ค้นหา :

ผลการค้นหา "ประชุมสภา"

การเมือง
17 ม.ค. 63

โฆษกรบ.ยัน 'บิ๊กตู่' ไม่เคยสั่งหรือมีแนวคิด ให้นำนามสกุลตั้งชื่อสะพาน 'จันทร์โอชา'

จากกรณีในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ นายสายัณห์ ยุติธรรม เสนอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สร้างสะพานจากอำเภอขนอมจังหวัดนครศรีธรรมราช ไปอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระบุในอดีต มีอดีตนายกฯ อย่างน้อย 2 คน คือ นายพจน์ สารสิน เป็นนายกฯ ไม่กี่วันก็สร้างสะพาน 'สารสิน' จากพังงาไปภูเก็ต และพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ก็สร้างสะพาน 'ติณสูลานนท์' วันนี้จึงเสนอสร้างสะพาน เพื่อเป็นเกียรติประวัติให้กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม โดยใช้ชื่อสะพาน 'จันทร์โอชา'   ในเวลาต่อมา นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ชี้แจงว่า "นายกรัฐมนตรีไม่เคยมีแม้แต่แนวคิดที่จะให้นำนามสกุลท่านไปตั้งชื่อสะพาน ตามที่ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐเสนอในการประชุมสภาฯ และที่ผ่านมา ท่านก็ไม่มีเคยมีแนวคิดหรือพฤติกรรมที่จะนำนามสกุลไปตั้งเป็นชื่อของสถานที่ใด ๆ รวมถึงเรื่องอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการที่ไม่ได้มาจากทุนทรัพย์ส่วนตัว หรือแม้แต่การนำเงินของตัวเองมาสร้างสาธารณประโยชน์อื่น ๆ ก็จะไม่เคยมีการนำนามสกุลมาใช้ตั้งชื่อด้วยเช่นกัน เพราะท่านเชื่อเสมอมาว่า ผู้คนจดจำถึงความดีที่คนเราได้ทำไว้ ไม่ได้จดจำมาจากการตั้งชื่อ   สำหรับการเสนอให้มีการก่อสร้างสะพานเชื่อมจาก อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ไปยัง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เป็นเรื่องที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบจะพิจารณาตามความเหมาะสม"   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8BGNOl9B2Zk

 1,083
การเมือง
12 ม.ค. 63

'บิ๊กตู่' ยิ้มอารมณ์ดี พรบ.งบปี 63 ผ่านฉลุย บอก "จะดูแลอย่างเต็มที่นะจ๊ะ" - 8 งูเห่าโผล่ฝ่ายค้าน

สภามติเอกฉันท์ เห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 63 หลังพิจารณามาราธอน 4 วัน 3 คืน ขณะนายกฯ ขอบคุณสมาชิก ยืนยันจะใช้งบฯอย่างโปร่งใส คุ้มค่า พร้อมนำข้อเสนอ ส.ส.ทุกคนไปปรับปรุงแก้ไข   การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 และ 3 ใช้เวลาการพิจารณาทั้งสิ้น 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 8-11 มกราคม ทั้งนี้ ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว มีทั้งสิ้น 55 มาตรา ปรับลดทั้งสิ้น 16,231 ล้านบาท เพื่อนำไปจัดสรรให้กับส่วนราชการ และองค์กรอิสระแทน และประเด็นที่มีการอภิปรายมากที่สุดคือ งบประมาณในสัดส่วนรายกระทรวง โดยเฉพาะกระทรวงกลาโหม ที่กรรมาธิการปรับลดมากที่สุดกว่า 1,518 ล้านบาท   ในที่สุด วันที่ 11 ม.ค.63 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเอกฉันท์เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท วาระ 3 ด้วยคะแนน 253 เสียง งดออกเสียง 196 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 เสียง   จากนั้น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางเข้าร่วมรับฟังการปุระชุมสภาฯ พร้อมกล่าวขอบคุณสภาผู้แทนราษฎรที่ให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 และระบุว่า ร่างงบประมาณเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน การใช้จ่ายงบประมาณบรรลุตามเป้าหมาย ลดความเหลื่อมล้ำ ทั่วถึงประชาชน พร้อมน้อมรับข้อเสนอแนะของสมาชิก เพื่อส่งให้หน่วยงานต่าง ๆ ประกอบการพิจารณา ขอให้มั่นใจว่างบประมาณจะใช้ตามวัตถุประสงค์ โดยรัฐบาลจะกำกับดูแลให้การใช้จ่ายงบประมาณมีความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ   โดยนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนภายหลังการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเสร็จสิ้นว่า ขอบคุณทุกคน เมื่อถามว่า โล่งใจหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็สบายใจอยู่แล้ว เพราะทุกคนช่วยกันอยู่แล้ว นี่ก็คือปัญหาแหละ ถ้างบประมาณออกไม่ได้ ก็ทำงานลำบาก จะได้ดูแลประชาชนได้เต็มที่ต่อไปนี้ รัฐบาลจะดูแลอย่างเต็มที่ ทุกคนก็ร่วมมือกันทั้งหมด   "ต่อไปนี้รัฐบาลจะดูแลอย่างเต็มที่นะจ๊ะ ขอบคุณ ทุกคนร่วมมือกันหมดนะจ๊ะ รักชาติกันอยู่แล้ว"   นอกจากนี้ พบว่าฝ่ายค้านมี ส.ส.งูเห่า 8 คน มาจากพรรคเศรษฐกิจใหม่ 5 คน พรรคประชาชาติ 1 คน และพรรคเพื่อไทย 2 คน    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CvvKW586VuE

 14,412
การเมือง
10 ม.ค. 63

'รังสิมา' ซัดเวรกรรมมีจริง โวยกมธ.ตัดงบกรมวิชาการเกษตร 600 ล้าน กระทบเกษตรกร

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่ประชุมได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 วาระที่ 2 มาตรา14 งบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วงเงิน กว่า 32,000ล้านบาท กมธ.ปรับลดลงเหลือกว่า 31,000 ล้านบาท   น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส. สมุทรสงครามพรรคประชาธิปัตย์ เสนอปรับลดงบประมาณลงร้อยละ 7 แต่ตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติที่กรรมาธิการฯเสียงข้างมาก ตัดงบประมาณของกรมวิชาการเกษตร 600 กว่าล้านบาทจากที่ตั้งไว้1,500 ล้านบาท ซึ่งแตกต่างจากกรมอื่นที่ถูกตัดเพียงเล็กน้อย จึงอยากย้อนถามว่า กรรมาธิการยังปกติดีหรือไม่ที่ตัดงบประมาณแบบนี้ เพราะกรมวิชาการเกษตรจะต้องนำงบประมาณไปใช้เพื่อการวิจัยและพัฒนาให้ความรู้กับเกษตรกร เกรงจะส่งผลต่อพืชผลการเกษตร และจะทำให้อธิบดีและข้าราชการทำงานลำบาก   "เวรกรรมมีจริงพวกท่านที่นั่งยิ้มอยู่ข้างบน ท่านจะมาตัดเพื่อความสะใจไม่ได้ ต้องนึกถึงประชาชน ส่วนตัวย้อนถามกรรมาธิการ อยากทราบว่าคณะกรรมาธิการคนไหนที่ตัดงบ แต่ดิฉันถามแล้วคนในพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ตัด แต่คนที่ตัด คือคนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ ดิฉันของรายชื่อผู้ที่ตัดงบจากกรมวิชาการเกษตรหน่อย" น.ส.รังสิมา กล่าว   ด้านนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รองประธานคณะกรรมาธิการฯชี้แจงว่า คณะกรรมาธิการมีความสงสัยในการจัดสรรงบประมาณของกรมวิชาการเกษตร หลายส่วนจึงเสนอปรับลดงบประมาณลงถึงร้อยละ 50 เพราะมีการจัดงบเช่าคอมพิวเตอร์เครื่องละ 5,000 บาทต่อเดือน ตกปีละ 60,000 บาทต่อปี ระยะเวลา 5 ปี รวม 300,000 บาท ในขณะที่คอมพิวเตอร์ตามราคาสํานักงบประมาณเครื่องละ 17,000 บาท ซึ่งเมื่อซักถาม ก็ไม่สามารถชี้แจงได้ จึงต้องปรับลดงบประมาณลง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/isTVjaB0bQs

 1,851
การเมือง
10 ม.ค. 63

'ชลน่าน' ซัด 'ดอน' ไร้วุฒิภาวะ ชักศึกเข้าบ้าน อ้างรู้ล่วงหน้าสหรัฐฯโจมตีอิหร่าน

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย เสนอปรับลดงบประมาณกระทรวงการต่างประเทศ ร้อยละ 15 หรือ 720 ล้าน จากวงเงินวงเงิน 5,134 ล้านบาท เพราะการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงการต่างประเทศรวมศูนย์ที่สำนักงานปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และไม่ระบุการใช้งบประมาณที่ชัดเจนทำให้ตรวจสอบได้ยาก   นายแพทย์ชลน่าน ยังตำหนินายดอน ปรมัติวินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศว่า "ขี้โม้ ทำลายประเทศ ผีเจาะปาก ชักศึกเข้าบ้าน" จากกรณีที่ออกมาระบุว่ารับทราบสัญญาณล่วงหน้าก่อน 1 วันที่สหรัฐอเมริกาจะโจมตี อิหร่าน เป็นการกระทำที่ไร้วุฒิภาวะ ซึ่งเป็นการทำลายความเชื่อมั่นของประเทศ แล้วใครจะกล้าของมาลงทุนหรือมาเที่ยวในไทย แต่ขอชื่นชมเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศที่ออกมาปกป้องประเทศชาติ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_-_AXcrD6_w

 2,602
การเมือง
10 ม.ค. 63

หวิดล่ม! สภาถกฯ พ.ร.บ.งบฯ คืนที่ 2 ฝ่ายค้าน ลองเชิงวัดองค์ประชุมรัฐบาล

องค์ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2562 เกือบล่ม เนื่องจาก ก่อนที่จะมีการลงมติมาตรา 14 งบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีองค์ประชุมแสดงตนเพียง 252 คน เกินองค์ประชุมครึ่งหนึ่งเพียง 3 คน ที่หากองค์ประชุมน้อยกว่า 249 คน ประธานการประชุม จะต้องสั่งปิดการประชุม เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ   โดยมีรายงานว่า สาเหตุดังกล่าว เกิดขึ้นเพราะฝ่ายค้าน ต้องการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2563 ในวาระ 2-3 ต่อในสัปดาห์หน้า แต่ฝ่ายรัฐบาล ต้องการพิจารณาให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 10 ม.ค.2563 ทำให้ฝ่ายค้าน ลองเชิงฝ่ายรัฐบาลว่า องค์ประชุมของฝ่ายรัฐบาลถึงกึ่งหนึ่งเกิน 249 คนหรือไม่ เพื่อไม่ให้ฝ่ายรัฐบาล อาศัยองค์ประชุมของฝ่ายค้านเพียงอย่างเดียว จึงทำให้องค์ประชุมที่แสดงตนในการลงมติมาตรา 14 งบประมาณของกระทรวงเกษตรฯ เหลือเพียง 252 คน โดยเห็นชอบให้ผ่านงบประมาณของกระทรวงเกษตรจำนวน 31,000 ล้านบาท ตามที่กรรมาธิการฯ ปรับแก้ ด้วยมติ 245 ต่อ 2 เสียง งดออกเสียง 9 เสียง ไม่ลงคะแนน 3 เสียง   ส่วนบรรยากาศภายในห้องประชุมก็เป็นไปค่อนข้างวุ่นวาย นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือ วิปรัฐบาล รวมถึงกรรมาธิการฯ ซีกรัฐบาลส่วนหนึ่ง ได้เดินไปพูดคุยกับบรรดาแกนนำคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้าน หรือ วิปฝ่ายค้านด้วย จากนั้น ที่ประชุมได้พิจารณาต่อในมาตรา 15 งบประมาณของกระทรวงคมนาคม แต่นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย เสนอให้ที่ประธานการประชุม พักการประชุมก่อน แต่ประธานการประชุม ได้ขอให้วิปทั้ง 2 ฝ่ายไปหารือกันก่อน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/i8BBMcvU1Q4

 463
การเมือง
09 ม.ค. 63

ส.ส.อนาคตใหม่ ชงสภาตัดงบซื้อเรือดำน้ำ แต่สุดท้ายงบกองทัพ 1.2 แสนล้าน ผ่านฉลุย 247 : 195 เสียง

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ในส่วนของมาตรา 8 งบกระทรวงกลาโหม พรรคฝ่านค้านอภิปรายเดือด ก่อนสุดท้ายที่ประชุมเสียงข้างมากมีมติ 247 ต่อ 195 เห็นชอบมาตรา 8 งบกองทัพ 1.2 แสนล้านบาท ผ่านฉลุย   โดย นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายประเด็นการจัดซื้อเรือดำน้ำ ว่าในปี 2560 สมัยรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อนุมัติจัดซื้อแล้ว 1 ลำ และในปีนี้ขอจัดซื้ออีก 2 ลำ ซึ่งหากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ผ่านความเห็นชอบจากสภา จะเกิดงบผูกพันจำนวน 22,500 ล้านบาท สภาจึงเป็นความหวังสุดท้ายของประชาชนที่จะสามารถหยุดผลพวงของการรัฐประหารชิ้นนี้ได้ เพื่อให้การใช้งบเป็นไปอย่างคุ้มค่า   สำหรับเรือดำน้ำรุ่นที่จะซื้อ เป็นเรือดำน้ำจากจีน รุ่น s-26T yuan class ทำไมต้องซื้อขนาดนี้ ทั้งที่อ่าวไทยตื้น และมีความลึกเฉลี่ย 40-50 เมตร แต่เรือดำน้ำดังกล่าวระดับความลึกปฏิบัติการน้อยสุด 50 เมตร ระดับความลึกปลอดภัย 60 เมตร อีกทั้งเท่าที่ทราบทหารเรือส่วนมากต้องการรุ่นอื่นที่ดีกว่านี้ ดังนั้นซื้อเรือดำน้ำไปปักเลนเพื่ออะไร มองว่าเรือรุ่นอื่นเหมาะสมกว่า ดังนั้นมองว่าทุกอย่างดูไร้เหตุผลสิ้นดี ไม่เอาเรือดำน้ำไปปักเลน อย่าปล่อยให้งบเรือดำน้ำผ่านสภา   ด้าน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายประเด็นงบการเกณฑ์ทหาร ที่ตั้งไว้ 1 หมื่น 4 พันล้านบาท ว่า ไม่เข้าใจว่าทำไมประเทศต้องมีทหารเกณฑ์ปีเดียวจำนวนมากขนาดนี้ แต่สุดท้ายมีการนำทหารเกณฑ์ไปใช้เป็นพลทหารบริการ หรือพลทหารรับใช้   จากจำนวนทหารเกณฑ์ 1.2 แสนนาย คิดเป็น 20.83% ที่ต้องไปทำหน้าที่บริการแทนที่จะไปถือปืน กลับต้องไปถือถาด ถือผ้าชาร์มัวขัดรถ ปลอกทุเรียน เลี้ยงนกเลี้ยงไก่ นายพลควรซักผ้าเองได้แล้ว ควรเอาทหารไปทำหน้าที่ทหาร ปกป้องประเทศ ลาดตระเวนเพื่อความมั่นคงของราชอาณาจักร   ส่วน นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กมธ. สัดส่วนพรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ขอให้ปรับลดงบประมาณของกระทรวงกลาโหม ออกไปทั้งหมดแบบ 100% เพราะที่มาของ พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่อขัดรัฐธรรมนูญ   ขณะที่ นายสันติ กีระนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ได้ชี้แจงว่า เรื่องซื้อเรือดำน้ำมาปักเลน ก่อนหน้าสหรัฐฯได้นำเรือ 7,500 ตัน มาซ้อมในไทยก็ไม่มีปัญหา และการจัดซื้อเรือดำน้ำ กองทัพเรือได้ช่วยประหยัดแล้ว จริง ๆ จำเป็นต้องซื้อ 3-4 ลำ เพราะเวียดนามมี 6 ลำ อินโดนีเซียมี 5 ลำ สิงคโปร์มี 4 ลำ มาเลเซียมี 2 ลำ เมียนมามี 2 ลำ ฟิลิปปินส์มี 3 ลำ เราต้องเตรียมแสนยานุภาพให้ทัดเทียม      ทั้งนี้ สุดท้ายแล้วที่ประชุมเสียงข้างมาก มีมติ 247 ต่อ 195 งดออกเสียง 11 เห็นชอบมาตรา 8 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/tyElIlAAyuw

 985
การเมือง
09 ม.ค. 63

'เสรีพิศุทธ์' ขู่แจ้งจับ ส.ส.ยกมือผ่านร่างงบฯ ชี้กระทำผิดกฎหมาย

พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ให้สัมภาษณ์ ก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 กล่าวเตือน ส.ส.ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล หากลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 63 จะดำเนินคดีทางกฎหมาย   เนื่องจากเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบตามรัฐธรรมนูญ จึงไม่มีอำนาจเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ เข้าสภา ดังนั้นกระบวนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย จึงเป็นกระบวนการที่ผิดกฎหมาย โดยจะดำเนินคดีกับ ส.ส.ทุกคน ที่เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/zoWGmNPkbM4

 1,476
การเมือง
08 ม.ค. 63

ประชุมสภาฯ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563

การประชุมสภาผู้แทนราษฏร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ในวาระที่ 2 เป็นรายมาตรา ให้ความเห็นตอบตอบกรรมาธิการเสียงข้างมาก ขณะที่กรรมาธิการ เสียงข้างน้อย ห่วง ร่างงบประมาณอาจขัดรัฐธรรมนูญ หาก ส.ส.เห็นชอบจะเสี่ยงต่อการถูก ปปช.ตรวจสอบได้    ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณร่ายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ที่ผ่านการแปรญัตติในคณะกรรมาธิการวิสามัญ จากงบประมาณทั้งหมด 3.2 ล้านล้านบาท ได้ปรับลดลง 16,231 ล้านบาท ได้จัดสรรคืนให้กับส่วนราชการต่างๆ ตามที่คณะรัฐมนตรีเสนอตามความจำเป็น 13,177 ล้านบาท และจัดสรรให้หน่วยงานของรัฐสภา ศาล องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ และองค์กรอัยการ 3,053 ล้านบาท   นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 แถลงชี้แจงว่าการปรับลดงบประมาณจำนวน 16,231 ล้านบาท คณะกรรมาธิการพิจารณาถึงความสอดคล้องตามยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และนโยบายที่สำคัญของรัฐบาล ที่ปรับลดได้ เช่น การประชุมสัมมนา การจ้างเหมาบริการ การประชาสัมพันธ์ การเดินทางไปราชการต่างประเทศ และโครงการที่ดำเนินการล่าช้ากว่าแผนที่กำหนดไว้ และไม่สามารถใช้จ่ายได้ทัน ในปี 2563    รวมทั้งโครงการรายการที่สามารถใช้งบจากแหล่งอื่น ทั้งเงินนอกงบประมาณ หรืองบประมาณที่สามารถจัดเก็บเองได้ รวมถึงเงินทุนหมุนเวียน และปรับเพิ่มให้องค์รที่จำเป็น รวมทั้งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ที่นำไปช่วยเด็กยากจนกว่า 1 แสน 5 หมื่นคน ซึ่งจะต้องดำเนินการตามกรอบงบประมาณรายจ่าย 3.2 ล้านล้านบาท   สำหรับกระทรวงที่ถูกปรับลดงบประมาณ 11,116 ล้านบาท นั้น เป็นกระทรวงกลาโหมมากสุด 1,518 ล้านบาท รองลงมาคือ กระทรวงสาธารณสุข  1,318 ล้านบาท กระทรวงอุดมศึกษาฯ 1,147 ล้านบาท. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 933 ล้านบาท และกระทรวงศึกษาธิการ 909 ล้านบาท   หน่วยงานที่ถูกปรับลดงบประมาณ มากที่สุด ซึ่งในการพิจารณารายมาตรา มีกรรมาธิการ และ ส.ส.ได้ขอแปรญัติติ ก่อนมีการลงมติเป็นรายมาตรา ซึ่งมาตรา ที่มีการขอแปรญัตติมากที่สุด คือ มาตรา 20 กระทรวงมหาดไทย ที่มากถึง 128 คน รองลงมาคือ งบกลาง มาตรา 6 งบกลาง 125 คน มาตรา 14 กระทรวงคมนาคม 123 คน และมาตรา 8 กระทรวงกลาโหม 120 คน   สำหรับที่พิจารณามาแล้ว 7 มาตรา ผลการลงมติ สภาผู้แทนราษฏรให้ความเห็นชอบตามกรรมาธิการเสียงข้างมาก ที่แม้ในการอภิปรายของกรรมาธิการเสียงข้างน้อย และส.ส.จะเสนอตัดลบประมาณและชี้ให้เห็นถึงการจัดสรรงบประมาณแบบ รัฐราชการรวมศูนย์ โดยเฉพาะในมาตรา 4 ที่เป็นภาพรวมของงบประมาณ 3.2 ล้านบาท ที่กรรมาธิการเสียงข้างน้อยอภิปรายขอตัดงบประมาณร้อยละ 15 หรือ 480,000 ล้านบาท ที่ต้องสอดคล้องกับอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ    นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล กรรมาธิการเสียงข้างน้อย พรรคเพื่อไทย ชี้ให้เห็นความผิดปกติในการจัดทำงบประมาณ ที่ไม่ได้เขียนถึงเงินนอกงบประมาณไว้ในร่างงบประมาณ อาจเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ หาก ส.ส.ให้ความเห็นชอบ กฎหมายงบประมาณ อาจนำไปสู่การยื่นให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบได้     สำหรับการอภิปรายที่เข้มข้นในช่วงค่ำ คือ มาตรา 8 งบประมาณกระทรวงกลาโหม เริ่มจาก นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปราย ขอปรับลดงบลงอีก 15 เปอร์เซ็นต์ เพราะไม่จำเป็น เช่น งบ เรือดำน้ำ รุ่น s 26 t yuan class ที่ระบุว่า ไม่ควรซื้อ เพราะการซื้อจากประเทศที่พัฒนาแล้ว ไม่มีค่าต๋ง ทหารเรือน่าจะอยากได้รุ่นที่ดีกว่านี้ และอ่าวไทยตื้น จึงไม่เห็นด้วยที่จะใช้งบประมาณ 22,500 ล้านบาท ในการซื้อเรือดำน้ำ    ขณะที่ ส.ส.ที่ขอสงวนคำแปรญัตติ ชี้ให้เห็นถึงเหตุผลที่ต้องตัดลดกระทรวงกลาโหมไปให้หน่วยงานอื่นเช่น กระทรวงศึกษาธิการ นอกจากนี้ในการพิจารณางบกลาง และงบสำนักนายกรัฐมนตรี ก็มีการขอแปรญัตติ ที่มีการกระจายไปตามหน่วยงานต่างๆกว่า 1,200 ล้านบาท  

 288
การเมือง
08 ม.ค. 63

ถก พรบ.งบปี 63 วันนี้ 'บิ๊กป้อม' ย้ำ ส.ส.พปชร.ห้ามขาด - ฝ่ายค้านเตรียมหั่นงบ พุ่งเป้างบกลาโหม

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ ที่ประชุมมีวาระพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ในวาระที่ 1 และวาระ 3   วันนี้ (8 ม.ค.63) จะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีวาระพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เน้นย้ำ ส.ส.ต้องเข้าประชุมให้ครบ ต้องครบองค์ประชุม โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐห้ามขาด   ขณะที่ นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน เผยเตรียมหั่นงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ลงไปอีก เพราะรัฐบาลแก้ไขน้อย ไม่เป็นไปตามที่ฝ่ายค้านเสนอไป ไม่ตอบโจทย์ประชาชน ปล่อยผ่านไปไม่ได้   ด้าน นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เผยเตรียมอภิปรายพุ่งเป้าไปที่งบของกระทรวงกลาโหม งบเกณฑ์ทหาร งบจัดซื้ออาวุธ และปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ใช้งบมาก แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xCQ4Y0yzgnw

 309
การเมือง
06 ม.ค. 63

'เทพไท' แนะ 'บิ๊กตู่' ฟังถกงบประมาณ ทำตัวเหมือน 'สมัคร-อภิสิทธิ์' แต่อย่าเอาอย่าง 'ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์'

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ระบุถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ปี2563 ในครั้งนี้ อยากเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุม ดูแบบอย่างการทำหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีในอดีต ที่ให้ความสำคัญกับการประชุมสภา และให้เกียรติกับฝ่ายนิติบัญญัติมากเป็นพิเศษของนายสมัคร สุนทรเวช หรือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่ไม่ควรจะเอาแบบอย่างของนายทักษิณ ชินวัตร หรือนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ให้ความสำคัญกับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรน้อยมาก   ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ควรจะเข้าร่วมประชุม และตอบกระทู้ถามด้วยตัวเองให้มากที่สุด เพราะที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการทำงานของสภาผู้แทนราษฎรเท่าที่ควร หวังว่าในปีนี้คงจะเป็นจุดเริ่มต้นของการทำหน้าที่ในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหาร ที่ให้ความสำคัญกับการทำงานและการตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติให้มากกว่าปีที่ผ่านมา ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/8kxT9EaXKWs

 913
การเมือง
19 ธ.ค. 62

สภาไฟเขียวตั้ง กมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ‘พีระพันธุ์’ ชวดตำแหน่งประธานกมธ.

สภาผู้แทนราษฎรมีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งพระราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ด้วยมติเอกฉันท์ 445 เสียง ไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย โดยให้ตั้งกรรมาธิการจำนวน 49 คนกำหนดระยะเวลาพิจารณาศึกษาภายใน 120 วัน   นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธาน คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลหรือวิปรัฐบาล เปิดเผยภายหลังการประชุมวิปรัฐบาลว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบที่จะให้เสนอชื่อ นายพีรพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางและวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ   โดยหลังการตั้งกรรมาธิการเสร็จะมีมติให้ตั้งกรรมาธิการจำนวน 49 คน จะประชุมกันนัดแรกในวันอังคารที่ 24 ธันวาคม เพื่อตั้งประธาน รองประธาน และกำหนดแนวทางในการทำงานต่อไป  

 459
การเมือง
18 ธ.ค. 62

สภาฯ มีมติเอกฉันท์ 445 เสียง ตั้ง 'กมธ.ศึกษาแก้ รธน.' กำหนดเวลา 4 เดือน

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฏร มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว โดยกำหนดเวลาศึกษา 4 เดือน มีชื่อบุคคลภายนอก ร่วมเป็นกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคการเมืองด้วย ส่วนนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ มีรายชื่ออยู่ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี   ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งพระราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ด้วยมติเอกฉันท์ 445 เสียง ต่อ 0 เสียง ไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย สำหรับกรรมาธิการมีทั้งหมด 49 มีระยะเวลาพิจารณาศึกษาภายใน 120 วัน หรือ 4 เดือน   กำหนดสัดส่วนคณะรัฐมนตรี 12 คน เช่นนายพีรพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ลาออกจากสมาชิกพรรคเมื่อสัปดาห์ก่อน และวิปรัฐบาลมีมติเสนอชื่อนายพีระพันธ์ เป็นประธานกรรมาธิการวิสามัญด้วย และมีชื่อนายไพบูลย์ นิติตะวัน , นายปกรณ์ นิลประพันธ์, นายอุดม รัฐอมฤติ ซึ่งเป็นอดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และมีตัวแทนพรรคการเมือง เช่น นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล อดีตหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา , นายดำรงค์ พิเดช , นายสัมพันธ์​เลิศนุวัฒน์ จากพรรคร่วมรัฐบาล   ส่วนพรรคเพื่อไทย มี 10 คน เป็นมือกฏหมายและแกนนำคนสำคัญของพรรค เช่น นายชัยเกษม นิติศิริ , นายชูศักดิ์ ศิรินิล , นายโภคิน พลกุล , นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา และนายยุงยุทธ ติยะไพรัช    พรรคพลังประชารัฐ มี 9 คน เช่น นายวิเชียร ชวลิต , นายสิระ เจนจาคะ และมีผู้หญิง 2 คน คือ นางสาวธนิกานต์ พรพงษาโรจน์ และนางวลัยพร รัตนเศรษฐ โดยมีชื่อนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ผู้บริหารสื่อเครือเนชั่น อยู่ในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ   ขณะที่พรรคอนาคตใหม่ มี 6 คน เป็น ส.ส.พรรค เช่น นายปิยบุตร แสงกนกกุล , นายชำนาญ จันทร์เรือง และ นายรังสิมันต์ โรม   พรรคประชาธิปัตย์ มี 4 คน คือ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน , นายสุทัศน์ เงินหมื่น , นายเทพไท เสนพงศ์ และ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ   พรรคภูมิใจไทย 4 คน คือนายศุภชัย ใจสมุทร , นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง , นายภราดร ปริศนานันทกุล และ นายบุญดำรง ประเสริฐโสภา   ส่วนพรรคที่มีสัดส่วน 1 คน คือ พรรคชาติไทยพัฒนา เสนอ นายนิกร จำนงค์ พรรคเสรีรวมไทย เสนอ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร พรรคประชาชาติ มีชื่อ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง และ พรรคเศรษฐกิจใหม่ เสนอชื่อ นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์   สำหรับการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีการเสนอจาก ส.ส. 3 พรรค คือ นายปิยบุตร แสงกนกกุล พรรคอนาคตใหม่ , นายเทพไท เสนพงศ์ พรรคประชาธิปัตย์ และนายวิเชียร ชวลิต พรรคพลังประชาธิปัตย์ มีการอภิปรายที่หลากหลายชี้ให้เห็นความจำเป็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยที่ประชุมสภาผู้แทนราษฏรวันนี้ ยังไม่มีการตั้งประธานคณะกรรมการธิการ    แต่จากมติของวิปรัฐบาล แน่ชัดว่าจะเสนอชื่อนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ซึ่งคาดหวังว่าจะช่วยลดแรงกดดันในการทำงานร่วมกับฝ่ายค้าน  

 1,102
การเมือง
12 ธ.ค. 62

'ปิยบุตร' ชี้ รธน.ปี 60 พาประเทศถอยหลัง แนะทุกฝ่ายแก้อย่างจริงใจ

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม เริ่มเข้าสู่การพิจารณากลุ่มญัตติ ขอให้สภาฯ ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560   นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง จริงใจ ฝ่ายต่างๆต้องไม่ขัดขวาง หรือชักใบให้เรือเสีย หรือทิศทางการตีรวน หรือซื้อเวลา สกัดขัดขวางไม่ให้แก้รัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญมาแล้ว 20 ฉบับ ซึ่งรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 มีการแก้ไขถึง 4 ครั้ง เพราะคสช.อยากอยู่ยาว กระทั่งรัฐธรรมนูญปี 2560 กำหนดวิธีการแก้ไขไว้ยากมากที่สุด นอกจากต้องใช้เสียงส.ว. 1 ใน 3 แล้ว   ถ้าแก้ไขเรื่องสำคัญต้องไปออกเสียงประชามติ ล็อกประตูไว้หลายชั้น จนอาจแก้ไม่ได้เลย ถ้าเป็นสนุ๊กเกอร์เหมือนถูกวางสนุ๊กกันไว้ ไม่ให้แก้ ทั้งที่ประชาชนและพรรคการเมืองอยากแก้ไข หากลุกลามเป็นวิกฤติ อาจถูกคณะรัฐประหารรื้อทิ้ง เขียนใหม่อีก   รัฐธรรมนูญ 2560 มีปัญหาชอบธรรมทางประชาธิปไตย มีที่มาจากผลพวงรัฐประหารของ คสช. มีลักษณะเด่นคือ ฝังระบบรัฐประหารเข้าไปอยู่ในรัฐธรรมนูญ รับรองการใช้อำนาจคสช.ตั้งแต่อดีตถึงอนาคต หากมีชาติหน้าคงรับรองถึงชาติหน้า ให้ส.ว.ที่เกิดจากคนเพียงคนเดียว ตั้งส.ว.ได้ 250 คน แต่เรา 500 คนมาจากการเลือกตั้งจากประชาชน 47 ล้านคน ถือว่าไม่มียุติธรรมและความแฟร์อะไรเลย แล้วส.ว.ชุดนี้มีส่วนเยอะแยะไปหมดในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่หน้าที่หลักๆไม่มีอะไรนอกไปจากโหวตนายกรัฐมนตรีใน 5 ปีแรก ซึ่งได้ทำสำเร็จไปแล้ว   รัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังมีลักษณะเด่นที่อำนาจจากการเลือกตั้งมีอำนาจน้อยกว่าการแต่งตั้ง เราถูกริดรอนไปเรื่อยๆ ทั้งๆที่เราเป็นผู้แทนราษฎรมาจากประชาชน เรายังเจอกลไกรัฐซ้อนรัฐไปเรื่อยๆ มีคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และองค์กรอิสระ แม้คนร่างจะชวนเชื่อว่า เป็นฉบับปราบโกง ฉบับแห่งการปฏิรูป แต่ผ่านมาไม่นานก็เห็นได้ชัดเจนเลยว่า ระบอบการเมืองที่เขาต้องการนั้น นำการเมืองไทยถอยหลังกลับไปเมื่อปี 2521 สมัยประชาธิปไตยครึ่งใบที่เลือกตั้งเสร็จต้องไปเชิญนายทหารมาเป็นนายกฯ รัฐธรรมนูญ 2521 ใช้ก่อนตนเกิดอีก แล้ววันนี้ 41 ปีผ่านไป แทนที่จะคิดขึ้นหน้า แต่เรากลับถอยหลัง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Hc9sCNWFS4k

 907
การเมือง
11 ธ.ค. 62

'วิษณุ' บอก ส่ง 18 มงกุฎไปแทนหนุมาน แก้รัฐธรรมนูญ

การประชุมสภาฯวันที่ 11 ธ.ค.2562 จะมีการพิจารณาญัตติด่วนให้ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ   นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงการแต่งตั้งคณะ กมธ.วิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า หลังจากที่ประชุมสภาฯมีมติตั้ง กมธ.เรียบร้อยแล้วดำเนินการได้เลย   เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้มองกันว่ารัฐบาลไม่จริงใจ ไม่ส่งคนระดับบิ๊กเข้าไป นายวิษณุกล่าวว่า ถ้าส่งคนแบบบิ๊กๆไป สื่อจะไปมองอีกแบบหนึ่ง อาจมองว่าส่งคนไปห้ำหั่นโรมรันพันตู สมมติส่งตน นายมีชัย ฤชุพันธุ์ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อย่างนี้บิ๊กหรือไม่ แล้วเสียงวิจารณ์จะออกมาอย่างไร เริ่มต้น เขาก็ตีกันก่อนแล้วว่าไม่เอานายมีชัย นายบวรศักดิ์ นายวิษณุ ฉะนั้นก็ไม่ส่งระดับหนุมาน แต่ส่งระดับ 18 มงกุฎไป   เมื่อถามว่า ทำไมจึงเรียก กมธ.ว่าอยู่ใน ระดับ 18 มงกุฎ นายวิษณุกล่าวว่า “อ้าวลูกน้องของหนุมานเขาเรียก 18 มงกุฎ พวกคุณไม่รู้เหรอ” เมื่อถามย้ำว่า 18 มงกุฎในความเข้าใจของคนทั่วไปคือ ไม่จริงจัง เหมือนโจร นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ใช่ ในรามเกียรติ์คำว่าระดับบิ๊กคือ หนุมาน พาลี สุครีพ ชมพูนท แต่ถ้าระดับอื่นเขาเรียกว่าเป็น 18 มงกุฎ เป็นลิง 18 ตัวสวมมงกุฎ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/R05F2kHFUng

 2,808
การเมือง
07 ธ.ค. 62

'ชวน' ชี้เสียบบัตรคาที่นั่ง ส.ส.เรื่องปกติ แต่คงไม่มีแมลงมากดแทนกันได้ ต้องมีคนไปกด

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส. อุดรธานี พรรคเพื่อไทย อ้างว่าได้เสียบบัตรค้างไว้ในห้องประชุมโดยที่ไม่ได้แสดงตนเป็นองค์ประชุม แต่ปรากฏชื่อร่วมเป็นองค์ประชุมให้ฝ่ายรัฐบาลด้วย ทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์มีการกดบัตรแทนกัน   นายชวน บอกว่า ผู้ที่สงสัยว่ามีคนกดบัตรแทนตัวเองจะต้องร้องเรียนให้สภาตรวจสอบ หรือหากใครสงสัยก็สามารถยื่นเรื่องให้ตรวจสอบได้เช่นกัน แต่อยากให้ดูข้อเท็จจริง ไม่ใช่ใครพูดอะไรแล้วต้องเป็นแบบนั้น ต้องดูข้อเท็จจริงว่าคืออะไร    ส่วนที่อ้างว่าเครื่องลงคะแนนอิเล็คทรอนิกส์มีปัญหานั้น ที่ผ่านมายังไม่เคยได้ยินว่าเครื่องลงคะแนนสามารถลงคะแนนเองได้ ต้องมีคนไปกด และโดยทั่วไปแล้วเจ้าของบัตรก็จะเป็นผู้กดเอง เพราะไม่เคยได้ยินว่ามีแมลงหรือมีสิ่งที่ไม่มีตัวตนมากดแทนกัน ดังนั้นถ้ายืนยันว่ามีผู้ลงคะแนนแทน เจ้าตัวก็จะต้องเป็นผู้ร้อง   นายชวน ยังกล่าวถึงข้อกล่าวหาการซื้องูเห่าในสภาฯ โดยมีตัวเลขสูงถึง 8 หลักว่า ไม่ทราบขอเท็จจริง แต่อยากให้แยกตัวบุคคลออกจากความเป็นสภาฯ เพราะทุกวงการมีทั้งคนดีและคนไม่ดี อย่าเหมารวมทั้งสภา   ส่วนกรณีที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการ พรรคอนาคตใหม่ เตรียมเสนอแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาข้อที่ 85 เนื่องจากมีความไม่ชัดเจนในการขอนับคะแนนใหม่แต่ต้องลงมติใหม่ในคราวเดียวกันว่า ข้อบังคับที่ใช้อยู่ได้ผ่านการพิจารณาจาก ส.ส. ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้อบังคับเดิมที่มีการใช้มาอย่างยาวนาน แต่ฝ่ายค้านรับไม่ได้เอง เพราะสมัยที่พรรคฝ่ายค้านเป็นรัฐบาลก็ปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ แต่ปัจจุบันกลับรับไม่ได้เสียเอง แต่การแก้ไขข้อบังคับเป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ ซึ่งยอมรับว่าหลายเรื่องควรแก้ไข เช่น การกำหนดเวลาตั้งกระทู้ที่ไปกระทบกับการพิจารณาญัตติ ทั้งที่กระทู้เป็นเรื่องเฉพาะกรณีแต่ญัตติเป็นเรื่องภาพรวมของประเทศ แต่กลับไปใช้เวลาเรื่องกระทู้มากกว่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการร่างข้อบังคับ เพราะน่าจะมีเจตนารมณ์ มีเหตุผลของการร่าง เพียงแต่อาจจะคาดไม่ถึงสภาพความเป็นจริง     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/eiQT_LqxBZo

 4,180

Top