ค้นหา :

ผลการค้นหา "กัญชามูลนิธิข้าวขวัญ"

ข่าวภูมิภาค
20 เม.ย. 62

สาธารณสุขตรวจสอบการทำงานของมูลนิธิข้าวขวัญ หลัง อ.เดชา ยื่นขออนุญาตจดทะเบียนแพทย์แผนไทย

สุพรรณบุรี - ที่มูลนิธิข้าวขวัญ อ.เมืองสุพรรณบุรี นายสมพร ศรีโปฎก นักวิชาการสาธารณสุข (ชำนาญการพิเศษ) หัวหน้ากลุ่มงานการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมคณะเข้าตรวจสอบการทำงานของมูลนิธิข้าวขวัญ หลังจากที่ตัวแทนอาจารย์เดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ ได้ยื่นขออนุญาตจดทะเบียนแพทย์แผนไทย เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ที่ผ่านมา    นายสมพร ศรีโปฎก นักวิชาการสาธารณสุข(ชำนาญการพิเศษ) เปิดเผยว่าหลังจากที่ได้รับเรื่องขอยื่นจดเป็นแพทย์แผนไทย หรือหมอชาวบ้าน จึงได้เข้ามาตรวจสอบการทำงานของมูลนิธิข้าวขวัญ จากการที่ได้เข้ามาตรวจสอบการทำงานของมูลนิธิข้าวขวัญ และได้มีการพูดคุยสอบถามกับผู้ป่วยที่เคยได้รับการรักษาจากอาจารย์เดชา ประวัติการทำงานของอาจารย์เดชา ว่าเป็นอย่างไรที่สำคัญอาจารย์เดชา ได้ทำงานในฐานะหมอชาวบ้านคนหนึ่งที่มีความเมตตา มีคุณธรรม ช่วยเหลือผู้อื่นไม่ดำเนินการในเชิงธุรกิจ รักษาชาวบ้านอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลามากกว่า 10 ปี โดยไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด    นอกจากนี้ทางมูลนิธิข้าวขวัญ ยังได้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับประชาชนทั่วไปอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะศาสตร์ของหมอชาวบ้าน หรือแพทย์แผนไทย มาอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าตัวอาจารย์เดชา เองไม่ได้รับการถ่ายทอดภูมิปัญญาและองค์ความรู้มาจากบรรพบุรุษ แต่ตัวอาจารย์ได้ค้นคว้าศึกษาหาความรู้จากศาสตร์หมอชาวบ้านมาเป็นเวลานาน จนเกิดความแตกฉาน นำมาทดลองใช้จนเกิดเป็นผลสำเร็จ คาดว่าการยื่นขอใบอนุญาตเปิดการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก ไม่น่าจะมีอะไรติดขัด แต่หลังจากที่ได้รับอนุญาตแล้ว ก็จะต้องรักษาคุณสมบัติที่กรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือกให้คงไว้ตามระเบียบ 8 ข้อที่ได้กำหนดไว้ประกอบไปด้วย 1   1.ต้องมีผู้มารับบริการสม่ำเสมอและต่อเนื่องเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 10 ปี โดยพิจารณาตามความชำนาญของหมอพื้นบ้าน ความถี่ของการเกิดโรคในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง เช่น หมองู หมอกวาดยาเด็ก หมอกระดูก เช่น ให้การดูแลสุขภาพในชุมชน ไม่ดำเนินการในรูปแบบสถานพยาบาล มีบันทึกหลักฐานผู้มารับบริการ  2.สืบทอดความรู้จากบรรพบุรุษ หรือองค์ความรู้จากท้องถิ่น เช่น เป็นการสืบทอดในวิถีวัฒนธรรมชุมชน  3.มีความสามารถในบำบัดรักษาโรค เช่น รู้จักโรค รู้จักยา รู้วิธีการบำบัดรักษาโรค รู้จักการดูแลสุขภาพและให้คำแนะนำ  4.ไม่หวงวิชา เช่น มีผู้สืบทอดความรู้ ด้วยความเมตตา  5.มีการถ่ายทอดความรู้ เช่นมีบทบาทในการถ่ายทอดความรู้  6.ไม่เรียกร้องค่ารักษามากเกินควร เช่น ไม่ดำเนินการเชิงธุรกิจ หรือเชิงพาณิชย์  7.เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับจากคนในชุมชน เช่นคนในชุมชนรู้จักบทบาทของหมอพื้นบ้าน 8.มีคุณธรรม มีเมตตา ช่วยเหลือเกื้อกูลชุมชน    นายสมพร กล่าวอีกว่าใบอนุญาตมีอายุ 4 ปี นับจากนี้อีก 4 ปีข้างหน้าเราก็ต้องดูว่าอาจารย์เดชา และมูลนิธิข้าวขวัญ ได้ปฏิบัติตามกฏระเบียบข้อบังคับของกรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก หรือไม่ โดยจะให้นางสุภพิชญ์ ศรีแดง ผอ.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสระแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นผู้ติดตาม หากการทำงานของมูลนิธิข้าวขวัญทำต่อเนื่องสม่ำเสมออย่างที่เคยทำ ทางกรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก ก็ต่อใบอนุญาตให้ แต่หากเดินออกนอกเส้นทางอย่างที่ทำอยู่ทางเราก็สามารถยึดใบอนุญาตคืนได้ทันที    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดได้มาตรวจสอบการทำงานของมูลนิธิข้าวขวัญ ได้มีผู้ป่วยหลายรายเดินทางมาขอรับการรักษาจากมูลนิธิข้าวขวัญ อย่างไม่ขาดสาย อย่างนางสาคร สุดโต อายุ 61 ปี ได้เปิดเผยกับทีมข่าวว่าป่วยเป็นโรคเบาหวาน ไขมัน ความดันสูง และปวดขา มาเข้ารับการรักษาจากอาจารย์เดชา ศิริภัทร ตั้งแต่ปี 2560 โดยอาจารย์เดชา ได้ให้ยาสมุนไพร ประกอบไปด้วย ขมิ้นชัน ฟ้าทะลายโจร รางจืด และมะรุม ซึ่งได้สกัดมาแล้ว ไปกินดู ปรากฏว่าเมื่อกินยาของอาจารย์เดชา ได้ระยะหนึ่ง อาการของโรคที่เป็นอยู่ก็ลดลงอย่างชัดเจน อาการทุเลาลงอย่างน่าแปลกใจ ที่สำคัญอาจารย์เดชา ไม่เคยเรียกเงินค่ารักษาเลยแม้แต่ครั้งเดียว    นายสมพร หัวหน้ากลุ่มงานการแพทย์แผนไทย กล่าวเพิ่มเติมว่าการเดินทางมาตรวจสอบมูลนิธิข้าวขวัญ วันนี้เพื่อรวบรวมข้อมูลที่ได้นำไปเสนอต่อ นายแพทย์สาโรจน์ มะรุมดี นายแพทย์ สาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี ฐานะนายทะเบียน ก่อนนำเรื่องเสนอเข้าไปยังกรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ต่อไป          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/cRDWx844n9c

 705
สังคม-อาชญากรรม
12 เม.ย. 62

ป.ป.ส.ยังไม่แจ้งข้อหา อ.เดชา ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ ปล่อยยื่นเรื่องนิรโทษกรรมกัญชา

นายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ พร้อมทีมกฎหมาย และเครือข่าย มาแสดงตัวต่อ นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันปราบปรามยาเสพติดหรือ ป.ป.ส.เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ กรณีที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นจับกุมมุลนิธิข้าวขวัญจากการใช้กัญชาทางการแพทย์    โดยนายนิยมชี้แจงว่า ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ ได้เข้ามาแสดงตัวเพื่อหารือแนวทางทางกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง แต่ค่อนข้างชัดเจนว่าเรื่องการตรวจค้นเป็นเพราะการตีความตามข้อกฎหมายที่แตกต่างกัน เพราะในส่วนของเจ้าหน้าที่ มองว่ากรอบกฎหมาย 90 วัน ที่ให้มีการนิรโทษกรรมนั้น ผู้ที่ครอบครองเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ควรที่จะแจ้งต่อ อย. หรือสาธารณสุขจังหวัดก่อนก็จะไม่ถูกจับกุมดำเนินคดี แต่ในส่วนกรณีของมูลนิธิทราบว่าอยู่ระหว่างการดำเนินการแต่เอกสารยังไม่เรียบร้อย จึงยังไม่มีการดำเนินคดีกับนายเดชาแต่อย่างใด แต่ส่วนที่มีการจับกุมตรวจค้น เนื่องจากพบของกลางในรถของนายพรชัย ชูเลิศ หรือ อาจารย์ซ้ง ซึ่งจอดอยู่ในมูลนิธิ จึงถือเป็นเรื่องส่วนบุคคลจึงต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ทราบเจตนา    ด้านนายเดชา ระบุว่าโดยส่วนตัวยังยืนยันเจตนารมย์ว่าต้องการทำเพื่อผู้ป่วย และที่สำคัญมองว่ากัญชาควรถูกถอดออกจากบัญชียาเสพติดไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาในลักษณะนี้อีก ส่วนตัวเรื่องที่เกิดขึ้นสงสัยว่าอาจมีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นบางส่วนเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มใต้ดินที่ใช้กัญชาเพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ จึงอยากให้ปปส.ไปดำเนินการกับกลุ่มใต้ดินเหล่านี้ด้วย            

 750
สังคม-อาชญากรรม
11 เม.ย. 62

'อ.เดชา' เตรียมพบ ปปส.วันนี้ รับเป็นเจ้าของกัญชาทั้งหมด ข้องใจโดนจับทั้งที่อยู่ในช่วงนิรโทษกรรม

จากกรณีเจ้าหน้าที่ชุด ปปส.ภาค 7 ร่วมกับ กำลังชุด ปส.ตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร บุกเข้าตรวจค้นภายในมูลนิธิข้าวขวัญ ในพื้นที่หมู่ 3 ต.สระแก้ว อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี พร้อมจับกุมเจ้าหน้าที่ประจำมูลนิธิ หลังจากค้นพบของกลางต้นกัญชาสด 205 ต้น รวมทั้สารสกัดน้ำมันกัญชา โดยทราบว่าทั้งหมดเป็นของนายเดชา ศิริภัทร กรรมการบริหาร และประธานมูลนิธิข้าวขวัญ   ซึ่งของกลางกัญชาทั้งหมดทราบว่านายเดชา จะนำมาผลิตใช้เป็นยารักษาโรค จึงได้มีการนำเมล็ดกัญชามาปลูก เพื่อทดลองใช้ทางการแพทย์ จนส่งผลให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ขณะที่นายเดชาเดินทางไปธุระต่างประเทศ และจะกลับมายังประเทศไทยในช่วงบ่ายวานนี้ (10 เม.ย.) พร้อมเตรียมเข้าพบเจ้าหน้าที่ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงความบริสุทธิ์ใจ   ล่าสุดเวลา 15.30 น. วานนี้ (10 เม.ย.) นายเดชา ศิริภัทร กรรมการบริหาร และประธานมูลนิธิข้าวขวัญ ได้เดินทางจากเวียงจันทร์ สปป.ลาว ถึงสนามบินดอนเมือง โดยมีผู้มาต้อนรับและให้กำลังใจจำนวนมาก พร้อมชูป้าย savedecha โดย นายเดชา กล่าวว่า ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่านที่มาต้อนรับ และเสียใจที่ไม่สามารถเดินทางกลับมาก่อนหน้านี้ได้ ทำให้ไม่สามารถยื่นขอประกันตัว และเดินทางไปรับตัวคุณพรชัย ชูเลิศ เจ้าหน้าที่มูลนิธิข้าวขวัญออกจากที่คุมขังด้วยตนเอง   โดยยืนยันว่าทำในนามส่วนตัว มูลนิธิไม่เกี่ยวข้อง ส่วนที่ยังไม่ไปแจ้งยื่นขอนิรโทษกรรมการมีกัญชาเพื่อครอบครองทางการแพทย์ได้นั้น เพราะคิดว่ายังมีเวลาเหลือเพราะอยู่ในช่วงเวลา 90 วันจนถึงวันที่ 19 พ.ค.นี้ จึงมีเวลาอีกเป็นเดือน และอยู่ในระหว่างเตรียมเอกสารให้พร้อม แต่ไม่ทราบว่าทำไมเจ้าหน้าที่จึงเร่งรีบ ทั้งที่ตนก็ไม่อยู่ด้วย จึงคิดว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้องซึ่งจะต้องมีการพิสูจน์ต่อไป   นายเดชา กล่าวต่อว่า วันนี้ (11 เม.ย.) ตนและทีมทนายความจะเดินทางไปแสดงตัวต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ถนนดินแดง ในเวลาประมาณ 10.00 น. เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังจากนั้นจะประสานงานกับเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจในพื้นที่เพื่อกำหนดนัดหมายวันเข้าพบเพื่อสอบถามรายะเอียดทางคดีต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/7wDep0FJJ90  

 1,388
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
11 เม.ย. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 11 เม.ย.62 ไฟไหม้เซ็นทรัลเวิลด์-บิ๊กตู่รดน้ำขอพรป๋าเปรม-รถเมล์ขึ้นราคาหลังสงกรานต์

-ไฟไหม้เซ็นทรัลเวิลด์ควันโหมกว่าพันคนหนีตายโกลาหล พนง.โรงแรมเซ็นทาราถูกไฟล้อมรมควันจนทนไม่ไหว กระโดดช่องลมจากชั้น 8 ร่างกระแทกพื้นเสียชีวิต 2 ราย มีคนสำลักควันเสียชีวิตกว่า 20 คน มีคลิปวินาทีระทึกลูกไฟพุ่งจากอาคาร ผู้ว่าฯกทม.สั่งปิดอาคารที่เกิดเหตุทันที ให้พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบวันนี้ คาดต้นเพลิงเป็นห้องเก็บเอกสารของออฟฟิศชั้น 8 หรือไม่ก็ห้องปั๊มน้ำชั้น B2 ขณะที่คนดังอยู่ในเหตุการณ์หนีกระเจิง ทั้งเชียร์ ฑิฆัมพร, พีช พชร และโดม จารุวัฒน์ อยู่ในที่เกิดเหตุแต่ไม่มีสัญญาณเตือนภัย   -ไฟไหม้โรงงานทำไม้กวาดย่านโชคชัย 4 ลุกลามไปอาคารบ้านเรือนใกล้เคียงเสียหาย 6 คูหา ชาวบ้านนั่งกอดเข่าร้องไห้ ออกจากบ้านแปปเดียวไฟไหม้วอดทั้งหลัง สาเหตุไหม้ยังไม่ชัดเจน ต้องรอการตรวจสอบ ชี้โรงงานเปิดมานานกว่า 60 ปี ไม่มีคนเจ็บ-เสียชีวิต ไฟไหม้โรงงานทำไม้กวาด โชคชัย 4 ลุกลามตึกแถวใกล้เคียง เสียหาย 6 คูหา ชาวบ้านหนีตายอลม่าน    -บิ๊กตู่นำคณะ ครม.และผู้นำเหล่าทัพ เข้ารดน้ำขอพร พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ปธ.องคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ พล.อ.เปรมให้พรนายกฯและกองทัพ พูดได้เต็มปากว่ารัฐบาลนี้ไม่โกง เพราะเห็นแก่ส่วนรวมจริงๆ คนที่จะซื่อสัตย์สุจริตต้องมีความคิดก้าวไกล ทำเพื่อคนอื่นไม่ใช่ทำเพื่อตนเอง หรือปกป้องคนใกล้ชิด รัฐบาลนี้เก่งไม่เก่งก็ดูเอาเอง แต่ยืดอกพูดได้เลยว่ารัฐบาลประยุทธ์ไม่โกง แต่ถ้าตนพูดผิด นายกฯต้องไปจัดการ   พร้อมให้พรนายกฯเป็นการส่วนตัว ถามเหนื่อยไหมตู่ ขอให้อดทนไว้ ป๋าจะคอยดู คอยเป็นกำลังใจให้ พร้อมทักทาย ผบ.ทบ.และบิ๊กป้อม พร้อมเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนเข้าขอพร บอกไม่ค่อยติดตามการเมือง แต่ยังเป็นห่วงบ้านเมืองอยู่ ขออยู่เคียงข้างชาติบ้านเมืองตลอดไป นายกฯนำทัพรดน้ำขอพร 'ป๋าเปรม' เชื่อรัฐบาลนี้ไม่โกง ถาม "เหนื่อยไหมตู่ ป๋าจะคอยเป็นกำลังใจให้"   -กระทรวงการต่างประเทศเชิญเอกอัครราชทูต 9 ประเทศที่เข้าร่วมสังเกตการณ์คดีธนาธร ที่สน.ปทุมวัน มาหารือ รองปลัดก.ต่างประเทศ โดยทางไทยระบุผิดหวังและกังวลที่เกิดภาพให้ถูกตีความว่าไปให้กำลังใจนายธนาธร เป็นการเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในบริบทการเมืองไทยตอนนี้ เกินเลยภารกิจทางการทูต เข้าข่ายแทรกแซงกิจการภายในของไทย ละเมิดหลักปฏิบัติและพันธะกรณีทางการทูตภายใต้อนุสัญญากรุงเวียนนา ทางไทยจึงขออย่าให้เกิดเหตุเช่นนี้อีก   ด้านสำนักข่าว ตปท.รายงานว่า จนท.ทูตตะวันตก ตอบโต้คำกล่าวหากระทรวงการต่างประเทศที่ว่า จนท.ทางการทูตละเมิดหลักปฏิบัติทางการทูต ยันเป็นการกระทำตามหลักปฏิบัติทางการทูตทั่วโลก เพื่อสังเกตการณ์กระบวนการยุติธรรม ไม่ได้บ่งชี้ว่าจะสนับสนุนใครเจาะจง พร้อมขอบคุณตร.ไทยที่ให้ความร่วมมือในการสังเกตการณ์ กต.เชิญผู้แทนทูตสังเกตการณ์คดี 'ธนาธร' หารือ กังวลแทรกแซงไทย ทำเกินเลยภารกิจทูต   -ปธ.กกต.ยันยังไม่มีข้อสรุปการคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ทั้งนี้จะประชุมและพิจารณากม.ที่เกี่ยวข้องว่ามีข้อต่างกันอย่างไร แต่ก็มีแนวคิดในการคำนวณไว้อยู่แล้ว ขอให้รอมติที่ประชุมก่อน ปธ.กกต.ชี้ยังไม่สรุปวิธีคิดปาร์ตี้ลิสต์ เพื่อไทยขู่ถ้ายังฝืน กม.ต้องรับผิดชอบ   -เพื่อไทยเปิดแถลงย้ำวิธีคิด ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ยันพรรคเล็กต้องไม่ได้ ส.ส.ตาม รธน.และพ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง หาก กกต.ยังยืนยันสูตรกระจายที่นั่งให้พรรคเล็ก เท่ากับ กกต.จงใจไม่ปฏิบัติตาม รธน. ทางพรรคก็จะดำเนินการตาม กม.เพื่อเอาผิด กกต. หากยังดึงดัน กกต.ต้องรับผิดชอบ กต.เชิญผู้แทนทูตสังเกตการณ์คดี 'ธนาธร' หารือ กังวลแทรกแซงไทย ทำเกินเลยภารกิจทูต   -สรรพสามิตเก็บภาษี 6 เดือนแรกปีงบประมาณ 62 ต่ำกว่าเป้าหมาย เพ่งเล็งเบียร์-น้ำมัน ลักลอบหนีภาษี โดยพบภาษีเบียร์หลุดเป้า 27% ภาษีน้ำมัน 12.5%  เร่งแก้ระเบียบตรวจสอบการส่งออก ว่าไม่ได้นำกลับมาขายในประเทศ เตรียมขึ้นภาษียาเส้น หลังพบนักสูบหันไปสูบกันมากขึ้น เพราะราคาถูกกว่าบุหรี่ สรรพสามิตเพ่งเล็งเบียร์-น้ำมัน หลังเก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้า ห่วงสุขภาพคนไทยจ่อขึ้นภาษียาเส้น   -ดีเดย์รถเมล์ขึ้นราคาหลังสงกรานต์ 22 เม.ย.รถขสมก.และรถร่วมขึ้น 1 บาท โดยรถเมล์ร้อนเดิม 9 บาทปรับเป็น 10 บาท รถ ขสมก.เดิม 6.50 ปรับเป็น 7.50 ส่วนรถแอร์ปรับระยะทางละ 1 บาท จากเดิม 11-23 บาท/เที่ยว เป็น 12-24 บาท/เที่ยว รถเอ็นจีวีจากเดิม 11-23 บาท/เที่ยว ปรับตามระยะทาง เริ่มที่ 15-25 บาท กรณีรถใช้ค่าทางด่วนให้เพิ่มค่าโดยสาร 2 บาท/ต่อคน/เที่ยว ส่วนรถบริการตลอดคืน (23.00-05.00) เพิ่มจากค่าโดยสารปกติ 1.50 บาท/ต่อคน/เที่ยว ขณะที่รถร่วม บขส.ปรับไม่เกิน 10% คมนาคมบอกบริการดีขึ้นแล้ว ขสมก.ต้องการกำลังใจ ดีเดย์หลังสงกรานต์ รถเมล์ขึ้นราคาทั้ง ขสมก-เอกชน เริ่ม 22 เม.ย.จ่ายเพิ่ม 1-7 บาท   -ไฟป่าภาคเหนือยังลามไม่หยุด จับมือเผาป่าดอยผ้าห่มปก จ.เชียงใหม่ สารภาพจุดไฟเผาจะได้สะดวกหาของป่า ทำจุด hotspot เพิ่มอีก 10 จุด ล่าสุดค่าฝุ่นยังสูง   -ดาบตำรวจหึงโหดฉุนเมียแอบแชทไลน์กับกิ๊ก หนุ่มพนง.ขับรถขายอาหารทะเลที่ทำงานด้วยกัน ก่อนนัดกิ๊กหนุ่มมาเคลียร์ปัญหารักหน้าโรงพักสมุทรสาคร เจรจาไม่รู้เรื่องชักปืนพกยิง 7 นัดตายก่อนหนีไปตั้งหลัก สุดท้ายเข้ามอบตัว อ้างไม่ได้ตั้งใจฆ่า ตร.หึงโหด ฉุนเมียแอบแชทคุยหนุ่มใหม่ นัดเคลียร์ปมรักสามเส้าไม่ลงตัว กระหน่ำยิงกิ๊กหนุ่ม 7 นัดดับหน้าโรงพัก    -อ.เดชา ศิริภัทร ปธ.มูลนิธิข้าวขวัญ เตรียมเข้าพบ ป.ป.ส.วันนี้ หลังกลับจากลาว ยันแจกน้ำมันกัญชาให้ผู้ป่วยเป็นเรื่องศีลธรรมที่ต้องทำ ยอมรับกัญชาเป็นของตัวเองทั้งหมด ไม่เกี่ยว อ.ซ้งและมูลนิธิ เชื่อปมจับกุมมีเงื่อนงำ เพราะจับช่วงนิรโทษกรรม และสธ.ไม่รับแจ้งครอบครอง ทั้งที่ถูกตร.ยึดไปหมดแล้ว ยันทำงานหมอพื้นบ้านมานาน 20 ปี เตรียมฟ้องศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ 'อ.เดชา' เตรียมพบ ปปส.วันนี้ รับเป็นเจ้าของกัญชาทั้งหมด ข้องใจโดนจับทั้งที่อยู่ในช่วงนิรโทษกรรม    -ครูสาว จ.ตรัง เสียชีวิตข้างยาลดความอ้วน สภาพมือเท่าเกร็งน้ำลายทะลักปาก-จมูก สาเหตุยังไม่ชัดว่าเกิดจากยาลดความอ้วนหรือไม่ แต่มีโรคประจำตัวลมชักและโรคเครียดอยู่แล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/SBLAbrKYYoI  

 2,241
สังคม-อาชญากรรม
10 เม.ย. 62

‘อ.เดชา’ กลับถึงไทย เผยสงสัย จนท.เร่งดำเนินการทั้งที่อยู่ในช่วงนิรโทษกรรม 90 วัน

จากกรณีเจ้าหน้าที่ชุด ป.ป.ส.ภาค 7 ร่วมกับ กำลังชุด ปส.ตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร บุกเข้าตรวจค้นภายในมูลนิธิข้าวขวัญ ในพื้นที่หมู่ 3 ต.สระแก้ว อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี พร้อมจับกุมเจ้าหน้าที่ประจำมูลนิธิ หลังจากค้นพบของกลางต้นกัญชาสด 205 ต้น รวมทั้สารสกัดน้ำมันกัญชา โดยทราบว่าทั้งหมดเป็นของนายเดชา ศิริภัทร กรรมการบริหาร และประธานมูลนิธิข้าวขวัญ ซึ่งของกลางกัญชาทั้งหมดทราบว่านายเดชา จะนำมาผลิตใช้เป็นยารักษาโรค จึงได้มีการนำเมล็ดกัญชามาปลูก เพื่อทดลองใช้ทางการแพทย์ จนส่งผลให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ขณะที่นายเดชาเดินทางไปธุระต่างประเทศ และจะกลับมายังประเทศไทยในช่วงบ่ายของวันที่ 10 เม.ย. พร้อมเตรียมเข้าพบเจ้าหน้าที่ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงความบริสุทธิ์ใจ นั้น   ความคืบหน้าวันที่ 10 เม.ย. 62 เมื่อเวลา 15.30 น. นายเดชา ศิริภัทร กรรมการบริหาร และประธานมูลนิธิข้าวขวัญ ได้เดินทางจากเวียงจันทร์ สปป.ลาว ถึงสนามบินดอนเมือง โดยมีผู้มาต้อนรับและให้กำลังใจจำนวนมาก พร้อมชูป้าย savedecha   โดย นายเดชา กล่าวว่า ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่านที่มาต้อนรับ และเสียใจที่ไม่สามารถเดินทางกลับมาก่อนหน้านี้ได้ ทำให้ไม่สามารถยื่นขอประกันตัว และเดินทางไปรับตัวนายพรชัย ชูเลิศ เจ้าหน้าที่มูลนิธิข้าวขวัญออกจากที่คุมขังด้วยตนเอง  โดยยืนยันว่าทำในนามส่วนตัว มูลนิธิไม่เกี่ยวข้อง ส่วนที่ยังไม่ไปแจ้งยื่นขอนิรโทษกรรมการมีกัญชาเพื่อครอบครองทางการแพทย์ได้นั้น เพราะคิดว่ายังมีเวลาเหลือเพราะอยู่ในช่วงเวลา 90 วันจนถึงวันที่ 19 พ.ค.นี้ จึงมีเวลาอีกเป็นเดือน และอยู่ในระหว่างเตรียมเอกสารให้พร้อม แต่ไม่ทราบว่าทำไมเจ้าหน้าที่จึงเร่งรีบ ทั้ฃที่ตนก็ไม่อยู่ด้วย จึงคิดว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้องซึ่งจะต้องมีการพิสูจน์ต่อไป    นายเดชา กล่าวต่อว่า วันพรุ่งนี้ (11 เม.ย.62) ตนและทีมทนายความจะเดินทางไปแสดงตัวต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ถนนดินแดง ในเวลาประมาณ 10.00 น. เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังจากนั้นจะประสานงานกับเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจในพื้นที่เพื่อกำหนดนัดหมายวันเข้าพบเพื่อสอบถามรายะเอียดทางคดีต่อไป   ข่าวที่เกี่ยวข้อง 'ไบโอไทย' จวกตร.จับกุมกัญชามูลนิธิข้าวขวัญ 'อนุทิน' ประกาศสู้คดีให้ 'เดชา' ตร.ยันผิดกม.ถ้าไม่จับตร.ก็ต้องติดคุก    

 5,149
สังคม-อาชญากรรม
10 เม.ย. 62

ยื่น 5 แสนประกันตัว ‘อาจารย์ซ้ง’ หลังถูกจับกุมกัญชามูลนิธิข้าวขวัญ

จากกรณีเจ้าหน้าที่ชุด ปปส.ภาค 7 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องบุกเข้าตรวจค้นภายในมูลนิธิข้าวขวัญ ตั้งอยู่หมู่ 3 ต.สระแก้ว อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี และควบคุมนายพรชัย ชูเลิศ อายุ 38 ปี เจ้าหน้าที่ประจำมูลนิธิข้าวขวัญ หลังจากค้นพบของกลางต้นกัญชาที่ปลูกอยู่ด้านหลังโรงเก็บของมูลนิธิฯ พร้อมทั้งของกลาง   โดยเบื้องต้น นายพรชัย ให้การว่ากัญชาทั้งหมดเป็นของนายเดชา ศิริภัทร กรรมการบริหารมูลนิธิข้าวขวัญ ซึ่งของกลางกัญชาทั้งหมดทราบว่านายเดชา จะนำมาผลิตใช้เป็นยารักษาโรค จึงได้มีการนำเมล็ดกัญชามาปลูก เพื่อทดลองใช้ทางการแพทย์ เบื้องต้นทราบนายเดชาไปธุระต่างประเทศ ซึ่งตำรวจแจ้งข้อหานายพรชัย ชูเลิศ ในข้อหาร่วมกันผลิตยาเสพติดประเภท 5 (กัญชา) โดยไม่ได้รับอนุญาต และครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) โดยไม่ได้รับอนุญาต   ต่อมาศาลจังหวัดสุพรรณบุรี อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว นายพรชัย หรืออาจารย์ซ้ง หลัง 3 มูลนิธิ ได้รวบรวมเงินที่ได้จากการบริจาค ส่งมอบให้ภรรยาของนายพรชัยเป็นผู้ยื่นขอประกันตัวต่อศาล   นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี หรือไบโอไทย กล่าวว่า ศาลได้มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวนายพรชัย จากกรณีที่ถูกจับกุมหลังพบมีการปลูกกัญชาเพื่อผลิตใช้ในทางการแพทย์ โดยศาลพิจารณาเห็นว่านายพรชัยมีอาการเจ็บป่วย ต้องเลี้ยงดูครอบครัวซึ่งบุตรยังเล็ก อีกทั้งภรรยาได้วางหลักทรัพย์เงินสด 500,000 บาท เพื่อขอยื่นประกันตัว และโดยพฤติการณ์ก็ไม่พบว่ามีการขัดขืนหรือหลบหนี   ทั้งนี้ สิ่งที่ทางมูลนิธิทั้ง 3 มูลนิธิรวมถึงภาคีเครือข่ายจะต้องดำเนินการต่อไป คือ หลังจากมีการปล่อยตัวชั่วคราวแล้ว ในส่วนของคดีก็ต้องดำเนินการสู้คดีต่อไป โดยหวังให้เป็นคดีตัวอย่างป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้อีก ส่วนกรณีของนายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ ที่ขณะนี้อยู่ต่างประเทศ หากกลับถึงไทยจะรีบเข้าไปพบกับทางตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ทั้งนี้จากการสอบถามไปทางตำรวจแจ้งว่ายังไม่มีการออกหมายเรียกหรือออกหมายจับแต่อย่างใด   จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ สิ่งที่อยากสื่อสารไปถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีส่วนในการดำเนินการเรื่องนี้ ควรศึกษาข้อกฎหมายเพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติให้ชัดเจน เพราะอย่างกรณีของนายพรชัยที่ถูกจับกุม พบว่าในหมายจับมีการระบุความผิดที่อ้างกฎหมายยาเสพติดฉบับเก่า ทั้งที่ในความเป็นจริงขณะนี้กฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่มีผลบังคับใช้แล้ว โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการนิรโทษให้กับผู้ที่ครอบครองกัญชาเพื่อใช้ในทางการแพทย์   ดังนั้นสะท้อนให้เห็นถึงการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ที่ขาดความเข้าใจ จึงอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะตำรวจ และ ป.ป.ส. ทบทวนการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ควรดำเนินการจับกุมเยี่ยงอาชญากร และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้อีก รัฐบาลก็จะต้องมีการดำเนินการในเรื่องนี้อย่างจริงจัง   ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับ อาจารย์เดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ เบื้องต้นทางตำรวจยังไม่ได้ตั้งข้อกล่าวหาอะไร และ ยังไม่ได้ตกเป็นผู้ต้องหา ซึ่งต้องให้อาจารย์เดชาเดินทางกลับจากต่างประเทศและให้เข้าปากคำกับตำรวจตามขั้นตอนต่อไป   ต่อมาเวลาประมาณ 17.00 น. ที่เรือนจำจังหวัดสุพรรณบุรี ประชาชนกว่า 100 คน ได้มายืนรอ อ.ซ้ง จากนั้น อ.ซ้ง ได้เดินออกมาจากหน้าเรือนจำ พร้อมเดินมาขอบคุณประชาชนทั้งน้ำตา และโผเข้ากอดกัน พร้อมกล่าวว่า เราจะสู้เพื่อผู้ป่วยทุกคน เราตั้งใจดีแม้จะผิดกฎหมาย ณ เวลานี้ แต่เชื่อว่าสิ่งที่เราทำความดี สิ่งที่เราช่วยคนตกทุกข์ได้ยาก มันต้องเกิดขึ้น และสังคมไทยควรจะเปลี่ยนไปในทางที่ดี เราไม่ได้ช่วยแค่คนป่วย เราช่วยทั้งระบบสาธารณสุข ระบบเศรษฐกิจของเมืองไทย ขอบคุณพี่น้องทุกคนที่เข้ามาช่วยประกันตัวและช่วยเหลือตนในครั้งนี้ ตอนนี้ตนห่วงแค่ผู้ป่วยจะไม่มียากิน จากนั้น อ.ซ้ง เดินทางไปไหว้หลวงพ่อโต ที่วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร และจะเข้าไปที่มูลนิธิข้าวขวัญ ต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JyPX_E0Lg_4

 932
สังคม-อาชญากรรม
09 เม.ย. 62

ป.ป.ส.ยันจับ 'อ.ซ้ง มูลนิธิข้าวขวัญ' ไม่เกี่ยวการเมือง ย้ำกัญชายังเป็นยาเสพติดให้โทษ ต้องขออนุญาตครอบครอง

นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. ระบุถึง กรณีการเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธร จังหวัดสุพรรณบุรี ทหาร และเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 7 ได้จับกุมตัวเจ้าหน้าที่มูลนิธิข้าวขวัญไว้ ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2562 และได้ออกหมายเรียก นายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ เนื่องจากเชื่อว่าการมีกัญชาไว้ในครอบครองนั้น เป็นไปเพื่อเป็นการค้นคว้าและรักษาผู้ป่วย   เบื้องต้น มาจากการเผยแพร่การแพร่ภาพและเนื้อความทางสื่อสังคมออนไลน์ว่ามีการแจกน้ำมันสารสกัดจากกัญชาให้กับประชาชน เพื่อนำไปใช้ในการรักษาอาการเจ็บป่วย ภายในวัดที่จังหวัดพิจิตรและจังหวัดลพบุรี   หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่ามีการนำสารสกัดจากกัญชามาแจกให้กับประชาชนจริง โดยผู้นำมาแจกมาจากมูลนิธิแห่งหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่จึงได้สร้างการรับรู้และความเข้าใจกับประชาชนว่ากัญชายังคงเป็นยาเสพติดผิดกฎหมาย การผลิต จำหน่าย ครอบครอง ต้องได้รับอนุญาต ประชาชนทั่วไปไม่สามารถปลูกกัญชาเองได้   โดย เลขาธิการ ป.ป.ส ยืนยันว่า การเข้าตรวจสอบดังกล่าว ไม่ได้มีการกลั่นแกล้ง และเจาะจง แต่เนื่องจากผลการจับกุมครั้งนี้มาจากการที่มูลนิธิดังกล่าวโพสต์ข้อความ เพื่อแจกให้กับประชาชน จึงได้เข้าตรวจสอบ และดำเนินคดี ตามขั้นตอนทางกฎหมาย เบื้องต้นพบว่า ยังไม่มีหลักฐานที่ทางมูลนิธิฯยื่นขออนุญาต และจดแจ้งการครอบครองกัญชากับทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  โดยระหว่างนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับทางมูลนิธิฯและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาสอบสวน   ย้ำว่า ขณะนี้มีเพียง 2 หน่วยงาน ที่มายื่นขออนุญาตและครอบครองกัญชาทางเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เพียง 2 แห่งเท่านั้น คือ องค์การเภสัชกรรม และ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณาสุข โดยยังไม่มีบุคคลใดยื่นขออนุญาตซึ่งการผลิต นำเข้า ส่งออกและจำหน่าย กัญชา ทางการแพทย์ภายใน5ปี กฎหมายตีกรอบไว้ว่า ต้องเป็นหน่วยงานรัฐเท่านั้นหรือเป็นนิติบุคคล หรือต้องทำร่วมกับภาครัฐ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dDZT44Xc1mY

 574
สังคม-อาชญากรรม
08 เม.ย. 62

ป.ป.ส. แจงปมจับกัญชามูลนิธิข้าวขวัญ ยันไม่ได้มีการกลั้นแกล้ง-เจาะจง ทำตามขั้นตอน กม.

เลขา ป.ป.ส ยืนยันไม่ได้มีการกลั้นแกล้งองค์กรใด เพียงแต่ทำตามขั้นตอนกฎหมาย ในการตรวจสอบบุคคลหรือองค์กรเอกชน ที่มีการครอบครองกัญชาโดยไม่ได้รับอนุญาต และ ไม่มีนัยะทางการเมือง ย้ำ การไม่แจ้งขอครอบครองและผลิตสารสกัดกัญชาทางการแพทย์ ผิดกฎหมายทั้งสิ้น   วันที่ 8 เม.ย. 62 นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. ระบุถึง กรณีการเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธร จังหวัดสุพรรณบุรี ทหาร และเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 7 ได้จับกุมตัวเจ้าหน้าที่มูลนิธิขวัญข้าวไว้ ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย 62 และได้ออกหมายเรียก นายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ เนื่องจากเชื่อว่าการมีกัญชาไว้ในครอบครองนั้น เป็นไปเพื่อเป็นการค้นคว้าและรักษาผู้ป่วย   เบื้องต้น มาจากการเผยแพร่การแพร่ภาพและเนื้อความทางสื่อสังคมออนไลน์ว่ามีการแจกน้ำมันสารสกัดจากกัญชาให้กับประชาชน เพื่อนำไปใช้ในการรักษาอาการเจ็บป่วย ภายในวัดที่จังหวัดพิจิตรและจังหวัดลพบุรี หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่ามีการนำสารสกัดจากกัญชามาแจกให้กับประชาชนจริง โดยผู้นำมาแจกมาจากมูลนิธิแห่งหนึ่งใน จ.สุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่จึงได้สร้างการรับรู้และความเข้าใจกับประชาชนว่ากัญชายังคงเป็นยาเสพติดผิดกฎหมาย การผลิต จำหน่าย ครอบครอง ต้องได้รับอนุญาต ประชาชนทั่วไปไม่สามารถปลูกกัญชาเองได้   โดย เลขาธิการ ป.ป.ส ยืนยันว่า การเข้าตรวจสอบดังกล่าว ไม่ได้มีการกลั้นแกล้ง และเจาะจง แต่เนื่องจากผลการจับกุมครั้งนี้มาจากการที่มูลนิธิดังกล่าวโพสต์ข้อความ เพื่อแจกให้กับประชาชน จึงได้เข้าตรวจสอบ และดำเนินคดี ตามขั้นตอนทางกฎหมาย    ซึ่งเบื้องต้น พบว่า ยังไม่มีหลักฐานที่ทางมูลนิธิฯ ยื่นขออนุญาต และจดแจ้งการครอบครองกัญชากับทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยระหว่างนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับทางมูลนิธิฯ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาสอบสวน   เลขา ป.ป.ส ย้ำว่า ขณะนี้มีเพียง 2 หน่วยงาน ที่มายื่นขออนุญาตและครอบครองกัญชาทางเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เพียง 2 แห่งเท่านั้น คือ องค์การเภสัชกรรม และ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณาสุข โดยยังไม่มีบุคคลใดยื่นขออนุญาต ซึ่งการผลิต นำเข้า ส่งออกและจำหน่าย กัญชา ทางการแพทย์ภายใน 5 ปี กฎหมายตีกรอบไว้ว่า ต้องเป็นหน่วยงานรัฐเท่านั้นหรือเป็นนิติบุคคล หรือต้องทำร่วมกับภาครัฐ    

 1,118
สังคม-อาชญากรรม
08 เม.ย. 62

'ไบโอไทย' จวกตร.จับกุมกัญชามูลนิธิข้าวขวัญ 'อนุทิน' ประกาศสู้คดีให้ 'เดชา' ตร.ยันผิดกม.ถ้าไม่จับตร.ก็ต้องติดคุก

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าตรวจค้นมูลนิธิข้าวขวัญ จ.สุพรรรบุรี ซึ่งมีนายเดชา ศิริภัทร เป็นประธานมูลนิธิฯ โดยพบว่า มีการปลูกกัญชากว่า 200 ต้น และมีการผลิตทำน้ำมันกัญชา เพื่อนำมาใช้ทางการแพทย์ โดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จนเกิดกระแส #SaveDecha เพื่อขอให้อย่าให้มีการจับกุม และยังอยู่ในช่วงของการนิรโทษกรรมครอบครองกัญชา   มูลนิธิชีววิถี หรือไบโอไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก Biothai โดยประกาศขอรับบริจาคเงินสมทบ เพื่อใช้ในการประกันตัวนายพรชัย ชูเลิศ (อาจารย์ซ้ง) เจ้าหน้าที่มูลนิธิข้าวขวัญ ที่ยังถูกจับกุมตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2562 และเพื่อต่อสู้คดีของอาจารย์เดชา ศิริภัทร ซึ่งได้รับหมายเรียกกรณีผลิต มีไว้ในครอบครอง และแจกจ่ายน้ำมันกัญชาเพื่อการรักษาโรค โดยมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน(ประเทศไทย) มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และมูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI)    โดยมูลนิธิชีววิถี ยังระบุผ่านเฟซบุ๊กเพิ่มเติมว่า ขอบคุณนายอนุทินที่จะช่วยเหลือ โดยคณะทำงาน จะไปยื่นขอประกันตัว นายพรชัย ในวันที่ 9 เม.ย. 2562 ที่ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี เวลา 13.00 น. โดยใช้เงินที่ผ่านการรับบริจาค   นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) กล่าวว่า รู้สึกเสียใจแทนการเสียสละของนายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ ที่ศึกษาเรื่องกัญชาทางการแพทย์ และมอบให้แก่ผู้ป่วยผ่านวัดต่างๆ มีผู้ป่วยรับยาแล้วประมาณหมื่นราย ปัญหาคือ ช่วงนี้ยังมีกฎหมายนิรโทษกรรมให้แก่ผู้ครอบครองกัญชา ซึ่งตนทราบว่า นายเดชา ได้มอบอำนาจให้แก่เจ้าหน้าที่เพื่อไปยื่นแจ้งการครอบครอง ซึ่งยังอยู่ในกรอบ 90 วันตามกฎหมาย แต่ทำไมถึงไม่มีการสอบถามหรือให้โอกาสในการแจ้งครอบครองกัญชาก่อน การดำเนินการเช่นนี้อาจเป็นดาบสองคม ทำให้คนที่อยู่ใต้ดินอาจยิ่งกลัว หรืออาจต้องการให้คนใต้ดินขึ้นมาแจ้ง คล้ายๆ ทำให้หวาดกลัวกฎหมายมากขึ้นหรือไม่ ตนก็อยากให้ทางผู้ที่เกี่ยวข้องแจ้งเรื่องนี้ให้ชัดเจน   “ขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิฯ 1 คนที่ถูกจับไปแล้ว พวกเรากำลังรวบรวมขอรับบริจาคเพื่อที่จะนำเงินไปประกันตัวให้เจ้าหน้าที่คนนี้ก่อน คือ นายพรชัย ชูเลิศ หรืออาจารย์ซ้ง เจ้าหน้าที่มูลนิธิข้าวขวัญ ที่ยังถูกจับกุมตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2562 และเงินที่รับบริจาคก็จะนำไปต่อสู้คดี ให้ทางอาจารย์เดชา ศิริภัทร ซึ่งได้รับหมายเรียกกรณีผลิต มีไว้ในครอบครอง และแจกจ่ายน้ำมันกัญชาเพื่อการรักษาโรคต่อไป ซึ่งขณะนี้อาจารย์เดชา ยังอยู่นอกประเทศติดภารกิจ แต่กำลังเดินทางกลับ และทราบว่าระหว่างนี้จะทำหนังสือถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว” นายวิฑูรย์ กล่าว   นายวิฑูรย์ กล่าวว่า ส่วนที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยประกาศจะช่วยเรื่องการประกันตัว แค่รับทราบผ่านโซเชียลมีเดีย แต่ยังไม่ได้ประสาน ในส่วนของภาคประชาชนยังคงต้องรับบริจาค เพื่อนำเงินมาช่วยประกันตัว เบื้องต้นทราบว่าประกันตัว 5 แสนบาท แต่ก็จะมีเรื่องการต่อสู้คดี โดยตั้งเป้าน่าจะใช้เงินจำนวน 1.5 ล้านบาท ขณะนี้ได้เปิดบัญชีของรับบริจาครวม 2 บัญชี ซึ่งบัญชีทั้งหมดเบื้องต้นมียอดบริจาครวมแล้วประมาณ 1 ล้านบาท   ด้าน พ.ต.อ.อดิเศรษฐ์ บำรุง ผกก.สภ.แก้ว อ.เมืองสุพรรณบุรี เจ้าของพื้นที่ กล่าวเรื่องเดียวกันว่า ที่ดำเนินคดีนายพรชัย เพราะนายพรชัย ให้การว่าเป็นผู้ช่วยของนายเดชา เป็นวิทยากรอบรมเรื่องกัญชาและร่วมผลิตกัญชาด้วย นอกจากนี้ ยังเป็นแอดมินเฟซบุ๊กชื่อ ปฏิวัติกัญชา ด้วย ตำรวจส่งฝากขังส่งตัวเข้าเรือนจำจังหวัดสุพรรณบุรีแล้ว เนื่องจากศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว ทั้งที่ตำรวจไม่ได้คัดค้านการประกันตัวแต่อย่างใด   ส่วนนายเดชาทราบว่าจะกลับวันที่ 10 เม.ย.นี้ ชุดสืบสวนเร่งรวบรวมหลักฐานเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา ส่วนเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรมผู้ครอบครองกัญชา ตนไม่ทราบการจับกุมเป็นไปตามกฎหมายขณะนั้น ขณะนี้การครอบครองกัญชาเป็นเรื่องผิดกฎหมายก็ต้องจับ ถ้าไม่จับตำรวจก็ต้องติดคุก เท่าที่ตรวจสอบยังไม่มีหลักฐานการอนุญาตครอบครองกัญชาของมูลนิธิแต่อย่างใด ต่อไปจะมีนิรโทษกรรมหรือไม่ ต้องดูกฎหมายตรงนั้นว่ามีผลย้อนหลังหรือเปล่า

 2,021

Top