ค้นหา :

ผลการค้นหา "นโยบายรัฐ"

การเมือง
22 ก.ค. 62

เปิดคำแถลงนโยบายรัฐบาลบิ๊กตู่ มีนโยบายหลัก 12 ข้อ - นโยบายเร่งด่วนอีก 12 ข้อ

เปิดคำแถลงนโยบายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อแจกจ่ายให้กับสมาชิกรัฐสภา ก่อนที่จะมีการแถลงต่อที่ประชุมรัฐสภาในวันที่ 25-26 ก.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 09.30 น. ที่ หอประชุมใหญ่ บ.ทีโอที จำกัด (มหาชน) โดยมีทั้งหมด 80 หน้า แบ่งออก 3 ส่วนหลัก มีนโยบายหลัก 12 ข้อ และนโยบายเร่งด่วนอีก 12 ข้อ   นโยบายหลัก 12 ด้าน ได้แก่ 1.การปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ 2.การสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ และความสงบสุขของประเทศ 3.การทํานุบํารุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม 4.การสร้างบทบาทของไทยในเวทีโลก 5.การพัฒนาเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของไทย 6.การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจและการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค 7.การพัฒนาสร้างความเข้มแข็งจากฐานราก 8.การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของคนไทยทุกช่วงวัย 9.การพัฒนาระบบสาธารณสุขและหลักประกันทางสังคม 10.การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและการรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน 11.การปฏิรูปการบริหารจัดการภาครัฐ 12.การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และกระบวนการยุติธรรม   นโยบายเร่งด่วน 12 เรื่อง ได้แก่ 1.การแก้ไขปัญหาในการดํารงชีวิตของประชาชน 2.การปรับปรุงระบบสวัสดิการและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน 3.มาตรการเศรษฐกิจเพื่อรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก 4.การให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและพัฒนานวัตกรรม 5.การยกระดับศักยภาพของแรงงาน 6.การวางรากฐานระบบเศรษฐกิจของประเทศสู่อนาคต 7.การเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 8.การแก้ไขปัญหาทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ ทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายราชการประจํา 9.การแก้ไขปัญหายาเสพติดและสร้างความสงบสุขในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ 10.การพัฒนาระบบการให้บริการประชาชน 11.การจัดเตรียมมาตรการรองรับภัยแล้งและอุทกภัย 12.การสนับสนุนให้มีการศึกษา การรับฟังความเห็นของประชาชน และการดําเนินการเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SqKJPud8mlw

 4,866
การเมือง
06 ก.ค. 62

'กอบศักดิ์' เผยนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน หวั่นกระทบเอกชน

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ บอกถึงความคืบหน้าการจัดทำนโยบายของรัฐบาล โดยแบ่งเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ทันที คือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นโยบายพักหนี้เกษตรกร และนโยบายมารดาประชารัฐ อันนี้ทำได้ทำที    แต่ก็จะมีคำถามว่าพรรคร่วม อย่างเช่นพรรคประชาธิปัตย์ มีการโจมตีว่าบัตรนี้ใช้แล้วเจ้าสัวรวย นายกอบศักดิ์ บอกว่า อันนั้นเป็นการพูดเชิงการเมือง แต่เดี๋ยวสุดท้ายคุยกันก็ไม่มีปัญหา อันนี้สามารถทำได้ทันที    กลุ่มที่ 2 คือนโยบายที่แต่ละพักมีความคล้ายกัน เช่น นโยบายกัญชาเสรีของพรรคภูมิใจไทย นายกอบศักดิ์ บอกว่า เชื่อว่ารัฐมนตรีสาธารณะสุขจะเป็นคนดูแลเป็นหลัก    กลุ่มที่ 3 คือนโยบายที่มีแนวโน้มว่าต้องคุยกันอย่างหนัก อย่างเช่นเรื่องของเกษตรกร จากเดิมที่ พปชร.เสนอจะให้ราคาข้าวเปลือกต้องได้รับเกิน 1 หมื่น ต่อตัน หอมมะลิต้องได้เกิน 1.5 หมื่นต่อตัน เพิ่มค่าเก็บเกี่ยวจากไร่ละ 1,500 บาท เป็น 2,000 บาท ปรากฎว่ามันจะเป็นงบที่ผูกพัน ต้องคุยกับหลายพรรคร่วม โดยเฉพาะ ปชป.   กลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มที่ยังไม่ทำ นายกอบศักดิ์ บอกว่า นโยบายค่าแรงขั้นต่ำ ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน มันจะมีผลกระทบถ้าทำกับภาคเอกชน พปชร.จึงเสนอขึ้นค่าแรงแบบขั้นบันได เช่นเดียวกันกับปริญญาตรีและอาชีวะ   โดยก่อนหน้านี้ พปชร. หาเสียงไว้ว่าค่าแรงขั้นต่ำ 400-425 บาท ปริญญาตรีเงินเดือน 2 หมื่น อาชีวะเงินเดือน 1.8 หมื่น          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/097XY_O8H8c

 4,544
การเมือง
13 มิ.ย. 62

พปชร. เดินหน้าร่างกรอบ 12 นโยบายรัฐ ลั่น 1 ปีแรกมุ่งลดความเหลื่อมล้ำ-จัดระบบสวัสดิการทั่วถึง

วันที่ 13 มิ.ย. 62 นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงความคืบหน้าการจัดทำโครงร่างนโยบายรัฐบาล ว่า    พรรคพลังประชารัฐเดินหน้า ร่างกรอบ 12 นโยบายรัฐ เน้นประชาชนจับต้องได้ วันนี้ พรรคพลังประชารัฐ จัดประชุมคณะทำงานจัดทำนโยบายรัฐบาล เพื่อรวบรวมนโยบายในส่วนของพรรคที่ได้หาเสียงไว้กับพี่น้องประชาชน นำมาจัดทำเป็นร่างนโยบาย   ที่ประชุมคณะทำงานจัดทำนโยบายรัฐบาล ซึ่งผมได้มอบหมายให้ ท่านเลขาฯ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นประธานคณะฯ โดยมีท่านรองหัวหน้าพรรค สุวิทย์ เมษินทรีย์ ร่วมประชุมพร้อมด้วยคณะทำงาน ซึ่งประกอบด้วยผู้มีประสบการณ์และกลุ่มคนรุ่นใหม่ของพรรค ได้พิจารณาจัดทำร่างเป็นกรอบนโยบาย โดยพิจารณาถึงสถานการณ์ของประเทศ ปัจจัยความเสี่ยง และหลักการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลในช่วง 4 ปี การน้อมนำปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาเป็นหลักในการบริหารประเทศ การยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการพัฒนาประเทศไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยที่ประชาชนไทยมีความมั่นคงบนหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง   โดยมีนโยบายเร่งด่วนในช่วงเวลา 1 ปีแรกของรัฐบาล จะต้องมุ่งลดความเหลื่อมล้ำของสังคม และจัดระบบสวัสดิการสู่ประชาชนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ประกอบด้วย   1. การสานต่อบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ   2. นโยบายมารดาประชารัฐ   3. การจ่ายเงินอุดหนุนให้กับเด็กแรกเกิดจนถึง 6 ขวบ   4. การเข้าโอกาสทางการศึกษาของเด็กวัยเรียนให้ได้เข้าเรียนตามศักยภาพทุกคน   5. การปรับเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ยากไร้ พร้อมกับปรับทักษะให้สามารถทำงานและดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณค่า มีความสุข ตลอดจนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น   6. การพัฒนาระบบบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ ครอบคลุมประชาชนทุกภาคส่วน   7. การยกระดับ อสม.ประจำหมู่บ้าน   8. ยกระดับระบบการแพทย์ทางไกล เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงในทุกพื้นที่   9. การปรับปรุงระบบโครงสร้างอัตราภาษีและระบบการให้สินเชื่อทางการเงิน เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนในการจัดหาที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้ตามความพร้อมทางการเงิน   10. การลดต้นทุนและยกระดับรายได้เกษตรกร ด้วยการจัดให้มีระบบเครื่องมือทางการเงินสมัยใหม่ และมาตรการเหมาะสมที่จะช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายทางวินัยการเงินและการคลังของประเทศในระยะยาว   11. การให้ความสำคัญกับพืชเศรษฐกิจ เช่น ข้าว มันสำปะหลัง ปาล์ม และยางพารา   12. การพักหนี้กองทุนหมู่บ้าน   สำหรับนโยบายที่จัดทำนั้นจะต้องมีการนำเอานโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลมาพิจารณาร่วมกัน โดยจะประสานขอนโยบายจากพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ เพื่อนำมาผสานจัดทำเป็นนโยบายรัฐบาลในภาพรวมต่อไปเพื่อจัดทำเป็นนโยบายในกรอบใหญ่ โดยเน้นการดำเนินการที่สามารถทำจริง ทำได้ ทำทันที เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง  

 671
เศรษฐกิจ
12 มิ.ย. 62

คลังวิเคราะห์นโยบายแจกเงินรัฐบาลใหม่ คาดใช้เงินแสนล้าน ยันบัตรคนจนไม่สะดุด

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) นำนโยบายหาเสียงของพรรคร่วมรัฐบาล ในด้านสวัสดิการมาวิเคราะห์เพื่อเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับการเข้ามาทำงานของรัฐบาลชุดใหม่ในช่วงต่อไป ซึ่งจากการวิเคราะห์ พบว่าจากนโยบายสวัสดิการของรัฐบาลใหม่ที่มีการหาเสียง จะต้องใช้เงินในการดำเนินการเพิ่มไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านบาทต่อปี   อาทิ เรื่องเบี้ยผู้สูงอายุที่ในการหาเสียง ระบุไว้ว่าจะเพิ่มเบี้ยขึ้นเป็น 1,000 บาทต่อเดือน จากขณะนี้ ที่มีการจ่ายลักษณะขั้นบันไดตามอายุ ตั้งแต่ เดือนละ 600-1,000 บาทต่อเดือน, เงินสวัสดิการเพื่อซื้อของร้านธงฟ้าเดือนละ 200-300 บาท, ค่ารถเมล์-รถไฟ-รถไฟฟ้า เดือนละ 500 บาท เป็นต้น   แต่แม้การจัดทำงบประมาณปี 2563 จะไม่เสร็จทันกำหนดภายในเดือน ก.ย.2562 รัฐบาลก็ยังสามารถให้สวัสดิการพื้นฐานกับผู้มีรายได้น้อยต่อไป และรองบในปี 2563 ซึ่งจะได้รับการจัดสรรงบเข้ากองทุนฯ เพิ่มอีกประมาณ 40,000 ล้านบาท   ดังนั้น ขอยืนยันว่าการจ่ายสวัสดิการพื้นฐานให้ผู้มีรายได้น้อยนั้นสามารถเดินหน้าต่อไปได้ไม่มีสะดุด แต่สำหรับส่วนของสวัสดิการที่จะเสริมขึ้นมาตามนโยบายที่หาเสียงนั้น คงต้องรอให้รัฐบาลใหม่มาตัดสินใจ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PGRvRF46bpM

 1,567

Top