ค้นหา :

ผลการค้นหา "ฆ่าอำพรางศพ"

สังคม-อาชญากรรม
23 ต.ค. 62

รวบหนุ่มชาวเยอรมัน ฆ่าอำพรางศพหญิงร่วมชาติ ยัดใส่ตู้-โยนทิ้งลงคลอง เจ้าตัวอ้างไม่ได้ฆ่า

พล.ต.ท.สมพงษ์ชิงดวง ผบช.สตม. แถลงการจับกุมนายริชาร์ด สตานิชเลาส์ ครูเจอร์ (Mr.Richard Stanisluas kruger) อายุ 52 ปี ผู้ต้องหาชาวเยอรมัน ตามหมายจับคดีฉ้อโกง บัตรเครดิตของประเทศเยอรมัน และหมายจับซ่อนเร้นอำพรางศพ นางมาร์กูด เชฟเฟอร์ (Mrs.Margund schaefer) อายุ 77 ปี เพื่อนร่วมชาติ ยัดตู้ไม้ทิ้งคลองบางโปรง หลังสนามกีฬาเทศบาลเมืองแสนสุข จ.ชลบุรี เพื่อหวังเงินเกษียณ จับกุมที่บ้านเช่า ต.แสนสุข อ.เมืองชลบุรี เมื่อวันที่18 ตุลาคมที่ผ่านมา    พล.ต.ท.สมพงษ์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากได้รับการประสานจากตำรวจเยอรมัน ให้ช่วยติดตามนางมาร์กูด ซึ่งเป็นบุคคลที่ทางการเยอรมันได้รับแจ้งว่าสูญหายทางญาติไม่สามารถติดต่อได้เกรงว่ามารดาอาจถูกทำร้ายหรือจะได้รับอันตราย เมื่อตรวจสอบพบว่า เดินทางเข้าไทยมาพร้อมกับนายริชาร์ด ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2560 โดยนายริชาร์ด มีหมายจับเยอรมันนี คดีฉ้อโกง กระทำผิดลักษณะหลอกลวงผู้หญิงสูงอายุหลายครั้ง และมีหมายจับประเทศเยอรมันในข้อหาฉ้อโกงบัตรเครดิต 17 กระทง รวมเป็นเงิน 6,000 ยูโร หรือประมาณ 240,000 บาท จึงติดตามหา และจับกุมที่ห้องเช่า เมืองชลบุรี ซึ่งอาศัยอยู่กับภรรยาหญิงไทย ตรวจสอบพบว่าวีซ่าหมดอายุตั้งแต่ 22 มิ.ย. 2560 จึงได้ควบคุมตัวไปยัง สภ.แสนสุข สอบสวนปากคำ   โดยนายริชาร์ด ให้การว่าได้อาศัยอยู่ด้วยกันกับภรรยาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2560 ซึ่งเดินทางจากเยอรมันนีมากับนางมาร์กูดโดยใช้เงินที่โอนมาจากประเทศเยอรมันเดือนละหลายหมื่นบาท เงินดังกล่าวนายริชาร์ดบอกว่าส่วนหนึ่งเป็นเงินเกษียณของนางมาร์กูด ต่อมาประมาณต้นเดือนมกราคม 2562 นางมาร์กูด ได้ล้มลงในห้องน้ำจึงได้ช่วยกันพามานอนพัก จนทราบภายหลังว่าเสียชีวิตแน่นอนแล้ว นายริชาร์ด จึงได้นำผ้าห่มมาห่อศพแล้วยัดใส่ตู้ลังไม้ใส่ของ จากนั้นได้นำใส่รถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างหรือซาเล้ง ขี่ไปทิ้งที่คลองบางโปรง หลังสนามกีฬาเทศบาลเมืองแสนสุข    ต่อมาปรากฏว่าเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2562 มีข่าวพบศพหญิงนิรนามที่ถูกยัดใส่ตู้ลังไม้ลอยน้ำ จากการสืบสวนพิสูจน์ทราบเชื่อว่าศพดังกล่าวคือนางมาร์กูด จึงได้ประสาน ผบช.ภ.2 และตำรวจประเทศเยอรมัน ร่วมพิสูจน์หลักฐานในคดีดังกล่าว ซึ่งอยู่ในระหว่างตรวจสอบผลดีเอ็นเอ และประวัติการทำฟันของผู้ตาย สภ.แสนสุข จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติต่อศาลจังหวัดชลบุรีออกหมายจับนายริชาร์ด ในข้อหา ซ่อนเร้นอำพราง ย้าย หรือทำลายศพฯ และได้แจ้งข้อกล่าวหา อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด    จากการตรวจสอบประวัติ พบว่า นายริชาร์ดเดินทางเข้าออกประเทศไทย จำนวน 9 ครั้ง โดย 7 ครั้งเดินทางมาด้วยกันกับนางมาร์กูด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำ ว่านางมาร์กูดเสียชีวิตจากฆาตรกรรมหรือไม่ และรอผลการชันสูตรพลิกศพเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Hht_fUl_5II

 2,312
อาชญากรรม
23 ต.ค. 62

รวบหนุ่มชาวเยอรมัน ฆ่าอำพรางศพหญิงร่วมชาติ ยัดใส่ตู้-โยนทิ้งลงคลอง เจ้าตัวอ้างไม่ได้ฆ่า

พล.ต.ท.สมพงษ์ชิงดวง ผบช.สตม. แถลงการจับกุมนายริชาร์ด สตานิชเลาส์ ครูเจอร์ (Mr.Richard Stanisluas kruger) อายุ 52 ปี ผู้ต้องหาชาวเยอรมัน ตามหมายจับคดีฉ้อโกง บัตรเครดิตของประเทศเยอรมัน และหมายจับซ่อนเร้นอำพรางศพ นางมาร์กูด เชฟเฟอร์ (Mrs.Margund schaefer) อายุ 77 ปี เพื่อนร่วมชาติ ยัดตู้ไม้ทิ้งคลองบางโปรง หลังสนามกีฬาเทศบาลเมืองแสนสุข จ.ชลบุรี เพื่อหวังเงินเกษียณ จับกุมที่บ้านเช่า ต.แสนสุข อ.เมืองชลบุรี เมื่อวันที่18 ตุลาคมที่ผ่านมา    พล.ต.ท.สมพงษ์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากได้รับการประสานจากตำรวจเยอรมัน ให้ช่วยติดตามนางมาร์กูด ซึ่งเป็นบุคคลที่ทางการเยอรมันได้รับแจ้งว่าสูญหายทางญาติไม่สามารถติดต่อได้เกรงว่ามารดาอาจถูกทำร้ายหรือจะได้รับอันตราย เมื่อตรวจสอบพบว่า เดินทางเข้าไทยมาพร้อมกับนายริชาร์ด ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2560 โดยนายริชาร์ด มีหมายจับเยอรมันนี คดีฉ้อโกง กระทำผิดลักษณะหลอกลวงผู้หญิงสูงอายุหลายครั้ง และมีหมายจับประเทศเยอรมันในข้อหาฉ้อโกงบัตรเครดิต 17 กระทง รวมเป็นเงิน 6,000 ยูโร หรือประมาณ 240,000 บาท จึงติดตามหา และจับกุมที่ห้องเช่า เมืองชลบุรี ซึ่งอาศัยอยู่กับภรรยาหญิงไทย ตรวจสอบพบว่าวีซ่าหมดอายุตั้งแต่ 22 มิ.ย. 2560 จึงได้ควบคุมตัวไปยัง สภ.แสนสุข สอบสวนปากคำ   โดยนายริชาร์ด ให้การว่าได้อาศัยอยู่ด้วยกันกับภรรยาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2560 ซึ่งเดินทางจากเยอรมันนีมากับนางมาร์กูดโดยใช้เงินที่โอนมาจากประเทศเยอรมันเดือนละหลายหมื่นบาท เงินดังกล่าวนายริชาร์ดบอกว่าส่วนหนึ่งเป็นเงินเกษียณของนางมาร์กูด ต่อมาประมาณต้นเดือนมกราคม 2562 นางมาร์กูด ได้ล้มลงในห้องน้ำจึงได้ช่วยกันพามานอนพัก จนทราบภายหลังว่าเสียชีวิตแน่นอนแล้ว นายริชาร์ด จึงได้นำผ้าห่มมาห่อศพแล้วยัดใส่ตู้ลังไม้ใส่ของ จากนั้นได้นำใส่รถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างหรือซาเล้ง ขี่ไปทิ้งที่คลองบางโปรง หลังสนามกีฬาเทศบาลเมืองแสนสุข    ต่อมาปรากฏว่าเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2562 มีข่าวพบศพหญิงนิรนามที่ถูกยัดใส่ตู้ลังไม้ลอยน้ำ จากการสืบสวนพิสูจน์ทราบเชื่อว่าศพดังกล่าวคือนางมาร์กูด จึงได้ประสาน ผบช.ภ.2 และตำรวจประเทศเยอรมัน ร่วมพิสูจน์หลักฐานในคดีดังกล่าว ซึ่งอยู่ในระหว่างตรวจสอบผลดีเอ็นเอ และประวัติการทำฟันของผู้ตาย สภ.แสนสุข จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติต่อศาลจังหวัดชลบุรีออกหมายจับนายริชาร์ด ในข้อหา ซ่อนเร้นอำพราง ย้าย หรือทำลายศพฯ และได้แจ้งข้อกล่าวหา อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด    จากการตรวจสอบประวัติ พบว่า นายริชาร์ดเดินทางเข้าออกประเทศไทย จำนวน 9 ครั้ง โดย 7 ครั้งเดินทางมาด้วยกันกับนางมาร์กูด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำ ว่านางมาร์กูดเสียชีวิตจากฆาตรกรรมหรือไม่ และรอผลการชันสูตรพลิกศพเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Hht_fUl_5II

 2,312
สังคม-อาชญากรรม
13 ส.ค. 62

ตร.คุมตัว หนุ่มเมียนมา ทำแผนฆ่า ‘เฮียหยู’ เผยปม อ้างได้ค่าแรงน้อย

วันที่ 13 ส.ค. 62 ตำรวจนครบาลประชาชื่น คุมตัวนายมิน ทุย ชาวเมียนมา มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ คดีฆาตกรรม นายพรศักดิ์ วัฏฏวนิชย์กุล อดีตสมาชิกสภาเขตบางซื่อ และเจ้าของโรงงานน้ำแข็ง โดยเป็นจุดบ้านพัก ย่านวงศ์สว่าง ของนายพรศักดิ์ ซึ่งเป็นจุดที่ นายมิน ทุย ตีศีรษะ นายพรศักดิ์ จนเสียชีวิต ก่อนนำศพไปอำพรางไว้ในตู้เสื้อผ้าคดีนี้    ตำรวจสืบสวนสอบสวน กระทั่งทราบว่า ผู้เสียชีวิต เพิ่งซื้อบ้านหลังดังกล่าว โดยจ้างให้นายมิน ทุย ที่พักอาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงให้เข้ามาทาสี และต่อเติมบ้าน    หลังเกิดเหตุ ตำรวจพบว่านายมิน ทุย และทรัพย์สินของผู้เสียชีวิต สูญหายไป จึงสืบสวนจนทราบว่า นายมิน ทุยหลบหนีไปซ่อนตัวที่บ้านญาติ ย่านมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร จึงเข้าจับกุม พร้อมยึดเงินสดของกลาง จำนวน 16,000 บาท   เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ เนื่องจากได้รับค่าแรงน้อย จึงใช้ชะแลงตีเข้าบริเวณศีรษะของนายพรศักดิ์ จนเสียชีวิต ตำรวจจึงดำเนินคดีในข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา    ระหว่างที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหา มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ได้มีชาวบ้านในละแวกนี้ ที่ทราบข่าวว่า จะมีการนำตัวผู้ต้องหามาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ต่างให้ความสนใจมามุงดู ซึ่งตำรวจได้กันพื้นที่ไม่ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณบ้าน   ด้านนายอนุรัตน์ วงศ์อนันต์ หลานผู้เสียชีวิต ได้ให้สัมภาษณ์ ยืนยันว่า ผู้เสียชีวิตไม่เคยด่าทอ หรือจ่ายค่าจ้างน้อย อีกทั้งผู้เสียชีวิตก็ไม่ได้เป็นคนที่ขี้โมโห หรืออารมณ์รุนแรง ตามที่ผู้ต้องหากล่าวอ้าง   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : รวบลูกจ้างพม่าวัย 19 ฆ่าโหดเสี่ยโรงน้ำแข็ง ยัดศพในตู้เสื้อผ้า อ้างชิงทรัพย์-แค้นถูกด่าเรื่องขับรถเร็ว      

 1,553
สังคม-อาชญากรรม
13 ส.ค. 62

รวบลูกจ้างพม่าวัย 19 ฆ่าโหดเสี่ยโรงน้ำแข็ง ยัดศพในตู้เสื้อผ้า อ้างชิงทรัพย์-แค้นถูกด่าเรื่องขับรถเร็ว

ตำรวจ สน.ประชาชื่น รับแจ้งเหตุพบศพผู้เสียชีวิตภายในบ้านหลังหนึ่ง ซอยวงษ์สว่าง 19 แขวงวงษ์สว่าง เขตบางซื่อ  ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้นปลูกติดกัน 2 หลัง พื้นที่กว่า 200 ตารางวา พบรอยเลือดที่บันไดลากเป็นทางยาวขึ้นไปที่ชั้น 2 ถึงห้องพักชั้นบน   ภายในตู้เสื้อผ้าถูกล็อกมีกุญแจเมื่อเปิดออกมาพบศพ นายพรศักดิ์ วัฏฏวนิชย์กุล อายุ 72 ปี หรือ เฮียหยู เจ้าของโรงงานน้ำแข็ง ร้านขายแก๊สและอีกหลายธุรกิจ รวมทั้งเป็นอดีตสมาชิกสภาเขตบางซื่อ, อดีต กต.ตร. สน.ประชาชื่น และเป็นผู้กว้างขวางในพื้นที่ โดยที่ศีรษะมีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็ง เลือด ไหลอาบหน้า สภาพศพนั่งหลังพิงตู้ และชันเข่าขึ้นมา ลักษณะคล้ายถูกจับยัดใส่ตู้      ญาติเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้เข้าไปดูบ้านที่กำลังปรับปรุง เมื่อช่วงเย็นวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา ก่อนที่ในเวลา 05.00 น.ของวานนี้ (12 ส.ค.) ลูกชายจึงตามหาเนื่องจากบิดาหายตัวไป ก่อนจะมา สังเกตพบว่ามีรอยคราบเลือดภายในบ้านที่ชั้นล่างจึงเดินตามขึ้นไปที่ชั้นสอง และเลือดไปหยุดอยู่ที่ตู้เสื้อผ้าที่ถูกล็อก เปิดออกก็ช็อกจนเข่าทรุดเมื่อพบศพบิดาถูกยัดซ่อนอยู่ภายในตู้   จากนั้นได้แจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้าตรวจสอบ พบว่ากระเป๋าเงิน สร้อยคอทองคำพระและนาฬิกาหรูหายไป โดยญาติยังไม่พร้อมให้ข้อมูลอะไรเพราะยังอยู่ในอาการเสียใจ นำโซ่มาคล้องประตูหน้าเหล็กบ้านไว้ห้ามไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปด้านใน   ด้านนางประจวบ คงอ่วม อายุ 80 ปี คนสนิทผู้ตาย เวลาประมาณ 05.00 น. ลูกชายได้ออกตามหาผู้ตาย ส่วนลูกสาวผู้ตายมาหาตนถามหาพ่อบอกว่าผู้ตายหายออกจากบ้าน ตนจึงไปช่วยตามหาผู้ตาย กระทั่งทุกคนเข้าไปในบ้านหลังเกิดเหตุ ตนอยู่ข้างล่างได้ยินเสียงคนร้องไห้ออกมาจากห้องบริเวณชั้น 2 ของบ้าน จากนั้นมีคนเดินมาบอกให้ทำใจดีๆไว้ เพราะเฮียหยูเสียแล้ว   เฮียหยูเคยเล่าว่า ผู้ต้องหาเคยทำงานที่อื่นมาหลายที่แต่ถูกไล่ออก จนมาทำงานกับเฮียหยู ล่าสุดจำจะขอลาออกและขอเงินติดตัวก่อนจะมาเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น เชื่อว่าผู้ก่อเหตุประสงค์ต่อทรัพย์แน่นอน ไม่คิดว่าต้องมาตายเพราะต่างด้าวเนรคุณ เฮียหยู มีบ้านหลายหลังในวอยเดียวกัน เป็นคนนิสัยดีใครๆ ก็รัก ใครลำบาก มาขอความช่วยเหลือจะรีบช่วยทันที   ทั้งนี้หลังเกิดเหตุตรวจสอบวงจรปิดหน้าบ้าน จับภาพชายต้องสงสัย 1 ราย ท่าทางมีพิรุธเดินเข้าออกภายในบ้านหลังเกิดเหตุ สืบสวนทราบว่าเป็นคนงานชาวเมียนมาทราบชื่อ นายมิน ทรุย ( Mr.Min Htwe ) หรือโกโก้ อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นคนลงมือก่อเหตุฆ่าเฮียหยู แล้วนำศพไปอำพรางในตู้เสื้อผ้า ก่อนหลบหนีไปกบดานในห้องเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.มหาชัย จ.สมุทรสาคร  ตำรวจรวบตัวได้หลังก่อเหตุไม่ถึง 1 วัน   ชุดสืบสวนระบุ นายโกโก้สารภาพว่าได้เข้ามาทำงานกับนายพรศักดิ์  ในฐานะลูกจ้างขับรถส่งแก๊ส ได้ประมาณ 2 เดือน แต่เนื่องจากนายโกโก้ชอบขับรถเร็วจึงถูกตำหนิต่อว่าากรอกใส่หูทุกวัน ๆ และห้ามไม่ให้ทำงานดังกล่าวอีก และให้เปลี่ยนมาเป็นคนงานปรับปรุงบ้านของผู้ตายแทน คอยทาสีต่อเติมบ้าน คาดว่าน่าจะเจ็บใจที่ถูกต่อว่าเรื่องขับรถเร็ว เกิดความโกรธแค้นและใช้ชะแลงตีหัวจนนายพรศักดิ์  เสียชีวิต นำศพยัดตู้เสื้อผ้า ขโมยเงินผู้ตายหลบหนีไป   โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายโกโก้ มาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สน.ประชาชื่น พร้อมกับของกลางคือชะแลงที่ใช้ฟาดศีรษะ หลังโยนทิ้งเอาไว้ในกองเศษไม้จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นให้การสารภาพอ้างว่าต้องการชิงทรัพย์เงินที่อยู่ในกระเป๋าหมื่นกว่าบาทเท่านั้น ส่วนทรัพย์สินอื่นไม่ได้เอาไป     พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 กล่าวว่า เบื้องต้นทราบว่าก่อเหตุคนเดียว โดยระหว่างที่ผู้ต้องหากำลังหลบหนีกบดานอยู่นั้น มีการเปลี่ยนเสื้อผ้าจากเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีกรมท่า กางเกงขาสั้นสีแดงและสวมลิสต์แบรนด์สีขาวและสีดำ เป็นเสื้อยืดแขนสั้นสีเขียว สวมกางเกงยีนสีน้ำเงิน ตนสั่งการให้พนักงานสอบสวนเร่งสอบปากคำอย่างละเอียด   ขณะที่ตำรวจได้เรียกเพื่อนร่วมงานของผู้ต้องหา 4-5 คน มาสอบปากคำที่โรงพักว่าร่วมก่อเหตุ ด้วยหรือไม่ ซึ่งเพื่อนชาวเมียนมาบอกว่าไม่เคยเห็นนายโกโก้มีปัญหาหรือทะเลาะกับผู้ตาย  หลังจากที่นายโกโก้ถูกตำรวจจับกุมเขาก็สารภาพว่าต้องการชิงทรัพย์ โดยพวกตนไม่มีส่วนรู้เห็น วันเกิดเหตุทำงานอยู่โรงงานน้ำแข็งและร้านขายแก๊ส ไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังเกิดเหตุ   โดยวันนี้ (13 ส.ค.) จะนำตัวผู้ต้องหาไปแถลงข่าวที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) อีกครั้งในเวลา 11.00 น. ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kM1274qA6Iw

 5,389
ข่าวภูมิภาค
22 ก.ค. 62

ผงะ ลูกจ้างสาวถูกฆ่าหมกป่าเกือบเดือน เจ้านายไม่ได้แจ้งหายนึกว่าหนีกลับบ้าน จี้สอบสาวทอมคนสนิท

ปทุมธานี-พบผู้เสียชีวิตที่ป่าหญ้ากลางซอยเทพกุญชร 21 ม.11 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง ที่เกิดเหตุเป็นป่าหญ้ารกร้าง เป็นซอยเปลี่ยวพบศพผู้เสียชีวิตหญิงอายุประมาณ 20-30 ปี นอนหงาย มีสภาพเน่า สวมเสื้อคอกลมสีน้ำตาล ถูกถอดไปด้านหลัง กางเกงยีนส์สีดำถูกถอดลงมาบริเวณหัวหน่าว มีบาดแผลที่กรามซ้ายถูกตีจนหัก มีบาดแผลถูกแทงที่ชายโครงซ้าย และลิ้นปี่   จากการตรวจสอบไม่พบเอกสารของทางราชการ ที่นิ้วกลางด้านซ้ายยังสวมแหวนทอง 1 วง ข้อมือซ้ายสวมใส่สร้อยข้อมือลายโซ่น้ำหนักประมาณ 2 สลึง ที่ข้อเท้าซ้ายสักอักษรภาษาอังกฤษ KOY และเพนท์เล็บแฟนซีลาย มิกกี้เม้าส์ จากการชันสูตรเบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2-3 สัปดาห์   จากการสอบถาม นายวีระวัฒน์ แก้วแก่น วินจักรยานยนต์รับจ้าง ให้การว่า ตนรับผู้โดยสารจากวิทยาลัยบุญถาวรไปส่งที่ปากซอยมิตซูบิชิ ระหว่างทางผู้โดยสารได้กลิ่นศพและบอกให้ตนเองทราบแต่ตนเองไม่ได้แวะ กระทั่งส่งผู้โดยสารเสร็จตนเองจึงกลับมาตรวจสอบจึงพบศพผู้เสียชีวิต จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ   ด้านตำรวจสภ.คลองหลวง สันนิษฐานว่า คนร้ายไม่ประสงค์ต่อทรัพย์แต่คาดว่าเกิดจากความแค้น เพราะทรัพย์สินยังอยู่ในตัวผู้ตาย   ต่อมาได้เบาะแสของผู้เสียชีวิตแล้ว พบว่าเป็นลูกจ้างแผงขายผลไม้ ตลาดนัดหมู่บ้านพระปิ่น ทราบชื่อ น.ส.พิไลวรรณ แก้วรักษา หรือจิ๊ก อายุ 29 ปี เป็นชาว จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยนายวีระชัย มีนิล อายุ 24 ปี น้องชายของนายจ้างผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุและยืนยันว่าเป็น น.ส.พิไลวรรณ จริง เพราะหายไปจากร้านตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามเหตุที่ทางร้านไม่ได้แจ้งความ เพราะคิดว่าคงหนีกลับบ้านไม่มาทำงานอีกแล้ว ปกติผู้ตายจะคบหากับสาวทอมที่เป็นญาติกับตน แต่ช่วงหลังเห็นว่ามีปากเสียงกัน จึงแยกกันอยู่ได้ระยะหนึ่ง   ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้เชิญตัวสาวทอม 2 ราย ที่มีความสนิทสนมใกล้ชิดกับผู้ตายมาทำการสอบสวน เบื้องต้นให้การอ้างว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตครั้งนี้ อย่างไรก็ตามสาวทอมคนหนึ่งยังคงให้การวกวนไปมา ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ หลังจากนี้ทางฝ่ายสืบสวนจะออกตรวจหาหลักฐาน ที่มีความชัดเจนในทางคดี เพื่อสืบสวนหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MJqUgNln3Lk

 7,515
ข่าวภูมิภาค
30 พ.ค. 62

รวบหนุ่มวัย 25 สารภาพบีบคอ-เผาอำพรางศพ ด.ญ.วัย 14 คลี่คดีโครงกระดูกในป่าละเมาะ

ตรัง-จากกรณีชาวบ้านพบพบโครงกระดูกและชิ้นส่วนมนุษย์ถูกปิดบังอำพรางอยู่ป่าละเมาะ บริเวณพื้นที่ หมู่ 4 ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งเป็นพื้นที่เปลี่ยว คาดว่าเป็นของเด็กหญิงวัย 14 ปี ที่หายออกไปจากบ้านพักในพื้นที่ อ.นาโยง และได้มีการเข้าไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.นาโยง ตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 มี.ค.62 ที่ผ่านมา โดยสร้อยคอสแตนเลสรูปตัวการ์ตูนคุกกี้รันที่พบอยู่ที่เกิดเหตุ เป็นอันเดียวกับที่เด็กหญิงคนดังกล่าวใส่ ก่อนที่จะหายตัวไปและขนาดความสูงใกล้เคียงกัน   ต่อมาตำรวจจับกุมตัวนายวิษณุ บุญคง อายุ 25 ปี แฟนหนุ่มของ ด.ญ.วัย 14 ปี ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยเพียงรายเดียว โดยก่อนหน้านี้ญาติ ด.ญ.14 ปี ได้ไปแจ้งความคนหายและข้อหาพรากผู้เยาว์กับนายวิษณุ ตอนนี้เจ้าหน้าที่ได้ไปนำตัวจากท้องที่ จ.สุราษฎร์ธานี หลังจากหลบหนีออกไปจากบ้านพักหลังจากเกิดเหตุ เพื่อกลับมาทำการสืบสวนสอบสวนในพื้นที่ต่อไป และทำการอายัดตัวเอาไว้ก่อน อีกทั้งเขามีคดีติดตัว 2 คดี มีคดีหลบหนีจากทหารเกณฑ์ และคดีพรากผู้เยาว์ตามที่ญาติของ ด.ญ.14 ปี แจ้งเอาไว้ก่อนหน้านี้   ทั้งนี้ในเบื้องต้นอย่างไม่ชัดเจนได้ให้การรับสารภาพว่าได้ลงมือก่อเหตุจริงเพียงบางส่วน โดยการลงมือบีบคอผู้ตายจนเสียชีวิต หรือจะมีการทำร้ายก่อนหน้า แล้วนำร่างมาราดน้ำมันจุดไฟเผาเพื่ออำพรางคดีที่ป่าละเมาะ แต่จะมีใครร่วมขบวนการด้วยจะต้องสืบสวนต่อไป ในขณะนี้ได้มีการสอบปากคำไปทั้งหมด 10 ปาก ซึ่งเชื่อว่าหลักจากผล ดีเอ็นเอ ออกมาสามารถออกหมายจับและปิดคดีนี้ได้อย่างแน่นอน ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FCJ0y_yOddM

 13,381
ข่าวภูมิภาค
27 พ.ค. 62

คุมตัวหนุ่ม 27 ทำแผนฆ่าชิงทรัพย์สร้อยทอง-เผาอำพรางศพสาวสุราษฎร์ฯวัย 18

สุราษฎร์ธานี-จากคดีนายพีระพล นวลเสน่ห์ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุชิงทรัพย์ ฆ่าแล้วเผาอำพรางศพสาววัย 18 ปี โดยผู้ต้องหายังให้การยืนยัน เพียงแค่ประสงค์เหตุต่อทรัพย์เท่านั้น โดยหลังก่อเหตุได้นำสร้อยคอทองคำ นำหนัก 1 บาท และแหวน น้ำหนัก 1 สลึง ไปขายได้ 22,000 บาท นำไปให้ภรรยา 5,000 บาท และนำไปใช้จ่ายเหลืออยู่ 2,000 บาท   พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 กล่าวว่า เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุจริงโดยมีเหตุจูงใจประสงค์ต่อทรัพย์ แต่อย่างไรก็ต้องสอบปากคำและพิจารณาจากหลักฐานอื่นมาประกอบ เพราะไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้ต้องหาทั้งหมด ซึ่งได้ลงมาดูการสอบสวนของตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีและ สภ.กาญจนดิษฐ์ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยครบถ้วนทุกประเด็นหรือไม่   เนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจและผู้ต้องหาก่อเหตุอย่างโหดเหี้ยม ก่อเหตุชิงทรัพย์แล้วถึงกับฆ่าและเผาเป็นคดีที่สะเทือนขวัญ ในเรื่องนี้ปล่อยไว้ไม่ได้ต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด ขณะนี้ยังไม่ได้ตัดข้อสมมุติฐานในการก่อเหตุประเด็นใดทิ้ง และไม่ได้เชื่อในคำให้การของผู้ต้องหาจะต้องทำการสอบพยาน และให้เอาผลทางนิติวิทยาศาสตร์กับพยานหลักฐานอื่นเพิ่มเติมในที่เกิดเหตุมาประกอบด้วย   จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนายพีระพล ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยมีชาวบ้านจำนวนมากและญาติผู้ตายมายืนรอดู ตำรวจต้องนำหมวกนิรภัย สวมใส่คลุมศรีษะนายพีระพลไว้ แต่เมื่อรถตำรวจนำตัวมาถึงชาวบ้านได้ส่งเสียงตะโกนเป็นช่วงๆ การทำแผนจุดเกิดเหตุเริ่มจากนายพีระพล ยืนดักรอ น.ส.จรินยา ขับรถจักรยานยนต์กลับจากส่งหลานชายได้เรียกให้จอดรถหยุดพูดคุย และลงมือชิงทรัพย์ด้วยการถีบรถจักรยานยนต์ให้ล้มลงไปข้างทางทั้งคนทั้งรถ   ซึ่งชาวบ้านที่ดูการทำแผนอยู่แสดงความไม่พอใจ ที่นายพีระพลกระทำการอย่างโหดเหี้ยม ทั้งที่เป็นเพื่อนบ้านกันจนมีการลุกฮือจะเข้ามาใกล้ ซึ่งตำรวจเกรงจะไม่ปลอดภัย จึงรีบนำตัวนายพีระพลขึ้นรถตู้ตำรวจฝ่าฝูงชนหลบหนีออกจากพื้นที่กลับไปยัง สภ.กาญจนดิษฐ์ ทันที จนต้องยกเลิกการทำแผนในขั้นตอนของการบีบคอปลดสร้อยคอทองคำ กับแหวนทองและการเผาทำลายศพ   ต่อมาญาติผู้ตายได้เข้าพบกับ พ.ต.อ.สมบัติ ฉ่ำแสง ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรกาญจนดิษฐ์ เพื่อรับฟังรายละเอียดของคดี แต่ก็ยังปักใจเชื่อว่า ผู้ต้องหาไม่ได้ลงมือเพียงคนเดียวอย่างแน่นอน การเผาอำพรางศพต้องใช้น้ำมัน จำนวนมากและใช้เวลานาน จึงจะยังไม่ไปรับศพกลับมาทำพิธี โดยจะรอผลการสอบสวนของตำรวจอีกระยะหนึ่ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6Msi-zkXkhw

 2,847
สังคม-อาชญากรรม
15 มี.ค. 62

ศาลชั้นต้นพิพากษา ประหารชีวิต 'ผู้กองเหน่ง' หลักฐานมัดฆ่าโหด 'ผอ.อ้อย' พ่อแม่จ่ออุทธรณ์ทางแพ่งเพิ่ม

ศรีสะเกษ-ศาล จ.กันทรลักษ์ ได้อ่านคำพิพากษาในคดี ร.อ.ศุภชัย ภาโส หรือผู้กองเหน่ง อดีตนายทหาร ซึ่งเคยปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณเขาพระวิหาร ในฐานความผิดต่อชีวิต เนื่องจากตกเป็นผู้ต้องหาคดีฆ่าโหด ผอ.อ้อย หรือ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี อำพรางศพในป่าชายแดนข้างฐานทหาร จ.อุบลราชธานี   โดยศาลให้ลงโทษประหารชีวิตผู้กองเหน่ง ในส่วนคดีแพ่ง ให้ชดใช้แก่ครอบครัวเหยื่อรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,760,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี สำหรับจำเลยที่ 2 – ที่ 4 ศาลพิพากษายกฟ้องทุกข้อหา เนื่องจากพยานหลักฐานยังฟังไม่ได้ว่าได้กระทำความผิดจริงดังกล่าว   ด้านพ่อแม่ของ ผอ.อ้อย บอกว่า พอใจคำพิพากษาของศาลที่ให้ความเป็นธรรมกับตนและครอบครัว ญาติพี่น้อง ซึ่งตนต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่ได้เข้ามาช่วยในการติดตามหาร่างของ ผอ.อ้อย ลูกสาวของตน จนกระทั่งสามารถนำตัวฆาตกรโหดรายนี้มาลงโทษตามกฎหมายได้   ทั้งนี้ในส่วนของคดีแพ่งนี้ คงจะต้องมีการอุธรณ์ เนื่องจากว่าได้มีการเรียกร้องค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จากจำเลยให้กับโจทก์ร่วม เป็นจำนวนเงินประมาณ 4 ล้านบาทเศษ แต่ศาลพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าเสียหายเพียง 2 ล้านบาทเศษเท่านั้น ซึ่งทางทนายจะได้หารือเรื่องนี้กับพ่อแม่ของ ผอ.อ้อย เพื่อยื่นอุธรณ์ในทางแพ่งต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WjUATzRupLw  

 9,227
สังคม-อาชญากรรม
21 ก.พ. 62

'โมนา' นอนคุก รอลุ้นศาลอุทธรณ์ให้ประกัน คดีทารุณโหดสาวใช้วัย 16 จนตายก่อนอำพรางศพ

วานนี้ (20 ก.พ.) นางจันทิรา ศรีศักดิ์ ชาวจังหวัดเพชรบุรีมารดาของนางสาวจริยา ศรีศักดิ์ หรือน้องน้ำ อายุ 16 ปี ที่หายตัวไปเมื่อปี 2555 ก่อนพบว่าเสียชีวิตถูกฝังศพภายในบริเวณบ้านของนางสาวกฤษณา สุวรรณพิทักษ์ หรือโมนา อดีตผู้เข้าประกวดสาวงามในจังหวัดเพชรบุรี เดินทางมาที่ศาลอาญา รัชดา เพื่อฟังคำพิพากษาคดีการเสียชีวิตของลูกสาว   โดยศาลได้นัดให้นางสาวโมนา กับพวกรวม 3 คน ที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว หลังถูกยื่นฟ้องในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และ ร่วมกันซ้อนเร้นทำลายศพ มาฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น   ศาลพิเคราะห์จากพยานหลักฐานคำให้การของนางสาวกีรติ ลูกของนางสาวโมนา จำเลยที่ 1 พยานปากสำคัญได้เบิกความเล่าเหตุการณ์ตั้งแต่นางสาวโมนา จำเลยที่ 1 ได้ทำร้ายร่างกายน้องน้ำต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 12 -13 เมษายน 2555 เริ่มตั้งแต่ด้วยใชกระป๋องสเปรย์ตีเข้าที่ศีรษะน้องน้ำอย่างแรง และใช้พลาสติกแข็งของเครื่องดูดฝุ่น ตีที่ขาหลายครั้ง ไปจนถึงใช้ม้วนผมในขณะที่มีความร้อนจี้ตามร่างกายหลายแห่งจนเกิดแผลพุพองทั่วร่างกาย ทำให้น้องน้ำบาดเจ็บสาหัสนอนซมอยู่ประมาณ 1-2 วัน   โดยมีจำเลยที่ 2 ซึ่งคนงานในบ้านอีกคนเป็นผู้ดูแล กระทั่งวันที่ 14 เมษายน 2555 พยานพบน้องน้ำนั่งพิงกำแพงเสียชีวิตในห้องครัว โดยไม่ใส่เสื้อผ้า สอดคล้องกับคำให้การของจำเลยที่ 2 ที่ให้การรับสารภาพในการพิจารณาเล่าเหตุการณ์ชี้พยานหลักฐานแสดงท่าทางลักษณะของจำเลยที่ 1 ที่กระทำต่อน้องน้ำ ได้สอดคล้องลงรอยกันสนิท ทำให้เชื่อได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำผิดตามฟ้อง ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุกตลอดชีวิต พร้อมให้ชดใช้ค่าสินไหม ตามที่แม่ของน้องน้ำเรียกร้อง รวมเป็นเงิน 1 ล้าน 6 หมื่นบาทเศษ พร้อมดอกเบี้ย   ส่วนจำเลยที่ 2 และ 3 ที่ช่วยเหลือซ้อนเร้นอำพรางศพ ศาลลงโทษจำคุกคนละ 2 ปี แต่ให้การเป็นประโยชน์ จึงลดให้จำเลยที่ 2 เหลือ 1 ใน 3 จำคุก 1 ปี 4 เดือน  ส่วนจำเลยที่ 3 ลดโทษกึ่งนึง เหลือจำคุก 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา ขณะเดียวกันหลังศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น จำเลยที่ 1 เตรียมตัวยื่นขอประกันตัวต่อศาลทันที   แม่ผู้เสียชีวิตเปิดเผยฟังคำพิพากษาของศาล โดยกล่าวขอบคุณศาลที่ให้ความเป็นธรรม ซึ่งตัวเองก็ได้นำภาพถ่ายของลูกสาวติดตัวมาด้วยและบอกให้ดวงวิญญาณของลูกสาวมาฟังคำพิจารณาคดี ซึ่งผู้กระทำผิดก็ได้รับการลงโทษแล้ว ขณะที่ส่วนตัวในฐานะของคนเป็นแม่ยอมรับว่าในใจยังไม่สามารถให้อภัยได้ เนื่องจากผู้กระทำผิดก็ไม่มีความสำนึก แต่ในทางพระพุทธศาสนาก็ขออโหสิกรรมให้กับผู้กระทำผิด เพราะอยากให้ดวงวิญญาณของน้องน้ำไปสู่สุคติ หลังจากนี้ประมาณ 1 เดือนจะไปประกอบพิธีทางศาสนาเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับลูกสาว   หลังจากศาลอ่านคำพิพากษาแล้ว นางสาวกฤษณา หรือ โมนา จำเลยที่ 1 ได้ยื่นคำร้องขอประกันตัว พร้อมหลักทรัพย์ 600,000 บาทนั้น ล่าสุดศาลมีความเห็นควรส่งคำร้องขอประกันตัวดังกล่าวให้ศาลอุทธรณ์ เป็นผู้พิจารณา ระหว่างนี้ให้ควบคุมตัวไปขังไว้ที่ทัณฑสถานหญิงกลางระหว่างรอฟังคำสั่งประกันตัว คาดศาลอุทธรณ์ ใช้เวลาพิจารณาภายใน 5-7 วัน   ขณะที่จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ยื่นหลักทรัพย์คนละ 200,000 บาท ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ในระหว่างอุทธรณ์คดี โดยตีราคาประกันคนละ 200,000 บาท   สำหรับคดีนี้เกิดหลังจากนางจันทิรา ศรีศักดิ์ ชาวจังหวัดเพชรบุรี เข้าร้องทุกข์กับนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เมื่อปี 2560 ว่า นางสาวจริยา ศรีศักดิ์ หรือน้องน้ำ บุตรสาววัย 16 ปี หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยนานกว่า 5 ปี ก่อนจะพบเป็นศพถูกฆ่าอำพรางฝังดิน ในพื้นที่ตำบลหนองโสน อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี   ซึ่งจากการสอบปากคำพยานพบว่าเป็นฝีมือของ นางสาวกฤษณา สุวรรณพิทักษ์ หรือโมนา อายุ 45 ปี นายจ้างหญิง อดีตผู้เข้าประกวดนางงาม ที่ผู้เสียชีวิตเคยทำงานอยู่ และต่อมาตำรวจกองปราบปรามได้ติดตามจับกุมตัวนำมาสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าใช้กระป๋องสเปรย์ยาวทุบตีที่ร่างกายและศีรษะ และใช้เครื่องหนีบผม จี้ตามลำตัว จนผู้ตายเสียชีวิตในบ้านพักย่านจตุจักร จากนั้นได้ร่วมกับพวก 3-4 คน นำร่างผู้ตายไปฝังไว้ที่สวนหลังบ้านแม่ของผู้ต้องหาที่จังหวัดเพชรบุรี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/B5wqbYZdheo

 8,826
สรุปข่าว
21 ก.พ. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 21 ก.พ.62 แผ่นดินไหวลำปางถี่ยิบ-ไทยเข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว-ทษช.ยื่นหลักฐานปมยุบพรรค

-แผ่นดินไหวที่ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง ถี่ยิบตั้งแต่เที่ยงวันถึงตี 2 รวม 22 ครั้ง แรงสุด 4.9 แมกนิจูด เจดีย์ วิหาร อาคาร บ้าน ถนนเอียงร้าว จังหวัดใกล้เคียงแตกตื่นรับรู้แรงสั่นสะเทือน ผู้เชี่ยวชาญระบุแผ่นดินไหวเล็ก มาเป็นชุดต่อเนื่องในห้วงเวลาๆสั้นๆ ยังสามารถบอกได้ว่าจะเกิดแผ่นดินไวตามมาหรือไม่ แผ่นดินไหวลำปางถี่ยิบรวม 22 ครั้งแรงสุด 4.9 แมกนิจูด อาคารเอียงร้าว จ.ใกล้เคียงแตกตื่นรับรู้แรงสั่นสะเทือน   -อุตุฯประกาศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการประจำปี 2562 วันนี้ กินเวลานานถึงกลางเดือน พ.ค. วาฟรอมเตือนอีสานล่างแล้งจัด บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ขอนแก่น ชัยภูมิ โคราช เลย ส่วนลำพูนฝุ่นจิ๋วยังวิกฤตหนัก พุ่ง 70 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร จากเหตุไฟป่าบนดอย ต้องใช้ ฮ.ทหารดับไฟ โปรยละอองน้ำในเขตเมือง ส่วนฝนหลวงเริ่ม 1 มี.ค. ร้อนแล้วจ้า! ไทยเข้าสู่ฤดูร้อน 62 เป็นทางการยาวถึง พ.ค. เตือนอีสานล่างแล้งหนัก ไฟป่าลำพูนยังวิกฤต   -ทนายความและทีม กม.พรรคไทยรักษาชาติยื่นหลักฐานและคำโต้แย้งต่อศาลรธน. ในปมถูกยุบพรรค ยันพรรคทำตามประสงค์และความยินยอมของผู้ถูกเสนอชื่อ ด้วยเจตนาบริสุทธิ์ภายใต้ รธน.และข้อบังคับพรรค ไม่มีกม.ใดบัญญัติเป็นข้อห้าม พรรคเข้าใจโดยสุจริต ไม่ได้ทำโดยปฏิปักษ์ เมื่อมีพระราชโองการ พรรคได้แถลงทันที แสดงเจตนารมณ์ชัดเจน ยันพรรคไม่ได้แอบอ้างเสนอชื่อ ทั้งนี้ศาล รธน.จะนัดวินิจฉัย 27 ก.พ.นี้ ทษช.ยื่นแจงแก้ข้อกล่าวหาคดียุบพรรค เตรียมจัดปราศรัยใหญ่ที่ชัยนาท 25 ก.พ.   -เอกชัย หงส์กังวาน พร้อมเพื่อน ทำกิจกรรมค้านคำสั่ง ผบ.ทบ.เปิดเพลงหนักแผ่นดินตอบโต้พรรคการเมืองที่เสนอลดงบทหาร จำลองเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 พร้อมเปิดเพลงประเทศกูมี แต่ตำรวจเข้ามาห้ามและเปิดเครื่องขยายเสียงเพลง ความฝันอันสูงสุดเพื่อกลบเสียงเพลงประเทศกูมี ก่อนที่เชิญกลุ่มบุคคลทั้งหมดรวม 4 คน ขึ้นรถควบคุมผู้ต้องขัง ไป สน.นางเลิ้ง ระหว่างคุมตัวมี 1 ในผู้ต้องหาได้วิ่งหนี ตร.แต่ก็ถูกคุมตัวได้ในเวลาต่อมา ถูกแจ้งข้อหาไม่แจ้งขออนุญาตชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ทราบภายใน 24 ชม.ก่อนการชุมนุม และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่รับอนุญาต 'เอกชัย' บุกหน้าทบ.เปิดเพลง 'ประเทศกูมี' ถูก ตร.เปิดเพลง 'ความฝันอันสูงสุด' กลบ ก่อนโดนจับ 2 ข้อหา    -อภิสิทธิ์ พรรคประชาธิปัตย์ ชี้พรรคการเมืองไม่ควรหาเสียงโจมตีกัน เห็นต่างคุยกันในเชิงนโยบายได้ กรณีงบกลาโหมเป็นสิทธิ์ของแต่ละพรรค แต่อยากให้อยู่ในบรรยากาศที่ว่าตามข้อเท็จจริงและเหตุผล ชี้ที่ผ่านมากลาโหมเคยลดงบในปีที่ตนเป็นนายกฯและ พล.อ.ประวิตรเป็น รมว.กลาโหม แสดงว่าปรับลดได้ แต่ต้องมีเหตุผลว่าลดเพราะอะไร แต่ไม่ควรนำไปเป็นประเด็นขัดแย้ง   ด้านเสรีพิศุทธ์ ประกาศถ้าได้เป็นรัฐบาลจะไม่มีเกณฑ์ทหาร ยุบหน่วยทหารที่ไม่จำเป็น ยุบกองบัญชาการทหารสูงสุด เพื่อนำงบมาพัฒนาประเทศด้านอื่น    ขณะที่สนธิรัตน์ พลังประชารัฐ ชี้ที่หลายพรรคชูนโยบายปฏิรูปกองทัพ ยันกองทัพไม่ปฏิเสธการปฏิรูป แต่ตอนนี้พุ่งเป้าไปที่การตัดงบ ยกเลิกเกณฑ์ทหาร ซึ่งไม่ใช่หัวใจการปฏิรูปที่แท้จริง แต่เป็นการเมืองมากกว่า ตอนนี้ยังไม่จำเป็นต้องปฏิรูปเร่งด่วน ควรไปแก้ปัญหาอื่นที่ด่วนกว่า อย่าดึงกองทัพมาโยงเป็นประเด็น ชี้รัฐประหารทุกครั้งเกิดจากความล้มเลวของนักการเมือง ไม่ได้เกิดจากกองทัพ ปฏิกิริยาพรรคการเมือง ท่าทีหนุน-ค้านนโยบายลดงบกลาโหม    -โฆษกกลาโหม แถลงข่าวโต้พรรคการเมือง ชี้งบกลาโหมพูดแค่มุมเดียว สัดส่วนที่ได้รับจัดสรรโตขึ้นตามภาพรวมของประเทศ ยันไม่มีนัยยะซ่อนเร้น กองทัพไม่มีงบลับอะไร พร้อมรับฟังทุกข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ แต่ไม่ควรพูดกันแบบลอยๆ หากจาตุรนต์หรือเสรีพิศุทธ์มีข้อเสนอมาก็พร้อมฟัง ไม่อยากให้พูดผ่านสื่อ ทุกอย่างเป็นไปได้ถ้าศึกษาให้ดี ยันกองทัพโปร่งใส พล.ท.คงชีพ แจงงบกลาโหม โตขึ้นตามภาพรวมประเทศ ยันไม่มีนัยอะไรแอบแฝง   -อัยการนัดหมายธนาธร และกรรมการพรรคอีก 2 คน ไปฟังคำสั่งคดีคสช.แจ้งความผิด พรบ.คอม จัดไลฟ์สดรายการคืนวันศุกร์ให้ ปชช.เมื่อ 29 มิ.ย.61 โดยอัยการติดต่อมาที่ทนายบอกต้องสรุปคดีภายใน 22 ก.พ.สะท้อนถูกเร่งรัดคดีก่อนเลือกตั้ง โดยต้องไปพบอัยการ 27 ก.พ. ต้องลุ้นว่าต้องฝากขังหรือไม่ หากโดนจะสะท้อนใช้อำนาจเกินขอบเขต ปิดปากฝ่ายตรงข้าม   ด้านธนาธรบอกขอบคุณ #saveThanathorn จนติดเทรนด์ทวิตเตอร์ ยันยังไม่เสียขวัญ ไม่เสียกำลังใจ พรรคไม่สั่นคลอน มีจุดยืนชัดเจน ยันพรรคไม่ตอบโต้การใส่ร้ายจากฝ่ายตรงข้าม ชี้การใส่ร้ายทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไม่ได้ เชื่อ ปชช.มีวิจารณญาณในการรับข่าวสาร 'ธนาธร' ไม่เสียขวัญ คดีผิด พ.ร.บ.คอมไลฟ์สดวิจารณ์ คสช. แฟนคลับดัน #savethanathorn ติดเทรนด์    -สนช.ปิดประชุมกลางคันก่อนถึงวาระพรบ.ข้าว พรเพชรเรียกถกวิปให้ทบทวนเนื้อหา เลื่อนวาระประชุม 26 ก.พ. เครือข่ายเกษตรกรทางเลือก ยื่นจม.เปิดผนึกค้านและให้ชะลอพิจารณา ขอให้เป็นหน้าที่สภาใหม่หลังเลือกตั้ง สนช.ปิดประชุมกลางคันก่อนถึงวาระพ.ร.บ.ข้าว สั่งทบทวนเนื้อหา ก่อนประชุมใหม่ 26 ก.พ.   -ศาลอาญาพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต น.ส.โมนา ฆ่าโหดน้องน้ำ สาวใช้วัย 15 ด้วยการทารุณจนตาย ฝังอำพรางศพที่เพชรบุรี พร้อมชดเชยเงินให้แม่เหยื่อล้านกว่าบาทพร้อมดอกเบี้ย 7.5% ส่วนผู้ร่วมอำพรางศพอีก 2 คน ศาลสั่งจำคุก 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา จำเลยทั้ง 3 ยื่นประกันตัว ศาลปล่อยตัวชั่วคราวแค่ผู้ร่วมอำพรางศพ ส่วนโมนาให้รอศาลอุทธรณ์พิจารณา นำตัวเข้าทันฑสถานหญิงกลางทันที แม่เหยื่อบอกลูกได้รับความยุติธรรมแล้ว ติดใจทำไมโมนายังเลือดเย็น หลังศาลตัดสินยังยิ้มอย่างสบายใจ 'โมนา' นอนคุก รอลุ้นศาลอุทธรณ์ให้ประกัน คดีทารุณโหดสาวใช้วัย 16 จนตายก่อนอำพรางศพ   -ตร.จับหนุ่มหื่นที่อุบลฯ เพิ่งพ้นคุกได้ไม่กี่เดือน ใช้มีดจี้บุกข่มขืนสาวกลางหอพัก วงจรปิดแฉทำท่าช่วยตัวเอง เดินวนเวียนเคาะประตูห้องหอพัก จังหวะเหยื่อกลับจากเที่ยวกำลังเข้าห้อง ตรวจประวัติเป็นทหารเกณฑ์ในค่ายทหารอุบลฯ รวบหนุ่มหื่น ช่วยตัวเองหน้าห้องพัก ก่อนใช้มีดจี้สาวเพิ่งกลับจากเที่ยวเข้าห้องข่มขืน ทั้งที่เพิ่งพ้นโทษออกมา   -จับชายอ้างเป็นทหารยศพันตรี ปลอมไลน์นายกฯ สร้างความน่าเชื่อถือว่าคุยไลน์กับ พล.อ.ประยุทธ์ รู้วงในตลาดหุ้น หลอกเล่นหุ้นเสียหาย 50 ล้าน เหยื่อ 100 กว่าคน เตรียมขยายผลจับอีก 2 คนชวนเหยื่อมาเป็นสมาชิกร่วมลงทุน จับหนุ่มวัย 25 อ้างตัวเป็นพันตรีปลอมไลน์นายกฯ หลอกเหยื่อนับร้อยซื้อหุ้น สูญ 50 ล้าน    -สื่อสิ่งพิมพ์ไม่ได้ไปต่อ โพสต์ทูเดย์ปิดตัว ปิดฉาก 17 ปี M2F นสพ.แจกฟรีก็หยุดพิมพ์เช่นกัน พนง.200ชีวิตจะได้รับชดเชยตามกม.แรงงาน โดยจะหยุดพิมพ์ภายในมี.ค.นี้ และปรับเปลี่ยนเป็นสื่อดิจิทัลเต็มรูปแบบ สื่อสิ่งพิมพ์ไม่ได้ไปต่อ! ปิดฉากโพสต์ทูเดย์-m2f ปรับเป็นสื่อดิจิทัล จ่ายชดเชย 200 พนง.   -ตีนแมวปีนเข้าบ้านทนายความยกตู้เซฟขโมยทองแท่ง-พระเครื่อง มูลค่ากว่า 10 ล้านหลบหนี เผยใช้เวลางัดกว่า 2 วัน ก่อนนำตู้เซฟทิ้งคลอง สุดท้ายไม่รอดถูกรวบ ตร.จับได้ย่านมีนบุรี ตรวจประวัติพบหมายจับอีกเพียบทั้งลักทรัพย์-ข่มขืน ขยายผลต่อตามทรัพย์ที่ไปขายกลับคืน ส่วนซากตู้เซฟนักประดาน้ำตามงมขึ้นมาได้แล้ว ตีนแมวยกเค้าตู้เซฟบ้านทนายความ ขโมยทองแท่ง-พระเครื่อง มูลค่ากว่า 10 ล้านหลบหนี สุดท้ายหนีไม่รอด    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/za4OQQcjgRo

 3,274

Top