ค้นหา :

ผลการค้นหา "ชัยวัฒน์ลิ้มลิขิตอักษร"

สรุปข่าว
26 ธ.ค. 62

ที่สุด 10 อันดับบุคคลในข่าวแห่งปี 2019

10 อันดับบุคคลในข่าวแห่งปี 2019 ในปี 2562 นี้ มีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมายจนเป็นที่พูดถึงกันภายในสังคม และมีหลายบุคคลที่กลายเป็นคนในข่าวจนดังในชั่วข้ามคืน ไม่ว่าจะเป็นดารา ศิลปิน นักการเมือง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ผู้นำระดับสูง หรือแม้แต่บุคคลในสังคมที่มีอิทธิพลต่อประชาชน ทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดี มาดูกันว่าใน 1 ปี ที่ผ่านมานี้ มีบุคคลใดบ้างที่ถูกพูดถึงมากที่สุดจนกลายเป็นกระแส Talk of The Year 2019     อันดับที่ 10 ‘แน็ก ชาลี’ หนุ่มติสต์สุดแปลกรีวิวแหกทุกกฎ กลายเป็นหนุ่มติสต์ตัวพ่อของวงการ สำหรับหนุ่ม ‘แน๊ก ชาลี’ หลังกลับมาเป็นกระแสดังเปรี้ยงบนโลกโซเชียล ที่พูดถึงความติสต์และความแปลกของแน็ก โดยเฉพาะการเลี้ยงสัตว์ที่คนทั่วไปไม่นิยมเลี้ยง เช่น ตัวเงินตัวทอง / จิ้งจก / หนูบ้าน และอีกหลายชนิด   จากกระแสดังกล่าวทำให้หนุ่มแน็ก มีทั้งงานละคร ซีรีส์ การรีวิว รวมไปถึงอีเว้นต์ต่าง ๆ ติดต่อเข้ามาอย่างมากมาย และได้ดึงเอา ‘น้องอาเธอร์’ หลานชายเข้ามาร่วมเฟรมในการรับงานนี้ด้วย ซึ่งไม่ว่าจะปล่อยคลิปอะไรออกมา ก็เรียกเสียงหัวเราะได้หมด จนงานติดต่อมาอินบ็อกซ์แทบแตก ทำให้เจ้าตัวต้องประกาศเบรครับรีวิว ทุ่มเวลาให้กับการถ่ายหนัง ก่อนเมคมันนี่รับทรัพย์ยาว ๆ ถึงปี 2020   อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://news.bectero.com/news/162408     อันดับที่ 9 ‘ลิซ่า Blackpink’ สาวไทยเฉิดฉายใน K-POP เป็นอีก 1 สาวสวย ที่จะไม่พูดถึงเลยไม่ได้ นั่นก็คือ ‘ลิซ่า BLACKPINK’ หรือ ลลิษา มโนบาล ที่บอกได้เลยว่าปังไม่หยุด หลังก่อนหน้านี้ได้ขึ้นแท่นเป็นผู้หญิงหน้าสวยที่สุดในทวีปเอเชีย ประจำปี 2019 และยังติดอันดับ 2 ผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก   และเธอยังเป็นที่พูดถึงในตลอดทั้งปี 2562 เพราะด้วยความสามารถอันล้นหลาม ที่มาพร้อมกับเอกลักษณ์ความน่ารักสดใส เป็นตัวของตัวเอง จนทำให้เธอนั้นฮอตสุด ๆ ในช่วงปีนี้ ต้องบอกเลยว่ากว่าเธอจะมายืนอยู่ในจุด ๆ นี้ได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ต้องอดทนต่อพลังลบต่าง ๆ มาอย่างมากมาย   โดยย้อนไปเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา หลังมีกระแสการโจมตีจากคอมเมนต์ของชาวเกาหลีบางส่วนที่พูดถึงสาว ‘ลิซ่า’ ในทางเหยียดหน้าตาและเชื้อชาติ จนทำให้เหล่าแฟนคลับทั่วโลก และเหล่าดารา - นักร้องของไทย ต้องออกมาปกป้อง พร้อมติดแฮชแท็ก #RespectLisa จนติดเทรนด์ทวิตเตอร์เป็นอันดับต้น ๆ ของทวิตเตอร์ประเทศไทย   ล่าสุด ได้รับรางวัล THE STANDARD Person of the Year 2019 ในสาขา The Most Popular Person of the Year และยังเป็นศิลปินเคป็อป ผู้มีชื่อเสียงจากประเทศไทยและประเทศเกาหลีใต้ ที่มียอดผู้ติดตามในอินสตาแกรมส่วนตัวมากกว่า 25 ล้านคน และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง   อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://news.bectero.com/news/156840     อันดับที่ 8 หนุ่มแว่นหัวร้อน ด่ากราดคนไทยเป็นพวกชนชั้นต่ำ เป็นอีก 1 บุคคล ที่ทำให้คนไทยลืมไม่ลงเลยจริง ๆ จากกรณีหนุ่มแว่นนักเรียนนอก ขับเก๋งป้ายแดง ระเบิดอารมณ์ด่าทอดูหมิ่นคนไทย หลังขับรถเฉี่ยวชนหนุ่มกระบะบน ถ.อักษะ ลามหมิ่นเบื้องสูง ดูถูกคนไทยทั้งประเทศ และพูดทิ้งท้ายว่า "บ้านรวย มีเงินเก็บ 1 ล้านบาท อยู่บ้านหรูหลังละ 5 ล้าน"   แถมงานนี้โลกโซเชียลยังออกมาช่วยกันขุดแฉวีรกรรมอีกหลายกรณี ที่เคยขับรถปาดหน้าโชว์นิ้วกลางใส่รถอื่น 30 นาที ขณะที่เจ้าตัวได้ออกมากล่าวขอโทษทุกคนที่อาจพูดแรงไป พูดอะไรพลั้งปากไปบ้าง ด้วยความที่เป็นคนรักรถ พอเห็นรถเสียหายก็หงุดหงิด ประกอบกับอาการที่เป็นอยู่เลยทำให้ดูรุนแรง พร้อมยกมือไหว้ขอโทษ ก่อนจะหงายการ์ดป่วยซึมเศร้า ควบคุมตัวเองไม่ได้   อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://news.bectero.com/news/153975     อันดับที่ 7 ‘แม่มณี แชร์ลวงโลก’ สยบข่าวลือ ‘ท้องจริงไม่มีหลอก’ เรียกได้ว่าเป็นอีก 1 คดีที่ถูกพูดถึงกันเป็นจำนวนมาก จากกรณีผู้เสียหาย ‘แชร์เงินออมแม่มณี’ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี เพื่อเอาผิดกับ น.ส.วันทนีย์ หรือเดียร์ เจ้าของฉายา ‘แม่มณี’ หลอกลงทุนออมเงิน มูลค่าความเสียหายกว่าหมื่นล้านบาท จนถูกจับได้แบบหมดสภาพพร้อมแฟนหนุ่ม   ก่อนจะมีช็อตปรี๊ดแตก ด่าไล่นักข่าว ไม่ตอบคำถามและขู่จะฟ้อง แต่แล้วก็กลับลำมาคุยกับนักข่าวแบบเปิดใจ และขอบคุณนักข่าวที่ทำให้ได้มีโอกาสพูด ยืนยันว่าเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ได้หนี ไม่ได้โกง ไม่ได้ทำความผิด แต่ที่ไม่มีเงินคืนให้เพราะบัญชีถูกอายัด ก่อนที่จะมีข่าวอึ้งอีกรอบ เมื่อแม่มณี ออกมาเปิดเผยว่าตั้งท้องได้ 2 เดือนก่อนถูกส่งตัวเข้าคุมขังในเรือนจำ   อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://news.bectero.com/news/157009     อันดับที่ 6 ศรีสุวรรณ จรรยา – เจ้าพ่อแห่งการจับผิด ยื่นฟ้องร้องยุบ ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ผู้เป็นเจ้าพ่อแห่งการจับผิด ยื่นฟ้อง - ยื่นสอบ ร้องยุบพรรคนู้นพรรคนี้ วีกรรมของบุคคลนี้เรียกได้ว่าไม่ใช่เล่นๆ โดยเฉพาะในช่วงใกล้เทศกาลเลือกตั้งฯ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ตั้งแต่การจี้ให้ กกต.ยุบพรรคไทยรักษาชาติ ปมดึงสถาบันพระมหากษัตริย์ลงมาเอี่ยวการเมือง, ชวนถกคุณสมบัติบิ๊กตู่ ว่าสามารถลงเป็นแคนดิเดตนายกฯ ได้หรือไม่ รวมถึงเรื่องการบริจาคเงินในงานเลี้ยงโต๊ะจีนของพรรคพลังประชารัฐ   แต่ดูเหมือนคู่ปรับสำคัญต้องยกให้ พรรคอนาคตใหม่ ทั้งการยื่นคำร้องให้ กกต.สอบสวนประวัติของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จนนำไปสู่การขอยุบพรรคอนาคตใหม่ตั้งแต่ยังไม่ได้เลือกตั้ง จากนั้นยังคงขุดคุ้ยประวัติของนายธนาธรจนเกิดปมปัญหาการถือหุ้นสื่อ และปมให้เงินพรรคอนาคตใหม่กู้ยืม 110 ล้านบาท ลามไปถึงการยื่นเอาผิด ช่อ พรรณิการ์ ปมภาพไม่บังควรในชุดครุย จนกระทั่งล่าสุด ได้ไปยื่นคำร้องต่อ กกต.ให้สอบแกนนำพรรคอนาคตใหม่ จากการปลุกระดมแฟลชม็อบ ใจกลางเมืองกรุง พร้อมให้พิจารณายุบพรรคอนาคตใหม่ เรียกได้ว่าฉะกันตั้งแต่ต้นปีถึงท้ายปีแบบไม่มีหยุดเลยทีเดียว   อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://news.bectero.com/news/162079     อันดับที่ 5 บิณฑ์ บันลือฤทธิ์ – กู้ภัยใจพระ ฮีโร่น้ำท่วมอุบลฯ วิกฤติน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ จ.อุบลราชธานี และหลายพื้นที่ของภาคอีสาน ส่งผลให้ชาวบ้านเดือดร้อนกันทุกหย่อมหญ้า แต่สถานการณ์ได้สร้างวีรบุรุษ เมื่อ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ นักแสดงและกู้ภัยจิตอาสาเบิกเงินส่วนตัว 1 ล้านบาทมาช่วยผู้ประสบภัย พร้อมทั้งเปิดบัญชีให้คนอื่น ๆ สามารถร่วมบริจาคกับตนได้ จนทำให้ยอดบริจาคนั้นทะลุ 300 ล้านบาท ภายใน 4 วัน และนำเงินนั้นไปช่วยบรรเทาทุกข์ให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่อุบลฯ   แต่ก็ไม่วาย มีผู้ไม่หวังดีหลายรายออกมาสร้างบัญชีปลอม หลอกรับเงินบริจาค ทั้งยังเกิดดราม่าระหว่างบิณฑ์กับทางรัฐบาล เกิดกระแสข่าวว่าคนในรัฐบาลติดต่อให้บิณฑ์โอนเงินบริจาคช่วยน้ำท่วม เข้าบัญชีของสำนักนายกรัฐมนตรี หรือกระทั่งตอนรัฐบาลจัดกิจกรรม ‘ร่วมใจพี่น้องไทย ช่วยภัยน้ำท่วม’ ก็มีกระแสว่าเป็นการชักชวน (แกมบังคับ) ให้บิณฑ์ต้องนั่งเครื่องกลับมาร่วมกิจกรรมที่กรุงเทพ ทั้ง ๆ ที่เขากำลังช่วยเหลือชาวบ้านอยู่ที่อุบลฯ   นอกจากนี้ยังโดนดราม่าสอบเงินบริจาคว่าอาจไม่โปร่งใส จนเจ้าตัวต้องออกมาเปิดโต๊ะแถลงว่าตนนั้นนำเงินบริจาคไปช่วยเหลือชาวบ้านครบหมดแล้ว เรียกได้ว่า ทำดีตั้งมากมายแต่ก็ยังมีมารมาขัดขวางอยู่วันยังค่ำ   อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://news.bectero.com/news/160876     อันดับที่ 4 ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร จากหัวหน้าอุทยานกลายเป็นเป็นผู้ต้องหาคดีฆ่า ‘บิลลี่’ ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่เคยเป็นตัวตั้งตัวตีในการดำเนินคดีฆ่าเสือดำในทุ่งป่านเรศวร เมื่อปลายปี 2561 แต่ต่อมาในช่วงกลางปี 2562 เขากลับกลายเป็น 1 ในผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของ บิลลี่ - พอละจี รักจงเจริญ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก - บางกลอย   เริ่มจากการที่ดีเอสไอพบชิ้นส่วนกระดูกในถังน้ำมัน บริเวณสะพานแขวนที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และมีการคาดการณ์ว่า นายชัยวัฒน์น่าจะมีเอี่ยวกับเรื่องนี้ จนนำไปสู่การขอศาลฯ ออกหมายจับนายชัยวัฒน์พร้อมพรรคพวก   ด้านนายชัยวัฒน์มายืนยันความบริสุทธิ์ใจของตนเอง ด้วยการขอเข้ามอบตัว พร้อมยืนยันว่า ตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนายบิลลี่ และขอศาลประกันตัวในเวลาต่อมา จากนั้นได้ตระเวนไปออกสื่อต่างๆ ตัดพ้อว่าตนนั้นถูกทำให้เป็นจำเลยสังคม ถูกยัดข้อกล่าวหา และอ้างว่ารู้ตัวคนอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด พร้อมบอกว่ากระดูกที่เจอไม่ใช่ของบิลลี่แน่นอน   ร้อนไปถึงดีเอสไอต้องออกมาโต้กลับ พร้อมยื่นคำร้องขอถอนประกันตัวนายชัยวัฒน์ แต่ว่าศาลได้ยกคำร้องของดีเอสไอไป สุดท้ายเรื่องนี้จะจบลงอย่างไรคงต้องติดตามกันต่อไปในปีหน้าว่า สรุปแล้วนายชัยวัฒน์นั้นผิดจริงหรือถูกยัดเยียดข้อกล่าวหากันแน่   อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://news.bectero.com/news/157244     อันดับที่ 3 บิ๊กแดง - พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เป็นอีกปีที่เหล่าบิ๊ก ๆ ถูกพูดถึงในสังคมเป็นอย่างมาก กับน้องใหม่ในตระกูลบิ๊กที่ได้นั่งเก้าอี้ผบ.ทบ. พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ หรือ บิ๊กแดง ที่มีประเด็นพีค ๆ ให้ได้พูดถึงในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง 62 ด้วยการให้พรรคเพื่อไทยไปฟังเพลง หนักแผ่นดิน เหตุเพราะมีนโยบายให้มีการยกเลิกเกณฑ์ทหาร ตัดงบกระทรวงกลาโหม ทำให้หลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นนี้กันเป็นอย่างมาก แม้จะเพิ่งเข้ามามีบทบาททางการเมืองได้ไม่เท่าไหร่ แต่ก็แสดงอิทธิฤทธิ์ของผู้บัญชาการได้อย่างไม่ให้เสียชื่อตำแหน่ง อย่างนี้เขาเรียกว่า “อยู่เป็น”   อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://news.bectero.com/news/138797     อันดับที่ 2 สามขุนพลอนาคตใหม่ ธนาธร + ปิยบุตร + ช่อ พรรณิการ์ พรรคน้องใหม่ อย่างพรรคอนาคตใหม่ ที่ปีนี้ดูเหมือนจะเป็นปีชงของพรรคนี้ เพราะไม่ว่าจะอ้าปากหรือทำอะไรก็ดูเหมือนจะผิดไปทุกเรื่อง โดยเฉพาะ 3 แกนนำของพรรค ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, อ.ปิยบุตร แสงกนกกุล และ ช่อ - พรรณิการ์ วานิช ผู้เปรียบเป็นโจทก์ของกกต.เข้าเล่นงานซัดทุกหมัด   โดยเฉพาะประเด็นของนายธนาธร หัวหน้าพรรค กรณีถือหุ้นสื่อและปล่อยเงินกู้ให้กับพรรคอนาคตใหม่ จนท้ายที่สุดโดนถอดจากการเป็น ส.ส. และล่าสุดมีประเด็นข่าวสด ๆ ร้อน ๆ ส่งท้ายปี ที่สามขุนพลของพรรคจัดกิจกรรมแฟลชม็อบ #กลัวที่ไหน #ไม่ถอยไม่ทน รวมตัวกันที่สกายวอล์ค จนกลายเป็นประเด็นว่านายธนาธรปลุกระดมสร้างความแตกแยก จนโดนไปอีกข้อหา ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558   งานนี้ไม่ว่าจะมองไปทางไหนพรรคอนาคตใหม่ก็มีแต่ข้อหาจ่อเหมือนกล้องวงจรปิดตลอดเวลา ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าชะตาของ 3 แกนนำพรรคอนาคตใหม่จะรอดพ้นจากน้ำมือ กกต.หรือไม่ ต้องมาลุ้นกัน   อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://news.bectero.com/news/163271     อันดับที่ 1 สองแซ่บในสภา เอ๋ ปารีณา + เต้ มงคลกิตติ์ ถ้าหากพูดถึงบุคคลทางการเมืองที่มีรายชื่อบนข่าวหน้า 1 มากที่สุด คงหนีไม่พ้น ส.ส.ราชบุรี เอ๋ - ปารีณา ไกรคุปต์ จากพรรคพลังประชารัฐ ที่ถูกสังคมจับตามองในเรื่องของคดีบุกรุกป่า แต่ปารีณากลับปฏิเสธข้อกล่าวหา ซึ่งต้องทำให้มองย้อนกลับไปถึงพ่อของเธอ เมื่อนายทวี ไกรคุปต์ ได้พูดถึงนิสัยลูกสาวของตน ว่า เพราะตนส่งลูกไปเรียนต่างประเทศ จึงติดนิสัยของอเมริกัน ทำให้ปารีณาเป็นคนเชื่อมั่นในตัวเองสูง ไม่ยอมฟังใครแม้แต่พ่อแม่ และก่อนที่ปารีณาจะกลับมาโด่งดังในคดีต่าง ๆ   ดูจากประวัติของเธอแล้วปารีณาเป็นบุคคลที่ขึ้นโรงขึ้นศาลบ่อยพอ ๆ กับเข้าประชุมสภา ผิดกับสิ่งที่เธอเคยแสดงออกในอดีต ผู้ครองตำแหน่งนางงามมิตรภาพ จากเวทีนางสาวไทย แต่ตอนนี้มิตรภาพของเธอดูเหมือนจะไม่เหลือซะแล้ว   มาที่ฝ่ายชายต้องยกให้ เต้ - มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ผู้รับหน้าที่ฝ่ายบันเทิงของข่าวการเมือง อย่างกรณีที่ออกมาพูดวีรกรรมสมัยเป็นเรียนที่มีเรื่องชกต่อยเป็นประจำ และเป็นคนไม่ค่อยใช้ลูกน้อง เพราะลูกน้องไม่โหดเท่าตน จนทำให้ศิษย์เก่าและปัจจุบันร่วมสถาบัน ร่วมลงรายชื่อ ถอดถอนนายมงคลกิตติ์ และยังมีนักมวยหลายคนก็แห่คอมเม้นท์ในเชิงเสียดสีประชดประชันนายมงคลกิตติ์ อาทิ “ผมกลัวแล้วครับ”, “คนแบบนี้ไม่เกิน 60 วินาที” จนท้ายที่สุดนักเลงเก๋าไม่จริงก็ต้องรีบออกมาขอโทษแทบไม่ทัน   อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : https://news.bectero.com/news/143739  

 20,982
สรุปข่าว
24 ธ.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 24 ธ.ค.62 ฆ่าหมาเรี่ยไรเงินบริจาคร่วม 50 ล้าน-ฉายารัฐบาบาลเชียงกง-พนักงานช็อค ตกงานส่งท้ายปี

-นทท.ฝรั่งเศสเข้าให้ข้อมูล ตร.แล้วหลังร้อง ป.ป.ท.ถูกตำรวจทองหล่อตบทรัพย์ 2.5 แสน แลกปล่อยตัวคดียาเสพติด ระบุถูกตร.ค้นตัวในซอยสุขุมวิท 43 ถูกจับแก้ผ้าหายาเสพติดแต่ไม่พบ พาตัวมาสน.ทองหล่อ ติดต่อเพื่อนให้ช่วยประสานงาน เพื่อนอ้างเคลียร์ได้แต่ต้องจ่าย 2.5 แสนให้ตร. เชื่อเป็นแก๊งตบทรัพย์มี จนท.เกี่ยวข้อง พ.ต.อ.กฤษณะสั่งตั้งกรรมการสอบให้รายงานผลใน 7 วัน หากใครทำผิดไม่มีการละเว้น ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : หนุ่มฝรั่งเศสเผยไม่ได้จ่ายเงินให้ ตร.ทองหล่อ 2.5 แสน หลังบอกถูกรีดไถ คาดถูกเพื่อนหลอกอาสาช่วยเรื่องคดี    -ทำได้ลงคอ ฆ่าหมาเรี่ยไรเงินบริจาคร่วม 50 ล้าน! กลุ่มอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือสุนัขจรจัด เข้าแจ้งแจ้งความจับชายฝรั่งเศส วัย 50 ปี เจ้าของสถานพักพิงสัตว์ ใน จ.บุรีรัมย์ ฐานทารุณกรรมสัตว์ หลังพบคลิปฉีดยาฆ่าสุนัขถึง 22 ตัว แต่บรรยายว่าพิษสุนัขบ้าระบาด เผยฝรั่งคนดังกล่าวนำภาพไปนำเสนอเพื่อขอบริจาคจากคนใจบุญ อ้างตัวเป็นสัวแพทย์ ในห้วง 11 เดือนได้เงินนับ 8 ล้าน คาดรวมทั้งหมดไม่น้อยกว่า 50 ล้าน ใช้เงินสร้างอาคาร ซื้อที่ดินกว่า 6 ไร่ ขณะสวัสดิการแรงงานลงพื้นที่ตรวจสอบพบไม่ใช่มูลนิธิ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : แฉฝรั่งเปิดศูนย์เลี้ยงสุนัข อัดคลิปฉีดยาให้หมาตาย เรียกเงินบริจาคกว่า 50 ล้าน    -ผู้สื่อข่าวทำเนียบตั้งฉายารัฐบาลเชียงกง นายกฯฉายาอิเหนาเมาหมัด หลังว่างเว้นตั้งฉายามา 6 ปี นายกฯบอกไม่รู้สึกอะไรทั้งสิ้น จะให้ตนเองดีใจ เสียใจ หรือโกรธ อยากตั้งอะไรก็ตั้ง ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ถ้าตนไม่ทุ่มเท ไม่ตั้งใจในการทำงาน ให้มาด่าตนได้เลย มาด่าตรงหน้านี่แหละ ไม่ใช่เรื่องตลก และขอให้รู้ว่าตนไม่ได้รู้สึกสนุกสนาน พร้อมถอนหายใจ ก่อนเดินออกสีหน้าบึ้งตึง โบกมือไม่สนใจ ไม่ตอบ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'บิ๊กตู่' งอนสื่อ ตั้งฉายารัฐบาลเชียงกง-อิเหนาเมาหมัด   -กกต. แจง 4 ปม เลือกตั้งซ่อมขอนแก่น ยัน จนท.ปักธง พปชร.บนโต๊ะทำงานแค่นำมาเป็นหลักฐานทำรายงานขณะลงพื้นที่ ส่วนกรณีกำนันกาลงคะแนนแทนยาย อยู่ระหว่างสืบสวน ส่วนกรณีที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งถูกกล่าวหาว่ายืนคุมเชิงดูผู้มีสิทธิเลือกตั้งขณะลงคะแนนในคูหา ตามบันทึกเหตุการณ์ประจำหน่วยเลือกตั้ง เข้าช่วยอำนวยความสะดวกในการออกเสียงลงคะแนนให้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งเป็นผู้สูงอายุ ด้วยการนำผู้สูงอายุเข้าคูหาออกเสียงลงคะแนนและคลี่บัตรเลือกตั้ง กรณีนี้อยู่ระหว่างการตรวจมูลกรณี หากมีมูลจะได้ดำเนินการสืบสวนตามระเบียบต่อไป   ส่วนกรณีที่ผู้มีสิทธิเสือกตั้งฉีกบัตรเลือกตั้ง ตรวจสอบพบผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งเป็นผู้สูงอายุ นำบัตรเลือกตั้งที่ได้ลงคะแนนในบัตรเลือกตั้งแล้วใส่ลงในหีบบัตรเลือกตั้ง แต่ไม่สามารถหย่อนลงในหีบได้เพราะพับบัตรเลือกตั้งไม่สนิท จึงดึงบัตรเลือกตั้งฉบับดังกล่าวกลับมาพับให้สนิทเป็นผลให้เกิดรอยฉีกขาดในขณะพับบัตรเลือกตั้ง และได้หย่อนบัตรเลือกตั้งที่อยู่ในสภาพฉีกขาดแล้วลงในหีบบัตรเสือกตั้งโดยมิได้จงใจกระทำผิด แต่ได้วินิจฉัยบัตรดังกล่าวเป็นบัตรเสียแล้ว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : กกต.แจง 4 ปมสงสัย เลือกตั้งซ่อมขอนแก่น ชี้ธงเบอร์ 2 บนโต๊ะแค่ใช้ตรวจสอบ    -ธปท.เตือนปีหน้าปี 63 สารพัดปัจจัยเสี่ยง แต่ยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ดีกว่าปีนี้ แนะทุกฝ่ายแก้ปัญหาแรงงานตกงาน เริ่มมีการเลิกจ้าง เปลี่ยนจากจ้างรายเดือนเป็นรายวัน ลดเวลาการทำงานเพื่อให้จ่ายเงิน 75% ย้ำผลกระทบจากสงครามการค้า และความไม่แน่นอนทางการเมืองไทย จะเป็นปัจจัยเสี่ยงของปีหน้า ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : แบงก์ชาติมองปี 63 เศรษฐกิจดีขึ้น แต่ยังห่วงเรื่องคนตกงาน   -พนักงานเกือบพันช็อค! ตกงานส่งท้ายปี ถูกเลิกจ้าง 997 คนแบบไม่ทันตั้งตัว หลังบริษัท พงศ์พาราโคดันรับเบอร์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ ย่านอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร เพิ่งฉลอง 50 ปีเมื่อปีที่แล้ว ปิดประกาศหยุดกิจการกระทันหัน ในเช้าวานนี้ (23 ธ.ค.) ให้เหตุผลจากสภาพเศรษฐกิจ   ทำให้พนักงานที่ทราบข่าวไม่พอใจปักหลักชุมนัมกันอยู่ที่สภาพแรงงานผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไทย ซึ่งทางบริษัทได้แจ้งว่าจะมีการชดเชยให้กับพนักงานตามที่กฎหมายกำหนด เป็นเงินราว 114 ล้านบาท ซึ่งเป็นค่าการไม่บอกกล่าวล่วงหน้ากับเงินชดเชย และหลังจากนั้นจะโอนเข้าบัญชี ส่วนตัวของพนักงาน พนง.ชี้ไร้สัญญาณเตือน บริษัทไม่น่าขาดสภาพคล่อง เพราะจ่ายเงินเดือน จ่ายโอทีครบมาตลอด มีเพจแฉบริษัทไม่ได้ปิดเพราะพิษเศรษฐกิจ แต่เป็นการล้างไพ่ ละลายสหภาพแรงงาน หฃังเคยยื่นสวัสดการแรงงานมาแล้ว 4 ครั้ง แล้วตกลงกันไมได้ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เกือบพันชีวิตเคว้ง โดนเลิกจ้างรับปีใหม่ คนในแฉบริษัทไม่เจ๊ง แค่ล้างไพ่เปลี่ยนชื่อ-รับพนง.ใหม่   -สั่งฟ้องแล้ว ชัยวัฒน์ และพวก 8 ข้อหาหนัก คดีฆ่าอำพรางบิลลี่นานกว่า 5 ปี พ.ต.ท.เชน กาญจนปัทม์ ผู้อำนวยการกองปฎิบัติการคดีพิเศษภาค ดีเอสไอ กล่าวว่า สำนวนคดีของดีเอสไอพร้อมหลักฐานมีจำนวน 17 แฟ้ม 3 ลัง ยืนยันว่าที่ผ่านมาดีเอสไอได้ทำการสอบสวนรวบรวมพยาน หลักฐานในคดีนี้อย่างละเอียดและครบถ้วนที่สุด ด้านภรรยาบิลลี่ระบุ รู้สึกดีใจและพอใจกับการทำงานของดีเอสไอ ทำให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมยังมีอยู่จริง ทั้งนี้เมื่อคดีเดินเข้ามาถึงจุดนี้ก็ไม่มีใครมาข่มขู่คุกคาม และได้รับการดูแลจากกระทรวงยุติธรรมเป็นอย่างดี   -กู้ภัยยืนยัน! ไม่มีการตัดต่อคลิปเฉี่ยวรถเบนซ์ ทวี ไกรคุปต์ เฉี่ยวชนจยย.แล้วทำทีหลบหนี บอกถ่ายภาพไว้ตั้งแต่เริ่มต้น จนจบ ยืนยันไม่ได้เป็นคนเผยแพร่ ไม่รู้ว่าคลิปดังกล่าวหลุดได้ยังไง ในคลิปคือความจริงทุกอย่าง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : กู้ภัยโต้ 'ทวี ไกรคุปต์' พาดพิงอุปกรณ์ปฐมพยาบาลสกปรก ยันไม่ได้ตัดต่อคลิปรถชนเด็ก   -รวบ 2 สามีภรรยา ร่วมกับแม่แม้ๆ ฆ่าพ่อเลี้ยง ที่บ้านพักย่านปากช่อง นครราชสีมา หลังก่อเหตุเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2562 และหลบหนีไปกว่า 2 เดือน จับได้ที่สระบุรีและระยอง ทั้ง 2 ให้การภาคเสธ ลูกชายบอกแม่ทำทั้งสิ้นเป็นคนฆ่า แต่ตัวเองแค่ช่วยยกศพเป็นทิ้ง ส่วนแม่สารภาพสิ้น เหตุสามีเจ้าชู้ ชอบทำร้ายร่างกาย วางแผนเอายานอนให้กิน ใช้ท่อนเหล็กฟาดศีรษะจนเสียชีวิต แล้วจึงนำเสื่อมาห่อร่างไปทิ้งที่ห้องเก็บของแคมป์ที่พักคนงาน เพื่ออำพรางและจัดฉากเบี่ยงประเด็นให้เข้าใจว่ามีบุคคลอื่นมาทำร้ายผู้ตาย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : แม่ลูกร่วมกันฆ่าพ่อเลี้ยง วางยานอนหลับก่อนใช้เหล็กฟาดดับ อ้างสุดทนเจ้าชู้-ชอบตบตี   -ชื่นชมเจ้าหน้าที่กู้ภัยแม่โจ้ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ปลอมตัวเป็นคนบ้า ช่วยเหลือนักศึกษาหนุ่ม หลังเครียดพยายามโดดสะพานลอยหน้ามหาวิทยาลัย สุดท้ายสามารถเข้าชาร์จตัวลงมาจากราวสะพานลอยได้อย่างปลอดภัย ด้านหนุ่มกู้ภัยใจเด็ดเผย รับแจ้งมีเหตุคนจะฆ่าตัวตาย เมื่อเดินทางไปถึงก็พยายามเกลี้ยกล่อมแต่ไม่เป็นผล ตนเองซึ่งใส่ชุดนอกไปเลยจึงเดินเข้าไปล็อคคอจากด้านหลังแล้วนำตัวลงมาได้สำเร็จ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ชื่นชม กู้ภัยไหวพริบดีปลอมตัวเป็นคนบ้า บุกชาร์จช่วยหนุ่ม นศ.คิดสั้นโดดสะพานลอย   -จอดรถในซอยลาดพร้าว 69 คืนเดียวโดนคนร้ายใช้ก้อนอิฐทุบ 3 คันรวด ในเวลาไล่เลี่ยกันแต่ทรัพย์สินอยู่ครบ วงจรปิดจับภาพแต่ไม่ชัด ผู้เสียหายยันไม่เคยมีเรื่องกับใครและไม่ได้จอดรถขวางทางหรือขวางหน้าบ้านใคร วอน ตร.เร่งติดตามตัวหวั่นไปก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนกับอื่นอีก คาดฝีมือวัยรุ่นติดยาเสพติดอาศัยอยู่ในซอยเกิดเหตุ รอผลตรวจ DNA ก้นบุหรี่ จับได้แน่นอน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : จอดรถในซอย โดนคนร้ายใช้ก้อนอิฐทุบ 3 คันรวดในคืนเดียว แต่ทรัพย์สินอยู่ครบ คาดฝีมือวัยรุ่นติดยา   -เปิดคลิปเบนซ์สปอร์ตขับปาดไปมา เบรคกะทันหัน ก่อนหน้า 1 วันที่จะเกิดเหตุไฟไหม้บนถนนเลียบด่วนรามอินทรา เขตบางเขน เมื่อกลางดึกวันที่ 22 ธ.ค. ด้านหนุ่มเจ้าของรถหรูเผย ในคลิปตนเองเพิ่งขับกลับมาจากเชียงใหม่ กำลังจะขับกลับบ้าน ก็ขับมาตามปกติ จากในคลิปที่ทุกคนเห็นมันเป็นเพียงแค่ 30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ในตอนแรก ตนก็ขับตามหลังรถคันดังกล่าวมาตลอด กระทั่งเมื่อเห็นว่ามีด่านตรวจ ตนก็ขับเข้าไป แต่เห็นว่าไม่มีตำรวจ จึงไม่ได้มีอะไร ก็เปลี่ยนเลนปกติ ในคลิป อาจจะมองว่าขับรถปาดหน้าแล้วเบรคกะทันหัน ความจริงแล้ว ระบบเบรครถเรามันสามารถเบรคได้ดีมากกว่ารถปกติถึง 4 เท่า มันเลยทำให้เหมือนเราเบรคกะทันหัน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : หนุ่มขับเบนซ์เปิดใจ คลิปขับปาดไปมาไม่เกี่ยวรถไฟลุก    -ระทึก กระบะพุ่งชนฟอร์จูนเนอร์กระเด็นตกคลองชลประทาน จ.กาญจนบุรี พลเมืองดีผ่านมาเห็นเหตุการณ์รีบลงไปช่วยคนขับและผู้โดยสาร 4 คนขึ้นจากน้ำได้ พบชีพจรหยุดเต้นทั้ง 4 คน เร่งส่งรพ. ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ฟอร์จูนเนอร์ถูกชนกระเด็นตกคลอง พลเมืองดีโดดช่วย 4 ชีวิตติดในรถระทึก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cHqyT9hUE8o

 8,685
อาชญากรรม
24 ธ.ค. 62

คืนความยุติธรรม! ‘ดีเอสไอ’ สั่งฟ้อง ‘ชัยวัฒน์’ ฆ่าโหด ‘บิลลี่’ รวม 6 ข้อหา

นางสาวพิณนภา พฤกษาพรรณ หรือมึนอ ภรรยานายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก - บางกลอย จังหวัดเพชรบุรี ที่หายตัวไปตั้งแต่ช่วงปี 2557 กระทั่งพบโครงกระดูกอยู่ในถัง 200 ลิตร ที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เดินทางพร้อมนายสุรพงษ์ กองจันทึก หัวหน้าคณะทำงานช่วยเหลือคดีบิลลี่ สภาทนายความ มาที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI   ด้านนายสุรพงษ์ เปิดเผยว่า ในวันนี้ทาง DSI ได้เชิญให้นางสาวมึนอ เข้าร่วมฟังสรุปการสำนวนคดี ก่อนส่งให้อัยการดำเนินการฟ้องร้องนายชัยวัฒน์ ลิมลิขิตอักษร พร้อมพวกรวม 4 คน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมนายพอละจี   เบื้องต้น ทาง DSI จะดำเนินคดีกับนายชัยวัฒน์ และพวก รวม 6 ข้อหา ประกอบด้วย ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, กักขังหน่วงเหนี่ยว, การใช้อาวุธข่มขืนใจผู้อื่นให้ทำตาม รวมถึงใช้กำลังประทุษร้าย, ปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน จนทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ทุจริตเพื่ออำพรางศพ และการกระทำความผิดต่อหน้าที่ราชการ   ขณะที่นางสาวพิณนภาหรือมึนอ กล่าวว่า ส่วนตัวรู้สึกขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการทำคดี ซึ่งตนเองไม่รู้สึกเป็นกังวล โดยเชื่อว่าความยุติธรรม จะมีแก่ครอบครัวของตนเอง   ด้านพันตำรวจโทเชน กาญจนาปัจจ์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ระบุว่า ก่อนหน้านี้ ทาง DSI ได้แจ้งไปยังจำเลยแล้วว่าหากมีพบานหลักฐานเพิ่มเติม สามารถยื่นได้ภายในวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่ไม่พบว่ามีการยื่นพยานหลักฐานเพิ่มเติม นั่นหมายความว่า ทาง DSI สามารถดำเนินดำเนินการสรุปสำนวนและส่งฟ้องได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2uupwjnrB6w

 7,086
อาชญากรรม
23 ธ.ค. 62

ดีเอสไอสรุปสำนวนสั่งฟ้อง 'ชัยวัฒน์' พร้อมพวก 6 ข้อหา คดีฆ่าบิลลี่

นางสาวพิณนภา พฤกษาพรรณ หรือ มึนอ ภรรยาของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย เพชรบุรี  พร้อมด้วยนายสุรพงษ์ กองจันทึก หัวหน้าคณะทำงานช่วยเหลือคดีบิลลี่ สภาทนายความ เข้าพบเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI    วันนี้ดีเอสไอเชิญให้นางสาวพิณนภา เข้าฟังการสรุปสำนวนคดี ที่นายพอละจีหายตัวไปเมื่อปี 2557 กระทั่งพบชิ้นส่วนโครงกระดูกในถัง 200 ลิตร ที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ก่อนส่งให้อัยการดำเนินการฟ้องร้องนายชัยวัฒน์ ลิมลิขิตอักษร พร้อมพวก รวม 4 คน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมนายพอละจี    เบื้องต้นดีเอสไอจะดำเนินคดีกับ นายชัยวัฒน์ และพวกรวม 6 ข้อหา คือร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, กักขังหน่วงเหนี่ยว, การใช้อาวุธข่มขืนใจผู้อื่นให้ทำตาม รวมถึงใช้กำลังประทุษร้าย, ปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน จนทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ทุจริตเพื่ออำพรางศพ และกระทำความผิดต่อหน้าที่ราชการ   ทางด้าน นางสาวพิณนภา บอกว่า ดีใจและพอใจการทำงานของดีเอไอ และขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เกี่ยวข้อง ที่ช่วยติดตามคดีของบิลลี่ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้   ขณะที่ พันตำรวจโทเชน กาญจนาปัทม์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ดีเอสไอ บอกว่า ก่อนหน้านี้ ดีเอสไอได้แจ้งไปยังจำเลยแล้วว่า หากมีหลักฐานเพิ่มเติม สามารถยื่นได้ภายใน 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ปรากฎว่ายังไม่ได้รับหลักฐานใดๆเพิ่ม จากนี้ดีเอสไอจะนำสำนวนคดีฆาตกรรม ส่งให้พนักงานอัยการพิจารณาเพื่อส่งฟ้องต่อศาล ซึ่งดีเอสไอเตรียมหลักฐาน 17 แฟ้ม ยืนยันได้สอบปากคำ และรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียดที่สุด ซึ่งในชั้นอัยการจะมีเวลาสรุปสำนวน ภายใน 40 วัน ยังเหลือเวลาผัดฟ้องฝากขังอีก 3 ผัด 

 314
อาชญากรรม
23 ธ.ค. 62

dsi สั่งฟ้อง 6 ข้อหา 'ชัยวัฒน์' และพวก คดีฆ่า 'บิลลี่'

ภรรยาบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก ที่หายตัวไป และถูกพบเป็นโครงกระดูกในถังน้ำมัน เข้าร่วมฟังสรุปการสำนวนคดี ก่อนส่งให้อัยการดำเนินการฟ้องร้องนายชัยวัฒน์ ลิมลิขิตอักษร พร้อมพวก รวม 4 คน     นางสาวพิณนภา พฤกษาพรรณ หรือมึนอ ภรรยา นายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย จังหวัดเพชรบุรี ที่หายตัวไปตั้งแต่ช่วงปี 2557 กระทั่งพบโครงกระดูกอยู่ในถัง 200 ลิตร ที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเดินทางพร้อม นายสุรพงษ์ กองจันทึก หัวหน้าคณะทำงานช่วยเหลือคดีบิลลี่ สภาทนายความ มาที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI      ด้านนายสุรพงษ์ เปิดเผยว่า ในวันนี้ทาง DSI ได้เชิญให้นางสาวมึนอ เข้าร่วมฟังสรุปการสำนวนคดี ก่อนส่งให้อัยการดำเนินการฟ้องร้องนายชัยวัฒน์ ลิมลิขิตอักษร พร้อมพวก รวม 4 คน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมนายพอละจี      เบื้องต้น ทาง DSI จะดำเนินคดีกับ นายชัยวัฒน์ และพวก รวม 6 ข้อหา ประกอบด้วย ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, กักขังหน่วงเหนี่ยว, การใช้อาวุธข่มขืนใจผู้อื่นให้ทำตาม รวมถึงใช้กำลังประทุษร้าย, ปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน จนทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ทุจริตเพื่ออำพรางศพ และ การกระทำความผิดต่อหน้าที่ราชการ     ขณะที่นางสาวพิณนภา หรือมึนอ กล่าวว่า ส่วนตัวรู้สึกขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการทำคดี ซึ่งตนเองไม่รู้สึกเป็นกังวล โดยเชื่อว่าความยุติธรรม จะมีแก่ครอบครัวของตนเอง      ด้านพันตำรวจโทเชน กาญจนาปัจจ์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ระบุว่า ก่อนหน้านี้ ทาง DSI ได้แจ้งไปยังจำเลยแล้วว่า หากมีพยานหลักฐานเพิ่มเติม สามารถยื่นได้ภายในวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่ไม่พบว่ามีการยื่นพยานหลักฐานเพิ่มเติม นั่นหมายความว่า ทาง DSI สามารถดำเนินดำเนินการสรุปสำนวน และส่งฟ้องได้ภายในวันนี้

 1,635
อาชญากรรม
23 ธ.ค. 62

ดีเอสไอสรุปสำนวนส่งฟ้อง 'ชัยวัฒน์' และพวก แจ้ง 6 ข้อหา ในคดีฆ่าบิลลี่

วันที่ 23 ธ.ค. ภรรยาบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก ที่หายตัวไป และถูกพบเป็นโครงกระดูกในถังน้ำมัน /เข้าร่วมฟังสรุปการสำนวนคดี ก่อนส่งให้อัยการดำเนินการฟ้องร้องนายชัยวัฒน์ ลิมลิขิตอัก ษร พร้อมพวก รวม 4 คนนางสาวพิณนภา พฤกษาพรรณ หรือมึนอ ภรรยา นายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย จังหวัดเพชรบุรี ที่หายตัวไปตั้งแต่ช่วงปี 2557 กระทั่งพบโครงกระดูกอยู่ในถัง 200 ลิตร ที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเดินทางพร้อม นายสุรพงษ์ กองจันทึก หัวหน้าคณะทำงานช่วยเหลือคดีบิลลี่ สภาทนายความ มาที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI   ด้านนายสุรพงษ์ เปิดเผยว่า ในวันนี้ทาง DSI ได้เชิญให้นางสาวมึนอ เข้าร่วมฟังสรุปการสำนวนคดี ก่อนส่งให้อัยการดำเนินการฟ้องร้องนายชัยวัฒน์ ลิมลิขิตอักษร พร้อมพวก รวม 4 คน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมนายพอละจี เบื้องต้น ทาง DSI จะดำเนินคดีกับ นายชัยวัฒน์ และพวก รวม 6 ข้อหา ประกอบด้วย ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, กักขังหน่วงเหนี่ยว, การใช้อาวุธข่มขืนใจผู้อื่นให้ทำตาม รวมถึงใช้กำลังประทุษร้าย, ปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน จนทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ทุจริตเพื่ออำพรางศพ และ การกระทำความผิดต่อหน้าที่ราชการ   ขณะที่นางสาวพิณนภา หรือมึนอ กล่าวว่า ส่วนตัวรู้สึกขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการทำคดี ซึ่งตนเองไม่รู้สึกเป็นกังวล โดยเชื่อว่าความยุติธรรม จะมีแก่ครอบครัวของตนเอง    ด้านพันตำรวจโทเชน กาญจนาปัจจ์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ระบุว่า ก่อนหน้านี้ ทาง DSI ได้แจ้งไปยังจำเลยแล้วว่า หากมีพยานหลักฐานเพิ่มเติม สามารถยื่นได้ภายในวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่ไม่พบว่ามีการยื่นพยานหลักฐานเพิ่มเติม นั่นหมายความว่า ทาง DSI สามารถดำเนินดำเนินการสรุปสำนวน และส่งฟ้องได้ภายในวันนี้ (23 ธ.ค.62)

 551
สังคม-อาชญากรรม
03 ธ.ค. 62

dsi แจงกระดูก 9 ชิ้นเสื่อมสภาพ ไม่ตรง dna 'บิลลี่' ยันไม่กระทบคดี

จากกรณีที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ส่งหลักฐานเป็นชิ้นส่วนกระดูก จำนวน 9 ชิ้นที่คณะทำงานสหวิชาชีพได้นำขึ้นมาจากใต้น้ำ บริเวณสะพานแขวนในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ไปยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์   เพื่อขอความร่วมมือตรวจเปรียบเทียบสารพันธุกรรมของกระดูกดังกล่าว กับสารพันธุกรรมของนางโพเราะจี รักจงเจริญ มารดาของนายพอละจี หรือบิลลี่ รักจงเจริญ ซึ่งหายตัวไปภายหลังถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานจับกุมไปว่ามีความสัมพันธ์เป็นมารดากับบุตรหรือไม่นั้น   ล่าสุด พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า ได้รับทราบผลการตรวจพิสูจน์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ในเบื้องต้นว่า ชิ้นส่วนกระดูกทั้ง 9 ชิ้น เป็นของมนุษย์ แต่จากการสกัดหาสารพันธุกรรมในกระดูกดังกล่าวพบว่าเสื่อมสภาพแล้ว ซึ่งหลังจากนี้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะต้องสอบสวนปากคำแพทย์ผู้ตรวจพิสูจน์ เพื่อรวมเข้าสำนวนการสอบสวนต่อไป    “กระดูกที่พบจำนวน 9 ชิ้น เป็นชิ้นส่วนกระดูกที่พบจากการตรวจค้นเพิ่มเติม ภายหลังจากที่ค้นพบกระดูกที่บริเวณกะโหลกศีรษะและถังน้ำมัน โดยอยู่ห่างจากบริเวณที่พบกระดูกที่เป็นชิ้นส่วนของกะโหลกศีรษะพอสมควร ซึ่งในการสอบสวน พนักงานสอบสวนคดีพิเศษมีหน้าที่รวบรวมหลักฐานทุกชนิดเท่าที่จะกระทำได้เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น จึงมีการใช้สหวิชาชีพในการแสวงหาและรวบรวมหลักฐานใช้วิทยาการหลายสาขา รวมทั้งนำมิติด้านนิติวิทยาศาสตร์มาพิสูจน์ข้อเท็จจริง อันเป็นการแสดงถึงการปฏิบัติงานที่โปร่งใส ปราศจากอคติ   อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจพิสูจน์ดังกล่าว ในทางการสอบสวนไม่ได้มีนัยสำคัญเพิ่มเติม เนื่องจากชิ้นส่วนกระดูกที่เป็นกะโหลกศีรษะซึ่งค้นพบพร้อมกับการพบถังน้ำมันในครั้งแรก ได้มีการตรวจพิสูจน์ทางไมโตรคอนเดรียและมีการสอบสวนพยานกลุ่มเครือญาติประกอบแล้ว ฟังได้ว่าเป็นของนายพอละจีฯ ประกอบกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ยืนยันแล้วว่า หากกระดูกชิ้นดังกล่าวไม่อยู่ในร่างกาย เจ้าของกระดูกจะเสียชีวิต   ดังนั้นผลการตรวจกระดูกทั้ง 9 ชิ้นนี้จึงไม่ได้มีผลต่อรูปคดีแต่อย่างใด แต่เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง ได้มอบหมายพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ไปสอบสวนปากคำแพทย์ผู้ทำการตรวจพิสูจน์ รวมเข้าสำนวนด้วยแล้ว” พันตำรวจเอก ไพสิฐฯ กล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RVAq7cM2Z-g

 1,228
สังคม
03 ธ.ค. 62

dsi แจงกระดูก 9 ชิ้นเสื่อมสภาพ ไม่ตรง dna 'บิลลี่' ยันไม่กระทบคดี

จากกรณีที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ส่งหลักฐานเป็นชิ้นส่วนกระดูก จำนวน 9 ชิ้นที่คณะทำงานสหวิชาชีพได้นำขึ้นมาจากใต้น้ำ บริเวณสะพานแขวนในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ไปยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์   เพื่อขอความร่วมมือตรวจเปรียบเทียบสารพันธุกรรมของกระดูกดังกล่าว กับสารพันธุกรรมของนางโพเราะจี รักจงเจริญ มารดาของนายพอละจี หรือบิลลี่ รักจงเจริญ ซึ่งหายตัวไปภายหลังถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานจับกุมไปว่ามีความสัมพันธ์เป็นมารดากับบุตรหรือไม่นั้น   ล่าสุด พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า ได้รับทราบผลการตรวจพิสูจน์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ในเบื้องต้นว่า ชิ้นส่วนกระดูกทั้ง 9 ชิ้น เป็นของมนุษย์ แต่จากการสกัดหาสารพันธุกรรมในกระดูกดังกล่าวพบว่าเสื่อมสภาพแล้ว ซึ่งหลังจากนี้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะต้องสอบสวนปากคำแพทย์ผู้ตรวจพิสูจน์ เพื่อรวมเข้าสำนวนการสอบสวนต่อไป    “กระดูกที่พบจำนวน 9 ชิ้น เป็นชิ้นส่วนกระดูกที่พบจากการตรวจค้นเพิ่มเติม ภายหลังจากที่ค้นพบกระดูกที่บริเวณกะโหลกศีรษะและถังน้ำมัน โดยอยู่ห่างจากบริเวณที่พบกระดูกที่เป็นชิ้นส่วนของกะโหลกศีรษะพอสมควร ซึ่งในการสอบสวน พนักงานสอบสวนคดีพิเศษมีหน้าที่รวบรวมหลักฐานทุกชนิดเท่าที่จะกระทำได้เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น จึงมีการใช้สหวิชาชีพในการแสวงหาและรวบรวมหลักฐานใช้วิทยาการหลายสาขา รวมทั้งนำมิติด้านนิติวิทยาศาสตร์มาพิสูจน์ข้อเท็จจริง อันเป็นการแสดงถึงการปฏิบัติงานที่โปร่งใส ปราศจากอคติ   อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจพิสูจน์ดังกล่าว ในทางการสอบสวนไม่ได้มีนัยสำคัญเพิ่มเติม เนื่องจากชิ้นส่วนกระดูกที่เป็นกะโหลกศีรษะซึ่งค้นพบพร้อมกับการพบถังน้ำมันในครั้งแรก ได้มีการตรวจพิสูจน์ทางไมโตรคอนเดรียและมีการสอบสวนพยานกลุ่มเครือญาติประกอบแล้ว ฟังได้ว่าเป็นของนายพอละจีฯ ประกอบกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ยืนยันแล้วว่า หากกระดูกชิ้นดังกล่าวไม่อยู่ในร่างกาย เจ้าของกระดูกจะเสียชีวิต   ดังนั้นผลการตรวจกระดูกทั้ง 9 ชิ้นนี้จึงไม่ได้มีผลต่อรูปคดีแต่อย่างใด แต่เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง ได้มอบหมายพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ไปสอบสวนปากคำแพทย์ผู้ทำการตรวจพิสูจน์ รวมเข้าสำนวนด้วยแล้ว” พันตำรวจเอก ไพสิฐฯ กล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RVAq7cM2Z-g

 1,228
สรุปข่าว
03 ธ.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 3 ธ.ค.62 คนกรุงหนาวแล้ว-พ่อปารีณาแย่งไมค์อธิบดีกรมป่าไม้-ฆ่าโหดยกครัว 3 ศพ

-วันนี้คนกรุงมีหนาว อุตุนิยมวิทยาประกาศ วันนี้-10 ธันวาคม ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลง 6-8 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 15-20 องศาเซลเซียส ภาคเหนือ-อีสาน หนาวแน่อากาศลด 8-10 องศาเซลเซียส ยอดดอยและยอดภูหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 1-9 องศา   ขณะที่ใต้ต้องรับมือกับฝน น้ำท่วมนราธิวาสยังหนัก ขยายวงกว้างถึง 11อำเภอ ปริมาณน้ำในแม่น้ำสุไหงโกลก ยังคงมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง น้ำล้นตลิ่ง 2.20 เมตร กว่า 3 หมื่นชีวิตได้รับผลกระทบ   -กรมป่าไม้หอบหลักฐานแจ้งเอาผิดทั้งพ่อและลูก เอ๋ ปารีณา-ทวี ไกรคุปต์ 4 ข้อหาฐานบุกรุกป่าสงวน 46 ไร่ ผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ / พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ / พ.ร.บ.ที่ดินมาตรา 9 / พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาสิ่งแวดล้อม โทษสูงสุดคุก 20 ปี ปรับ 2 ล้าน ระหว่างที่ อธิบดีกรมป่าไม้ นายอรรถพล เจริญชันษา แถลงข่าว ทวี ไกรคุปต์ ยกแผนที่มาตราส่วน 1 : 400,000 พร้อมถามอธิบดีกรมป่าไม้ ว่า พื้นที่ 600 ไร่ ที่ฟ้องร้องกันอยู่นี้อยู่ตรงไหน? ขณะที่อธิบดีชี้แจงนายทวีดึงไมค์จากอธิบดีมาพูดเอง   พ่อยังระบุติดต่อปารีณาไม่ได้ อยากบอกว่าอย่าไปฟ้องอธิบดีกรมป่าไม้ เขาทำหน้าที่ตรวจสอบตามกฎหมาย บอกทนายความด้วย อย่าไปฟ้องเขาเลย ท่านทำตามหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ขอให้ฟังพ่อ ลูกเชื่อมั่นในตัวเองสูง คิดผิดที่ส่งลูกไปเรียนตปท. แม้แต่พ่อแม่ก็ไม่เชื่อฟัง   ด้านปารีณาส่งทนายฟ้อง วีระ-อัจฉริยะ ฐานแจ้งความเท็จ-หมิ่นประมาท แต่ยังไม่ฟ้องอธิบดีกรมป่าไม้ รอดูท่าทีก่อน ส่วนที่ดินที่ แจ้ง ปปช เกินมา 1,000 กว่าไร่นั้น ทนายบอกเป็นแค่การแจ้งซ้ำ   -พรรคฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ตีความข้อบังคับการประชุมที่ให้นับคะแนนใหม่ อาจเจ้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญได้ พร้อมเตรียมเสนอสภา ยื่นญัตติแก้ไขข้อบังคับการประชุม สร้างบรรทัดฐานให้ชัดเจน สุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน เตรียมหาร่วมกันใน 7 พรรคฝ่ายค้าน ในวันพรุ่งนี้ เพื่อพิจารณาขอเสนอญัตติในสภา ขอแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในข้อ 85 และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขตามขั้นตอน เพื่อจะได้มีความชัดเจนมากขึ้น ว่ามีมูลเหตุใดบ้างที่จะสามารถขอนับคะแนนใหม่ได้     -วิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปฝ่ายรัฐบาล ยืนยันญัตติขอนับคะแนนใหม่ในการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาผลกระทบจากการใช้คำสั่ง คสช. มาตรา 44 โดยมั่นใจว่า องค์ประชุมสภาผู้แทนราษฎร 4 ธ.ค. นี้ จะครบององค์ประชุม 250 เสียง ทั้งนี้ได้ไล่เช็คทุกพรรคแล้วการประชุมครั้งต่อไปน่าจะครบ อีกทั้งองค์ประชุมรวมถึงประธานด้วย ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านระบุว่า การขอนับคะแนนใหม่ อาจขัดรัฐธรรมนูญ นายวิรัช กล่าวว่า ต้องดูข้อบังคับการประชุมซึ่งไม่เคยเปลี่ยนและล้อตามรัฐธรรมนูยืนยันว่านายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร วินิจฉัยถูกต้องแล้ว   -กรณีการนัดพบปะแกนนำรัฐบาล กินข้าวกระชับความสัมพันธ์สยบรอยร้าว ที่สนามกอล์ฟราชพฤกษ์ วันนี้  บิ๊กป้อมบอกว่าเป็นการนัดตามปกติธรรมดา ไม่มีพูดอะไรกันเป็นพิเศษ ส่วนที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โหวตสวนมติวิปรัฐบาลในการตั้งคณะกรรมาธการศึกษาผลกระทบจากคำสั่ง คสช.และมาตรา 44 นั้น ได้พูดคุยกันแล้วไม่มีอะไร และเชื่อว่าการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งต่อไปจะเรียบร้อย ไม่ล่มเป็นครั้งที่ 3 ยืนยันว่า ไม่มีรอยร้าวอะไรเป็นเรื่องของบุคคล ทุกฝ่ายเข้าใจกันดี   ด้านนายกฯ ยังไม่รับปากว่าจะไปร่วมงานเลี้ยง จะไปร่วมหรือไม่ ขอดูเวลาก่อน ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลอยากให้ตนเองไปร่วมงานนั้น ถ้าหากตนไป ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร แต่หากไปก็อาจเป็นการไปเยี่ยม โดยใช้เวลาไม่นาน ทั้งนี้เมื่อถามย้ำว่านายกรัฐมนตรีจะไปหรือไม่ พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่รู้ ขอรอดูก่อน   -ศาลฎีกาเเผนกคดีเลือกตั้ง สั่งกรุงศรีวิไล ส.ส.เขต 5 สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. หลังรับคำร้อง กกต. แจกใบเหลือง กรณีคนใกล้ชิดใส่ซองงานศพ 1 พันบาท นัดตรวจพยานหลักฐาน 25 ธ.ค.   -รมว.คมนาคมสั่งบอร์ด รฟม.รื้อพิจารณาเงื่อนไขการปรับลดราคาระบบขนส่ง เพื่อช่วยค่าครองชีพประชาชน ทั้งรถไฟฟ้า-ทางด่วน หลังไม่ปลื้มมาตรการก่อนหน้า ลุ้นลดราคารถไฟฟ้าทั้งวันไม่มีช่วงออฟพีค ลดแบบไม่ตั้งเงื่อนไขเวลา เพื่อให้ ปชช.ได้ประโยชน์แท้จริง และเป็นของขวัญปีใหม่ สั่งพิจารณาภายใน 15 ธ.ค.   -ฆ่าโหดยกครัว 3 ศพ พ่อ แม่ ลูก ถูกจ่อยิงที่หัว ตายคาบ้านกลางเมืองเชียงราย เร่งล่าตัวแฟนลูกสาว คาดพัวพันคดี ชาวบ้านระบุได้ยินเสียงปืนดังหลายนัด ตั้งแต่คืน 28 พ.ย. แต่ไม่คิดว่าจะเป็นเหตุร้าย กระทั่งเพื่อนผู้ตายมาตาม เพราะไม่ไปทำงาน พบเป็นศพตายยกครัว สภาพขึ้นอืด ตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน มั่นใจไม่ใช่เหตุฆ่ากันเองในบ้าน หรือฆ่าตัวตาย ที่ผ่านมาบ้านนี้ไม่มีปัญหากับใคร สงสัยเป็นแฟนหนุ่มของลูกสาว ที่เพิ่งออกมาจากเรือนจำ ก่อนจะถูกทางครอบครัวฝ่ายหญิงกีดกันไม่ให้คบหา เร่งไล่ล่าตัวมาสอบปากคำ   -รวบแล้ว อดีตเมียกับผัวใหม่ พาเพื่อนบุกแทงผัวเก่าแล้วเอาพัดลมทุ่มจนตายคาห้องพักบ้านเอื้ออาทรย่านบางบัวทอง ทั้งอดีตเมียเก่าและผัวใหม่ยังปากแข็ง อ้างไม่ได้เป็นคนลงมือ จะเข้าเอามือถือและเสื้อผ้า ถูกผู้ตายใช้เขียงทุ่มเลยชุลมุน ปัดให้เพื่อนอีกคนเป็นคนแทง ตร.รวบตัวเพื่อนอีกคนได้แล้วที่ชลบุรี เตรียมแถลงข่าววันนี้   -ดีเอสไอแจงสารพันธุกรรมจากกระดูก 9 ชิ้นที่ส่งตรวจเพิ่มในคดีบิลลี่ เสื่อมสภาพถูกเผามานานกว่า 10 ปี ทำให้ตรวจไม่ได้ว่าเป็นของใคร แต่ยืนยันว่าเป็นของมนุษย์ ยืนยันไม่กระทบต่อรูปคดีแน่นอน   -กรมขนส่งทางบกเตรียมแบ่งสินบนนำจับ 50%  ให้กับคนแจ้ง เบาะแส ขับขี่ไม่ปลอดภัย คาดมีผลบังคับใช้ 9 ธันวาคมนี้ ประชาชนที่พบเห็นการกระทำผิด เช่น ขับรถส่ายไปส่ายมา ขับรถประมาทหวาดเสียว ควันดำ บรรทุกเกิน ทั้งในส่วนของรถส่วนบุคคลและรถสาธารณะ สามารถถ่ายรูป ถ่ายคลิป   ส่งมาที่เว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก, เฟซบุ๊ก หรือร้องเรียนผ่านสายด่วน 1584 ได้เลย หากพบว่าทำผิดจริงเราจะแบ่งสินบน 50% ให้คนแจ้ง เงินรางวัลมีตั้งแต่ 200-25,000 บาท แต่ต้องมารับเงินด้วยตัวเองที่กรมขนส่ง ไม่มีการทำธุรกรรมเพื่อความโปร่งใส ซึ่งจะบังคับใช้ทันก่อนช่วงปีใหม่พอดี    -ชายขับกระบะพุ่งชนเก๋งจอดหน้าบ้านเข้าพบ ตร.แล้ว อ้างเป็นเพื่อนกับเจ้าของบ้านไปช่วยขนกระถางต้นไม้หน้าบ้านเพื่อน ยกออกไม่ได้เพราะรถคู่กรณีจอดขวาง เรียกไม่มีใครมาเคลื่อนย้ายจึงโมโหตัดสินใจชนดะ ยันไม่ได้หนี ยอมรับเป็นคนใจร้อนขอโทษสังคมด้วย ผู้เสียหายยันไม่ได้จอดขวาง แต่เป็นพื้นที่ส่วนกลาง เสนอซื้อรถคันใหม่ให้หรือจ่ายเงินค่าซ่อม 5 แสน สุดท้ายตกลงกันไม่ได้ คนขับกระบะโดนแจ้งข้อหา นัดเจรจา 2 ฝ่ายอีกครั้งอาทิตย์นี้   -หนุ่มบุกเดี่ยวชิงเงินแบงก์พลาดท่า เจอพนง.คนจริงกระชากหัวทิ่งคาเคาน์เตอร์ วงจรปิดจับภาพวินาทีคนร้ายเดินขึ้นมากระโดดบนเคาน์เตอร์ ประกาศดังลั่นธนาคาร นี่คือการปล้น เหตุเกิดที่ธนาคารทหารไทย สาขาพัฒนาการ 48 ขณะกระโดดเกิดลื่นล้ม ทำให้ พนง.กระชากแขนจนหัวทิ่ม ไปกองกับพื้นและมีพลเมืองดีเข้าช่วยจับ พบคนร้ายเป็นไลน์แมน สารภาพขี่รถตระเวนดูธนาคาร 2-3 แห่ง พบสาขานี้ไม่มี รปภ.จึงเข้าก่อเหตุ   -ฌาปนกิจ คิว ภูริวัฒน์ นักร้องนำของวง Friday Night to Sunday หลังผูกคอฆ่าตัวตาย จากอาการป่วยซึมเศร้า แม่ร้องแทบขาดใจหลายครั้ง โดยเฉพาะช่วงเปิดฝาโลงดูหน้าลูกชายเป็นครั้งสุดท้าย   -พ่อโวยห้างดังเมืองสุราษฎร์ธานี ทำไฟฟ้ารั่วชั้นวางสินค้า ช็อตลูกสาววัย 2 ขวบหวิดดับ ถูกกระแสไฟฟ้าดูดเกือบ 2 นาที ลูกสาวสลบนานกว่า 10 นาที ต้องอยู่ ICU 2 คืน อยากฟ้องศาลเรียกร้องค่าเสียหาย ขอความเป็นธรรม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ERSlbadzdWA

 9,116
สังคม-อาชญากรรม
26 พ.ย. 62

ศาลยกคำร้อง dsi ขอถอนประกัน 'ชัยวัฒน์' ชี้ยังไม่มีพฤติการณ์เพียงพอว่ายุ่งเหยิงพยาน

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ยกคำร้อง การยื่นขอถอนประกันตัวนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และเจ้าหน้าที่อุทยานฯรวม 4 คน หลังจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการประกันตัว   โดยศาลพิเคราะห์ และไต่สวนข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่า กรณีนี้ยังไม่มีพฤติการณ์เพียงพอว่าผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ศาลจึงยกคำร้องการนื่นขอถอนประกัน   ภายหลังศาลพิจารณานายพรชัย พฤกษ์พิชัยเลิศ ทนายความ เปิดเผยว่า รู้สึกพอใจในคำพิจารณาของศาล ซึ่งก่อนหน้านี้ที่นายชัยวัฒน์ให้คำมั่นต่อศาลว่า จะไม่ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน และ จะไม่เข้าไปในพื้นที่ ซึ่งก็จะให้นายชัยวัฒน์และพวกปฎิบัติตาม   ส่วนแนวทางการต่อสู้คดีก็จะดูที่พยานหลักฐานของดีเอสไอ ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในวันที่พนักงานอัยการมีคำสั่งคดี ขณะนี้เบื้องต้นก็ได้มีการเตรียมหลักฐานในการแก้ต่างไว้บ้างแล้ว   ด้านนายชัยวัฒน์พูดเพียงสั้นๆถึงกรณีที่ถูกโยกย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้อำนายการสำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.ปัตตานี ว่า ขอให้ชาวปัตตานี ดูการทำงานของตัวเองก่อน ส่วนตัวจะทำงานอยู่ที่ไหนก็ได้ และจะปฎิบัติหน้าที่อย่างดีที่สุด โดยจะเดินทางไปปฎิบัติหน้าที่ช่วงต้นเดือนหน้า ขณะเดียวกันก็จะกลับมารายงานตัวต่อศาลฯในวันที่ 6 ธันวาคม 2562   ทั้งนี้มีรายงานว่า ดีเอสไอ ได้ยื่นเอกสารขอถอนประกันนายชัยวัฒน์ และพวก เมื่อวันที่18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยยื่นเอกสารหลักฐานเป็นคำให้สัมภาษณ์ของนายชัยวัฒน์ เพื่อขอให้ศาลพิจารณาถอนประกันตัวชั่วคราว นายชัยวัฒน์ และเจ้าหน้าที่อุทยานฯรวม 4 คน   โดยให้เหตุผลการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนของนายชัยวัฒน์ มีการกล่าวอ้างว่าการได้มาซึ่งพยานหลักฐานไม่เป็นความจริงและสร้างพยานหลักฐานเท็จ นอกจากนี้ยังให้สัมภาษณ์ว่าจะไปสาบานตนที่จุดเกิดเหตุ ซึ่งอาจส่งผลให้พยานที่อยู่ในพื้นที่เกิดความสับสน และ อาจทำให้พนักงานสอบสวนไม่ได้รับความร่วมมือกับคนในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นการเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน   ขณะเดียวกันฝ่ายนายชัยวัฒน์และพวกได้ยื่นคัดค้านคำร้องของดีเอสไอต่อศาลโดยระบุว่าการให้สัมภาษณ์เป็นเพียงการอธิบาย แสดงความเห็นโดยสุจริต อีกทั้งตั้งแต่ผู้ต้องหาทั้งหมดได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวไม่มีใครเข้าไปในพื้นที่ รวมถึง ตำแหน่ง หน้าที่ ปัจจุบันของผู้ต้องหาทั้งหมดไม่มีอำนาจในการสั่งการดำเนินการใดๆในพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมกันนี้ในคำคัดค้านของผู้ต้องหาให้สัญญาว่าจะไม่เข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุและไม่ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sL-32-hpY5E

 754
สังคม
26 พ.ย. 62

ศาลยกคำร้อง dsi ขอถอนประกัน 'ชัยวัฒน์' ชี้ยังไม่มีพฤติการณ์เพียงพอว่ายุ่งเหยิงพยาน

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ยกคำร้อง การยื่นขอถอนประกันตัวนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และเจ้าหน้าที่อุทยานฯรวม 4 คน หลังจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการประกันตัว   โดยศาลพิเคราะห์ และไต่สวนข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่า กรณีนี้ยังไม่มีพฤติการณ์เพียงพอว่าผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ศาลจึงยกคำร้องการนื่นขอถอนประกัน   ภายหลังศาลพิจารณานายพรชัย พฤกษ์พิชัยเลิศ ทนายความ เปิดเผยว่า รู้สึกพอใจในคำพิจารณาของศาล ซึ่งก่อนหน้านี้ที่นายชัยวัฒน์ให้คำมั่นต่อศาลว่า จะไม่ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน และ จะไม่เข้าไปในพื้นที่ ซึ่งก็จะให้นายชัยวัฒน์และพวกปฎิบัติตาม   ส่วนแนวทางการต่อสู้คดีก็จะดูที่พยานหลักฐานของดีเอสไอ ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในวันที่พนักงานอัยการมีคำสั่งคดี ขณะนี้เบื้องต้นก็ได้มีการเตรียมหลักฐานในการแก้ต่างไว้บ้างแล้ว   ด้านนายชัยวัฒน์พูดเพียงสั้นๆถึงกรณีที่ถูกโยกย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้อำนายการสำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.ปัตตานี ว่า ขอให้ชาวปัตตานี ดูการทำงานของตัวเองก่อน ส่วนตัวจะทำงานอยู่ที่ไหนก็ได้ และจะปฎิบัติหน้าที่อย่างดีที่สุด โดยจะเดินทางไปปฎิบัติหน้าที่ช่วงต้นเดือนหน้า ขณะเดียวกันก็จะกลับมารายงานตัวต่อศาลฯในวันที่ 6 ธันวาคม 2562   ทั้งนี้มีรายงานว่า ดีเอสไอ ได้ยื่นเอกสารขอถอนประกันนายชัยวัฒน์ และพวก เมื่อวันที่18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยยื่นเอกสารหลักฐานเป็นคำให้สัมภาษณ์ของนายชัยวัฒน์ เพื่อขอให้ศาลพิจารณาถอนประกันตัวชั่วคราว นายชัยวัฒน์ และเจ้าหน้าที่อุทยานฯรวม 4 คน   โดยให้เหตุผลการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนของนายชัยวัฒน์ มีการกล่าวอ้างว่าการได้มาซึ่งพยานหลักฐานไม่เป็นความจริงและสร้างพยานหลักฐานเท็จ นอกจากนี้ยังให้สัมภาษณ์ว่าจะไปสาบานตนที่จุดเกิดเหตุ ซึ่งอาจส่งผลให้พยานที่อยู่ในพื้นที่เกิดความสับสน และ อาจทำให้พนักงานสอบสวนไม่ได้รับความร่วมมือกับคนในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นการเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน   ขณะเดียวกันฝ่ายนายชัยวัฒน์และพวกได้ยื่นคัดค้านคำร้องของดีเอสไอต่อศาลโดยระบุว่าการให้สัมภาษณ์เป็นเพียงการอธิบาย แสดงความเห็นโดยสุจริต อีกทั้งตั้งแต่ผู้ต้องหาทั้งหมดได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวไม่มีใครเข้าไปในพื้นที่ รวมถึง ตำแหน่ง หน้าที่ ปัจจุบันของผู้ต้องหาทั้งหมดไม่มีอำนาจในการสั่งการดำเนินการใดๆในพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมกันนี้ในคำคัดค้านของผู้ต้องหาให้สัญญาว่าจะไม่เข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุและไม่ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sL-32-hpY5E

 754
สรุปข่าว
26 พ.ย. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 26 พ.ย.62 ลูกชายฆ่าแม่หั่นศพยัดตู้เย็น-ยกฟ้องพานทองแท้-ลูกสาวโต้ฮุบเงินแม่250ล้าน

-สุดสยอง ลูกชายฆ่าแม่หั่นศพยัดตู้เย็น เพื่อนแม่ 2 คนติดต่อไม่ได้เลยมาตามหาที่บ้าน ลูกชายบอกไม่รู้แม่ไปไหน เข้าบ้านไปเปิดตู้เย็นต้องกรี๊ดเห็นชิ้นส่วนศพ ช็อกซ้ำสอง ลูกชายผู้ตายใช้ปืนจ่อขมับยิงตัวเอง พฤติกรรมสุดเหี้ยมคาดใช้ค้อนทุบหัว มีดแทงแม่ร่างพรุน ชำแหละศพในห้องน้ำ ตร.พบ 5 ชิ้นส่วน หัว ลำตัว แขนและขา ใส่ไว้ในตู้เย็น โดยบริเวณลำตัวยัดใส่ในช่องฟรีซ หน้าอกถูกเฉือนทิ้งชักโครก ยังไม่พบสาเหตุและแรงจูงใจ ลูกชายป่วยซึมเศร้า   -ข่าวดีครอบครัวชินวัตร ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางพิพากษายกฟ้อง โอ๊ค-พานทองแท้ ชินวัตร คดีฟอกเงินทุจริตปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้บริษัทในกลุ่มกฤษดามหานคร ชี้พยานหลักฐานโจทก์ ยังไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่า นายพานทองแท้ จำเลยได้รู้ที่มาของเงินจำนวน 10 ล้านบาทที่นายวิชัย กฤษดาธานนท์ โอนเข้าบัญชีว่า นายวิชัยได้มาจากการกระทำผิดทุจริตการปล่อยกู้แบงก์กรุงไทย   ซึ่งขณะที่รับโอนเงินจำเลยมีอายุเพียง 26 ปีและขณะนั้นมีเงินรายได้จากหุ้นในบริษัทอยู่แล้ว ถึง 4,000 ล้านบาทโดยเมื่อเทียบกับเงิน 10 ล้านบาทแล้วคิดเป็น 0.0025% จากยอดเงินดังกล่าว ขณะที่โจทก์นำสืบได้เพียงว่าขณะที่รับโอนหุ้นนายพานทองแท้ และมีความสนิทสนมกับครอบครัวของนายวิชัยเพียงเท่านั้น   โดยคดีนี้ องค์คณะผู้พิพากษาเสียงข้างน้อยได้ทำความเห็นแย้งหรือควรให้ลงโทษจำคุกนายพานทองแท้ 4 ปี [นทึกไว้พิจารณาต่อในชั้นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน หลังฟังคำตัดสิน โอ๊ค พานทองแท้ ให้สัมภาษณ์ว่า กำลังใจดี ขอบคุณทุกกำลังใจ ขณะที่คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร ที่เดินทางมาให้กำลังใจ กล่าวว่ารู้สึกสบายใจขึ้น   -กกต. เคาะวันเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 7 ขอนแก่น หย่อนบัตร 22 ธ.ค.นี้ กกต.ยันผลเลือกตั้งไม่ส่งผลให้คำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ เพื่อไทยมีมติส่ง ธนิก มาสีพิทักษ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลงสู้ศึก เจ้าตัวลั่นแพ้ไม่ได้ มั่นใจชนะแน่นอน สมพงษ์ หน.เพื่อไทย ฝากถึงอีกฝ่ายต้องหาเสียงอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ขอให้ ปชช.ตัดสินใจจะเอาการสืบทอดอำนาจหรือประชาธิปไตย   -กู้บ้านผ่อนถูกล้านละ 10 บาท ธนาคารออมสินจูงใจเปิดแคมเปญกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์พิเศษ ไม่จำกัดวงเงิน ได้ทั้งที่อยู่อาศัยใหม่ สร้างบ้านบนที่ดิน ต่อเติมซ่อมแซม รีไฟแนนซ์ เริ่ม 1 ธ.ค. ตัวอย่างเงินกู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระ 20 ปี ปีแรกผ่อน 10 บาท/เดือน ปีที่2-3 ผ่อน 3,700 บาท/เดือน ปีที่ 4 เป็นต้นไปผ่อน 8,300 บาท/เดือน   -ลุยเอาผิดปารีณา บุกรุกพื้นที่ป่า อธิบดีป่าไม้ขีดเส้นตายไม่เกินพรุ่งนี้แจ้งดำเนินคดี เดินหน้ายึดคืนที่ดินฟาร์มไก่ 691ไร่ที่ จ.ราชบุรี ธรรมนัสชี้มีพื้นที่ 46 ไร่เป็นป่าสงวนของกรมป่าไม้ ตามกฎหมายของ ส.ป.ก.ถ้าครอบครองเกิน 50 ไร่ มีความผิด ต้องยึดคืนหลวงทั้งหมด ด้านวราวุธ ยันไม่รู้สึกกดดัน เพราะปฏิบัติในมาตรฐานเดียวกันทุกคดี บิ๊กป้อมบอกปล่อยให้ จนท. ทำงานไปก่อน ถ้าผิดจรริงก็ต้องเป็นเรื่องของกฎหมาย ยันไม่มีใครปกป้องใครได้   ผู้สื่อข่าวโทรสอบถามไปยังเอ๋ ปารีณา ซึ่งบอกสั้นๆกับว่า กำลังปรึกษากับนักกฎหมายอยู่ ยังไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ ตรวจสอบหน้าฟาร์มไก่ พบคนงานเร่งขนขี้ไก่ขึ้นรถออกมาด้านนอกและมีป้ายบอกราคากระสอบละ 10 บาท จากราคาเดิมที่ติดไว้ตอนแรก 16 บาท ส่วนที่ประตูหน้าฟาร์มนั้นปิดล็อกกุญแจอย่างแน่นหนา   -19 องค์กรเกษตรกรยันสมาชิก 5,000 คน เตรียมนุ่งดำ บุกทำเนียบ ปักหลังฟังผลการลงมติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่มีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นั่งเป็นประธานว่าจะรับรองผลแบนสาร หรือ กลับมติยืดเวลาการใช้สารทั้ง 3 ชนิดออกไปอีก 6 เดือนตามข่าว   อนุทินยันจุดยืนต้องแบน แฉถ้ายืด 6 เดือนเสี่ยงทำเด็ก 3 แสนคนไอคิวลด โง่และพิการ ด้านมนัญญา ไม่เข้าใจจะยืดเวลาแบนอีกทำไม ไม่ขอคุยสุริยะ เพราะงานอยู่ภายใต้กำกับดูแลของใคร ก็ต้องให้เกียรติเขา   -ศึกสายเลือด ลูกสาวอาม่าฮวยโต้ไม่เคยคิดเนรคุณ ฮุบเงินแม่ 250 ล้าน เผยเรื่องทั้งหมดไม่เป็นความจริง ยันไม่ใช่เงิน 250 ล้าน มีเพียงกว่า 100 ล้าน แจงไม่ได้ร่วมมือกับพนักงานธนาคาร แต่เป็นการเชิญเจ้าหน้าที่มาที่โรงพยาบาล เพื่อเปลี่ยนเงื่อนไขการเบิก-ถอนเงิน จากเดิมที่ใช้เพียงลายเซ็นของแม่ มาเป็นการพิมพ์ลายนิ้วมือ และเปลี่ยนจากบัญชีของมารดา มาเป็นบัญชีร่วมกับตน เพื่อที่ตนจะได้มีสิทธิ์ในการเบิก-ถอนเงิน ไปซื้อกองทุนเพิ่ม   ซึ่งทุกขั้นตอนแม่ รับทราบและรู้ตัวตลอด มีสติสัมปชัญญะ ซึ่งการถอนเงินจากบัญชีร่วม ทำทั้งหมด 4 ครั้ง รวมจำนวน กว่า 100 ล้านบาท หลังจากเปิดบัญชีร่วม เมื่อปี 2557 พวกตนก็ได้มีแบ่งเงินกับพี่ชาย คนละ 30 ล้านบาท ที่เหลือใช้สำหรับดูแลรักษาแม่ และใช้จ่ายในครอบครัว เชื่อว่าเรื่องนี้มีมือที่ 3 บงการ ทำให้แม่เข้าใจผิด การออกมาให้ข่าวของครอบครัวพี่ชาย ทำให้ตนเองถูกสังคมประณามว่าเป็นลูกเนรคุณ รวมถึงถูกด่าทอ ซึ่งอยู่ระหว่างปรึกษากับทนาย ฟ้องกลับ   -ครูวา สาวสอง นางฟ้าบิ๊กไบค์ เข้าพบพนักงานสอบสวนแล้วถูกแจ้งข้อหา แต่งกายเลียนแบบเจ้าพนักงาน เปิดตัวกับสื่อยันไม่เคยปิดบังว่าเป็นสาวประเภทสอง ยืนยันฝ่ายชายรับรู้ ฝ่ายชายก็ยังบอกว่ารับได้ แล้วก็ยังคบหากันต่อ ไม่เคยขโมยเอาทองของฝ่ายชายไป ส่วนการแต่งชุดข้าราชการครู บอกเป็นกิจกรรมของเนอร์สเซอรี่ที่ให้แต่งตัวมาร่วมกิจกรรม ด้านอดีตแฟนหนุ่มบอกยิ่งพูดยิ่งแถ เชื่อเป็นมิจฉาชีพตัวยง ตั้งใจมาหลอก และยังมีเหยื่ออีกหล่ยคนไม่กล้ามาแจ้งความ   -ยังไม่เจอน้องเฟิร์สหนูน้อยวัย 5 ขวบหายตัวปริศนาเป็นวันที่ 4 หลังจากปู่ชวนลงไปทุ่งนาหาปู แต่น้อยใจโดนปู่ว่าเดินหนีไปไร้ร่องรอย ชาวบ้านได้นำเครื่องสูบน้ำจำนวน 2 เครื่องมาเร่งสูบน้ำออกจากสระหลังบ้านลึก 3 ม. คาดว่าอาจจะจมน้ำ แต่หลังจากสูบน้ำออกจากสระหมดชาวบ้านช่วยกันลงค้นหาแต่ยังไม่พบร่าง ขณะที่กู้ภัย ใช้โดรนบินค้นหา แต่สุดท้ายยังไม่พบ ชาวบ้านตั้งข้อสงสัยการหายตัวไปหลายอย่าง อาจถูกผีบังตาเอาน้องไปซ่อน ส่วนตร.ก็มุ่งประเด็นไปที่การลักพาตัว หรือปัญหาครอบครัวเพราะมีข่าวว่าพ่อของเด็กติดยาเสพติด     -ศาลศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางยกคำร้องดีเอสไอถอนประกัน ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้ต้องหาคดีฆ่าบิลลี่ เหตุไร้พฤติการณ์ยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน ยังไม่มีเหตุอันสมควรที่จะพิจารณาเพิกถอนประกันหรือการกำหนดเงื่อนไขประกันเพิ่มเติม ด้านชัยวัฒน์ระบุจะไม่ให้สัมภาษณ์และเข้าไปในจุดเกิดเหตุอีก หลังศาลมีคำสั่งเจ้าตัวยิ้มแย้ม ไม่ขอตอบเรื่องคดี แต่พูดถึงคำสั่งย้ายไปปัตตานี ลั่นอยู่ที่ไหนก็ได้ จะทำงานให้ดีที่สุด   -ศาลมหาสารคามอนุญาตให้ประกันตัว นัน กิ่งเพชร มีเงื่อนไขให้ติดกำไล EM และให้มารายงานตัวต่อศาลทุก 12 วัน โดยญาติใช้หลักทรัพย์ เป็นโฉนดที่ดินมูลค่า 300,000 บาท ขณะที่ผู้การโคราช ชี้แจงสื่อมวลชน ปมคดีล่อซื้อลิขสิทธิ์การ์ตูน เผยคดีที่มหาสารคามพฤติกรรมต่างจากคดีที่โคราช การออกหมายจับมีหลักฐานแน่น ในการว่าจ้างสั่งให้ผู้เสียหายทำตู้ไม้ติดภาพการ์ตูนละเมิดสิขสิทธิ์ ซึ่งแต่เดิมนั้นทางผู้เสียหายนั้นไม่ได้มีการทำตู้ไม้การ์ตูนอยู่ก่อนแล้ว พฤติกรรมของนายนันจึงเป็นการทำผิดฐานกรรโชกทรัพย์อย่างชัดเจน   -โรงหนังดังจัดโปรตั๋วหนังฉลอง 25 ปี โปร 25 บาท ทำเด็กนักเรียนแห่โดดเรียนมาใช้สิทธิ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้าตรวจสอบ คุมตัวนักเรียนตามห้างต่างๆ ที่ไม่เข้าเรียน ได้จำนวนมาก เตรียมรถกระบะไปรับกลับโรงเรียน มีภาพครูสาวบุกโรงหนังตามเด็ก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ryKe7xMufnI

 27,555
อาชญากรรม
25 พ.ย. 62

ดีเอสไอไม่ติดใจ ศาลยกคำร้องถอนประกัน 'ชัยวัฒน์'

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ยกคำร้องของดีเอสไอ ที่ยื่นขอถอนประกันตัวชั่วคราวนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร และพวก ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม นายพอละจี รักจงเจริญ      ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ยกคำร้อง กรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่ยื่นขอถอนประกันตัวนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และเจ้าหน้าที่อุทยานฯรวม 4 คน โดยศาลพิเคราะห์ และไต่สวนข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่า กรณีนี้ยังไม่มีพฤติการณ์เพียงพอว่าผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ศาลจึงยกคำร้องการนื่นขอถอนประกัน    ทนายความ บอกว่ารู้สึกพอใจในคำพิจารณาของศาล ซึ่งในการยื่นคำร้องคัดค้านการถอนประกัน นายชัยวัฒน์ให้คำมั่นต่อศาลว่า จะไม่ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน และ จะไม่เข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุ ส่วนแนวทางการต่อสู้คดี คาดว่าจะมีความชัดเจนในวันที่พนักงานอัยการมีคำสั่งคดี      นายชัยวัฒน์ ชี้แจงถึงการถูกย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้อำนายการสำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปัตตานี เป็นไปตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งจะตั้งใจทำงานอย่างดีที่สุด      ดีเอสไอ ไม่ติดใจที่ศาลไม่ถอนประกัน หากจำเลยไม่ให้สัมภาษณ์ตามที่ยืนยัน แต่เป็นห่วงกรณีการเข้าที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะการทำหน้าที่ชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ซึ่งนายชัยวัฒน์ ยืนยันว่า เป็นเพียงที่ปรึกษาชุดพญาเสือ ที่ไม่มีส่วนกับการเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ใดๆ

 376
อาชญากรรม
25 พ.ย. 62

ศาลยกคำร้องดีเอสไอถอนประกันตัว 'ชัยวัฒน์' เหตุไม่พบยุ่งเหยิงพยานคดีฆ่าบิลลี่

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ยกคำร้อง การยื่นขอถอนประกันตัวชั่วคราวนายชัยวัฒน์และพวก หลังศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ไม่พบพฤติการณ์เพียงพอว่าผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน      ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ยกคำร้อง การยื่นขอถอนประกันตัวนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และเจ้าหน้าที่อุทยานฯรวม 4 คน หลังจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการประกันตัว      โดยศาลพิเคราะห์ และไต่สวนข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่า กรณีนี้ยังไม่มีพฤติการณ์เพียงพอว่าผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ศาลจึงยกคำร้องการนื่นขอถอนประกัน      โดยภายหลังศาลพิจารณานายพรชัย พฤกษ์พิชัยเลิศทนายความ เปิดเผยว่า รู้สึกพอใจในคำพิจารณาของศาล ซึ่งก่อนหน้านี้ที่นายชัยวัฒน์ให้คำมั่นต่อศาลว่า จะไม่ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน และ จะไม่เข้าไปในพื้นที่ ซึ่งก็จะให้นายชัยวัฒน์และพวกปฎิบัติตาม     ส่วนแนวทางการต่อสู้คดีก็จะดูที่พยานหลักฐานของดีเอสไอ ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในวันที่พนักงานอัยการมีคำสั่งคดี ขณะนี้เบื้องต้นก็ได้มีการเตรียมหลักฐานในการแก้ต่างไว้บ้างแล้ว      ด้านนายชัยวัฒน์พูดเพียงสั้นๆถึงกรณีที่ถูกโยกย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้อำนายการสำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.ปัตตานี ว่า ขอให้ชาวปัตตานี ดูการทำงานของตัวเองก่อน ส่วนตัวจะทำงานอยู่ที่ไหนก็ได้ และจะปฎิบัติหน้าที่อย่างดีที่สุด      โดยจะเดินทางไปปฎิบัติหน้าที่ช่วงต้นเดือนหน้า ขณะเดียวกันก็จะกลับมารายงานตัวต่อศาลฯในวันที่ 6 ธันวาคม 2562      ทั้งนี้มีรายงานว่า ดีเอสไอ ได้ยื่นเอกสารขอถอนประกันนายชัยวัฒน์ และพวก เมื่อวันที่18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยยื่นเอกสารหลักฐานเป็นคำให้สัมภาษณ์ของนายชัยวัฒน์ เพื่อขอให้ศาลพิจารณาถอนประกันตัวชั่วคราว นายชัยวัฒน์ และเจ้าหน้าที่อุทยานฯรวม 4 คน      โดยให้เหตุผลการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนของนายชัยวัฒน์ มีการกล่าวอ้างว่าการได้มาซึ่งพยานหลักฐานไม่เป็นความจริงและสร้างพยานหลักฐานเท็จ นอกจากนี้ยังให้สัมภาษณ์ว่า จะไปสาบานตนที่จุดเกิดเหตุ ซึ่งอาจส่งผลให้พยานที่อยู่ในพื้นที่เกิดความสับสน และอาจทำให้พนักงานสอบสวนไม่ได้รับความร่วมมือกับคนในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นการเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน      ขณะเดียวกันฝ่ายนายชัยวัฒน์และพวกได้ยื่นคัดค้านคำร้องของดีเอสไอต่อศาลโดยระบุว่าการให้สัมภาษณ์เป็นเพียงการอธิบาย แสดงความเห็นโดยสุจริต อีกทั้งตั้งแต่ผู้ต้องหาทั้งหมดได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวไม่มีใครเข้าไปในพื้นที่ รวมถึง ตำแหน่ง หน้าที่ ปัจจุบันของผู้ต้องหาทั้งหมดไม่มีอำนาจในการสั่งการดำเนินการใดๆในพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมกันนี้ในคำคัดค้านของผู้ต้องหาให้สัญญาว่าจะไม่เข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุและไม่ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน

 880
สังคม
25 พ.ย. 62

ลุ้น!! ศาลพิจารณาถอนประกันตัว 'ชัยวัฒน์' กับพวก บ่ายนี้ หลังเจ้าตัวเดินสายออกสื่อ-ยุ่งเหยิงพยาน

DSI ยื่นถอนปล่อยตัวชั่วคราว นาย ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร และพวก รวม 4 คน ศาลนัดพิจารณาในช่วงบ่ายวันนี้   นาย ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน นาย บุญแทน บุษราคำ นาย ธนเสฏฐ์ แช่มเทศ และ นายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรม นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย เดินทางมารายงานตัวตามกำหนด ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตั้งแต่ 9 โมงเช้า ทั้งหมดมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย และปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ก่อนจะเดินเข้าไปในศาลทันทีซึ่งคาดว่าทั้ง 4 คน จะต้องอยู่ที่ศาลทั้งวัน เพราะศาลนัดพิจารณาถอนประกันในช่วงบ่ายวันนี้   หลังจากเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนดีเอสไอ ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวหรือกำหนดเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราว นาย ชัยวัฒน์ และพวก โดยระบุว่าผู้ต้องหาปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน แต่กลับไปให้ข่าวและข้อมูลกับสื่อมวลชนแทน ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวอาจเข้าข่ายการเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ทำให้เป็นอุปสรรคในการสอบสวนของเจ้าหน้าที่หากศาลมีคำสั่งถอนประกัน ทั้ง 4 คนจะถูกควบคุมตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพทันที

 301

Top