพ จนได้รับบาดเจ็บ   ด้านผู้บาดเจ็บระบุว่า ขณะนั่งซ้อนรถจักรยานยนต์โดยมีแฟนสาวเป็นคนขี่ จังหวะที่กำลังขี่รถสวนกับรถจักรยานยนต์วินรับจ้างที่นายสุภาพนั่งซ้อนท้ายมา เห็นนายสุภาพถือเบ็ดตกปลามาแนวขวาง จนเกือบโดนแฟนสาว ซึ่งก้มหัวหลบได้ทัน ส่วนตนหลบไม่ทันทำให้โดนเบ็ดเกี่ยวเปลือกตา เกือบถูกกระชากตกจากรถ โดยที่นายสุภาพไม่รู้ตัว ทำให้แฟนสาวต้องขี่รถไล่ตามในที่สุด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Pq-5n0eEuBM

 1,888
ข่าวภูมิภาค
11 มี.ค. 62

กิ๊กสาวลวงหนุ่มมาให้แฟนฆ่าฝังดิน อ้างแฟนหึงจึงลวงให้มาเจอก่อนตามเพื่อนรุมทำร้ายจนตาย

ฉะเชิงเทรา-ตร.คุมตัวนายสมศักดิ์ เล็ดลอด อายุ 33 ปี และ น.ส.แปลทิพย์ โลกรัก อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่าผู้อื่น และซ่อนเร้นอำพรางศพ นายชัยประสิทธิ์ บุญเลิศ อายุ 34 ปี พนักงานคลังสินค้า สถานีส่งน้ำสุวรรณภูมิ ก่อนนำศพฝังดินทิ้งไว้ในที่รกร้าง ม.3 ต.คลองบ้านโพธิ์ อ.บ้านโพธิ์   จากการสอบสวนนางสิรินยา คลองนอก อายุ 21 ปี ภรรยาของผู้ตาย เผยว่า สามีหายตัวไปและไม่ยอมกลับมาบ้าน ตั้งแต่เย็นวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา ก่อนชุดสืบสวน สภ.บางเสาธง พบรถจักรยานยนต์ของผู้ตายทิ้งไว้ในป่าหญ้า บริเวณใกล้เคียงวัดบัวโรยในพื้นที่บางเสาธง และพบโทรศัพท์มือถือของนายชัยประสิทธิ์ ก่อนนำมาตรวจสอบพบมีการติดต่อกับหญิงสาวคนหนึ่งทางเฟซบุ๊ก ตำรวจได้ตามสืบสวนจนพบตัวหญิงสาวต้องสงสัยตามเฟซบุ๊กที่ติดต่อกัน คือ น.ส.แปลทิพย์ ก่อนควบคุมตัวมาสอบสวน   จากนั้นควบคุมตัวนายสมศักดิ์ แล้วนำตัวมาค้นหาศพนายชัยประสิทธิ์ โดยพบโดนฆ่าฝังดินไว้ในที่ดินรกร้าง อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ขุดดินบริเวณที่คนร้ายนำมาฝังไว้ และพบศพผู้เสียชีวิตอยู่ในสภาพเน่าเปื่อยเหลือแต่โครงกระดูก ก่อนนำเก็บร่างผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติเวชชันสูตรต่อไป   สำหรับคดีนี้ ชุดสืบสวนได้ตามแกะรอยจากเฟซบุ๊กของผู้ตาย จนนำไปสู่การจับกุมตัวน.ส.แปลทิพย์ ก่อนตามจับกุมนายสมศักดิ์ได้ที่บ้านพัก โดยทั้ง 2 ยังคงให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนฆ่านายชัยประสิทธิ์ ส่วนคนฆ่า คือนายโอ แฟนหนุ่มน.ส.แปลทิพย์ ที่ขณะนี้ยังคงหลบหนีพร้อมเพื่อนอีก 1 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังตามติดตามจับกุมตัว   ขณะที่นางสิรินยา คลองนอก ภรรยาของผู้เสียชีวิต ที่อุ้มลูกน้อย วัย 3 เดือน เดินทางมาดูจุดฝังศพ เมื่อเห็นศพสามีถึงกับร้องไห้โฮออกมา พร้อมกล่าวว่า ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รีบนำตัวคนร้าย ทั้ง 2 ออกจากที่เกิดเหตุทันที่หวั่นโดนประชาทัณฑ์ นำตัวไปควบคุมทำการสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.บางเสาธง   รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสืบสวนของตำรวจได้แกะรอบจากมือถือของคนตาย กระทั่งพบเบาะแสเป็นข้อความที่นายชัยประสิทธิ์แชทเฟซบุ๊กคุยกับสาว จนนำมาสู่การจับกุม 2 ผู้ต้องหา โดยฝ่ายหญิงอ้างได้แอบแชทคุยกับคนตาย แต่แฟนหนุ่มจับได้ จึงให้แชทลวงคนตายมาเจอแล้วร่วมกันสังหารโหด โดยตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัวแฟนหนุ่มของหญิงสาวที่ก่อเหตุมาดำเนินคดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2_Jaf1CAynk

 16,299
สังคม-อาชญากรรม
10 มี.ค. 62

ไลฟ์สดมรณะ! หนุ่มไลฟ์สดล่อไก่ป่า เจอระเบิด m79 หยิบเคาะกับหิน ก่อนไลฟ์ดับพบอีกทีถูกบึ้มดับสยอง

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า ได้เข้าตรวจสอบพร้อมเก็บหลักฐานเพิ่มเติม กรณีช่วงเย็นวันที่ 8 มี.ค. ได้รับแจ้งมีผู้ถูกระเบิด เอ็ม 79 เสียชีวิต ที่บริเวณสนามฝึกยิงปืน ตชด. ค่ายพระยาสุรสีห์เขาน้ำหยด หมู่ 7 ต.หัวสำโรง อ.แปลงยาว   ที่เกิดเหตุเป็นเชิงเขาน้ำหยด และเขตหวงห้ามเข้า เป็นพื้นที่สำหรับใช้ในการซ้อมยิงปืนของตชด. พบศพ นายอภิสิทธิ์ เกิดลาภผล อายุ 28 ปี พนักงานโรงงานแห่งหนึ่ง ในนิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้ ฉะเชิงเทรา นอนหงายสวมชุดกางเกงลายพราง แขนขวาตั้งแต่ข้อมือขาดกระจุย ที่ใบหน้าและลำตัว ถูกสะเก็ดระเบิด ใกล้กันพบโทรศัพท์มือถือของผู้ตายตกอยู่ 1 เครื่อง และยังมีหัวลูกปืนเอ็ม 79 ที่ยังไม่ระเบิดตกอยู่อีกประมาณ 5-6 ลูก จึงประสานเจ้าหน้าที่อีโอดี จาก กก.2 บก.กฝ.บช.ตชด. มาเก็บกู้และทำลายทิ้ง   จากการสอบถาม นายนภาลัย อายุ 67 ปี บิดาของผู้เสียชีวิต ทราบว่า ลูกชายออกมาจากบ้านพัก ตั้งแต่ช่วงเช้า ประมาณ 06.00 น. วันที่ 8 มี.ค. โดยนำไก่ป่าที่เลี้ยงไว้ใส่กรงออกไปด้วย เพื่อเอาไปวางให้ส่งเสียงขัน ล่อไก่ป่าที่มีอยู่ตามธรรมชาติบริเวณป่าที่เกิดเหตุให้มาติดกับดัก เพื่อนำมาเลี้ยงสะสมไว้ดูเล่น    ขณะที่เพื่อน ๆ ของผู้ตาย กล่าวว่า เมื่อช่วงสายวันเดียวกันผู้ตายได้ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กขณะกำลังนำไก่ออกไปวางในป่า แต่ไม่ทราบว่าเป็นที่ใด มีภาพไก่ป่าขันส่งเสียงดังให้ดูด้วย และยังบอกว่ากลับบ้านดีกว่าไก่ป่าไม่ลงมาสักตัว ต่อจากนั้นในภาพเห็นว่าขณะกำลังเดินกลับมาที่รถ ได้พบวัตถุเป็นแทงกลมสีทอง ตกอยู่เกลื่อนกลาด พร้อมกับบรรยายต่อไปว่า นี่ถ้าคนเก็บของเก่ามาพบคงเบิกบาน ก่อนก้มลงได้หยิบวัตถุดังกล่าวขึ้นมาเคาะกับโขดหิน จากนั้นภาพก็หายไป และติดต่อทางโทรศัพท์มือถือไม่ได้อีกเลย จนกระทั่งช่วงบ่ายได้ชวนกันออกไปติดตามหา พบแต่รถยนต์จอดอยู่แต่ไม่พบตัวคน จึงแจ้งตำรวจไปร่วมค้นหาบริเวณโดยรอบ และพบกลายเป็นศพถูกระเบิดนอนตาย อยู่บริเวณป่าห่างจากรถไปประมาณ 100 เมตร   ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ คาดว่าผู้ตายได้เผลอเดินเข้าไปในเขตหวงห้ามที่ใช้ฝึกซ้อมยิงปืน เและไปพบลูกระเบิด เอ็ม 79 ที่อยู่ในสภาพใช้งานได้ตกอยู่ ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จึงนำไปเคาะกับโขดหิน จนเกิดระเบิดฉีกร่างเสียชีวิตดังกล่าว          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/ZxAIvtr-knQ

 15,832
สังคม-อาชญากรรม
24 ก.พ. 62

รวบชายรับซื้อของเก่าวัย 54 หลอกหญิงวัยรุ่นว่าโดนคุณไสย ก่อนลวงมาข่มขืนคาโรงแรม

ฉะเชิงเทรา-เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัว นายบุญธรรม หรือเงาะ เจริญศิริ อายุ 54 ปี มาแถลงข่าว หลังก่อเหตุล่อลวงหญิงสาววัย 16 ปี ไปกระทำอนาจารภายในโรงแรม โดยเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากมารดาว่าลูกสาววัย 16 ปี มีพฤติกรรมผิดปกติจึงได้สอบถามบุตรสาวจนทราบว่า บุตรสาวของตนเองได้ถูกผู้ชายที่มีอาชีพรับซื้อของเก่าล่อลวงไปกระทำอนาจาร โดยอ้างว่าตนเองมีวิชาอาคมและมองเห็นบุตรสาวดวงไม่ดี หัวขาด เหมือนถูกมนต์ดำของเขมร ต้องทำพิธีเอาออกโดยการปัดเป่า ซึ่งบุตรสาวระบุว่าตอนแรกก็ไม่เชื่อจนกระทั่งได้คุยผ่านไลน์หลายครั้งจนหลงเชื่อ จนตกเป็นเหยื่อถูกล่วงละเมิดทางเพศจนสำเร็จความใคร่   หลังทราบข่าวทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการออกติดตามหาข่าวจนทราบว่า ขณะนี้ผู้ต้องหารายนี้ได้เข้าพักที่โรงแรมอีกครั้ง เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 โดยมีเหยื่อซึ่งเป็นหญิงสาวอีกราย อายุ 18 ปี หลงเชื่อถูกล่อลวงเข้าไปกระทำอนาจารภายในห้องพักของโรงแรมแห่งนี้ด้วยเช่นกัน ทางเจ้าหน้าที่จึงได้บุกเข้าจับกุมตัวนายบุญธรรม ขณะกำลังอยู่ในชุดผ้าขนหนูผืนเดียว กับหญิงสาววัย 18 ปี ที่อยู่ในสภาพนุ่งผ้าขนหนู เพราะนายบุญธรรม อ้างว่าให้เปลี่ยนชุดเพื่อทำพิธีไล่ของออกจากตัว แต่กับพยายามกระทำอนาจาร ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการจับกุมตัวนายบุญธรรม และจากการตรวจสอบการสนทนาในแอปพลิเคชันยังพบว่า มีเหยื่อหลายรายตกเป็นเป้าหมายของการหลอกลวงว่าโดนคุณไสย อาคม หรือมนต์ดำ ต่าง ๆ   ทั้งนี้ นายบุญธรรม ให้การรับสารภาพ ระบุว่า ได้ทราบวันเดือนปีเกิดของเด็ก จากแม่เด็กเอง เพราะแม่เด็กเป็นแม่ค้า และตนไปซื้อของด้วยและหลอกถามมา ซึ่งได้หลอกเฉพาะเด็ก ๆ อย่างเดียว ไม่ได้หลอกผู้ใหญ่เพราะมีลูกมีผัวกันหมดแล้ว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ฝากประชาสัมพันธ์หากผู้เสียหายรายใดเคยตกเป็นเหยื่อให้มาแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/GI8XvO58BA8

 1,490
ข่าวภูมิภาค
21 ก.พ. 62

สลด ลูกช้างป่าตัวน้อยล้มคาสวนฝรั่ง คาดถูกพรานไล่ล่าแซะเอางาอ่อน

ฉะเชิงเทรา-จนท.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน พร้อมทหารพรานที่ 1306 เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบลูกช้างป่าล้ม ณ บ้านชำป่างาม อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา   ที่เกิดเหตุภายในสวนฝรั่งของนายจำเนียร ผ่องแผ้วฉาย อายุ 69 ปี พบลูกช้างป่าอายุประมาณ 3 เดือน ล้มอยู่ข้างต้นฝรั่ง มีบาดแผลขนาดใหญ่บริเวณแก้มด้านขวา คาดว่าน่าจะล้มในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา   จากการตรวจสอบในเบื้องต้น ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุของการล้มของลูกช้างป่าได้อย่างชัดเจน แต่บาดแผลขนาดใหญ่ที่พบบริเวณแก้มด้านขวา เป็นหลักฐานที่ชี้จัดถึงการล้มที่ผิดธรรมชาติ สันนิษฐานว่าอาจถูกพรานไล่ล่าแซะเอางาอ่อน หรืออาจจะไปกินพืชผลไม้ในสวนที่อาจปนเปื้อนยาฆ่าแมลงก่อนที่จะล้มและถูกพรานตัดงา   เบื้องต้นได้ประสานสัตวแพทย์ สํานักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) เพื่อเดินทางมาผ่าซากพิสูจน์ สาเหตุของการล้มอย่างละเอียดอีกครั้ง ขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่นำลูกช้างป่าขึ้นหลังรถยนต์ไปเก็บรักษาไว้ที่หน่วยรักษาพันสัตว์ป่าเขาป่าฤาไน รอทีมแพทย์จากศรีราชาเข้ามาตรวจสอบ ก่อนจะสามารถสรุปสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/l1H8Ld48QdA

 15,637
ข่าวภูมิภาค
18 ก.พ. 62

แจ้งจับพรานใจโหด ทำกับดักล่อวัวแดง-กวางป่า-หมูป่า เขาอ่างฤาไน แล่เนื้อไปขาย

นายอเนก วงศ์ษา ผช.หน.เขตรักษาพันสัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา นำหลักฐานการลักลอบล่าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย คือกับดักบ่วงเชือก 149 อัน เข้าแจ้งความกับ ตร.สภ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อให้สืบหาพรานป่าที่ก่อเหตุลักลอบฆ่าสัตว์ป่าสงวน บริเวณรอยต่อแนวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา   มีหลักฐานเป็นซากสัตว์ป่าหายากและใกล้สูญพันธุ์ ติดคาอยู่กับบ่วงได้แก่ ซากวัวแดง 2 ซาก / กวางป่า 2 ซาก / หมูป่า 2 ซาก จึงนำหลักฐานทั้งหมดมามอบให้เจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี   โดยจากการเข้าปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบบ่วงดักสัตว์จำนวนมาก และเป็นที่น่าเวทนา เมื่อพบซากวัวแดง 2 ตัว เป็นเพศผู้และเพศเมีย ขาหลังติดบ่วงออกไม่ได้ จนกระทั่งพรานมาเจอจึงใช้ปืนยิงหัวจนตาย ก่อนชำแหละเนื้อไปขาย ปล่อยให้ซากที่เหลือเน่าเปื่อยและแห้งอยู่ในบริเวณป่า ถือเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมมาก   สำหรับวัวแดง เป็นสัตว์ป่าที่มีสถานภาพเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535 พบหากินอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน และเขตป่ารอบต่อ 5 จังหวัด เป็นจำนวนมาก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fkIUwr74dn8  

 3,358

Top