ค้นหา :

ผลการค้นหา "เสี่ยรถเบนซ์"

สังคม-อาชญากรรม
31 ก.ค. 62

ศาลสั่งจำคุก 3 ปี รอลงอาญา-ปรับ 1 แสน ‘เสี่ยเบนซ์’ เมาแล้วขับ ชน รองตี๋-ภรรยา เสียชีวิต

ศาลสั่งจำคุก 3 ปี ให้รอลงอาญา-ปรับ 1 แสน ‘เสี่ยเบนซ์’ เมาแล้วขับ ชน รองตี๋-ภรรยา เสียชีวิต ด้าน ‘เสี่ยเบนซ์’ ให้สัมภาษณ์ระบุว่า ขอสัญญาว่าจะดูแลบุตรสาวทั้ง 2 คนของ ‘รองตี๋-ภรรยา’ ให้ดีที่สุด       จากกรณีนายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 56 ปี เสี่ยเจ้าของโรงงาน เมาแล้วขับรถเบนซ์สปอร์ต ชนประสานงานกับ รถของ พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล หรือ ‘รองตี๋’ รองผู้กำกับการสอบสวน กองกำกับการ 2 กองปราบปราม ที่เดินทางมาพร้อมครอบครัว เป็นเหตุให้ พ.ต.ท.จตุพร และภรรยา เสียชีวิต ส่วนลูกสาวคนเล็กได้รับบาดเจ็บ โดยจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน พร้อมจ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหายให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต 45 ล้านบาท และได้ประกันตัวระหว่างพิจารณา ในวงเงิน 200,000 บาท       ความคืบหน้าวันที่ 31 ก.ค. 62 นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ ได้เดินทางมาที่ศาลจังหวัดตลิ่งชัน เพื่อฟังคำพิพากษาชั้นต้น ในคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญาธนบุรี 5 ยื่นฟ้อง ในฐานความผิดขับรถด้วยความเร็วเกินอัตราที่กฏหมายกำหนด, ขับรถในขณะเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายได้รับอันตรายสาหัสและทรัพย์สินเสียหาย, ขับรถโดยประมาทอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคล หรือทรัพย์สินเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และได้รับอันตรายสาหัส        โดยในวันนี้ บุตรสาวทั้งสองคนของรองตี๋ คือน้องแพร อายุ 12 ปี และ น้องพลอย อายุ 16 ปี พร้อมกับญาติ ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาด้วย       โดยศาลพิพากษาว่า จำเลยกระทำความผิดกรรมเดียวแต่หลายความผิดจึงลงโทษหนักที่สุดตาม พรบ.จราจรทางบก จำคุก 6 ปี ปรับ 2 แสนบาท แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ มีความสำนึกผิด ไม่เคยมีประวัติต้องโทษมาก่อน อีกทั้งหลังเหตุการณ์ได้ชดใช้ค่าเสียหาย ผู้เสียหายจึงไม่ติดใจเอาความ ศาลจึงให้โอกาสกลับตนเป็นคนดีของสังคม ลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 3 ปี โทษจำคุกให้รอลงอาญา 3 ปี และปรับ 1 แสนบาท        พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามดื่มสุรา และของมึนเมา และต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 8 ครั้ง ใน 2 ปี รวมทั้งกิจกรรมบริการสังคมและสาธารณประโยชน์ 48 ชั่วโมงในเวลา 1 ปี และหากจำเลยไม่จ่ายค่าปรับ จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ       หลังฟังคำพิพากษานายสมชาย ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ขอบคุณครอบครัวผู้เสียหายที่ให้อภัย ขอบคุณศาลที่ให้โอกาสและขอบคุณสังคมที่ให้อภัย         หลังจากนี้ จะมอบเงินให้บุตรสาวของ พ.ต.ท.จตุพร 2 คน คนละ 10,000 บาท ต่อเดือน และค่าใช้จ่ายให้กับครอบครัว 20,000 บาท รวม 40,000 บาท เป็นระยะเวลา 8 ปี พร้อมฝากไปถึง พ.ต.ท.จตุพร และภรรยาขอให้ไปสู่สุขคติสู่ภพภูมิที่ดี ตนเองขอสัญญาว่าจะดูแลบุตรสาวทั้ง 2 คนให้ดีที่สุด        ทั้งนี้ ตนเองตกเป็นผู้กระทำความผิด จึงไม่กล้าสอนหรือแนะนำอะไรให้กับผู้ดื่มแอลกอฮอล์ว่าให้ทำตัวอย่างไร แต่สำหรับตนเองนั้นตัดสินใจจะเลิกดื่มตลอดชีวิต ตอนนี้รู้สึกโล่งใจ หลังจากเครียดมานานกว่า 3 เดือน        ขณะที่บุตรสาวทั้ง 2 คนรองตี๋ กล่าวว่า ในช่วงแรกยอมรับว่ามีผลกระทบ ทำใจไม่ได้ มีผลกระทบกับการเรียน แต่ก็มีครอบครัวคอยให้กำลังใจทำให้ต้องเข้มแข็งและผ่านเรื่องเลวร้ายไปให้ได้ ดีกว่ามาโกรธแค้นกัน รวมถึงคู่กรณีก็ดูแลเป็นอย่างดี และได้รับกำลังใจเป็นอย่างดีกับทุกคน หลังจากนี้จะตั้งใจเรียน เพราะมีความฝันอยากเป็นหมอจะได้รักษาคน        ด้านนางขนิษฐา เลิศวรจักรพงษ์ ป้าที่เป็นผู้ดูแลน้องทั้งสองคน กล่าวว่า ครอบครัวเริ่มต้นจากการให้อภัยตั้งแต่แรกที่คู่กรณีเข้าไปกราบแม่ของผู้เสียชีวิต ซึ่งทางครอบครัวได้พูดกับนานสมชายว่าให้อภัยและขอให้เลิกดื่มแอลกอฮอล์ตลอดชีวิต     ข่าวที่เกี่ยวข้อง ญาติพอใจ 'เสี่ยรถเบนซ์' เมาแล้วขับ ชดใช้ครอบครัว 'รองตี๋' 45 ล้าน ทำบุญให้ทุกวัน-เลิกเหล้า-ไม่ขับรถ  

 32,874
สังคม-อาชญากรรม
24 พ.ค. 62

ญาติพอใจ 'เสี่ยรถเบนซ์' เมาแล้วขับ ชดใช้ครอบครัว 'รองตี๋' 45 ล้าน ทำบุญให้ทุกวัน-เลิกเหล้า-ไม่ขับรถ

จากกรณีเสี่ยรถเบนซ์ นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 56 ปี เจ้าของบริษัท ไทยคาร์บอนแอนด์ การ์ไฟต์ เมาแล้วขับชนรถเก๋งของ รองตี๋-พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล รอง ผกก.2 บก.ป. เสียชีวิตพร้อมภรรยา ส่วนลูกสาวอายุ 12 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งหลังเกิดเหตุนายสมชายออกมายอมรับผิดทุกอย่าง โดยไม่คิดจะหลบหนี รวมทั้งบวชหน้าไฟอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ตาย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น   ล่าสุดมีรายงานว่า นายสมชาย พร้อมทนายความ และครอบครัวของรองตี๋ ได้เข้าพบ ตร.สน.ศาลาแดง เพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยค่าเสียหายและเงินดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิต   โดยได้ข้อสรุปว่า นายสมชัยจะดูแลค่าไร้อุปการะให้กับมารดาของ พ.ต.ท.จตุพร เป็นเงิน 2.5 ล้านบาท และให้ทางผู้ใหญ่ของนางนุชนาถอีก 2.5 ล้านบาท ส่วนลูกสาวทั้ง 2 คน จะมีการมอบเงินให้อีกจำนวนหนึ่ง โดยคนโตอายุ 15 ปี และคนเล็ก อายุ 12 ปี ซึ่งหายเป็นปกติและไปโรงเรียนได้แล้ว จะได้คนละ 15 ล้านบาท เมื่อบรรลุนิติภาวะ พร้อมรับเข้าทำงานในอนาคตทันทีหากต้องการ   ทั้งนี้ ทุกวันนี้นายสมชายยังรู้สึกผิด ไม่สบายใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คนทุกวัน เพราะเข้าใจความรู้สึกของคนเป็นพ่อแม่ เนื่องจากนายสมชายก็มีลูกสาว 2 คนที่ยังเรียนอยู่เช่นกัน ทุกวันนี้นายสมชายเลิกดื่มเหล้า หันมาดื่มกาแฟ เลิกขับรถ แต่มีคนขับรถให้ อยากให้เรื่องนี้จบแบบสมบูรณ์และทุกฝ่ายพอใจมากที่สุด   ด้านมารดาของรองตี๋บอกว่า ลูกชายมีนิสัยชอบให้อภัยคน ลูกชายก็ต้องให้อภัยนายสมชายอย่างแน่นอน และถ้าขึ้นศาลฯ ก็จะแถลงศาลว่าไม่ติดใจใดๆ ให้ด้วย ทางนายสมชายก็ดูแลครอบครัวนี้อย่างดีที่สุด ดูแลทุกอย่างตั้งแต่ค่ารักษาพยาบาล หลานสาวประมาณ 1.5 ล้าน ซื้อรถฟอร์จูนเนอร์ใหม่ป้ายแดงให้ 1 คัน ดูแลเรื่องหนี้สินในบัตรเครดิตให้ทั้งหมด ให้ญาติทั้ง 2 ฝ่าย 5 ล้านบาท ค่าดูแลเด็กอีกคนละ 15 ล้านบาท และอื่นๆ อีก รวมแล้วเกือบ 45 ล้านบาท ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SaA25c60Ubw

 69,716
สรุปข่าว
24 พ.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 24 พ.ค.62 ศาลสั่งธนาธรหยุดเป็น ส.ส.-เสี่ยรถเบนซ์เมาแล้วขับชดใช้45ล้าน-ข้องใจพลทหารตกตึกตายในค่าย

-ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์ 9-0 รับคำร้อง กกต. วินิจฉัยสมาชิกภาพ ส.ส. ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ปมถือหุ้นธุรกิจสื่อ พร้อมสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ชั่วคราว จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย มติศาลรธน.เอกฉันท์ 9:0 รับคำร้องกกต. ปม ‘ธนาธร’ ถือหุ้นสื่อ และมติ 8:1 ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย   -ธนาธรแถลงไม่เห็นด้วยหลังทราบมติศาล รธน. ชี้ กกต.รีบส่งเรื่องทั้งๆที่ยังสอบสวนไม่เสร็จ และยังไม่ได้ข้อสรุป กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลแล้วเพิ่งจะเรียกพยานไปสอบ  ของตนใช้เวลาแค่ 53 วัน แต่กรณีของนายดอน รมว.ต่างประเทศ เรื่องคล้ายกันแต่ใช้เวลา417 วัน จึงขอถามหามาตรฐานของ กกต. ยันตนและพรรคอนาคตใหม่จะผลักดันให้ธนาธรเป็นนายกฯ ต่อต้านเผด็จการ คสช.อยู่ในช่วงขาลง เหมือนพระอาทิตย์กำลังอัสดง ตนขออาสาพาประเทศไปสู่อรุณรุ่ง ไม่ใช่เวลาแห่งความสิ้นหวัง แต่เป็นการเปิดโปงสิ่งชั่วร้ายของเผด็จการ ตนจะทำงานกับ ปชช.อย่างต่อเนื่อง ถึงไม่ได้เข้าสภา 'ธนาธร' ไม่เห็นด้วยมติศาล ซัด กกต.เร่งคดี-คสช.ขาลง ยันทำงานกับ ปชช.แม้ไม่ได้เข้าสภา    -สรศักดิ์ เทียนเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เผยยังไม่ได้รับหนังสือจากศาล รธน.อย่างเป็นทางการ จึงยังไม่สามารถบอกได้ว่านายธนาธรจะได้เข้าร่วมรัฐพิธีเปิดสภาและโหวต ปธ.สภา 24-25 พ.ค.ได้หรือไม่ 'ธนาธร' ไม่เห็นด้วยมติศาล ซัด กกต.เร่งคดี-คสช.ขาลง ยันทำงานกับ ปชช.แม้ไม่ได้เข้าสภา    -มิ่งขวัญ ลาออกจากพรรคเศรษฐกิจใหม่ ท่ามกลางกระแสข่าว พปชร.รวบรวมเสียงตั้งรัฐบาลสำเร็จ โดยได้เพิ่ม 5 คนจากพรรคเศรษฐกิจใหม่ไม่ร่วมมิ่งขวัญ และเสียงบ้างส่วนจากเพื่อชาติ ทั้งนี้มิ่งขวัญให้เหตุผลลาออกว่า พรรคแยกทำงาน 2 ส่วน มีหน้าที่รับผิดชอบในการร่างนโยบาย การออกไปพูดกับสาธารณชน และสื่อต่างๆ ส่วนการบริหารพรรคเป็นของทีมผู้บริหาร ขณะนี้ผ่านพ้นการเลือกตั้งแล้ว จึงขอลาออกและยังคงสมาชิกพรรคและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดย ส.ส.ของพรรคทั้ง 6 คนจะปฏิบัติตนตามสัญญาที่ให้กับประชาชน   ภูมิธรรม เลขาเพื่อไทยบอกได้คุยกับมิ่งขวัญแล้ว ลาออกจากปัญหาภายในของพรรคเศรษฐกิจใหม่ ยันไม่ส่งผลกับเสียงที่สนับสนุนเพื่อไทย แต่แหล่งข่าวของพปชร.บอกว่ารวมได้แล้ว 259-260 เสียงเมื่อรวมกับพรรคเศรษฐกิจใหม่และเพื่อชาติบางส่วน 'ภูมิธรรม' โทรคุย 'มิ่งขวัญ' แจงลาออกจากปัญหาภายใน ยันไม่สะเทือนขั้วเพื่อไทย    -วาสนา นาน่วม โพสต์ระบุ “และแล้วก็จัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหารอีกครั้ง…. แต่คราวนี้ได้นายกฯทหารเก่า และคนเก่า ปิดจ๊อบ” โดยนายกฯมาปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบสายกว่าปกติพร้อมๆกับบิ๊กป้อมและวิษณุ ทำให้สังเกตว่าทั้ง 3 คนได้ไปหารือจัดตั้งรัฐบาล 'วาสนา นาน่วม' โพสต์วงใน ตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร ได้นายกฯทหารคนเก่า    -ประชาธิปัตย์จะตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมพปชร.หรือไม่ เย็นวันนี้ โดยพรรคขอเพิ่มเงื่อนไขแก้ รธน. เพราะเห็นหลายมาตราคลุมเครือ ไม่เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตย นอกจากนี้ต้องนำแนวนโยบายหลักของพรรคที่ประกาศตอนหาเสียงแก้จน สร้างคน สร้างชาติ มาช่วยเหลือ ปชช.ด้วย รวมทั้งตำแหน่ง ปธ.สภา ก็เป็นของพรรค ปชป.โดยไม่เกี่ยวกับโควต้า รมต. ปชป.นัดเคาะร่วมขั้ว พปชร.วันนี้ เพิ่มเงื่อนไขต้องแก้ รธน.    -ศาลอาญาคดีทุจริตนัดพิพากษาพานทองแท้ คดีฟอกเงินทุจริตปล่อยกู้ ธ.กรุงไทย 25 พ.ย. เจ้าตัวเดินทางมาศาลพร้อมน้องสาว มีแกนนำพรรคเพื่อไทย-ไทยรักษาชาติ กลุ่มเพื่อนโอ๊คมาให้กำลังใจ ศาลนัดชี้ชะตา 'โอ๊ค พานทองแท้' คดีปล่อยกู้กรุงไทย 25 พ.ย.   -สภาอุตฯกังวลดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการเดือน เม.ย.ลดลงแบบไม่เคยเห็นมาก่อน อยู่ที่ระดับ 95  จากเดือนก่อน 96.3 ถือว่าลดลงครั้งแรกในรอบ 4 เดือน เร่งให้ตั้งรัฐบาลใหม่โดยเร็วในสัปดาห์นี้ ร่วมมือกับเอกชนตั้งวอร์รูม ส่วนคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันจ่อพิจารณาปรับเป้าส่งออกและGDP จากพิษสงครามการค้า ดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรม เม.ย.ลดลงครั้งแรกในรอบ 4 เดือน เอกชนจี้รัฐเร่งฟอร์มทีมแก้เศรษฐกิจ   -ความหวังใหม่นักเสี่ยงโชค กองสลากชงออกลอตโต้ เงินรางวัลแจคพอต 100 ล้าน เตรียมเข้า ครม.รัฐบาลหน้า หลังกฎหมายใหม่กำหนดเงินรางวัลผันแปรตามยอดขายในแต่ละงวด นอกจนากนี้กองสลากเดินหน้าเพิ่มโทษขายหวยเกินราคา-ขายเด็กต่ำกว่า 20 ปี และขายใน ร.ร. ปรับสูงสุด 1 หมื่น ความหวังใหม่คอหวย! กองสลากฯคิดออก 'ล็อตโต้' เงินแจ็คพ็อตร้อยล้าน ถ้าไม่มีใครถูกเงินทบไปเรื่อยๆ    -เสี่ยเบนซ์เมาแล้วขับยอมชดใช้ 45 ล้านบาทให้ครอบครัวรองตี๋และภรรยาจากคดีเมาแล้วขับ แบ่งให้ลูกสาว 2 คนๆละ 15 ล้าน โอนให้ทันทีหลังบรรลุนิติภาวะ พร้อมรับเข้าทำงานในอนาคต หลังเกิดเหตุเลิกเหล้าเด็ดขาดและไม่ขับรถเองอีกเลย แม่รองตี๋บอกจะแถลงต่อศาลไม่ติดใจเอาความ เพราะเสี่ยเบนซ์ดูแลอย่างดี ญาติพอใจ 'เสี่ยรถเบนซ์' เมาแล้วขับ ชดใช้ครอบครัว 'รองตี๋' 45 ล้าน ทำบุญให้ทุกวัน-เลิกเหล้า-ไม่ขับรถ    -หมอเตือนกัญชาไม่ใช่ยาวิเศษ มีคุณอนันต์แต่ก็โทษมหันต์ พบผู้ป่วยนอนไม่หลับ หยอดน้ำมันไป 40 หยด เกิดตาค้างต้องหามส่ง ICU แถมไม่มียาแก้ ต้องให้น้ำเกลือรอให้หายเอง กรมการแพทย์ยันกัญชาให้ผลดีแค่ 4 กลุ่มโรค ลมชักในเด็ก, ปลอกประสาทอักเสบ, พาร์กินสัน, อัลไซเมอร์ และมะเร็งที่ใช้คีโม ช่วงระยะประคับประคอง ต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของหมอ แพทย์เตือน หยดน้ำมันกัญชาเกินขนาดอันตราย ทำประสาทหลอน ยันไม่ได้รักษาโรคให้หาย แค่บรรเทาอาการข้างเคียง   อีกด้านผู้ป่วยแห่รักษา รพ.หนองฉางแน่น ผอ.รพ.เผยพี่ชายเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก จึงศึกษานำกัญชามารักษา เตือนคนไข้ใช้เองต้องระวัง อย.เตรียมนำของกลางกัญชาแห้งจาก ป.ป.ส.มาสกัด ลดนำเข้าจาก ตปท.ยันไม่เอื้อเอกชนบริษัทต่างชาติ แห่รักษาโรคด้วยกัญชาแน่น รพ.หนองฉาง - อย.แจงไม่จำเป็นต้องนำเข้าจาก ตปท.   -พ่อแม่ข้องใจพลทหารตกตึกตายในค่าย แต่ รพ.ชันสูตรแจ้งถูกกระแทกที่หลัง ถามเพื่อนในกองพูดไม่ตรงกันบางคนบอกไฟช็อต บางคนบอกตกตึก แม่ร่ำไห้อยากให้ลูกเป็นทหาร แต่กลับส่งลูกไปถูกฆ่า บอกขัดแย้งกับนายทหารจนถูกขัง ซ้ำไปห้ามเพื่อนกินเหล้า กองทัพยันให้ความเป็นธรรมสั่งสอบข้อเท็จจริงแล้ว พ่อแม่ไม่เชื่อ ลูกพลทหารตกตึกตายในค่าย หลังเพื่อนบอกไม่ตรงกัน 'ไฟช็อต-ตกตึก' กองทัพสั่งสอบด่วน   -จับแล้ว 2 โจ๋หัวร้อนทุบรถกู้ภัย หลังฉุนถูกบีบแตรเตือนขณะขับ จยย.เปลี่ยนเลน สารภาพขณะจะแซง รถกู้ชีพบีบแตรจึงโมโห ตร.ตามจับเจอของกลางขวาน มีด ปืน อุปกรณ์เสพกัญชา จับ 2 โจ๋หัวร้อนทุบรถกู้ชีพ ฉุนถูกบีบแตรเตือนขณะขับ จยย.เปลี่ยนเลน    -เมย์ รัชนก ปิดจ็อบนำขนไก่ไทยปราบแชมป์เก่าเกาหลีใต้ 3-1 ทะลุ 4 ทีมศึกแบดมินตันทีมผสม สุธีรมานคัพ เข้าไปเจอจีนอดีตแชมป์ 10 สมัยที่ชนะเดนมาร์กมา ถือเป็นการผ่านเข้ารอบตัดเชือกของไทย 2 ปีติดต่อกัน โดยจะแข่ง 25 พ.ค.นี้ ขณะที่คุณหญิงปัทมาชนะโหวตรองสหพันธ์แบดมินตันโลก 'เมย์ รัชนก' ปิดจ็อบ! นำทีมขนไก่ไทย ปราบแชมป์เก่าเกาหลีใต้ 3-1 คู่ ทะลุ 4 ทีมสุธีรมาน คัพ   -ปิดฉากเนชั่นส์ลีกสนามแรก วอลเลย์หญิงไทยพ่ายโปแลนด์เจ้าถิ่น 0-3 เซต 20-25, 20-25, 13-25 สรุปผลงานสนามแรกไทยชนะ 1 แพ้ 2 ก่อนไปลุยสนาม 2 ที่มาเก๊าสัปดาห์หน้า อยู่ร่วมกลุ่มจีน เกาหลีใต้ และเบลเยี่ยม ช่อง 3 ถ่ายทอดสดต่อเนื่อง ปิดฉากเนชั่นส์ลีกสนามแรก ตบสาวไทยพ่ายเจ้าภาพโปแลนด์ 0-3 เซต บินแข่งต่อมาเก๊า      ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/V6QRGBnFTck

 3,659
สังคม-อาชญากรรม
09 พ.ค. 62

ศาลอุทธรณ์สั่งจำคุก 4 ปี 'เสี่ยเบนซ์' ขับชนฟอร์ด 2 นศ.ป.โทดับ ครอบครัวเหยื่ออโหสิกรรม แต่ขอสู้เพื่อความยุติธรรม

จากกรณีนายเจนภพ วีรพร หรือ เสี่ยรถเบนซ์ ขับรถเบนซ์พุ่งชนท้ายรถยนต์ฟอร์ดของ 2 นักศึกษาปริญญาโท มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จนเกิดเพลิงลุกไหม้ เสียชีวิตทั้งคู่ โดยเหตุเกิดบนถนนพหลโยธิน กม.53 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2559   ล่าสุด (8 พ.ค. 2562 ) ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ในคดีอาญา ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาโจทก์และจำเลย ว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาลงโทษ จำคุกจำเลย เป็นเวลา 2 ปี 6 เดือนและไม่รอลงอาญา โจทก์และโจทก์ร่วมที่ 3 และที่ 4 คือนายทิวากร และนางกมลรัตน์ ฮ้อแสงชัย พ่อและแม่ของ น.ส.ธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย ผู้เสียชีวิต ได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้เพิ่มโทษจำคุกจำเลย   ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย โดยแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้เพิ่มโทษ จำคุกจำเลย ฐานเสพแอมเฟตามินขับรถ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 6 ปี แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษ เหลือจำคุก 4 ปี และไม่รอลงอาญา   ด้าน น.ส.กัญจนา ฮ้อแสงชัย อายุ 31 ปี หรือน้องเบล น้องสาวของ น.ส.ธัญฐภัทร์ หรือ น้องเบนซ์ ผู้เสียชีวิต  เปิดใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลากว่า3ปี ที่เกิดความสูญเสียกับครอบครัวว่า เป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวทุกข์ทรมาน พ่อเสียใจมากต้องไปบวช คุณแม่ก็เกิดอาการซึมเศร้า จนถึงปัจจุบัน ส่วนตนตอนนั้นก็เสียใจมาก แทบตั้งสติไม่ได้   แต่คิดว่าทุกอย่างต้องเดินหน้า จึงพยายามผ่านพ้นความเสียใจในช่วงนั้นมาได้ การต่อสู้คดีนั้น ส่วนตัวมีความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมมาตลอดว่ากฏหมายของประเทศเราเป็นที่เคารพ และให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชน   ซึ่งทางครอบครัวก็ไม่เคยโกรธแค้นกับคนก่อเหตุ และอโหสิกรรมให้ แต่การที่ครอบครัวต่อสู้ทางคดีนั้นเพื่อทวงความยุติธรรมให้กับพี่เบนซ์   เรื่องนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ของสังคมที่เกิดจากความประมาทของคนคนหนึ่ง อาจทำลายชีวิตคนคนหนึ่ง โดยที่ไม่รู้ตัวว่าคนที่ถูกทำลายนั้นครอบครัวเขาต้องสูญเสียอะไรบ้าง และคดีของพี่เบนซ์ ถือว่าทำให้สังคมได้เห็นว่าคนทำผิดก็ได้รับโทษตามกระบวนการยุติธรรม   สำหรับขั้นตอนจากนี้ ทางคดีก็มอบหมายให้ทนายความดำเนินการ ส่วนน้องเบลเป็นเหมือนเสาหลักของครอบครัวที่ต้องเข้มแข็ง ทั้งดูแลคุณแม่ที่ยังมีอาการสะเทือนใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ส่วนคุณพ่อก็ยังบวช   ตอนนี้ตนเรียนจบปริญญาโท จากประเทศแคนาดาแล้ว และจะสานต่อความฝันของพี่เบนซ์ด้วยการเรียน ปริญญาโท หลักสูตรสันติศึกษา  มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซึ่งเป็นสิ่งที่พี่เบนซ์ยากเรียนให้จบแต่ต้องมาเสียชีวิตก่อน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VK1f_9LwXaA

 1,712
สังคม-อาชญากรรม
20 เม.ย. 62

ร.10 โปรดเกล้าฯ รับ 'น้องแพร' ลูกสาวคนเล็ก เหยื่อเสี่ยรถเบนซ์ ไว้เป็นคนไข้ในพระราชานุเคราะห์

ร.10 โปรดเกล้าฯ รับ น้องแพร ลูกสาวคนเล็ก เหยื่อเสี่ยรถเบนซ์ ไว้เป็นคนไข้ในพระราชานุเคราะห์ ในขณะที่บรรยากาศพิธีพระราชทานเพลิงศพเป็นไปด้วยความโศกเศร้า   มื่อเวลา 14.00 น. ที่วัดตรีทศเทพ ถนนประชาธิปไตย แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ได้มีงานพิธีพระราชทานเพลิงศพ พันตำรวจโทจตุพร งามสุวิชชากุล อดีตรองผู้กำกับการงานสอบสวน กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม ซึ่งเสียชีวิตพร้อม นางนุชนาฏ งามสุวิชชากุล สองสามีภรรยา ซึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ จากกรณีนายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ เจ้าของโรงงานอะไหล่ยนต์ ได้ขับรถเบนซ์พุ่งชนรถซูซูกิสวิฟท์ บนกลางสะพานข้ามคลอง ถนนทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก แขวงและเขตทวีวัฒนา เมื่อช่วงดึกวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้นายตำรวจระดับสูงของกองปราบและภรรยาเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ขณะที่บุตรสาวอยู่ในอาการบาดเจ็บสาหัส   โดยบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างเศร้าสลด โดยมีครอบครัวและแขกจากหลายภาคส่วนเข้าร่วมงานจำนวนมาก รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายสังกัด เพื่อนร่วมชั้นเรียนของ นางสาวศุภาพิชญ์ งามสุวิชชากุล บุตรสาวคนโต หรือ น้องพลอย อายุ 16 ปี จากโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์    ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานเพลิงพระราชทานจากสำนักพระราชวัง เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้เสียชีวิตและครอบครัว โดย พลตำรวจโทสุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเป็นประธานพิธีร่วมกับ พลตำรวจตรีจิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปราม   โดย นางสาสศุภาพิชญ์ ได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าพระราชทานเพลิงศพแก่บิดาและมารดาตนเองในครั้งนี้   ในขณะเดียวกันมีรายงานข่าวแจ้งว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับ ด.ญ.พิชญาภา งามสุวิชชากุล อายุ 12 ปี หรือ น้องแพร ลูกสาวคนเล็กของ พ.ต.ท.จตุพร ที่ได้รับบาดเจ็บและยังอยู่ระหว่างรักษาตัวที่โรงพยาบาลกรุงเทพ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ไว้เป็นคนไข้ในพระราชานุเคราะห์   โดยเมื่อเวลา 06.00น. ที่ผ่านมา นายสมชาย เสี่ยรถเบนซ์ได้ทำพิธีบวชหน้าไฟเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิต   ขณะที่นางสาวภาวินี งามสุวิชากุล พี่สาวของ พันตำรวจโทจตุพร เผยถึงเวลานี้ครอบครัวขออโหสิกรรมให้กับนายสมชาย ซึ่งตลอดระยะเวลาเกิดเหตุจนถึงขณะนี้นายสมชายก็ใส่ใจดูแลครอบครัวและสำนึกผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้น ทางครอบครัวขอโหสิกรรมให้ ส่วนเรื่องคดีขอให้เป็นไปตามขบวนการตามกฎหมายต่อไป สำหรับอาการบาดเจ็บของน้องแพร ลูกสาวคนเล็กที่รักษาตัวในรพ.กรุงเทพ ก็มีอาการดีขึ้นตามลำดับ สัญญาณชีพปกติ เริ่มตอบโต้พูดคุยได้เป็นบางครั้ง โดยมีแพทย์เฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด ขณะที่น้องพลอย ลูกสาวคนโตตอนนี้สภาพจิตใจยังคงแย่ แต่ดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา ซึ่งแสดงความเป็นห่วงถึงน้องสาวอยากให้ปลอดภัยและหายเร็วๆ    สำหรับนายสมชาย เปิดใจหลังสึกเผยวันนี้ได้บวชหน้าไฟ เพื่ออุทิศกุศลให้กับผู้เสียชีวิตทั้งสอง อขอยอมรับผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ยอมรับกับผลต่างๆ ที่จะตามมา วันนี้พยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด และขอรับผิดชอบลูกทั้งสองคนและก็ได้ให้คำมั่นกับทั้ง 2 คนว่า ขออโหสิกรรมกับเรื่องที่เกิดขึ้น และจะดูแลบุตรทั้ง 2 คนของผู้เสียชีวิตให้ดีที่สุด ซึ่งหลังจากนี้จะเตรียมตัวพูดคุยกับทางญาติผู้เสียชีวิตอีกครั้ง  

 21,285

Top