ค้นหา :

ผลการค้นหา "เสี่ยเบนซ์"

สังคม-อาชญากรรม
21 เม.ย. 62

'เสี่ยเบนซ์' บวชหน้าไฟให้ 'รองตี๋-ภรรยา' ป้าเล่านาทีสะเทือนใจ 'น้องแพร' กอดพี่สาวบอก "อย่าทิ้งหนูนะ"

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับ น้องแพร ลูกสาวรอง ผกก.ที่ประสบอุบัติเหตุ เป็นคนไข้ในพระราชานุเคราะห์ ขณะที่เมื่อวานนี้มีพิธีพระราชทานเพลิงศพ เพื่อนตำรวจและครอบครัวร่วมไว้อาลัยจำนวนมาก ด้านเสี่ยเบนซ์คู่กรณีบวชหน้าไฟ ขออโหสิกรรม ยืนยันจะรับผิดชอบทุกอย่างขอดูแลลูกสาวผู้เสียชีวิตตลอดไป ป้าเผยนาทีสะเทือนใจหลานสาวสองคนกอดกัน น้องแพรบอกพี่สาวอย่าทิ้งหนู รอเสร็จงานศพจะเจรจากับคู่กรณีอีกครั้ง   ความคืบหน้ากรณีนายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ เจ้าของโรงงานอะไหล่ยนต์ ขับรถเบนซ์พุ่งชนรถซูซูกิ สวิฟท์ เป็นเหตุให้ พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล หรือรองตี๋ อายุ 48 ปี รองผกก.กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม และนางนุชนาฏ งามสุวิชชากุล อายุ 43 ปี สองสามีภรรยาเสียชีวิตทั้งคู่ ส่วนน้องแพร ลูกสาวคนเล็กอายุ 12 ปี ที่นั่งมาด้วยได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา   ล่าสุด สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับน้องแพร เป็นคนไข้ในพระราชานุเคราะห์ ซึ่งขณะนี้น้องแพรมีอาการปลอดภัยพ้นขีดอันตรายแล้ว โดยเมื่อวานนี้ (20 เม.ย.) ทางครอบครัวร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ รองตี๋และภรรยา ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ทั้งบรรดาเพื่อนร่วมงานตำรวจกองปราบปราม เพื่อนร่วมรุ่น และครอบครัว โดยงานพิธีเริ่มในเวลา 14.00 น. พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เดินทางมาเป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ โดยมีน้องพลอยลูกสาวคนโต ถือกระถางธูปนำเคลื่อนศพไปยังเมรุวัดตรีทศเทพ   นายสมชาย คู่กรณี ได้บวชหน้าไฟ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตทั้งสอง โดยหลังจากพิธีเสร็จสิ้น พระสมชายซึ่งขณะนั้นยังบวชอยู่กล่าวว่า ช่วงนาทีที่ขึ้นไปวางดอกไม้จันทร์ ตนก็กล่าวขออโหสิกรรมกับรองตี๋และภรรยา และบอกว่าจะขอดูแลลูกสาวของท่านทั้งสองตลอดไป การที่ตนได้บวชก็สบายใจที่ได้ร่วมอุทิศส่วนกุศลให้กับรองตี๋และภรรยา แต่รู้สึกหดหู่ใจและเสียใจอย่างมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น หลังเสร็จสิ้นงานศพก็จะนัดพูดคุยเจรจากับครอบครัวผู้ดูแลลูกสาวของรองตี๋ทั้งสองคน ในส่วนของทางกฎหมายตนก็พร้อมรับสารภาพผิดทุกข้อหา   ด้าน นางสาวขนิษฐา เลิศวรตักรพงษ์ พี่สาวของภรรยารองตี๋ กล่าวว่า ขณะนี้อาการน้องแพร ลูกสาวคนเล็ก ปลอดภัยพ้นขีดอันตรายแล้ว  แต่ที่เป็นห่วงคือสภาพจิตใจน้องแพร ย่ำแย่หนัก หลังจากทราบข่าวการเสียชีวิตของพ่อและแม่ ซึ่งเมื่อวานนี้ได้พาน้องมาไหว้กราบศพเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากนั้นน้องแพรก็ร้องไห้ตลอดเวลาจนแพทย์ต้องช่วยให้ยาผ่อนคลายความเครียด   และมีช่วงจังหวะหนึ่งที่น้องพลอย พี่สาวของน้องแพรไปกอดน้องให้กำลังใจ น้องแพรก็พูดว่า "พี่พลอยอย่าทิ้งหนูนะ" สร้างความสะเทือนใจให้กับครอบครัวและญาติพี่น้องทุกคน ตอนนี้ห่วงสภาพจิตใจหลานทั้งสองคน แต่น้องพลอยคนเป็นพี่พยายามเข้มแข็ง เพื่อเป็นเสาหลักให้น้อง ซึ่งน้องพลอยเล่าว่า ตอนช่วงที่นายสมชาย เข้ามาขอโทษนั้น น้องพลอยบอกว่า ถ้าป๊าหนูยังอยู่ป๊าก็ให้อภัย ซึ่งหลังจากนี้ทางครอบครัวขอจัดการงานพิธีศพให้เสร็จสิ้นก่อน และจะมีการมีพูดคุยเรื่องความรับผิดชอบต่าง ๆ กับคู่กรณี ส่วนเรื่องคดีความก็ว่าไปตามกฎหมาย   ทางด้าน นายรัตนชัย เวโรจน์พิพัฒน์ พี่ชายของนายสมชาย กล่าวว่า ทางครอบครัวรู้สึกเสียใจอย่างมากและขอรับผิดชอบกับสิ่งที่น้องชายทำไว้ อยากขอโทษสังคมกับการกระทำของน้องชาย เรื่องทางคดี น้องชายก็รับสารภาพทุกข้อหา และขอให้สังคมช่วยตรวจสอบหากพบน้องชายตนดื่มสุราอีก สามารถนำไปประจานได้เลย   ส่วนสภาพจิตใจนายสมชายก็ย่ำแย่มากเช่นกัน ทางครอบครัวก็คอยดูแลใกล้ชิด และให้กำลังใจกัน และขอรับปากว่าทางครอบครัวของตน จะช่วยกันดูแลลูกสาวของผู้เสียชีวิตตลอดไป          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Z-Dft-HxnnM

 4,737
สังคม-อาชญากรรม
20 เม.ย. 62

เสี่ยเบนซ์ บวชหน้าไฟ ขออโหสิกรรม ลั่นวาจาต่อหน้าศพรองผกก.-ภรรยา ขอดูแลลูกสาวทั้งสองตลอดชีวิต

นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ เจ้าของโรงงานอะไหล่ยนต์ ขับรถเบนซ์พุ่งชนรถซูซูกิ สวิฟท์ เป็นเหตุให้ พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล หรือรองตี๋ อายุ 48 ปี รองผกก.กองกำกับการ2 กองบังคับการปราบปราม  และนางนุชนาฏ งามสุวิชชากุล อายุ 43 ปี สองสามี-ภรรยาเสียชีวิตทั้งคู่ ส่วนน้องแพร ลูกสาวคนเล็กอายุ 12 ปี ที่นั่งมาด้วยได้รับบาดเจ็บสาหัส  เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 เมย.ที่ผ่านมา    เปิดใจหลังสึกจาการบวชหน้าไฟ ในงานพระราชทานเพลิงศพ พ.ต.ท. จตุพร  และภรรยา  ว่า ได้กล่าวขออโหสิกรรมให้กับท่านทั้งสอง และขอจะรับดูแลลูกสาวทั้งสองคนอย่างดี โดยหลังจากนี้ จะมีการพูดคุยกัยทางครอบครัวผู้เสียชีวิตเรื่องการดูแลและรับผิดชอบทุกอย่างที่เกิดจากการกระทำของตน

 29,707
สังคม-อาชญากรรม
20 เม.ย. 62

เสี่ยเบนซ์บวชหน้าไฟให้ 'รองตี๋-ภรรยา' ลูกสาวคนเล็กที่รักษาตัวอยู่ใน รพ.ร้องไห้ไม่หยุด หลังรู้ความจริงว่าพ่อกับแม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ

กรณีเสี่ยเบนซ์เมาแล้วขับไปชนรถของ รอง ผกก.กองปราบ เสียชีวิตพร้อมภรรยา ส่วนลูกสาวบาดเจ็บสาหัส ส่วนลูกสาวคนโตที่เรียนอยู่สหรัฐฯ หลังทราบเรื่องก็ร้องไห้ไม่หยุด ก่อนเดินทางกลับไทย   โดยวันนี้(20 เม.ย.) จะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพในเวลา 16.00 น. โดยเมื่อเช้ามืดที่ผ่านมาเสี่ยเบนซ์ ได้บวชหน้าไฟ อุทิศส่วนกุศลให้รองตี๋และภรรยา ตั้งแต่ช่วง 06.00 น.   โดยพี่สาวของ รอง ผกก.กองปราบ บอกว่า ถึงเวลานี้คงต้องอโหสิกรรมให้กับเสี่ยเบนซ์ ตลอดเวลาเขาก็สำนึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ก็ขอให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ต่อไป   ด้านน้องพลอย ลูกสาวคนโต บอกว่า จิตใจยังย้ำแย่ แต่ก็ดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา เป้นห่วงแต่น้องสาว อยากให้น้องปลอดภัยและหายเร็วๆ   ล่าสุดน้องสาวคนเล็กที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส รับรู้ความจริงแล้วว่า พ่อกับแม่เสียชีวิต โดยพี่สาวของภรรยารองตี๋ เป็นคนเข้าไปบอก ทันทีที่บอกน้องร้องไห้น้ำตามไหลออกมาไม่หยุด แต่มันจำเป็นต้องบอกความจริง           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/l2qhXtP3TCc  

 22,366
สังคม-อาชญากรรม
16 เม.ย. 62

'เสี่ยเบนซ์' หวังได้รับการให้อภัย เผยจะดูแลลูกสาวคนตายอย่างดีที่สุด - 'รองโฆษกอัยการ' เสนอแก้กม.เพิ่มโทษประหาร

จากกรณี นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 57 ปี เมาแล้วขับรถเบนซ์ชนรถยนต์ เป็นเหตุให้ พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล รอง ผกก.(สอบสวน) กก.2 บก.ป. และภรรยา เสียชีวิต ส่วนลูกสาวอายุ 12 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส ล่าสุด เด็กหญิงยังไม่ได้สติ หมอเผยอาจต้องผ่าตัดสมองอีกครั้ง แต่ต้องดูความพร้อมร่างกายของเด็กก่อน    วานนี้ (15 เม.ย.) นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ ผู้ก่อเหตุ ได้เดินทางไปเยี่ยมเด็กหญิงอายุ 12 ปี ขอโทษครอบครัว และเซ็นชื่อรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลเอาไว้ทั้งหมด ก่อนเดินทางไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจนครบาลศาลาแดง พร้อมเปิดเผยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนที่สาหัสที่สุดในชีวิต โดยตั้งใจว่ามีบทเรียนและต้องแก้ไข โดยคิดว่าจะเลิกดื่มไปตลอดชีวิต   นายสมชาย ยังกล่าวอีกว่า ตนขอโทษประชาชนกับสิ่งที่ได้กระทำผิดพลาดไป และหวังว่าจะได้รับการให้อภัยและอโหสิกรรม ยืนยันว่าจะดูแลเด็กทั้งสองคนอย่างดีที่สุด โดยได้รับปากกับทางญาติของผู้เสียหาย จนญาติพอใจ เด็กทั้งสองคน ทั้งคนที่ยังศึกษาต่อที่ต่างประเทศและที่ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจะส่งเสียให้ถึงที่สุดตามที่ปรารถนา รวมทั้งค่ารักษาพยาบาลทุกอย่าง โดยจะทำหน้าที่เสมือนพ่อและแม่ให้กับน้องทั้งสองที่ต้องสูญเสียพ่อและแม่ไปพร้อมกันกับการกระทำของตนในครั้งนี้   ทั้งนี้ ภายหลังการสอบปากคำนานกว่า 1 ชั่วโมง พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา นายสมชาย เพิ่มอีก 2 ข้อหา คือ ข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายถึงสาหัส โดยนายสมชายให้การรับสารภาพในทั้งสองข้อกล่าวหา   อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 16 เม.ย.นี้ นายสมชายพร้อมด้วยทนายความจะเดินทางมาพบกับญาติของผู้เสียหายต่อหน้าพนักงานสอบสวน โดยมี น.ส.ศุภาพิชญ์ งามสุวิชชากุล หรือ น้องพลอย อายุ 16 ปี ลูกสาวคนโตที่อยู่ประเทศอเมริกา ที่จะเดินทางกลับมาในวันนี้ (16 เม.ย.) และเดินทางมาที่สน.ศาลาแดง ในเวลา 11.00 น.   ด้าน นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เสนอให้แก้กฎหมายอาญาเพิ่มเติม เดิมกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ให้เพิ่มเติมอีกวรรค เป็นวรรคเหตุฉกรรจ์ไว้เพิ่มโทษ บัญญัติเพิ่มเติมว่า หากการกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เกิดจากผู้กระทำอยู่ในภาวะมึนเมา เพราะเสพสุราหรือเสพวัตถุมึนเมาอย่างอื่น และควบคุมยานพาหนะเดินด้วยเครื่องจักรกล ให้ระวางโทษประหารชีวิต หรือให้เพิ่มโทษกึ่งหนึ่ง เมื่อเพิ่มโทษในกฎหมายแล้วจะไม่เป็นอุปสรรคในการบังคับใช้กฎหมายอีกต่อไป

 19,073
สังคม-อาชญากรรม
14 เม.ย. 62

ศาลลดข้อหา 'เสี่ยเบนซ์' เหลือ 3 ข้อหา - ให้ประกันตัว พี่ชายเผยจะขอรับลูกคนตายเป็นหลาน พร้อมเลี้ยงดูส่งเสีย

จากกรณีนายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 57 ปี เสี่ยเจ้าของธุรกิจผลิตและจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ เมาแล้วขับรถเบนซ์ชนรถยนต์ของ พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล รอง ผกก.(สอบสวน) กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม เสียชีวิตพร้อมภรรยา ส่วนลูกสาววัย 16 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น   ล่าสุด ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นควรให้พนักงานสอบสวน แก้สำนวนคดีเหลือ 3 ข้อหา โดยตัดข้อหาฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยเจตนา และข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เนื่องจากไม่มีกฎหมายรองรับ พนักงานสอบสวนจึงคุมตัวนายสมชายกลับไปเพื่อแก้สำนวนข้อกล่าวหาอีกครั้ง   ต่อมา ญาติของนายสมชาย ได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด จำนวน 200,000 บาท เพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งศาลพิจารณาแล้วจึงอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ไม่มีประวัติอาชญากรรม อีกทั้งยังได้เยียวยาผู้เสียหายในเบื้องต้นแล้ว    ด้านครอบครัวของผู้ต้องหา กล่าวว่า น้องชายตนเองสำนึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพร้อมรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด และให้ย้ายไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลกรุงเทพ ซึ่งเชี่ยวชาญด้านสมอง โดยหลังจากนี้ครอบครัวจะขอรับผิดชอบชีวิตของบุตรสาวทั้ง 2 คนของผู้ตาย จะขอรับทั้ง 2 คนเป็นหลาน จะเลี้ยงดูส่งเสีย และรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/umiMiNUrRSU

 24,793

Top