ค้นหา :

ผลการค้นหา "สุโขทัย"

ข่าวภูมิภาค
17 ม.ค. 63

คนงานดีดบ้านยกสูง ถูกบ้านถล่มทับดับ 3 ศพ เจ้าของบ้านสั่งรื้อทิ้ง-ไม่กล้าอยู่

สุโขทัย - เกิดเหตุบ้านถล่มทับคนงานกำลังดีดบ้านเสียชีวิต 3 ราย โดย พ.ต.อ.สโรช กุมุทเวคิน ผกก.สภ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ได้เดินทางเข้าตรวจสอบบ้านพักหมู่ 1 ต.ทุ่งเสลี่ยม อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ซึ่งเป็นบ้านของนายบุญเป็ง อุสาพรมมิน อายุ 61 ปี และนางลำพัน อุสาพรมมิน อายุ 61 ปี    ภายหลังจากที่นายบุญเป็ง ได้ว่าจ้างผู้รับเหมาให้มาดีดบ้านให้สูงขึ้นและเลื่อนไปด้านซ้ายของตัวบ้าน ซึ่งผู้รับเหมาได้เข้ามาทำงานได้ 3 วันแล้วจนเมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 16.30 น. ขณะที่ช่างกำลังช่วยกันใช้แม่แรงยกบ้านซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียวครึ่งปูนครึ่งไม้ บ้านจู่ๆ บ้านได้เกิดทรุดตัวและไหลทับคนงานที่กำลังทำงานอยู่ทางด้านหลังบ้านจำนวน 3 คนติดอยู่ใต้บ้าน จนจนท.กู้ภัยต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างและรถแบ็คโฮช่วยกันขุดดินเพื่อช่วงคนงานที่ติดอยู่ภายในซึ่งใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถเข้าไปบริเวณบ้านถล่มและพบคนงานนอนหมดสติอยู่ 3 คนมีนายสมใจ สีมารักษ์ อายุ 63 ปี สภาพหมดสติส่งโรงพบาบาลทุ่งเสลี่ยม แต่อาการสาหัสส่งต่อไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลพุทธชินราช จ.พิษณุโลก แต่นายสมใจ ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา    ส่วนคนงานอีก 2 คนที่ติดอยู่ใต้ตัวบ้านได้เสียชีวิตคาที่ทราบชื่อคือนายบุญศรี พุทธเคน อายุ 63 ปี และน.ส.กมลทิพย์ พลพวก อายุ 35 ปี ซึ่งทางจนท.ได้ให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด   นางลำพัน อุสาพรมมิน เจ้าของบ้าน เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนได้นั่งดูช่างทำงานอยู่ที่บริเวณด้านหน้าบ้าน และขณะที่ช่างได้ใช้แม่แรงยกตัวบ้านสูงขึ้นมากเดิมได้ประมาณ 1 เมตร จากนั้นตัวบ้านได้ไหลถอยไปด้านหลังประมาณหนึ่ง และทับคนงานที่กำลังทำงานอยู่ ด้วยความตกใจจึงรีบโทรแจ้งจนท.ตำรวจและจนท.กู้ภัย    ด้านนายบุญเป็ง อุสาพรมมิน กล่าวว่า สำหรับบ้านหลังนี้คงต้องรื้อทิ้งเนื่องจากถ้าซ่อมแซมตนเองก็ไม่กล้ากลับเข้าไปอาศัยอยู่แล้ว   ด้านพ.ต.ท.สุทธิพันธ์ คำมาอ้าย รองผกก.สอบสวน ร้อยเวรเจ้าของคดี กล่าวว่า ขณะนี้ทางจนท.ได้รับคณะคดีไว้แล้วแต่ยังไม่ได้แจ้งข้อหาใดๆ คงต้องรอให้เสร็จงานศพก่อนและจะได้เรียกผู้รับเหมารวมทั้งเพื่อนนงานมาสอบสวนอีกครั้งหนึ่ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ghJaCzxtU9Q

 11,291
สังคม
17 ม.ค. 63

คนงานดีดบ้านยกสูง ถูกบ้านถล่มทับดับ 3 ศพ เจ้าของบ้านสั่งรื้อทิ้ง-ไม่กล้าอยู่

สุโขทัย - เกิดเหตุบ้านถล่มทับคนงานกำลังดีดบ้านเสียชีวิต 3 ราย โดย พ.ต.อ.สโรช กุมุทเวคิน ผกก.สภ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ได้เดินทางเข้าตรวจสอบบ้านพักหมู่ 1 ต.ทุ่งเสลี่ยม อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ซึ่งเป็นบ้านของนายบุญเป็ง อุสาพรมมิน อายุ 61 ปี และนางลำพัน อุสาพรมมิน อายุ 61 ปี    ภายหลังจากที่นายบุญเป็ง ได้ว่าจ้างผู้รับเหมาให้มาดีดบ้านให้สูงขึ้นและเลื่อนไปด้านซ้ายของตัวบ้าน ซึ่งผู้รับเหมาได้เข้ามาทำงานได้ 3 วันแล้วจนเมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 16.30 น. ขณะที่ช่างกำลังช่วยกันใช้แม่แรงยกบ้านซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียวครึ่งปูนครึ่งไม้ บ้านจู่ๆ บ้านได้เกิดทรุดตัวและไหลทับคนงานที่กำลังทำงานอยู่ทางด้านหลังบ้านจำนวน 3 คนติดอยู่ใต้บ้าน จนจนท.กู้ภัยต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างและรถแบ็คโฮช่วยกันขุดดินเพื่อช่วงคนงานที่ติดอยู่ภายในซึ่งใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถเข้าไปบริเวณบ้านถล่มและพบคนงานนอนหมดสติอยู่ 3 คนมีนายสมใจ สีมารักษ์ อายุ 63 ปี สภาพหมดสติส่งโรงพบาบาลทุ่งเสลี่ยม แต่อาการสาหัสส่งต่อไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลพุทธชินราช จ.พิษณุโลก แต่นายสมใจ ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา    ส่วนคนงานอีก 2 คนที่ติดอยู่ใต้ตัวบ้านได้เสียชีวิตคาที่ทราบชื่อคือนายบุญศรี พุทธเคน อายุ 63 ปี และน.ส.กมลทิพย์ พลพวก อายุ 35 ปี ซึ่งทางจนท.ได้ให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด   นางลำพัน อุสาพรมมิน เจ้าของบ้าน เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนได้นั่งดูช่างทำงานอยู่ที่บริเวณด้านหน้าบ้าน และขณะที่ช่างได้ใช้แม่แรงยกตัวบ้านสูงขึ้นมากเดิมได้ประมาณ 1 เมตร จากนั้นตัวบ้านได้ไหลถอยไปด้านหลังประมาณหนึ่ง และทับคนงานที่กำลังทำงานอยู่ ด้วยความตกใจจึงรีบโทรแจ้งจนท.ตำรวจและจนท.กู้ภัย    ด้านนายบุญเป็ง อุสาพรมมิน กล่าวว่า สำหรับบ้านหลังนี้คงต้องรื้อทิ้งเนื่องจากถ้าซ่อมแซมตนเองก็ไม่กล้ากลับเข้าไปอาศัยอยู่แล้ว   ด้านพ.ต.ท.สุทธิพันธ์ คำมาอ้าย รองผกก.สอบสวน ร้อยเวรเจ้าของคดี กล่าวว่า ขณะนี้ทางจนท.ได้รับคณะคดีไว้แล้วแต่ยังไม่ได้แจ้งข้อหาใดๆ คงต้องรอให้เสร็จงานศพก่อนและจะได้เรียกผู้รับเหมารวมทั้งเพื่อนนงานมาสอบสวนอีกครั้งหนึ่ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ghJaCzxtU9Q

 11,291
สังคม
17 ม.ค. 63

คนงานก่อสร้างโดนบ้านถล่มทับขณะดีดบ้านเพื่อยกสูง สุดสลดเสียชีวิต 3 ราย

วันที่ 16 ม.ค. เวลา 10.30 น. ตำรวจ สภ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ได้เดินทางเข้าตรวจสอบบ้านหลังหนึ่ง ต.ทุ่งเสลี่ยม อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ซึ่งเป็นบ้านของนายบุญเป็ง อุสาพรมมิน อายุ 61 ปี และนางลำพัน อุสาพรมมิน อายุ 61ปี หลังจากที่นายบุญเป็ง ได้ว่าจ้างผู้รับเหมาให้มาดีดบ้านให้สูงขึ้นและเลื่อนไปด้านซ้ายของตัวบ้าน ซึ่งผู้รับเหมาได้เข้ามาทำงานได้ 3 วันแล้ว     จนกระทั่งเมื่อวานเวลาประมาณ 16.30 น.ขณะที่ช่างกำลังช่วยกันใช้แม่แรงยกบ้านซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียวครึ่งปูนครึ่งไม้บ้าน จู่ๆบ้านได้เกิดทรุดตัวและไหลทับคนงานที่กำลังทำงานอยู่ทางด้านหลังบ้านจำนวน 3 คนติดอยู่ใต้บ้าน จนท.กู้ภัยต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างและรถแบ็คโฮช่วยกันขุดดินเพื่อช่วงคนงานที่ติดอยู่ภายในซึ่งใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมงจึงสามารถเข้าไปบริเวณบ้านถล่มและพบคนงานนอนหมดสติอยู่ 3 คนมีนายสมใจ สีมารักษ์ อายุ 63 ปี สภาพหมดสติส่งโรงพบาบาลทุ่งเสลี่ยม แต่อาการสาหัสส่งต่อไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลพุทธชินราช จ.พิษณุโลก แต่นายสมใจ ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา      ส่วนคนงานอีก 2 คนที่ติดอยู่ใต้ตัวบ้านได้เสียชีวิตคาที่ทราบชื่อ คือนายบุญศรี พุทธเคน อายุ 63 ปี และน.ส.กมลทิพย์ พลพวก อายุ 35 ปี ซึ่งทาง จนท.ได้ให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด     นางลำพัน อุสาพรมมิน เจ้าของบ้านเราให้ผู้สื่อข่าวฟังว่าขณะเกิดเหตุตนได้นั่งดูช่างทำงานอยู่ที่บริเวณด้านหน้าบ้าน และขณะที่ช่างได้ใช้แม่แรงยกตัวบ้านสูงขึ้นมากเดิมได้ประมาณ 1 เมตรจากนั้นตัวบ้านได้ไหลถอยไปด้านหลัง ทับคนงานที่กำลังทำงานอยู่ด้วยความตกใจจึงรีบโทรแจ้ง จนท.ตำรวจและจนท.กู้ภัยให้เข้ามาช่วยเหลือ     ด้านนายบุญเป็ง อุสาพรมมิน กล่าวว่าสำหรับบ้านหลังนี้คงต้องรื้อทิ้ง เนื่องจากถ้าซ่อมแซมตนเองก็ไม่กล้ากลับเข้าไปอาศัยอยู่แล้ว      ด้านพ.ต.ท.สุทธิพันธ์ คำมาอ้าย รองผกก.สอบสวน ร้อยเวรเจ้าของคดีกล่าวว่าขณะนี้ทาง จนท.ได้รับคณะคดีไว้แล้วแต่ยังไม่ได้แจ้งข้อหาใดๆ คงต้องรอให้เสร็จงานศพก่อนและจะได้เรียกผู้รับเหมารวมทั้งเพื่อนร่วมงานมาสอบสวนอีกครั้งหนึ่ง         ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5j3fErysx2s

 563
พระราชสำนัก
16 ม.ค. 63

องคมนตรี เชิญผ้าห่มกันหนาวพระราชทาน ไปมอบแก่ประชาชนที่ประสบภัยหนาวในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย และจังหวัดอุตรดิตถ์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ องคมนตรีเชิญผ้าห่มกันหนาวพระราชทาน ไปมอบแก่ประชาชนที่ประสบภัยหนาวในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย และจังหวัดอุตรดิตถ์   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญผ้าห่มกันหนาวพระราชทาน จำนวน 2,000 ผืน ไปมอบแก่ราษฎรผู้ประสบภัยหนาวในพื้นที่อำเภอบ้านด่านลานหอย อำเภอเมืองสุโขทัย อำเภอสรรคโลก อำเภอศรีสัชนาลัย อำเภอกงไกรลาศ อำเภอศรีสำโรง และอำเภอทุ่งเสลี่ยม ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอบ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย    ต่อจากนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญผ้าห่มกันหนาวพระราชทาน จำนวน 2,000 ผืน ไปมอบแก่ราษฎรที่ประสบภัยหนาวในพื้นที่อำเภอพิชัย อำเภอลับแล อำเภอตรอน อำเภอทองแสนขัน อำเภอพิชัย และอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อช่วยบรรเทาความหนาวเย็น และเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยหนาว   ในโอกาสนี้ องคมนตรี ได้เชิญพระราชกระแสความห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปกล่าวกับราษฎรที่ได้รับผลกระทบได้รับทราบ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานอาหารให้แก่ราษฎรที่เดินทางมารับผ้าห่มกันหนาว กับลงพื้นที่เชิญผ้าห่มกันหนาวพระราชทาน ไปมอบแก่ราษฎรที่ประสบภัยหนาว ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียง ราษฎรอำเภอบ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย จำนวน 2 ราย และราษฎรอำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ จำนวน 2 ราย ด้วย ต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ พร้อมทั้งพูดคุยให้กำลังใจแก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากภัยหนาว    จังหวัดอุตรดิตถ์ แบ่งการปกครองออกเป็น 9 อำเภอ 67 ตำบล 613 หมู่บ้าน ตั้งอยู่ใต้สุดของภาคเหนือ โดยมีพื้นที่ประมาณ 7,854 ตารางกิโลเมตร มีแนวชายแดนทิศตะวันออกติดต่อกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเป็นจังหวัดที่มีภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาและที่สูงสลับซับซ้อนซึ่งจะอยู่ทางตอนเหนือและทางตะวันออกของจังหวัด เนื่องจากทำเลที่ตั้งดังกล่าวจึงทำให้ในฤดูหนาวจะมี อากาศที่หนาวเย็นถึงหนาวจัดตลอดฤดูกาล   

 119
สังคม
27 ธ.ค. 62

เขินนิดหน่อย! เป็นสถานที่กำเนิดอักษรไทยแท้ๆ แต่ป้ายบอกทางในจังหวัด สะกดผิดหมดเลย

ที่อำเภอศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัยว่า ชาวบ้านพบป้ายบอกทางสีฟ้า ตัวหนังสือสีขาว ที่ติดตั้งไว้ตามข้างถนนที่มุ่งหน้าไปอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย   หากสังเกตดีๆ จะพบว่า มีสะกดคำว่า 'ศาสตร์' ผิด โดยตกอักษรตัว 'ส' เสือ ไป1ตัว กลายเป็นสะกดว่า 'ศาตร์' ทั้งๆที่เป็นเมืองแห่งการกำเนิดอักษรไทยแท้ๆๆ แต่ป้ายบอกทางกลับสะกดผิดหมดเลย นับรวมแล้วเป็นสิบๆป้าย ตลอดทางไปอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย   ท่านผู้ว่าฯ จังหวัดสุโขทัย ทราบเรื่องแล้วพร้อมสั่งการให้แก้ไขด่วน ให้ถูกต้อง และต้องเสร็จเรียบร้อยภายใน 7 วัน    ชมผ่านยูทูปที่นี่ : youtu.be/JCNrJ8FClNE

 3,182
พระราชสำนัก
25 ธ.ค. 62

เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พระราชทานอุปกรณ์กีฬาและสิ่งสิ่งของพระราชทาน ให้แก่โรงเรียนที่ขาดแคลน จังหวัดสุโขทัย

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชชรราชธิดา พระราชทานอุปกรณ์กีฬา และสิ่งสิ่งของพระราชทานให้แก่โรงเรียนต่างๆที่ขาดแคล้น ที่จังหวัดสุโขทัย   วันนี้ เวลา 14 นาฬิกา 6 นาที สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชชรราชธิดา เสด็จไปยังโรงเรียนบ้านหนองป่าตอ ตำบลท่าทอง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ในการพระราชทานอุปกรณ์กีฬา และสิ่งของพระราชทานของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ตลอดจนหนังสือกำลังใจในพระดำริให้ แก่โรงเรียนต่างๆ 10 โรงเรียนที่ขาดแคลน ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุโขทัย เขต 2  ได้แก่ โรงเรียนบ้านหนองป่าตอ, โรงเรียนบ้านคลองแห้ง, โรงเรียนบ้านท่าทอง หรือ อุดมวิทยาคาร, โรงเรียนบ้านไม้งาม, โรงเรียนวัดกรงทอง, โรงเรียนวัดเกาะ, โรงเรียนวัดคลองกระจง, โรงเรียนวัดป่าถ่อน,โรงเรียนวัดไผ่ล้อม และโรงเรียนวัดหนองโว้ง   โรงเรียนบ้านหนองป่าตอ เป็นโรงเรียนระดับปฐมวัย เปิดสอนมา 79 ปี ปัจจุบันมีนักเรียนจำนวน 62 คน นักเรียนมีผลการเรียนในระดับปานกลาง และยังเป็น 1 ในโรงเรียนของจังหวัดสุโขทัยที่น้อมนำพระบรมราโชบายของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาจัดการศึกษาให้นักเรียนมีทัศนคติที่ดี มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง มีงาน มีอาชีพ และเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศ   โอกาสนี้ ทอดพระเนตรนิทรรศการผลงานของนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ที่นำผลงานที่โดดเด่นและได้รับรางวัลมาจัดแสดง อาทิ โรงเรียนบ้านไร่พิทยาคม จัดแสดงหนังสือ ที่นักเรียนจัดทำขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจจากสิ่งต่างๆ พร้อมวาดภาพระบายสีประกอบ เป็น 1 ในกิจกรรมส่งเสริมรักการอ่าน   โรงเรียนหนองกลับวิทยาคม จัดแสดงผลงาน ภาพปะติดจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ประดิษฐ์รูปภาพพร้อมกรอบรูปจากเปลือกไม้ และย้อมสีจากใบไม้ และเปลือกไม้   โรงเรียนอนุบาลสุโขทัย จัดแสดงผลงานภาพวาดและระบายสีพร้อมใส่กรอบรูป เพื่อเป็นของที่ระลึก, โรงเรียนไผ่ตะล่อม จัดแสดงผลงานแกะสลักผักผลไม้ เพื่อใช้ในโอกาสพิเศษต่างๆในงาน,    โรงเรียนอนุบาลศรีนคร จัดแสดงผลงานประดิษฐ์ดอกไม้จากใบตอง เช่น การร้อยพวงมาลัย และการทำบายศรี และโรงเรียนบ้านซ่าน จัดแสดงผลงานจักสานไม้ไผ่ เป็นภาชนะ เช่น ตะกร้า และโคมไฟ เป็นต้น    โดยผลงานต่างๆ นี้ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาการศึกษา และเพิ่มพูนความทักษะวิชาชีพ ที่สามารถนำไปใช้ต่อยอดได้ในอนาคตและยังร่วมสืบสานเอกลักษณ์ไทยให้คงอยู่สืบต่อไป ก่อนเสด็จกลับ ทรงเยี่ยมราษฎร ที่ไปเฝ้ารับเสด็จอย่างทั่วถึงด้วย

 318
ข่าวภูมิภาค
27 พ.ย. 62

เปิดภาพวาดปริศนาธรรม โดราเอม่อน-ไจแอ้น วัดฤทธิ์ศิริราษฎร์เจริญธรรม

วัดฤทธิ์ศิริราษฎร์เจริญธรรม อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย มีการวาดภาพจิตกรรมลงบนผนังพระอุโบสถด้านในเกี่ยวกับเรื่องราวพุทธประวัติ นอกจากนี้บริเวณมุมผนังปูนพระอุโบสถนด้านซ้ายพระประธาน ยังมีภาพวาดสอดแทรกปริศนาธรรมกับคติสอนใจภาพการ์ตูนโดราเอมอนผิวปากขี่กระดานโต้คลื่น กับโดราเอมอนใบหน้าวิตกกังวลห้อยเกาะตรงหนวดยักษ์ และภาพวาดไจแอนท์สบายใจขี่คอโนบิตะที่กำลังเข่าทรุดบนจมูกยักษ์ พร้อมข้อความระบุ “ไม่แบกก็ไม่หนัก”      นอกกจากนี้บริเวณผนังปูนด้านขวามือของพระประธาน ยังมีภาพวาดพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สวมชุดนักรบไทยโบราณ มือขวาถือหอก มือซ้ายถือกริก ธงคสช. ติดอยุ่บริเวณหลัง มีเลื้อยยนต์วางบนจมูกยักษ์ โดยเท้าข้างซ้ายหนึ่งแหย่เข้าไปในจมูกยักษ์     พระครูสมุห์สำรวย ปุณญกาโม เจ้าอาวาสวัดฤทธิ์ศิริราษฎร์เจริญธรรม เปิดเผยว่าได้ให้ช่างตาล หรือนายนพรัตน์ ดิษฐ์บ้านไร่ อายุ40ปี มาวาดภาพเกี่ยวกับพุทธประวัติภายในพระอุโบสถ เนื่องจากมีการบรณะสำหรับภาพวาดทั้งโดราเอมอน ภาพใจแอนท์สบายใจขี่คอโนบิตะ และภาพพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ล้วนเป็นภาพปริศนาธรรมกับคติสอนใจ     ด้านช่างตาล ผู้วาดภาพได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่าสำหรับโดราเอมอนได้วาดไว้2ตัวคือตัวที่เล่นกระดานโต้คลื่นคือตัวแทนของคนที่ขยันสามารถต่อสู้กับตัวเองและก้าวข้ามอุปสรรค์ต่างๆไปได้โดยที่ไม่ได้อาศัยคนอื่น ส่วนตัวที่นอนเกาะยักษ์คือตัวที่ขี้เกียจจะทำอะไรก็ต้องพึ่งพาคนอื่น สำหรับภาพวาดไจแอนท์สบายใจขี่คอโนบิตะ เป็นภาพปริษณาที่สื่อความหมายคือโนบิตะ เป็นคนที่อ่อนแอทำอะไรก็เชื่อคนง่ายส่วนใจแอนท์ เปรียบเสมือนคนที่เราสร้างแต่ปัญหาให้ เหมือนกับในยุคนี้ที่เราไปเชื่อโลกโซเซียลมากทำให้ตัวเราเครียด เหมือนกับว่าโนบิตะเอาเรื่องของใจแอนท์มาแบกไว้      สำหรับภาพที่ลุงตู่เหยียบบนจมูกยักษ์นั้นที่ตนเขียนเพื่อเป็นจนหมายเหตุว่า ตนได้เขียนภาพพุทธประวัติเสร็จในยุดของลุงตู่ สำหรับความหมายคือลุงตู่เข้ามาปราบพวกมีอิทธิพล ทำผิดกฏหมาย ซึ่งภาพทั้งหมดเป็นภาพปริศนาธรรม และก่อนที่จะวาดภาพการ์ตูนและภาพลุงตู่ ตนได้กราบเรียนทางพระครูสมุห์สำรวย ปุณญกาโม เจ้าอาวาสวัดฤทธิ์ศิริราษฎร์เจริญธรรม ถึงการวาดภาพและปริศนาธรรมต่างๆ อย่างน้อยเพื่อดึงให้เด็กๆได้เข้ามาดุเพื่อเป้นการดึงเด็ก พ่อแม่พี่น้อง รวมทั้งญาติๆได้เข้าวัด     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ https://youtu.be/vUTGUV3nEC0

 162
บันเทิง
22 พ.ย. 62

'เบลล่า' ไม่ขัด แม่ค้าสุโขทัย แขวนรูปหน้าร้านคล้ายพระแม่โพสพ เรียกลูกค้าจนร้านขายดี

สุโขทัย-ร้านสมใจนึกการเกษตร ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายปุ๋ย ยา เมล็ดพันธุ์พืช และอาหารสัตว์ ในพื้นที่ อ.เมืองสุโขทัย ได้นำภาพวาดของเบลล่า ราณี ดาราสาวช่อง 3 ผู้รับบทแม่หญิงการะเกด จากละครดังบุพเพสันนิวาส ใส่ชุดไทยถือรวงข้าว คล้ายพระแม่โพสพ มาแขวนไว้ที่หน้าร้าน   โดยเจ้าของร้านบอกว่า ร้านกำลังจะเปิดสาขา 2 ก็เลยอยากได้รูปพระแม่โพสพมาไว้ที่ร้านเพื่อความเป็นสิริมงคลให้ค้าขายเจริญรุ่งเรือง จึงได้บอกช่างซึ่งเป็นคนรู้จัก ให้ช่วยวาดรูปให้ และช่างวาดก็วาดออกมาเป็นรูป เบลล่าถือรวงข้าว ตนเองเห็นแล้วก็ทึ่ง และเห็นว่าสวยดี ก็เลยนำไปให้พระเกจิอาจารย์ทำพิธีปลุกเสกให้ ก่อนนำมาแขวนไว้บนหน้าร้านได้ 1 ปีกว่าแล้ว ก็รู้สึกว่าขายของได้ดีมาเรื่อยจนถึงปัจจุบัน ลูกค้ามาเห็นก็ชื่นชม   ด้านเบลล่า เปิดใจหลังทราบข่าวว่า เห็นแล้วก็น่ารักดี ถือเป็นสีสัน ซึ่งก็เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นอะไรแบบนี้ และถ้าทำให้ใครค้าขายดี ตนเองก็ยินดี และดีใจที่มีคนชื่นชอบ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Ozxfy98gbUU

 14,400
ข่าวภูมิภาค
13 พ.ย. 62

พ่อแม่ไม่ติดใจ ครูพละหัวร้อนถีบเด็กตกเก้าอี้ ชี้ทำเพราะรักเหมือนลูก โมโหที่โดดเรียน

สุโขทัย-มีการแชร์คลิปเด็กนักเรียนชาย 2 คน ถูกครูทำโทษด้วยการใช้เท้าถีบจนตกเก้าอี้ เหตุเกิดที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย   ต่อมานายสมเกียรติ ลิมปะพันธุ์ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสวรรคโลก พร้อมด้วย พ.ต.อ.กิตติ์เนศ สุริยศักดิ์ภูบดี ผกก.สภ.สวรรคโลก ได้เชิญครู นักเรียน และผู้ปกครอง มาพูดคุยถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่งทางครูที่ปรากฏในคลิปนั้นได้เล่าให้ฟังว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคลิปที่ปรากฏนั้นตนยอมรับว่าทำรุนแรงจริง แต่ด้วยความรักเด็กทั้งสองเหมือนลูกคนที่สอง เพราะเด็กทั้งสองตนดูแลทั้งในเวลาเรียนและการเล่นฟุตบอล เนื่องจากทั้งสองเป็นนักฟุตบอลของโรงเรียน จึงมีความรักและความผูกพัน   สำหรับวันที่เกิดเหตุผู้ปกครองของเด็กได้โทรมาบอกว่า วันนี้เด็กขี่รถ จยย.มาโรงเรียน ให้ครูช่วยดูให้หน่อย ตนจึงได้ประสานไปที่ครูประจำชั้นปรากฏว่าไม่ได้มาเข้าแถว ต่อมาได้เรียกเด็กทั้ง 2 มาสอบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่งเด็กกลัวถูกทำโทษจึงโกหกว่าอยู่ร้านค้าใกล้ๆ   แต่เมื่อสอบถามทราบว่าได้ขี่รถจยย.ไปเที่ยวห่างจากโรงเรียน 30 กิโลเมตร หลังจากที่ตนเรียกเด็กมาพูดคุยและด้วยความเป็นห่วงและอารมณ์ชั่ววูบ จึงได้ทำรุนแรงกับเด็กไปหลังจากนั้นตนได้โทรไปบอกผู้ปกครองของเด็กทั้งสอง ซึ่งตนยอมรับความตนทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ   ด้านผู้ปกครองของเด็กทั้ง 2 คนเล่าว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนไม่ได้ติดจะหรือโกรธครูที่ทำรุนแรงเนื่องจากตนได้ฝากฝังลูกไว้กับครูให้คอยดูแล เนื่องจากลูกตนซึ่งเป็นทั้งครูและโค้ชนักฟุตบอล ที่ลูกอยู่ด้วยมานานจนมีความผูกพันซึ่งตนไม่ได้ติดใจอะไร   ขณะที่เด็กนักเรียนทั้ง 2 คน ระบุว่าตนเองไม่ได้โกรธครูที่ลงโทษตน เนื่องจากตนทั้งสองเป็นฝ่ายผิดที่หนีเรียน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cfeqd1uQxXw  

 3,812
สังคม
13 พ.ย. 62

พ่อแม่ไม่ติดใจ ครูพละหัวร้อนถีบเด็กตกเก้าอี้ ชี้ทำเพราะรักเหมือนลูก โมโหที่โดดเรียน

สุโขทัย-มีการแชร์คลิปเด็กนักเรียนชาย 2 คน ถูกครูทำโทษด้วยการใช้เท้าถีบจนตกเก้าอี้ เหตุเกิดที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย   ต่อมานายสมเกียรติ ลิมปะพันธุ์ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสวรรคโลก พร้อมด้วย พ.ต.อ.กิตติ์เนศ สุริยศักดิ์ภูบดี ผกก.สภ.สวรรคโลก ได้เชิญครู นักเรียน และผู้ปกครอง มาพูดคุยถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่งทางครูที่ปรากฏในคลิปนั้นได้เล่าให้ฟังว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคลิปที่ปรากฏนั้นตนยอมรับว่าทำรุนแรงจริง แต่ด้วยความรักเด็กทั้งสองเหมือนลูกคนที่สอง เพราะเด็กทั้งสองตนดูแลทั้งในเวลาเรียนและการเล่นฟุตบอล เนื่องจากทั้งสองเป็นนักฟุตบอลของโรงเรียน จึงมีความรักและความผูกพัน   สำหรับวันที่เกิดเหตุผู้ปกครองของเด็กได้โทรมาบอกว่า วันนี้เด็กขี่รถ จยย.มาโรงเรียน ให้ครูช่วยดูให้หน่อย ตนจึงได้ประสานไปที่ครูประจำชั้นปรากฏว่าไม่ได้มาเข้าแถว ต่อมาได้เรียกเด็กทั้ง 2 มาสอบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่งเด็กกลัวถูกทำโทษจึงโกหกว่าอยู่ร้านค้าใกล้ๆ   แต่เมื่อสอบถามทราบว่าได้ขี่รถจยย.ไปเที่ยวห่างจากโรงเรียน 30 กิโลเมตร หลังจากที่ตนเรียกเด็กมาพูดคุยและด้วยความเป็นห่วงและอารมณ์ชั่ววูบ จึงได้ทำรุนแรงกับเด็กไปหลังจากนั้นตนได้โทรไปบอกผู้ปกครองของเด็กทั้งสอง ซึ่งตนยอมรับความตนทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ   ด้านผู้ปกครองของเด็กทั้ง 2 คนเล่าว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนไม่ได้ติดจะหรือโกรธครูที่ทำรุนแรงเนื่องจากตนได้ฝากฝังลูกไว้กับครูให้คอยดูแล เนื่องจากลูกตนซึ่งเป็นทั้งครูและโค้ชนักฟุตบอล ที่ลูกอยู่ด้วยมานานจนมีความผูกพันซึ่งตนไม่ได้ติดใจอะไร   ขณะที่เด็กนักเรียนทั้ง 2 คน ระบุว่าตนเองไม่ได้โกรธครูที่ลงโทษตน เนื่องจากตนทั้งสองเป็นฝ่ายผิดที่หนีเรียน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cfeqd1uQxXw  

 3,812
ข่าวภูมิภาค
11 พ.ย. 62

ช่างตัดผมเชียงใหม่-สุโขทัย ออกแบบทรงผมรับเทศกาลลอยกระทง

คึกคักรับวันลอยกระทง ช่างตัดผมชาวเชียงใหม่ควงคู่ลูกสาววัย 10 ขวบ ร่วมกันออกแบบตัดผมแกะลายให้ลูกค้าสร้างสีสันรับงานประเพณียี่เป็ง โดยทำเป็นรูปกระทงและวัดวาอาราม พร้อมการปล่อยโคมลอยและช่วงเวลาอนุญาต รณรงค์สืบสานประเพณีดีงามและระมัดระวังการปล่อยโคมลอย   เช่นเดียวกับที่สุโขทัย ช่างตัดผมสร้างสรรค์แกะลายเป็นรูปกระทง และโบราณสถานงานประเพณีเผาเทียนเล่นไฟบนศีรษะ ลูกค้า รับงานลอยกระทงของสุโขทัย     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WF8ybaY2qJA

 894
สังคม
11 พ.ย. 62

ช่างตัดผมเชียงใหม่-สุโขทัย ออกแบบทรงผมรับเทศกาลลอยกระทง

คึกคักรับวันลอยกระทง ช่างตัดผมชาวเชียงใหม่ควงคู่ลูกสาววัย 10 ขวบ ร่วมกันออกแบบตัดผมแกะลายให้ลูกค้าสร้างสีสันรับงานประเพณียี่เป็ง โดยทำเป็นรูปกระทงและวัดวาอาราม พร้อมการปล่อยโคมลอยและช่วงเวลาอนุญาต รณรงค์สืบสานประเพณีดีงามและระมัดระวังการปล่อยโคมลอย   เช่นเดียวกับที่สุโขทัย ช่างตัดผมสร้างสรรค์แกะลายเป็นรูปกระทง และโบราณสถานงานประเพณีเผาเทียนเล่นไฟบนศีรษะ ลูกค้า รับงานลอยกระทงของสุโขทัย     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WF8ybaY2qJA

 894
สังคม-อาชญากรรม
02 ต.ค. 62

ทำบุญล้างบ้าน 'น้องไอแอล' บริจาคตู้ซ่อนศพให้วัด ส่งตัวแม่เข้าเรือนจำ ค้านประกันตัว

ความคืบหน้าการเสียชีวิตของน้องไอแอล เด็กชายปรัชญา เดโชเม็ง อายุ 18 วัน ที่เสียชีวิตจากการกระทำของนางสาวออย อายุ 22 ปี ผู้เป็นแม่ ซึ่งกุเรื่องหลอกว่าลูกถูกขโมยไปจากบ้าน แต่ความจริงคือ นำศพลูกไปซ่อนกระเป๋า และไปยัดไว้ในตู้เสื้อผ้าเพื่ออำพราง ปกปิดความผิด ก่อนนำมาทิ้งหลังห้องน้ำสร้างสถานการณ์ จนสุดท้ายถูกจับกุม   ล่าสุด ตร.สภ.ศรีสัชณาลัย จ.สุโขทัย นำตัวแม่น้องไอแอลไปฝากขังที่ศาล จ.สวรรคโลก พร้อมคัดค้านการประกันตัว โดยมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ตอบคำถามสื่อ ซึ่งก่อนที่จะนำฝากขัง สามีและพ่อของนางสาวออย เข้าเยี่ยมและนำเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยน โดยพ่อระบุว่า ตอนนี้ให้อภัยลูก ไม่โกรธ เพราะเชื่อว่าลูกสาวไม่ได้ตั้งใจทำให้ลูกตาย  ตอนนี้ขอเตรียมหลักทรัพย์ไปขอยื่นประกันที่ศาล และจากนั้นจะทำบุญใหญ่ให้กับน้องไอแอล ช่วงเย็นศาลมีคำสั่งคัดค้านการประกันตัว นำตัวแม่น้องไอแอล ส่งเข้าเรือนจำ   ส่วนบรรยากาศที่บ้าน ทางย่าทวดและญาติพี่น้องร่วมทำพิธีล้างบ้าน เลี้ยงพระที่บ้าน เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้น้องไอแอล และ ขอบริจาคตู้ซ่อนศพ ให้กับวัดห้วยติ่งนำไปใช้   โดยการบริจาคตู้ซ่อนศพนี้ไม่ได้กลัวเรื่องวิญญาณ น้องไอแอลหรือความเฮี้ยนอะไร แต่พอเห็นตู้นี้แล้ว มันสะเทือนใจ และคิดถึงแต่ภาพการนำศพเหลนมาซ่อนที่นี่ และเป็นห่วงว่าหากแม่ของน้องไอแอลพ้นโทษออกมาถ้าเห็นตู้นี้จะรู้สึกอย่างไร จึงให้วัดไปใช้   ส่วนสภาพจิตใจย่าทวดเล่าทั้งน้ำตาว่า ครอบครัวตอนนี้เครียดจัดกินไม่ได้นอนไม่หลับกับเรื่องที่เกิดขึ้น ทั้งตกใจพฤติกรรมของแม่น้องไอแอล  และขอโทษสังคม ที่ครอบครัวทำให้เดือดร้อนในการออกตามหาน้องไอแอลในช่วงแรก และอยากขอร้องสังคมและเพื่อนบ้านหยุดซ้ำเติมแม่น้องไอแอล เพราะเชื่อว่าทั้งหมดที่ทำลงไปเกิดจากความประมาท ไม่ได้ตั้งใจ   ส่วนบรรยากาศในการทำบุญ ชาวบ้านและกลุ่มแม่ครัวก็จับกลุ่มพูดคุยเรื่องความลี้ลับ ว่าตลอดคืนตั้งแต่พบศพน้องไอแอล ช่วงเวลาตีสามหมาจะมาหอนแถวๆหลังห้องน้ำจุดที่พบศพ บางคนก็ได้กลิ่นคล้ายศพเน่า ส่วนชิ้นส่วนหนังศรีษะน้องไอแอลที่ติดอยู่ผนัง ทางตาของเด็กก็เก็บไว้ติดตัว   สำหรับนางสาวออย แม่น้องไอแอล ถูกดำเนินคดีทั้งหมด 3 ข้อหา คือ กระทำการประมาทให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย / แจ้งความเท็จ/ ซ่อนเร้นอำพรางศพ ซึ่งนางสาวออยให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา  ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตให้การกับตร.ว่า ขณะที่ให้นมลูก ไม่ได้ใช้มือจับขวดนท แต่ใช้ผ้าดันขวดนมแทน โดยที่ตัวเองหันมาเล่นมือถือ จากนั้นหันมาอีกที พบว่าลูกตายแล้ว ไม่รู้จะทำอย่างไรกลัวความผิดจึงนำศพไปซ่อน และสร้างเรื่องขึ้นมาว่าลูกหาย   ส่วนสภาพศพน้องไอแอลที่พบว่ากระโหลกศีรษะยุบนั้น เกิดจากการที่แม่นำร่างของลูกตัวเอง โยนทิ้งจากช่องลมด้านหลังห้องน้ำ จนหนังศรีษะลูกครูดกับผนังห้องน้ำ และมีคราบเลือดและน้ำเหลืองติดด้วย สาเหตุที่ทำเช่นนี้ นางสาวออยสารภาพกับว่า ต้องการสร้างสถานการณ์ว่า ลูกถูกฆาตกรรม แล้วหมาคาบมาวางไว้ เพื่อปัดความผิด และทำทุกอย่างคนเดียวไม่มีผู้อื่นรู้เห็นด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fl0mBXFllcc

 6,923
อาชญากรรม
02 ต.ค. 62

ทำบุญล้างบ้าน 'น้องไอแอล' บริจาคตู้ซ่อนศพให้วัด ส่งตัวแม่เข้าเรือนจำ ค้านประกันตัว

ความคืบหน้าการเสียชีวิตของน้องไอแอล เด็กชายปรัชญา เดโชเม็ง อายุ 18 วัน ที่เสียชีวิตจากการกระทำของนางสาวออย อายุ 22 ปี ผู้เป็นแม่ ซึ่งกุเรื่องหลอกว่าลูกถูกขโมยไปจากบ้าน แต่ความจริงคือ นำศพลูกไปซ่อนกระเป๋า และไปยัดไว้ในตู้เสื้อผ้าเพื่ออำพราง ปกปิดความผิด ก่อนนำมาทิ้งหลังห้องน้ำสร้างสถานการณ์ จนสุดท้ายถูกจับกุม   ล่าสุด ตร.สภ.ศรีสัชณาลัย จ.สุโขทัย นำตัวแม่น้องไอแอลไปฝากขังที่ศาล จ.สวรรคโลก พร้อมคัดค้านการประกันตัว โดยมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ตอบคำถามสื่อ ซึ่งก่อนที่จะนำฝากขัง สามีและพ่อของนางสาวออย เข้าเยี่ยมและนำเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยน โดยพ่อระบุว่า ตอนนี้ให้อภัยลูก ไม่โกรธ เพราะเชื่อว่าลูกสาวไม่ได้ตั้งใจทำให้ลูกตาย  ตอนนี้ขอเตรียมหลักทรัพย์ไปขอยื่นประกันที่ศาล และจากนั้นจะทำบุญใหญ่ให้กับน้องไอแอล ช่วงเย็นศาลมีคำสั่งคัดค้านการประกันตัว นำตัวแม่น้องไอแอล ส่งเข้าเรือนจำ   ส่วนบรรยากาศที่บ้าน ทางย่าทวดและญาติพี่น้องร่วมทำพิธีล้างบ้าน เลี้ยงพระที่บ้าน เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้น้องไอแอล และ ขอบริจาคตู้ซ่อนศพ ให้กับวัดห้วยติ่งนำไปใช้   โดยการบริจาคตู้ซ่อนศพนี้ไม่ได้กลัวเรื่องวิญญาณ น้องไอแอลหรือความเฮี้ยนอะไร แต่พอเห็นตู้นี้แล้ว มันสะเทือนใจ และคิดถึงแต่ภาพการนำศพเหลนมาซ่อนที่นี่ และเป็นห่วงว่าหากแม่ของน้องไอแอลพ้นโทษออกมาถ้าเห็นตู้นี้จะรู้สึกอย่างไร จึงให้วัดไปใช้   ส่วนสภาพจิตใจย่าทวดเล่าทั้งน้ำตาว่า ครอบครัวตอนนี้เครียดจัดกินไม่ได้นอนไม่หลับกับเรื่องที่เกิดขึ้น ทั้งตกใจพฤติกรรมของแม่น้องไอแอล  และขอโทษสังคม ที่ครอบครัวทำให้เดือดร้อนในการออกตามหาน้องไอแอลในช่วงแรก และอยากขอร้องสังคมและเพื่อนบ้านหยุดซ้ำเติมแม่น้องไอแอล เพราะเชื่อว่าทั้งหมดที่ทำลงไปเกิดจากความประมาท ไม่ได้ตั้งใจ   ส่วนบรรยากาศในการทำบุญ ชาวบ้านและกลุ่มแม่ครัวก็จับกลุ่มพูดคุยเรื่องความลี้ลับ ว่าตลอดคืนตั้งแต่พบศพน้องไอแอล ช่วงเวลาตีสามหมาจะมาหอนแถวๆหลังห้องน้ำจุดที่พบศพ บางคนก็ได้กลิ่นคล้ายศพเน่า ส่วนชิ้นส่วนหนังศรีษะน้องไอแอลที่ติดอยู่ผนัง ทางตาของเด็กก็เก็บไว้ติดตัว   สำหรับนางสาวออย แม่น้องไอแอล ถูกดำเนินคดีทั้งหมด 3 ข้อหา คือ กระทำการประมาทให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย / แจ้งความเท็จ/ ซ่อนเร้นอำพรางศพ ซึ่งนางสาวออยให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา  ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตให้การกับตร.ว่า ขณะที่ให้นมลูก ไม่ได้ใช้มือจับขวดนท แต่ใช้ผ้าดันขวดนมแทน โดยที่ตัวเองหันมาเล่นมือถือ จากนั้นหันมาอีกที พบว่าลูกตายแล้ว ไม่รู้จะทำอย่างไรกลัวความผิดจึงนำศพไปซ่อน และสร้างเรื่องขึ้นมาว่าลูกหาย   ส่วนสภาพศพน้องไอแอลที่พบว่ากระโหลกศีรษะยุบนั้น เกิดจากการที่แม่นำร่างของลูกตัวเอง โยนทิ้งจากช่องลมด้านหลังห้องน้ำ จนหนังศรีษะลูกครูดกับผนังห้องน้ำ และมีคราบเลือดและน้ำเหลืองติดด้วย สาเหตุที่ทำเช่นนี้ นางสาวออยสารภาพกับว่า ต้องการสร้างสถานการณ์ว่า ลูกถูกฆาตกรรม แล้วหมาคาบมาวางไว้ เพื่อปัดความผิด และทำทุกอย่างคนเดียวไม่มีผู้อื่นรู้เห็นด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fl0mBXFllcc

 6,923
สังคม-อาชญากรรม
01 ต.ค. 62

แม่สารภาพซ่อนศพ 'น้องไอแอล' ในตู้ รับใช้ผ้าดันขวดนมแทนมือจับ เพราะเล่นมือถือ เชิญหมอผีทำพิธีสะกดวิญญาณหวั่นเด็กเฮี้ยน

ความคืบหน้ากรณีการหายตัวปริศนาของน้องไอแอล ทารกเพศชาย อายุ 18 วัน และมาพบเป็นศพหลังจากชาวบ้านและเจ้าหน้าที่หลายหน่วยช่วยกันออกตามหา 5วัน และมาพบว่าคนที่นำศพมาทิ้งไว้หลังห้องน้ำคือนางสาวออย แม่ของน้องไอแอลเอง   ทางตำรวจและกองพิสูจน์หลักฐาน เข้าเก็บหลักฐาน โดยเฉพาะที่ผนังห้องน้ำ ด้านหลังยังพบเศษซากชิ้นเนื้อของมนุษย์และคราบน้ำเหลือง คราบเลือดติดอยู่   จากนั้นได้นำตัวนางสาวออย แม่น้องไอแอล และผู้เกี่ยวข้องในบ้านพักทั้งหมดไปสอบปากคำที่ สภ.ศรีสัชนาลัย โดยใช้เวลาเกือบทั้งวันกว่าจะสอบปากคำได้ เพราะแม่เด็กมีอาการเครียดหนัก   ตอนแรกให้การสารภาพว่า ช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. วันที่ 26 ก.ย.ขณะที่จะเปลี่ยนผ้าอ้อมก็เห็นว่าลูกตาย จึงนำผ้าห่อศพไว้ และนำไปใส่กระเป๋าเดินทางเก็บไว้ในตู้ใส่ของบนชั้น 2 ของบ้าน ก่อนจะนำศพมาทิ้งไว้ที่หลังห้องน้ำช่วงเช้ามืด ทำไปเพราะสับสนไม่รู้จะทำอย่างไร   ช่วงแรก ตร.ยังไม่ปักเชื่อคำให้การทั้งหมด จึงสอบปากคำเครียด สุดท้ายช่วงเย็นแม่เด็กก็ยอมรับว่า ก่อนที่ลูกจะเสียชีวิต แม่เด็กป้อนนมลูกโดยไม่ได้ใช้มือจับขวดนม ใช้ผ้าดันขวดนมแทน ส่วนตัวเองเล่นมือถืออยู่ข้างๆ พอหันกลับมา พบว่าลูกตายแล้ว ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงนำศพไปซ่อน และแจ้งความเท็จ   พอเรื่องเริ่มขยายใหญ่ขึ้นและศพเริ่มส่งกลิ่น จึงนำศพมาทิ้งหลังห้องน้ำ โดยอำพรางด้วยการนำร่างของลูกตัวเอง ยัดใส่ช่องว่างระหว่างหลังคาห้องน้ำ โยนศพทิ้งลงมา ทำให้กะโหลกยุบ และเศษชิ้นส่วนผิวหนังและคราบน้ำเหลือง คราบเลือดยังเลอะที่กำแพงห้องน้ำด้านหลัง   ส่วนเหตุผลที่เห็นว่าลูกตัวเองตายแล้ว ทำไมไม่นำส่งรพ. หรือร้องขอความช่วยเหลือ กลับสร้างเรื่องหลอกคนอื่นนั้น แม่ของเด็กระบุว่า ต้อการปัดความผิด เพราะไม่อยากโดนว่า และตอนนั้นเครียด สับสน จึงสร้างสถานการณ์ว่าลูกถูกฆาตกรรมแล้วหมาคาบศพไป และขอยืนยันว่า แม่เด็กมีอาการเครียดมากไม่ได้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า   เบื้องต้นตร.แจ้งข้อหา ประสาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นตาย / แจ้งความเท็จ / ซ่อนเร้นอำพรางศพ โดยขณะนี้พบการกระทำความผิด แค่แม่เด็กคนเดียว   ต่อมาทางครอบครัวก็รับศพ น้องไอแอลมาทำพิธี ฌาปนกิจตามศาสนา โดยก่อนที่จะนำร่างแห่ไปที่วัด สัปเหร่อ ก็มาทำพิธีสะกดวิญญาณ ที่ตู้ที่แม่นำศพมาซ่อนไว้ และบริเวณบ่อเกรอะหลังห้องน้ำจุดที่พบศพ ก่อนจะนำร่างไปทำพิธีฝังหลอกและฌาปนกิจศพ เพราะเชื่อว่าหากไม่ทำพิธี วิญญาณเด็กจะเฮี้ยน และไม่ยอมไปเกิด   ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ ย่าทวดของนางสาวออย ซึ่งนางสาวออยมีศักดิ์เป็นหลาน และน้องไอแอลเป็นเหลน เล่าว่า เสียใจที่หลานทำแบบนี้ ไม่มีใครรู้มาก่อนว่านำศพเหลนไปซ่อน และมาทิ้งตรงนี้ มันใจดำ จริงๆ ซึ่งออยเป็นคนรักลูกมาก ตั้งแต่ท้องยันคลอด ออยเตรียมการทุกอย่าง พอคลอดออกมาก็ไม่เคยห่างลูก แต่น้องไอแอลไม่ค่อยแข็งแรง มีภาวะตัวเหลือง ไม่ได้ป่วยด้วยโรคประจำตัว   ตนในฐานะย่าทวด ก็ยังช่วยเลี้ยงเหลนไม่คิดจะเกิดเรื่องแบบนี้ เมื่อเช้ามืดตอนที่นำศพมาทิ้ง ย่าทวดก็นอนใกล้กับหน้าห้องน้ำ แต่ไม่เห็นพิรุธอะไร   หลังจากนั้นย่าทวดก็พาทีมข่าวขึ้นไปดูตู้จุดที่ซ่อนซพน้องไอแอลไว้ ที่ชั้น 2 ของบ้าน ซึ่งเป็นเหมือนห้องเก็บของมีตู้เสื้อผ้าและเก็บของหลายหลัง จุดที่นำศพมาซ่อน คือตู้กระจกใส่ ชั้นล่างไว้เก็บอุปกรณ์ทำครัว พวกหม้อกระทะ ส่วนศพนั้น ถูกยัดใส่กระเป๋าวางไว้และนำตุ๊กตามาวางไว้ ทุกอย่างเหมือนปกติไม่มีอะไรพิรุธสงสัย จากนี้ก็จะทำบุญให้เหลน ส่วนนางสาวออยแม่ของเด็ก ก็ว่ากันไปตามกฎหมาย   ด้านพี่สาวนางสาวออย ยืนยันว่าไม่มีส่วนรู้เห็นเรื่องที่เกิดขึ้น ตนก็โดนน้องหลอก ที่ผ่านมาน้องสาวเป็นคนรักลูกมาก  ไม่เชื่อว่าจะทำลูกตัวเองได้ เรื่องที่เกิดขึ้นเหมือนอุบัติเหตุมากกว่า และที่ต้องนำศพไปซ่อน เพราะน้องคงสับสนและเครียด   และขอชี้แจ้งว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้มีสาเหตุจากการประชดสามี หรือน้องสาวมีปัญหากับสามี ตามที่บางสื่อนำเสนอ ตอนนี้อยากขอร้องทั้งชาวบ้านและสื่อ อย่าด่าทอน้อง เพราะเชื่อว่าน้องสาวตนไม่ได้ตั้งใจ   สำหรับตัวนางสาวออย แม่ของน้องไอแอล เมื่อคืนนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ที่โรงพัก และเช้าวันนี้ (1 ต.ค.) พนักงานสอบสวนจะนำตัวไปฝากขังที่ศาล จ.สวรรคโลก ส่วนคดีนี้จะมีผู้ร่วมก่อเหตุหรือรู้เห็นอีกหรือไม่นั้น พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบหากพบหลักฐานถึงใครก็จะดำเนินคดี แต่ตอนนี้พบเพียงแม่ของเด็กคนเดียวเท่านั้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6TDRgyEabUE

 93,541

Top