ค้นหา :

ผลการค้นหา "งบช่วยชาวนา"

เศรษฐกิจ
27 พ.ย. 62

ครม.ไฟเขียวกระตุ้นเศรษฐกิจอีกล็อต ไฮไลท์ 'บ้านดีมีดาวน์' ซื้อบ้านแล้วได้เงินคืน 5 หมื่น

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี 2562 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ จำนวน 3 โครงการ ได้แก่   1. โครงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ประกอบด้วย 3 โครงการย่อย ได้แก่   - โครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานระดับหมู่บ้าน โดยจัดสรรเงินให้แก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองที่ได้รับการประเมินอยู่ในระดับ A B และ C จำนวน 71,742 แห่ง แห่งละไม่เกิน 200,000 บาท ผ่านสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติภายใต้วงเงินรวม 14,348.4 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนเงินทุนในการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานขนาดเล็กในชุมชน สนับสนุนผู้ประกอบการ และส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่ เช่น ยุ้งฉางชุมชน โรงตากพืชผลทางการเกษตร โรงสีชุมชน โรงงานผลิตปุ๋ยประจำชุมชน การจัดทำแหล่งเก็บน้ำชุมชน เครื่องจักรสำหรับแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เป็นต้น หรือกิจกรรมอื่นที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนที่ชุมชนเห็นว่าเป็นประโยชน์ในการส่งเสริมศักยภาพในการประกอบอาชีพและความเป็นอยู่ในชุมชนให้ดีขึ้น   - โครงการสินเชื่อธุรกิจชุมชนสร้างไทย โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สนับสนุนสินเชื่อวงเงินรวม 50,000 ล้านบาท ให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง สถาบันการเงินประชาชน สถาบันการเงินชุมชนสหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน วิสาหกิจเพื่อสังคม และผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร เพื่อเป็นค่าลงทุนในการดำเนินกิจการและเป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนในการดำเนินกิจการ โดยคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ร้อยละ 0.01 ต่อปี เป็นระยะเวลา 3 ปี หลังจากนั้นคิดอัตราดอกเบี้ยตามปกติของ ธ.ก.ส. ระยะเวลาโครงการตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2562 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565   - โครงการพักชำระหนี้สมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองตามความสมัครใจ โดยกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองพักชำระหนี้หรือลดภาระหนี้เงินกู้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองให้กับสมาชิกที่มีความเดือดร้อนตามแนวทางที่คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติกำหนด เพื่อให้สมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองได้ผ่อนคลายภาระการชำระหนี้ที่มีกับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง และสามารถนำเงินส่วนดังกล่าวมาประกอบอาชีพสร้างรายได้ เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนและหนี้นอกระบบ   2. มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ผ่านโครงการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าว ปีการผลิต 2562/63 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกร โดยการลดภาระค่าใช้จ่ายในการเก็บเกี่ยวข้าวและปรับปรุงคุณภาพข้าว ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการประกอบอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้น โดยเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2562 กับกรมส่งเสริมการเกษตรจะได้รับเงินช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าวเฉพาะเกษตรกรรายย่อยอัตราไร่ละ 500 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 20 ไร่ หรือครัวเรือนละไม่เกิน 10,000 บาท   นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้อนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมในโครงการโดยสนับสนุนต้นทุนการผลิต ให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2562/63 พร้อมทั้งขยายระยะเวลาการจ่ายเงินให้เกษตรกรจากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2562 เป็นสิ้นสุดวันที่ 30 เมษายน 2563 เนื่องจากมีเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2562 กับกรมส่งเสริมการเกษตรมากกว่าที่คาดการณ์ไว้   3. มาตรการลดภาระการซื้อที่อยู่อาศัย ภายใต้โครงการ “บ้านดีมีดาวน์” เพื่อเป็นการลดภาระและสนับสนุนให้ประชาชนทั่วไปมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยภาครัฐสนับสนุนเงินเพื่อลดภาระการผ่อนดาวน์ (Cash Back) จำนวน 50,000 บาท ต่อราย ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมมาตรการต้องเป็นผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อเดือน หรือไม่เกิน 1,200,000 บาทต่อปี ผู้ที่อยู่ในระบบฐานภาษีอากรของกรมสรรพากร จำนวน 100,000 ราย และผ่านเกณฑ์ ตามแนวทางที่กระทรวงการคลังกำหนด ระยะเวลาโครงการตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย. 62 – 31 มีนาคม 2563   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/eJB8eXMS6Mw

 3,519
การเมือง
26 พ.ย. 62

'จุรินทร์' จ่อเสนอ นบข.ช่วย 'เงินกู้-เงินจ่ายขาด' ชาวนาตันละ 1,500 บาท

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าวนาปี   โดยรัฐบาลจะช่วยในเรื่องของเงินกู้และเงินจ่ายขาด ตันละ 1,500 บาท สำหรับเกษตรกรที่เก็บข้าวไว้ เพราะขณะนี้มีผลผลิตข้าวออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก และมีผลกระทบต่อราคา จึงใช้มาตรการดังกล่าวชะลอการปล่อยข้าวออกสู่ท้องตลาด    ส่วนมาตรการที่ 2 ในส่วนของสถาบันเกษตรกรที่ช่วยรับซื้อข้าวของชาวนา ก็จะได้รับการช่วยเหลือ ตันละ 1,500 บาท เช่นเดียวกัน โดยสถาบันได้เงินส่วนต่าง 1,000 บาท และเกษตรกรได้ส่วนต่าง 500 บาท ซึ่งจะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการข้าวแห่งชาติ หรือ นบข.ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน คาดว่าในวันที่ 6 ธ.ค.นี้   พร้อมยืนยันว่า มาตรการช่วยเหลือชาวนาเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะจะทำให้ชาวนามีเงินส่วนต่างเพียงพอต่อการดำรงชีพ ส่วนมาตรการช่วยเหลือด้านต้นทุนการผลิตจะเสนอเข้าที่ประชุม นบข.ควบคู่กับมาตรการดังกล่าวด้วย โดยจะมีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นเจ้าของเรื่อง  

 3,896
เศรษฐกิจ
22 ส.ค. 62

เห็นชอบประกันราคาข้าว 5 ชนิด วงเงิน 2.1 หมื่นล้าน เตรียมเข้า ครม.สัปดาห์หน้า

ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ หรือ นบข. ได้อนุมัติโครงการประกันรายได้ เกษตรกรผู้ปลูกข้าว และเห็นชอบมาตราการในการช่วยเหลือ เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ในเรื่องของค่าเก็บเกี่ยว และค่าปรับปรุงคุณภาพข้าว โดยการประกันรายได้ ราคาข้าวเปลือก 5 ชนิด ได้แก่   ข้าวหอมมะลิ ตันละ 15,000 บาท ครัวเรือนละ 14 ตัน ข้าวหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 14,000 บาท จำนวน 16 ตัน ข้าวเจ้า ตันละ 10,000 บาทจำนวน 30 ตัน ข้าวหอมปทุมธานี ตันละ 11,000 บาท จำนวน 25ตัน ข้าวเหนียว ตันละ 12,000 บาท จำนวน16ตัน โดยใช้วงเงินงบประมาณ 21,000 ล้านบาทในโครงการข้าวนาปี   ส่วนในเรื่องโครงการช่วยค่าเก็บเกี่ยวหรือสนับสนุนการผลิตนั้นจะช่วย 500 บาท/ต่อไร่จำนวนครัวเรือนละไม่เกิน 20 ไร่ ถือเป็นโครงการคู่ขนานแต่จะต้องไปตกลงเรื่องวงเงินกับสำนักงบประมาณก่อน ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีใหญ่ต่อไปในสัปดาห์หน้า   ซึ่งตามหลักเกณฑ์ เกษตรกรผู้ปลูกข้าว จะต้องลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ โดยจะทำการขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร หลังทำการเพาะปลูก 15-60 วัน โดยภาคใต้จะเริ่ม วันที่ 16 มิถุนายน 2562 - 28 กุมภาพันธ์ 2562 ส่วนภาคอื่นๆ ในวันที่ 1 เมษายน 2562 ถึง 31 ตุลาคม 2562 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hKiLUandtPo

 1,691
เศรษฐกิจ
13 มี.ค. 62

ครม.ทุ่มงบเพิ่ม 5,000 ล้าน ช่วยค่าเกี่ยวข้าว ไร่ละ 1,500 บาท หลังชาวนาแห่ลงทะเบียน

คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติเพิ่มวงเงินงบประมาณช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าวให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2561/62 วงเงิน 5,068.73 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถเข้าร่วมโครงการได้ เนื่องจากที่ผ่านมาได้เปิดให้เกษตรกรมาขึ้นทะเบียน ซึ่งสิ้นสุดไปเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2562 พบมีเกษตรกรมาขึ้นทะเบียนมากกว่าเป้าหมาย 2.78 แสนครัวเรือน จึงมีความจำเป็นต้องเสนอ ครม.ช่วยเหลือ จึงต้องปรับงบประมาณอีก 5,225.31 ล้านบาท   สำหรับวงเงินที่เพิ่มขึ้นมาจำนวน 5,225.31 ล้านบาท โดยใช้เงินงบประมาณจากโครงการเดิมที่ยังคงเหลืออยู่ 265.83 ล้านบาท ส่วนที่เหลือทางกระทรวงพาณิชย์จึงเสนอของบประมาณเพิ่มเติมกับที่ประชุมครม. ซึ่งมีวงเงินรวม 5,068.73 ล้านบาท โดยเป็นเงินสำหรับดำเนินโครงการ 4,959.47 ล้านบาท และค่าบริหารจัดการของธ.ก.ส. 109.26 ล้านบาท     โครงการดังกล่าวเป็นการดำเนินโครงการโดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นการจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยในอัตราไร่ละ 1,500 บาท รายละไม่เกิน 12 ไร่ หรือครัวเรือนละไม่เกิน 18,000 บาท เดิมโครงการนี้มีเป้าหมายเกษตรกรเข้าร่วมโครงการอยู่ที่ 4.05 ล้านครัวเรือน ภายใต้รอบวงเงิน 56,474.02 ล้านบาท แต่เมื่อสิ้นสุดการเปิดให้เกษตรกรมาขึ้นทะเบียนพบว่า มีจำนวนเกินเป้าหมายกว่า 2.78 แสนครัวเรือน หรือมีจำนวนทั้งหมด 3.48 ล้านไร่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KysdLnc8oBQ

 31,875

Top