ค้นหา :

ผลการค้นหา "อภิปรายสภา"

การเมือง
23 ก.พ. 63

'ช่อ' อภิปรายนอกสภาฯ เปิดหลักฐานอัด รบ.'บิ๊กตู่' ร่วมปิดบังคดีทุจริต #1mdb

การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนอกสภา ครั้งแรกของ คณะอนาคตใหม่ โดยนางสาว พรรณิการ์ วาณิช หลังถูกยุบพรรคและตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี เปิดประเด็นกล่าวหา รัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อาจเกี่ยวพันการปกปิดข้อเท็จจริง คดีอาชญากรรมการเงินระดับโลก 1 MDB ของมาเลเซีย ถือเป็นการโหมโรงก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งแรกในรอบกว่า 6 ปี ที่จะเริ่มต้นวันพรุ่งนี้    นางสาว พรรณิการ์ วานิช เริ่มเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนอกสภา ด้วยการเปิดหลักฐานกล่าวหา รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ด้วย 4 ข้อกล่าวหาทีเป็นเหตุทำให้ควรเชื่อได้ว่ารัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กระทำการ ปกปิดข้อเท็จจริงในคดี 1 MDB คดีอาชญากรรมการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก บิดผันกระบวนการยุติธรรม นำคนบริสุทธิ์เข้าคุก และปล่อยให้อาชญากรข้ามชาติลอยนวลให้ที่พักพิงหลบซ่อนตัวแก่ผู้ที่มีหมายจับ เป็นที่ต้องการตัวในหลายประเทศ บ่อนทำลายความสัมพัรนกับชาติพันธมิตรของประเทศไทย   โดยเชื่อมโยงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายใน กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ ของประเทศมาเลเซีย หรือ 1MDB ของมาเลเซีย ที่ตั้งขึ้นในปี 2552 โดยนาจิบ ราซัค อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีการค้นพบว่าเงินถึง 1.4 แสนล้านบาท โดยจำนวน 2 หมื่นล้านบาท เป็นเงินถูกโอนเข้าบัญชีของบุคคลที่ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ระบุว่า เป็นเจ้าหน้าที่รัฐมาเลเซียหมายเลขหนึ่งของมาเลเซีย    ที่ต่อมาหมายถึงนายราจิบ ราชัค ที่พบว่ากรณี 1MDB เกี่ยวพันถึงหลายประเทศทั่วโลก และมีกว่า 10 ประเทศทั่วโลก เช่น สหรัฐ ออสเตรเลีย สวิสเซอร์แลนด์ ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเข้มข้น แต่ในขณะที่ตำแหน่งนายนาจิบ กำลังสั่นคลอน กลับเชื่อมความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับไทย ที่ขณะนั้นในปี 2557 มีการรัฐประหาร โดยคณะ คสช.นำโดยพลเอกประยุทธ์ ที่มาเลเซีย เป็นชาติแรกที่มายินดีกับไทย ซึ่งนางสาวพรรณิการ์ เรียกว่า พันธมิตรมืด   นางสาวพรรณิการ์ เปิดเผยถึงการออกมาเแฉข้อมูลลับการฟอกินใน 1MDB ของซาเบียร์ ฆุสโต อดีตผู้บริหารบริษัทปิโตรซาอุดี กับ แคลร์ บราวน์ นักข่าวซาราวัครีพอร์ต ที่เป็นเหตุให้ ซาเบียร์ และแคลร์ บราวน์ เป็นที่ต้องการตัวถูกตามล่า ซึ่งนางสาวพรรณิการ์ ระบุว่า ได้คุยเรื่องนี้ด้วยตัวเองกับ แคลร์ บราวน์ ซึ่งเป็นน้องสะใภ้ของกอร์ดอน บราวน์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ที่ตัดสินใจไปอยู่อังกฤษ    ส่วนชาเบียร์ ฆุสโต เลือกที่ยังอยู่ในประเทศไทย ที่ๆเขาพบรักกับภรรยาและตั้งใจมาปักหลักที่เกาะสมุย ซึ่ง 4 เดือน หลังซาเบียร์ เปิดเผยข้อมูล 1MDB เขากลับถูกจับกุมในไทย เมื่อ 23 มิถุนายน 2558 ในข้อหาพยายามกรรโชกทรัพย์ ข่มขู่แพทริค มาฮอนี่ ว่าจะเปิดเผยข้อมูลความลับการค้าของบริษัท ถ้าหากไม่ได้เงิน 83 ล้านบาท ซึ่งในขณะนั้นมีการปกปิดข้อมูลในคดีนี้ และห้ามไม่ให้มีการเยี่ยมในเรือนจำ   ซึ่งนางสาวพรรณิการ์ ระบุว่า มีความพยายามให้คนบริสุทธิ์ เข้าคุกและรับสารภาพในข้อความอันเป็นเท็จ โดยอ้างถึงตำรวจปลอมจากอังกฤษ แต่พบว่า เป็นเพียง ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงที่ บริษัทปิโตรซาอุดีมาประสานงานในการสอบสวนกับตำรวจไทยในคดีนี้ และเข้าพบ ซาเบียร์ ในเรือนจำ แต่กลับไม่พบชื่อเข้าเยี่ยม แต่มีชื่อตำรวจนายหนึ่ง ที่อ้างว่าเป็นเพื่อน และอ้างหลักฐานบทสนทนาของแพทริก ผู้ฟ้องร้อง กับลอร่า ภรรยาของชาเบียร์ และเป็นหลักฐานที่ได้รับการรับรองจากศาลสวิตเซอแลนด์แล้วว่าเป็นหลักฐานจริง ระบุว่าสามารถควบคุมการเข้าเยี่ยมในเรือนจำของไทย ซึ่งมีการอ้างหลักฐานการพูดคุยระหว่างซาเบียร์ กับตำรวจนายหนึ่งด้วย   นางสาวพรรณิการ์ ยังกล่าวถึงการพยายามหาข้อมูลของ FBI ที่ใช้เวลาถึง 6 เดือน และทีการช่วยเหลือของอดีตนายตำรวจระดับสูง กับบุคคลที่มีโค้ดเนมว่า Ping Pong เจรจาหลายเรื่องให้ชาเบียได้รับสิทธิพิเศษบางประการในเรือนจำ เพื่อให้บสารภาพในข้อความอันเป็นเท็จ    ซึ่งนางสาวพรรณิการ์ ตั้งคำถามไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับรู้เรื่องนี้หรือไม่ รวมถึงหลังจากซาเบีย รับสารภาพถูกตัดสินจำคุก 3 ปี เมื่อคำพิพากษามาถึงที่สุด สถานทูตและรัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์พยายามอย่างเต็มที่ในการเอาตัวชาเบียร์กลับสวิตเซอร์แลนด์ แต่ไทยโดยนสยดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กลับล่าช้า จนไม่สามารถส่งตัวได้ทัน และพบว่าเมื่อซาเบียพ้นโทษในปี 2559 กลับถูกเนรเทศห้ามเข้าไทย 100 ปี ทั้งที่เป็นคดีปกติเท่านั้น   รวมทั้งยังเปิดเผยถึงการพัวพันของไทยกับ โลโจ หรือโลเตี๊ยกโจ นักธุรกิจคนจีนสัญชาติมาเลเซียจากปีนังซึ่งถูกตั้งข้อหาว่าเป็นจอมบงการในการฟอกเงิน 1MDB และถูกริบทรัพย์ไปกว่า 2 หมื่นล้านบาทให้มาเลเซีย ซึ่งสิงคโปร์ขอตำรวจสากลออกหมายแดง แต่กลับพบเข้าออกผ่าน ตม.ไทย 5 ครั้ง และยังมีเครือข่ายกบดานในไทย คือตังเค็งฉี หนึ่งในบุคคลที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐสอบสวนอยู่ และจัสมิน ลู หรือ ลู ไอสวอน ทนายความของโจโล ก็เข้าออกไทยได้ ทั้งๆที่มี วอทลิสต์    และมีรายงานข่าวของ Wallstreet Journal รายงานว่า ตังเค็งฉีและจัสมิน ลู ยังได้รับความช่วยเหลือจากอีกคนหนึ่งคือนาย พ.พาน นักธุรกิจไทยที่ กำลังถูกกระทรวงยุติธรรมสหรัฐสอบสวนในความเกี่ยวพันกับเครือข่ายของโจโล ด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลไทยจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้   นางสาวพรรณิการ์ ระบุว่า คดีฟอกเงิน 1 MDB สร้างความเสียหายให้ประชาชนชาวมาเลเซียกว่า 1 แสน 4 หมื่นล้านบาท จึงหวังว่าการตรวจสอบเรื่องนี้ จะทำให้ประเทศไทยกลับมามีศักดิ์ศรีอีกครั้งและเสียดายที่ไม่ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร   

 3,110
สรุปข่าว
14 ก.พ. 63

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 14 ก.พ.63 พระราชทานเพลิงศพเหยื่อกราดยิง-ทลายแก๊งอุ้มบุญข้ามชาติ-ส.ส.ปั๊มนมในสภา

-พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพและดินพระราชทาน แก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์กราดยิงใน จ.นครราชสีมา 14 ศพ เฉพาะที่ จ.นครราชสีมา มีพิธีพระราชทานเพลิงศพ 11 ศพ ขณะที่ คณะกรรมการติดตามมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ อนุมัติเงินเยียวยาในส่วนกองทุนสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว เริ่มมอบเงินเสาร์ที่ 15 ก.พ.นี้   โดยเหยื่อผู้เสียชีวิตผู้บริสุทธ์ 27 ราย รับรายละ 1 ล้านบาท ยังไม่พิจารณา 3 ราย คือ ผู้ก่อเหตุ และคู่กรณีอีก 2 ราย ซึ่งต้องพิจารณาสำนวนการสอบสวนก่อน ส่วนผู้บาดเจ็บสาหัส 29 คน เยียวยาคนละ 2 แสนบาท ไม่สาหัส 29 คน เยียวยา ไม่เกินคนละ 1 แสนบาท ถือเป็นการช่วยเหลือนอกเหนือจากสิทธิที่จะได้รับจากกระทรวงการคลัง ในหลักหมื่นบาท และกระทรวงยุติธรรมในหลักหมื่นบาท ถึงหลักแสน รวมถึงกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในหลัก หมื่นบาทเช่นกัน   ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิตในการปฎิบัติหน้าที่ 3 นาย รวมถึงตำรวจอาสา อีก 1 นายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้พิจารณาเงินเยียวยาจากกองทุนต่างๆ มอบให้รายละ 3 ล้านบาท   ห้างเทอร์มินอล 21 เปิดให้บริการแล้ว ยกเว้นค่าเช่าพื้นที่ 500 ร้านเป็นเวลา 1 เดือน มอบเงินผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บรายละ 1 แสนบาท พร้อมทุนการศึกษาให้บุตรผู้เสียชีวิตรายละ 5 หมื่นบาท ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : รัฐเคาะเงินเยียวยาเหยื่อกราดยิงโคราช 27 รายละ 1 ล้าน ส่วนมือยิง - 2คู่กรณี ไม่ได้รับ    -ตำรวจเปิดปฏิบัติการกวาดล้างขบวนการอุ้มบุญ จับ 9 นายหน้าชาวจีนจ้างหญิงไทยตั้งครรภ์ พร้อมรวบตัวหญิงไทยได้คาบ้านพักกว่า 10 คน จนท.ค้นบ้านในซอยนาคนิวาส 37 ย่านลาดพร้าว เปิดบ้านให้หญิงอุ้มบุญมาพัก 1 ในนั้นตั้งครรภ์ 8 เดือน และพบเด็กทารกเพศชายอีก 1 คน มีพี่เลี้ยงคนไทยจ้างดูแลโดยเฉพาะ เธอรับว่าถูกจ้างมาเลี้ยงเด็กได้เพียง 20 วัน รู้เพียงว่าเป็นลูกคนของจีนเท่านั้น   อีกจุดพบทารกเพศหญิงอายุราว 4 เดือน มีหญิง 6 คนรับจ้างมาพักอยู่ ตร.เผยทำกันเป็นองค์กรใหญ่ อาชญากรรมข้ามชาติ ขบวนการนี้จะว่าจ้างกลุ่มนายทุนไทย ชักชวนหญิงไทยที่ผ่านการมีบุตรมาแล้ว มาอุ้มบุญ โดยได้ค่าตอบแทน 300,000 - 450,000 บาทต่อการตั้งครรภ์หนึ่งครั้ง ทำมากว่า 8 ปีแล้ว ถ้าหญิงคนไหนรับงานจะพาไปฝังตัวอ่อนที่คลินิกในสปป.ลาว แต่ฝากครรภ์และคลอดใน รพ.ไทย ก่อนพาเด็กไปส่งที่จีน ชี้มีมากกว่า 100 คน มี รพ.และคลิกนิกในไทย 9 แห่งเกี่ยวข้อง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ :    -ที่ประชุมสภาใช้เวลากว่า 7 ชั่วโมง ในการพิจารณานัดพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ในวาระ 2 และ 3 ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้สภาฯ ดำเนินการลงมติใหม่ ภายหลังที่ ลงมติในวาระ 2 ผ่านทั้งหมดแล้วโดยกรรมาธิการไม่มีการขอแก้ไข จึงได้มีการลงมติวาระ3 โดยพิจารณาทั้งร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 63 โดยมีองค์ประชุมทั้งหมด  261 คน  ลงมติเห็นด้วย  257 ไม่เห็นด้วย 1  งดออกเสียง 3   โดยตั้งแต่เริ่มประชุมมี ส.ส. เพียง 250 คน จากองค์ประชุม 249 คน ถือว่าฉิวเฉียดมาก ทำให้การโหวตรายมาตรามีปัญหาอยู่เป็นระยะ ถึงขั้นองค์ประชุมไม่ครบในมาตรา 6 ต้องโหวตใหม่รอบ 3 จน ส.ส.ไม่กล้าลุกออกจากห้องประชุม เพราะกลัวจะกลับมาลงคะเเนนไม่ทัน   ขณะที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลเมืองไทย น.ส.ศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ กำลังนั่งปั๊มนมในห้องประชุมเนื่องจากไม่สามารถออกไปพักนอกห้องประชุมได้ เช่นเดียวกับ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่นั่งทำหน้าที่ควบคุมการประชุมตั้งแต่เช้าจนลงมติเสร็จสิ้นใช้เวลากว่า 7 ชั่วโมง จนไม่ได้รับประทานข้าวกลางวัน เพราะต้องนั่งอยู่บนบัลลังก์ตลอดเวลา ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เปิดโปงขบวนการอุ้มบุญข้ามชาติ นายทุนรวย แม่อุ้มบุญสบาย แต่เด็กรับกรรม ร้ายสุดอาจถึงขั้นตัดอวัยวะ    -ส.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ พร้อมทนายความ ชี้แจงกรณีปัญหาการครอบครองที่ดิน 682 ไร่ เขาสนฟาร์ม จ.ราชบุรี หลังคณะกรรมการกฤษฎีกา สรุปความเห็นเป็นพื้นที่ป่า และให้ สปก.หรือ กรมป่าไม้ ดำเนินคดีบุกรุกป่า ปารีณาระบุกฤษฎีกา บอกเป็นเพียงที่ปรึกษากฎหมายของรัฐบาล ไม่ใช่ศาลฎีกา และไม่ได้อยู่ในกระบวนการยุติธรรม   ดังนั้นตนเองจึงมีสิทธิ์โต้แย้งความเห็น เพราะยืนยันตนเองไม่ได้บุกรุกป่า 100% และจะเดินหน้าต่อสู้ให้ถึงที่สุดทุกกรณี รอว่าหน่วยงานใดจะเป็นผู้แจ้งความดำเนินคดี ที่ผ่านมาตนถูกปฏิบัติเกินกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ และเกิดผลกระทบ เพราะปัจจุบันก็ไม่ได้เลี้ยงไก่แล้ว ดังนั้นหลังจากนี้ ใครที่พูดทำให้เกิดความเสียหาย ก็จะดำเนินคดี  โดยบอกกับสื่อมวชนว่า เพราะดิฉันชื่อปารีณา ทุกคนจึงมาทำกับดิฉันอย่างนี้ ต่อไปนี้ดิฉันจะปกป้องตัวเองแล้ว   ด้านทศพล เพ็งส้ม ทนายความ บอกว่า เหตุที่ยังไม่มีความชัดเจนว่าหน่วยงานใดเป็นผู้ดำเนินคดีนั้น เพราะทาง กรมป่าไม้ และ ส.ป.ก.เอง ก็ไม่มั่นใจว่า ส.ส.ปารีณารุกที่จริงหรือไม่ ดังนั้นทั้ง 2 ฝ่ายควรไปตกลงกันให้แล้วเสร็จก่อน เนื่องจากแต่ละหน่วยงานต่างใช้กฎหมายคนละฉบับ จากนี้ได้กำชับให้ ส.ส.ปารีณา ระมัดระวังการให้ข้อมูล ส่วนรายละเอียดทางคดี หากมีการแจ้งความดำเนอนคดี ตนเองจะเป็นผู้รับผิดชอบแนวทางการต่อสู้ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ปารีณา' ควงทนายโต้รุกป่า พ้อชื่อปารีณา เลยถูกกระทำ 'ธรรมนัส' ยันไม่ปกป้องถ้าผิดจริง    -ธนาคารแห่งประเทศไทยคาดการณ์ตัวเลขจีดีพีลดฮวบ หายไป 1.5% จากเดิมคาดปี 63 จีดีพี 2.8% เหลือโตแค่ 1.3% สาเหตุจากโรค COVID-19 และงบปี 63 ที่ล่าช้า ด้านสถานการณ์ท่องเที่ยว 1-9 ก.พ. ติดลบ 43.4% เฉพาะจีน ติดลบ 46.5% คาดลดลงถึงระดับต่ำที่ 90% ในเดือนก.พ. แต่จะกลับมาฟื้นตัว 50% ในเดือน มี.ค. ก่อนเข้าช่วงสงกรานต์ หากการท่องเที่ยวรายได้หายถึง 2 แสน 5 หมื่นล้านบาท ยอมรับกันชนเศรษฐกิจไทยปีนี้หมดแล้ว เหลือเพียงพึ่งนโยบายการคลัง ขอนายกฯออกมาตรยกเว้นวีซ่า นทท.จีนและอินเดีย เปิดผับได้ถึงตี 4 ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : แบงก์ชาติประเมิน gdp ไทยจาก 2.8% เหลือแค่ 1.3% ชี้มรสุมรุมเร้า โควิด-19 ซ้ำเติมการท่องที่ยว   -ผงะ แค่วันเดียวยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 พุ่งเกือบ 15,000 คน ทำให้ทั่วโลกยอดพุ่ง 60,364 คน เสียชีวิต 1,370 คน เรือสำราญเวสเตอร์ดัมเข้าเทียบท่าที่เมืองสีหนุวิลล์ กัมพูชา ผลตรวจล่าสุดผู้โดยสารที่ต้องสงสัย 20 คน สธ.กัมพูชายันไม่มีใครติดเชื้อไวรัสโคโรนา ส่วนเรือสำราญไดมอนด์ปรินเซส ถูกกักที่ท่าเรือโยโกฮาม่า สธ.ญี่ปุ่นเผยพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 44 คน ทำให้ผู้โดยสารบนเรือลำนี้ติดเชื้อแล้ว 218 คน นอกจากนี้ยังพบผู้ติดเชื้อเสียชีวิตรายแรกในญี่ปุ่น เป็นหญิงวัย 80 ปี   ส่วนเรือสำราญซีบอร์น โอเวชั่น จอดเทียบท่าที่ จ.ภูเก็ต จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ เพราะหวั่นว่าคนบนเรือจะติดเชื้อไวรัสโคโรนา อนุทินชี้เรือนี้มีเส้นทางการเดินเรือผ่านประเทศไทยอยู่แล้ว ใช้ภูเก็ตเป็นจุดพัก 10 ชม.เท่านั้น ก่อนเดินทางไปสิงคโปร์ เรือรายงานให้ไทยทราบชัดเจน มีมาตรการตามหลักสากล เมื่อจอดเทียบท่า จนท.ใช้เครื่องตรวจเข้ม ลูกเรือทั้งหมดไม่มีใครติดเชื้อ สธ.ยันไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ในไทย ตัวเลขคงที่ 33 คน รักษาหายเพิ่มอีก 1 คนเป็นคนจีนกลับประเทศไปแล้ว พร้อมสั่งการให้เฝ้าระวังผู้ป่วยโรคปอดอักเสบไม่ทราบสาเหตุ ใน 6 จังหวัด กทม. เชียงใหม่ เชียงราย ชลบุรี กระบี่ และภูเก็ต ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ยอดติดเชื้อโควิด-19 พุ่งวันเดียว 1.5 หมื่นราย หลังหาเชื้อได้ไวขึ้น -วิจัยพบไวรัสในอุจจาระผู้ติดเชื้อยังมีชีวิต    -คุมตัวหนุ่มอายุ 14 ปี โพสต์คลิปทำร้ายเด็กขวบเศษ ทั้งถีบ เตะ ตบ ประชดแม่เด็ก ผู้ก่อเหตุเป็นลูกพี่ลูกน้องกับแม่เด็ก สารภาพทำไปเพราะประชด แม่เด็กไม่ดูแล ยันไม่ทำร้ายรุนแรง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ด.ช.วัย 14 ปัดตีเด็กรุนแรง แจงแค่แอคติ้งประชดแม่เด็กไม่ดูแลลูก   -ขสมก. พร้อมทีมช่าง และตัวแทนจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกันติดตั้งเครื่องกรองอากาศบนหลังคารถโดยสารสาธารณะปรับอากาศ สาย 34 รังสิต-หัวลำโพง เพื่อนำร่องทดลองแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ขสมก.บอกเป็นการทดสอบวิ่งในเส้นทางที่มีการการจราจรหนาแน่น และค่าฝุ่นละอองอยู่ในปริมาณสูง ผ่านถนนพหลโยธิน พญาไท ราชดำเนิน และรามอินทรา รอตรวจวัดประสิทธิภาพการทดลอง   ขณะที่ รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ระบุดูแล้วเครื่องกรองอากาศที่ติดตั้ง ลักษณะเป็นเพียงกล่องกล่องธรรมดา ประสิทธิภาพค่อนข้างต่ำ ไม่น่าแก้ปัญหาได้ เหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ก่อนหน้านี้ที่อินเดียเคยติดตั้งบนหลังคาแท็กซี่ แล้วก็ยกเลิกไป แนะนำไปใช้ซื้อเครื่องฟอกอากาศดีๆมาติดตั้งภายในรถเมล์ มีประตูหน้าต่างปิดอาจจะเป็นประโยชน์มากกว่า   -อดีตแม่ผัวโหด! บุกพังร้านอดีตลูกสะใภ้ ทั้งคว้ากระติกใส่ปัสสาวะสาดหน้าร้าน - ควงมีดซามูไรฟันตู้ขายลูกชิ้น น้ำแข็งใส เสียหายที่ จ.ชลบุรี สาวผู้เสียหายเล่าว่าอดีตแม่สามี ยืมเงินไปประมาณ 25,000 บาท และสร้อยข้อมือทองคำหนัก 1 บาท เมื่อไปทวงคืนกลับโมโหก่อเหตุ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : อดีตแม่ผัวโหด! ฉุนถูกทวงหนี้ผ่านเฟซบุ๊ก บุกสาดฉี่-ควงมีดพังร้านอดีตลูกสะใภ้    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GW6o0MT66rM

 3,036
การเมือง
13 ก.พ. 63

วิปรัฐบาล ตีกรอบห้ามอภิปรายซ้ำ ขู่ ส.ส.ต้องครบองค์ประชุม ห้ามลา

นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล เปิดเผยว่า หลังจากวิปฝ่ายค้านมีมติไม่เข้าร่วมลงมติรับ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ในวาระ 2 และ 3 ฝั่งรัฐบาลก็เห็นร่วมกันคือจะอภิปรายได้ในส่วนที่เป็นเนื้อหาสาระใหม่ และไม่ซ้ำเดิมจากการอภิปรายในรอบแรก   ฝั่งรัฐบาลต้องดำเนินการประชุมตามที่ศาลรัฐธรรมนูญระบุไว้ตามกระบวนการ คือลงมติตั้งแต่มาตรา 1 ต่อเนื่องจนถึงมาตรา 55 มาตราสุดท้าย ส่วนจะพิจารณาเสร็จภายในวันเดียวหรือไม่ยังให้คำตอบไม่ได้ เพราะต้องรอดูท่าทีที่ชัดเจนจาก ส.ส.ฝ่ายค้านอีกครั้ง ส.ส.ฝั่งรัฐบาลต้องรักษาองค์ประชุม และการลงมติไว้ให้ครบถ้วน ห้ามขาด ห้ามลา โดยเด็ดขาด ทุกคนต้องร่วมประชุมและลงมติให้ครบถ้วน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2cURvV15BHI

 27
การเมือง
06 ก.พ. 63

เศรษฐกิจใหม่ แถลงชัดแยกทางฝ่ายค้าน ยังกั๊กยกมือให้รัฐบาล

พรรคเศรษฐกิจใหม่ได้มีการแถลงอย่างเป็นทางการ สำหรับการถอนตัวจากพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อที่จะทำงานอิสระตามแนวทางของพรรค ส่วนจะมีการยกมือสนับสนุนฝ่ายรัฐบาลหรือไม่นั้น นายสุภดิช อากาศฤกษ์ รักษาการหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ กล่าวว่าขึ้นนอยู่กับมติของพรรค   ทั้งนี้พรรคเศรษฐกิจใหม่จะเหลือเพียง นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ คนเดียวที่ยืนยันจะเดินหน้าทำงานร่วมกับฝ่ายค้าน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XjVviS2E4UI

 68
การเมือง
01 ก.พ. 63

ฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 6 รัฐมนตรี ชี้รัฐบาลอาจรอดในสภาฯ แต่ปชช.มีสิทธิล้มรัฐบาลได้

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านและแกนนำพรรค ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายทั้งหมด 6 คน ประกอบด้วย   1.พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี 2.พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี  3.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี  4.พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  5.นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  6.ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์   นายสมพงษ์ กล่าวว่า สาเหตุที่ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีทั้ง 6 คน นั้นฝ่ายค้านทั้งหมดได้พิจารณาตรวจสอบแล้ว พบมีข้อมูลมากพอที่จะชี้ให้เห็นถึงการบริหารงานที่ผิดพลาด ล้มเหลวของรัฐบาล แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด และการอภิปรายครั้งนี้ไม่ได้คาดหวังว่าจะคว่ำรัฐบาลได้ เพราะเสียงฝ่ายค้านในสภามีไม่มากพอ แต่จะขอให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน และย้ำว่าไม่มีการต่อรองใดๆกับนัฐมนตรีคนใดในรัฐบาล ส่วนจำนวนวันอภิปรายเบื้องต้นได้พูดคุยกับประธานสภาฯไปก่อนหน้านี้แล้วว่าฝ่ายค้านต้องการวันอภิปราย 3-4 วัน   ส่วนพรรคเศรษฐกิจใหม่แม้จะขอถอนตัวจากพรรคร่วมฝ่ายค้านแล้วแต่จะไม่กระทบต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และส.ส.ทุกคนก็ยังมีสิทธิที่จะร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจ รวมถึงนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเศรษฐกิจใหม่   ขณะที่ นายวิษณุ เครืองาม รอวนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมีชื่อเป็นรัฐมนตรีที่ถูกฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า มีรายชื่อตนเองมาก่อนหน้านี้ และจากญัตติที่กำหนดไว้ว่าเป็นการทำลายนิติรัฐนั้น ยังไม่ขอบอกรายละเอียดของการชี้แจงในขณะนี้ เพราะเมื่อฝ่ายค้านกลัวคำถามรั่ว ตนเองที่เหมือนเป็นนักเรียนก็ต้องเกรงคำตอบจะรั่ว แต่ข้อเท็จจริงแล้ว เมื่อฝ่ายค้านยังไม่ได้ถาม จึงยังไม่ทราบว่าจะตอบอย่างไร และเมื่อถามถึงความมั่นใจ ในการตอบอภิปราย นายวิษณุได้ยกเอาบทกลอนในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ที่ให้ความสำคัญกับการใช้สติในการแก้ปัญหา    ส่วนที่มีการเปิดเผยว่า นายปิยะบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่จะเป็นผู้อภิปรายตนเองนั้น ไม่แสดงความกังวล และเปิดเผยว่าส่วนตัวแล้วก็รู้จักกับนายปิยะบุตร การตอบอภิปรายก็คงเป็นไปตามขั้นตอน    มีรายงานว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนเข้าการประชุมว่า ขอให้มีการเตรียมข้อมูล ก่อนเข้าอภิปรายด้วย สรุปการทำงานของชุดต่างๆ ว่ามีความคืบหน้าเป็นอย่างไร      รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/0cTBEa7ON80

 534
การเมือง
12 ม.ค. 63

สภาฯ มีมิติเอกฉันท์ เห็นชอบร่าง พ.ร.บ. งบปี 63 – นายกฯยันจะใช้งบฯอย่างโปร่งใส

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 และ 3 ใช้เวลาการพิจารณาทั้งสิ้น 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 8-11 มกราคม   ทั้งนี้ ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว มีทั้งสิ้น 55 มาตรา ปรับลดทั้งสิ้น 16,231 ล้านบาท เพื่อนำไปจัดสรรให้กับส่วนราชการ และองค์กรอิสระแทน และประเด็นที่มีการอภิปรายมากที่สุดคือ งบประมาณในสัดส่วนรายกระทรวง โดยเฉพาะกระทรวงกลาโหม ที่กรรมาธิการปรับลดมากที่สุดกว่า 1,518 ล้านบาท   ขณะที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเอกฉันท์เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท วาระ 3 ด้วยคะแนน 253 เสียง งดออกเสียง 196 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 เสียง   จากนั้น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางเข้าร่วมรับฟังการปุระชุมสภาฯ พร้อมกล่าวขอบคุณสภาผู้แทนราษฎรที่ให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 และระบุว่า ร่างงบประมาณเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน     การใช้จ่ายงบประมาณบรรลุตามเป้าหมาย ลดความเหลื่อมล้ำ ทั่วถึงประชาชน พร้อมน้อมรับข้อเสนอแนะของสมาชิก เพื่อส่งให้หน่วยงานต่างๆประกอบการพิจารณา ขอให้มั่นใจว่างบประมาณจะใช้ตามวัตถุประสงค์ โดยรัฐบาลจะกำกับดูแลให้การใช้จ่ายงบประมาณมีความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ   ต่อมานายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯกล่าวว่า ขอบคุณทุกคนที่รับผิดชอบหน้าที่ต่อบ้านเมือง และขอให้สมาชิกทุกคนได้ใช้วันหยุดชดเชยที่อดหลับอดนอน ก่อนจะสั่งปิดการประชุมในเวลา 17.41 น.   อย่างไรก็ตาม คาดว่า จะส่งให้วุฒิสภาพิจารณาในจันทร์ที่ 13 มกราคม โดยวุฒิสภามีกรอบเวลาการพิจารณา 20 วัน แต่ไม่สามารถแก้ไขร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวได้ จากนั้น ส่งไปยังคณะรัฐมนตรี ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อประกาศใช้ต่อไป   โดยนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนภายหลังการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเสร็จสิ้นว่า ขอบคุณทุกคน เมื่อถามว่า โล่งใจหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็สบายใจอยู่แล้ว เพราะทุกคนช่วยกันอยู่แล้ว นี่ก็คือปัญหาแหละ ถ้างบประมาณออกไม่ได้ ก็ทำงานลำบาก จะได้ดูแลประชาชนได้เต็มที่ต่อไปนี้ รัฐบาลจะดูแลอย่างเต็มที่ ทุกคนก็ร่วมมือกันทั้งหมด   ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/EjAyHZKz5Vk    

 1,157
การเมือง
26 พ.ย. 62

วิษณุ โยน ประธานชวน ชี้ กรอบเวลาเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาล

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ยังเข้าใจในข้อกฎหมายไม่ตรงกันว่าสามารถทำได้ ปี พ.ศ.ละ 1 ครั้ง หรือวาระ 1 ปีสภา ยืนยันว่าความเห็นส่วนตัวหมายถึง วาระ 1 ปีสภา ซึ่งจะครบ 1 ปี ในเดือนพฤษภาคม ไม่ใช่ ปี พ.ศ.แต่ไม่ใช่ความเห็นรัฐบาล   ดังนั้น หากเข้าใจไม่ตรงกัน ก็เห็นด้วยที่ฝ่ายค้านจะ ไปขอความเห็นจาก นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร แม้ประธานสภาฯ จะไม่มีอำนาจโดยตรงในการวินิจฉัย แต่สามารถพิจารณาในฐานะผู้รับญัตติ เข้ามาได้ว่าจะบรรจุเข้าวาระหรือไม่ และก็ไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาล เพราะรัฐบาลเป็นผู้ถูกอภิปรายจึงไม่มีหน้าที่ไปดูฤกษ์ยามว่าอภิปรายได้เมื่อไหร่ตอนไหน มีหน้าที่แค่ตอบชี้แจงการอภิปรายเท่านั้น   ส่วนที่ มีคนบอกว่าตามรัฐธรรมนูญมาตรา 154 ระบุว่า 1ปีแรกของการมีรัฐบาลไม่สามารถอภิปรายได้นั้น ยืนยันว่าไม่ใช่ แต่ที่ถกเถียงกันคือเรื่อง1ปี พ.ศ.หรือ 1ปีวาระตามรอบ12เดือน   ส่วนการเสนอชื่อ กรรมาธิการศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในสัดส่วนของรัฐบาลนั้น ตนยังไม่ทราบเหมือนกัน ต้องถามนายเทวัญ ลิปตภัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ส่วนที่นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เสนอให้ตั้งกรรมาธิการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ร่วมกันระหว่าง ส.ส.-ส.ว. ในที่ประชุมรัฐสภา นั้น นายวิษณุ กล่าวว่า ตนพึ่งเคยได้ยินและไม่ขอแสดงความเห็น

 552
การเมือง
18 ต.ค. 62

นายกฯเปิดฉากแจง พรบ.งบปี 63 'สมพงษ์' อัดใช้งบมักง่าย อีกไม่นานประเทศล้มละลาย

บรรยากาศการอภิปราย พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 63 วันแรก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม แจกแจงงบประมาณ 3.2 ล้านล้านบาท นาน 2 ชม.ยืนยันถ้าความมั่นคงไม่เกิด เสถียรภาพไม่เกิด เศรษฐกิจก็พัฒนาไม่ได้   ก่อนหยอดมุกถาม ส.ส.ในสภาฯ ปิดท้าย เราคนไทยด้วยกัน โครงการทั้งหมดก็ลงพื้นที่ของท่านไม่มีที่ไม่ลงไป อย่างไรก็ตาม ร่าง พ.ร.บ.งบ ประมาณ ถ้าไม่เขียนแบบนี้ ก็เป็นแบบเดิม   ต่อมานายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภา ได้อภิปรายชี้ร่างพรบ.งบประมาณฉบับนี้ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้เลย งบประมาณถูกใช้ไปกับภาคส่วนที่ไม่ส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ถูกใช้ไปอย่างมักง่าย เอาไปแจกแบบสิ้นคิด เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แจกเงินท่องเที่ยวชิมช้อปใช้ แจกเงินปลายปีให้ประชาชนไปซื้อของไม่ทำให้ประเทศพัฒนา   ซื้อยุทโธปกรณ์ที่ไม่ได้สร้างความอยู่ดีกินดีให้ประชาชน ทุ่มเงินมหาศาลไปในด้านความมั่นคงที่ไม่ได้จำเป็นเร่งด่วน จัดสรรงบกลางสูงจนน่าเป็นห่วง ใช้อัดฉีดแจกฟรีตามอำเภอใจเกินตัว จนขาดดุลเรื้อรังเพิ่มทุกปี ถ้าไม่หยุดแนวทางนี้ ไม่นานประเทศจะล้มละลาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YL4SgovSLjk

 789
สรุปข่าว
18 ต.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 18 ต.ค.62 จับเสี่ยท็อปคาสนามบิน-ถกพรบ.งบประมาณปี63วันแรก-พักร.ร.ศรีพันวาจ่ายแค่ร้อยเดียว

-พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัย ให้เลื่อนการพระราชพิธี เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จากวันที่ 24 ตุลาคม 2562 เป็นวันที่ 12 ธันวาคม 2562 เวลา 15:30 น. ตามที่รัฐบาลกราบบังคมทูล ฝ่าอะอองธุลีพระบาท ขอพระราชทาน พระบรมราชวินิจฉัย เนื่องจากกระแสน้ำเชี่ยวและสภาพอากาศไม่อำนวย     ขณะที่วานนี้ กองทัพเรือ ได้จัดการฝึกซ้อมขบวนเรือพระราชพิธีในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยเป็นการฝึกซ้อมใหญ่เสมือนจริงครั้งที่ 1 มีกำลังพลฝีพายเรือ 2,200 นายเข้าร่วมฝึกซ้อม ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : โปรดเกล้าฯ เลื่อนพระราชพิธี เสด็จฯเลียบพระนคร โดยขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค จาก 24 ต.ค. เป็น 12 ธ.ค.   -แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษา ได้รายงานว่า สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระอาการเจ็บพระนาภี (ท้อง) และมีพระปรอท (ไข้)     ผลการตรวจพบว่ามีการอักเสบติดเชื้อของกระเปาะของพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) คณะแพทย์จึงกราบบังคมทูล ขอพระราชทานประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อถวายการรักษาด้วยพระโอสถปฏิชีวนะ และขอพระราชทานให้ทรงงดพระราชกรณียกิจสักระยะหนึ่ง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯประทับ ณ รพ.จุฬาลงกรณ์ จากพระอาการประชวรติดเชื้อพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่)    -ถกพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 63 วันแรก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม แจกแจงงบประมาณ 3.2 ล้านล้านบาท ยืนยันถ้าความมั่นคงไม่เกิด เสถียรภาพไม่เกิด เศรษฐกิจก็พัฒนาไม่ได้ ก่อนหยอดมุกถาม สส.ในสภาฯ ปิดท้าย เราคนไทยด้วยกัน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นายกฯเปิดฉากแจง พรบ.งบปี 63 'สมพงษ์' อัดใช้งบมักง่าย อีกไม่นานประเทศล้มละลาย   -นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภา อภิปรายชี้ร่าง พรบ.งบประมาณฉบับนี้ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้เลย งบประมาณถูกใช้ไปกับภาคส่วนที่ไม่ส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ซื้อยุทโธปกรณ์ที่ไม่ได้สร้างความอยู่ดีกินดีให้ประชาชน ทุ่มเงินมหาศาลไปในด้านความมั่นคงที่ไม่ได้จำเป็นเร่งด่วน จัดสรรงบกลางสูงจนน่าเป็นห่วง ใช้อัดฉีดแจกฟรีตามอำเภอใจเกินตัว จนขาดดุลเรื้อรังเพิ่มทุกปี ถ้าไม่หยุดแนวทางนี้ ไม่นานประเทศจะล้มละลาย   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นายกฯเปิดฉากแจง พรบ.งบปี 63 'สมพงษ์' อัดใช้งบมักง่าย อีกไม่นานประเทศล้มละลาย   - เกิดการโต้เถียงกันระหว่าง พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวช หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กับนายศุภชัย โพธิ์สุรองประธานสภาฯ หลัง พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ อภิปรายว่า รัฐบาลไม่มีอำนาจและความชอบธรรมในการจัดทำร่างงบมาณรายจ่ายประจำปี เพราะพลเอกประยุทธ์ กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน กระทั่งถูกรองประธานสภาฯ เตือนให้อภิปรายให้เข้าประเด็นเนื้อหาของพรบ.งบประมาณ   -มาตรการร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย ททท. ยกตัวอย่างยั่วน้ำลายนักเที่ยว ร.ร.หรูศรีพันวา ภูเก็ต ราคากว่า 40,000 บาท เหลือ 100 บาท นั่งเครื่องบินส่วนตัวชมทะเลอันดามันเหลือแค่ 100 บาท 1 คนได้ 1 สิทธิ ลงทะเบียน 11-12 พ.ย.และ 11-12 ธ.ค. หากแย่งลงทะเบียนไม่ทัน สามารถเข้าร่วมแคมเปญ เที่ยววันธรรมดาราคาช๊อกโลก ได้โดยซื้อไม่จำกัด ย้ำต้องเที่ยวก่อนสิ้นปีเท่านั้น   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ททท.เปิดตัว 'ร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย' งัดโปรยั่วนักเที่ยว นอนศรีพันวาแค่คืนละร้อย    -เสี่ยท็อปเดินทางถึงไทย ก่อนถูกรวบตัวส่งขัง สน. ดอนเมือง รอส่งตัวพรุ่งนี้เช้า ในคดีพ.ร.บ.เช็ค หลังกลับจากฮ่องกง เจ้าตัวยืนยันคดีเช็คจบไปแล้ว แต่คู่กรณีไม่ยอมถอนคดี ส่วนหลอกสาวบุรีรัมย์แต่งงาน แจงมีบันทึกชำระหนี้สินทุกอย่างแล้ว ฝ่ายสาวไม่ต้องจ่ายอะไร พร้อมยันฝ่ายที่ถูกหลอกแต่งงานคือตนเองไม่ใช่ฝ่ายสาว เตรียมปรึกษาทนายความต่อสู้ทุกคดีที่เป็นข่าว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : จับ 'เสี่ยท็อป' คาดอนเมือง ตามหมายจับคดีเช็คเด้ง โต้ตัวเองต่างหากที่ถูกหลอกแต่งงาน    -ศาลอนุมัติหมายจับ 5 ผู้ต้องหาแก๊งปาร์ตี้บ้านบางบัวทอง ได้แก่ คิว-ตี๋-เฟิร์ส-ปิงปอง-โนบิตะ โดน 4 ข้อหาหนัก ร่วมทำลัลลาเบลเสียชีวิต ตี๋เครียดหนักเพิ่งทราบเรื่องหมายจับ เหนื่อยที่ต้องทนเป็นจำเลยสังคม อยากผูกคอตายแต่คิดได้ว่าต้องสู้ เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด ยันจะสู้ถึงที่สุด เตรียมมอบตัววันนี้ 4 คน ยกเว้นโนบิตะที่มีธุระที่อุดรฯ หวังไม่ถูกค้านประกันตัว   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ตี๋' แก๊งบ้านบางบัวทอง เครียดหนัก อยากฆ่าตัวตาย หลังศาลออกหมายจับ 4 ข้อหาเอี่ยวคดี 'ลัลลาเบล'   -อเมซอนออกโรงชี้แจง หลังลูกค้าเผยคลิปสุดสะพรึง เจอเกล็ดของแข็งคล้ายพลาสติกใสในแก้วโกโก้ถึง 2 แก้ว สั่งปิดสาขาต้นเรื่องแล้ว พบสาเหตุมาจากน้ำแข็งไม่ได้คุณภาพ ผู้ผลิตน้ำแข็งแจงเกิดจากบรรจุภัณฑ์ในน้ำแข็ง ตอนนี้เปลี่ยนเป็นถุงพลาสติกใสแทนแล้ว ผู้เสียหายบอกได้รับกระเช้าและกล่องกิฟท์เซ็ตรวมทั้งคำขอโทษ ทางร้านยืนยันจะรับผิดชอบการตรวจร่างกาย แต่ยังกังวลว่าสิ่งนั้นคืออะไรกันแน่ เพราะกินไปแล้วตั้งครึ่งแก้ว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : อเมซอนสั่งปิดสาขา ขอโทษลูกค้าเจอพลาสติกในแก้วน้ำปั่น ชี้น้ำแข็งไม่ได้มาตรฐาน   -แตกตื่นทั้งคัน หลวงพี่เครียดประสาทหลอน ขณะกำลังไปทอดกฐิน คว้ามีดจี้คอตัวเองและพนักงานบนรถทัวร์ ภายในสถานีขนส่งชัยภูมิ บอกให้รถทัวร์พาไปส่งที่วัด ตำรวจใช้เวลาเกลี้ยกล่อมนาน 3 ชั่วโมง แต่ไม่เป็นผล อาศัยทีเผลอตำรวจเข้าชาร์จตัวพระได้อย่างปลอดภัย ค้นย่ามเจอยารักษาโรคเพียบ พนง.เล่าพระนั่งรถตามปกติไม่โวยวาย กระทั่งถึง บขส. คนขับรถมาเรียกกลับเจอมีด   -สุดอำมหิต คนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ 2 ตายายในร้านขายของชำที่ราชบุรี ทุบหัวยายตายคาที่ ทำร้ายตาที่ป่วยติดเตียงเจ็บสาหัส เด็กชายอายุ 9 ปี ที่เป็นลูกค้าที่เข้าไปซื้อลูกอมภายในร้านเล่าว่า ตะโกนเรียกยายจะจ่ายเงินค่าลูกอมแต่ไม่มีเสียงตอบกลับ เดินไปหลังร้านเห็นเลือดท่วม จึงวิ่งมาบอกพี่สาว ตร.คาดคนร้ายทำทีมาซื้อของ เห็นยายอยู่คนเดียวจึงก่อเหตุ แต่ยายฮึดสู้จึงโดนฆ่าจนตาย และทำร้ายตาที่เห็นเหตุการณ์ เกิดเหตุช่วงฝนตกหนักไม่มีคนได้ยินเสียงร้อง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : อำมหิต! ฆ่าชิงทรัพย์ ทุบหัวยายดับคาร้านขายของชำ - ตาป่วยติดเตียงเจ็บสาหัส   -จนท.ปกครองเมืองเลย บุกจับกุมผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติด รัวยิงหนุ่มวัย 35 ล้มฟุบจมกองเลือด ใส่กุญแจมือรุมกระทืบซ้ำสุดท้ายเสียชีวิต ป้าผู้ตายเล่า จนท.แสดงบัตรอ้างเป็น ปปส.ได้ยินเสียงปืนหลายนัด เห็นจนท.ทำร้ายหลานชายทารุณ ร้องขอชีวิตหลานไม่มีใครฟัง ยันไม่เผาศพ จะสู้จนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม ด้าน 2 ใน 7 ผู้ก่อเหตุเป็นกำนันและผู้ช่วยกำนันเข้ามอบตัว ยอมรับยิงจริงเพื่อป้องกันตัว เพราะผู้ตายมีมีด พบยาบ้าในบ้าน 12 เม็ด ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : โวย จนท.จับยาเสพติด รัวยิงชายวัย 35 ใส่กุญแจมือรุมกระทืบซ้ำ ญาติขอความเป็นธรรม ลั่นไม่เผาศพ    -เปิดคลิปหลอนชวนขนลุกที่อ่างทอง เด็กหญิงวัย 14 ปี นั่งร้องไห้ กรีดร้องโหยหวน ญาตินำพระเครื่อง สายสิญจน์มาคล้องคอ อาการจึงสงบลง แม่เด็กเล่าลูกปวดหัว ปวดท้อง พาไปหาหมอที่โรงพยาบาล แต่ระหว่างทางเกิดกรีดร้องขึ้นว่าบอกว่าพบเห็นวิญญาณที่อยู่ข้างทางจะนำตัวไปอยู่ด้วย หมอดูบอกมีสัมภเวสีเข้ามาแฝงร่าง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านไม่ปกป้อง เนื่องจากตะเคียน 2 ท่อนอยู่ใต้บ้านอยากขึ้นมาอยู่ข้างบน วอนผู้เชื่อสิ่งลี้ลับมาช่วยขุดต้นตะเคียน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : คลิปหลอน ด.ญ.วัย 14 ร้องโหยหวนคล้ายถูกผีเข้า หมอดูชี้มีสัมภเวสีแฝงเข้าร่าง แนะขุดต้นตะเคียนใต้บ้าน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UWdukJsz1cg

 11,255
การเมือง
20 ก.ย. 62

'เทพไท' ให้คะแนนนายกฯ สอบตก อภิปรายถวายสัตย์ 'ปิยบุตร' ได้ 10 เต็ม

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ว่า ถ้าจะให้คะแนนการอภิปรายครั้งนี้   1.ประธานฯ ได้เต็ม 10 เพราะควบคุมการอภิปรายได้ดีเยี่ยมไม่มีการตีรวน   2.ผู้อภิปรายของพรรคร่วมฝ่ายค้าน นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้คะแนนสูงสุดเต็ม 10 เพราะเตรียมข้อมูลมาดี อ้างอิงข้อมูลได้ชัดเจน อภิปรายรัดกุม ตั้งคำถามตรงประเด็น รองลงไปคือนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ที่เปรียบเทียบพฤติกรรมนายกฯได้เห็นภาพชัด ส่วนคนอื่นๆได้ระดับปานกลาง   3.รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบประเด็นข้อซักถามเรื่องการถวายสัตย์ฯ ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ที่ชี้แจงแทน ก็ตอบแบบขี่ม้าเลียบค่าย ไม่ตรงประเด็น เปรียบเป็นนักเรียนที่ให้เพื่อนทำข้อสอบแทน ลักษณะเช่นนี้ควรปรับตกไม่ควรได้คะแนน ทำให้การอภิปรายครั้งนี้เป็นได้แค่พิธีกรรมทางการเมือง สังคมไม่ได้ข้อเท็จจริงในสิ่งที่ค้างคาใจ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-jncGRIRb7Q

 7,211
การเมือง
19 ก.ย. 62

ส่องนายกฯ อ่านรายงานขบวนการทำลายประเทศในสภา โฆษกชี้เป็นความลับด้านความมั่นคง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั่งฟังการอภิปรายอยู่ในที่ประชุมสภานั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังนั่งอ่านรายงานฉบับหนึ่งที่หน้าปกเขียนว่า “โครงข่ายขบวนการทำลายประเทศ” ซึ่งสร้างความฮือฮาให้กับบรรดาช่างภาพและสื่อมวลชนที่สังเกตเห็น โดยเป็นข้อมูลที่หน่วยข่าวความมั่นคงทำสรุปขึ้นมาเสนอรายงานตามปกติ มีเนื้อหารายละเอียดเกี่ยวข้องโยงเครือข่ายไปถึงฝ่ายการเมือง และเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการหมิ่นสถาบันรวมอยู่ด้วย   ขณะที่นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารที่ฝ่ายความมั่นคงสรุปข้อมูลส่งให้กับนายกฯ ถือเป็นความลับไม่สามารถเปิดเผยได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/eOOmeKqTPBU

 3,215
การเมือง
19 ก.ย. 62

'ปิยบุตร' อัด 'ประยุทธ์' หนีปัญหา ทำอะไรก็ไม่ผิด ได้รับข้อยกเว้นทุกองค์กร

นายปิยบุตร แสงกนกกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์ภายหลังอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามมาตรา 152 กรณีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบตามรัฐธรรมนูญว่า ว่าฝ่ายค้านทำได้ดี ใช้เวลากระชับและเก็บครบทุกประเด็น ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 แต่เสียดายคำถามที่ถามไป ไม่ได้รับคำตอบอย่างชัดแจ้งจากคณะรัฐมนตรี   โดยเฉพาะคำถามการกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบ แต่มีพระราชดำรัสตอบ แล้วจะถือว่าการถวายสัตย์ปฏิญาณสมบูรณ์ ถือเป็นบรรทัดฐานต่อจากนี้หรือไม่ ซึ่งตนและนายสุทิน คลังแสง สส.พรรคเพื่อไทย ถามซ้ำไปแล้วแต่ก็ไม่ได้คำตอบ เพราะประเทศไทยไม่ได้มีนายกรัฐมนตรีชื่อ พลเอกประยุทธ์ และรองนายกรัฐมนตรีคือ นายวิษณุ เครืองาม ไปตลอด ต้องมีการเปลี่ยนรัฐบาลไป หากปล่อยให้คลุมเครือไม่ใช่เรื่องใหญ่โต   แต่ประเด็นคือนายกรัฐมนตรีหนีปัญหา ถ้ายอมรับตั้งแต่วันแรกแล้วพยายามหาทางแก้ไขเรื่องก็จบ แต่นายกรัฐมนตรีไม่ได้พิสูจน์ความเป็นผู้นำ และพร้อมจะรับผิดชอบตามที่ได้พูดไว้ แต่กลับหนีสภา มาตอบบ้าง ไม่มาตอบบ้าง หนีสภาบ้าง จึงยังไม่ได้ข้อเท็จจริง ไม่ได้บรรทัดฐาน ว่าอะไรทำให้ พลเอกประยุทธ์ หยิบกระดาษแข็งแผ่นนั้นขึ้นมาจากกระเป๋าและคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน   อย่างไรก็ตามฝ่ายค้านยังไม่ได้มีการหารือว่าจะใช้ช่องทางทางกฏหมายดำเนินการต่อไปหรือไม่ แต่กำลังตัดสินใจกันว่าหลังจากเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลหรือไม่   ซึ่งเชื่อว่าประชาชนเข้าใจได้ว่าฝ่ายค้านพยายามเต็มที่แล้วในการยึดรัฐธรรมนูญเป็นหลัก ส่วนนายกรัฐมนตรีก็แสดงให้เห็นแล้วว่าไม่ได้แยแสรัฐธรรมนูญ และเรื่องนี้ก็จะเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาภาพรวมทั้งหมด   และหลังจากนี้หากทุกคนเห็นว่า พลเอกประยุทธ์ ได้รับข้อยกเว้นจากรัฐธรรมนูญและทุกองค์กร ก็จะเป็นเรื่องใหญ่กว่าการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านแต่เป็นเรื่องของสังคมและประชาชนทุกคนว่ารัฐธรรมนูญที่ใช้กับทุกคน แต่พลเอกประยุทธ์ ได้รับการยกเว้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LWp1B2WZ_Co

 2,205
การเมือง
19 ก.ย. 62

'วิษณุ' ตอบปมถวายสัตย์แทนนายกฯ ชี้เป็นเรื่องของรัฐบาล-พระมหากษัตริย์

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวชี้แจงการอภิปรายปมถวายสัตย์ว่า ญัตติที่มีการอภิปรายวันนี้ เป็นหลักการใหม่ที่เพิ่งบัญญัติไว้ในมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันให้มีการอภิปรายโดยไม่ลงมติเป็นครั้งแรก ซึ่งมีเจตนารมณ์ต้องการให้ ส.ส. สอบถามและเสนอแนะในเชิงปรึกษาหารือกัน มากกว่าการต่อสู้ทางการเมือง   ซึ่งประเด็นหลักในวันนี้ที่มีการอภิปรายกันเป็นเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณ ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2562 หลังจากทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีรวมทั้งหมด 36 คนและก็จำเป็นต้องเข้าเฝ้าเพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 ที่บัญญัติไว้ว่าต้องมีการถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนเข้ารับหน้าที่ โดยกระทำต่อหน้าพระพักตร์ ข้าราชการราชสำนักชั้นผู้ใหญ่ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ รวมถึงผู้สื่อข่าวสายพระราชสำนัก   นายวิษณุ อธิบายว่า การกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนด้วยการหยิบบัตรแข็งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เป็นเช่นเดียวกับที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีจัดเตรียมให้นายกรัฐมนตรีทุกคนในอดีต ไม่มีการสลับสับเปลี่ยน ซึ่งเมื่อนายกรัฐมนตรีกล่าวแต่ละท่อน คณะรัฐมนตรีทุกคนก็จะกล่าวตามไปทีละท่อนจนจบ แต่ยืนยันว่าไม่ทราบสาเหตุที่มีการอ่านไปเพียงเท่านั้นเป็นเพราะเหตุใด   แต่หากจะขยายความคือการถวายสัตย์ปฏิญาณนั้น เป็นเรื่องระหว่างรัฐบาลกับพระมหากษัตริย์ และเจตนารมณ์ของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ. ระบุว่ามาตรา 161 มีเจตนารมณ์เพื่อเป็นการยืนยันต่อองค์ผู้ทรงใช้อำนาจอธิปไตย ให้เกิดความไว้วางใจในตัวผู้กล่าวคำปฏิญาณนั้น สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ใช้คำว่า "ดังนั้นการถวายสัตย์ปฏิญาณจึงเป็นความสัมพันธ์ระหว่างคณะรัฐมนตรีกับพระมหากษัตริย์"   ส่วนการกล่าวไม่เหมือนกับรัฐธรรมนูญ นายวิษณุกล่าวว่า การที่พูดคุยกันวันนี้เป็นประเด็นเรื่องการ "ถวายสัตย์ปฏิญาณ" ซึ่งต่างไปจากการ "ปฏิญาณตน" โดยการปฏิญาณตน ส.ส. ส.ว. หรือผู้สำเร็จราชการต้องทำในที่ประชุมสภา แต่การถวายสัตย์ปฏิญาณเป็นการกระทำต่อหน้าพระมหากษัตริย์เท่านั้น ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีผู้ถวายสัตย์และมีผู้รับการถวายสัตย์คือพระมหากษัตริย์ ซึ่งจะทำโดยบุคคล 4 ประเภทเท่านั้นคือ องคมนตรี คณะรัฐมนตรี ผู้พิพากษา และตุลาการ   นายวิษณุบอกว่า กระบวนการถวายสัตย์ปฏิญาณเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม เป็นไปโดยเปิดเผยไม่ได้เป็นความลับและในเวลาต่อมาก็มีการพระราชทานพระราชดํารัสเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ว่า "ขอถือโอกาสนี้ให้กำลังใจแก่ท่าน ให้ท่านมีความมั่นใจมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้ได้ตามคำถวายสัตย์ปฏิญาณ และขอให้เข้าทำหน้าที่ รับหน้าที่ ปฏิบัติหน้าที่" ซึ่งเป็นถ้อยคำที่ชัดเจนโดยไม่ต้องตีความว่ารัฐบาลได้เข้าทำหน้าที่แล้ว เหมือนกับทุกรัฐบาลที่เข้าปฏิบัติหน้าที่และบริหารราชการแผ่นดิน   ส่วนปัญหาเรื่องมาตรฐานทางจริยธรรม นายวิษณุบอกว่า หากมีการละเมิดก็เป็นเรื่องที่ตรวจสอบกันได้ สามารถส่งเรื่องไปที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ โดย ป.ป.ช. จะไปร้องต่อศาลฎีกา หากชี้มูลว่าละเมิดต่อมาตรฐานจริยธรรม ซึ่งรัฐบาลเองก็ไม่ได้หนักใจเรื่องนี้ และทุกอย่างก็สามารถดำเนินการไปตามปกติได้ รัฐบาลก็จะก้มหน้าก้มตาปฏิบัติงานตามที่ถวายสัตย์ปฏิญาณ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TCTCJoivTgA

 484
การเมือง
19 ก.ย. 62

'สุทิน' สรุปปิดอภิปรายปมถวายสัตย์ ชี้ 'ประยุทธ์' ดึงฟ้าต่ำเพื่อปกป้องตนเอง

นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้านระบุ การไม่ดำรงรักษาไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่น่ากังวล ซึ่งคนระดับนายกรัฐมนตรีที่ไม่ทำตามกฏหมายอานุภาพการทำลายล้าง สูงกว่าบุคคลทั่วไปทำให้ฝ่ายค้านมีความกังวล จึงต้องมีการขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามมาตรา 152 เพื่อต้องการซักถามให้เกิดความกระจ่างเพราะที่ผ่านมายังไม่เคยได้รับคำตอบเหตุใดจึงถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบหรือหากจงใจ จงใจเพราะเหตุใด   สิ่งที่นายกรัฐมนตรีละเมิดรัฐธรรมนูญวันนี้คือถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน ทุกคนมีความเห็นว่านายกรัฐมนตรีจงใจถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบ เพราะความเคยชินจากการกระทำที่รัฐธรรมนูญจากอดีตที่ผ่านมา ทำให้หลายคนกังวลว่านายกรัฐมนตรีจะยึดอำนาจอีกหรือไม่ จึงขอให้นายกรัฐมนตรีกลับใจหากกลับใจไม่ได้ก็ขอให้ลาออก   แต่จากการซักถามตลอดทั้งวันทำให้ตนและฝ่ายค้านผิดหวังและเสียใจ นอกจากนายกรัฐมนตรีจะไม่ตอบคำถามด้วยตัวเอง แต่ไปให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่าจะไม่ลาออกจากตำแหน่งและจะไม่มีการปรับคณะรัฐมนตรี   หลังจากผิดหวังจากนายกรัฐมนตรีแล้วก็มาผิดหวังและเสียใจกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพราะคิดมาตลอดว่านายวิษณุเป็นคนเก่ง ชอบความคิด ชอบอุดมการณ์ แต่ต้องมาผิดหวังเพราะนายวิษณุพูดเท็จ เพราะมีลำดับขั้นตอนพิธีการของทางสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ประเด็นที่คือทำไมไม่กล่าวตามบทบัญญัติที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ แม้จะเป็นเรื่องระหว่างรัฐบาลกับพระมหากษัตริย์แต่ในบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญกำหนดไว้เหตุใดจึงไม่พูด   และการนำคณะรัฐมนตรีถวายสัตย์ปฏิญาณทุกครั้งพระมหากษัตริย์ก็พระราชทานพระบรมราโชวาททุกรัฐบาล อย่านำมาเป็นคุณเป็นขอโทษต่อฝ่ายตนเอง โดยอ้างว่าเป็นเรื่องระหว่างรัฐบาลกับพระมหากษัตริย์ เพราะเป็นการให้คำมั่นสัญญาต่อพระมหากษัตริย์ผ่านมายังประชาชน   วันนี้การไม่กล่าวถ้อยคำตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่ถูกสร้างโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายวิษณุ เครืองาม   วันนี้เสียใจเป็นที่สุดที่นายกรัฐมนตรีและทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก ถ้าแก้ไขตั้งแต่วันแถลงนโยบายเรื่องก็จบ   นอกจากนี้ยังทำให้เห็นว่านายกรัฐมนตรีฝากเรื่องใหญ่ไว้ให้เป็นแผล ทำให้หลายคนคิดว่าดึงฟ้าต่ำเพื่อปกป้องตนเอง สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ และทำลายหลักนิติรัฐนิติธรรมโดยสิ้นเชิง แปลว่าต่อไปนี้รัฐธรรมนูญมาตรา 161 วรรค 2 ตัดออก ทิ้งได้เลยโดยไม่ต้องมีผลบังคับใช้ ใกล้จะถวายสัตย์ปฏิญาณก็เอาตามสะดวกแค่ทำตามกระบวนการแต่เนื้อหาสาระไม่ต้อง เป็นเช่นนั้นใช่หรือไม่ แต่อย่างก็ตามวันนี้ฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่สมบูรณ์แล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wmUB4gj8ABA

 345
การเมือง
19 ก.ย. 62

'เสรีพิศุทธ์' อัดนายกฯคุมสติไม่ได้ จี้ใจดำอาจคิดปฏิวัติอีก เพราะเคยทำมาแล้ว

พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย อภิปรายว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่มีความรู้ทางกฎหมาย แล้วจะบริหารประเทศชาติได้อย่างไร โดยอภิปรายถึงถ้อยคำที่พลเอกประยุทธ์กล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณตน เปรียบเทียบกับถ้อยคำที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 161 ซึ่งมีลักษณะต่างกัน ซึ่งเมื่อความปรากฏว่านายกรัฐมนตรีถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบตามรัฐธรรมนูญ ก็มีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงมา   ส่วนประเด็นศาลรัฐธรรมนูญไม่รับเรื่องไว้พิจารณาวินิจฉัย พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ กล่าวย้ำว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้มีการวินิจฉัยว่าการถวายสัตย์ปฏิญาณครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ จึงเป็นหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย เพื่ออภิปรายซักถามให้คลายข้อสงสัย   ตลอดระยะเวลา 5 ปีกว่าที่พลเอกประยุทธ์ยึดอำนาจ เข้าบริหารราชการแผ่นดิน แต่เมื่อเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว ส.ส.ในฐานะผู้แทนราษฎรจะต้องเข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้ รวมถึงกล่าวพาดพิงถึงคดีที่ออสเตรเลียของร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วยังกล่าวข่มขู่ฝ่ายค้านหากอภิปรายประเด็นถวายสัตย์ จนนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ต้องขอให้ยุติการอภิปรายพาดพิง ขณะที่นางสาวปวีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ก็ลุกขึ้นประท้วงว่าผู้อภิปรายกำลังนอกประเด็น   จากนั้นพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ อภิปรายในช่วงท้าย โดยเรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก เช่นเดียวกับแนวทางของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ รัฐบุรุษ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KjCOoCcgM1c

 5,031

Top