ค้นหา :

ผลการค้นหา "บัตรพลังงาน"

สังคม-อาชญากรรม
10 ก.ค. 62

เจ้าของบริษัท 'บัตรพลังงาน' เข้ารับทราบข้อกล่าวหา หลังหลอกชาวบ้าน อ้างรักษาทุกโรค

ประธานบริษัทบัตรพลังลวงโลกพร้อมตัวแทนจำหน่ายชาวอ.น้ำพอง เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา   (10 ก.ค.2562 ) วันนี้ เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น นายธนัส สุรินทร์ ประธานบริษัท เอ็กเพิร์สโปร จำกัด พร้อมด้วยนาย สินธนู เรียนพิศ ตัวแทนจำหน่ายบัตรพลัง ชาว อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น เดินทางมาเข้าพบ พ.ต.อ.สุทธิพงศ์ เป็กทอง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น ในฐานะหัวหน้าชุดพนักงานสอบสวนในคดี ตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวน โดยทั้งสองคนเดินทางมาถึงด้วยสีหน้าปกติ แต่ไม่พูดอะไรกับผู้สื่อข่าว ก่อนจะเดินเข้าห้องประชุมเพื่อให้ปากคำตามหมายเรียก โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน และไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวและผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไป   ซึ่งการเดินทางมาของผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองรายนี้เดินทางมาตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น ซึ่งมีผู้เสียหายเป็นเจ้าหน้าที่รัฐคือ พ.ต.อ.ธนรัตน์ มีทองหลาง ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่นเป็นผู้แจ้งความร้องทุกข์ไปก่อนหน้านี้ ในข้อหาความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน กรณีที่มีชาวบ้านหลงเชื่อซื้อบัตรสมาร์ทการ์ดโดยระบุว่าเป็นบัตรพลังงาน อ้างสรรพคุณรักษาโรคได้ครอบจักรวาลโดยเฉพาะอาการปวดตามร่างกาย เมื่อนำบัตรไปแปะตามตัว หรือ นำแก้วน้ำมาวางทับ นับ 1 – 10 แล้วนำมาดื่ม จะทำให้อาการปวดเหล่านั้นทุเลาลง ซึ่งมีชาวบ้านในพื้นที่ อ.อุบลรัตน์ และ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น หลงเชื่อซื้อไปในราคาใบละ 1,000-1,500 บาท ก่อนจะมีการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าเป็นบัตรธรรมดาไม่มีคุณสมบัติในการรักษาโรคใดๆ พร้อมทั้งตรวจสอบพบว่ามีสารกัมมันตรังสีอยู่ภายในบัตรซึ่งจะส่งผลเสียต่อร่างกายอีกด้วย   ข่าวที่เกี่ยวข้อง ผลตรวจบัตรพลังงานลวงโลก พบรังสีสูงถึง 350 เท่า ผสมน้ำดื่มเสี่ยงมะเร็ง (ออกอากาศเมื่อวันที่ 18 มิ.ย.62)  

 1,244
สังคม-อาชญากรรม
18 มิ.ย. 62

ผลตรวจบัตรพลังงานลวงโลก พบรังสีสูงถึง 350 เท่า ผสมน้ำดื่มเสี่ยงมะเร็ง

จากกรณีชาวบ้านในหลายจังหวัดหลงเชื่อซื้อบัตรพลังงาน ที่อ้างว่าเป็นบัตรพลังมีสรรพคุณในการรักษาโรค โดยเฉพาะอาการปวดเมื่อยต่างๆ ตามร่างกาย โดยขายใบละกว่า 1,000 บาท ก่อนจะพบว่าเป็นพบว่าเป็นบัตรลวงโลก ตามที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้   ล่าสุด รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ หรือ อ.อ๊อด อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เฟซบุ๊ก Weerachai Phutdhawong ระบุว่า สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ หรือ ปส.ได้ผลการวิเคราะห์บัตรพลังงาน หรือ การ์ดเวทมนตร์ ซึ่งหากนำไปผสมน้ำดื่ม มีโอกาสเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็ง และผลทดสอบมีดังนี้   1. ไม่พบการเปรอะเปื้อนทางรังสีที่วัสดุห่อหุ้มและพื้นผิวของแผ่นการ์ด สำหรับการ์ดตัวอย่างที่สมบูรณ์ไม่แตกหัก   2. การวัดธาตุองค์ประกอบของแผ่นการ์ดด้วยเทคนิคการเรืองรังสีเอกซ์ (X-ray Fluorescence: XRF) พบธาตุยูเรเนียมและทอเรียม   3. การวิเคราะห์ไอโซโทปรังสีในแผ่นการ์ดด้วยระบบวิเคราะห์แกมมาสเปคโตรสโคปี (Gamma Spectroscopy) พบนิวไคลด์กัมมันตรังสีของอนุกรมทอเรียมและยูเรเนียม   4. การวัดค่าระดับรังสี (Dose rate) เทียบกับค่ารังสีพื้นหลัง พบว่า ระดับรังสีของแผ่นการ์ดสูงกว่าระดับรังสีพื้นหลัง ประมาณ 200 เท่า ที่ระยะห่างจากแผ่นการ์ด 1 เซนติเมตร ซึ่งระดับรังสีที่วัดได้อยู่ที่ประมาณ 40 ไมโครซีเวิร์ตต่อชั่วโมง หรือเทียบเป็น 350 เท่าของขีดจำกัดการได้รับปริมาณรังสีสำหรับประชาชนทั่วไปในระยะเวลา 1 ปี ซึ่งเป็นไปตามกฎกระทรวงความปลอดภัยทางรังสี พ.ศ.2561   5. การวัดค่าการกระจายตัวของสารกัมมันตรังสีในแผ่นการ์ด ด้วยเทคนิค Imaging plate พบว่าสารกัมมันตรังสีกระจายอยู่ทั่วทั้งแผ่นการ์ดอย่างสม่ำเสมอ   6. การถ่ายภาพเพื่อดูลักษณะภายในของแผ่นการ์ดด้วยรังสีเอกซ์ ไม่พบชิ้นส่วนอื่นใดประกอบอยู่ภายในแผ่นการ์ด   ทั้งนี้ หากยูเรเนียมและทอเรียมเข้าสู่ร่างกายจะก่อให้เกิดการแผ่รังสีต่ออวัยวะภายใน และเกิดอันตรายต่อร่างกายได้ โดย ปส.เตรียมการวิเคราะห์การปนเปื้อนของวัสดุกัมมันตรังสีเมื่อนำแผ่นการ์ดแช่ในน้ำในลำดับต่อไป และเมื่อมีข้อมูลครบถ้วน ปส. อาจดำเนินคดีกับบริษัทผู้จำหน่ายต่อไป   อย่างไรก็ตาม ปส. จึงแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการครอบครองและใช้สินค้าที่มีส่วนผสมของวัสดุกัมมันตรังสี วัสดุนิวเคลียร์ หรือวัตถุอันตรายดังกล่าว เพราะนอกจากจะไม่เกิดประโยชน์หรือความคุ้มค่าแล้ว อาจได้รับรังสีโดยไม่จำเป็น ซึ่งมีปริมาณสูงกว่าระดับรังสีที่มีอยู่ตามธรรมชาติทั่วไป   หากประชาชนผู้ใช้สินค้ามีข้อกังวลใจประเด็นที่ไม่ทราบว่าจะนำการ์ดดังกล่าวไปกำจัดที่ไหน สามารถประสานไปยังสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. เพื่อจัดการต่อไป โทรศัพท์สอบถามได้ที่ 0-2596-7600 ต่อ 1123-4. ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/a1ONKzmJ_q0

 2,186
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
18 มิ.ย. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 18 มิ.ย.62 จับปุ๊กกี้ ปริศนาพร้อมยาเค-ปิดตำนานกำนันเป๊าะ-พระวัดดังฉันเพลล่องแพ

-ตร.จับปุ๊กกี้-ปริศนา พรายแสง อดีตรักร้องดังพร้อมยาเค 5.2 กก. คาบ้านเช่าพร้อมแฟนหนุ่มและชาวไต้หวัน นำตัวไปสอบสวนขยายผล ประวัติปุ๊กกี้สุดช้ำท้องขณะโด่งดัง ต้องออกจากวงการ เคยให้สัมภาษณ์สามีได้เพื่อนเป็นเมียน้อย ถูกตราหน้าว่าทิ้งลูก ก่อนหน้านี้เคยปฏิเสธค้ายา ถ้าทำคงจะอยู่ไม่ถึงตอนนี้   -จับหนุ่ม นทท.จีน ผลักเมียท้องตกผาแต้ม อุบลฯ หลังเมียจีนกลับคำให้การ ขณะอยู่ รพ.สามีเป็นคนผลัก หวังเงินประกันร้อยล้าน   -แกนนำ ส.ส.อีสานตอนบนและภาคใต้ พรรคพลังประชารัฐ ยังแสดงความไม่พอใจที่ไม่ได้ตำแหน่ง รมต. เอกราช ช่างเหลา แกนนำ ส.ส.อีสานตอนบน เปิดแถลงที่ขอนแก่นว่า ผู้ใหญ่ในพรรคมองข้าม ไม่ให้ความสำคัญกับภาคอีสานตอนบน หากไม่ได้ตำแหน่งบริหาร คงไม่สามารถขับเคลื่อนงานตามที่หาเสียงไว้ได้ ส.ส.11คนคิดตรงกันว่า พรรคไม่ใส่ใจ หลังออกมาเคลื่อนไหวก็ไม่มีผู้ใหญ่ในพรรคโทรมา ถึงตอนนี้คงไม่มีอะไรต้องพูดคุยกัน จะทบทวนท่าทีการทำงานร่วมกับพรรค ยันทำเพื่อคนอีสานอย่างชัดเจน ไม่ใช่หวังเก้าอี้ รมต.   ด้าน 13 ส.ส.ภาคใต้รวมตัวเปิดกลุ่มด้ามขวานไทย เพื่อให้พรรคให้ความสำคัญ ให้มี รมต.ของกลุ่ม ขอเสนอ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล เตรียมทหารรุ่นเดียวกับบิ๊กตู่ ไม่เจาะจงต้องได้กระทรวงใด แต่หากไม่ได้ตำแหน่งก็ไม่มีปัญหา ยังอยู่กับพรรค ไม่ได้กดดัน ลั่นภาคใต้สามัคคีกัน 100% ยันไม่ทำตัวเป็นปัญหา อยากให้คัดเลือกคนที่ดี เห็นหน้าแล้วไม่ยี้   -สกลธี รองผู้ว่า กทม. และสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ จี้ ส.ส.เลิกทวงตำแหน่ง ระบุ “ผมว่าลุงตู่น่าจะทวงบ้างนะครับว่า “ถ้าไม่มีผม พวกคุณจะได้มานั่งสลอนกันแบบนี้หรือ” #เลิกทวงได้แล้ว #แยกย้ายลงพื้นที่ทำงานเถอะ #รักประชาชนจริงๆ กันบ้าง #อย่าเร้าหรือ”   -7พรรคการเมืองฝ่ายค้าน ตั้งคณะทำงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน ระดมการมีส่วนร่วม ปชช.แก้ รธน. มีตัวแทนพรรคละ 2 คน มีทวี สอดส่อง เป็นปธ.ประสานกับ ปชช.นักวิชาการ เพื่อแก้ รธน.   -กำนันเป๊าะ สมชาย คุณปลื้ม เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในวัย 82 ปี ปิดตำนานผู้กว้างขวางภาคตะวันออก สนธยา คุณปลื้ม ลูกชายคนโต บอกพ่อไปสบายแล้ว หมดห่วงในทุกๆเรื่อง ประวัติกำนันเป๊าะโลดโผน เป็นนักการเมืองท้องถิ่น ก่อนถูกคดีฆ่ากำนันยูร และทุจริตเขาไม้แก้ว หลบหนีคดีหลายปีก่อนถูกจับเมื่อปี 56 ครอบครัวจัดงานศพที่วัดหนองมน   -นายกฯพอใจราคาปาล์มปรับตัวสูงขึ้น คาดพุ่งถึง 4 บาท/กก. จากก่อนหน้าแค่ 1.80 บาท พาณิชย์ประชุมร่วมภาครัฐ-เอกชน ยันไม่สั่งห้างขึ้นราคา แต่สั่งสอบห้างขายต่ำกว่าทุน ใครจะกักตุนขอให้ตุนได้เลย พราะยังมีสต็อกกว่า 3 แสนตันต้องระบาย คาดไม่เกิน 3 เดือนสต็อกอยู่ในภาวะปลอดภัย   -ศาลไม่ให้ประกันตัว  2 มือยิงวิน จยย.เถื่อนตีกันปากซอยอุดมสุข ชี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์ อัตราโทษสูง หากปล่อยตัวเกรงหลบหนี ยุ่งกับพยานหลักฐาน พร้อมออกหมายจับอีก 2 คน พ่อเจ้าของวินปัดบางหมางผลประโยชน์ นายกฯวิน จยย.เผยมีช่องโหว่ ผู้มีอิทธิพลเรียกเก็บเงิน จนท.รัฐรู้เห็น ปล่อยให้ทำผิด บิ๊กป้อมสั่งตร.ทหารกำกับวิน   -ลูกทรพีแค้นพ่อเลี้ยงถอดปลั๊กไวไฟ ไม่ให้เล่นเกม วางยาฆ่าแมลงใส่โอ่งน้ำหวังฆ่าพ่อเลี้ยงและแม่แท้ๆให้ตายที่ศรีสะเกษ แม่แอบเห็นรีบไปบอกพ่อ สุดท้ายไม่แจ้งความเพราะลูกก็คือลูก พร้อมให้อภัย ก่อนหน้าเคยใช้มีดไล่แทงแม่ ตายาย จนตายายต้องย้ายหนี   -ลูกค้าหัวร้อนสั่งอาหารได้ช้า คิดว่าถูกแซงคิว ด่าทอรุมทำร้ายเจ้าของร้านอาหารเมืองกาญจน์ ร่างฟกช้ำหลายแห่ง วงจรปิดจับภาพชัด จนท.เร่งหาทะเบียนรถก่อนออกหมายเรียก   -ฝ่ายปกครองเมืองอุดร บุกทลายตู้คีบตุ๊กตา จะกวาดล้างให้หมดทั้งเมือง หลังผู้ปกครองร้องขึ้นป้ายตู้ฝึกทักษะ แต่มอมเมาเยาวชน จนเงินหมดไม่มีไปโรงเรียน เข้าข่ายชักชวนให้เล่นการพนัน   -ผลตรวจบัตรพลังงานลวงโลก พบรังสีสูง 350 เท่า ทั้งยูเรเนียม ทอเรียม หากเข้าสู่ร่างกายส่งผลต่ออวัยวะภายใน หากนำไปผสมน้ำดื่ม เสี่ยงเป็นมะเร็ง   -มอบตัวแล้วมือยิงกระสุนปริศนา เจาะหัวชายพิการตายที่สุราษฎร์ฯ เป็นลูกอดีต สจ. อ้างไม่ได้ตั้งใจ จะยิงกระรอก ไม่รู้กระสุนไปโดนคน   -เที่ยวบินระทึก ผู้โดยสารโพสต์เครื่องบินแอร์เอเชียเที่ยวบิน เชียงใหม่-ขอนแก่น ควันโขมง กลิ่นเหม็นคลุ้งเต็มลำ แอร์เอเชียรับมีควันจริงหลังนำเครื่องขึ้น นักบินตรวจสอบละเอียดตามมาตรฐาน พบทุกระบบการบินทำงานตามปกติ ไม่กระทบความปลอดภัย จึงตัดสินใจบินต่อไปจนถึงปลายทางขอนแก่น เร่งหาสาเหตุกลิ่นควัน   -พระวัดดังโพสต์ภาพฉันเพล ล่องแพ วันหยุดของพวกเรา ชาวเน็ตวิจารณ์เหมาะสมหรือไม่ สำนักพุทธเข้าตรวจสอบ ส่งภาพให้เจ้าคณะกาฬสินธุ์ตรวจวอบว่าผิดวินัยสงฆ์หรือไม่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MkpT3KSQ964

 5,201
สังคม-อาชญากรรม
17 มิ.ย. 62

สำนักงานปรมาณู เผยผลตรวจ ‘บัตรพลังงาน’ พบระดับรังสีสูงกว่าค่าขีดจำกัด 350 เท่า

จากกรณีชาวบ้านใน อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น แห่ซื้อบัตรพลังงาน อ้างมีสรรพคุณรักษาสารพัดโรค ขายในราคาใบละกว่า 1 พันบาท ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเป็นการหลอกลวงประชาชน   ล่าสุด วันที่ 17 มิ.ย. 62 รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ หรือ อ.อ๊อด อาจารย์ภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Weerachai Phutdhawong โดยระบุว่า   สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษาฯ รับช่วง อ.อ๊อด ม.เกษตรฯ ตรวจการ์ดพลังงานด้วยเทคนิคทันสมัยอย่างละเอียดข้ามคืน  พบระดับรังสีของแผ่นการ์ดสูงกว่าค่าขีดจำกัดการได้รับปริมาณรังสีสำหรับประชาชนทั่วไป 350 เท่า กรณีตัวอย่างที่ได้รับมีความสมบูรณ์ไม่มีการแตกหักจะไม่พบการเปรอะเปื้อนทางรังสีที่พื้นผิวด้านนอก หากนำไปผสมน้ำดื่ม มีโอกาสเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็ง ย้ำประชาชนไม่ควรมีไว้ครอบครอง และอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559   จากกรณีกระแสข่าวประชาชนซื้อบัตรสมาร์ทการ์ด คล้ายบัตร ATM ที่อ้างว่าเป็นบัตรพลังงาน มีสรรพคุณในการรักษาโรคโดยเฉพาะอาการปวดเมื่อยต่างๆ ตามร่างกาย โดยใช้วิธีการนำบัตรไปแกว่งในแก้วน้ำแล้วนำมาดื่ม หรือนำแก้วน้ำวางทับบนบัตรแล้วดื่ม รวมทั้งมีการนำบัตรสัมผัสกับร่างกายในจุดที่ปวดเมื่อย ตามที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้    ปส. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีของประเทศได้เดินทางรับตัวอย่างจาก รศ. ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ หรือ อ.อ๊อด อาจารย์ภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมเร่งตรวจสอบด้วยกระบวนการและเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัย   โดย ปส. ได้ผลการวิเคราะห์ ดังนี้    1. ไม่พบการเปรอะเปื้อนทางรังสีที่วัสดุห่อหุ้มและพื้นผิวของแผ่นการ์ด สำหรับการ์ดตัวอย่างที่สมบูรณ์ไม่แตกหัก    2. การวัดธาตุองค์ประกอบของแผ่นการ์ดด้วยเทคนิคการเรืองรังสีเอกซ์ (X-ray Fluorescence: XRF) พบธาตุยูเรเนียมและทอเรียม   3. การวิเคราะห์ไอโซโทปรังสีในแผ่นการ์ดด้วยระบบวิเคราะห์แกมมาสเปคโตรสโคปี (Gamma Spectroscopy) พบนิวไคลด์กัมมันตรังสีของอนุกรมทอเรียมและยูเรเนียม    4. การวัดค่าระดับรังสี (Dose rate) เทียบกับค่ารังสีพื้นหลัง พบว่า ระดับรังสีของแผ่นการ์ดสูงกว่าระดับรังสีพื้นหลัง ประมาณ 200 เท่าที่ระยะห่างจากแผ่นการ์ด 1 เซนติเมตร ซึ่งระดับรังสีที่วัดได้อยู่ที่ประมาณ 40 ไมโครซีเวิร์ตต่อชั่วโมง หรือเทียบเป็น 350 เท่าของขีดจำกัดการได้รับปริมาณรังสีสำหรับประชาชนทั่วไปในระยะเวลา 1 ปี ซึ่งเป็นไปตามกฎกระทรวงความปลอดภัยทางรังสี พ.ศ. 2561    5. การวัดค่าการกระจายตัวของสารกัมมันตรังสีในแผ่นการ์ด ด้วยเทคนิค Imaging plate พบว่าสารกัมมันตรังสีกระจายอยู่ทั่วทั้งแผ่นการ์ดอย่างสม่ำเสมอ   6. การถ่ายภาพเพื่อดูลักษณะภายในของแผ่นการ์ดด้วยรังสีเอกซ์ ไม่พบชิ้นส่วนอื่นใดประกอบอยู่ภายในแผ่นการ์ด   ทั้งนี้หากยูเรเนียมและทอเรียมเข้าสู่ร่างกายจะก่อให้เกิดการแผ่รังสีต่ออวัยวะภายใน และเกิดอันตรายต่อร่างกายได้ ทั้งนี้ ปส. เตรียมการวิเคราะห์การปนเปื้อนของวัสดุกัมมันตรังสีเมื่อนำแผ่นการ์ดแช่ในน้ำในลำดับต่อไป และเมื่อมีข้อมูลครบถ้วน ปส. อาจดำเนินคดีกับบริษัทผู้จำหน่ายต่อไป   ปส. จึงแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการครอบครองและใช้สินค้าที่มีส่วนผสมของวัสดุกัมมันตรังสี วัสดุนิวเคลียร์ หรือวัตถุอันตรายดังกล่าว เพราะนอกจากจะไม่เกิดประโยชน์หรือความคุ้มค่าแล้ว อาจได้รับรังสีโดยไม่จำเป็น ซึ่งมีปริมาณสูงกว่าระดับรังสีที่มีอยู่ตามธรรมชาติทั่วไป    หากประชาชนผู้ใช้สินค้ามีข้อกังวลใจประเด็นที่ไม่ทราบว่าจะนำการ์ดดังกล่าวไปกำจัดที่ไหน สามารถประสานไปยังสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. เพื่อจัดการต่อไป   สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มส่งเสริมเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ โทรศัพท์ 0 2596 7600 ต่อ 1123-4     ข่าวที่เกี่ยวข้อง เจ้าของบัตรพลังงานลวงโลกพลิกลิ้น ยันรักษาโรคไม่ได้ แต่ชาวบ้านคิดไปเอง 'อ.อ๊อด' ผ่าพิสูจน์เจอสารอันตราย    

 3,874
สังคม-อาชญากรรม
15 มิ.ย. 62

‘ครูอร’ เปิดใจถูกต่อว่า หลังเปิดโปงบัตรพลังงานลวงโลก สธ.สงขลา แจ้งความดำเนินคดีบริษัทบัตรพลังงาน

จากกรณีบัตรพลังงานลวงโลก ที่อ้างว่ารักษาโรคต่างๆได้เพียงแค่เอามาแปะตามร่างกายนั้น   ขอนแก่น - ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านหนองหญ้ารังกา ม.7 ต.น้ำพอง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ได้รับการเปิดเผยจากนางวริศรา สร้อยโพธิ์ อายุ 52 ผู้ใหญ่บ้าน บอกว่า เมื่อต้นปี นายสินธนู ได้มาขอใช้พื้นที่ศาลาประคมของหมู่บ้าน เพื่อเปิดตัวสินค้าบัตรพลังงานตามที่เป็นข่าวในขณะนี้ มีการนำรถขนชาวบ้านจากพื้นที่อื่นมาร่วมโปรโมทการใช้บัตรพลังงาน และโฆษณาชวนเชื่อว่าบัตรดังกล่าว รักษาโรคได้ ติดตู้เย็น ประหยัดไฟได้ ติดหม้อแปลงไฟฟ้า ประหยัดไฟ ติดฝาถังน้ำมันรถช่วยประหยัดน้ำมัน    “ในวันเปิดงานถูกเชิญให้ไปเป็นประธานกล่าวเปิด จึงไปตามคำเชิญ ซึ่งเห็นว่าในวันดังกล่าวนายสินธนูนำบัตรพลังมาโฆษณาขายจำนวนหลายพันใบ จึงกล่าวเปิดงานให้พร้อมกับแนะนำชาวบ้านที่เข้าร่วมงานให้ใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจซื้อสินค้าดังกล่าว”   นางวริศรา กล่าวต่ออีกว่า นายสินธนูมักจะเอาสินค้าขายตรงมาเดินขายในหมู่บ้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาหารเสริม แต่ล่าสุดเห็นเป็นบัตรพลังงานที่มาโฆษณาขายให้กับชาวบ้านในวันดังกล่าว มีชาวบ้านหนองหญ้ารังกา มาร่วมงานเพียง 2-3 คน นอกนั้นเป็นคนถิ่นอื่นรวมถึงชาวบ้านในพื้นที่อ.อุบลรัตน์ด้วย    สำหรับชาวบ้านหนองหญ้ารังกา ที่ซื้อบัตรดังกล่าวไปคือคือ ยายอายุ 60 กว่าปี ได้ซื้อบัตรพลังงานไปใช้ เพราะป่วยเป็นโรคเบาหวาน ความดัน และปวดเมื่อยตามร่างกาย และเชื่อในคำโฆษณา กระทั่งในเดือนเมษายน ที่ผ่านมา ยายก็เสียชีวิตลง ซึ่งเท่ากับว่าบัตรพลังไม่ไดช่วยรักษา หรือบรรเทาอาการป่วยไข้ได้เลย กระทั่งมีข่าวทางสื่อมวลชนต่างๆ นานา ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อถือ และทำให้ทราบว่าบัตรพลังไม่ได้มีคุณสมบัตรใดๆ เลย จึงได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านได้ทราบข้อเท็จจริงทางหอกระจายข่าวไปแล้ว พรอมทั้งเตือนว่าอย่าหลงเชื่อคำโฆษณาสินค้าดังกล่าว และคงต้องพูดคุยกับนายสินธนู ว่าให้เลิกขายสินค้าดังกล่าว เพราะไม่เป็นผลดีต่อประชาชน   ขณะที่ ครูอร เปิดใจถูกต่อว่า หลังเปิดโปงบัตรพลังงาน ยันต้องการพิสูจน์ความจริงเพราะไม่อยากให้ถูกหลอก   นางสาวบังอร ตุ่นเฮ้า หรือ "ครูอร" อายุ 30 ปี อดีตครูโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นหลานสาวของนางทองศรี วงษ์ไชยเวทศ์ อายุ 66 ปี หนึ่งในผู้ที่ถูกหลอกให้ซื้อบัตรพลังงาน ที่ตัวแทนจำหน่ายอ้างว่าสามารถนำไปแตะตามร่างกายรักษาโรคต่างๆ ได้ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากที่ตนทราบเรื่องนี้จากทองศรี ผู้เป็นป้า แล้วส่งข้อมูลให้กับผู้สื่อข่าวให้ช่วยตรวจสอบ จนนำมาสู่การตรวจพิสูจน์จากหน่วยงานต่างๆ นั้น ตนเองและครอบครัว ได้ถูกตัวแทนจำหน่ายบัตรพลังงานต่อว่า ว่าเข้าไปยุ่งเรื่องของชาวบ้าน   ครูอร กล่าวว่า วันแรกที่มีข่าวออกไป ตนเองก็ได้ไปพูดคุยกับตัวแทนที่มาขายบัตรให้ป้าของตนเอง โดยอธิบายว่าสิ่งที่ตนได้ออกมาพูดไม่ได้มีเจตนาที่จะให้ตัวแทนจำหน่ายถูกจับกลุ่มดำเนินคดี เพียงแค่ต้องการพิสูจน์ว่าบัตรดังกล่าว สามารถใช้รักษาโรคได้จริงหรือไม่ เพราะจากคำบอกเล่าของยายที่เป็นคนใช้ ตนได้ฟังแล้วก็เป็นเรื่องเหลือเชื่อ จึงต้องการไปอธิบายให้ตัวแทนจำหน่ายเข้าใจ แต่สิ่งที่ได้ตอบรับกลับมา กลับถูกมองว่า พาผู้สื่อข่าวมาหลอกซื้อบัตรกับตัวแทนจำหน่าย ซึ่งตนก็บอกกลับไปว่าถ้าสามารถพิสูจน์ได้ว่าบัตรรักษาได้จริงก็เป็นเรื่องที่ดี จะได้บอกบุญต่อ แต่ถ้าไม่ดีก็จะให้ป้าของตนเองและคนที่ใช้อยู่หยุดใช้ ซึ่งตัวแทนจำหน่ายยังยืนยันว่าเป็นบัตรที่ดีและสามารถใช้รักษาโรคได้จริง อีกทั้งยังผ่านพิธีการปลุกเสกที่วัดคำชะโนดจังหวัดอุดรธานี   นอกจากการถูกตำหนิโดยตรงแล้ว ยังลามไปถึงลุงของตนเอง ที่ทำอาชีพขับรถขายของเร่ในหมู่บ้าน ก็ถูกตำหนิว่า ลูกเข้าไปวุ่นวายเรื่องของชาวบ้าน เป็นครูสอนหนังสืออยู่กรุงเทพดีๆ ทำไมต้องมายุ่งกับเรื่องบัตรพลังงาน และพูดแรงถึงขั้นหาว่าเข้าไปเสือกเรื่องคนอื่น ซึ่งในความเป็นจริงแล้วตนเพียงต้องการเตือน และช่วยป้าของตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ ซึ่งตอนแรกตนคิดว่ามีแค่ป้าที่ซื้อมาใช้ แต่กลับพบว่า มีชาวบ้านอีกไม่ต่ำกว่า 20 คน ได้ซื้อบัตรนี้มาใช้เช่นกัน ซึ่งราคาบัตรที่แต่ละคนซื้อมาก็ไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท ซึ่งนับว่าเป็นเงินจำนวนมากสำหรับชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำซึ่ง แต่ในท้ายที่สุดแล้วเรื่องนี้ก็ปรากฏชัดแล้วว่า บัตรพลังงานที่ชาวบ้านซื้อมาใช้ไม่สามารถรักษาโรคได้จริง   อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้คนในสังคมอย่ามองว่าผู้สูงอายุที่ซื้อบัตรมาใช้เป็นคนโง่ และไม่มีลูกหลานคอยดูแล แต่อยากให้มองว่าชาวบ้านไม่รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของผู้ไม่หวังดี ซึ่งป้าของตนเองยังโชคดีที่นำเรื่องนี้มาปรึกษาตนเอง จนนำไปสู่การตรวจพิสูจน์จากหน่วยงานราชการ อีกทั้งอยากให้ลูกหลานที่มีคุณตาคุณยายช่วยกันสอบถามครอบครัว หนือ คุณตาคุณยายของตนเองว่าซื้อบัตรนี้มาใช้หรือไม่ เพราะเท่าที่ทราบมีหลายคนที่ซื้อมาใช้ โดยไม่บอกกับลูกหลานซึ่งอาจจะทำให้ได้รับผลกระทบได้     ล่าสุด สธ.สงขลา แจ้งความดำเนินคดีบริษัทเบัตรพลังงาน หลังพบสินค้าเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแสดงสลากไม่ถูกต้อง   สงขลา-ที่ สภ.หาดใหญ่  เภสัชกรวิไลวรรณ สาครินทร์ หัวหน้าฝ่ายคุมครองผู้บริโภคด้านอาหารและยา เจ้าหน้าที่นิติกรสำนักงานสาธารณสุข จ.สงขลา ได้เข้าแจ้งความกับพ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร ผู้กำกับการสภ.หาดใหญ่  เพื่อให้ดำเนินคดีกับ บริษัทเอ็กซ์เพิร์ทโปรเน็ทเวิร์ค จำกัด โดยเบื้องต้นได้ดำเนินคดี ตามพรบ.อาหาร พ.ศ.2522 แสดงสลากไม่ถูกต้อง เลขอย.ไม่ตรงกับผลิตภัณฑ์อาหาร หลังจากที่ได้ตรวจสอบสินค้าของบริษัทซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไปตรวจสอบพบว่าสลากไม่ถูกต้องและเลขอย.ไม่ตรงกับผลิตภัณฑ์   เภสัชกรวิไลวรรณ กล่าวว่า จากการเข้าตรวจสอบบริษัทแห่งนี้เมื่อวาน ได้มาแจ้งความในเรื่อง อาหารที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง จากสินค้าที่พบในบริษัท แต่ในเรื่อของการ์ดพลังงานที่ตรวจพบทางสคบ.จะเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนของทางสำนักงานสาธารณสุขจ.สงขลา จะแจ้งความในเรื่องของอาหารปลอมกับอาหารที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง    ส่วนจากการตรวจสอบเลขอย.แล้วพบว่าไม่ตรงกับผลิตภัฑณ์ตัวที่ตรวจยึดมา และยังแนะนำประชาชนว่าก่อนที่จะซื้อผลิตภัฑณ์ขอให้ตรวจสอบให้รอบคอบเช่นที่อยู่ผู้ผลิต วันผลิตและเลขอย.ว่าตรงกับผลิตภัฑณ์หรือไม่ซึ่งสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ที่แอปปิเคชั่นของ อย. โดยกรอกเลข อย.และดูว่าตรงกับผลิตภัฑณ์นั้นหรือไม่ หรือสอบถามไปยัง สสจ.แต่ละจังหวัดได้เลย   และยังแนะนำว่าบัตรพลังงานหรืออุปกรณ์ต่างๆนั้นไม่สามารถรักษาโรคได้ถ้าหากเจ็บป่วยควรไปพบแพทย์และทานยาตามที่แพทย์สั่งจะดีที่สุด       สอดคล้องกับ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ ที่ออกมาเตือนว่ามีกัมมันตรังสี 3 ชนิดในบัตรพลังงาน   นายอำไพ สุขบำเพิง ผู้จัดการศูนย์บริการเทคโนโลยีนิวเคลียร์ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ลงชื่อตรวจรับรองแร่ธาตุในบัตรพลังงานเมื่อ ปี 2558 และพบว่า ขณะนี้มีการนำเอกสารมาอ้างอิงเพื่อใช้ในการโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณรักษาโรค โดยยืนยันว่า การตรวจครั้งนั้นเป็นบัตรสีเขียวคนละแบบกับบัตรพลังงานสีแดงที่แพร่หลายขณะนี้ เข้าข่ายมีพฤติกรรมส่อทุจริต หลอกลวง เพราะเอกสารนี้เป็นเพียงตรวจหาสารธาตุ ไม่ได้ยืนยันว่า บัตรสามารถรักษาโรคหรือช่วยประหยัดพลังงานได้    สำหรับผลตรวจ พบว่า มีสารธาตุถึง 21 ชนิด ในจำนวนนี้ มีสารกัมมันตรังสี 3 ชนิด ในกลุ่มทอเรียม ยูเรเนียม และสทรอนเชียม เป็นสารอันตรายที่ปกติใช้ผลิตนิวเคลียร์ แต่ที่เป็นห่วงมาก คือ กลุ่มทอเรียม จะปล่อยรังสี 3 ชนิด ทั้งเบตา แกมม่าและอัลฟ่า เมื่อเข้าไปในร่างกายไม่สามารถขับออกมาได้ จะทำลายอวัยวะหากได้รับเกินปริมาณ สอดคล้องกับ นักวิชาการวิศกรรมนิวเคลียร์ที่ได้ตรวจบัตรนี้เมื่อ 3 ปีก่อน ก็พบว่า มีกัมมันรังสี และไม่มีธาตุใดในบัตรรักษาโรคและประหยัดพลังงานได้ จึงไม่ควรหลงเชื่อ ซึ่งก็มีผู้ร้องเรียนและเป็นข่าวเมื่อหลายปีก่อน         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/9VytlCjLmk0  

 2,566
ข่าวภูมิภาค
15 มิ.ย. 62

‘ครูอร’ เปิดใจถูกต่อว่า หลังเปิดโปงบัตรพลังงานลวงโลก สธ.สงขลา แจ้งความดำเนินคดีบริษัทบัตรพลังงาน

จากกรณีบัตรพลังงานลวงโลก ที่อ้างว่ารักษาโรคต่างๆได้เพียงแค่เอามาแปะตามร่างกายนั้น   ขอนแก่น - ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านหนองหญ้ารังกา ม.7 ต.น้ำพอง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ได้รับการเปิดเผยจากนางวริศรา สร้อยโพธิ์ อายุ 52 ผู้ใหญ่บ้าน บอกว่า เมื่อต้นปี นายสินธนู ได้มาขอใช้พื้นที่ศาลาประคมของหมู่บ้าน เพื่อเปิดตัวสินค้าบัตรพลังงานตามที่เป็นข่าวในขณะนี้ มีการนำรถขนชาวบ้านจากพื้นที่อื่นมาร่วมโปรโมทการใช้บัตรพลังงาน และโฆษณาชวนเชื่อว่าบัตรดังกล่าว รักษาโรคได้ ติดตู้เย็น ประหยัดไฟได้ ติดหม้อแปลงไฟฟ้า ประหยัดไฟ ติดฝาถังน้ำมันรถช่วยประหยัดน้ำมัน    “ในวันเปิดงานถูกเชิญให้ไปเป็นประธานกล่าวเปิด จึงไปตามคำเชิญ ซึ่งเห็นว่าในวันดังกล่าวนายสินธนูนำบัตรพลังมาโฆษณาขายจำนวนหลายพันใบ จึงกล่าวเปิดงานให้พร้อมกับแนะนำชาวบ้านที่เข้าร่วมงานให้ใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจซื้อสินค้าดังกล่าว”   นางวริศรา กล่าวต่ออีกว่า นายสินธนูมักจะเอาสินค้าขายตรงมาเดินขายในหมู่บ้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาหารเสริม แต่ล่าสุดเห็นเป็นบัตรพลังงานที่มาโฆษณาขายให้กับชาวบ้านในวันดังกล่าว มีชาวบ้านหนองหญ้ารังกา มาร่วมงานเพียง 2-3 คน นอกนั้นเป็นคนถิ่นอื่นรวมถึงชาวบ้านในพื้นที่อ.อุบลรัตน์ด้วย    สำหรับชาวบ้านหนองหญ้ารังกา ที่ซื้อบัตรดังกล่าวไปคือคือ ยายอายุ 60 กว่าปี ได้ซื้อบัตรพลังงานไปใช้ เพราะป่วยเป็นโรคเบาหวาน ความดัน และปวดเมื่อยตามร่างกาย และเชื่อในคำโฆษณา กระทั่งในเดือนเมษายน ที่ผ่านมา ยายก็เสียชีวิตลง ซึ่งเท่ากับว่าบัตรพลังไม่ไดช่วยรักษา หรือบรรเทาอาการป่วยไข้ได้เลย กระทั่งมีข่าวทางสื่อมวลชนต่างๆ นานา ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อถือ และทำให้ทราบว่าบัตรพลังไม่ได้มีคุณสมบัตรใดๆ เลย จึงได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านได้ทราบข้อเท็จจริงทางหอกระจายข่าวไปแล้ว พรอมทั้งเตือนว่าอย่าหลงเชื่อคำโฆษณาสินค้าดังกล่าว และคงต้องพูดคุยกับนายสินธนู ว่าให้เลิกขายสินค้าดังกล่าว เพราะไม่เป็นผลดีต่อประชาชน   ขณะที่ ครูอร เปิดใจถูกต่อว่า หลังเปิดโปงบัตรพลังงาน ยันต้องการพิสูจน์ความจริงเพราะไม่อยากให้ถูกหลอก   นางสาวบังอร ตุ่นเฮ้า หรือ "ครูอร" อายุ 30 ปี อดีตครูโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นหลานสาวของนางทองศรี วงษ์ไชยเวทศ์ อายุ 66 ปี หนึ่งในผู้ที่ถูกหลอกให้ซื้อบัตรพลังงาน ที่ตัวแทนจำหน่ายอ้างว่าสามารถนำไปแตะตามร่างกายรักษาโรคต่างๆ ได้ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากที่ตนทราบเรื่องนี้จากทองศรี ผู้เป็นป้า แล้วส่งข้อมูลให้กับผู้สื่อข่าวให้ช่วยตรวจสอบ จนนำมาสู่การตรวจพิสูจน์จากหน่วยงานต่างๆ นั้น ตนเองและครอบครัว ได้ถูกตัวแทนจำหน่ายบัตรพลังงานต่อว่า ว่าเข้าไปยุ่งเรื่องของชาวบ้าน   ครูอร กล่าวว่า วันแรกที่มีข่าวออกไป ตนเองก็ได้ไปพูดคุยกับตัวแทนที่มาขายบัตรให้ป้าของตนเอง โดยอธิบายว่าสิ่งที่ตนได้ออกมาพูดไม่ได้มีเจตนาที่จะให้ตัวแทนจำหน่ายถูกจับกลุ่มดำเนินคดี เพียงแค่ต้องการพิสูจน์ว่าบัตรดังกล่าว สามารถใช้รักษาโรคได้จริงหรือไม่ เพราะจากคำบอกเล่าของยายที่เป็นคนใช้ ตนได้ฟังแล้วก็เป็นเรื่องเหลือเชื่อ จึงต้องการไปอธิบายให้ตัวแทนจำหน่ายเข้าใจ แต่สิ่งที่ได้ตอบรับกลับมา กลับถูกมองว่า พาผู้สื่อข่าวมาหลอกซื้อบัตรกับตัวแทนจำหน่าย ซึ่งตนก็บอกกลับไปว่าถ้าสามารถพิสูจน์ได้ว่าบัตรรักษาได้จริงก็เป็นเรื่องที่ดี จะได้บอกบุญต่อ แต่ถ้าไม่ดีก็จะให้ป้าของตนเองและคนที่ใช้อยู่หยุดใช้ ซึ่งตัวแทนจำหน่ายยังยืนยันว่าเป็นบัตรที่ดีและสามารถใช้รักษาโรคได้จริง อีกทั้งยังผ่านพิธีการปลุกเสกที่วัดคำชะโนดจังหวัดอุดรธานี   นอกจากการถูกตำหนิโดยตรงแล้ว ยังลามไปถึงลุงของตนเอง ที่ทำอาชีพขับรถขายของเร่ในหมู่บ้าน ก็ถูกตำหนิว่า ลูกเข้าไปวุ่นวายเรื่องของชาวบ้าน เป็นครูสอนหนังสืออยู่กรุงเทพดีๆ ทำไมต้องมายุ่งกับเรื่องบัตรพลังงาน และพูดแรงถึงขั้นหาว่าเข้าไปเสือกเรื่องคนอื่น ซึ่งในความเป็นจริงแล้วตนเพียงต้องการเตือน และช่วยป้าของตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ ซึ่งตอนแรกตนคิดว่ามีแค่ป้าที่ซื้อมาใช้ แต่กลับพบว่า มีชาวบ้านอีกไม่ต่ำกว่า 20 คน ได้ซื้อบัตรนี้มาใช้เช่นกัน ซึ่งราคาบัตรที่แต่ละคนซื้อมาก็ไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท ซึ่งนับว่าเป็นเงินจำนวนมากสำหรับชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำซึ่ง แต่ในท้ายที่สุดแล้วเรื่องนี้ก็ปรากฏชัดแล้วว่า บัตรพลังงานที่ชาวบ้านซื้อมาใช้ไม่สามารถรักษาโรคได้จริง   อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้คนในสังคมอย่ามองว่าผู้สูงอายุที่ซื้อบัตรมาใช้เป็นคนโง่ และไม่มีลูกหลานคอยดูแล แต่อยากให้มองว่าชาวบ้านไม่รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของผู้ไม่หวังดี ซึ่งป้าของตนเองยังโชคดีที่นำเรื่องนี้มาปรึกษาตนเอง จนนำไปสู่การตรวจพิสูจน์จากหน่วยงานราชการ อีกทั้งอยากให้ลูกหลานที่มีคุณตาคุณยายช่วยกันสอบถามครอบครัว หนือ คุณตาคุณยายของตนเองว่าซื้อบัตรนี้มาใช้หรือไม่ เพราะเท่าที่ทราบมีหลายคนที่ซื้อมาใช้ โดยไม่บอกกับลูกหลานซึ่งอาจจะทำให้ได้รับผลกระทบได้     ล่าสุด สธ.สงขลา แจ้งความดำเนินคดีบริษัทเบัตรพลังงาน หลังพบสินค้าเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแสดงสลากไม่ถูกต้อง   สงขลา-ที่ สภ.หาดใหญ่  เภสัชกรวิไลวรรณ สาครินทร์ หัวหน้าฝ่ายคุมครองผู้บริโภคด้านอาหารและยา เจ้าหน้าที่นิติกรสำนักงานสาธารณสุข จ.สงขลา ได้เข้าแจ้งความกับพ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร ผู้กำกับการสภ.หาดใหญ่  เพื่อให้ดำเนินคดีกับ บริษัทเอ็กซ์เพิร์ทโปรเน็ทเวิร์ค จำกัด โดยเบื้องต้นได้ดำเนินคดี ตามพรบ.อาหาร พ.ศ.2522 แสดงสลากไม่ถูกต้อง เลขอย.ไม่ตรงกับผลิตภัณฑ์อาหาร หลังจากที่ได้ตรวจสอบสินค้าของบริษัทซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไปตรวจสอบพบว่าสลากไม่ถูกต้องและเลขอย.ไม่ตรงกับผลิตภัณฑ์   เภสัชกรวิไลวรรณ กล่าวว่า จากการเข้าตรวจสอบบริษัทแห่งนี้เมื่อวาน ได้มาแจ้งความในเรื่อง อาหารที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง จากสินค้าที่พบในบริษัท แต่ในเรื่อของการ์ดพลังงานที่ตรวจพบทางสคบ.จะเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนของทางสำนักงานสาธารณสุขจ.สงขลา จะแจ้งความในเรื่องของอาหารปลอมกับอาหารที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง    ส่วนจากการตรวจสอบเลขอย.แล้วพบว่าไม่ตรงกับผลิตภัฑณ์ตัวที่ตรวจยึดมา และยังแนะนำประชาชนว่าก่อนที่จะซื้อผลิตภัฑณ์ขอให้ตรวจสอบให้รอบคอบเช่นที่อยู่ผู้ผลิต วันผลิตและเลขอย.ว่าตรงกับผลิตภัฑณ์หรือไม่ซึ่งสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ที่แอปปิเคชั่นของ อย. โดยกรอกเลข อย.และดูว่าตรงกับผลิตภัฑณ์นั้นหรือไม่ หรือสอบถามไปยัง สสจ.แต่ละจังหวัดได้เลย   และยังแนะนำว่าบัตรพลังงานหรืออุปกรณ์ต่างๆนั้นไม่สามารถรักษาโรคได้ถ้าหากเจ็บป่วยควรไปพบแพทย์และทานยาตามที่แพทย์สั่งจะดีที่สุด       สอดคล้องกับ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ ที่ออกมาเตือนว่ามีกัมมันตรังสี 3 ชนิดในบัตรพลังงาน   นายอำไพ สุขบำเพิง ผู้จัดการศูนย์บริการเทคโนโลยีนิวเคลียร์ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ลงชื่อตรวจรับรองแร่ธาตุในบัตรพลังงานเมื่อ ปี 2558 และพบว่า ขณะนี้มีการนำเอกสารมาอ้างอิงเพื่อใช้ในการโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณรักษาโรค โดยยืนยันว่า การตรวจครั้งนั้นเป็นบัตรสีเขียวคนละแบบกับบัตรพลังงานสีแดงที่แพร่หลายขณะนี้ เข้าข่ายมีพฤติกรรมส่อทุจริต หลอกลวง เพราะเอกสารนี้เป็นเพียงตรวจหาสารธาตุ ไม่ได้ยืนยันว่า บัตรสามารถรักษาโรคหรือช่วยประหยัดพลังงานได้    สำหรับผลตรวจ พบว่า มีสารธาตุถึง 21 ชนิด ในจำนวนนี้ มีสารกัมมันตรังสี 3 ชนิด ในกลุ่มทอเรียม ยูเรเนียม และสทรอนเชียม เป็นสารอันตรายที่ปกติใช้ผลิตนิวเคลียร์ แต่ที่เป็นห่วงมาก คือ กลุ่มทอเรียม จะปล่อยรังสี 3 ชนิด ทั้งเบตา แกมม่าและอัลฟ่า เมื่อเข้าไปในร่างกายไม่สามารถขับออกมาได้ จะทำลายอวัยวะหากได้รับเกินปริมาณ สอดคล้องกับ นักวิชาการวิศกรรมนิวเคลียร์ที่ได้ตรวจบัตรนี้เมื่อ 3 ปีก่อน ก็พบว่า มีกัมมันรังสี และไม่มีธาตุใดในบัตรรักษาโรคและประหยัดพลังงานได้ จึงไม่ควรหลงเชื่อ ซึ่งก็มีผู้ร้องเรียนและเป็นข่าวเมื่อหลายปีก่อน         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/9VytlCjLmk0  

 2,566
ข่าวภูมิภาค
14 มิ.ย. 62

เสียความรู้สึก! ถูกหลอกใช้บัตรพลังงาน แค้นเจอบัตรเมื่อไหร่ขอทำลายทิ้ง

ตายายเสียความรู้สึกที่ถูกหลอกใช้บัตรพลังงาน เจอบัตรเมื่อไหร่ขอทำลายทิ้งทั้งหมด แต่ขอบคุณบริษัท ที่ทำให้ตาสว่าง ส่วนตัวแทนขาย ปิดบ้านเงียบหาย ขณะที่ทางด้านคดียังไม่มีชาวบ้านคนใดเข้าแจ้งความ พร้อมกันนี้หลานสาวตายายผู้ที่มาเปิดเผยข้อมูลวอนหยุดด่า ตั้งใจทำเพื่อสังคมหากเป็นเรื่องหลอกลวง     เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 14 มิถุนายน 2562 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านศาลาดิน ม.7 ต.ศรีสุขสำราญ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น พบนายเขียน ชาวบ้านที่เข้าร่วมอบรมการใช้บัตรพลังของบริษัทตัวแทนบริษัท เอ็กซ์เพิร์ทโปร เน็ทเวิร์ค จำกัด ซึ่งเป็นบัตรสมาร์ทการ์ด ที่อ้างว่าเป็นบัตรพลังงาน มีสรรพคุณในการรักษาโรค โดยเฉพาะอาการปวดเมื่อยต่างๆ ตามร่างกาย   นายเขียน เปิดเผยว่า ช่วงต้นเดือนที่ผ่านได้เข้ารับฟังการอบรมการใช้บัตรพลังงานและทดลองใช้ ในช่วงที่บริษัทมาทำการประชุมที่อ.เขาสวนกวาง โดยการใช้บัตรพลังงานแปะที่เข่า ที่มีอาการปวดมานาน แปะไว้ประมาณ 40 นาที รู้สึกดีขึ้นมา เดินไปมาสะดวกและคล่องตัวขึ้น กลับมาถึงบ้านจึงเล่าให้นางทองสี ผู้เป็นภรรยาฟัง และคิดว่าน่าจะช่วยบรรเทาอาการปวดหลังและน้ำในหูของภรรยาได้ จึงขอเงินจากภรรยาจำนวน 1,500 บาท ไปซื้อบัตรพลังงานจากตัวแทนจำหน่ายในหมู่บ้านมาให้ภรรยาใช้ โดยภรรยาใช้บัตรดังกล่าวประมาณ 15 วัน อาการดีขึ้นมาก น้ำในหูที่เคยไหลก็หายไป จึงใช้มาเรื่อย กระทั่งหลานสาวมาจากกรุงเทพฯมาพบบัตรดังกล่าว พบเห็นการใช้บัตร จึงมีการพูดคุยกันว่าบัตรดังกล่าวเป็นบัตรพลังงานที่ช่วยรักษาโรคและบรรเทาอาการปวดได้จริงหรือไม่ หลานสาวจึงนำบัตรไปให้สื่อมวลชนทำการตรวจสอบ จนกระทั่งมีการเผยแพร่ข่าวทางสื่อมวลชนและทราบว่าเป็นบัตรธรรมดา ไม่มีการรักษาโรคใดๆ ต้องขอบคุณบริษัทที่ทำบัตรออกมา ทำให้ชาวบ้านตาสว่าง และถ้าบัตรยังอยู่กับตัวเองจะสับและเผาไฟทิ้งทันที และเมื่อบริษัททำเช่นนี้ก็ให้รับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง ถ้าผิดก็ควรหยุด แต่ถ้าคิดว่าการกระทำดีแล้วก็ขอให้เจริญก้าวหน้า   ขณะที่นางทองสี กล่าวว่า ทราบแล้วว่าบัตรที่จุ่มน้ำ หรือรองแก้วน้ำดื่มนั้นเป็นบัตรธรรมดา ไม่ใช่บัตรพลังงานหรือบัตรรักษาโรค และรู้ว่าถูกหลอก แต่คงไม่แจ้งความเอาผิดใคร เพราะตัดสินใจซื้อจากตัวแทนเอง และจะขอเก็บบัตรดังกล่าวไว้เป็นที่ระลึกที่ได้จ่ายเงินซื้อมา และไม่ถือโทษโกรธใคร คิดว่าใครทำไม่ดี ผลก็จะตกกับคนคนนั้น   ทางด้านหลานสาวของนายเขียนและนางทองสี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ทำงานในกรุงเทพมหานคร ขณะกลับมาเยี่ยมบ้าน ตายายได้เอาบัตรพลังงานมาให้ดูและปรึกษาว่า บัตรนี้รักษาโรคได้จริงหรือไม่ เพราะซื้อมาในราคา 1500 บาท จึงได้สอบถามที่มาที่ไปของบัตรดังกล่าว และได้สอบถามกับตัวแทนขายในหมู่บ้าน ซึ่งทุกคนบอกว่าเป็นบัตรพลังงานจริง มีการปลุกเสกที่วัดป่าคำชะโนดจนมีพลัง ก็รู้สึกเอะใจ จึงกลับมาขอบัตรจากตายาย เอาไปให้เพื่อนนำไปตรวจสอบ กระทั่งสื่อมวลชนมีการนำเสนอข่าวออกมาว่าบัตรไม่สามารถรักษาโรคได้ มิหนำซ้ำยังถูกหลายคนด่าทอเสียๆหายๆว่ามายุ่งเรื่องนี้ทำไม ทำให้เกิดความยุ่งยากในหมู่บ้านจนเป็นเรื่องราวใหญ่โต แต่เมื่อรู้ว่าบัตรไม่มีคุณสมบัติตามคำบอกเล่า ก็รู้สึกโล่งใจ เพราะคิดว่าหากบัตรดีก็คงมีการรับรองทางการแพทย์ ถ้าไม่ใช่ก็เป็นการช่วยชาวบ้านที่ยังหลงเชื่อให้ได้เข้าใจกันว่า บัตรที่ใช้เป็นเพียงบัตรธรรมดา ไม่ใช่บัตรพลังงาน ก็อยากให้ลูกหลานช่วยกันดูแลพ่อแม่ ตายายขอตัวเอง อย่าหลงเชื่อและอย่าใช้บัตรดังกล่าวอีก และวอนคนที่เคยด่าให้หยุดด่าแล้วกลับไปทบทวนกับสิ่งที่เกิดขึ้น   ส่วนความเคลื่อนไหวของตัวแทนจำหน่ายบัตรในหมู่บ้านขณะนี้ แต่ละคนหายหน้าออกจากหมู่บ้าน ซึ่งชาวบ้านต่างพูดกันว่า ประธานบริษัทมารับตัวแทนไปดูงานและท่องเที่ยวเป็นเวลา 3 เดือน จึงจะส่งตัวกลับมาที่บ้าน เช่นเดียวกับที่บ้านของนายทวี เพียอินทร์ คนขายบัตรให้ชาวบ้าน ก็ปิดบ้านเงียบ ซึ่งญาติบอกว่า ออกจากบ้านไปนานแล้ว โดยไม่ทราบว่าเดินทางไปที่ใด   ข่าวที่เกี่ยวข้อง    

 1,791
สังคม-อาชญากรรม
14 มิ.ย. 62

เจ้าของบัตรพลังงานลวงโลกพลิกลิ้น ยันรักษาโรคไม่ได้ แต่ชาวบ้านคิดไปเอง 'อ.อ๊อด' ผ่าพิสูจน์เจอสารอันตราย

จากกระแสข่าวชาวบ้านใน อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น แห่ซื้อบัตรพลังงาน อ้างมีสรรพคุณรักษาสารพัดโรค ขายในราคาใบละกว่า 1 พันบาท ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเป็นการหลอกลวงประชาชน   ด้านนายธนัช สุรินทร์ เจ้าของบริษัทเอ็กซ์เพิร์ทโปรเน็ตเวิค และเป็นแจกจ่ายบัตรพลังงาน ให้สัมภาษณ์ว่า บริษัทตนขายอาหารเสริมเป็นหลัก และได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจขายตรงจาก สคบ. อย่างถูกต้อง   ต่อมาบริษัทต้นทางที่มาของบัตรพลังงาน จากประเทศอินโดนีเซีย โดยมีเจ้าของเป็นชาวมาเลเซีย (ซึ่งปิดกิจการไปแล้ว) ก่อนปิดกิจการได้ส่งบัตรพลังงานมาให้บริษัทของตนเพื่อส่งเสริมการตลาด โดยการแจกเป็นของแถมให้ลูกค้าหลังซื้ออาหารเสริม จำนวน 1,000 ใบ พร้อมเอกสารจากสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ และจากประเทศมาเลเซีย ซึ่งตนไม่ทราบว่าในเอกสารระบุว่าอย่างไร   ทั้งนี้ ทางบริษัทต้นทางได้บอกเพียงว่า บัตรพลังงานสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยร่างกายได้ ซึ่งตนเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดี จึงนำมาแถมให้กับลูกค้า โดยไม่ได้โอ้อวดสรรพคุณใดๆ   ส่วนที่เป็นข่าวว่าบัตรพลังงานสามารถรักษาโรคต่างๆให้หายได้ และสามารถช่วยประหยัดพลังงานได้นั้น เป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคลของลูกค้าที่นำไปทดลองกันเอง ซึ่งขณะนี้ตนได้แจกไปหมดแล้ว และไม่ได้มีการจัดจำหน่าย ส่วนเรื่องที่มีการซื้อขายบัตรนั้น ลูกค้าเป็นผู้นำไปซื้อขายกันเอง ทางบริษัทไม่ได้เกี่ยวข้อง   หลังเป็นข่าว ตนและบริษัทได้รับผลกระทบอย่างมาก ถูกสังคมมองว่าตนเป็นคนลวงโลก หลอกลวง ซึ่งตนยอมรับว่า กังวลว่าจะถูกดำเนินคดี หลังจากนี้ตนก็จะไม่รับมาแจกอีกต่อไป   ทั้งนี้ตนยืนยันว่า บัตรดังกล่าวไม่สามารถรักษาโรคได้ เป็นเพียงการบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเท่านั้น แนะนำให้ประชาชนรักษาโรคด้วยวิธีแผนปัจจุบันดีกว่า วอนลูกค้าอย่าโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง จนทำให้ภาพลักษณ์ของบริษัทเกิดความเสียหาย   ด้าน อ.อ๊อด หรือ รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า เอกสารจากสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติที่นายธนัชนำมาให้ดูนั้นระบุว่า ในบัตรพลังงานนั้น มีสารประกอบมากมาย เช่น ตะกั่ว ปรอท ไททาเทียม ยูเรเนียม คลอรีน กำมะถัน อลูมิเนียม เหล็ก สังกะสี และอื่นๆ ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าเอกสารดังกล่าวเป็นของจริงหรือไม่   ดังนั้นควรจะต้องส่งตัวอย่างบัตรไปตรวจอย่างละเอียดโดยกระบวนการวิทยาศาสตร์ ซึ่งการตรวจสอบเบื้องต้นจากการทดลองตัดบัตร พบว่าข้างในมีลักษณะเป็นผงสีขาว ซึ่งคาดว่าเป็นสารโลหะหนัก และจากการใช้เครื่องมัลติมิเตอร์ตรวจสอบ ไม่พบประจุไฟฟ้าอยู่ในบัตรแต่อย่างใด ส่วนเครื่องวัดประจุไออนที่นายธนัชได้นำมาใช้ ตนไม่เคยเห็น ตนจึงจะนำเครื่องดังกล่าวไปตรวจสอบอีกครั้ง   ต่อมาทีมข่าวได้นำบัตรพลังงานไปให้อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมนิวเคลียร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำการทดสอบภายในเครื่องวิเคราะห์สเป็กตรัมรังสีแกรมมา เพื่อหาสารที่อยู่ในบัตรและวิเคราะห์ว่า สามารถรักษาอาการเจ็บป่วยได้ตามที่กล่าวอ้างหรือไม่   จากการตรวจสอบพบว่า ในบัตรดังกล่าว มีสารกัมมันตรังสีธรรมชาติอยู่ภายในบัตร รังสีแกรมมาที่พบ เป็นธาตุกลุ่มทอเรียม นอกจากนั้นยังพบธาตุยูเรเนียมปะปนเล็กน้อย ซึ่งการที่ประชาชนสัมผัสรังสีแกรมมา หรือรับสารกัมมันตภาพเข้าไปในร่างกายมากๆ จะเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ ยืนยันว่าบัตรนี้ไม่ได้ช่วยรักษาโรคและประหยัดพลังงานแต่อย่างใด   ในส่วนความคืบหน้าทางคดี ทหารใช้มาตรา 44 งัดประตูบุกตรวจสอบ พบปิดบริษัทหนี ขณะที่สาธารณสุข จังหวัดสงขลา เตรียมตรวจสอบบริษัทบัตรพลังงาน เผยเคยถูกจับกุมมาแล้ว ก่อนที่จะมาเปิดอีกครั้ง ซึ่งจะติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Qg0GgUveu98

 3,828
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
14 มิ.ย. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 14 มิ.ย.62 น้ำตาล เดอะสตาร์เสียชีวิต-พานไหว้ครูล้อการเมือง-จับโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ปลอม

-น้ำตาล เดอะสตาร์ เสียชีวิตแล้วเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา พ่อโพสต์แจ้งข่าวลูกสาวจากไปอย่างสงบและสวยงามเมื่อ 02.17 น. ขอบคุณทุกคนที่ห่วงใย   ก่อนหน้านั้นแพทย์ศิริราชแถลงข่าวยังไม่ทราบสาเหตุการป่วย ระบุเป็นเคสหายาก อาการทั้งหมดเกิดจากเลือดไปอุดตันที่ปอด แต่ยังไม่รู้ว่าเลือดออกจากจุดไหน สมองบวมมาก ต้องรอให้ยุบบวมก่อน จึงจะวิเคราะห์สาเหตุโรคได้ เพื่อนสนิทที่ร่วมทำเพลงด้วยกันเผย เพิ่งถ่าย MV เสร็จสัปดาห์เดียวก่อนน้ำตาลป่วย เพลงนี้น้ำตาลแต่งเนื้องร้อง-ทำนองเองชื่อเพลง Lover Coaster   -ไหว้ครู 2019 นักเรียนยุคใหม่ฮิตจัดพานล้อการเมือง มีทั้งปืนบนรถถัง นาฬิกายืมเพื่อนมา ชู3นิ้วsavethailand รัฐธรรมนูญในกรงขัง พานคู่หน้านายกฯเลข 500 กับธนาธรเลข 244 พานตาชั่งเอียง ส.ว.250 หนักกว่าเสียง ปชช. ตร.บุกถึงโรงเรียนขอลบภาพออกจากโซเชียล กองทัพแจงไม่ได้มีคำสั่ง เป็นตร.ในพื้นที่ทำเอง ด้าน ตร.บอกเข้าไปตรวจความเรียบร้อยเฉยๆ ไม่ได้สั่งหรือขู่ให้ลบภาพออกแต่อย่างใด ด้านนรงบอกว่าพานนี้สื่อถึงเสียงของ ส.ว.ที่เท่าเทียมกับเสียงของ ปชช.มีสิทธิเลือกนายกฯ   -โผ ครม.ในโควต้าพรรคพลังประชารัฐยังไม่แน่นอน โดยเฉพาะ ก.พลังงาน นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค ที่ได้โควต้า รมว.ศึกษา พยายามยื้อต่อรองขอ รมว.พลังงาน ที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ กลุ่มสามมิตรได้ไปแล้ว มีการปล่อยข่าวดิสเครดิตใส่กันในโลกออนไลน์ สื่อบางสำนักขุดคุ้ยข้อมูลคดีความในอดีตมาโจมตี จนทำให้เกิดภาพความขัดแย้งในพรรค   มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้เข้ามาเคลียร์ปัญหา ให้โควตา รมต.ยึดตามเดิม โดยณัฏฐพล เป็น รมว.ศึกษาธิการ แต่สนธิรัตน์อาจได้นั่ง รมว.พลังงาน แต่สุริยะอาจไม่ได้ตำแหน่ง ด้านณัฏฐพล โพสต์เฟซบุ๊ก “เชื่อมั่นผู้นำ เคารพกติกา ไม่เคยต่อรอง”   -มีข่าวบิ๊กตู่เตรียมนั่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เพื่อรองรับสถานการณ์การเมืองรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ มีการแจ้งที่ประชุมพรรคว่าหลังตั้งรัฐบาล จะประชุมใหญ่มีการเสนอชื่อบิ๊กตู่เป็นหัวหน้าพรรคแทนอุตตม ที่จะลาออกเปิดทางให้หลังได้เป็น รมต. เสนอให้ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ เป็นเลขาธิการพรรคแทนสนธิรัตน์ ส่วนบิ๊กป้อมเป็น ปธ.ที่ปรึกษาพรรค ปูทางให้บิ๊กตู่ลุยงานการเมืองเต็มตัว เตรียมพร้อมเลือกตั้งครั้งต่อไป หลังหลายฝ่ายมองว่ารัฐบาลประยุทธ์2อาจอยู่ไม่นาน   การให้บิ๊กตู่เป็นหัวหน้าพรรคถูกมองว่าเป็นการสลายขั้วในพรรค และนายณัฏฐพลเป็นเลขาพรรค เพราะสนิทกับกลุ่มสามมิตร อาจเดินเกมสลายขั้วสามมิตร อาจทำให้เกิดแรงกระเพื่อมภายในพรรค   -วิษณุยันไม่จำเป็นต้องเปิดเผยคำสั่งตั้งกรรมการ ส.ว. และไม่สามารถซักฟอก คสช. เพราะกำลังจะหมดวาระลง การที่ไม่ประกาศในราชกิจจาฯ เพราะเป็นเพียงคำสั่งไม่ใช่กฎหมาย เป็นขั้นตอนภายใน ไม่เกี่ยวกับประชาชน แต่ถ้าเป็นการสมัครต้องประกาศให้ปชช.รู้ การสรรหาจะประกาศหรือไม่ประกาศก็ได้ ยันไม่มีกรรมการคนใดคัดเลือกตัวเองมาเป็น ส.ว. การที่เพื่อไทยจะนำประเด็นนี้ไปอภิปรายในสภา ก็ขึ้นอยู่ปธ.สภาว่าจะให้หรือไม่ให้ แต่คงไม่มีใครชี้แจงเพราะเป็นอำนาจของ คสช. และความเป็น คสช.กำลังจะหมดไป   -พรเพชร ปธ.ส.ว.ระบุการคัดเลือก ส.ว.ไม่เข้าข่ายการขัดกันแห่งผลประโยชน์ เพราะไม่มีข้อห้าม กรรมการสรรหา ส.ว.ไปเป็น ส.ว.เมื่อมีคุณสมบัติเหมาะสม ก็มีสิทธิจะไปรับตำแหน่งได้   -ช่อ พรรณิการ์ งานเข้า กลุ่มคนรักชาติและคนทำดีแจ้ง ปอท.ให้ดำเนินคดีฐานหมิ่นเบื้องสูง อีกด้านกลุ่มทนายเบญจรัตน์ร้อง ปอท.เช่นกัน ให้ตรวจสอบน้องชายนายกฯและภรรยา ว่าเข้าข่ายหมิ่นเบื้องสูงหรือไม่ หลังมีภาพว่อนเลียนแบบเชื้อพระวงศ์ จนถูกวิจารณ์ไม่เหมาะสม   -ศาลปกครองสูงสุดยกคำร้องกลุ่ม รพ.เอกชนที่ขอให้ศาลระงับประกาศคุมค่ายา ค่ารักษาชั่วคราว ศาลชี้ออกประกาศควบคุมชอบด้วยกฎหมายแล้ว ไม่เข้าเงื่อนไขทุเลาคำสั่ง ด้านกรมการค้าภายในเดินหน้าคุมราคายาต่อ   -พ่อร้องลูกสาววัย 2 ขวบกลับจาก ร.ร.สภาพสะบักสะบอม แผลทั่วตัว ตาช้ำบวมเขียว ครูบอกเด็กร่วมชั้นทำร้ายกันเอง หลังปล่อยเด็ก 20 คนอยู่ตามลำพัง 10 นาที พ่อแม่ไม่เชื่อ เข้าแจ้งความ ตร.นัด ร.ร.และผู้ปกครอง 2 ฝ่ายเจรจา   -บัตรพลังงานลวงโลกอ้างสรรพคุณครอบจักรวาล จุ่มน้ำแก้ปวด แตะเครื่องใช้ไฟฟ้าลดพลังงาน เจ้าของบัตรพลิกลิ้น บอกชาวบ้านคิดไปเอง ยันไม่เคยบอกว่ารักษาโรคได้ แถมโชว์เอกสารรับรองแต่อ่านไม่ออก อ.อ๊อดผ่าพิสูจน์บัตรเจอสารโลหะหนักและสารอันตราย วิศวกรรมนิวเคลัยร์ จุฬาฯบอกจุ่มน้ำดื่ม เสี่ยงรับรังสีเกินขนาด ล่าสุดทหารใช้ ม.44 บุกบริษัทตรวจสอบที่สงขลา พบปิดบริษัทหนีไปแล้ว ตรวจประวัติเคยถูกจับแล้วมาเปิดอีก   -จับโบท็อกซ์/ฟิลเลอร์/กลูตาไทโอน/สเต็มเซลล์/รกแกะ ปลอม DSI ปูพรมค้นแหล่งขายยาปลอม เตรียมส่งคลินิกหรูใน กทม. ยึดของกลางกว่า 4 แสนชิ้น พบเงินหมุนเวียนกว่า 800 ล้าน เตรียมโดนฐานฟอกเงินด้วย หมอเตือนอันตราย ใช้ของปลอมฉีดอาจหนังตาตก อวัยวะเน่าถึงขั้นเสียชีวิตได้   -ศาลอาญาตัดสินประหารชีวิตอ้อแอ้-อัมพิกา ปะติตัง ขนยาอีลายการ์ตูนกว่า 5พันเม็ดจากเนเธอร์แลนด์ มาขายที่ไทย แต่ถูกจับที่สุวรรณภูมิ เจ้าตัวสารภาพเหลือจำคุกตลอดชีวิต   -รักเกียรติ สุขธนะ อดีต รมต.5สมัย และ ส.ส.7สมัย เสียชีวิตในวัย 65 ปี ที่จ.เชียงราย ญาติเผยมีโรคประจำตัวเบาหวาน-ไต ถือเป็นรมต.คนแรกที่ต้องโทษจำคุกคดีทุจริต รับสินบนบริษัทยา 5 ล้าน สมัยเป็น รมว.สาธารณสุขเมื่อปี 40 พ้นโทษมาบวชเป็นพระ เคยเทศน์เตือนใจนักการเมือง สึกออกมาเมื่อปี 56 ก่อนมาใช้ชีวิตยั้นปลายที่เชียงรายจนเสียชีวิต   -วอลเลย์บอลสาวไทยแพ้เจ้าภาพ ญี่ปุ่น 0-3 เซต 25-22, 25-22 และ 25-14 ศึกเนชั่นส์ลีก สัปดาห์หน้าแข่งต่อที่รัสเซีย เริ่มนัดแรกพบเนเธอร์แลนด์ ช่อง 3 ถ่ายทอดสด 18 มิ.ย. ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/EYupxLn4OMY

 5,737
สังคม-อาชญากรรม
13 มิ.ย. 62

แพทย์ ยันบัตรพลังงานไม่สามารถช่วยเรื่องอาการปวดได้

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ร่วมกันตรวจสอบและสืบสวนสอบสวนหาต้นตอที่มาของบัตรพลัง ที่ชาวบ้านศาลาดิน ม.7 ต.ศรีสุขสำราญ อ.อุบลรัตน์ ซื้อมาใช้บำบัดและรักษาโรค ซึ่งนายสมศักดิ์จังตระกุลผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น และตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น ลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนหาต้นตอที่มาที่ไปของการขายบัตรดังกล่าว โดย พล.ต.ต.พรหมณัฏฐเขต ฮามคำไพ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น ได้สั่งการให้ผู้กำกับการตำรวจภูธรอุบลรัตน์ สืบสวนหาตัวคนที่เป็นตัวกลางในการนำบัตรมาจำหน่ายรวมถึงคนที่ชักชวนประชาชนเข้าร่วมเป็นสมาชิก และตำรวจภูธรเขาสวนกวาง ทำการตรวจสอบการใช้พื้นที่จัดประชุมเมื่อวันที่ 8-9มิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อตรวจสอบว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการหลอกลวงประชาชนหรือไม่นั้น   ล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 13 มิถุนายน 2562 ที่สถานตำรวจภูธรเขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น พ.ต.อ.นรวัตน์ คำภิโล ผกก.สภ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า มีคำสั่งจากพล.ต.ต.พรหมณัฏฐเขต ฮามคำไพ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น ให้ตำรวจ สภ.เขาสวนกวางตรวจสอบการใช้สถานที่ ที่ภายในสวนสัตว์ขอนแก่น จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวภายในสวนสัตว์ขอนแก่น ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี   จากการตรวจสอบรายละเอียดจากเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ขอนแก่น ทราบว่า เมื่อวันที่ 8และ 9 มิถุนายน ที่ผ่านมา มีตัวแทนบริษัท เอ็กซ์เพิร์ทโปร เน็ทเวิร์ค จำกัด มาขอใช้สถานที่ในโซนที่เป็นห้องพักและลานกิจกรรมเพื่อจัดงานเลี้ยงพบปะสังสรรค์ สวนสัตว์ก็จัดการให้ตามปกติเหมือนกับลูกค้ารายอื่นๆ ซึ่งในคืนวันที่ 8 ก็มีกิจกรรมสังสรรค์กัน ซึ่งน่าจะเป็นการพบปะกันระหว่างสมาชิกบริษัทฯ   พ.ต.อ.นรวัตน์ คำภิโล ผกก.สภ.เขาสวนกวาง กล่าวต่ออีกว่า รายละเอียดข้อมุลต่างๆ ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งในพื้นที่สภ.เขาสวนกวาง ยังไม่มีรายงานว่าประชาชนใช้บัตรดังกล่าวแต่อย่างใด แต่ก็ได้มีการประสัมพันธ์ไปยังตำรวจชุมชน ผู้นำชุมชน ให้เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อว่าบัตรดังกล่าวจะใช้บำบัดรักษาโรคได้จริง หากพบการขายหรือมีการชักชวนให้เข้าร่วมเป็นสมาชิก ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที   พร้อมกันนี้ผู้สื่อข่าวยังได้ลงพื้นที่ไปพบกับผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ชัชวาล ศานติพิพัฒน์ อาจารย์ประจำภาควิชาออโธปิดิกส์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อขอข้อมูลด้านโรคปวดเมื่อยตามร่างกายของมนุษย์ ทราบว่าการปวดเมื่อตามร่างกายของมนุษย์นั้น เกิดจากความเสื่อมของกระดูกสันหลังกระทบกล้ามเนื้อรอบๆข้อต่อ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ขณะที่รายที่เป็นหนักอาจจะกระทบเนื้อเยื่อมุมกระดูกกดทับไขสันหลัง ทับเนินประสาท ทำให้มีอาการปวดหนัก เพราอายุมากกระดูกเริ่มเสื่อมแต่ยังทำงานหนักอยู่ ดังนั้นผู้สูงอายุที่มีอาการเหล่านี้จะต้องมารับการรักษาตามอาการ ไม่ว่าจะเป็นการทานยา กายภาพบำบัด หรือใส่เสื้อพยุงและฝึกกล้ามเนื้อ    ซึ่งตามหลักวิชาการยังไม่พบว่าจะมีวิธีการใช้พลังรักษาได้ ขอให้พิจารณาด้วยหลักเหตุและผล ว่าเหตุของการปวดเกิดจากอะไร แล้วการใช้การรักษาด้วยบัตรพลังผลที่ได้ทำให้อาการปวดทุเลาลงจริงหรือไม่ มีผลการทดลองหรือการวิจัยใดมายืนยันหรือไม่ ส่วนการที่ประชาชนซื้อบัตรพลังมาใช้ โดยได้ข้อมูลจากคนขายอ้างว่าใช้แล้วอาการทุเลาลง จากที่เคยปวดหลังเดินไม่ได้ก็เดินได้นั้น ส่วนใหญ่อาการปวดตามร่างกายจะมีอาการปวดเป็นพักๆ ปวดมากน้อยเป็นช่วงๆ ซึ่งช่วงที่นำบัตรพลังมาทาบจุดที่ปวดแล้วหาย อาจจะเป็นช่วงที่อาการทุเลาลงเองได้   ข่าวที่เกี่ยวข้อง ชาวบ้านขอนแก่น แห่ซื้อบัตรพลังงาน อ้างรักษาทุกโรค ขายใบละเป็นพัน แพทย์ชี้เป็นบัตรลวงโลก

 2,991
ข่าวภูมิภาค
13 มิ.ย. 62

ชาวบ้านขอนแก่น แห่ซื้อบัตรพลังงาน อ้างรักษาทุกโรค ขายใบละเป็นพัน แพทย์ชี้เป็นบัตรลวงโลก

ขอนแก่น-พบชาวบ้านใน อ.อุบลรัตน์ มีการซื้อขายบัตรสมาร์ทการ์ด ที่อ้างว่ามีสรรพคุณในการรักษาโรคโดยเฉพาะอาหารปวดเมื่อยต่างๆ ตามร่างกาย โดยวิธีการใช้คือนำบัตรไปแตะบริเวณที่ปวด หรือนำแก้วน้ำไปวางบนบัตร แล้วนับ 1 ถึง 10 จากนั้นนำมาดื่ม และอีกวิธีหนึ่งคือการนำเอาบัตร ไปจุ่มในแก้วน้ำแล้วนำมาดื่ม ซึ่งวิธีเหล่านี้สามารถช่วยอาการปวดให้ทุเลาลงได้   ด้านตัวแทนจำหน่ายบัตรพลังงาน เผยว่าได้สอบถามที่มาที่ไปของบัตรดังกล่าวแล้วถึงคุณสมบัติและสรรพคุณ ช่วยบรรเทาอาการเกี่ยวกับสุขภาพ ปรับความสมดุลของระบบร่างกายให้ดีขึ้น ตนก็สงสัยอยู่ว่า ไม่ใช่ยาจะดีขึ้นได้อย่างไร   ทางพนักงานบริษัทฯ อ้างว่าเป็นทฤษฎีเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพแบบเทคโนโลยี เป็นหลักการของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ โดยการคิดค้นเอาพลังงานมาช่วยคน ส่วนสำนักงานที่ตั้งของบริษัทนั้นตนเคยเดินทางไปดูอยู่ อำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลา โดยในการสมัครเป็นสมาชิกได้ ที่ www.epp2u.net เมื่อได้รหัสสมาชิกสามารถสั่งสินค้ามาขายต่อได้เลย ขายในราคาใบละ 1,100-1,500 บาท   จากการตรวจสอบบัตรพลังที่ชาวบ้านได้มาพบว่ามีขนาดเท่าบัตร ATM ทั่วไปบนบัตรระบุรายละเอียดเป็นภาษาอังกฤษ LA Genius จากบริษัท PT LIVING ACTIVE GENIUS INDONESIA นอกจากนี้บนบัตรยังมี QR code แต่เมื่อสแกนไปไม่พบข้อมูลใดๆ มี 2 ชนิด สีแดงและสีฟ้า-เขียว ชาวบ้านบอกว่าสีฟ้า-เขียวจะมีพลังมากกว่า หลังมีข่าวออกไปชาวบ้านยังบอกว่ามีตัวแทนบริษัทฯ ติดต่อเข้ามาเพื่อมาทำความเข้าใจและยังบอกว่าที่ข่าวออกไปไม่เป็นความจริง   ต่อมาทางสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่นได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบัตรพลังงานดังกล่าว ที่อ้างว่าสามารถใช้รักษาได้สารพัดโรคและมีผู้หลงเชื่อซื้อมาใช้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ทาง สสจ.ขอนแก่น ได้ทำการตรวจสอบบัตรดังกล่าวแล้วพบว่า บัตรดังกล่าวไม่ได้มีการจดแจ้งขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อตรวจสอบรายละเอียดข้อความและคิวอาร์โค๊ดภายในบัตรก็ไม่พบว่า มีข้อมูลปรากฎในสารระบบ ซึ่งน่าเชื่อว่าเป็นการหลอกลวงผู้บริโภค   ที่สำคัญตามหลักการแพทย์แล้ว การนำบัตรซึ่งเป็นพลาสติกแข็งมาแปะตามร่างกายไม่สามารถใช้รักษาโรคใดๆ ได้ตามที่แอบอ้าง แม้ชาวบ้านบางรายจะระบุว่า สามารถช่วยรักษาอาการปวดตามร่างกายได้นั้นได้นั้น ไม่ได้เกิดจากบัตรนั้นโดยตรง แต่อาจมาจากการทานยาควบคู่ไปด้วย และอยู่ในภาวะที่มีที่พึ่งทางจิตใจ จึงทำให้เชื่อว่าที่อาการต่างๆ ดีขึ้นมาจากบัตรพลังงาน   แต่ในทางการแพทย์แล้ว ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริงและบัตรนั้นไม่สามารถนำมารักษาโรคได้ จึงขอให้ประชาชนที่กำลังใช้อยู่ หรือ คิดที่จะใช้ ให้หยุดใช้และไม่หาซื้อ เพราะนอกจากจะไม่มีประโยชน์ใดๆ กับร่างกาย ยังอาจตกเป็นเหยื่อของกลุ่มคนที่แอบอ้างได้ โดยในเบื้องต้น ทาง สสจ.ขอนแก่น ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ไปพบชาวบ้านที่ใช้บัตร และสืบสวนหาตัวกลุ่มคนที่เป็นเจ้าของบัตรด้วย เพราะการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการหลอกลวงประชาชน ซึ่งมีความผิดตามกฎหมาย   ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก Drama-addict ได้มีการเปิดเผยข้อมูลของบัตรดังกล่าว โดยพบว่าต้นต่อมาจากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งพบว่าทางบริษัทที่ผลิตมีการโฆษณาสรรพคุณบัตรดังกล่าวไว้ว่า เมื่อนำบัตรไปแปะไว้ที่เท้าที่เป็นแผล หรือนำไปแช่น้ำแล้วเอาเท้าแช่จะช่วยรักษาอาการได้ รวมถึงถ้านำไปแปะไว้ที่ข้าง ๆ มิเตอร์ไฟฟ้าก็จะช่วยลดค่าไฟ นำไปติดที่รถจะช่วยลดค่าน้ำมัน หรือนำไปแช่ในตู้เย็นจะทำให้ผักที่แช่อยู่ไม่เน่าเสีย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9DMuiycTDMk

 1,116
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
13 มิ.ย. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 13 มิ.ย.62 น้ำตาล เดอะสตาร์ อาการยังวิกฤต-ห้ามห้างขายน้ำมันปาล์มขวดราคาถูก-อุปทานซื้อบัตรพลังงานรักษาโรค

-เตือนคนไทยเลี่ยงพื้นที่การชุมนุม หลังม็อบฮ่องกงปะทะเดือดตำรวจ ปิดถนนพยายามยึดอาคารสภานิติบัญญัติ เพื่อขัดขวางการประชุมสภา พิจารณากฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน จนท.สกัดม็อบด้วยแก๊สน้ำตา สเปรย์พริกไทย กระสุนยาง ส่วนผู้ชุมนุมขว้างปาอิฐ สิ่งของใส่ จนท.ดุเดือด เจ็บแล้ว 22 คน ต่อมานางแครี่ หลำ ผู้บริหารเกาะฮ่องกง แถลงผ่านทีวีทั้งน้ำตา ปฏิเสธข้อกล่าวหาขายฮ่องกงให้จีน ที่สุดรัฐบาลฮ่องกงเลื่อนพิจารณากฎหมายฉบับนี้ออกไปไม่มีกำหนด แต่ม็อบยังปักหลักชุมนุมจนกว่าจะถอนเรื่องออกจากวาระการประชุมแบบถาวร ฮ่องกงเดือด! ตร.ยิงแก๊สน้ำตา-สเปรย์พริกไทย ใส่ม็อบ รัฐบาลเลื่อนพิจารณา กม.ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไม่มีกำหนด   -น้ำตาล เดอะสตาร์ อาการยังวิกฤต ล่าสุดสัญญาณชีพดีขึ้น ร่างกายตอบสนองได้ดี หมอยังระบุไม่ได้ว่าเป็นโรคอะไร แม่บอกคำสุดท้ายก่อนหมดสติ "แม่ เลือดออกปากหนู" มีสำลักเป็นลิ่มเลือด ออกปาก-จมูกก่อนหมดสติ แม่ปั๊มหัวใจให้ที่บ้าน พี่สาวบอกช่วงเคลื่อนขึ้นรถ ปั๊มหัวใจไม่ต่อเนื่อง สมองขาดออกซิเจน ช่วงปั๊มหัวใจครั้งที่ 2 นานกว่าครึ่งชม. เอกซเรย์เจอปอดแตก 1 ข้าง หมอต้องผ่าตัด กังวลตื่นมาไม่เหมือนเดิม อาจเป็นเจ้าหญิงนิทรา แต่ครอบครัวมีความหวังน้ำตาลต้องดีขึ้น ศิริราชเตรียมแถลงอาการบ่ายนี้ 'น้ำตาล เดอะสตาร์' ยังไม่รู้สึกตัว แต่สัญญาณชีพดีขึ้น พบปอดแตก 1 ข้าง ห่วงอาการทางสมอง หวั่นเป็นเจ้าหญิงนิทรา หมอเตรียมแถลงบ่ายนี้   -นายกฯยังไม่ยืนยันว่าจะควบเก้าอี้กระทรวงกลาโหมด้วยหรือไม่ หลังมีข่าวบิ๊กป้อมจะนั่งรองนายกฯฝ่ายความมั่นคงตำแหน่งเดียว แจงไม่เห็นมีปัญหาในพรรคพลังปะชารัฐ สื่อเขียนกันเละเทะ ทำลายความเชื่อมั่น ยอมรับ 5 ปีที่ผ่านมาใจร้อนมาก เพราะอยากทำงานให้เสร็จเร็ว ขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ร่วมทำงานกันมา ชอบบ้างไม่ชอบบ้างก็ไม่เป็นไร ศาสนาพุทธสอนไว้ไม่ให้ยินดีบินร้ายกับคำชมและคำด่า ทั้งหมดทำเพื่อคนไทย แต่ยอมรับไม่ง่าย เพราะปัญหาเต็มไปหมด ทุกวันนี้อยู่ได้เพราะใจ โซเชียลทุกวันนี้ถ้าไม่อ่านก็โง่ แต่เชื่อทุกอย่างก็บ้า 'บิ๊กตู่' แซวตัวเองแก่ไปเยอะ ไม่ชัดควบนั่งกลาโหม แนะเลือกอ่านโซเชียล ถ้าไม่อ่านก็โง่ ถ้าเชื่อทุกอย่างก็บ้า    -เก้าอี้ รมต.พลังประชารัฐลงตัวแล้ว นายกฯควบกลาโหม, บิ๊กป้อม รองนายกฯด้านความมั่นคง, สมคิด รองนายกฯเศรษฐกิจ, อนุพงษ์ รมว.มหาดไทย ส่วนกลุ่ม 4 อดีต รมต. อุตตม สาวนายน รมว.คลัง, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.อุตสาหกรรม, สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา   ส่วนกอบศักดิ์ ภูตระกูล อาจไม่ได้ตำแหน่ง รมว.ดิจิทัล โควตาอาจตกเป็นของธรรมนัส พรหมเผ่า แกนนำภาคเหนือ ที่จะให้เจ้าตัวไม่ขอรับตำแหน่ง แต่จะให้คนนามสกุลเดียวกันมาเป็นแทน ส่วน รมว.แรงงาน ยังไม่นิ่ง มีชื่อสันติ พร้อมพัฒน์, สุชาติ ชมกลิ่น, พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล เพื่อนเตรียมทหารรุ่น 12 นายกฯ ที่มีภาษีดีกว่าเป็นคู่ขับเคี่ยวเบียดจนนายสันติต้องไปนั่งตำแหน่งรมช.กระทรวงใดกระทรวงหนึ่งแทน ส่วนก.พลังงาน กลุ่มอดีต กปปส.อาจทวงคืนเก้าอี้จากกลุ่มสามมิตร ไปให้ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ กลับกับ ก.ศึกษา โผ ครม.ประยุทธ์ 2 ใกล้ลงตัว รอปรับบางกระทรวง 'กอบศักดิ์' ส่อเก้าอี้หลุดให้เด็ก 'ธรรมนัส'   -41 ส.ส.รัฐบาลระทึก ชวน หลีกภัย ประธานสภา ส่งศาล รธน.วินิจฉัยคุณสมบัติ อาจเข้าข่ายปมถือหุ้นสื่อ หลังพรรคอนาคตใหม่ยื่นหนังสือคำร้อง แบ่งเป็นพรรคพลังประชารัฐ 27 คน, รวมพลังประชาชาติไทย 1 คน, ประชาภิวัฒน์ 1 คน, ชาติพัฒนา 1 คน, ภูมิใจไทย 1 คน, ประชาธิปัตย์ 10 คน 'ชวน' ส่งศาล รธน.วินิจฉัย 41 ส.ส.ถือหุ้นสื่อ หลังอนาคตใหม่ยื่นคำร้อง    -7 พรรคร่วมฝ่ายค้านประกาศเดินสายรณรงค์ ปชช.นอกสภา แต่ไม่ชวนลงถนน ยังยืนข้างประชาธิปไตย มีพันธสัญญาที่จะต้องร่วมมือกันแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ต้องการเห็นการสืบทอดอำนาจ เตรียมเข้าชื่อยื่น ปธ.สภาส่งศาล รธน.ชี้ขาดสูตรคำนวณ ส.ส. เชื่อ 10 พรรคเล็กไม่เข้าข่ายเป็น ส.ส.ตั้งแต่แรก 7 พรรคฝ่ายค้าน ผนึกกำลังเดินสายนอกสภา ยันไม่ชวนลงถนน    -หมดยุคน้ำมันปาล์มขวดราคาถูก กรมการค้าภายในห้าม ห้างสรรพสินค้าทำโปรโมชั่นน้ำมันปาล์มบรรจุขวด แก้ปัญหาราคาปาล์มตกต่ำ ย้ำราคาที่เหมาะสมต้องขวดละ 34-36 บาท เตรียมเล่นงานห้างที่ไม่ร่วมมือ เอาผิด พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า ฐานขายสินค้าขาดทุน หมดยุคน้ำมันปาล์มราคาถูก! พาณิชย์สั่งห้างหยุดทำโปรโมชัน หวังแก้ปัญหาราคาปาล์มตกต่ำ   -พ่อแท้ๆสุดทน พาลูกสาว 3 คนแจ้งจับพ่อเลี้ยงหื่น ข่มขืนลูกเลี้ยงในบ้านร้างนานนับปี ขู่ห้ามบอกใคร สลดลูกสาวคนโตวสัย 13 ปีถูกกระทำกว่า 20 ครั้ง ลั่นอยากให้ประหารชีวิต ด้านพ่อเลี้ยงถูกจับคาคอกวัว สารภาพทำจริงตอนแม่เด็กไม่อยู่ อ้างเด็กสมยอม พ่อแท้ๆสุดทน! แจ้งจับพ่อเลี้ยงหื่น ข่มขืน 3 ด.ญ.นานนับปี สารภาพทำจริงตอนเมียไม่อยู่ อ้างเด็กสมยอม   -นักเรียนอาชีวะ 2 กลุ่มตะลุมบอนกลางถนนที่สมุทรสาคร มีทั้งมีดดาบ ปาระเบิดปิงปองใส่กัน พอเจอทหารเท่านั้นแตกกระเจิง ทหารเจ้าของคลิปบอกเห็นเหตุการณ์แล้วอดไม่ได้ ใส่ชุดข้าราชการพอดี วัยรุ่นเห็นเลยหนีกระเจิง ชาวบ้านบอกเริ่มชินแล้วตีกันบ่อย แต่อยากไปตีกันไกลๆคนแถวนี้กลัว ล่าสุดจับได้แล้ว 5 คน โจ๋อาวุธครบมือ ยกพวกตีกันกันกลางถนน ทหารเห็นลงไปห้าม วงแตกกระเจิง    -ตร.ปราบยาเสพติดจับเครือข่ายปั้นน้ำเป็นเงิน ลักลอบน้ำยาจากประเทศเพื่อนบ้านมาขายใน กทม. ตร.ไทยประสานตร.ลาวกดดันจนจับหัวหน้าแก๊งได้ที่ชายแดนหนองคาย ยึดทรัพย์เงินสด 3 ล้าน บ้านพร้อมที่ดิน 13 หลัง รถยนต์และอื่นๆรวม 34 ล้าน จับเครือข่ายยาเสพติด 'ปั้นน้ำเป็นเงิน' วีรกรรมโฉดเคยอุ้มสาวเบี้ยวค่ายา ยึดของกลางได้ 34 ล้าน    -จับภาคิน อดีตเจ้าบ่าวหนีงานแต่ง คราวนี้ค้ายาอี ส่งยาให้วัยรุ่นที่ปั๊มน้ำมันพร้อมแฟนใหม่ เจอยาอี 25 เม็ดซุกกางเกงใน แถมพกปืน เจ้าตัวโพสต์เช็คอินบนโรงพักฝากดูแลทางบ้าน ใครเพื่อนผมมาเลย 8 โมง ไม่พูดเยอะ รวบ 'ภาคิน' เจ้าบ่าวหนีงานแต่ง ขายยาอีซุก กกน.พร้อมแฟนใหม่ หลังถูกจับยังเช็คอินบนโรงพัก   -เกิดอุปทาน ชาวบ้านขอนแก่นแห่ซื้อบัตรพลังงาน รักษาทุกโรค อ้างอาการปวดเมื่อยหายไป แค่นำบัตรไปแตะตรงที่ปวดหรือนำบัตรไปแกว่งในน้ำแล้วมาดื่ม ตัวแทนเป็นคนในหมู่บ้านเอามาขายตั้งแต่ 1,100-1,500 บาท อ้างเป็นทฤษฎีเกี่ยวกับดูแลสุขภาพแบบเทคโนโลยีตามหลักการอัลเบิร์ต ไอน์สไตล์ นำพลังงานมาช่วยคน สธ.จังหวัดพบบัตรไม่มีจดแจ้งขึ้นทะเบียนตามกฎหมาย ตรวจสอบข้อมูลคิวอาร์โค้ดไม่พบข้อมูลในสารบบ เชื่อเป็นการหลอกลวง ชาวบ้านขอนแก่น แห่ซื้อบัตรพลังงาน อ้างรักษาทุกโรค ขายใบละเป็นพัน แพทย์ชี้เป็นบัตรลวงโลก   -นทท.สาวจีนนั่งฉี่บนแอร์พอร์ตลิ้งก์ ผู้โดยสารหนีวุ่น หลวงพี่ร่วมขบวนเห็นเหตุการณ์ โชคดีประตูเปิดเลยลงได้ทัน รฟท.เผยยังหาตัวไม่เจอ แต่มีความผิดปรับ 500 บาท หลวงพี่หลบซ้ายหลบขวา เจอภาพสุดอึ้ง สาวจีนนั่งฉี่กลางแอร์พอร์ตลิงก์   -เมียจับได้ ผัวมีอะไรกับหญิงอื่น เขียนด่าประจานรอบรถด้วยปากกาเมจิก เอาเสื้อผ้ามาเผา อ้างทนไม่ไหวจับได้หลายหน ด้านสามีเผยไม่มีอะไร เคลียร์กันแล้ว ส่วนรถเอาไปล้างสีออกแล้ว เคลียร์ลงตัว! หนุ่มเอารถไปล้างแล้ว หลังเมียใช้ปากกาเมจิกเขียนด่ารอบรถ แค้นแอบมีสาวใหม่    -นายกฯชวนคนไทยริมตลิ่งเก็บผักตบชวาคนละ 3 ต้น ช่วยกันคนละไม้คนละมือ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ป้องกันน้ำท่วม เตรียมตัวเข้าสู่ฤดูน้ำหลาก นายกฯขอคนริมตลิ่ง ช่วยกันคนละไม้คนละมือ เก็บผักตบชวาคนละ 3 ต้น    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JAk72atMze8

 2,526
ข่าวภูมิภาค
12 มิ.ย. 62

ชาวบ้านแห่ซื้อ ‘บัตรพลังงาน’ อ้างรักษาโรคได้ สสจ.ขอนแก่น ยัน ไม่จริง เตือน อย่าหลงเชื่อ

จากกรณีชาวบ้านศาลาดิน ต.ศรีสุขสำราญ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น แห่ซื้อบัตรสมาร์ทการ์ด ที่อ้างว่าเป็นบัตรพลังงาน มีสรรพคุณในการรักษาโรค โดยเฉพาะอาหารปวดเมื่อยต่างๆ ตามร่างกาย ซึ่งใช้วิธีเอาบัตรไปแตะบริเวณที่ปวด หรือ นำแก้วน้ำไปวางบนบัตร และ นับ 1 ถึง 10 จากนั้น นำมาดื่มและอีกวิธีหนึ่งคือ การนำเอาบัตรไปแกว่งในแก้วน้ำแล้วนำมาดื่ม    ล่าสุด วันที่ 12 มิ.ย.2562 นายสมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า หลังจากที่มีชาวบ้านในเขตอำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น แห่ซื้อบัตรสมาร์ทการ์ด หลังมีการเปิดอบรมการใช้บัตร อ้างว่าสามารถใช้บรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย และใช้จุ่มลงแก้วน้ำเพื่อดื่มแก้ปวดนั้น   ทาง สสจ.ขอนแก่น ได้ทำการตรวจสอบบัตรดังกล่าวแล้วพบว่า บัตรดังกล่าวไม่ได้มีการจดแจ้งขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อตรวจสอบรายละเอียดข้อความและคิวอาร์โค้ดภายในบัตรก็ไม่พบว่า มีข้อมูลปรากฎในสารระบบ ซึ่งน่าเชื่อว่าเป็นการหลอกลวงผู้บริโภค    ที่สำคัญตามหลักการแพทย์แล้ว การนำบัตรซึ่งเป็นพลาสติกแข็งมาแปะตามร่างกายไม่สามารถใช้รักษาโรคใดๆ ได้ตามที่แอบอ้าง แม้ชาวบ้านบางรายจะระบุว่า สามารถช่วยรักษาอาการปวดตามร่างกายได้นั้นได้นั้น ไม่ได้เกิดจากบัตรนั้นโดยตรง แต่อาจมาจากการทานยาควบคู่ไปด้วย และอยู่ในภาวะที่มีที่พึ่งทางจิตใจ จึงทำให้เชื่อว่าที่อาการต่างๆ ดีขึ้นมาจากบัตรพลังงาน   แต่ในทางการแพทย์แล้ว ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริงและบัตรนั้นไม่สามารถนำมารักษาโรคได้ จึงขอให้ประชาชนที่กำลังใช้อยู่ หรือ คิดที่จะใช้ ให้หยุดใช้และไม่หาซื้อ เพราะนอกจากจะไม่มีประโยชน์ใดๆ กับร่างกาย ยังอาจตกเป็นเหยื่อของกลุ่มคนที่แอบอ้างได้   โดยในเบื้องต้น ทาง สสจ.ขอนแก่น ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ไปพบชาวบ้านที่ใช้บัตร และสืบสวนหาตัวกลุ่มคนที่เป็นเจ้าของบัตรด้วย เพราะการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการหลอกลวงประชาชน ซึ่งมีความผิดตามกฎหมาย   ขอบคุณภาพ เรื่องเด่นเย็นนี้  

 2,694

Top