ค้นหา :

ผลการค้นหา "คนท้อง"

สังคม
06 พ.ย. 62

โรงพยาบาลไล่สาวท้องคลอด รพ.ตามสิทธิ สุดท้ายเด็กเสียชีวิต

สาวท้องชาวสมุทรปราการ โพสต์เฟซบุ้ก โรงพยาบาลไล่ให้รักษาที่โรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม ขณะที่ตนตกเลือดอาการหนัก สุดท้ายเด็กเสียชีวิต       จากกรณีที่หญิงสาววัย 22 ปี ได้เขียนข้อความพร้อมรูปถ่ายมาโพสต์ลงเฟสบุ๊กส่วนตัวชื่อ Sirikarn Ruamsampao โดยมีข้อความว่า หลังจากที่ตนได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งใน อ.เมืองสมุทรปราการ ซึ่งอยู่ใกล้บ้านในอาการตกเลือดเกือบถึงแก่ชีวิตแต่หลังจากแพทย์ได้ทำการตรวจรักษาในเบื้องต้นซึ่งเด็กในครรภ์นั้นยังหัวใจเต้นตามปกติ ก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลจะผลักไสให้ตนให้นั่งรถแท๊กซี่ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนอีกแห่งหนึ่งซึ่งเป็นโรงพยาบาลตามสิทธิ์ประกันสังคม ซึ่งระหว่างนั้นตนปวดท้องมากจนแทบจะหมดสติ และถูกเข็นมาทิ้งไว้ข้างทางขึ้นโรงพยาบาลให้นั่งรถ หรือติดต่อญาติให้มารับตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลตามสิทธิ์ประกันสังคม จนตนต้องเสียลูกในครรภ์ไป หลังข้อความดังกล่าวถูกโพสต์บนโลกออนไลน์ จนได้รับความสนใจและมีการแชร์ไปตามสื่อต่าง ๆ และมีชาวเน็ตเข้าไปแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก         ล่าสุดวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับนางสาว สิริกาญจน์ ร่วมสำเภา อายุ 22 ปี เจ้าของโพสต์ที่บ้านพักซึ่งอยู่ภายในซอยเจริญสุข ถนนจักรพาก ต.ปากน้ำ อ.เมืองจ.สมุทรปราการ เพื่อสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยนางสาวสิริกาญจน์ ได้เล่าว่า ตนตั้งครรภ์ได้ประมาณ 4 เดือนแล้ว เมื่อช่วงประมาณ 07.10 น. ของวันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ตนมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง มีน้ำคล่ำและเลือดไหลออกจากช่องคลอด ทางสามีจึงรีบพาไปโรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้บ้าน เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล ได้รีบนำตนเข้าห้องฉุกเฉิน และพาไปทำการอัลตร้าซาวด์เพื่อฟังเสียงหัวใจของลูกในครรภ์โดยผลการเต้นของหัวทารกที่อยู่ในครรภ์เป็นปกติ แต่ทางแพทย์ที่ทำการอัลตร้าซาวด์ ได้แนะนำว่าทางที่ดีเพื่อความปลอดภัยของเด็กในครรภ์ควรฉีดยาระงับคลอดและมีการเคลื่อนย้ายตนขึ้นไปพักบนตึกผู้ป่วยแต่เมื่อขึ้นไปบนตึกผู้ป่วย เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล กลับมาถามตนว่าทำไมตนไม่ไปรักษาที่โรงพยาบาลที่ตนมีสิทธิ์รักษา เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการรักษาและพยายามพูดย้ำว่าหากรักษาตัวที่โรงพยาบาลนี้จะต้องจ่ายค่ารักษาเอง พร้อมทั้งถามย้ำตนว่าจะย้ายโรงพยาบาลหรือไม่ ซึ่งในใจตนคิดว่าอาการตนหนักขนาดนี้ มีเลือดไหลมากขนาดนี้ทางโรงพยาบาล คงจะมีรถพยาบาลไปส่งยังโรงพยาบาลที่ตนมีสิทธิ์รักษาเพราะมีระยะทางห่างกันประมาณ 12 กิโลเมตร ซึ่งไม่ใช้ระยะทางที่ใกล้สำหรับผู้ป่วยอาการหนัก ตนจึงรับปากไปว่าจะย้ายโรงพยาบาลซึ่งตนเองก็ได้โทรศัพท์ปรึกษาคุณแม่ และทางคุณแม่เองก็ถามย้ำว่าตนไหวเหรอ ซึ่งตนได้ตอบแม่ไปว่าไม่ไหวก็ต้องไหว เพราะทางเจ้าหน้าที่เขาให้ย้าย     จากนั้นเวลาประมาณ 09.00น. ตนได้โทรศัพท์ไปตามพี่สะใภ้ให้มาอยู่เป็นเพื่อนและมีทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลพาตนนั่งรถเข็นของโรงพยาบาล ลงมารอเรียกรถแท๊กซี่ที่หน้าโรงพยาบาลจุดรับส่งผู้ป่วยจนพี่สะใภ้ทนเห็นสภาพตนไม่ไหว จึงได้โวยวายขึ้นว่าผู้ป่วยหนักขนาดนี้ไม่มีรถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแต่กลับให้เรียกรถแท็กซี่ย้ายโรงพยาบาลเอง และในระหว่างทางที่ตนนั่งรถแท็กซี่ไปถึงโรงพยาบาลที่มีสิทธิ์ประกันสังคม ก็ได้คลอดลูกออกมาและเสียชีวิตลงในเวลาประมาณ 10.00 น. โดยตนเองเสียเลือดมากจนต้องมีการรับบริจาคเลือด ล่าสุดอาการปลอดภัย และได้ออกจากโรงพยาบาลมาเมื่อวานนี้ อย่างไรก็ตามในส่วนเรื่องลูกของตนนั้น ตนทำใจไว้แล้ว เนื่องจากทางห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลรัฐได้แจ้งว่าถ้าจะยื้อชีวิตต้องให้ยาระงับคลอด ซึ่งตนเองก็ยังมีความหวัง แต่ที่ติดใจ คือเรื่องที่ละเลยคนไข้และทำไมต้องย้ายโรงพยาบาลเร่งด่วนขนาดนั้น ทั้งที่ตนเองก็ยินดีที่จะจ่ายเงินเองอยู่แล้วเพราะตนห่วงชีวิตของตัวเองเหมือนกัน ทั้งนี้อยากเตือน การเลือกโรงพยาล ก็ควรที่ศึกษาขั้นตอนการเข้ารักษาเพราะแม้ตนป่วยฉุกเฉินก็ยังถูกละเลยเพราะเพียงสาเหตุที่ตนไม่ใช่คนไข้ที่มีสิทธิรักษาที่โรงพยาบาลเท่านั้น

 641
เศรษฐกิจ
30 ก.ค. 62

มารดาประชารัฐมาแน่ ให้แม่ตั้งครรภ์-ลูก 6 ขวบคนละ 181,000 บาท ให้สิทธิแม่ถือบัตรคนจนก่อน

ความคืบหน้าจากนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ ที่จะจัดทำโครงการมารดาประชารัฐ เป็นการให้สวัสดิการแก่มารดาตั้งแต่ตั้งครรภ์ จนถึงบุตรอายุ 6 ขวบ   โดยในระหว่างตั้งครรภ์ รัฐจะให้เงินแก่มารดาตั้งครรภ์ 3,000 บาทต่อเดือน จนถึงคลอด รวมสูงสุด 27,000 บาท ให้ค่าคลอด 10,000 บาท และค่าดูแลบุตรตั้งแต่คลอดจนถึง 6 ขวบ เดือนละ 2,000 บาท รวมเป็นเงิน 144,000 บาท หรือคิดเป็นเงินที่ให้กับแม่ตั้งแต่ตั้งครรภ์จนถึงบุตรอายุ 6 ขวบ รวมทั้งสิ้นคนละ 181,000 บาท   ทั้งนี้คาดว่าผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือจากโครงการนี้อันดับแรก จะเป็นแม่ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) เตรียมเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาเร็วๆนี้  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZjBHNdauJGA

 104,096
ต่างประเทศ
23 ก.ค. 62

ชาวเน็ตฮ่องกงเดือด กลุ่มคนนิรนามรุมตีหญิงท้องขณะประท้วง เชื่อมี ตร.หนุนหลัง

เกิดกระแสความไม่พอใจในชาวฮ่องกง หลังมีภาพหญิงตั้งครรภ์ถูกรุมตีว่อนโซเชียล พร้อมกล่าวหาว่ามีตำรวจอยู่เบื้องหลัง จากเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 ก.ค.2562 ที่ผ่านมา   โดยเกิดเหตุกลุ่มคนนิรนามใส่ชุดขาว ใส่หน้ากากอนามัยออกมาทำร้ายทุบตีกลุ่มผู้ประท้วง หนึ่งในนั้นมีหญิงตั้งครรภ์ถูกรุมตีจนลงไปกองกับพื้นที่สถานีรถไฟ โดยเป็นช่วงที่เธอพยายามเข้าไปช่วยสามีที่ถูกตะลุมบอนอยู่ โชคดีที่มีคนเข้าไปช่วยทั้งคู่ไว้ได้ อาการของหญิงตั้งครรภ์ปลอดภัย   ทางด้านชาวโซเชียลฮ่องกงเชื่อว่ากลุ่มคนนิรนามใส่ชุดขาว ใส่หน้ากากอนามัย มีตำรวจหนุนหลัง และสมรู้ร่วมคิดให้ออกมาทำร้ายผู้ประท้วง  

 11,854
ข่าวภูมิภาค
12 มิ.ย. 62

เก๋งชนประสานงารถตู้ที่ระยอง เสียชีวิต 3 เจ็บ 1 หญิงกัมพูชาท้อง 4 เดือนดับด้วย

ระยอง-เกิดอุบัติเหตุรถตู้ชนประสานงากับรถเก๋ง บนถนนสายปลวกแดง-โรงน้ำตาล หมู่ 1 ตำบลตาสิทธิ์ อำเภอปลวกแดง หลังจากชนกันรถเก๋งได้เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นแต่ชาวบ้านช่วยกันดับได้ทัน มีผู้เสียชีวิตที่นั่งมากับรถเก๋ง 3 ราย และได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย   พบร่างคนขับเสียชีวิตอยู่ใต้พวงมาลัย ทราบชื่อต่อมา คือนายโชคชัย คลังใหญ่ อายุ 35 ปี และพบผู้เสียชีวิตนั่งอยู่เบาะข้างคนขับ ชื่อนายเซลา เกือม อายุ 31 ปี เป็นชาวกัมพูชาด้านหลังบริเวณช่องเก็บสัมภาระ   ทั้งนี้พบร่างนางเดนมุก อายุ 31 ปี ชาวกัมพูชา ซึ่งมีใบฝากครรภ์ รพ.กัมพูชา ท้องได้ 4 เดือน คาดว่านางเดนมุกคงนั่งอยู่เบาะหลังพอรถชนกันร่างจึงกระเด็นไปอยู่ตรงช่องสัมภาระด้านหลัง และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชายที่ขับรถตู้ ชื่อนายอาหามะพาราดี สาเม๊าะ อายุ 35 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสขาทั้ง 2 ข้างหักถูกอัดติดอยู่บริเวณหน้ารถ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เครื่องตัดถ่างนำร่างออกมาส่ง โรงพยาบาลปลวกแดง   จากสอบสวนทราบว่า รถตู้ไปส่งพนักงานโรงงานที่ตำบลมาบปู อำเภอศรีราชา แล้ววิ่งกลับอำเภอปลวกแดง เมื่อถึงที่เกิดเหตุที่เป็นถนน 4 เลน รถฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อาจวิ่งเข้ามาชนประสานงากันอย่างแรงจึงทำให้รถทั้ง 2 คันพังยับ และทำให้ผู้ที่มากับรถเก๋ง 3 คนเสียชีวิต และคนขับรถตู้บาดเจ็บสาหัส ซึ่งขณะนี้ หน้าที่ตำรวจยังไม่ชี้ชัดว่ารถคันใดวิ่งมาจากไหน และชนกันได้อย่างไร ต้องรอสอบสวนให้ชัดเจนอีกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DMUTFK40v7o

 1,349

Top