ค้นหา :

ผลการค้นหา "ขัดผลประโยชน์"

ข่าวภูมิภาค
13 ส.ค. 62

บุกยิงเจ้าอาวาส มรณภาพคาศาลาต่อหน้าญาติโยม คาดปมหึงหวงภรรยาเคยชอบกับเจ้าอาวาสสมัยเป็นวัยรุ่น

ตราด-เกิดเหตุยิงกันตายที่สำนักปฎิบัติธรรมวัดทุ่งไก่ดัก ต.ท่ากุ่ม อ.เมือง จ.ตราด ที่เกิดเหตุที่อาคารปฎิบัติธรรมชั้น2 ภายในห้องปฎิบัติธรรม พบผู้เสียชีวิตเป็นเจ้าอาวาสวัดทุ่งไก่ดัก ชื่อพระครูนิคมวิไลวรรณ หรือ พระครูกิตติสารโกศล อายุ 58 ปี ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 4 นัด ที่ท้ายทอย 2 นัด หน้าอก 2 นัด และพบบอกกระสุนปืนขนาด.38 จำนวน 4 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน มาตรวจสอบเก็บหลักฐาน   สอบถามแม่ชี และผู้ปฎิบัติธรรมในที่เกิดเหตุ ทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายพินิจ ศิริรูป อายุ 61 ปี เป็นชาวบ้านใกล้วัดทุ่งไก่ดัก ก่อนเกิดเหตุ เจ้าอาวาสวัดพร้อมแม่ชี และผู้ปฎิบัติธรรม กำลังประกอบพิธีทำวัตรเช้า ก่อนทำบุญวันแม่ นายพินิจเดินขึ้นมาบนอาคาร พร้อมกับถุงใส่นม 1 ใบ มายกมือไหว้ทักทายผู้ปฎิบัติธรรมด้วยอารมณ์ยิ้มแย้ม ก่อนตรงเข้าไปหาเจ้าอาวาสขณะนำสวดมนต์ทำวัตรเช้า และชักอาวุธปืนสั้นออกมาจากถุง จ่อยิงเจ้าอาวาสเสียงดังสนั่นลั่นวัดจำนวน 4 นัดก่อนจะกลับไปรอมอบตัวที่บ้าน     ด้านนายบุญลือ วิไลวรรณ พี่ชายของเจ้าอาวาสวัดทุ่งไก่ดักเล่าว่า ปมสังหารน่าจะมาจากความกดดัน เก็บกดของนายพินิจ ที่ฝังใจเรื่องภรรยาของตนเองเคยรักชอบพอกับเจ้าอาวาสสมัยเป็นวัยรุ่นเมื่อ 40 ปีก่อน จนกลายเป็นโรคซึมเศร้า และภรรยาของนายพินิจ ยังมาปฎิบัติธรรมที่วัด ในทุกวันพระ ทำให้เกิดความหึงหวงก็เป็นได้   ด้านภรรยาของนายพินิจ ได้กล่าวถึงปมเหตุการณ์สังหารดังกล่าว ซึ่งภรรยาของนายพินิจ บอกว่า ยังงงกับเหตุการณ์ดังกล่าว เพราะไม่คิดว่าสามีจะเป็นผู้ก่อเหตุขึ้นได้ ส่วนสาเหตุการสังหารตนเองไม่ทราบระแคะระคายมาก่อนเลย แต่อย่างไรก็ตาม สามีเป็นคนดี รักครอบครัว แต่จะเป็นคนที่เก็บกด มีอาการซึมเศร้าและอาการทางประสาทในระยะหลัง และอยากฆ่าตัวตาย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มาเล่าถึงความคับข้องใจว่า เจ้าอาวาสได้ตำหนิออกทางไมค์ระหว่างการประชุม จึงได้ปลอบใจว่าอย่าคิดมาก แต่สุดท้ายก็ก่อเหตุ ขณะเดียวกัน ตำรวจยังพุ่งประเด็นไปที่สาเหตุอื่นๆ ด้วย ที่อยู่ระหว่างการสืบหาข้อเท็จจริง   ขณะที่สายสืบที่ลงพื้นที่ติดตามคดีว่า จากการสอบสวนญาติพี่น้องพบว่า คนร้ายกับเจ้าอาวาสเป็นเพื่อนกันมาสมัยเด็ก และปัจจุบันก็ยังเป็นเพื่อนกัน ซึ่งคนร้ายมักจะมาช่วยงานวัดและช่วยงานเจ้าอาวาสมาตลอด ซึ่งรับรู้เรื่องราวภายในวัดเป็นอย่างดี   ก่อนเกิดเหตุคนร้ายได้เข้าไปช่วยงานวัดในครัว และเจ้าอาวาสได้เข้ามาต่อว่าคนร้ายในเรื่องส่วนตัวและอีกหลายเรื่อง และมีการเหยียดหยามเรื่องส่วนตัวด้วย ทำให้คนร้ายโมโหและลงจากวัดไปที่บ้าน กลับมาพร้อมกับปืนพกขนาด .38 ที่เตรียมมา และใส่ไว้ในถุงนม ทำทีว่ามาถวายแล้วจ่อยิงไป 3 นัด จนเจ้าอาวาสมรณภาพ ซึ่งคือประเด็นแรกที่ได้จากการสอบสวน     อย่างไรก็ตาม จากการรวบรวมข้อมูลอีกหลายด้านพบว่า คนร้ายรับรู้ปัญหาทั้งเรื่องผลประโยชน์ในวัดมากมาย ในเรื่องการขอบริจาคเงินจากประชาชนเพื่อมาพัฒนาวัด โดยเจ้าอาวาสเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาวัดจนเป็นที่รู้จักในเรื่องการปฏิบัติธรรม และมีญาติโยมมาร่วมปฏิบัติธรรมมากมาย และค้างในที่พักของวัดที่สร้างขึ้นมาคล้ายรีสอร์ท และเก็บค่าที่พักด้วย   นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องชู้สาว ที่มีการกล่าวถึง แต่ไม่ได้สนใจมากนักเนื่องจากยังไม่มีหลักฐานยืนยัน มุ่งไปในเรื่องของเรื่องเยียดหยาม และผลประโยชน์ในวัดที่คนร้ายรับรู้ และเกิดความขัดแย้งกันเป็น 2 ประเด็นหลัก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mMAX-nYcXbM

 2,407
ข่าวภูมิภาค
17 ก.ค. 62

พระศิษย์เอกเผยความแค้น ชนวนเหตุจุดไฟเผา 'หลวงพ่อแต' ตายทั้งเป็น

บึงกาฬ-กรณีตำรวจจับกุมพระบัญชา จันทร์คำ อายุ 37 ปี นายทนงศักดิ์ โสกแก้ว อายุ 43 ปี และนายสมุทร์ วันอุบล อายุ 67 ปี ร่วมกันราดน้ำมันจุดไฟเผาย่างสด พระสมจิตขันติธโร เกิดทรัพย์ หรือหลวงพ่อแต อายุ 53 ปี เจ้าสำนักปฏิบัติธรรม บ้านโพนทอง อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ โดยสารภาพอ้างว่าแค้นใจที่ผู้ตายมาแย่งจัดทอดผ้าป่า ทั้งๆที่มาทีหลังเพราะตัวผู้ก่อเหตุรับจัดทอดผ้าป่ามาจากญาติดยมอีกกลุ่มหนึ่งแล้ว   ต่อมาเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางประชาชนมารอดูกว่า 400 คน โดย พระบัญชารับสารภาพกับตำรวจอ้างว่า ที่ต้องก่อเหตุฆ่าเผาหลวงพ่อแตที่เคยเรียกว่าอาจารย์นั้น มันมีสาเหตุมาจากเรื่องที่ผิดใจกันเมื่อปีที่แล้วเกี่ยวกับทรัพย์สิน เงินที่ญาติโยมบริจาคให้กับสำนัก หลวงพ่อแตไม่ยอมให้กองกลางไปดูแลเลย เพราะเจ้าสำนักเอาไปใช้ส่วนตัว ซึ่งตนกำความลับหลวงพ่อแตหลายอย่าง ทั้งเรื่องมั่วสีกา เรื่องกินเหล้า และเรื่องผิดศีลอีกมากมาย แม้จะไม่พอใจแต่ก็ปล่อยไป สุดท้ายเส้นยาแดงมาขาดจนได้ในเรื่องทอดผ้าป่า เนื่องจากตนรับจำทอดผ้าป่าจากญาติโยมกลุ่มหนึ่งมาแล้ว   แต่ปรากฏว่าหลวงพ่อแตกลับไม่สนใจ ไม่แยแส ดันไปรับจำทอดผ้าป่ามาจากญาติโยมอีกกลุ่มหนึ่ง ทั้งๆ ที่มาทีหลัง ซึ่งผ้าป่าไม่สามารถจัดทับซ้อนกันได้ หลวงพ่อแตเลยเขี่ยงานบุญผ้าป่าของตนทิ้งไป ทำให้เสียหน้า เสียความรู้สึก ถึงขั้นแค้นใจต้องขอแยกย้ายออกไปจากสำนัก แต่ความแค้นไม่หายเลยไปหลอกชาวบ้าน 2 คน มาร่วมลงมือ อีกทั้งยังเชื่อว่าน่าจะไม่โดนตำรวจจับกุม เนื่องจากอำพรางศพทำลายหลักฐานทุอย่างแล้ว มั่นใจว่าต้องสาวมาไม่ถึงตัว และไม่น่าจะเป็นคนที่ตำรวจสงสัย   โดยการทำแผนได้มีการลงมือทุบกระจกจนแตก ก่อนจะนำเอาไม้พันผ้าเหลืองชุบน้ำมันแล้วจุดไฟโยนเข้าไปภายในห้องนอน ก่อนจะหนีไปขึ้นรถจึงได้โยนแกลลอนน้ำมันที่เหลือเข้าไปเพิ่มเติมอีก จนไฟโหมไหม้หลวงพ่อแตมรณภาพ   ส่วนบรรยากาศในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพครั้งนี้ ท่ามกลางประชาชนที่ทราบข่าวและให้ความสนใจในคดีมารอดูการทำแผนประมาณ 400 คน ขณะที่ทำแผนยังไม่แล้วเสร็จก็มีประชาชนลูกศิษย์ลูกหาพระผู้ตายก็เฮโลเข้าไปเพื่อจะทำร้ายผู้ต้องหา   บางคนก็ได้ตระโกนสาปแช่งว่ามาทำกับหลวงพ่อสมจิตทำไมซึ่งท่านเป็นคนดีรับเลี้ยงอดีตพระบัญชา เป็นลูกบุญธรรมให้ใช้นามสกุลด้วย ทั้งส่งเสียให้เรียนหนังสือ โดยใช้เวลาทำแผนเพียงสั้นๆ ประมาณ 15 นาที และนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนไปฝากขังต่อศาลจังหวัดบึงกาฬ   ทั้งนี้ หลังจากจับกุมผู้ต้องหามาได้ 3 คนแยกกันสอบสวนโดยผู้ต้องหาทั้ง 3 ให้การรับสารภาพ โดยนายทะนงและนายสมุทรอ้างว่าพระบัญชาจ้างวานให้มาขนต้นเทียนเข้าพรรษาเป็นเงินจำนวน 10,000 บาท โดยไม่รู้ว่าจะมีการฆาตกรรมกันเกิดขึ้น ขณะขับรถมาถึงปากทางเข้าวัดพระบัญชาให้จอดรออยู่ข้างทาง   พระบัญชาและพระสีถือแกลลอนน้ำมันเดินเข้าไปยังที่พักสงฆ์ดังกล่าว จึงมาทราบภายหลังว่ามีการฆาตกรรมพระด้วยกันขึ้นก็รู้สึกไม่สบายใจกับการกระทำของพระในครั้งนี้ จึงจะได้ขอหมายศาลออกหมายจับพระสีอีกรูปหนึ่งที่ร่วมกันกระทำความผิดในครั้งนี้ซึ่งมีทั้งหมด 4 คน และตั้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จะได้ตามจับกุมพระสีอีกคนมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/F0yeLQg21NE

 4,268
ข่าวภูมิภาค
09 ก.ค. 62

คลี่คดีฆ่าจุดไฟเผาหลวงพ่อ มรณภาพคากุฎิสำนักสงฆ์ ตั้งปมขัดผลประโยชน์

บึงกาฬ-ความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีฆ่าพระสมจิต เกิดทรัพย์ หรือหลวงพ่อแต อายุ 53 ปี ภายในสำนักปฏิบัติธรรมพระประเสริฐเกิดทรัพย์ บ้านโพนทอง อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ   ตำรวจเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับคดี และยังคงประเด็นในการสืบสวนสอบสวน อยู่ใน 3 ประเด็นหลักๆ คือเรื่องขัดผลประโยชน์ภายในวัด เรื่องชู้สาว และเรื่องการกู้ยืมเงิน แต่เน้นหนักไปที่ประเด็นแรก คือ ขัดผลประโยชน์กันภายในวัด ซึ่งวันนี้ได้เรียกผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำแล้วจำนวน 3 ราย แต่ทั้งหมดก็ยังให้การปฏิเสธอยู่ ซึ่งก่อนหน้าที่พระจะเสียชีวิตนั้นมีการโต้เถียงขัดแย้งระหว่างลูกศิษย์ที่เคยร่วมงานกันอย่างใกล้ชิด แต่ตอนนี้ได้ทำตัวออกห่าง   ในเรื่องผลประโยชน์ที่ร่วมกันทำสมุนไพร และก็เครื่องรางของขลัง ถึงขั้นพูดจาขึ้นมึงขึ้นกู ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะรุนแรงมากทำให้ลูกศิษย์คนดังกล่าวไม่พอใจ มาถอดเครื่องยนต์รถไถนาเดินตามกลับไปไว้บ้าน ที่ก่อนหน้านี้นำมาติดตั้งใช้ในการบดยาสมุนไพร ส่วนผลการตรวจ DNA เปรียบเทียบเนื้อเยื่อในช่องปากของผู้ต้องสงสัยนั้น จะรู้ผลในการตรวจดีเอ็นเอต้องใช้เวลากว่า 1 เดือน   ขณะที่พระสมศักดิ์ เกิดทรัพย์ อายุ 49 ปี ซึ่งเป็นพระน้องชายต่างมารดากันกับพระผู้ตาย ได้เผยกับผู้สื่อข่าวโดยไม่ให้สัมภาษณ์ ว่า รู้สึกเสียใจที่พระพี่ชายได้เกิดเหตุมรณภาพในครั้งนี้ คนร้ายกระทำการอย่างโหดเหี้ยมทารุณ มากเลยตนก็เคยมาปฏิบัติธรรมอยู่กับพี่ชาย แต่หลังจากนั้นก็ได้ปลีกวิเวกไปสร้างบารมีส่วนตัวเมื่อประมาณ 4-5 ปีผ่านมาแล้ว   ส่วนอุปนิสัยใจคอของพระที่ชาย เป็นคนพูดจาตรงไปตรงมา โผงผางเสียงดังฟังชัด แต่เป็นคนมีน้ำใจ ใครป่วยมารักษาตัวไม่มีเงินทอง ท่านก็รักษาให้หมด ให้ก็ได้ไม่ให้ก็ไม่ว่า ในส่วนสาเหตุการเสียชีวิตในครั้งนี้ก็ขอไม่พูดอะไรเพราะอยู่ในระหว่างการเสียใจ ที่ผ่านมาพระพี่ชายก็ไม่เคยพูดอะไรให้ฟัง   ขณะที่บรรยากาศภายในวัดยังเป็นไปด้วยความเงียบเหงา มีเพียงลูกศิษย์ลูกหา ที่นับถือมานั่งรอรับศพพระสมจิต ที่คาดว่าจะออกจากโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ขอนแก่นมาถึงวัดในช่วงเย็นวานนี้ (8 ก.ค.) ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bBwZYzWhHUs

 712
สังคม-อาชญากรรม
02 พ.ค. 62

ออกหมายจับ 'บอล ใต้' มือยิงเซียนมวยดัง หน้าวิกลุมพินี ปมขัดแย้งเงินเดิมพันมวย เพื่อนเล่านาทีปลิดชีพ

กรณีนายอัษฎา ทัพน้อย อายุ 48 ปี หรือ ‘ดา สะพานใหม่’ เซียนมวยชื่อดัง ถูกมือปืนจ่อยิง 4 นัดซ้อน เสียชีวิตหน้าสนามมวยลุมพินี ย่านรามอินทรา หลังขัดแย้งการเดิมพันมวยกับเซียนมวยฉายา ‘บอล ใต้’ ผู้ก่อเหตุ และมีปากเสียงกันในสนามมวยรุนแรง หลังมวยคู่เอกชกเสร็จ กระทั่งเกิดเรื่องสลดขึ้น   ความคืบหน้าทางคดีชุดสืบสวน สน.บางเขน ร่วมกับฝ่ายสืบสวน บก.น.2 เร่งติดตามไล่ล่าผู้ก่อเหตุ พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิด สอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุไปแล้วกว่า 10 ปาก ทั้งนี้ได้ขออนุมัติศาลหมายจับนายอำนาจ  อินสุวรรณโณ อายุ 36 ปี หรือ ‘บอล ใต้’ แล้ว พร้อมขยายผลผู้ร่วมก่อเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่ามีผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุมากกว่าหนึ่งคนขึ้นไป หลังก่อเหตุทราบว่านายอำนาจเผ่นหนีไปต่างจังหวัด รายงานข่าว ระบุว่า ก่อนหน้านี้นายอำนาจ เคยก่อคดีในลักษณะนี้มาแล้วถึง 3 ครั้ง    ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล เร่งติดตามจับกุมคนร้าย ซึ่งตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง จะต้องสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบทุกประเด็น เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่น ,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะฯ   ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายอำนาจ เป็นเซียนมวยทำธุรกิจมวยหู พากย์และวิเคราะห์มวยจากสนามชก ให้กับบรรดาเซียนมวยที่เสี่ยงโชคกันผ่านทางโทรศัพท์ ซึ่งจะรู้ผลรวดเร็วต่อรองราคาคู่ชกได้ โดยที่เจ้าตัวไม่ต้องไปนั่งดูถึงขอบเวที  อยู่ที่ไหนก็ฟังผลตัดสินวางเงินเดิมพันกันได้ แต่เซียนมวยทั้งหลายจะต้องโอนเงินให้กับนายอำนาจ 1,500 บาท/เดือน ซึ่งก็มีเซียนมวยหลายรายทำธุรกิจลักษณะเดียวกันนี้ เป็นที่รู้กันดีในกลุ่มวงการคนเล่นมวย   สำหรับศพของนายอัษฎา เมื่อวานนี้ (1 พ.ค.) ญาติติดต่อรับศพจากสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลภูมิพล ไปบำเพ็ญกุศลที่วัดราษฎร์นิยมธรรม (หนองผักชี) ย่านสายไหม ท่ามกลางความโศกเศร้าของญาติ ๆ และเพื่อนพี่น้องร่วมวงการมวยพากันมารดน้ำศพ โดยภรรยาของผู้ตายให้สัมภาษณ์ทั้งน้ำตา บอกว่า ไม่คาดคิดว่าสามีต้องมาจบชีวิตลงอย่างนี้ สามีเป็นทุกอย่างของชีวิต เขาปากร้ายแต่รักลูกเมียมาก จากนี้ไปตนไม่รู้จะใช้ชีวิตอยู่ยังไง สามีคลุกคลีกับวงบการมวย บางครั้งพาตนไปดูมวยด้วย ส่วนปัญหาขัดแย้งต่าง ๆ ไม่เคยทราบ เขาไม่เคยเล่าให้ฟัง   ส่วนนายสมปอง ทัพน้อย พ่อของผู้ตาย กล่าวว่า  มีปัญหาก็น่าจะคุยกันได้ ไม่ใช่ใจร้อนชักปืนมาไล่ยิงฆ่าแกงกัน อยากให้ตำรวจติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีรับโทษตามกฎหมาย พอทราบข่าวตนช็อกมาก รับขับรถไปที่เกิดเหตุทันที สำหรับนายอำนาจ ตนไม่เคยเจอ ทะเลาะมีปากเสียงกันเป็นเรื่องธรรมดาของผู้ชาย แต่ก่อเหตุรุนแรงแบบนี้ตนรับไม่ได้  ไม่โกรธแค้นอะไรเพราะไม่อยากมีเวรกรรมต่อกัน   นายอรรถพล น้อยแสน รุ่นน้องในวงการมวยของผู้ตายซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ด้วย เล่าว่า  ตอนเดินออกจากสนามมวย นายอัษฎา พูดว่า “เฮ้ยพวกมึงเตรียมตัว” เหมือนรู้ว่าจะเกิดเรื่องขึ้น โดยที่นายอำนาจเดินออกจากสนามก่อน แล้วผู้ตายก็เดินตามออกเคลียร์ปัญหาข้างนอก ซึ่งพวกของนายอำนาจ ได้ไปหยิบในรถมายื่นให้นายอำนาจ  ขณะที่ผู้ตายก็มีปืนเหมือนชักออกมาจะยิงใส่นายอำนาจ  แต่พวกของนายอำนาจเข้าไปล็อคตัว จับแขนขาผู้ตายไว้จนล้มลง   จากนั้นนายอำนาจ ก็จ่อยิงใส่นายอัษฎาไม่ยั้ง ก่อนวิ่งหลบหนีไป พวกตนพยายามวิ่งตาม แต่โดนขู่ว่า “พวกมึงเข้ามาเดี๋ยวกูยิงให้หมดเลยนะ” เชื่อว่านายอำนาจ โทรบอกให้ลูกน้องขับรถนำปืนมาดักรออยู่บริเวณหน้าสนามมวยก่อนจะลงมือก่อเหตุ สาเหตุมาจากเรื่องต่อรองราคาเดิมพันมวย ปัญหาที่ทะเลาะกันก็เป็นเรื่องเดิมๆ   ด้านนายณัฐ เกษานนท์ เพื่อนของผู้ตาย เผยว่า ผู้ตายเป็นเซียนมวยอยู่ในวงการ มากกว่า 10 ปี เป็นที่รู้จักและเคารพของแฟนมวยเป็นคนนิสัยดี การกระทำดังกล่าวโหดเหี้ยมเกินไป  พร้อมฝากให้ทางสนามมวยวางมาตรการดูแลความปลอดภัยให้มากกว่านี้ ไม่ควรให้บรรดาเซียนมวยพกปืนเข้าไปในพื้นที่สนามมวย  ตนไม่อยากจะพูดว่าเป็นเข้าไปเล่นพนันอยากใช้คำว่าเข้าไปเสี่ยงโชคมากกว่า  ส่วนเหตุที่เกิดขึ้นเจตนาของผู้ตายคงต้องการออกไปเคลียร์ หลังมีการต่อรองหลอกราคามวยกันจนนำไปสู่เหตุดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cbyWLk-VIHw

 2,274

Top