ค้นหา :

ผลการค้นหา "รถของกลาง"

สังคม
24 ม.ค. 63

ประมูลรถของกลางเข้าอู่ซ่อมพบยาบ้าซ่อนกันชนกว่า 1 แสนเม็ด!

พ.ต.อ.สุรพงษ์ บุญยืน ผกก.สภ.สันทราย พ.ต.ท.พูนทรัพย์ รวมสุข ผกก.สส.สภ.สันทราย พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรอำเภอสันทราย และเจ้าหน้าที่ปปส. ได้รับแจ้งจากอู่ซ่อมรถ ชื่ออู่อีสานรุ่งเรือง บ้านแม่ย่อยใต้ หมู่ 2 ซอย 10 ต.สันทรายน้อย อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ว่าเจอยาบ้าซุกซ่อนอยู่ภายในรถจำนวนมหาศาล หลังรับแจ้งทางเจ้าหน้าที่ทุกนหน่วยงานจึงเดินทางไปตรวจสอบที่อู่ซ่อมรถดังกล่าว   ที่เกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่พบรถฮอนด้าซีอาร์วี สีขาว บริเวณกันชนด้านหลัง เมื่อถอดออกดูก็ปรากฏว่ามีช่องลับ ภายในช่องมียาบ้าซุกซ่อนอยู่จำนวน 94,000 เม็ด จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 62 เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แม่จัน จ.เชียงราย ได้ร่วมกันจับกุมนายวรกันต์ วังคีรี และนายศรัณย์ภัทร เยอเบาะ ผู้ต้องหา พร้อมของกลางยาบ้า จำนวนประมาณ 100,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในห้องโดยสารด้านหลังของรถยนต์คันดังกล่าว จากนั้นได้มีการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งสองคน และทางเจ้าหน้าที่ปปส.ภาค 5 ก็ได้ดำเนินการตามพรบ.มาตราการยึดทรัพย์ โดยยึดรถดังกล่าวเป็นของกลาง   ต่อมาเมื่อวันที่ 22 ม.ค. 63 ได้มีการประมูลขายทอดตลาดรถคันดังกล่าวนี้ โดยมีหญิงสาว ซึ่งเป็นเมียทหารยศ พันเอก ประมูลได้ไปในราคา 586,000 บาท หลังเสร็จสิ้นการประมูล หญิงดังกล่าวได้นำรถมาที่อู่ เพื่อซ่อมแซมบริเวณท้ายรถที่มีรอยเฉี่ยวชนเล็กน้อย    โดยเช้าวันนี้เจ้าของอู่ ได้มาถอดชิ้นส่วนรถหมายจะซ่อมก็ตกใจเมื่อเจอยาบ้า จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้นำรถไปตรวจสอบที่ซุกซ่อนอื่นๆแต่ก็ไม่พบยาเพิ่มเติม และได้ส่งมอบรถคืนให้แก่ผู้ชนะประมูล ส่วนยาเสพติดได้ยึดไว้เป็นของกลางและจะได้ไปร้องทุกข์กล่าวโทษกลุ่มผู้ต้องหาเพิ่มเติมที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้ต่อไป

 813
สังคม-อาชญากรรม
19 ส.ค. 62

พบแล้ว! รถจยย.ของกลางหายจาก สน.นาน 5 เดือน อยู่ดีๆก็โผล่มา ช็อคซ้ำ! มือดีแงะอะไหล่หายเพียบ

จากกรณีหนุ่มวัย 23 ปี ถูกเพื่อนรุ่นน้องยืมรถไปขี่เกิดอุบัติเหตุ ตำรวจยึดรถเป็นของกลาง ก่อนติดต่อขอรับรถคืน พบรถหายไปจาก สน.ลุมพินี โดยมีผู้ต้องสงสัยคือร้อยเวรผู้ยึดรถ แต่ไม่สามารถติดตามตัวได้เนื่องจากถูกไล่ออกจากราชการและไปบวชในถ้ำ ผ่านไปหลายเดือนคดีไม่คืบ แต่พอเป็นข่าว 2 วัน พบรถกลับมาจอดในสน. แต่สภาพไม่เหมือนเดิม อะไหล่ถูกถอดและสับเปลี่ยนหลายรายการ   วานนี้ (18 ส.ค.) นายภาคิน กวินฤทธิโชค อายุ 23 ปี เจ้าของรถ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า หลังจากนำเรื่องราวโพสต์ลงเฟซบุ๊ก กระทั่งเป็นข่าว 2 วันต่อมาตำรวจติดต่อกลับมาให้เข้าไปรับรถคืนที่ สน.โดยอ้างว่ารถจอดอยู่ในสน. แต่ตำรวจหาไม่พบ ทั้งที่ตนทวงถามมานานกว่า 5 เดือน     ต่อมาวันที่ 17 ส.ค. ตนได้เดินทางเข้าไปรับรถ แต่พบว่าสภาพรถไม่เหมือนเดิม เบาะและยางกันล้มข้างเครื่องถูกสับเปลี่ยน ไฟหน้า เกียร์ และพักเท้าด้านหลังถูกถอดหายไป ทำให้ตนรู้สึกแย่มาก หากรถหายไปยังจะดีเสียกว่าเจอรถในสภาพแบบนี้   เมื่อสอบถามกับตำรวจ กลับไม่ได้รับคำชี้แจงว่าเหตุใดสภาพรถไม่เหมือนเดิม เพียงบอกให้รับรถคืนและชดใช้ค่าซ่อม โดยประสานไปยังบริษัทประกันภัยรถจยย. ทำการซ่อมให้ ตนจึงตัดสินใจไม่รับรถคืน จนกว่าตำรวจจะสามารถจับตัวคนร้ายและให้ความกระจ่างกับตนได้ ซึ่งวันนี้ (19 ส.ค.) ตนจะเข้าไปที่สน. อีกครั้ง เพื่อติดตามความคืบหน้า     อย่างไรก็ตาม อยากฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ อยากให้ดำเนินการทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎหมาย เท่าเทียมกันทุกคน ไม่ใช่เฉพาะกรณีของตน เพราะตนมองว่าหากไม่เป็นข่าว ตนก็คงไม่ได้รถคืน   ส่วนเพื่อนรุ่นน้องที่ยืมรถไปขี่ชน เพิ่งติดต่อกลับมา พร้อมขู่ว่าจะฟ้องตนในข้อหาหมิ่นประมาท แต่ตนไม่กลัว เพราะทุกอย่างคือเรื่องจริง และหากเขาจะฟ้องจริง ตนก็จะฟ้องกลับกรณีที่ยืมรถตนไปขี่ชนแล้วไม่รับผิดชอบ   ด้าน พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผกก.สน.ลุมพินี ระบุว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 16 ส.ค. เจ้าหน้าที่สามารถติดต่อร้อยเวร ผู้ที่ยึดรถได้ หลังถูกไล่ออกจากราชการและไปบวชอยู่ในถ้ำ โดยให้ข้อมูลว่ารถจอดอยู่ในสน. และระบุจุดจอดรถให้ จนเจ้าหน้าที่สามารถหาจนพบ ซึ่งจุดที่พบรถนั้น ไม่ใช่จุดที่จอดรถของกลาง ทำให้เจ้าหน้าที่หาไม่เจอ   เมื่อเจ้าของรถแจ้งว่า สภาพรถไม่เหมือนเดิม ตนก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด แต่ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเก็บข้อมูลไว้ได้เพียง 15 วัน แต่รถเข้ามาจอดไว้ในสน. หลายเดือนแล้ว จึงได้สั่งการให้ตรวจสอบด้วยวิธีอื่น   ถามว่าเป็นการหยามตำรวจหรือไม่ที่ปล่อยให้มีคนเข้ามาลักทรัพย์ในสน. เห็นว่า หากเข้าไปลักทรัพย์ในห้องเก็บรถอุบัติเหตุและของกลางจึงจะถือว่าหยาม แต่รถจยย. คันดังกล่าว ถูกจอดไว้ในที่จอดรถทั่วไปภายในบริเวณสน. ซึ่งถือเป็นสถานที่สาธารณะจึงไม่ถือว่าเป็นการหยาม   เบื้องต้น ได้ชดใช้ค่าซ่อมรถให้เจ้าของรถ และจะทำการตรวจสอบหาผู้กระทำผิด ก่อนดำเนินคดีในคดีลักทรัพย์ต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qmvlsyTuOSQ

 2,786
ข่าวภูมิภาค
14 มิ.ย. 62

หนุ่มโวยจอดรถของกลางไว้ สน.ลำผักชี ถูกทุบกระจกขโมยเครื่องเสียง หายเกลี้ยงเกือบ 5 หมื่น

ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายอนุรักษ์ ประมาณ อายุ 36 ปี ว่ารถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไฮลักซ์วีโก้ ของพ่อตนเองได้ประสบอุบัติเหตุรถชน เมื่อวันที่ 10 พ.ค.62 ที่ผ่านมา ทำให้เลือดคั่งในสมอง เข้ารักษาตัวอยู่โรงพยาบาล ส่วนรถยนต์คันประสบเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลากไปไว้ที่ลานจอดรถของกลาง สน.ลำผักชี   กระทั่งพ่อของตนออกจากโรงพยาบาล แล้วเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน พร้อมประสานขอนำรถมาลากเพื่อนำไปซ่อม กลับพบว่ารถของตนทั้งที่จอดอยู่ภายในโรงพัก ถูกมือดีใช้เหล็กทุบกระจกรถบริเวณแค็บหลังฝั่งขวา มุดตัวเข้าไปขโมยเครื่องเสียงภายในรถทั้งหมด ทิ้งเหล็กความประมาณ 1 ศอก  ที่ใช้ทุบกระจกลักษณะคล้ายค้อนวางไว้กระบะหลังไว้ดูต่างหน้า   ส่วนทรัพย์สินที่หายไปประกอบด้วย เครื่องเสียงยี่ห้อเคนวูส แบบ 2 DIN  ราคา 6,000 บาท /ลำโพงยี่ห้อ NOOM  จำนวน 10 ตัว ราคา 15,000 บาท / ชุดเพิ่มกำลังขับเสียงกลาง (ปรีแอมป์) จำนวน 1 ตัว ราคา 15,000 บาท และชุดขยายเสียง 2 ตัว ราคา 15,000 บาท รวมมูลค่าเกือบ 50,000 บาท ซึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนได้มาดูรถสภาพยังปกติ ทั้งนี้เจ้าของรถได้ลงบันทึกประจำไว้แล้ว โดยเจ้าหน้าที่ พฐ.ได้เก็บรอยนิ้วมือแฝงเพื่อติดตามตัวคนร้าย   นายอนุรักษ์ กล่าว ความปลอดภัยของประชาชนอยู่ที่ไหน ขนาดรถจอดไว้ในสถานีตำรวจ ยังถูกคนร้ายเข้ามาทุบกระจกขโมยทรัพย์สินไป แบบนี้ใครจะรับผิดชอบ ตำรวจควรช่วยสอดส่องบ้าง ตนไปติดตามความคืบหน้าทางคดี ไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดเห็นว่ารถของตนถูกทุบกระจก เพิ่งทราบตอนที่ตนมารับรถไปซ่อม พร้อมตอกกลับว่า “ไปบอกนักข่าวทำไม”   ลูกชายเจ้าของรถตั้งข้อสังเกตว่า คนร้ายน่าจะตัวเล็ก รูปร่างผอม พอที่จะมุดตัวผ่านช่องกระจกแค็บเข้าไปในรถได้ ลักษณะการถอดใช้วิธีขันน็อตออกทั้งลำโพงและเครื่องขยายเสียง ไม่พบรอยงัด ต้องใช้เวลาลงมือก่อเหตุไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง เชื่อคนร้ายมีความรู้เกี่ยวกับเครื่องเสียงระดับหนึ่ง น่าจะมาสอดส่องดูก่อนแล้ว ที่สำคัญรถติดฟิล์มมืด หากไม่เอาหน้าส่องเข้าไปมองใกล้ๆก็ไม่เห็น  รถของกลางจอดอยู่หลายคัน แต่คนร้ายเจาะจงมาก่อเหตุรถของตนเพราะรู้ลำโพงและเครื่องขยายเสียงมีราคา   ทั้งนี้รถคันที่ถูกทุบกระจกจอดอยู่บริเวณลานจอดรถของกลางด้านในสุด ติดกับคลองเดินข้ามไม่ได้ มีบ้านเรือนประชาชน 2 หลัง โดยรอบไม่มีกล้องวงจรปิด กลางคืนมืด มีทางเข้าออกโรงพักทางเดียวซึ่งมีวงจรปิดหลายตัว คาดว่าน่าจะจับภาพผู้ต้องสงสัยได้    ผู้สื่อข่าวพยามสอบถามไปยัง พ.ต.อ.กฤษฏางค์ จิตตรีพล ผู้กำกับการ สน.ลำผักชี แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0lS4GcNLzP4

 1,105
สังคม-อาชญากรรม
29 เม.ย. 62

สาวโวยมีคนเอารถของตนที่ถูกยึดเป็นของกลางไปขับ ตร.ตั้งกรรมการสอบแล้ว แต่ยันไม่มีการเคลื่อนย้ายรถ

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Bow Sunita โพสต์ว่ารถยนต์ของตนถูกยึดไว้เป็นของกลางในคดีที่สถานีตำรวจ ซึ่งตนได้ไปตรวจสอบรถอยู่บ่อยครั้ง กลับไม่พบรถของตนจอดอยู่ เมื่อเข้าไปดูที่รถก็พบว่าภายในรถของตนที่ถูกยึดนั้น มีเสื้อผ้า เครื่องแต่งกายของบุคคลอื่น อยู่ภายในรถของตน ที่ สภ.ท่าหิน ภ.จว.ลพบุรี นั้น   ล่าสุด พ.ต.อ.ณัชภูมิ วรรณวิไล ผกก.สภ.ท่าหิน มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว โดยให้คณะกรรมการตรวจสอบด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากผลการตรวจสอบพบว่า พบว่ามีข้อบกพร่องของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ก็จะดำเนินการในทางอาญาและทางวินัยอย่างเด็ดขาดต่อไป จากการตรวจสอบในเบื้องต้นยังไม่พบว่ารถยนต์ดังกล่าว เกิดการเสื่อมสภาพหรือความเสียหายแต่อย่างใด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/w_dX1xiIVGA  

 2,006
สังคม-อาชญากรรม
22 เม.ย. 62

หนุ่มรถล้ม ลากดูคาติจอดโรงพัก ผงะ ชิ้นส่วนหายราคานับแสน ยังจับมือใครดมไม่ได้

นายชิดชัย หรือโย สัมปันโน อายุ 25 ปี เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.กฤษณะ มั่นศักดิ์ รอง สว.(สอบสวน) สน.พญาไท เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุลักทรัพย์อะไหล่ส่วนควบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อดูคาติ รุ่นมอนสเตอร์ 795 สีแดง หมายเลขทะเบียน 1 กฮ 7440 กรุงเทพมหานคร ภายหลังจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนำซากรถมาเก็บรักษาไว้ภายในสถานที่ดังกล่าวหลังประสบอุบัติเหตุจนได้รับอาการบาดเจ็บสาหัส   ผู้เสียหายกล่าวว่า ซื้อรถคันนี้มาได้ประมาณ 6 เดือน ซึ่งเป็นรถมือสอง ในราคา 3 แสนกว่าบาท โดยก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. ของวันที่ 6 เม.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่ตนกำลังขี่รถกลับจากบ้านเพื่อนย่านดาวคะนอง เพื่อมารับแฟนสาวย่านทองหล่อ เมื่อมาถึงบริเวณสะพานข้ามแยกยมราช ได้เกิดประสบอุบัติเหตุเสียหลักล้มลงจนได้รับอาการบาดเจ็บสาหัสและสลบไม่ได้สติ   จากนั้นถูกอาสาสมัครนำตัวส่งห้องไอซียู โรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อเข้ารับการรักษาอาการอย่างเร่งด่วนเนื่องจากกะโหลกศีรษะร้าว แขนขวาหัก และบาดเจ็บตามร่างกายอีกหลายแห่ง เมื่อได้สติขึ้นมาทราบว่ารถถูกนำไปเก็บรักษาไว้ภายใน สน.พญาไท หลังจากนั้นมารดาของตนได้เดินทางมาดูรถในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน โดยมีการบันทึกภาพของซากรถเอาไว้ซึ่งอุปกรณ์ทุกชิ้นยังอยู่ครบถ้วน   จากนั้นเมื่อวันที่ 14 เม.ย. ที่ผ่านมา ทางแพทย์ได้อนุญาตให้ตนออกมารักษาตัวอยู่ที่บ้านได้ตามปกติจึงตัดสินใจเดินทางมาดูรถด้วยตนเอง ก็ยังพบว่าอุปกรณ์ทุกส่วนยังอยู่ครบถึงแม้จะพังเสียหายทั้งคัน และโช๊คอัพหน้าจะหลุดออกจากตัวรถก็ตาม โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แนะนำให้ตนสามารถนำรถกลับคืนไปได้เลยเนื่องจากไม่ใช่คดีอาญา   ตนจึงบอกว่าจะมารับรถกลับในภายหลังเนื่องจากหารถมาขนไม่ได้ ประกอบกับเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ จนกระทั่งวันที่ 19 เม.ย. ตนประสานให้ทางช่างซ่อมนำรถกระบะมาขน ก่อนทางช่างจะโทรศัพท์กลับมาบอกตนว่า ปั๊มเบรกหน้า-หลัง ถูกตัด รวมถึงชุดโช๊คหน้าพร้อมล้อแม็กซ์ ยาง และเรือนไมล์ รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 128,844 บาท ได้หายไปอย่างลึกลับ ด้วยความตกใจตนจึงรีบเดินทางมาดูก็พบว่าอะไหล่ส่วนควบดังกล่าวได้หายไปจริง   จากนั้นตนรีบไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับคำชี้แจงกับทางเจ้าหน้าที่แม้แต่อย่างใด ว่าชิ้นส่วนต่างๆนั้นได้หายไปได้อย่างไร ทั้งๆที่อยู่ใน สน. ถึงแม้ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่เก็บรถของกลางก็ตาม แต่ก็น่าจะปลอดภัยเนื่องจากเป็นสถานที่ราชการเพื่อให้บริการประชาชน ตนยอมรับว่าตกใจที่ต้องมาเจอกับเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้ และไม่รู้ต้องทำอย่างไร   จึงตัดสินใจโพสต์เฟซบุ๊กเพื่อร้องขอความเป็นธรรม และอยากให้ทางเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวผู้กระทำความผิดเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย นอกจากนี้ทางพนักงานสอบสวนได้นัดแนะให้ตนมาแจ้งความร้องทุกข์และทำการสอบปากเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีในข้อลักทรัพย์ต่อไป   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่จะประสานให้ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.พญาไท ลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุและใกล้เคียง ก่อนเร่งติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gDRJFSTtXwI

 1,768

Top