ค้นหา :

ผลการค้นหา "ฆ่าอำพรางศพ"

ข่าวภูมิภาค
30 พ.ค. 62

รวบหนุ่มวัย 25 สารภาพบีบคอ-เผาอำพรางศพ ด.ญ.วัย 14 คลี่คดีโครงกระดูกในป่าละเมาะ

ตรัง-จากกรณีชาวบ้านพบพบโครงกระดูกและชิ้นส่วนมนุษย์ถูกปิดบังอำพรางอยู่ป่าละเมาะ บริเวณพื้นที่ หมู่ 4 ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งเป็นพื้นที่เปลี่ยว คาดว่าเป็นของเด็กหญิงวัย 14 ปี ที่หายออกไปจากบ้านพักในพื้นที่ อ.นาโยง และได้มีการเข้าไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.นาโยง ตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 มี.ค.62 ที่ผ่านมา โดยสร้อยคอสแตนเลสรูปตัวการ์ตูนคุกกี้รันที่พบอยู่ที่เกิดเหตุ เป็นอันเดียวกับที่เด็กหญิงคนดังกล่าวใส่ ก่อนที่จะหายตัวไปและขนาดความสูงใกล้เคียงกัน   ต่อมาตำรวจจับกุมตัวนายวิษณุ บุญคง อายุ 25 ปี แฟนหนุ่มของ ด.ญ.วัย 14 ปี ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยเพียงรายเดียว โดยก่อนหน้านี้ญาติ ด.ญ.14 ปี ได้ไปแจ้งความคนหายและข้อหาพรากผู้เยาว์กับนายวิษณุ ตอนนี้เจ้าหน้าที่ได้ไปนำตัวจากท้องที่ จ.สุราษฎร์ธานี หลังจากหลบหนีออกไปจากบ้านพักหลังจากเกิดเหตุ เพื่อกลับมาทำการสืบสวนสอบสวนในพื้นที่ต่อไป และทำการอายัดตัวเอาไว้ก่อน อีกทั้งเขามีคดีติดตัว 2 คดี มีคดีหลบหนีจากทหารเกณฑ์ และคดีพรากผู้เยาว์ตามที่ญาติของ ด.ญ.14 ปี แจ้งเอาไว้ก่อนหน้านี้   ทั้งนี้ในเบื้องต้นอย่างไม่ชัดเจนได้ให้การรับสารภาพว่าได้ลงมือก่อเหตุจริงเพียงบางส่วน โดยการลงมือบีบคอผู้ตายจนเสียชีวิต หรือจะมีการทำร้ายก่อนหน้า แล้วนำร่างมาราดน้ำมันจุดไฟเผาเพื่ออำพรางคดีที่ป่าละเมาะ แต่จะมีใครร่วมขบวนการด้วยจะต้องสืบสวนต่อไป ในขณะนี้ได้มีการสอบปากคำไปทั้งหมด 10 ปาก ซึ่งเชื่อว่าหลักจากผล ดีเอ็นเอ ออกมาสามารถออกหมายจับและปิดคดีนี้ได้อย่างแน่นอน ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FCJ0y_yOddM

 12,872
ข่าวภูมิภาค
27 พ.ค. 62

คุมตัวหนุ่ม 27 ทำแผนฆ่าชิงทรัพย์สร้อยทอง-เผาอำพรางศพสาวสุราษฎร์ฯวัย 18

สุราษฎร์ธานี-จากคดีนายพีระพล นวลเสน่ห์ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุชิงทรัพย์ ฆ่าแล้วเผาอำพรางศพสาววัย 18 ปี โดยผู้ต้องหายังให้การยืนยัน เพียงแค่ประสงค์เหตุต่อทรัพย์เท่านั้น โดยหลังก่อเหตุได้นำสร้อยคอทองคำ นำหนัก 1 บาท และแหวน น้ำหนัก 1 สลึง ไปขายได้ 22,000 บาท นำไปให้ภรรยา 5,000 บาท และนำไปใช้จ่ายเหลืออยู่ 2,000 บาท   พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 กล่าวว่า เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุจริงโดยมีเหตุจูงใจประสงค์ต่อทรัพย์ แต่อย่างไรก็ต้องสอบปากคำและพิจารณาจากหลักฐานอื่นมาประกอบ เพราะไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้ต้องหาทั้งหมด ซึ่งได้ลงมาดูการสอบสวนของตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีและ สภ.กาญจนดิษฐ์ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยครบถ้วนทุกประเด็นหรือไม่   เนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจและผู้ต้องหาก่อเหตุอย่างโหดเหี้ยม ก่อเหตุชิงทรัพย์แล้วถึงกับฆ่าและเผาเป็นคดีที่สะเทือนขวัญ ในเรื่องนี้ปล่อยไว้ไม่ได้ต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด ขณะนี้ยังไม่ได้ตัดข้อสมมุติฐานในการก่อเหตุประเด็นใดทิ้ง และไม่ได้เชื่อในคำให้การของผู้ต้องหาจะต้องทำการสอบพยาน และให้เอาผลทางนิติวิทยาศาสตร์กับพยานหลักฐานอื่นเพิ่มเติมในที่เกิดเหตุมาประกอบด้วย   จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนายพีระพล ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยมีชาวบ้านจำนวนมากและญาติผู้ตายมายืนรอดู ตำรวจต้องนำหมวกนิรภัย สวมใส่คลุมศรีษะนายพีระพลไว้ แต่เมื่อรถตำรวจนำตัวมาถึงชาวบ้านได้ส่งเสียงตะโกนเป็นช่วงๆ การทำแผนจุดเกิดเหตุเริ่มจากนายพีระพล ยืนดักรอ น.ส.จรินยา ขับรถจักรยานยนต์กลับจากส่งหลานชายได้เรียกให้จอดรถหยุดพูดคุย และลงมือชิงทรัพย์ด้วยการถีบรถจักรยานยนต์ให้ล้มลงไปข้างทางทั้งคนทั้งรถ   ซึ่งชาวบ้านที่ดูการทำแผนอยู่แสดงความไม่พอใจ ที่นายพีระพลกระทำการอย่างโหดเหี้ยม ทั้งที่เป็นเพื่อนบ้านกันจนมีการลุกฮือจะเข้ามาใกล้ ซึ่งตำรวจเกรงจะไม่ปลอดภัย จึงรีบนำตัวนายพีระพลขึ้นรถตู้ตำรวจฝ่าฝูงชนหลบหนีออกจากพื้นที่กลับไปยัง สภ.กาญจนดิษฐ์ ทันที จนต้องยกเลิกการทำแผนในขั้นตอนของการบีบคอปลดสร้อยคอทองคำ กับแหวนทองและการเผาทำลายศพ   ต่อมาญาติผู้ตายได้เข้าพบกับ พ.ต.อ.สมบัติ ฉ่ำแสง ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรกาญจนดิษฐ์ เพื่อรับฟังรายละเอียดของคดี แต่ก็ยังปักใจเชื่อว่า ผู้ต้องหาไม่ได้ลงมือเพียงคนเดียวอย่างแน่นอน การเผาอำพรางศพต้องใช้น้ำมัน จำนวนมากและใช้เวลานาน จึงจะยังไม่ไปรับศพกลับมาทำพิธี โดยจะรอผลการสอบสวนของตำรวจอีกระยะหนึ่ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6Msi-zkXkhw

 2,647
สังคม-อาชญากรรม
15 มี.ค. 62

ศาลชั้นต้นพิพากษา ประหารชีวิต 'ผู้กองเหน่ง' หลักฐานมัดฆ่าโหด 'ผอ.อ้อย' พ่อแม่จ่ออุทธรณ์ทางแพ่งเพิ่ม

ศรีสะเกษ-ศาล จ.กันทรลักษ์ ได้อ่านคำพิพากษาในคดี ร.อ.ศุภชัย ภาโส หรือผู้กองเหน่ง อดีตนายทหาร ซึ่งเคยปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณเขาพระวิหาร ในฐานความผิดต่อชีวิต เนื่องจากตกเป็นผู้ต้องหาคดีฆ่าโหด ผอ.อ้อย หรือ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี อำพรางศพในป่าชายแดนข้างฐานทหาร จ.อุบลราชธานี   โดยศาลให้ลงโทษประหารชีวิตผู้กองเหน่ง ในส่วนคดีแพ่ง ให้ชดใช้แก่ครอบครัวเหยื่อรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,760,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี สำหรับจำเลยที่ 2 – ที่ 4 ศาลพิพากษายกฟ้องทุกข้อหา เนื่องจากพยานหลักฐานยังฟังไม่ได้ว่าได้กระทำความผิดจริงดังกล่าว   ด้านพ่อแม่ของ ผอ.อ้อย บอกว่า พอใจคำพิพากษาของศาลที่ให้ความเป็นธรรมกับตนและครอบครัว ญาติพี่น้อง ซึ่งตนต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่ได้เข้ามาช่วยในการติดตามหาร่างของ ผอ.อ้อย ลูกสาวของตน จนกระทั่งสามารถนำตัวฆาตกรโหดรายนี้มาลงโทษตามกฎหมายได้   ทั้งนี้ในส่วนของคดีแพ่งนี้ คงจะต้องมีการอุธรณ์ เนื่องจากว่าได้มีการเรียกร้องค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จากจำเลยให้กับโจทก์ร่วม เป็นจำนวนเงินประมาณ 4 ล้านบาทเศษ แต่ศาลพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าเสียหายเพียง 2 ล้านบาทเศษเท่านั้น ซึ่งทางทนายจะได้หารือเรื่องนี้กับพ่อแม่ของ ผอ.อ้อย เพื่อยื่นอุธรณ์ในทางแพ่งต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WjUATzRupLw  

 8,532
สังคม-อาชญากรรม
21 ก.พ. 62

'โมนา' นอนคุก รอลุ้นศาลอุทธรณ์ให้ประกัน คดีทารุณโหดสาวใช้วัย 16 จนตายก่อนอำพรางศพ

วานนี้ (20 ก.พ.) นางจันทิรา ศรีศักดิ์ ชาวจังหวัดเพชรบุรีมารดาของนางสาวจริยา ศรีศักดิ์ หรือน้องน้ำ อายุ 16 ปี ที่หายตัวไปเมื่อปี 2555 ก่อนพบว่าเสียชีวิตถูกฝังศพภายในบริเวณบ้านของนางสาวกฤษณา สุวรรณพิทักษ์ หรือโมนา อดีตผู้เข้าประกวดสาวงามในจังหวัดเพชรบุรี เดินทางมาที่ศาลอาญา รัชดา เพื่อฟังคำพิพากษาคดีการเสียชีวิตของลูกสาว   โดยศาลได้นัดให้นางสาวโมนา กับพวกรวม 3 คน ที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว หลังถูกยื่นฟ้องในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และ ร่วมกันซ้อนเร้นทำลายศพ มาฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น   ศาลพิเคราะห์จากพยานหลักฐานคำให้การของนางสาวกีรติ ลูกของนางสาวโมนา จำเลยที่ 1 พยานปากสำคัญได้เบิกความเล่าเหตุการณ์ตั้งแต่นางสาวโมนา จำเลยที่ 1 ได้ทำร้ายร่างกายน้องน้ำต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 12 -13 เมษายน 2555 เริ่มตั้งแต่ด้วยใชกระป๋องสเปรย์ตีเข้าที่ศีรษะน้องน้ำอย่างแรง และใช้พลาสติกแข็งของเครื่องดูดฝุ่น ตีที่ขาหลายครั้ง ไปจนถึงใช้ม้วนผมในขณะที่มีความร้อนจี้ตามร่างกายหลายแห่งจนเกิดแผลพุพองทั่วร่างกาย ทำให้น้องน้ำบาดเจ็บสาหัสนอนซมอยู่ประมาณ 1-2 วัน   โดยมีจำเลยที่ 2 ซึ่งคนงานในบ้านอีกคนเป็นผู้ดูแล กระทั่งวันที่ 14 เมษายน 2555 พยานพบน้องน้ำนั่งพิงกำแพงเสียชีวิตในห้องครัว โดยไม่ใส่เสื้อผ้า สอดคล้องกับคำให้การของจำเลยที่ 2 ที่ให้การรับสารภาพในการพิจารณาเล่าเหตุการณ์ชี้พยานหลักฐานแสดงท่าทางลักษณะของจำเลยที่ 1 ที่กระทำต่อน้องน้ำ ได้สอดคล้องลงรอยกันสนิท ทำให้เชื่อได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำผิดตามฟ้อง ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุกตลอดชีวิต พร้อมให้ชดใช้ค่าสินไหม ตามที่แม่ของน้องน้ำเรียกร้อง รวมเป็นเงิน 1 ล้าน 6 หมื่นบาทเศษ พร้อมดอกเบี้ย   ส่วนจำเลยที่ 2 และ 3 ที่ช่วยเหลือซ้อนเร้นอำพรางศพ ศาลลงโทษจำคุกคนละ 2 ปี แต่ให้การเป็นประโยชน์ จึงลดให้จำเลยที่ 2 เหลือ 1 ใน 3 จำคุก 1 ปี 4 เดือน  ส่วนจำเลยที่ 3 ลดโทษกึ่งนึง เหลือจำคุก 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา ขณะเดียวกันหลังศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น จำเลยที่ 1 เตรียมตัวยื่นขอประกันตัวต่อศาลทันที   แม่ผู้เสียชีวิตเปิดเผยฟังคำพิพากษาของศาล โดยกล่าวขอบคุณศาลที่ให้ความเป็นธรรม ซึ่งตัวเองก็ได้นำภาพถ่ายของลูกสาวติดตัวมาด้วยและบอกให้ดวงวิญญาณของลูกสาวมาฟังคำพิจารณาคดี ซึ่งผู้กระทำผิดก็ได้รับการลงโทษแล้ว ขณะที่ส่วนตัวในฐานะของคนเป็นแม่ยอมรับว่าในใจยังไม่สามารถให้อภัยได้ เนื่องจากผู้กระทำผิดก็ไม่มีความสำนึก แต่ในทางพระพุทธศาสนาก็ขออโหสิกรรมให้กับผู้กระทำผิด เพราะอยากให้ดวงวิญญาณของน้องน้ำไปสู่สุคติ หลังจากนี้ประมาณ 1 เดือนจะไปประกอบพิธีทางศาสนาเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับลูกสาว   หลังจากศาลอ่านคำพิพากษาแล้ว นางสาวกฤษณา หรือ โมนา จำเลยที่ 1 ได้ยื่นคำร้องขอประกันตัว พร้อมหลักทรัพย์ 600,000 บาทนั้น ล่าสุดศาลมีความเห็นควรส่งคำร้องขอประกันตัวดังกล่าวให้ศาลอุทธรณ์ เป็นผู้พิจารณา ระหว่างนี้ให้ควบคุมตัวไปขังไว้ที่ทัณฑสถานหญิงกลางระหว่างรอฟังคำสั่งประกันตัว คาดศาลอุทธรณ์ ใช้เวลาพิจารณาภายใน 5-7 วัน   ขณะที่จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ยื่นหลักทรัพย์คนละ 200,000 บาท ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ในระหว่างอุทธรณ์คดี โดยตีราคาประกันคนละ 200,000 บาท   สำหรับคดีนี้เกิดหลังจากนางจันทิรา ศรีศักดิ์ ชาวจังหวัดเพชรบุรี เข้าร้องทุกข์กับนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เมื่อปี 2560 ว่า นางสาวจริยา ศรีศักดิ์ หรือน้องน้ำ บุตรสาววัย 16 ปี หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยนานกว่า 5 ปี ก่อนจะพบเป็นศพถูกฆ่าอำพรางฝังดิน ในพื้นที่ตำบลหนองโสน อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี   ซึ่งจากการสอบปากคำพยานพบว่าเป็นฝีมือของ นางสาวกฤษณา สุวรรณพิทักษ์ หรือโมนา อายุ 45 ปี นายจ้างหญิง อดีตผู้เข้าประกวดนางงาม ที่ผู้เสียชีวิตเคยทำงานอยู่ และต่อมาตำรวจกองปราบปรามได้ติดตามจับกุมตัวนำมาสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าใช้กระป๋องสเปรย์ยาวทุบตีที่ร่างกายและศีรษะ และใช้เครื่องหนีบผม จี้ตามลำตัว จนผู้ตายเสียชีวิตในบ้านพักย่านจตุจักร จากนั้นได้ร่วมกับพวก 3-4 คน นำร่างผู้ตายไปฝังไว้ที่สวนหลังบ้านแม่ของผู้ต้องหาที่จังหวัดเพชรบุรี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/B5wqbYZdheo

 8,584
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
21 ก.พ. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 21 ก.พ.62 แผ่นดินไหวลำปางถี่ยิบ-ไทยเข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว-ทษช.ยื่นหลักฐานปมยุบพรรค

-แผ่นดินไหวที่ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง ถี่ยิบตั้งแต่เที่ยงวันถึงตี 2 รวม 22 ครั้ง แรงสุด 4.9 แมกนิจูด เจดีย์ วิหาร อาคาร บ้าน ถนนเอียงร้าว จังหวัดใกล้เคียงแตกตื่นรับรู้แรงสั่นสะเทือน ผู้เชี่ยวชาญระบุแผ่นดินไหวเล็ก มาเป็นชุดต่อเนื่องในห้วงเวลาๆสั้นๆ ยังสามารถบอกได้ว่าจะเกิดแผ่นดินไวตามมาหรือไม่ แผ่นดินไหวลำปางถี่ยิบรวม 22 ครั้งแรงสุด 4.9 แมกนิจูด อาคารเอียงร้าว จ.ใกล้เคียงแตกตื่นรับรู้แรงสั่นสะเทือน   -อุตุฯประกาศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการประจำปี 2562 วันนี้ กินเวลานานถึงกลางเดือน พ.ค. วาฟรอมเตือนอีสานล่างแล้งจัด บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ขอนแก่น ชัยภูมิ โคราช เลย ส่วนลำพูนฝุ่นจิ๋วยังวิกฤตหนัก พุ่ง 70 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร จากเหตุไฟป่าบนดอย ต้องใช้ ฮ.ทหารดับไฟ โปรยละอองน้ำในเขตเมือง ส่วนฝนหลวงเริ่ม 1 มี.ค. ร้อนแล้วจ้า! ไทยเข้าสู่ฤดูร้อน 62 เป็นทางการยาวถึง พ.ค. เตือนอีสานล่างแล้งหนัก ไฟป่าลำพูนยังวิกฤต   -ทนายความและทีม กม.พรรคไทยรักษาชาติยื่นหลักฐานและคำโต้แย้งต่อศาลรธน. ในปมถูกยุบพรรค ยันพรรคทำตามประสงค์และความยินยอมของผู้ถูกเสนอชื่อ ด้วยเจตนาบริสุทธิ์ภายใต้ รธน.และข้อบังคับพรรค ไม่มีกม.ใดบัญญัติเป็นข้อห้าม พรรคเข้าใจโดยสุจริต ไม่ได้ทำโดยปฏิปักษ์ เมื่อมีพระราชโองการ พรรคได้แถลงทันที แสดงเจตนารมณ์ชัดเจน ยันพรรคไม่ได้แอบอ้างเสนอชื่อ ทั้งนี้ศาล รธน.จะนัดวินิจฉัย 27 ก.พ.นี้ ทษช.ยื่นแจงแก้ข้อกล่าวหาคดียุบพรรค เตรียมจัดปราศรัยใหญ่ที่ชัยนาท 25 ก.พ.   -เอกชัย หงส์กังวาน พร้อมเพื่อน ทำกิจกรรมค้านคำสั่ง ผบ.ทบ.เปิดเพลงหนักแผ่นดินตอบโต้พรรคการเมืองที่เสนอลดงบทหาร จำลองเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 พร้อมเปิดเพลงประเทศกูมี แต่ตำรวจเข้ามาห้ามและเปิดเครื่องขยายเสียงเพลง ความฝันอันสูงสุดเพื่อกลบเสียงเพลงประเทศกูมี ก่อนที่เชิญกลุ่มบุคคลทั้งหมดรวม 4 คน ขึ้นรถควบคุมผู้ต้องขัง ไป สน.นางเลิ้ง ระหว่างคุมตัวมี 1 ในผู้ต้องหาได้วิ่งหนี ตร.แต่ก็ถูกคุมตัวได้ในเวลาต่อมา ถูกแจ้งข้อหาไม่แจ้งขออนุญาตชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ทราบภายใน 24 ชม.ก่อนการชุมนุม และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่รับอนุญาต 'เอกชัย' บุกหน้าทบ.เปิดเพลง 'ประเทศกูมี' ถูก ตร.เปิดเพลง 'ความฝันอันสูงสุด' กลบ ก่อนโดนจับ 2 ข้อหา    -อภิสิทธิ์ พรรคประชาธิปัตย์ ชี้พรรคการเมืองไม่ควรหาเสียงโจมตีกัน เห็นต่างคุยกันในเชิงนโยบายได้ กรณีงบกลาโหมเป็นสิทธิ์ของแต่ละพรรค แต่อยากให้อยู่ในบรรยากาศที่ว่าตามข้อเท็จจริงและเหตุผล ชี้ที่ผ่านมากลาโหมเคยลดงบในปีที่ตนเป็นนายกฯและ พล.อ.ประวิตรเป็น รมว.กลาโหม แสดงว่าปรับลดได้ แต่ต้องมีเหตุผลว่าลดเพราะอะไร แต่ไม่ควรนำไปเป็นประเด็นขัดแย้ง   ด้านเสรีพิศุทธ์ ประกาศถ้าได้เป็นรัฐบาลจะไม่มีเกณฑ์ทหาร ยุบหน่วยทหารที่ไม่จำเป็น ยุบกองบัญชาการทหารสูงสุด เพื่อนำงบมาพัฒนาประเทศด้านอื่น    ขณะที่สนธิรัตน์ พลังประชารัฐ ชี้ที่หลายพรรคชูนโยบายปฏิรูปกองทัพ ยันกองทัพไม่ปฏิเสธการปฏิรูป แต่ตอนนี้พุ่งเป้าไปที่การตัดงบ ยกเลิกเกณฑ์ทหาร ซึ่งไม่ใช่หัวใจการปฏิรูปที่แท้จริง แต่เป็นการเมืองมากกว่า ตอนนี้ยังไม่จำเป็นต้องปฏิรูปเร่งด่วน ควรไปแก้ปัญหาอื่นที่ด่วนกว่า อย่าดึงกองทัพมาโยงเป็นประเด็น ชี้รัฐประหารทุกครั้งเกิดจากความล้มเลวของนักการเมือง ไม่ได้เกิดจากกองทัพ ปฏิกิริยาพรรคการเมือง ท่าทีหนุน-ค้านนโยบายลดงบกลาโหม    -โฆษกกลาโหม แถลงข่าวโต้พรรคการเมือง ชี้งบกลาโหมพูดแค่มุมเดียว สัดส่วนที่ได้รับจัดสรรโตขึ้นตามภาพรวมของประเทศ ยันไม่มีนัยยะซ่อนเร้น กองทัพไม่มีงบลับอะไร พร้อมรับฟังทุกข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ แต่ไม่ควรพูดกันแบบลอยๆ หากจาตุรนต์หรือเสรีพิศุทธ์มีข้อเสนอมาก็พร้อมฟัง ไม่อยากให้พูดผ่านสื่อ ทุกอย่างเป็นไปได้ถ้าศึกษาให้ดี ยันกองทัพโปร่งใส พล.ท.คงชีพ แจงงบกลาโหม โตขึ้นตามภาพรวมประเทศ ยันไม่มีนัยอะไรแอบแฝง   -อัยการนัดหมายธนาธร และกรรมการพรรคอีก 2 คน ไปฟังคำสั่งคดีคสช.แจ้งความผิด พรบ.คอม จัดไลฟ์สดรายการคืนวันศุกร์ให้ ปชช.เมื่อ 29 มิ.ย.61 โดยอัยการติดต่อมาที่ทนายบอกต้องสรุปคดีภายใน 22 ก.พ.สะท้อนถูกเร่งรัดคดีก่อนเลือกตั้ง โดยต้องไปพบอัยการ 27 ก.พ. ต้องลุ้นว่าต้องฝากขังหรือไม่ หากโดนจะสะท้อนใช้อำนาจเกินขอบเขต ปิดปากฝ่ายตรงข้าม   ด้านธนาธรบอกขอบคุณ #saveThanathorn จนติดเทรนด์ทวิตเตอร์ ยันยังไม่เสียขวัญ ไม่เสียกำลังใจ พรรคไม่สั่นคลอน มีจุดยืนชัดเจน ยันพรรคไม่ตอบโต้การใส่ร้ายจากฝ่ายตรงข้าม ชี้การใส่ร้ายทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไม่ได้ เชื่อ ปชช.มีวิจารณญาณในการรับข่าวสาร 'ธนาธร' ไม่เสียขวัญ คดีผิด พ.ร.บ.คอมไลฟ์สดวิจารณ์ คสช. แฟนคลับดัน #savethanathorn ติดเทรนด์    -สนช.ปิดประชุมกลางคันก่อนถึงวาระพรบ.ข้าว พรเพชรเรียกถกวิปให้ทบทวนเนื้อหา เลื่อนวาระประชุม 26 ก.พ. เครือข่ายเกษตรกรทางเลือก ยื่นจม.เปิดผนึกค้านและให้ชะลอพิจารณา ขอให้เป็นหน้าที่สภาใหม่หลังเลือกตั้ง สนช.ปิดประชุมกลางคันก่อนถึงวาระพ.ร.บ.ข้าว สั่งทบทวนเนื้อหา ก่อนประชุมใหม่ 26 ก.พ.   -ศาลอาญาพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต น.ส.โมนา ฆ่าโหดน้องน้ำ สาวใช้วัย 15 ด้วยการทารุณจนตาย ฝังอำพรางศพที่เพชรบุรี พร้อมชดเชยเงินให้แม่เหยื่อล้านกว่าบาทพร้อมดอกเบี้ย 7.5% ส่วนผู้ร่วมอำพรางศพอีก 2 คน ศาลสั่งจำคุก 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา จำเลยทั้ง 3 ยื่นประกันตัว ศาลปล่อยตัวชั่วคราวแค่ผู้ร่วมอำพรางศพ ส่วนโมนาให้รอศาลอุทธรณ์พิจารณา นำตัวเข้าทันฑสถานหญิงกลางทันที แม่เหยื่อบอกลูกได้รับความยุติธรรมแล้ว ติดใจทำไมโมนายังเลือดเย็น หลังศาลตัดสินยังยิ้มอย่างสบายใจ 'โมนา' นอนคุก รอลุ้นศาลอุทธรณ์ให้ประกัน คดีทารุณโหดสาวใช้วัย 16 จนตายก่อนอำพรางศพ   -ตร.จับหนุ่มหื่นที่อุบลฯ เพิ่งพ้นคุกได้ไม่กี่เดือน ใช้มีดจี้บุกข่มขืนสาวกลางหอพัก วงจรปิดแฉทำท่าช่วยตัวเอง เดินวนเวียนเคาะประตูห้องหอพัก จังหวะเหยื่อกลับจากเที่ยวกำลังเข้าห้อง ตรวจประวัติเป็นทหารเกณฑ์ในค่ายทหารอุบลฯ รวบหนุ่มหื่น ช่วยตัวเองหน้าห้องพัก ก่อนใช้มีดจี้สาวเพิ่งกลับจากเที่ยวเข้าห้องข่มขืน ทั้งที่เพิ่งพ้นโทษออกมา   -จับชายอ้างเป็นทหารยศพันตรี ปลอมไลน์นายกฯ สร้างความน่าเชื่อถือว่าคุยไลน์กับ พล.อ.ประยุทธ์ รู้วงในตลาดหุ้น หลอกเล่นหุ้นเสียหาย 50 ล้าน เหยื่อ 100 กว่าคน เตรียมขยายผลจับอีก 2 คนชวนเหยื่อมาเป็นสมาชิกร่วมลงทุน จับหนุ่มวัย 25 อ้างตัวเป็นพันตรีปลอมไลน์นายกฯ หลอกเหยื่อนับร้อยซื้อหุ้น สูญ 50 ล้าน    -สื่อสิ่งพิมพ์ไม่ได้ไปต่อ โพสต์ทูเดย์ปิดตัว ปิดฉาก 17 ปี M2F นสพ.แจกฟรีก็หยุดพิมพ์เช่นกัน พนง.200ชีวิตจะได้รับชดเชยตามกม.แรงงาน โดยจะหยุดพิมพ์ภายในมี.ค.นี้ และปรับเปลี่ยนเป็นสื่อดิจิทัลเต็มรูปแบบ สื่อสิ่งพิมพ์ไม่ได้ไปต่อ! ปิดฉากโพสต์ทูเดย์-m2f ปรับเป็นสื่อดิจิทัล จ่ายชดเชย 200 พนง.   -ตีนแมวปีนเข้าบ้านทนายความยกตู้เซฟขโมยทองแท่ง-พระเครื่อง มูลค่ากว่า 10 ล้านหลบหนี เผยใช้เวลางัดกว่า 2 วัน ก่อนนำตู้เซฟทิ้งคลอง สุดท้ายไม่รอดถูกรวบ ตร.จับได้ย่านมีนบุรี ตรวจประวัติพบหมายจับอีกเพียบทั้งลักทรัพย์-ข่มขืน ขยายผลต่อตามทรัพย์ที่ไปขายกลับคืน ส่วนซากตู้เซฟนักประดาน้ำตามงมขึ้นมาได้แล้ว ตีนแมวยกเค้าตู้เซฟบ้านทนายความ ขโมยทองแท่ง-พระเครื่อง มูลค่ากว่า 10 ล้านหลบหนี สุดท้ายหนีไม่รอด    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/za4OQQcjgRo

 2,957

Top