ค้นหา :

ผลการค้นหา "เสี่ยเบนซ์ชนรองผกกกองปราบ"

สังคม-อาชญากรรม
20 เม.ย. 62

เสี่ยเบนซ์บวชหน้าไฟให้ 'รองตี๋-ภรรยา' ลูกสาวคนเล็กที่รักษาตัวอยู่ใน รพ.ร้องไห้ไม่หยุด หลังรู้ความจริงว่าพ่อกับแม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ

กรณีเสี่ยเบนซ์เมาแล้วขับไปชนรถของ รอง ผกก.กองปราบ เสียชีวิตพร้อมภรรยา ส่วนลูกสาวบาดเจ็บสาหัส ส่วนลูกสาวคนโตที่เรียนอยู่สหรัฐฯ หลังทราบเรื่องก็ร้องไห้ไม่หยุด ก่อนเดินทางกลับไทย   โดยวันนี้(20 เม.ย.) จะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพในเวลา 16.00 น. โดยเมื่อเช้ามืดที่ผ่านมาเสี่ยเบนซ์ ได้บวชหน้าไฟ อุทิศส่วนกุศลให้รองตี๋และภรรยา ตั้งแต่ช่วง 06.00 น.   โดยพี่สาวของ รอง ผกก.กองปราบ บอกว่า ถึงเวลานี้คงต้องอโหสิกรรมให้กับเสี่ยเบนซ์ ตลอดเวลาเขาก็สำนึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ก็ขอให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ต่อไป   ด้านน้องพลอย ลูกสาวคนโต บอกว่า จิตใจยังย้ำแย่ แต่ก็ดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา เป้นห่วงแต่น้องสาว อยากให้น้องปลอดภัยและหายเร็วๆ   ล่าสุดน้องสาวคนเล็กที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส รับรู้ความจริงแล้วว่า พ่อกับแม่เสียชีวิต โดยพี่สาวของภรรยารองตี๋ เป็นคนเข้าไปบอก ทันทีที่บอกน้องร้องไห้น้ำตามไหลออกมาไม่หยุด แต่มันจำเป็นต้องบอกความจริง           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/l2qhXtP3TCc  

 23,101
สังคม-อาชญากรรม
17 เม.ย. 62

‘เสี่ยเบนซ์’ ก้มกราบเท้า ขออโหสิกรรม ครอบครัวรองตี๋-ภรรยา

จากกรณีนายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 57 ปี เสี่ยเจ้าของธุรกิจผลิตและจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ เมาแล้วขับรถเบนซ์ชนรถยนต์ของ พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล รอง ผกก.(สอบสวน) กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม เสียชีวิตพร้อมภรรยา ส่วนลูกสาววัย 12 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส   ความคืบหน้าวันที่ 17 เม.ย. 62 เมื่อเวลา 14.50 น. นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ เสี่ยอะไหล่รถยนต์ ได้เดินทางมายัง ศาลา 5 วัดตรีทศเทพวรวิหาร ซึ่งเป็นฌาปนสถานของข้าราชการตำรวจ ซึ่งมีการตั้งศาลาเพื่อทำพิธีรดน้ำศพของ พ.ต.ท.จตุพร และ นางนุชนาถ งามสุวิชชากุล ซึ่งเสียชีวิตจากการเมาแล้วขับของตนเอง   ภายหลังนายสมชายเดินทางมาถึงได้ตรงเข้าไปหาน้องพลอย ซึ่งยืนรวมอยู่กับญาติของ พ.ต.ท.จตุพร และนางนุชนารถ เพื่อขออโหสิกรรม กับสิ่งที่เกิดขึ้น ก่อนจะก้มลงกราบที่เท้าของพ่อและแม่ พ.ต.ท.จตุพร และภรรยาเพื่อกราบขออโหสิกรรม โดยที่พ่อและแม่ของ พ.ต.ท.จตุพร แม้จะร่ำไห้ยังทำใจไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ก็อโหสิกรรม ให้กับนายสมชาย   ขณะที่นายสมชาย ออกมาเปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนเองทำใจไม่ได้และยอมรับผิดทั้งหมดและได้ขออโหสิกรรมกับน้องพลอยและญาติพร้อมที่จะรับผิดชอบทั้งหมด นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายและการเลี้ยงดูเด็กทั้งสองคนยังต้องขอเวลาในการดูแลจิตใจให้กับเด็กทั้งสองคนนี้ด้วย พร้อมกันนั้นยังกราบขออโหสิกรรมกับผู้เสียชีวิตทั้งสองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนที่สำคัญให้กับตนเองในชีวิต   ทั้งนี้ น.ส.ขนิษฐา เลิศวรจักรพงษ์ ป้าของ ด.ญ.พิญาภา อายุ 12 ปี ลูกสาวคนเล็ก ยังได้นำลายมือที่เขียนตอบโต้ระหว่างตนเองและน้องแพรวที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลกรุงเทพฯ ว่าขณะนี้มีการตอบสนองดีขึ้นและพยายามถามหาพ่อและแม่ ซึ่งขณะนี้ตนเองอย่างไม่บอกความจริง ขณะที่น้องพลอย ลูกสาวคนโต ยังอยู่ในระหว่างการตัดสินใจว่าจะกลับไปเรียนต่อหรือไม่ เนื่องจากยังเป็นห่วงน้องที่ยังรักษาตัวอยู่ขอเวลาในการตัดสินใจและดูอนาคตว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป   ข่าวที่เกี่ยวข้อง 'เสี่ยเบนซ์' หวังได้รับการให้อภัย เผยจะดูแลลูกสาวคนตายอย่างดีที่สุด - 'รองโฆษกอัยการ' เสนอแก้กม.เพิ่มโทษประหาร        

 25,999
สังคม-อาชญากรรม
17 เม.ย. 62

ลูกสาวคนเล็ก รอง ผกก. เหยื่อ ‘เสี่ยเบนซ์’ เมาแล้วขับ รู้สึกตัว-ตอบสนองได้แล้ว เขียนใส่กระดาษถาม พ่อแม่อยู่ไหน

เคลื่อนศพ พ.ต.ท.จตุพร-ภรรยา เหยื่อเสี่ยเบนซ์เมาแล้วขับ บำเพ็ญกุศลที่วัด ญาติเผยอาการลูกสาวคนเล็กยังรักษาตัวที่ในห้องไอซียู ขณะนี้รู้สึกตัว-ตอบสนองได้แล้ว สื่อสารได้ด้วยการเขียนข้อความในกระดาษ โดยคำแรกที่เขียนคือ “พ่อ แม่ อยู่ไหน”   จากกรณีนายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 57 ปี เสี่ยเจ้าของธุรกิจผลิตและจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ เมาแล้วขับรถเบนซ์ชนรถยนต์ของ พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล รอง ผกก.(สอบสวน) กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม เสียชีวิตพร้อมภรรยา ส่วนลูกสาววัย 12 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส   ความคืบหน้าวันที่ 17 เม.ย. 62 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ครอบครัวของ พ.ต.ท.จตุพร และ นางนุชนาถ งามสุวิชชากุล ได้ทำพิธีเชิญดวงวิญญาณจากจุดเกิดเหตุ   ขณะที่ช่วงบ่าย ครอบครัวได้รับศพ พ.ต.ท.จตุพร และนางนุชนาฏ ที่ภาควิชานิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลตำรวจ โดยมีนางสาวศุชวิชญ์ อายุ 16 ปี ลูกสาวคนโตที่กลับจากการเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศอเมริกาอย่างกระทันหันหลังทราบข่าว รับศพพ่อ และแม่ ซึ่งนางสาวศุชวิชญ์ ยังอยู่ในอาการเสียใจ ร้องไห้ตลอดเวลา   น.ส.ขนิษฐา เลิศวรจักรพงษ์ ป้าของ ด.ญ.พิญาภา งามสุขวิชชากุล อายุ 12 ปี ลูกสาวคนเล็กของรองผู้กำกับ ที่ยังรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู เปิดเผยว่า หลานสาวรู้สึกตัว และตอบสนองได้แล้ว โดยสามารถสื่อสารได้ด้วยการเขียนข้อความในกระดาษ โดยคำแรกที่หลานสาวเขียนคือ “พ่อ แม่ อยู่ไหน” ซึ่งคนในครอบครัวยังไม่สามารถบอกข้อเท็จจริงกับหลานสาวได้ โดยบอกว่า พ่อ แม่ รักษาตัวอยู่ไม่สามารถมาเยี่ยมได้    ส่วนสภาพจิตใจของลูกสาวคนโต ที่ต้องกลับมาจากประเทศอเมริกากระทันหัน ในระหว่างเรียนแลกเปลี่ยน ยังมีสภาพจิตใจที่ย่ำแย่   ข่าวที่เกี่ยวข้อง 'เสี่ยเบนซ์' หวังได้รับการให้อภัย เผยจะดูแลลูกสาวคนตายอย่างดีที่สุด - 'รองโฆษกอัยการ' เสนอแก้กม.เพิ่มโทษประหาร    

 18,957
สังคม-อาชญากรรม
15 เม.ย. 62

แจ้งเพิ่ม 2 ข้อหา ‘เสี่ยเบนซ์’ เมาขับชน รอง ผกก.-ภรรยา เสียชีวิต ลูกสาวเจ็บสาหัส

จากกรณีนายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 57 ปี เสี่ยเจ้าของธุรกิจผลิตและจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ เมาแล้วขับรถเบนซ์ชนรถยนต์ของ พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล รอง ผกก.(สอบสวน) กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม เสียชีวิตพร้อมภรรยา ส่วนลูกสาววัย 12 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยได้แจ้งข้อหานายสมชาย คือ 1. ขับรถขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นแก่ความตาย 2. ขับรถขณเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ 3.ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินเสียหาย    ความคืบหน้าวันที่ 15 เม.ย. 62 นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาขับรถเบนซ์ ชนรถยนต์ของครอบครัว รอง ผกก.สอบสวน กก.2 บก.ป. ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.กฤตินาท ตุลยลักษณ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลศาลาแดง, พ.ต.ท.ศิริพงษ์ เพื่อนสงคราม รองผู้กำกับการ หัวหน้างานสอบสวน เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมกับคดีที่เกิดขึ้น   ทั้งนี้ ภายหลังการสอบปากคำนานกว่า 1 ชั่วโมง พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหานายสมชาย เพิ่มอีก 2 ข้อหา ได้แก่ข้อหา กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และข้อหา กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายถึงสาหัส โดยนายสมชายให้การรับสารภาพในทั้ง 2 ข้อกล่าวหา   ขณะที่ในวันพรุ่งนี้ (16 เม.ย.) นายสมชายพร้อมด้วยทนายความ จะเดินทางมาพบกับญาติของผู้เสียหายต่อหน้าพนักงานสอบสวน โดยมี ‘น้องพลอย’ อายุ 16 ปี ลูกสาวคนโตที่อยู่ประเทศอเมริกา ซึ่งจะเดินทางกลับมาในวันพรุ่งนี้ และเดินทางมายังสถานีตำรวจนครบาลศาลาแดง ในเวลา 11.00 น.  

 4,896
สังคม-อาชญากรรม
15 เม.ย. 62

‘เสี่ยเบนซ์’ เมาแล้วขับ เข้าให้ปากคำเพิ่ม ยัน พร้อมรับผิดชอบทั้งหมด วอนสังคมให้อภัย-ขอเลิกดื่มตลอดชีวิต

วันที่ 15 เม.ย. 62 เมื่อเวลา 12.40 น. นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาขับรถเบนซ์ ชนรถยนต์ของครอบครัว รอง ผกก.สอบสวน กก.2 บก.ป. ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.กฤตินาท ตุลยลักษณ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลศาลาแดง, พ.ต.ท.ศิริพงษ์ เพื่อนสงคราม รองผู้กำกับการ หัวหน้างานสอบสวน เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมกับคดีที่เกิดขึ้น   โดยได้เปิดเผยก่อนเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนว่า ได้เดินทางไปเยี่ยม ด.ญ.พิชญาภา หรือ ‘น้องแพรว’ อายุ 12 ปี ลูกสาวคนเล็กของ พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล ผู้เสียชีวิต ซึ่งขณะนี้ ‘น้องแพรว’ อยู่ระหว่างรักษาตัวที่โรงพยาบาลกรุงเทพ   ด้านนายสมชาย เปิดใจถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า คงจะยากที่จะเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนที่สาหัสที่สุดในชีวิต  โดยตั้งใจไว้ว่ามีบทเรียนและต้องแก้ไข โดยคิดว่าจะเลิกดื่มไปตลอดชีวิต และพึ่งมาจากโรงพยาบาลไปเยี่ยมน้องที่อยู่ในห้องไอซียู ซึ่งขณะนี้อาการดีขึ้น ทำให้สบายใจไปอีกเปราะหนึ่ง พร้อมขอโอกาส ขอโทษประชาชนกับสิ่งที่ตนเองได้กระทำผิดพลาดไป และหวังว่าจะได้รับการให้อภัยและอโหสิกรรม    ยืนยันว่าจะดูแลเด็กทั้ง 2 คน อย่างดีที่สุด โดยได้รับปากกับทางญาติของผู้เสียหาย จนญาติพอใจ เด็กทั้ง 2 คน ทั้งคนที่ยังศึกษาต่อที่ต่างประเทศและที่ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล จะส่งเสียให้ถึงที่สุดตามที่ปรารถนา รวมทั้งค่ารักษาพยาบาลทุกอย่าง โดยจะทำหน้าที่เสมือนพ่อและแม่ให้กับน้องทั้ง 2 ที่ต้องสูญเสียพ่อและแม่ไปพร้อมกัน กับการกระทำของตนเองในครั้งนี้   ข่าวที่เกี่ยวข้อง ลูกสาวรอง ผกก.เหยื่อเสี่ยเบนซ์เมาพุ่งชน เริ่มขยับมือได้ ลูกสาวคนโตตีตั๋วกลับด่วนจากตปท.ทำใจไม่ได้ ร้องไห้ตลอดเวลา  

 12,623
สังคม-อาชญากรรม
15 เม.ย. 62

ลูกสาวรอง ผกก.เหยื่อเสี่ยเบนซ์เมาพุ่งชน เริ่มขยับมือได้ ลูกสาวคนโตตีตั๋วกลับด่วนจากตปท.ทำใจไม่ได้ ร้องไห้ตลอดเวลา

พันตำรวจโทศิริพงษ์ เพื่อนสงคราม รองผู้กำกับการ หัวหน้างานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลศาลาแดง เผยถึงกรณีพนักงานสอบสวนต้องดำเนินการหลังจากคุมตัวนายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 57 ปี เสี่ยอะไหล่รถยนต์ ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดตลิ่งชัน คดีขับรถชนรองผกก.เสียชีวิตว่า หลังศาลอนุญาตให้ประกันตัว ทางศาลได้นัดหมายให้นายสมชายไปรายงานตัวที่ศาลอีกครั้งในวันที่ 25 เม.ย.นี้ ซึ่งพนักงานสอบสวนจะทำหน้าที่ต่อไปตามกระบวนการเฉกเช่นเดียวกับคดีที่เคยมีผู้ขับขี่ยานพาหนะเมาสุราแล้วเฉี่ยวชนคู่กรณีจนมีผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ และทรัพย์สินได้รับความเสียหายทั่วๆ ไป    โดยการสอบปากคำในชั้นสอบสวนผู้ต้องหายอมรับสารภาพ ตามฐานความผิดที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาไป อีกทั้งผู้ต้องหายอมรับว่า จะชดใช้เยียวยาค่าสินไหมให้กับญาติผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มที่ ซึ่งประเด็นนี้ต้องรอหลังจากที่ฝ่ายผู้เสียหายดำเนินการเรื่องการฌาปนกิจศพผู้เสียชีวิตเสร็จสิ้นแล้ว จะนัดหมายให้ทั้ง 2 ฝ่าย มาเจรจาต่อหน้าพนักงานสอบสวนอีกครั้ง ส่วนการสรุปสำนวนส่งฟ้องหลังจากนี้จะต้องรอผลการตรวจสอบลายนิ้วมือของผู้ต้องหา ว่าเคยมีประวัติต้องโทษคดีใดมาก่อนหรือไม่ รวมถึงรอผลการชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย จากแพทย์นิติเวช รอผลการตรวจสอบรถยนต์คู่กรณีและที่เกิดเหตุจากกองพิสูจน์หลักฐาน ก่อนรวบรวมสำนวนคดียื่นฟ้องต่ออัยการตามกฎหมายต่อไป   ล่าสุดได้รับการเปิดเผยจากพันตำรวจเอกวาที อัศวุฒมางกุร รองผู้บังคับการสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อนสนิทพันตำรวจโทจตุพร งามสุวิชชากุล ว่าอาการของลูกสาวคนเล็ก ของ รอง ผกก. ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุดังกล่าว เบื้องต้นมีอาการตอบสนองด้วยการขยับมือได้แล้ว หลังจากนี้แพทย์ที่ดูแลอาการแจ้งว่า ขอดูอาการอีก 2-3 วัน เพื่อพิจารณาอีกครั้งต้องเข้ารับการผ่าตัดสมองหรือไม่    ส่วนลูกสาวคนโตของ พ.ต.ท.จตุพร ที่กำลังศึกษาต่ออยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เดินทางกลับมาถึงประเทศไทยในเวลาประมาณ 21.00 น. โดยมีป้า ซึ่งเป็นพี่สาวของแม่ (ที่เสียชีวิต) พร้อมด้วยพนักงานสอบสวนกองปราบยศ พ.ต.ท. เพื่อนของบิดา เดินทางไปรับที่สนามบินสุวรรณภูมิ   พ.ต.อ.วาที กล่าวว่า การเดินทางของหลานสาวกว่า 12 ชม.จากสหรัฐอเมริกานั้นขณะอยู่บนเครื่องบิน หลานสาวได้ร่ำไห้ตลอดเวลา จึงไม่มั่นใจว่า ทางครอบครัวจะพาหลานสาว ไปเยี่ยมน้องสาว ที่บาดเจ็บสาหัสต้องผ่าตัดสมองรอบที่ 2 ที่ รพ.กรุงเทพ ภายในคืนนี้หรือไม่ เนื่องจากหลานสาวอ่อนล้าจากการเดินทางและจิตใจยังอ่อนไหวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ต้องมาเสียบิดาและมารดาในเวลาเดียวกัน อีกทั้งน้องยังได้รับบาดเจ็บสาหัส    ขณะเดียวกันทาง รพ.ก็ยังมีกำหนดเวลาในการเข้า เยี่ยมผู้ป่วยอย่างชัดเจน จึงอาจจะเป็นอุปสรรคทำให้ไม่สามารถเดินทางไปรพ.ได้ทันที จึงคาดว่าจะพาหลานสาวกลับไปพักผ่อนที่บ้านก่อน และรอเวลาเข้าเยี่ยมในวันนี้ ( 15 เม.ย.)    สำหรับความคืบหน้าทางคดีนั้น หลังจากศาลตลิ่งชันไม่รับฝากขัง นายสมชาย ผู้ต้องหา โดยให้พนักงานสอบสวน สน.ศาลาแดง นำตัวไปสอบสวนเพิ่มเติม ในข้อหาพยายามฆ่าและฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ส่วนข้อหาขับรถในขณะเมาสุรา เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย,เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัสและเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย ( 3 ข้อหาหลัง) ศาลอนุญาตให้ประกันตัวในวงเงินสด 2 แสนบาท ก่อนปล่อยตัวชั่วคราว และนัดหมายให้ นายสมชาย เดินทางไปรายงานตัวที่ศาลอีกครั้งในวันที่ 25 เม.ย.นี้

 14,525
สังคม-อาชญากรรม
14 เม.ย. 62

ศาลลดข้อหา 'เสี่ยเบนซ์' เหลือ 3 ข้อหา - ให้ประกันตัว พี่ชายเผยจะขอรับลูกคนตายเป็นหลาน พร้อมเลี้ยงดูส่งเสีย

จากกรณีนายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 57 ปี เสี่ยเจ้าของธุรกิจผลิตและจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ เมาแล้วขับรถเบนซ์ชนรถยนต์ของ พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล รอง ผกก.(สอบสวน) กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม เสียชีวิตพร้อมภรรยา ส่วนลูกสาววัย 16 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น   ล่าสุด ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นควรให้พนักงานสอบสวน แก้สำนวนคดีเหลือ 3 ข้อหา โดยตัดข้อหาฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยเจตนา และข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เนื่องจากไม่มีกฎหมายรองรับ พนักงานสอบสวนจึงคุมตัวนายสมชายกลับไปเพื่อแก้สำนวนข้อกล่าวหาอีกครั้ง   ต่อมา ญาติของนายสมชาย ได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด จำนวน 200,000 บาท เพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งศาลพิจารณาแล้วจึงอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ไม่มีประวัติอาชญากรรม อีกทั้งยังได้เยียวยาผู้เสียหายในเบื้องต้นแล้ว    ด้านครอบครัวของผู้ต้องหา กล่าวว่า น้องชายตนเองสำนึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพร้อมรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด และให้ย้ายไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลกรุงเทพ ซึ่งเชี่ยวชาญด้านสมอง โดยหลังจากนี้ครอบครัวจะขอรับผิดชอบชีวิตของบุตรสาวทั้ง 2 คนของผู้ตาย จะขอรับทั้ง 2 คนเป็นหลาน จะเลี้ยงดูส่งเสีย และรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/umiMiNUrRSU

 26,356

Top