ค้นหา :

ผลการค้นหา "เคอร์ฟิว"

ต่างประเทศ
15 พ.ย. 62

ฮ่องกง - ผู้ประท้วงยกระดับความรุนแรง โจมตีห้าง-เผาสถานีรถไฟ ทางการแถลงอาจประกาศเคอร์ฟิวสุดสัปดาห์นี้

สถานการณ์ประท้วงในฮ่องกง เมื่อวันที่ 14 พ.ย.62 ตำรวจต้องยิงแก๊สน้ำตาระลอกแรกของวัน ตั้งแต่รอบเช้าใกล้มหาวิทยาลัยโพลีเทคนิค ภายหลังตำรวจลาดตระเวนอยู่บริเวณดังกล่าว ถูกยิงด้วยธนู ตามจุดต่างๆผู้ประท้วงชุดดำ นักศึกษา กระจายกำลังเผารถ และอาคารหลายแห่ง ขว้างระเบิดขวดใส่สถานีตำรวจ และขบวนรถไฟใต้ดิน อีกทั้งยังมีการเทขยะจากสะพานลอยลงมาบนถนน โจมตีห้างสรรพสินค้า และมหาวิทยาลัย ยึดถนนสายสำคัญในย่านธุรกิจ   นอกจากนี้ประกาศปิดโรงเรียน จนถึงสัปดาห์หน้า ส่วนมหาวิทยาลัยก็มีการประกาศปิดจนถึงสิ้นปี โรงพยาบาลต่างๆเปิดให้บริการเฉพาะห้องฉุกเฉิน   ขณะที่รัฐบาลฮ่องกงออกมาแถลง ถึงข้อความที่มาการเผยแพร่ว่า "ฮ่องกงอาจมีการประกาศเคอร์ฟิวในช่วงสุดสัปดาห์นี้" ไม่มีมูลความจริง

 486
ต่างประเทศ
15 พ.ย. 62

ชายวัย 70 ถูกอิฐปาหน้าดับแล้ว สังเวยม็อบฮ่องกง - รัฐบาลโต้ประกาศเคอร์ฟิว

ฮ่องกง - คืบหน้าการประท้วง เกิดเหตุสลด หลังจากชายชราวัย 70 ปี ทำหน้าที่กวาดถนน ถูกปาก้อนหินเข้าที่ใบหน้า ล่าสุดเสียชีวิตแล้ว ขณะที่มหาวิทยาลัยหลายแห่ง กลายเป็นที่ซ่องสุมเก็บคลังอาวุธ   ส่วนสถานการณ์เมื่อวันที่ 14 พ.ย.62 ตำรวจต้องยิงแก๊สน้ำตาระลอกแรกของวัน ตั้งแต่รอบเช้าใกล้มหาวิทยาลัยโพลีเทคนิค ภายหลังตำรวจลาดตระเวนอยู่บริเวณดังกล่าว ถูกยิงด้วยธนู ตามจุดต่างๆผู้ประท้วงชุดดำ นักศึกษา กระจายกำลังเผารถ และอาคารหลายแห่ง ขว้างระเบิดขวดใส่สถานีตำรวจ และขบวนรถไฟใต้ดิน อีกทั้งยังมีการเทขยะจากสะพานลอยลงมาบนถนน โจมตีห้างสรรพสินค้า และมหาวิทยาลัย ยึดถนนสายสำคัญในย่านธุรกิจ   นอกจากนี้ประกาศปิดโรงเรียน จนถึงสัปดาห์หน้า ส่วนมหาวิทยาลัยก็มีการประกาศปิดจนถึงสิ้นปี โรงพยาบาลต่างๆเปิดให้บริการเฉพาะห้องฉุกเฉิน   ขณะที่รัฐบาลฮ่องกงออกมาแถลง ถึงข้อความที่มาการเผยแพร่ว่า "ฮ่องกงอาจมีการประกาศเคอร์ฟิวในช่วงสุดสัปดาห์นี้" ไม่มีมูลความจริง  

 1,820
การเมือง
09 พ.ย. 62

'บิ๊กตู่' ยันยังไม่ประกาศเคอร์ฟิวยะลา ย้ำยังไม่ขอเรียกว่าเป็นกลุ่มก่อการร้าย

หลังจากวันที่ 7 พ.ย. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้มีการเผยแพร่ข้อความ ข้อกำหนดออกตามความ ในมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงในราชอาณราจักร   เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ “ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551” ลงนามท้ายประกาศโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องปฏิบัติการ หรืองดเว้นการปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อช่วยเหลือหรือสนับสนุนการดําเนินการในอำนาจหน้าที่ของกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และพนักงานเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. และห้ามบุคคลใดเข้าหรือให้บุคคลใดต้องออกจากบริเวณพื้นที่ อาคาร หรือ สถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ ของ กอ.รมน. ภายในระยะเวลา การปฏิบัติหน้าที่ ของ กอ.รมน. เว้นแต่เป็นบุคคลที่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่   ทั้งนี้ ห้ามบุคคลใดออกนอกเคหสถานในเวลาที่กําหนด ตามที่ผู้อำนวยการ กอ.รมน. หรือผู้อํานวยการศูนย์อํานวยการ ประกาศกำหนด และห้ามนำอาวุธออกนอกเคหะสถาน รวมถึงห้ามการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ และให้บุคคลปฏิบัติหรืองดเว้นการปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใดอันเกี่ยวกับเครื่องมือหรืออุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ ตามชนิด ประเภท ลักษณะการใช้ เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดแก่ชีวิต ร่างกายหรือทรัพย์สินของประชาชน ในการนี้ ผู้อํานวยการกอ.รมน.กําหนดเงื่อนเวลาในการปฏิบัติตามข้อกําหนด หรือเงื่อนไขในการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่เห็นสมควร เพื่อมิให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน    โดยให้มีผลใช้บังคับในเขตพื้นที่ อําเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี อําเภอจะนะ อําเภอนาทวี อําเภอเทพา และอําเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา อําเภอเบตง จังหวัดยะลา และอําเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส และในเขตพื้นที่ อําเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส มีผลบังคับใช้ ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2562 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563   ส่งผลให้มีการตั้งคำถามว่าประกาศดังดังกล่าว เป็นการประกาศเคอฟิวหรือไม่ เนื่องจากประชาชนในพื้นที่บางส่วนก็เกิดความสบสน   ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวชี้แจงในเรื่องนี้ว่าการแก้ปัญหาความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นการประกาศเคอร์ฟิว แต่หากจะมีก็จะต้องเป็นช่วงสั้นที่สุด อย่างไรก็ตาม โดยเจ้าหน้าที่มีความจำเป็นในการปิดพื้นที่เพื่อจับกุมคนร้าย ส่วนกลุ่มผู้ที่ก่อเหตุเป็นกลุ่มหน้าขาวหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะต้องมีหลักฐานในการดำเนินการจับกุม ซึ่งเจ้าหน้าที่มีข้อมูลพยานหลักฐานไว้หมดแล้ว ทั้งปืน ปลอกกระสุน ก็จะนำมาพิจารณาสืบสวนสอบสวน โดยเร็วๆ นี้ เชื่อจะได้รับความคืบหน้า   ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ยังไม่ขอเรียกว่าเป็นกลุ่มก่อการร้าย แต่ยอมรับว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุใช้กลยุทธ์ ที่รุนแรง โดยใช้อาวุธสงคราม เพื่อให้เกิดการกดดันต่อรัฐ และการทำงานของเจ้าหน้าที่ ดังนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะพยายามแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี พร้อมบังคับใช้กฎหมาย นำการพัฒนาเข้าสู่พื้นที่ ซึ่งไม่อยากให้มีการตีความที่ผิดไป เพราะไม่เช่นนั้นจะกระทบต่อคนในพื้นที่ ดังนั้นการบังคับใช้กฎหมายจึงจะต้องรัดกุม แต่คนนอกพื้นที่ กลับมองว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่อยากไปแล้วเมื่อสิทธิใคร แต่ขอให้ย้อนกลับไปดูสิ่งที่ผู้ก่อเหตุ กระทำว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่ ที่เป็นการทำร้ายประชาชนทั้งไทยพุทธมุสลิม   นายกรัฐมนตรียังเปิดเผยว่าขณะนี้ ชุดพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้พูดคุยกับกลุ่มแนวร่วมผู้เห็นต่าง ในพื้นที่อย่างแท้จริง ที่มาเลเซีย ซึ่งก่อนไปตนเองได้ให้แนวทางในการพูดคุย และทุกครั้งหลังการพูดคุยก็รายงานให้ตนรับทราบ ซึ่งการพูดคุยในครั้งนี้ จะเป็นประเด็นเพื่อให้สามจังหวัดใช้แดนภาคใต้เกิดความปลอดภัยและมีสันติสุขอย่างยั่งยืน โดยการพูดคุยก็ต้องปรับ และหาวิธีการให้เหมาะสมไปอย่างต่อเนื่อง กับกลุ่มแนวร่วม หลายระดับ ทั้งกลุ่มผู้นำระดับการเมือง การทหาร คนรุ่นเก่า-ใหม่ เพื่อหาวิธีการ ลดความรุนแรง แต่ยืนยันว่า รัฐพูดคุยกับกลุ่มที่มีบทบาทแท้จริง ไม่ใช่นำกลุ่มที่ไม่มีบทบาทมาพูดคุย   ทั้งนี้นอกจากการพูดคุย ในพื้นที่ก็ต้องมีการแก้ปัญหาในเรื่องของการข้ามแดน ซึ่งพบว่ามีการปลอมปนเข้ามากับชาวบ้านธรรมดา ซึ่งได้สั่งการให้ในพื้นที่ปฏิบัติการในเชิงรุก ระมัดระวังการใช้กฎหมายจะต้องไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน และสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน พร้อมยืนยันว่ากำลัง ชรบ.และ อรป. ยังมีความจำเป็นในการดูแลพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ แต่จะต้องมีการเสริมยุทธวิธีให้เกิดความเข้มแข็ง ปรับการลาดตระเวนให้เกิดการรับกุม ซึ่งถือเป็นการให้คนในพื้นที่ช่วยกันดูแลพื้นที่ของตนเอง   ขณะที่ พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองทัพภาค 4 ได้ออกมายืนยันว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่า จะใช้มาตรการทางกฏหมายภายใต้อำนาจที่มีอยู่ด้วยความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนต่อสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของพี่น้องประชาชน ทั้งนี้ ปัจจุบันการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ภายใต้อำนาจทางกฏหมายที่มีอยู่ไม่ได้ถูกจำกัดโดยบุคคล หรือกลุ่มบุคคลจึงไม่มีเหตุผลและความจำเป็นอันใดที่จะต้องประกาศใช้เคอร์ฟิวในพื้นที่ตามที่เป็นข่าว   อย่างไรก็ตามก็ต้องขอความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนให้ช่วยกันตรวจสอบ และแจ้งเบาะแสกลุ่มคนร้ายให้เจ้าหน้าที่ทราบเพื่อเข้าดำเนินการตามกฏหมายต่อไป สำหรับบุคลคลที่คอยให้ความช่วยเหลือ สนับสนุนหรือให้ที่พักพิง มีความผิดตามกฏหมายในอัตราเดียวกับฐานความผิดของผู้ก่อเหตุรุนแรง     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/cSAz8KIO9lE  

 471
ข่าวภูมิภาค
07 พ.ย. 62

จีนเคอร์ฟิว ห้ามเด็กโต้รุ่งเล่นเกมออนไลน์ จำกัดเติมเงิน ใครจะเล่นต้องลงทะเบียน

มีรายงานว่ารัฐบาลจีนประกาศเคอร์ฟิว ห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี เล่นเกมออนไลน์เวลาค่ำคืน ระหว่าง 22.00 น.- 08.00 น. และจำกัดเวลาเล่นเกมในช่วงวันจันทร์-ศุกร์ เพียงวันละ 90 นาที และในช่วงสุดสัปดาห์กับวันหยุด เพียงวันละ 3 ชั่วโมง   เพื่อควบคุมปัญหาการเสพติดเกมออนไลน์ในจีน เนื่องจากมองว่าเกมออนไลน์กำลังทำลายสุขภาพวัยรุ่นหนุ่มสาว โดยปัจจุบันจีนเป็นตลาดเกมออนไลน์ที่มีขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา   นอกจากนี้ยังออกมาตรการจำกัดให้คนเล่นเกมอายุ 8-16 ปี เติมเงินในบัญชีเกมออนไลน์สูงสุด 200 หยวน (866 บาท) ต่อเดือน ส่วนอายุ 16-18 กำหนดที่ 400 หยวน (1,732 บาท) ต่อเดือน พร้อมให้ผู้เล่นยืนยันอายุและตัวตนกับฐานข้อมูลของรัฐบาลด้วย  

 2,070
ต่างประเทศ
07 พ.ย. 62

จีนเคอร์ฟิว ห้ามเด็กโต้รุ่งเล่นเกมออนไลน์ จำกัดเติมเงิน ใครจะเล่นต้องลงทะเบียน

มีรายงานว่ารัฐบาลจีนประกาศเคอร์ฟิว ห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี เล่นเกมออนไลน์เวลาค่ำคืน ระหว่าง 22.00 น.- 08.00 น. และจำกัดเวลาเล่นเกมในช่วงวันจันทร์-ศุกร์ เพียงวันละ 90 นาที และในช่วงสุดสัปดาห์กับวันหยุด เพียงวันละ 3 ชั่วโมง   เพื่อควบคุมปัญหาการเสพติดเกมออนไลน์ในจีน เนื่องจากมองว่าเกมออนไลน์กำลังทำลายสุขภาพวัยรุ่นหนุ่มสาว โดยปัจจุบันจีนเป็นตลาดเกมออนไลน์ที่มีขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา   นอกจากนี้ยังออกมาตรการจำกัดให้คนเล่นเกมอายุ 8-16 ปี เติมเงินในบัญชีเกมออนไลน์สูงสุด 200 หยวน (866 บาท) ต่อเดือน ส่วนอายุ 16-18 กำหนดที่ 400 หยวน (1,732 บาท) ต่อเดือน พร้อมให้ผู้เล่นยืนยันอายุและตัวตนกับฐานข้อมูลของรัฐบาลด้วย  

 2,070
ต่างประเทศ
07 พ.ย. 62

จีนเริ่มแล้ว! เคอร์ฟิวเด็กติดเกม ต้องลงทะเบียนยืนยันตัวตน ห้ามเล่น 4 ทุ่ม-8โมงเช้า

รัฐบาลจีนประกาศเคอร์ฟิว ห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี เล่นเกมออนไลน์เวลาค่ำคืน ระหว่าง 22.00 น.- 08.00 น. และจำกัดเวลาเล่นเกมในช่วงวันจันทร์-ศุกร์ เพียงวันละ 90 นาที และในช่วงสุดสัปดาห์กับวันหยุด เพียงวันละ 3 ชั่วโมง   ถือเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดเพื่อควบคุมปัญหาการเสพติดเกมออนไลน์ในจีน ซึ่งเป็นตลาดเกมออนไลน์ที่มีขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งรัฐบาลจีนระบุว่า เกมออนไลน์กำลังทำลายสุขภาพวัยรุ่นหนุ่มสาว   นอกจากนี้ยังจำกัดให้คนเล่นเกมอายุ 8-16 ปี เติมเงินในบัญชีเกมออนไลน์สูงสุด 200 หยวน (866 บาท) ต่อเดือน ส่วนอายุ 16-18 กำหนดที่ 400 หยวน (1,732 บาท) ต่อเดือน พร้อมให้ผู้เล่นยืนยันอายุและตัวตนกับฐานข้อมูลของรัฐบาล    

 9,963
ต่างประเทศ
22 เม.ย. 62

ศรีลังกาประกาศเคอร์ฟิว-ห้ามใช้โซเชียล หลังระเบิดโรงแรม-โบสถ์หลายจุด เสียชีวิตพุ่ง 207 ศพ

รัฐบาลศรีลังกาประกาศเคอร์ฟิว หลังเกิดเหตุระเบิดหลายจุดในวันนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 207 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 400 คน   เหตุระเบิดระลอกแรก เกิดขึ้นในช่วงเช้า ในเวลาไล่เลี่ยกัน 6 จุด เป้าหมายเป็นโบสถ์คริสต์ใน 3 เมือง แห่งแรกเป็นโบสถ์เซ้นต์แอนโทนี่ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในเขตโกชชีกาเด ของกรุงโคลอมโบ ส่วนอีก 2 แห่งเป็นโบสถ์ในเมือง กาตูวาปิติยา และบัตติคาโล ซึ่งขณะที่เกิดเหตุ มีพิธีมิสซาฉลองเทศกาลอีสเตอร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ส่วนเป้าหมายกลุ่มที่สอง เป็นโรงแรม ในกรุงโคลอมโบ ได้แก่ โรงแรม แชงกรีลา, โรงแรมคิงส์บิวรี่ และโรงแรมซินนามอน แกรนด์ ซึ่งอยู่ใกล้กับบ้านพักนายกรัฐมนตรีศรีลังกา   ต่อมาในช่วงบ่าย เกิดระเบิดเพิ่มอีก 2 จุด โดยระเบิดครั้งที่ 7 เกิดขึ้นที่โรงแรมในเขตเดฮิวาลา ทางตอนใต้ของกรุงโคลอมโบ และครั้งที่ 8 เกิดที่เขต โอรุโกดาวัตตา ทางตอนเหนือของกรุงโคลอมโบ สำหรับจำนวนผู้เสียชีวิต ล่าสุด มีอย่างน้อย 207 คน และบาดเจ็บอีก 450 คน ในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิตชาวต่างชาติ 20 คน และยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างว่าเป็นผู้ลงมือวางระเบิด แต่คาดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง NTJ (National Thowheeth Jama’ath)   นายกรัฐมนตรีรานิล วิกรมสิงเห ของศรีลังกา ประนามเหตุโจมตีเป็นการกระทำที่ขี้ขลาด ขอให้ชาวศรีลังกาสามัคคีและเข้มแข็งในช่วงเวลาอันน่าเศร้านี้ ขณะที่รัฐบาลได้สั่งเพิ่มการรักษาความปลอดภัยสนามบินแห่งชาติในกรุงโคลอมโบ และประกาศเคอร์ฟิว หรือกำหนดเวลาห้ามออกนอกเคหสถาน 12 ชั่วโมง ตั้งแต่ 18 นาฬิกาตามเวลาท้องถิ่นถึง 6 นาฬิกา รวมถึงปิดกั้นการเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์ และบริการส่งข้อความ   ด้านนานาชาติออกมาประนามเหตุโจมตีและส่งกำลังใจให้กับศรีลังกา โดยสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักรคาทอลิก ประนามเหตุโจมตีในวันอีสเตอร์เป็นความรุนแรงอันโหดเหี้ยม พร้อมกับแสดงความเสียใจต่อชาวคริสต์ ที่ตกเป็นเป้าโจมตี ขณะชุมนุมประกอบพิธีทางศาสนา   ขณะที่นายกรัฐมนตรีสกอต มอร์ริสันของออสเตรเลีย ประนามเหตุระเบิดในนามของรัฐบาลออสเตรเลีย โดยระบุเป็นเหตุโจมตีที่เลวร้าย และขอแสดงความเสียใจ พร้อมกับส่งกำลังใจให้กับศรีลังกา เช่นเดียวกับผู้นำอีกหลายประเทศ อย่างเช่น นายกรัฐนตรีอิมราน ข่าน ของปากีสถาน, นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดีของอินเดีย และนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ของอังกฤษ โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ ประนามเหตุโจมตีครั้งนี้   ทางด้านสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโคลัมโบ แจ้งเตือนคนไทยในศรีลังกา หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน หลังเกิดเหตุระเบิดโบสถ์และโรงแรมหลายแห่ง  

 2,800

Top