ค้นหา :

ผลการค้นหา "รองตี๋"

สังคม-อาชญากรรม
01 ส.ค. 62

'เสี่ยเบนซ์' ซึ้งใจศาลให้รอลงอาญา เพิ่มเงินให้บ้านรองตี๋เดือนละ 4 หมื่น ลูกสาวผู้ตายสวมกอดเหมือนเป็นพ่ออีกคน

นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 56 ปี เสี่ยเจ้าของบริษัทใหญ่ เดินทางมาที่ศาลจังหวัดตลิ่งชัน เพื่อฟังคำพิพากษาชั้นต้น ในคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญาธนบุรี 5 ยื่นฟ้อง ในฐานความผิดขับรถด้วยความเร็วเกินอัตราที่กฏหมายกำหนด / ขับรถในขณะเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายได้รับอันตรายสาหัสและทรัพย์สินเสียหาย / ขับรถโดยประมาทอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคล หรือทรัพย์สินเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และได้รับอันตรายสาหัส   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ศาลลดข้อหา 'เสี่ยเบนซ์' เหลือ 3 ข้อหา - ให้ประกันตัว พี่ชายเผยจะขอรับลูกคนตายเป็นหลาน พร้อมเลี้ยงดูส่งเสีย ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘เสี่ยเบนซ์’ ก้มกราบเท้า ขออโหสิกรรม ครอบครัวรองตี๋-ภรรยา  ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'เสี่ยเบนซ์' บวชหน้าไฟให้ 'รองตี๋-ภรรยา' ป้าเล่านาทีสะเทือนใจ 'น้องแพร' กอดพี่สาวบอก "อย่าทิ้งหนูนะ"   กรณีเมาแล้วขับรถเบนซ์สปอร์ต ชนประสานงานกับ รถส่วนตัวของพันตำรวจโทจตุพร งามสุวิชชากุล หรือรองตี๋ รองผู้กำกับการสอบสวน กองกำกับการ 2 กองปราบปราม ที่เดินทางมาพร้อมครอบครัวจน พันตำรวจโทจตุพร พร้อมภรรยาเสียชีวิต ส่วนลูกสาวคนเล็ก ได้รับบาดเจ็บ โดยจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน พร้อมจ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหายให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต 45 ล้านบาท และได้ประกันตัวระหว่างพิจารณา ในวงเงิน 200,000 บาท     ขณะที่บุตรสาวทั้งสองคนของผู้ตาย คือเด็กหญิงพิชญาภา หรือน้องแพร งามสุวิชชากุล อายุ 12 ปี และ นางสาวศุภาพิชญ์ งามสุวิชชากุล บุตรสาวคนโต หรือ น้องพลอย อายุ 16 ปี พร้อมกับญาติ ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาด้วย   โดยศาลพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดกรรมเดียวแต่หลายความผิดจึงลงโทษหนักที่สุดตาม พรบ.จราจรทางบก จำคุก 6 ปี ปรับ 2 แสนบาท แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ มีความสำนึกผิด ไม่เคยมีประวัติต้องโทษมาก่อน อีกทั้งหลังเหตุการณ์ได้ชดใช้ค่าเสียหาย ผู้เสียหายจึงไม่ติดใจเอาความ   ศาลจึงให้โอกาสกลับตนเป็นคนดีของสังคม ลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 3 ปี โทษจำคุกให้รอลงอาญา 3 ปี และปรับ 1 แสนบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามดื่มสุรา และของมึนเมา และต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 8 ครั้ง ใน 2 ปี รวมทั้งกิจกรรมบริการสังคมและสาธารณประโยชน์ 48 ชั่วโมงในเวลา 1 ปี และหากจำเลยไม่จ่ายค่าปรับ จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ     หลังฟังคำพิพากษานายสมชาย ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ขอบคุณครอบครัวผู้เสียหายที่ให้อภัย ขอบคุณศาลที่ให้โอกาสและขอบคุณสังคมที่ให้อภัย หลังจากนี้จะมอบเงินให้บุตรสาวของพันตำรวจโทจตุพร 2 คน คนละ 10,000 บาท ต่อเดือน และค่าใช้จ่ายให้กับครอบครัว 20,000 บาท รวม 40,000 บาท เป็นระยะเวลา 8 ปี พร้อมฝากไปถึงพันตำรวจโทจตุพรและภรรยาขอให้ไปสู่สุขคติสู่ภพภูมิที่ดี ตนเองขอสัญญาว่าจะดูแลบุตรสาวทั้ง 2 คนให้ดีที่สุด   ทั้งนี้ตนเองตกเป็นผู้กระทำความผิด จึงไม่กล้าสอนหรือแนะนำอะไรให้กับผู้ดื่มแอลกอฮอล์ว่าให้ทำตัวอย่างไร แต่สำหรับตนเองนั้นตัดสินใจจะเลิกดื่มตลอดชีวิต ตอนนี้รู้สึกโล่งใจ หลังจากเครียดมานานกว่า 3 เดือน     ขณะที่บุตรสาวทั้งสองคนของรองตี๋ คือเด็กหญิงพิชญาภา หรือน้องแพร งามสุวิชชากุล อายุ 12 ปี และ นางสาวศุภาพิชญ์ บุตรสาวคนโต หรือ น้องพลอย อายุ 16 ปี กล่าวว่า ในช่วงแรกยอมรับว่ามีผลกระทบ ทำใจไม่ได้ มีผลกระทบกับการเรียน แต่ก็มีครอบครัวคอยให้กำลังใจทำให้ต้องเข้มแข็งและผ่านเรื่องเลวร้ายไปให้ได้ ดีกว่ามาโกรธแค้นกัน รวมถึงคู่กรณีก็ดูแลเป็นอย่างดี และได้รับกำลังใจเป็นอย่างดีกับทุกคน หลังจากนี้จะตั้งใจเรียน เพราะมีความฝันอยากเป็นหมอจะได้รักษาคน   ด้านนางขนิษฐา เลิศวรจักรพงษ์ ป้าที่เป็นผู้ดูแลน้องทั้งสองคน กล่าวว่า ครอบครัวเริ่มต้นจากการให้อภัยตั้งแต่แรกที่คู่กรณีเข้าไปกราบแม่ของผู้เสียชีวิต ซึ่งทางครอบครัวได้พูดกับนานสมชายว่าให้อภัยและขอให้เลิกดื่มแอลกอฮอล์ตลอดชีวิต. จึงทำให้นายสมชายได้รับโอกาสจากสังคม     ทั้งนี้มีภาพประทับใจ เมื่อช่วงหนึ่งน้องแพร ลูกสาวคนเล็กวัย 12 ปี ที่ได้แสดงความสนิทสนมกับนายสมชายด้วยการเข้าไปกอดอีกฝ่ายและทั้งคู่ยังจูงมือกันเดินไปราวกับเป็นพ่อลูกกันจริงๆ สร้างความประทับใจให้แก่คนที่เห็นอย่างมากมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/n_Yg5lqHcJE

 24,791
สรุปข่าว
01 ส.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 1 ส.ค.62 จ่อออกหวยใหม่แบบรูปภาพ-กระบะพุ่งกลางวงข้าว-รอลงอาญาเสี่ยเบนซ์

-กองสลากเคาะแล้วหวยออนไลน์ รูปแบบภาพ 12 นักษัตรเป็นครั้งแรกของโลก ซื้อขายผ่านออนไลน์ชุดละ 50 บาท ผู้ซื้อเลือกภาพนักษัตร 1 ภาพจาก 12 ภาพ ครบ 4 หลัก มีสิทธิ์ถูกรางวัล 2 ประเภท ถูก 4 ภาพตรง หรือ 4 ภาพสลับหลัก เงินรางวัลมาจาก 60% ของยอดขาย เฉลี่ยตามผู้ถูกรางวัล ถ้าไม่มีใครถูกให้ทบไปงวดหน้า     คาดดึงเงินจากผู้ซื้อใต้ดินได้ไม่ค่ำกว่าแสนล้าน ยันไม่มอมเมา ปชช. ขายให้คนอายุ 20 ปีขึ้นไป ผู้ถือบัตรคนจนหมดสิทธิ์ซื้อ ยังไม่ระบุเริ่มได้เหมื่อไร่ เตรียมส่งกฤษฎีกาตีความ เปิดประชาพิจารณ์ 2-3 เดือน ก่อนเสนอ ครม. ลุ้นหวยแบบใหม่ ภาพ 12 นักษัตร ที่แรกของโลก ขายออนไลน์ใบละ 50 บาท ทั้งเต็ง-โต๊ด คนถือบัตรคนจนอาจซื้อไม่ได้   -ศาลพิพากษาจำคุก 3 ปี ปรับ 1 แสน คดีเสี่ยเบนซ์เมาขับชนรองตี๋และภรรยาเสียชีวิต โทษคุกให้รอลงอาญา 3 ปี ต้องรายงานตัว 8 ครั้งใน 2 ปี บริการสังคม 48 ชม.ใน 1 ปี เสี่ยเบนซ์เผยขอบคุณครอบครัวผู้เสียหายที่ให้อภัยตั้งแต่วันแรก ขอบคุณศาลที่ให้โอกาส ขอบคุณสังคมที่ให้อภัย พร้อมให้เงินครอบครัวเหยื่อเพิ่มอีกเดือนละ 4 หมื่นเป็นเวลา 8 ปี สัญญาเลิกดื่มตลอดชีวิต   ลูกสาวรองตี๋ร่วมพิจารณาคดี น้องแพรลูกสาวคนเล็กผู้ตายสวมกอดเสี่ยเบนซ์ เดินจูงมือกันเหมือนพ่อลูก ญาติรองตี๋บอกไม่ติดใจ ให้อภัยตั้งแต่วันที่เสี่ยเข้ามากราบเท้าแม่ 'เสี่ยเบนซ์' ซึ้งใจศาลให้รอลงอาญา เพิ่มเงินให้บ้านรองตี๋เดือนละ 4 หมื่น ลูกสาวผู้ตายสวมกอดเหมือนเป็นพ่ออีกคน    -สุดารัตน์ไม่เชื่อมั่นบิ๊กตู่ เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจเอง ชี้ทีมเศรษฐกิจเดิม นายกคนเดิม 5 ปีที่ผ่านมาแก้ปัญหาไม่ได้ สิ่งเดียวที่ต่างคือตอนนั้นมีม.44 แต่วันนี้ไม่มี ไม่มั่นใจความสามารถบิ๊กตู่ว่าจะทำให้ดีกว่าเก่า แต่ก็ขอรอดูผลงาน     -นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ อดีต รมช.เกษตรฯสมัยยิ่งลักษณ์ อดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทย เข้าสมัครสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ท่ามกลางกระแสวิจารณ์เลือดไหลออกจากเพื่อไทยไม่เลิก แม้ผ่านพ้นเลือกตั้งไปแล้ว สุดารัตน์บอกการดูด ส.ส.เป็นเรื่องของคดีต่อรอง ไม่เกี่ยวกับความขัดแย้งในพรรค เป็นการใช้อนาจเงินและอำนาจรัฐ ด้านเจ้าตัวยันไม่ได้ถูกบังคับหรือต่อรองเรื่องคดี เพราะไม่เคยมีคดีความอาญาต่อรองอะไร แต่ถึงมีจริงก็ต้องย้ายมาก่อนเลือกตั้ง ยันมาร่วมเพื่อทำงานพัฒนาและช่วยเหลือชาวศรีสะเกษ พปชร.เปิดตัว 'พรศักดิ์' ย้ายขั้ว 'หญิงหน่อย' แฉถูกดูดแลกคดีความ    -วิกฤต ร.ร.ขนาดเล็ก สพฐ.เสนอยุบรวม ร.ร.เล็ก 18,000 แห่งทั่วประเทศ แก้ปัญหาคุณภาพการศึกษา ร.ร.ขาดใหญ่หรือ ร.ร.แม่เหล็กสามารถควบรวมได้ 3-4 แห่ง แต่ที่ผ่านมาปล่อยควบรวมสมัครใจได้แค่ 83 ร.ร. หากปล่อยแบบนี้ต้องใช้เวลา 28 ปีแก้ปัญหา เตรียมเสนอแผนให้ รมว.ศึกษาพิจารณา     -เตือนภัยสาวจอดรถในห้าง หนุ่มหื่นชักปืนจี้สาวในลานจอดรถดังย่านบางนา บังคับขับรถเข้าโรงแรมหวังขืนใจ เหยื่อสาวเผยกำลังนั่งแต่งหน้าในรถ มีชายอ้วนเปิดประตูชักปืนบังคับให้ขับไป ร.ร.ม่านรูด 2 แห่ง แต่ที่แรกปิดบริการ   ก่อนเหยื่อสาวไหวพริบดี จอดรถแกล้งขับชนโต๊ะ หวังให้พนง.เห็นพิรุธ สบโอกาสวิ่งร้องให้คนช่วย ชายหื่นเห็นท่าไม่ดีขับรถเหยื่อหนี ตร.แกะรอยกล้องวงจรปิด พบชายหื่นส่วมยูนิฟอร์ม พนง.บริษัทตามล่าถึงที่ทำงาน รวบตัวไว้ได้ สารภาพเป็น พนง.ขับรถ เห็นเหยื่อหน้าตาดี เปิดประตูรถทิ้งไว้ เลยเกิดอารมณ์ รับทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ก่อนถูกญาติเหยื่อรุมประชาทัณฑ์คาโรงพัก สาวแต่งหน้าไม่ปิดประตูรถ ถูกชายหื่นชักปืนขู่คาลานจอด บังคับขับเข้าม่านรูด ก่อนใช้ไหวพริบหนีรอดมาได้   -สยอง กระบะขับลากศพตาพิการวัย 85 ปี อยู่ใต้ท้องรถไกลกว่า 40 กม.ก่อนจอดลงไปลากศพทิ้งกลางตลาดสดอุดรฯ วงจรปิดเห็นภาพคนขับพยายามดึงศพใต้ท้องรถ สภาพศพสยองร่างขาดตั้งแต่หัว-เท้า ญาติเผยคนตายเดินไม่ได้ อาจคลานออกจากบ้านแล้วถูกรถชน ร่างมุดเข้าใต้ท้องรถ ตร.ติดตามคนขับมาสอบสวน กระบะลากศพชายพิการติดใต้ท้องรถ ร่างขาดสยองขับข้ามจังหวัด ก่อนหลบหนี    -ที่ประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม มีมติเห็นชอบอธิบดีศาลอาญาภาค 8 ในคลิปเพื่อนโชคไม่ผิดวินัย แต่กระทำไม่เหมาะสมกับ ตร.นครศรีธรรมราชที่จุดตรวจ อ้างเป็นเพื่อนผู้กำกับโชค เห็นควรให้มีหนังสือว่ากล่าวตักเตือน อธิบดีศาลอาญาภาค 8 ไม่ผิดวินัย 'คลิปเพื่อนโชค' ด้าน ผกก.โชค ยัน ตร.ยังทำหน้าที่เหมือนเดิม   -ศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต 2 ผู้ต้องหาอุ้มฆ่าสาวทอม โบกปูนฝังดินที่รีสอร์ทกาญจนบุรี ส่วนผกก.โรงพักบ้านโป่งและกำนันคนจ้างวานโดนคุก 15 และ 10 ปี ยกฟ้องสาวต้นเรื่องที่เป็นกิ๊กอดีต ผกก. พ่อแม่เหยื่อน้อมรับคำตัดสิน แต่เห็นว่าลงโทษน้อยไป แม่บอกคนตายแต่งตัวหล่อมาเข้าฝัน เชื่อไปสู่ภพภูมิที่ดีแล้ว จำคุกตลอดชีวิต 2 มืออุ้มฆ่าสาวทอม - คุก 15 ปี อดีต ตร.บงการ ยกฟ้องสาวคนสนิท   -ศักดิ์สยาม ชิดชอบ เตรียมเสนอเอาผิดคนขับรถน้อยกว่า 80 กม./ชม.วิ่งเลนขวา ต้นตอทำรถติด แจงใช้ความเร็ว 120 กม./ชม. ขับได้แต่ถนน 4 เลนขึ้นไป เล็งใช้ทางหลัก-ทางคู่ขนานก่อน ส่วนรถโดยสารต้องขับตามกฎตามเดิม เสนอไอเดียแก้รถติด จับรถวิ่ง 80 กม./ชม. ขับแช่เลนขวา - แจงวิ่ง 120 กม./ชม. บนถนน 4 เลน ได้แค่รถส่วนตัว   -กระบะส่งของพุ่งทะลุบ้านกลางวงข้าว เสียชีวิต 1 บาดเจ็บ 3 ตาเจ้าของบ้านเล่ากำลังกินข้าวกัน 4 คน เห็นแส่งไฟพุ่ง รีบคว้าหลานมาอุ้ม ลูกสาวถูกอัดก็อปปี้ติดรั้วบ้าน คนขับกระบะอ้างเห็นเงาดำตัดหน้าเลยตกใจ นั่งล้อมวงกินข้าว เจอกระบะพุ่งทะลุบ้านผ่ากลางวงดับ 1 เจ็บ 3 คนขับอ้างตกใจเงาดำตัดหน้า    -เสี่ยเอก บ่อพลอย น้อง สจ.ดังผู้ต้องหาคดียาเสพติด คิดสั้นใช้เสื้อวอร์มผูกคอตายคาห้องขัง สภ.กบินทร์บุรี เสียชีวิตคาลูกกรงต่อหน้าเพื่อนผู้ต้องหา 14 คน หลังถูกจับบ่นว่าอยากตายพยายามผูกคอมาแล้ว 1 ครั้งแต่ไม่สำเร็จ ก่อนอาศัยช่วงชุลมุนหลังญาติมาเยี่ยมปลิดชีพตัวเอง 'เสี่ยเอก บ่อพลอย' เครียดถูกจับยา 6 พันเม็ด คว้าเสื้อวอร์มผูกคอตายคาห้องขังดับ   -พ่อ นร.เตรียมทหารที่เสียชีวิตจากการโดดร่มเมื่อปี 57 ยืนถือป้ายประท้วงหน้าอัยการสูงสุด หลังคดีไม่คืบ มีผู้ถูกกล่าวหาพยายามแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมชั้นอัยการ ผ่านไปปีครึ่งไม่สั่งฟ้อง จนท.แจงล่าช้าเพราะมีคำร้องเยอะ ตร.และอัยการขัดแย้งกันบางประเด็น ยันไม่มีการแทรกแซง     -หนุ่ม ผจก.ร้านอาหารมอบตัว หลังตีเนียนขี่ จยย.ตามสาวเข้าหอพักลาดพร้าว อ้างแค่มาตามหาเพื่อน จะเข้าห้องน้ำ สารภาพนั่งกินเหล้าแล้วมีเพื่อนผู้หญิงโทรมาให้ไปหาที่ห้อง แต่ไม่รู้ว่าห้องไหน เลยเมาบิดประตูทุกห้อง ยันไม่ได้ตั้งใจ เมาไม่มีสติ จำอะไรไม่ได้ โดนปรับ 2 พัน หนุ่มตระเวนเคาะห้องสาวในหอพักโร่มอบตัว อ้างเมาจำอะไรไม่ได้เลย    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rzvgUdUmiNI

 2,623
สังคม-อาชญากรรม
31 ก.ค. 62

ศาลสั่งจำคุก 3 ปี รอลงอาญา-ปรับ 1 แสน ‘เสี่ยเบนซ์’ เมาแล้วขับ ชน รองตี๋-ภรรยา เสียชีวิต

ศาลสั่งจำคุก 3 ปี ให้รอลงอาญา-ปรับ 1 แสน ‘เสี่ยเบนซ์’ เมาแล้วขับ ชน รองตี๋-ภรรยา เสียชีวิต ด้าน ‘เสี่ยเบนซ์’ ให้สัมภาษณ์ระบุว่า ขอสัญญาว่าจะดูแลบุตรสาวทั้ง 2 คนของ ‘รองตี๋-ภรรยา’ ให้ดีที่สุด       จากกรณีนายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 56 ปี เสี่ยเจ้าของโรงงาน เมาแล้วขับรถเบนซ์สปอร์ต ชนประสานงานกับ รถของ พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล หรือ ‘รองตี๋’ รองผู้กำกับการสอบสวน กองกำกับการ 2 กองปราบปราม ที่เดินทางมาพร้อมครอบครัว เป็นเหตุให้ พ.ต.ท.จตุพร และภรรยา เสียชีวิต ส่วนลูกสาวคนเล็กได้รับบาดเจ็บ โดยจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน พร้อมจ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหายให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต 45 ล้านบาท และได้ประกันตัวระหว่างพิจารณา ในวงเงิน 200,000 บาท       ความคืบหน้าวันที่ 31 ก.ค. 62 นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ ได้เดินทางมาที่ศาลจังหวัดตลิ่งชัน เพื่อฟังคำพิพากษาชั้นต้น ในคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญาธนบุรี 5 ยื่นฟ้อง ในฐานความผิดขับรถด้วยความเร็วเกินอัตราที่กฏหมายกำหนด, ขับรถในขณะเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายได้รับอันตรายสาหัสและทรัพย์สินเสียหาย, ขับรถโดยประมาทอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคล หรือทรัพย์สินเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และได้รับอันตรายสาหัส        โดยในวันนี้ บุตรสาวทั้งสองคนของรองตี๋ คือน้องแพร อายุ 12 ปี และ น้องพลอย อายุ 16 ปี พร้อมกับญาติ ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาด้วย       โดยศาลพิพากษาว่า จำเลยกระทำความผิดกรรมเดียวแต่หลายความผิดจึงลงโทษหนักที่สุดตาม พรบ.จราจรทางบก จำคุก 6 ปี ปรับ 2 แสนบาท แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ มีความสำนึกผิด ไม่เคยมีประวัติต้องโทษมาก่อน อีกทั้งหลังเหตุการณ์ได้ชดใช้ค่าเสียหาย ผู้เสียหายจึงไม่ติดใจเอาความ ศาลจึงให้โอกาสกลับตนเป็นคนดีของสังคม ลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 3 ปี โทษจำคุกให้รอลงอาญา 3 ปี และปรับ 1 แสนบาท        พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามดื่มสุรา และของมึนเมา และต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 8 ครั้ง ใน 2 ปี รวมทั้งกิจกรรมบริการสังคมและสาธารณประโยชน์ 48 ชั่วโมงในเวลา 1 ปี และหากจำเลยไม่จ่ายค่าปรับ จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ       หลังฟังคำพิพากษานายสมชาย ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ขอบคุณครอบครัวผู้เสียหายที่ให้อภัย ขอบคุณศาลที่ให้โอกาสและขอบคุณสังคมที่ให้อภัย         หลังจากนี้ จะมอบเงินให้บุตรสาวของ พ.ต.ท.จตุพร 2 คน คนละ 10,000 บาท ต่อเดือน และค่าใช้จ่ายให้กับครอบครัว 20,000 บาท รวม 40,000 บาท เป็นระยะเวลา 8 ปี พร้อมฝากไปถึง พ.ต.ท.จตุพร และภรรยาขอให้ไปสู่สุขคติสู่ภพภูมิที่ดี ตนเองขอสัญญาว่าจะดูแลบุตรสาวทั้ง 2 คนให้ดีที่สุด        ทั้งนี้ ตนเองตกเป็นผู้กระทำความผิด จึงไม่กล้าสอนหรือแนะนำอะไรให้กับผู้ดื่มแอลกอฮอล์ว่าให้ทำตัวอย่างไร แต่สำหรับตนเองนั้นตัดสินใจจะเลิกดื่มตลอดชีวิต ตอนนี้รู้สึกโล่งใจ หลังจากเครียดมานานกว่า 3 เดือน        ขณะที่บุตรสาวทั้ง 2 คนรองตี๋ กล่าวว่า ในช่วงแรกยอมรับว่ามีผลกระทบ ทำใจไม่ได้ มีผลกระทบกับการเรียน แต่ก็มีครอบครัวคอยให้กำลังใจทำให้ต้องเข้มแข็งและผ่านเรื่องเลวร้ายไปให้ได้ ดีกว่ามาโกรธแค้นกัน รวมถึงคู่กรณีก็ดูแลเป็นอย่างดี และได้รับกำลังใจเป็นอย่างดีกับทุกคน หลังจากนี้จะตั้งใจเรียน เพราะมีความฝันอยากเป็นหมอจะได้รักษาคน        ด้านนางขนิษฐา เลิศวรจักรพงษ์ ป้าที่เป็นผู้ดูแลน้องทั้งสองคน กล่าวว่า ครอบครัวเริ่มต้นจากการให้อภัยตั้งแต่แรกที่คู่กรณีเข้าไปกราบแม่ของผู้เสียชีวิต ซึ่งทางครอบครัวได้พูดกับนานสมชายว่าให้อภัยและขอให้เลิกดื่มแอลกอฮอล์ตลอดชีวิต     ข่าวที่เกี่ยวข้อง ญาติพอใจ 'เสี่ยรถเบนซ์' เมาแล้วขับ ชดใช้ครอบครัว 'รองตี๋' 45 ล้าน ทำบุญให้ทุกวัน-เลิกเหล้า-ไม่ขับรถ  

 32,973
สังคม-อาชญากรรม
01 ก.ค. 62

อัยการสั่งฟ้อง 3 ข้อหา 'เสี่ยเบนซ์' เมาแล้วขับชนรองตี๋-ภรรยาดับ ศาลนัดพิพากษา 31 ก.ค.นี้

กรณีที่นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 56 ปี เสี่ยเจ้าของโรงงานขับรถเบนซ์สปอร์ต ซิ่งชนประสานงากับรถส่วนตัวของ พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล หรือรองตี๋ รอง ผกก.สอบสวน กก.2 บก.ป. ที่เดินทางมาพร้อมครอบครัว จนรองตี๋เสียชีวิตพร้อมภรรยา ส่วนลูกสาวคนเล็กได้รับบาดเจ็บนั้น ที่แขวงทวีวัฒนา เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา   ล่าสุดพนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญาธนบุรี 5 ได้ยื่นฟ้อง นายสมชาย เป็นจำเลย ในคดีหมายเลขดำ 1839/2562 ต่อศาลจังหวัดตลิ่งชัน 3 ข้อหา ได้แก่   1.ขับรถด้วยความเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด   2.ขับรถในขณะเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับอันตรายสาหัส และทรัพย์สินเสียหาย   3.ขับรถโดยประมาทอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายสาหัส   โดยอัยการสั่งไม่ฟ้องความผิดฐานฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นฯ ตามที่พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนแจ้งข้อหาดังกล่าวมาด้วย แต่อัยการพิจารณาแล้วพฤติการณ์ไม่เข้าองค์ประกอบความผิดทางกฎหมาย โดยก่อนการยื่นฟ้องนั้นนายสมชายได้รับการปล่อยตัวไปด้วยวงเงิน 200,000 บาท   ซึ่งศาลจะนัดฟังคำพิพากษาคดีนี้ในวันที่ 31 ก.ค.นี้ เวลา 09.00 น.   ทั้งนี้นายสมชาย ผู้ก่อเหตุ ได้ยินยอมที่จะเยียวยาชดใช้ค่าเสียหาย 45 ล้านบาท ให้กับครอบครัวของนายตำรวจผู้เสียชีวิต ซึ่งปัจจุบันคงเหลือเพียงบุตรสาวคนโตและบุตรสาวคนเล็ก ที่มีป้าเป็นผู้ปกครองดูแลอยู่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XkvTC-UspTI

 1,728
สังคม-อาชญากรรม
24 พ.ค. 62

ญาติพอใจ 'เสี่ยรถเบนซ์' เมาแล้วขับ ชดใช้ครอบครัว 'รองตี๋' 45 ล้าน ทำบุญให้ทุกวัน-เลิกเหล้า-ไม่ขับรถ

จากกรณีเสี่ยรถเบนซ์ นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 56 ปี เจ้าของบริษัท ไทยคาร์บอนแอนด์ การ์ไฟต์ เมาแล้วขับชนรถเก๋งของ รองตี๋-พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล รอง ผกก.2 บก.ป. เสียชีวิตพร้อมภรรยา ส่วนลูกสาวอายุ 12 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งหลังเกิดเหตุนายสมชายออกมายอมรับผิดทุกอย่าง โดยไม่คิดจะหลบหนี รวมทั้งบวชหน้าไฟอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ตาย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น   ล่าสุดมีรายงานว่า นายสมชาย พร้อมทนายความ และครอบครัวของรองตี๋ ได้เข้าพบ ตร.สน.ศาลาแดง เพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยค่าเสียหายและเงินดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิต   โดยได้ข้อสรุปว่า นายสมชัยจะดูแลค่าไร้อุปการะให้กับมารดาของ พ.ต.ท.จตุพร เป็นเงิน 2.5 ล้านบาท และให้ทางผู้ใหญ่ของนางนุชนาถอีก 2.5 ล้านบาท ส่วนลูกสาวทั้ง 2 คน จะมีการมอบเงินให้อีกจำนวนหนึ่ง โดยคนโตอายุ 15 ปี และคนเล็ก อายุ 12 ปี ซึ่งหายเป็นปกติและไปโรงเรียนได้แล้ว จะได้คนละ 15 ล้านบาท เมื่อบรรลุนิติภาวะ พร้อมรับเข้าทำงานในอนาคตทันทีหากต้องการ   ทั้งนี้ ทุกวันนี้นายสมชายยังรู้สึกผิด ไม่สบายใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คนทุกวัน เพราะเข้าใจความรู้สึกของคนเป็นพ่อแม่ เนื่องจากนายสมชายก็มีลูกสาว 2 คนที่ยังเรียนอยู่เช่นกัน ทุกวันนี้นายสมชายเลิกดื่มเหล้า หันมาดื่มกาแฟ เลิกขับรถ แต่มีคนขับรถให้ อยากให้เรื่องนี้จบแบบสมบูรณ์และทุกฝ่ายพอใจมากที่สุด   ด้านมารดาของรองตี๋บอกว่า ลูกชายมีนิสัยชอบให้อภัยคน ลูกชายก็ต้องให้อภัยนายสมชายอย่างแน่นอน และถ้าขึ้นศาลฯ ก็จะแถลงศาลว่าไม่ติดใจใดๆ ให้ด้วย ทางนายสมชายก็ดูแลครอบครัวนี้อย่างดีที่สุด ดูแลทุกอย่างตั้งแต่ค่ารักษาพยาบาล หลานสาวประมาณ 1.5 ล้าน ซื้อรถฟอร์จูนเนอร์ใหม่ป้ายแดงให้ 1 คัน ดูแลเรื่องหนี้สินในบัตรเครดิตให้ทั้งหมด ให้ญาติทั้ง 2 ฝ่าย 5 ล้านบาท ค่าดูแลเด็กอีกคนละ 15 ล้านบาท และอื่นๆ อีก รวมแล้วเกือบ 45 ล้านบาท ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SaA25c60Ubw

 69,825

Top