ค้นหา :

ผลการค้นหา "ฆ่าอำพรางศพ"

อาชญากรรม
25 ก.พ. 63

'บรรยิน' ลั่นไม่กังวลคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา หนึ่งในคนร้ายชี้จุดเผานั่งยาง พบเศษกระดูก-แหวนทอง

ชุดปฏิบัติการพิเศษ หนุมาน กองปราบปราม เบิกตัวพันตำรวจโทบรรยิน ตั้งภากรณ์ ออกมาจากห้องควบคุมตัว กองปราบปราม ให้พนักงานสอบสวนเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม โดยระหว่างคุมตัวนั้นพันตำรวจโทบรรยิน ระบุว่า เป็นครั้งแรกที่ถูกนำตัวไปสอบปากคำหลังถูกจับกุมเมื่อไปก่อนหน้านี้ ส่วนรายละเอียดตนเองได้เขียนชี้แจงไปหมดแล้ว ส่วนตัวไม่ได้มีความกังวล     เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามถามว่าตนเองได้อยู่บริเวณหน้าศาลอาญากรุงเทพใต้ในวันที่เกิดเหตุตามวงจรปิดที่เป็นหลักฐานสำคัญหรือไม่พ.ต.ท.บรรยิน ไม่ทันได้ตอบ ตำรวจก็นำตัวขึ้นไปข้างบนทันที ท่ามกลางการอารักขาอย่างเเน่นหนา     ขณะที่นางวราภรณ์ ภรรยาและลูกชาย ที่มารอเยี่ยมตามรอบเวลา 16.00 - 17.00น. ภายหลังเห็นพันตำรวจบรรยินถูกคุมตัวไปสอบก็ได้เดินตามขึ้นไปด้านบนเช่นกัน     ขณะที่มีรายงานว่าทางชุดปฏิบัติการพิเศษ หนุมาน ได้คุมตัวผู้ต้องหาอีก 3 ราย ประกอบด้วยนายประชาวิทย์ ศรีทองสุข นายชาติชาย เมณฑ์กุล และนายธงชัย วลีสัจจะ หรือ สจ.อ๊อด ที่เพิ่งถูกจับกุมได้เมื่อวันก่อน และถูกนำตัวไปสอบสวนขยายผลที่จังหวัดนครสวรรค์ ล่าสุดได้คุมตัวมาส่งพนักงานสอบสวนกองปราบปรามเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมเเล้ว     สำหรับคดีนี้มีผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 6 คน ประกอบด้วย พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์  ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ว่าจ้าง  นายธงชัย วจีสัจจะ หรือ สจ.อ๊อด นายมานัส ทับนิล ผู้จัดหาคน-ขับรถรับส่งทีมที่ก่อเหตุ และนายณรงค์ศักดิ์ ป้อมจันทร์ นายประชาวิทย์ ศรีทองสุข นายชาติชาย เมณฑ์กุล เป็นผู้ร่วมลงมือ ทั้งหมดถูกแจ้งข้อหาร่วมกันข่มขืนใจเจ้าพนักงาน ซ่องโจร เพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่โดยหน่วงเหนี่ยวกักขังบุคคลใด     ขณะที่จังหวัดนครสวรรค์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ประดาน้ำที่ค้นหาที่บริเวณแม่น้ำปิงหน้าวัดไทรใต้ ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ได้เจอโทรศัพท์มือถือ ซึ่งพบเจอใกล้กับจุดที่ผู้ต้องสงสัยชี้จุดทิ้งโทรศัพท์ประมาณ 5-10 เมตร ห่างจากตลิ่ง 5-10 เมตร โดยโทรศัพท์เครื่องดังกล่าว ได้ส่งมอบให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเพื่อตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นโทรศัพท์ยี่ห้อ AIS LAVA สีดำ  พร้อมแบตเตอรี่สีขาว และซิมโทรศัพท์ระบบ  AIS  ที่อยู่กับเครื่อง 1 ซิม     ส่วนบริเวณลำน้ำเจ้าพระยาหมู่ที่ 4 ตำบลกลางแดด อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำกว่า 10 นาย ยังคงลงดำเพื่อค้นหาชิ้นส่วน พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสื่อเข้ามาติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารเพื่อสามารถส่งข้อมูลให้กับผู้บังคับบัญชาได้สะดวกยิ่งขึ้น และมีอุปสรรคในเรื่องของกระแสน้ำที่ไหลแรง และน้ำสีขุ่น ซึ่งวันที่มีการนำศพไปทิ้งผ่านไปแล้ว 20 วัน มีปัญหาเรื่องตะกอนอาจจะพัดไปทับถม ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ฝากประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนในพื้นที่ หากสังเกตเห็นถุงพลาสติกสีแดง หรือถุงต้องสงสัยลอบไปตามแม่น้ำเจ้าพระยาให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่     เมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 24 ก.พ.63 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานนครสวรรค์ได้เข้าไปตรวจสอบพื้นที่ร้าง หมู่ 5 ต.นิคมเขาบ่อแก้ว อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ หลังหนึ่งในคนร้ายให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จุดที่นำร่างของผู้เสียชีวิตไปเผานั่งยางและทิ้งวัตถุพยานหลักฐานอยู่บริเวณดังกล่าวด้วย     ซึ่งจากการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานนครสวรรค์ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า สภาพพื้นที่อยู่เป็นที่ร้างว่างป่าวห่างไกลจากชุมชนกว่า 2 กิโลเมตร ในบริเวณพบว่า มีร่องรอยการจุดกองไฟเผายางรถยนต์ และมีเศษกระดูกจำนวนหนึ่งที่ถูกไฟเผา รวมถึงแหวนคล้ายทอง และซากยางรถยนต์ที่ถูกเผายังไม่หมดอีกบางส่วน จึงได้เก็บรวบรวมทุกอย่างที่เจอในสถานที่ดังกล่าวเพื่อส่งตรวจสอบว่าเป็นของนายวีรชัยหรือไม่ นอกจากนั้นได้สอบถามความเชื่อมโยงถึงจุดเผาดังกล่าวกับจุดเผาที่อำเถอตาคลี รวมถึงจุดที่บอกว่านำซากโครงกระดูกไปทิ้งแม่น้ำ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่บอกว่า ยังไม่ให้ข้อมูลใดๆ เพราะต้องยืนยันก่อนว่าจุดไหนจริง       นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยถึงคดีอุ้มฆ่าพี่ชายนางสาวพนิดา ศกุนตะประเสริฐ ผู้พิพากษาอาวุโส ศาลอาญากรุงเทพใต้ และเป็นเจ้าของสำนวนคดีโอนหุ้นนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้าน ระบุว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเวลา 17:30 นาฬิกา วันที่ 4 กุมภาพันธ์ คนร้าย 3-4 คน ได้ขับรถมาจอดบริเวณหน้าศาลอาญากรุงเทพใต้ ก่อนดักอุ้มพี่ชายของผู้พิพากษาขึ้นรถไป แล้วโทรศัพท์ข่มขู่ให้ผู้พิพากษาตัดสินคดีตามแนวทางที่ต้องการ คือให้ยกฟ้องในคดีการดอนหุ้น 300 ล้านบาท ที่ภรรยาของนายชูวงษ์เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.บรรยินกับพวกรวม 4 คนแต่ผู้พิพากษาปฏิเสธ จากนั้นผู้พิพากษาเข้าพบกองปราบปรามเพื่อขอความช่วยเหลือ จังหวะนั้นคนร้ายใช้โทรศัพท์มือถือของนายวีรชัย โทรกลับมาอีกครั้ง ตำรวจจึงทำการอัดเสียงการสนทนาเอาไว้ทั้งหมด ซึ่งสุดท้ายผู้พิพากษายังคงยืนกรนปฎิเสธที่จะทำตามข้อเรียกร้องขอคนร้าย คนร้ายจึงซ้อมที่ชายของผูพิพากษาหนักขึ้น จนเสียชีวิตภายในรถในช่วงค่ำของวันที่ 4 กุมภาพันธ์ กระทั่งเวลา 02.00 น. คนร้ายนำศพของนายวีรชัยไปเผาทำลายในป่า เอาร่างวางไว้บนแผ่นสังกะสีแต่เผาไม่หมด ก็นำชิ้นส่วนศพชำแหละสีถุงสีแดง 3 ใบไปทิ้งในแม่น้ำเจ้าพระยาในจุดที่เจ้าหน้าที่กำลังทำการค้นหาอยู่     กระทั่งวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตำรวจวิเคราะห์พยานหลักฐานเชื่อได้ว่าตัวประกัน คือ พี่ชายของผู้พิพากษาเสียชีวิตแล้ว จึงได้ขอศาลออกหมายจับพันตำรวจโทบรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ อดีต ส.ส.นครสวรรค์ และเข้าจับกุมในเช้าวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาสำหรับแนวทางการสืบสวนคดีนี้ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ระบุว่า ตำรวจมีการประสานข้อมูลกับผู้พิพากษาอย่างใกล้ชิด ทั้งยังได้จัดกำลังดูแลรับ-ส่งเวลาเดินทางมาทำงานด้วย เพราะผู้พิพากษายังอยู่ในอาการหวาดกลัว และตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนที่ผ่านมา เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ยอมรับว่า นางสาวพนิดา ผู้พิพากษา ถูกจำเลยในคดีโอนหุ้นนายชูวงษ์ มูลค่า 300 ล้านบาท คุกคามมาโดยตลอด ตั้งแต่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้พิจารณาคดี เหตุการณ์นี้ถือเป็นเรื่องร้ายแรงที่ไม่เคยเกิดขึ้นในศาลยุติธรรมมาก่อน ในการจับตัวประกันไปข่มขู่เพื่อต่อรองผลการตัดสินคดี ซึ่งหลังจากนี้จะต้องมีการหารือเพื่อมาตรการเข้มงวดดูแลผู้พิพากษาทั่วประเทศสำหรับการรักษาความปลอดภัยให้กับผู้พิพากษาศาล        เมื่อย้อนดูมูลเหตุของคดีนี้ เมื่อ 26 มิถุนายนปี 2558 เกี่ยวกับเสี่ยชูวงษ์ หรือชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักอสังหาริมทรัพย์หมื่นล้าน เสียชีวิตจากการประสบอุบัติเหตุขณะที่นั่งรถยนต์ของ พ.ต.ท.บรรยิน ขณะกลับจากตีกอล์ฟด้วยกัน ซึ่ง พ.ต.ท.บรรยินเป็นคนขับ เสี่ยชูวงษ์นั่งข้างคนขับ หลังจากนั้นทางครอบครัวไปพบสิ่งผิดปกติเกี่ยวกับการตายของเสี่ยชูวงษ์ แล้วก็ไปเจอว่าก่อนที่จะเสียชีวิตประมาณ 1 สัปดาห์ ได้มีการขายหุ้นจำนวนมากให้กับบุคคลอื่น ประกอบการชันสูตรศพเหมือนกับเสี่ยชูวงษ์ไม่ได้ตายจากอุบัติเหตุแต่เป็นการฆาตกรรม เพราะรถที่ขับไปประสบอุบัติเหตุ ขับอยู่แค่ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และจากการตรวจศพมีร่องรอยการถูดรัดคอ และมีของแข็งกระแทกที่คอ หลังจากนั้นมีการแจ้งความ 2 คดี คดีแรกเกี่ยวกับการปลอมแปลงการโอนหุ้นต่างๆ  และอีกคดีคือ พยายามฆ่า แต่คดีร่วมกันฆ่าผู้อื่น ออกหมายจับวันที่ 28 มิถุนายน 2559 แต่นัดฟังคำพิพากษา วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 แต่ศาลได้จำหน่ายคดีนี้ชั่วคราวเพื่อรอคำพิพากษาในคดีเกี่ยวกับการโกงหุ้นก่อน ต่ามา พ.ต.ท.บรรยินได้พยายามต่อรองให้มีการยกฟ้องในคดีโกงหุ้นเสี่ยชูวงษ์กว่า 300 ล้านบาท ที่ทำร่วมกับอดีตพริตตี้และโบรคเกอรือีกคนเป็นผู้หญิง 2คน ซึ่งเป็นคนสนิทของ พ.ต.ท.บรรยิน        ตลอดเวลาการต่อสู้คดี พ.ต.ท.บรรยิน พยายามที่จะร้องเรียน เรียกร้องให้เปลี่ยนตัวผู้พิพากษา ร่วมถึงร้องฎีกา แต่สุดท้ายไม่เป็นผล เพราะศาลนัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 20 มีนาคม 2563 นี้ จึงนำไปสู่การอุ้มตัวพี่ชายของผู้พิพากษาคนดังกล่าว เพื่อที่จะเป็นเครื่องมือต่อรองทางคดี แต่เหตุการณ์บานปลายทำให้เกิดคดีฆาตกรรมมาอีก 1 คดี         ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NWGa8hmv7jw    

 241
อาชญากรรม
05 ก.พ. 63

ตร.มุ่งประเด็นทำงานเพื่อส่วนรวม ชนวนสังหารกำนันหญิง จ.หนองคาย

ตำรวจหนองคาย เจอล้อรถจักรยานยนต์สองข้างของคนร้ายฆ่ากำนันหญิงนักพัฒนาที่ถูกถอดแล้วทิ้งลงอ่างเก็บน้ำ พบเป็นวัยรุ่นคะนอง เห็นรถจมน้ำ พากันยกขึ้นมาแล้วถอดล้อออก   จากกรณีคนร้ายเป็นชายสูงประมาณ 170 เซนติเมตร สวมหมวกกันน็อคเต็มใบ ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีแดง ทำทีไปขอซื้อเครื่องดื่มชูกำลังที่บ้านนางกรรณิการ์ วงค์ศิริ อายุ 52 ปี กำนันตำบลผาตั้ง หรือ กำนันเตี้ย ที่บ้าน ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย แล้วใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม.ยิงขมับกำนันเตี้ยเสียชีวิตคาห้องครัว เหตุเกิดช่วงเวลาประมาณ 09.30 น. วันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา   ต่อมาวันที่ 3 ก.พ.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบรถจักรยานยนต์และหมวกกันน็อคของคนร้ายถูกทิ้งในอ่างเก็บน้ำห้วยสระคลองใหญ่ ต.คำด้วง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ห่างจากจุดเกิดเหตุฆ่ากำนันประมาณ 21 กิโลเมตร ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น   ความคืบหน้าล่าสุด ช่วงบ่ายวันนี้ (5 ก.พ.63) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า หลังจากตำรวจพบรถจักรยานยนต์ถูกถอดล้อทั้งสองล้อ ชิ้นส่วนอื่น ๆ เช่น ท่อไอเสีย กระจกมองข้างซ้ายหายไป ชุดประดาน้ำกู้ภัยประจักษ์หนองคายได้ดำน้ำค้นหาก็พบเพียงกระจกมองข้าง และดุมล้อ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดไล่ล่าคนร้าย ได้พบหลักฐานสำคัญที่หายไป คือ ล้อรถจักรยานยนต์ของคนร้ายทั้งสองล้อ    โดยเป็นกลุ่มวัยรุ่นในละแวกบ้านใกล้กับอ่างเก็บน้ำ ไม่ทราบจำนวนมาเจอรถจักรยานยนต์ของคนร้ายในช่วงเย็นวันที่ 2 ก.พ.63 ซึ่งกลุ่มวัยรุ่นได้พากันขี่รถจักรยานยนต์จะนำไปล้างที่อ่างเก็บน้ำ แล้วไปพบรถจักรยานยนต์ของคนร้ายถูกทิ้งอยู่ในน้ำก่อนแล้ว จึงพากันนำรถขึ้นมาจากน้ำ โดยเห็นว่าล้อรถทั้งสองข้างเป็นล้อแต่งซิ่ง จึงได้ถอดล้อทั้งสองข้างออก พร้อมเอาท่อไอเสียของรถจักรยานยนต์ไปด้วย จากนั้นก็นำรถจักรยานยนต์คนร้ายทิ้งไว้ในน้ำตามเดิม   ขณะนี้ตำรวจได้เก็บล้อของกลาง และท่อไอเสียไว้ที่ สภ.สังคม.

 553
สังคม-อาชญากรรม
17 ม.ค. 63

พบศพที่ 2 เหยื่อ ‘ไอซ์ หีบเหล็ก’ ถูกฆ่าถ่วงน้ำหลังบ้าน เพื่อนสารภาพเคยถูกจ้าง 5 พัน งมหาศพเจอกะโหลก พอไปขอค่าจ้างกลับถูกไล่ยิง

พบศพที่ 2 เหยื่อ ‘ไอซ์ หีบเหล็ก’ ถูกฆ่าห่อด้วยผ้าห่ม เสื้อผ้า พัธนาการด้วยดัมเบิลพันด้วยโซ่ล็อคแม่กุญแจ มัดกับประตูเหล็กดัดทับร่างถ่วงน้ำด้วยม้านั่งหินอ่อนในบ่อน้ำหลังบ้านไม่ให้ศพลอยขึ้นมา กู้ภัยลงงมพบชิ้นส่วนกระดูก 28 ชิ้น เพื่อนสารภาพเคยถูกท้าจ้าง 5 พัน งมหาศพในบ่อน้ำเจอกะโหลก พอไปขอค่าจ้างกลับถูกไล่ยิง แฉไอ้ไอซ์หลอนเคยบอก "ฆ่าหญิงสาวอำพรางศพไว้ในบ่อน้ำ 2 ศพ"  ลุยหาศพรายที่ 3 ต่อ หลังพยานให้การอ้างหญิงสาวอีกรายถูกฆ่ายัดหีบเหล็กถ่วงน้ำด้วยดัมเบล   จากกรณีตำรวจเข้าควบคุมตัวนายอภิชัย หรือไอซ์  องค์วิศิษฐ์ อายุ 40 ปี แค ผู้ต้องหาคดีครอบครองอาวุธปืนและยาเสพติด ที่บ้านพักในซอยเพชรเกษม 47  ย่านบางแค กทม. และก่อเหตุทำร้ายร่างกาย น.ส.วรินทร์ธรณ์ หรือกุ๊กกิ๊ก ไชยเชษฐ อายุ 22 ปี บังคับเข้าไปนอนหีบเหล็กล็อคกุญแจไว้จนขาดอากาศหายใจเสียชีวิต จากนั้นเรียกนายเฉลิมชล งะบัว อายุ 51 ปี เพื่อนที่เคยติดคุกอยู่ด้วยกันมาช่วยนำศพไปฝังดินอำพรางในพงหญ้าหลังบ้าน   เจ้าหน้าที่ตำรวจ ดส. เจ้าหน้าที่กู้ภัย นำกำลังเข้างมบ่อน้ำบริเวณหลังบ้านของนายอภิชัย องค์วิศิษฐ์ หรือไอซ์ อีกครั้ง หลังการสืบสวนสอบสวนพบข้อมูลว่านายไอซ์ น่าจะมีการฆ่าถ่วงน้ำสาวอีก 2 ราย  ขณะที่นายเอ็มเพื่อนของนายไอซ์ ซึ่งเป็นพยานปากสำคัญให้ข้อมูลว่า เมื่อเดือนธันวาคม 2561 ตัวเองได้มาเสพยากับนายไอซ์ที่บ้านหลังนี้ จนกระทั่งนายไอซ์เกิดอาการประสานหลอนบอกกับตนว่า จะจ้างให้ลงไปงมศพในบ่อน้ำหลังบ้านพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ ถ้าหากพบจะให้เงินจำนวน 5,000 บาท     จากนั้นนายเอ็ม จึงลงไปงมศพ และพบหัวกระโหลก 1 หัว จึงนำมาให้นายไอซ์ จากนั้นก็ได้ทวงเงินจำนวน 5,000 บาท นายไอซ์ ตอบว่า “กูไม่มีให้หรอก”  และนายไอซ์ได้ชักปืนยิงถากศีรษะในระยะเผาขน ตนจึงโยนกระโหลกวิ่งหนี ตอนนี้ไม่สามารถระบุได้ว่านายไอซ์นำกระโหลกศรีษะผู้ตายไปทิ้งที่ใด จากการสอบถามนายเอ็ม ระบุว่า ตนได้รู้จักกับนายไอซ์ในเรือนจำ เมื่อออกมานายไอซ์ได้ชักชวนมาเสพยาเสพติด จึงเกิดความสนิทสนมกัน   จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายเอ็ม ไปชี้จุดบริเวณบ่อน้ำดังกล่าวซึ่งอยู่ห่างจากบ้านของนายไอซ์ ประมาณ 150 เมตร จากนั้นก็นำตัวขึ้นรถขับออกไป ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ดส. กู้ภัยจะนำกำลังลงงมบ่อน้ำ นำร่างของหญิงสาวปริศนาขึ้นมาจากบ่อเนื่องจากว่าร่างของหญิงสาว ถูกประตูเหล็ก ทับร่างไว้ โดนฐานประตูปักร่างหญิงสาวลงภายในบ่อน้ำเพื่อไม่ให้ร่างหญิงสาวลอยขึ้นมา   ผู้สื่อข่าวรายงานว่าใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่พบชิ้นส่วนกระดูกเป็นซี่โครงหลายชิ้นรวมถึงชิ้นส่วนกระดูกบริเวณหน้าขาและชิ้นส่วนต่าง ๆ รวม 28 ชิ้น ถูกห่อด้วยผ้าห่มและอยู่ใต้เสื้อลักษณะคล้ายชุดนอน โดยร่างของหญิงสาวถูกมัดอยู่กับลูกดัมเบลยกน้ำหนัก และผูกมัดอยู่กับประตูเหล็กที่มีความสูงกว่า 2 เมตร มัดด้วยสายไฟขนาดใหญ่ทับร่างดังกล่าวไว้บริเวณขอบบ่อน้ำซึ่งมีความลึกประมาณเกือบ 2 เมตร   แต่จากการงมเมื่อวานนี้ยังไม่พบชิ้นส่วนกระดูกชิ้นสำคัญที่จะระบุเพศได้ ซึ่งก็คือกระดูกเชิงกราน รวมถึงกะโหลกศีรษะ  สำหรับชิ้นส่วนกระดูกที่พบได้มอบให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งนิติเวชโรงพยาบาลศิริราช ตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลเพื่อดูว่าผู้เสียชีวิตเป็นใครและตรวจหาดีเอ็นเอนำไปเปรียบเทียบกับผู้ที่มาติดต่อรับศพต่อไป  ซึ่งต้องใช้เวลาให้ผู้เชี่ยวชาญดำเนินการ   พ.ต.อ. นครินทร์ สุคนธวิท รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 พฤติการณ์ก่อเหตุของคนร้าย คาดว่าน่าจะมีมากกว่า 1 คน เพราะหลักฐานที่พบเช่น โครงประตูเหล็กนั้นไม่สามารถยกคนเดียวได้ไหว ทั้งนี้ได้ตรวจสอบรายชื่อบุคคลสูญหาย หากประชาชนรายไหนมีญาติหายให้ติดต่อไปยัง สน.เพชรเกษม หรือสายด่วน 191 ตลอดเวลา   โดยวันนี้ ( 17 ม.ค.) จะมีการเข้าพื้นที่เพื่องมหาอีกครั้ง เนื่องจากการข่าวทราบว่ามีการทวงน้ำด้วยการนำร่างใส่หีบเหล็ก และใส่ลูกดัมเบลถ่วงไว้ในหีบเหล็กด้วย ทิ้งไปพร้อมร่างหญิงสาวปริศนา หากค้นพบก็จะสอดคล้องกับการข่าวของตำรวจ ที่สืบทราบว่ามีหญิงสาวที่เกี่ยวพันกับนายไอซ์ หายไปทั้งหมด 3 ราย   รายแรกคือนางสาวกุ๊กกิ๊กที่ถูกฆ่าฝังดินนานกว่า 5 เดือน ชิ้นส่วนกระดูกที่พบเป็นรายที่  2 คาดว่าน่าจะถูกฆ่าถ่วงน้ำไม่ต่ำกว่าสองปี  นอกจากนี้เมื่อวันที่ 14 มกราคม ที่ผ่านมา ตำรวจได้นำกำลังเข้าค้นอพาร์ตเมนต์ของนายไอซ์ และพบยาเสพติดบรรจุอยู่ในถุงเท้าสีดำ-เทา ยัดไว้ใต้พัดลมยี่ห้อ แฟมมิลี่ สีขาวฟ้า จึงตรวจยึดไว้เป็นพยานหลักฐาน โดยเตรียมแจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์และยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายเพิ่มเติมและขยายผลต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZwEwEtHgeOY

 10,750
อาชญากรรม
17 ม.ค. 63

พบศพที่ 2 เหยื่อ ‘ไอซ์ หีบเหล็ก’ ถูกฆ่าถ่วงน้ำหลังบ้าน เพื่อนสารภาพเคยถูกจ้าง 5 พัน งมหาศพเจอกะโหลก พอไปขอค่าจ้างกลับถูกไล่ยิง

พบศพที่ 2 เหยื่อ ‘ไอซ์ หีบเหล็ก’ ถูกฆ่าห่อด้วยผ้าห่ม เสื้อผ้า พัธนาการด้วยดัมเบิลพันด้วยโซ่ล็อคแม่กุญแจ มัดกับประตูเหล็กดัดทับร่างถ่วงน้ำด้วยม้านั่งหินอ่อนในบ่อน้ำหลังบ้านไม่ให้ศพลอยขึ้นมา กู้ภัยลงงมพบชิ้นส่วนกระดูก 28 ชิ้น เพื่อนสารภาพเคยถูกท้าจ้าง 5 พัน งมหาศพในบ่อน้ำเจอกะโหลก พอไปขอค่าจ้างกลับถูกไล่ยิง แฉไอ้ไอซ์หลอนเคยบอก "ฆ่าหญิงสาวอำพรางศพไว้ในบ่อน้ำ 2 ศพ"  ลุยหาศพรายที่ 3 ต่อ หลังพยานให้การอ้างหญิงสาวอีกรายถูกฆ่ายัดหีบเหล็กถ่วงน้ำด้วยดัมเบล   จากกรณีตำรวจเข้าควบคุมตัวนายอภิชัย หรือไอซ์  องค์วิศิษฐ์ อายุ 40 ปี แค ผู้ต้องหาคดีครอบครองอาวุธปืนและยาเสพติด ที่บ้านพักในซอยเพชรเกษม 47  ย่านบางแค กทม. และก่อเหตุทำร้ายร่างกาย น.ส.วรินทร์ธรณ์ หรือกุ๊กกิ๊ก ไชยเชษฐ อายุ 22 ปี บังคับเข้าไปนอนหีบเหล็กล็อคกุญแจไว้จนขาดอากาศหายใจเสียชีวิต จากนั้นเรียกนายเฉลิมชล งะบัว อายุ 51 ปี เพื่อนที่เคยติดคุกอยู่ด้วยกันมาช่วยนำศพไปฝังดินอำพรางในพงหญ้าหลังบ้าน   เจ้าหน้าที่ตำรวจ ดส. เจ้าหน้าที่กู้ภัย นำกำลังเข้างมบ่อน้ำบริเวณหลังบ้านของนายอภิชัย องค์วิศิษฐ์ หรือไอซ์ อีกครั้ง หลังการสืบสวนสอบสวนพบข้อมูลว่านายไอซ์ น่าจะมีการฆ่าถ่วงน้ำสาวอีก 2 ราย  ขณะที่นายเอ็มเพื่อนของนายไอซ์ ซึ่งเป็นพยานปากสำคัญให้ข้อมูลว่า เมื่อเดือนธันวาคม 2561 ตัวเองได้มาเสพยากับนายไอซ์ที่บ้านหลังนี้ จนกระทั่งนายไอซ์เกิดอาการประสานหลอนบอกกับตนว่า จะจ้างให้ลงไปงมศพในบ่อน้ำหลังบ้านพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ ถ้าหากพบจะให้เงินจำนวน 5,000 บาท     จากนั้นนายเอ็ม จึงลงไปงมศพ และพบหัวกระโหลก 1 หัว จึงนำมาให้นายไอซ์ จากนั้นก็ได้ทวงเงินจำนวน 5,000 บาท นายไอซ์ ตอบว่า “กูไม่มีให้หรอก”  และนายไอซ์ได้ชักปืนยิงถากศีรษะในระยะเผาขน ตนจึงโยนกระโหลกวิ่งหนี ตอนนี้ไม่สามารถระบุได้ว่านายไอซ์นำกระโหลกศรีษะผู้ตายไปทิ้งที่ใด จากการสอบถามนายเอ็ม ระบุว่า ตนได้รู้จักกับนายไอซ์ในเรือนจำ เมื่อออกมานายไอซ์ได้ชักชวนมาเสพยาเสพติด จึงเกิดความสนิทสนมกัน   จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายเอ็ม ไปชี้จุดบริเวณบ่อน้ำดังกล่าวซึ่งอยู่ห่างจากบ้านของนายไอซ์ ประมาณ 150 เมตร จากนั้นก็นำตัวขึ้นรถขับออกไป ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ดส. กู้ภัยจะนำกำลังลงงมบ่อน้ำ นำร่างของหญิงสาวปริศนาขึ้นมาจากบ่อเนื่องจากว่าร่างของหญิงสาว ถูกประตูเหล็ก ทับร่างไว้ โดนฐานประตูปักร่างหญิงสาวลงภายในบ่อน้ำเพื่อไม่ให้ร่างหญิงสาวลอยขึ้นมา   ผู้สื่อข่าวรายงานว่าใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่พบชิ้นส่วนกระดูกเป็นซี่โครงหลายชิ้นรวมถึงชิ้นส่วนกระดูกบริเวณหน้าขาและชิ้นส่วนต่าง ๆ รวม 28 ชิ้น ถูกห่อด้วยผ้าห่มและอยู่ใต้เสื้อลักษณะคล้ายชุดนอน โดยร่างของหญิงสาวถูกมัดอยู่กับลูกดัมเบลยกน้ำหนัก และผูกมัดอยู่กับประตูเหล็กที่มีความสูงกว่า 2 เมตร มัดด้วยสายไฟขนาดใหญ่ทับร่างดังกล่าวไว้บริเวณขอบบ่อน้ำซึ่งมีความลึกประมาณเกือบ 2 เมตร   แต่จากการงมเมื่อวานนี้ยังไม่พบชิ้นส่วนกระดูกชิ้นสำคัญที่จะระบุเพศได้ ซึ่งก็คือกระดูกเชิงกราน รวมถึงกะโหลกศีรษะ  สำหรับชิ้นส่วนกระดูกที่พบได้มอบให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งนิติเวชโรงพยาบาลศิริราช ตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลเพื่อดูว่าผู้เสียชีวิตเป็นใครและตรวจหาดีเอ็นเอนำไปเปรียบเทียบกับผู้ที่มาติดต่อรับศพต่อไป  ซึ่งต้องใช้เวลาให้ผู้เชี่ยวชาญดำเนินการ   พ.ต.อ. นครินทร์ สุคนธวิท รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 พฤติการณ์ก่อเหตุของคนร้าย คาดว่าน่าจะมีมากกว่า 1 คน เพราะหลักฐานที่พบเช่น โครงประตูเหล็กนั้นไม่สามารถยกคนเดียวได้ไหว ทั้งนี้ได้ตรวจสอบรายชื่อบุคคลสูญหาย หากประชาชนรายไหนมีญาติหายให้ติดต่อไปยัง สน.เพชรเกษม หรือสายด่วน 191 ตลอดเวลา   โดยวันนี้ ( 17 ม.ค.) จะมีการเข้าพื้นที่เพื่องมหาอีกครั้ง เนื่องจากการข่าวทราบว่ามีการทวงน้ำด้วยการนำร่างใส่หีบเหล็ก และใส่ลูกดัมเบลถ่วงไว้ในหีบเหล็กด้วย ทิ้งไปพร้อมร่างหญิงสาวปริศนา หากค้นพบก็จะสอดคล้องกับการข่าวของตำรวจ ที่สืบทราบว่ามีหญิงสาวที่เกี่ยวพันกับนายไอซ์ หายไปทั้งหมด 3 ราย   รายแรกคือนางสาวกุ๊กกิ๊กที่ถูกฆ่าฝังดินนานกว่า 5 เดือน ชิ้นส่วนกระดูกที่พบเป็นรายที่  2 คาดว่าน่าจะถูกฆ่าถ่วงน้ำไม่ต่ำกว่าสองปี  นอกจากนี้เมื่อวันที่ 14 มกราคม ที่ผ่านมา ตำรวจได้นำกำลังเข้าค้นอพาร์ตเมนต์ของนายไอซ์ และพบยาเสพติดบรรจุอยู่ในถุงเท้าสีดำ-เทา ยัดไว้ใต้พัดลมยี่ห้อ แฟมมิลี่ สีขาวฟ้า จึงตรวจยึดไว้เป็นพยานหลักฐาน โดยเตรียมแจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์และยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายเพิ่มเติมและขยายผลต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZwEwEtHgeOY

 10,750
อาชญากรรม
17 ม.ค. 63

ตร.งมบ่อน้ำพบศพปริศนาเพิ่ม เหยื่อไอซ์หีบเหล็ก เจ้าตัวลั่นฆ่า 3 ศพ!

เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้พยายามนำร่างของหญิงสาว ปริศนา รายหนึ่ง ที่คาดว่าน่าจะเป็นเหยื่อของนายไอซ์ หีบเหล็ก ที่ได้ถูกนำมามาทิ้งไว้ ที่บริเวณบ่อปลาข้างบ้าน ภายหลังได้มีการสอบสวนเพิ่มเติม พบว่า นายไอซ์น่าจะมีการนำศพมาทิ้งไว้ มากกว่า 1 ศพ ที่ขุดพบเจอก่อนหน้านี้ จนพบโครงกระดูกถูกพัธนาการด้วยดัมเบิล และมัดกับประตูเหล็กทับร่างถ่วงน้ำ คาดไม่ต่ำกว่า 2 ปี     เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่กู้ภัย นำกำลังเข้างมบ่อน้ำบริเวณหลังบ้านของนายอภิชัย หรือไอซ์ องค์วิศิษฐ์ อายุ 40 ปี ลูกชายเจ้าของตลาดองค์วิศิษฐ์ย่านบางแค ผู้ต้องหาคดีครอบครองอาวุธปืนและยาเสพติด ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษอรินราช 26 บุกเข้าจับกุมตัวได้ที่บ้านพักท้ายซอยเพชรเกษม 47 หลังพบพฤติกรรมพัวพันการตายของ น.ส.วรินทร์ธรณ์ หรือกุ๊กกิ๊ก ไชยเชษฐ อายุ 22 ปี ด้วยการบังคับให้ไปนอนในหีบเหล็กก่อนขาดอากาศหายใจจนเสียชีวิตอย่างทรมาน และนำศพไปอำพรางฝังดิน ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน      ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการสืบสวนนครบาล และ กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี ได้ทำการสืบสวนขยายผลกระทั่งมีพยาน นาย เอ นามสมมุติ ได้เดินทางเข้าให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เมื่อเดือนธันวาคม 2561 ตัวเองได้มาเสพยากับนายไอซ์ที่บ้านหลังนี้ จนกระทั่งนายไอซ์เกิดอาการประสานหลอน และได้บอกกับตัวเองว่า จะจ้างให้ลงไปงมศพในบ่อปลาข้างบ้าน ถ้าหากพบจะให้เงินจำนวน 5,000 บาท      จากนั้น นายเอ จึงลงไปงม ศพ และพบ หัวกระโหลก 1 หัว จึงนำมาให้นายไอซ์ จากนั้นก็ได้ทวงเงินจำนวน 5,000 บาท นายไอซ์ ก็ตอบว่า กูไม่มีให้หรอก และนายไอซ์ได้ชักปืนยิงถากศีรษะไป ตนจึงได้วิ่งหนี โดยตอนนี้ไม่สามารถระบุได้ว่าศรีษะดังกล่าวอยู่ที่ใด      จากการสอบถามนายเอ ระบุว่า นายเอได้รู้จักกับนายไอซ์ในเรือนจำ จากนั้นเมื่อออกมานายไอซ์ได้ชักชวนมาเสพยาเสพติด จึงเกิดความสนิทสนมกัน      ขณะนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยอยู่ระหว่างการนำร่างของหญิงสาวปริศนาขึ้นมาจากบ่อปลาเนื่องจากว่าร่างของหญิงสาว ถึง ประตูเหล็ก ทับร่างไว้ โดนฐานประตูปักร่างหญิงสาวลงภายในบ่อปลาเพื่อไม่ให้ร่างหญิงสาวลอยขึ้นมา จนเมื่อเวลาผ่านไปนานกว่า 3 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่พบชิ้นส่วนกระดูกเป็นซี่โครงหลายชิ้นรวมถึงชิ้นส่วนกระดูกบริเวณหน้าขาและชิ้นส่วนต่างๆอยู่ภายใต้เสื้อลักษณะขายชุดนอน หญิงสาวถูกมัดอยู่กับลูกดัมเบลยกน้ำหนัก และผูกมัดอยู่กับประตูเหล็กที่มีความสูงกว่า 2 เมตรมัดด้วยสายไฟขนาดใหญ่ทับร่างดังกล่าวไว้บริเวณขอบบ่อน้ำซึ่งมีความลึกประมาณเกือบเกือบ 2 เมตร     แต่จากการงมในวันนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่พบชิ้นส่วนกระดูกชิ้นสำคัญที่จะระบุเพศของร่างดังกล่าวซึ่งก็คือกระดูกเชิงกรานรวมถึงกะโหลกที่มีการพูดถึงของพยานก็ยังคงไม่พบ ซึ่งต่อจากนี้คาดว่าในวันพรุ่งนี้จะมีการเข้าพื้นที่เพื่องมหาอีกครั้ง เนื่องจากจากการข่าวยังพบว่ามีการทวงน้ำลักษณะการใส่หีบเหล็กและใส่ลูกดำเบลถ่วงไว้ในหีบเหล็กทิ้งไปพร้อมร่างหญิงสาวปริศนาซึ่งคาดว่าจะเป็นอีกรายก็จะสอดคล้องกับการข่าวของตำรวจที่สืบทราบว่ามีหญิงสาวหายไปทั้งหมดสามรายหลังจากมาเกี่ยวพันกับนายไอซ์ซึ่งก็คือรายแรกที่ถูกฝังคือนางสาวกุ๊กกิ๊กที่ถูกฝังนานกว่าห้าเดือนและรวมถึงกระดูกรายนี้ที่คาดว่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่า สองปี      นอกจากนี้เมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา ตำรวจได้นำกำลังเข้าค้นอพาร์ตเมนต์ของนายไอซ์และพบยาเสพติดบรรจุอยู่ในถุงเท้าสีดำ-เทา ยัดไว้ใต้พัดลมยี่ห้อ แฟมมิลี่ สีขาวฟ้า จึงตรวจยึดไว้เป็นพยานหลักฐาน โดยเตรียมแจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์และยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย เพิ่มเติมและขยายผลต่อไป

 3,275
สรุปข่าว
25 ธ.ค. 62

ตร.แถลงข่าวจับ ‘เสี่ยไฮ้’ สังหารเซลล์สาว - พบเบาะแสคนร้ายปล้นตู้เอทีเอ็ม - พายุถล่มบริสเบน ออสเตรเรีย

ตำรวจแถลงข่าวจับ ‘เสี่ยไฮ้’ สังหารเซลล์สาว 10.00 น. ตำรวจภูธรภาค1 และตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี แถลงข่าวจับกุมตัวนายสันติ หรือเสี่ยไฮ้ ผู้ต้องหาฆ่าเซลล์สาวขายปุ๋ย อำพรางศพนาน 3 ปี หลังจับกุมตัวได้ที่โรงงานปุ๋ย อ.พระพุทธบาท  ผู้ต้องหายังคงให้การภาคเสธ ขณะที่แม่ของผู้เสียชีวิตไม่ไปร่วมงานแถลงข่าว เพราะไม่อยากมาพบหน้าผู้ก่อเหตุ หลังจากนี้ขอให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ตำรวจได้เบาะแสคนร้ายปล้นตู้เอทีเอ็ม ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ตาก เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจ  เร่งติดตามคดีคนร้ายปล้นตู้เอทีเอ็ม ขึ้นท้ายรถกระบะหลบหนี พร้อมเงินสดกว่า 1 ล้านบาท พร้อมประสานตำรวจท้องที่จังหวัดใกล้เคียง ติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี เบื้องต้นทราบเบาะแสของคนร้ายแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ คาดอาจจับตัวคนร้ายได้เร็วๆนี้ พายุถล่มบริสเบน คืนวันคริสต์มาสอีฟ ชาวออสเตรเรีย ในเมืองบริสเบน  รัฐควีนส์แลนด์ ต้องเผชิญกับพายุฝน พัดกระหน่ำอย่างหนักในช่วงคืนก่อนวันคริสต์มาส หรือคริสต์มาสอีฟ เมื่อวานนี้ หลังจากเผชิญกับความร้อน และไฟป่าอย่างรุนแรงมาหลายสัปดาห์  พายุที่เกิดขึ้นทำให้เกิดฟ้าผ่าหลายครั้ง ประชาชนราว 1 หมื่นครอบครัว ไม่มีไฟฟ้าใช้  

 1,377
อาชญากรรม
10 ธ.ค. 62

ฆ่าเซลสาวโหดยัดเก๋งถ่วงน้ำ 3 ปี ตร.พุ่งเป้าฆ่าอำพราง จ่อเรียกชายคู่ใจสอบ

วันที่ 9 ธันวาคม พ.ต.อ. ณัฏฐวร กันธายอด สารวัตรเวรสอบสวน สภ. หนองโดน จ.สระบุรี ได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้าน ว่าพบรถโผล่อยู่กลางคลองน้ำชัยนาท ป่าสัก หมู่ 1 ต.หนองโป่ง อ.หนองโดน จ.สระบุรี จึงประสานกองพิสูจน์หลักฐานสระบุรี อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู และรถยก เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ   ในที่เกิดเหตุพบ รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อนิสสันสีขาว ในสภาพ โผล่หงายท้อง ตัวรถจมอยู่ในน้ำ ภายในรถเต็มไปด้วยดินโคลน กระจกหน้าด้านซ้ายแตก และหลังคายุบ เจ้าหน้าที่ใช้รถยกลากขึ้นมาอย่างทุลักทุเล เนื่องจากเป็นทางลาดชัน ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง จึงลากขึ้นมาได้ จากการตรวจสอบภายในรถ พบท่อนกระดูกขัดอยู่ที่เบาะหน้าซ้าย คาดว่าน่าจะเป็นชิ้นส่วนของมนุษย์ นอกจากนี้ยังพบชิ้นส่วนต่างๆห่อผ้าปูที่นอนลายดอกไว้ มีกะโหลกศีรษะ ซีกโครง และส่วนอื่นๆ ของร่างกาย   พ.ต.ท ณัฐวร กันธายอด สารวัตรเวรสอบสวน สภ.หนองโดน เผยว่า เบื้องต้น ได้ตรวจสอบทะเบียน พบว่าผู้ครอบครองรถ คันดังกล่าวเป็นของ น.ส. กลิ่นเกสร วงษ์สิงห์ อายุ 36 ปี ส่วนภายในรถที่พบโครงกระดูก มนุษย์ อยู่ ระหว่างตรวจสอบ ว่าเป็นใคร   ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานญาติ ผู้ตาย ให้มาพบ เพื่อ เชื่อมโยงการเสียชีวิต เวลา ผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง ญาติผู้ตายพร้อมทั้ง นาง ลั่นทม วงษ์สิงห์ อายุ 56 ปี ผู้เป็นแม่ เดินทางมาจาก จังหวัดลพบุรี ได้มาถึงจุดเกิดเหตุ พร้อมทั้ง ให้ข้อมูล กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวน สภ.หนองโดน ยืนยัน ผู้เสียชีวิต คือ น.ส. กลิ่นเกสร หรือ น.ส. ต่อ มีอาชีพเป็นเชลล์ขายปุ๋ย อยู่บริษัทผลิตปุ๋ย แห่งหนึ่งในอำเภอพระพุทธบาท จ.สระบุรี และมีกิจการขายสเต็กและเปิดร้านเช่าชุดไทยอยู่ในอำเภอพระพุทธบาท ส่วนการหายตัวไปพร้อมรถยนต์ เมื่อปี 2559 ทางญาติ ติดต่อกับ น.ส. กลิ่นเกสรไม่ได้ จึงเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ. พระพุทธบาท แต่คดีไม่คืบหน้า อีกทั้งนำเรื่องดังกล่าวไปร้องกับ กองปราบปราม แต่ก็ไม่สามารถ พบตัว น.ส. กลิ่นเกสรได้ และเมื่อไม่นานมานี้ยังได้ไปบนไว้ที่วัดพระพุทธบาท จนกระทั้งวันนี้ มาพบกลายเป็นศพ เหลือแต่ โครงกระดูกอยู่ภายในรถยนต์เก๋ง ของตนเอง   ด้าน พ.ต.อ ศักดิ์สิทธิ์ วิเชียรสรรค รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดสระบุรี เข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุด้วยตัวเอง เผยว่า จากหลักฐานที่พบภายในรถยนต์เก๋งของผู้ตาย เชื่อได้ว่าเป็นการฆาตกรรม อำพลาง เนื่องจาก มีผ้าปูนอนมัดร่างผู้ตาย อีกทั้งจากพยานบุคคล(แม่ผู้ตายและญาติๆ) ให้การว่าก่อนเสียชีวิต ได้คบหากับชายสูงอายุดังกล่าว เป็นเจ้าของกิจการผลิตปุ๋ย ในอำเภอพระพุทธบาท   ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต ต้องรอผลตรวจสอบ สภาพโครงกระดูก ผู้ตาย รวมถึง หลักฐานที่ พบภายในรถยนต์เก๋งของผู้ตาย อย่างละเอียดอีกครั้ง ยอมรับว่าหนักใจเนื่องจาก หลักฐาน ฆาตกร ที่พบ ในรถ ถูกแช่น้ำไว้นานถึง 3 ปี อีกทั้งภายในรถเต็มไปด้วยดินโคลน ประกอบกับ ร่องรอยของฆาตกร อาจเลือนหายไป แต่อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองพิสูจน์หลักฐาน ได้เก็บหลักฐานอย่างละเอียดเพื่อเชื่อมโยงให้ถึงฆาตกรรายนี้ให้ได้ เนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญ คาดว่าหลักฐาน ทางวิทยาศาสตร์ที่พบในจุดเกิดเหตุบางส่วน ยังสามารถ นำไปประกอบหลักฐาน เอาผิดกับฆาตกรได้ อีกทั้งคำให้การ ของญาติ ที่เผยว่าผู้ตาย ครั้งสุดท้ายไปนอนที่บริษัทของชายสูงอายุ จากนั้นก็หายตัวไป โดยทางตำรวจจะออกหมายเรียกให้ชายสูงวัยเข้ามาพบพนักงานสอบสวนเพื่อคลี่คลายคดี   ส่วนนาง ลั่นทม วงษ์สิงห์ ผู้เป็นแม่ เผยว่า จากการตรวจสอบภายในรถที่พบผ้าปูที่นอนลายดอก ห่อโครงกระดูกของผู้ตายไว้พร้อมทั้ง ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว และเอกสาร การขายปุ๋ย ซิลิโคลน ของผู้ตายทำหน้าอกไว้ก่อนจะเสียชีวิต อีก 1 คู่ จากหลักฐานต่างๆของลูกสาว ตนเอง เชื่อว่า ชายสูงอายุที่มาติดพัน คนล่าสุด น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องการเสียชีวิต เนื่องก่อนผู้ตายก่อนจะหายตัวไปได้บอก ตนเองว่า จะไปนอนพักที่บริษัท ผลิตปุ๋ยดังกล่าว ก่อนจะหายตัวไปนาน 3 ปี   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/n3EDvnpLhZ8  

 1,301
สังคม-อาชญากรรม
02 ธ.ค. 62

มือฆ่า 'ครูเอ็ม-ครูแนน' อยู่คุกคืนแรก นอนหลับ-กินข้าวได้ บอกตร. "สำนึกผิดแล้ว"

จากกรณีการฆาตกรรม 2 สามีภรรยา ครูเอ็ม-นายอโลชา สุภานิชย์ อายุ 33 ปี ครูสอนวิชาฟิสิกส์ และครูแนน-น.ส.ปรียาภรณ์ เพียรงาม อายุ 33 ปี ภรรยา ซึ่งเป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ ทั้งคู่สอนอยู่ที่โรงเรียนอัสสัมชัญ ระยอง เสียชีวิตคาบ้านพัก ต่อมาสามารถจับกุมนายศุภกฤต สุจาสี อายุ 22 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ ผู้ก่อเหตุไว้ได้ โดยปมก่อเหตุเป็นการฆ่าชิงทรัพย์รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ของผู้ตาย   ล่าสุดนายศุภกฤต ถูกควบคุมตัวอยู่ภายในห้องขังของโรงพัก สภ.ระยอง โดยเมื่อคืนวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา ถือเป็นคืนแรก ซึ่งนายศุภกฤตนอนหลับในห้องขังตามปกติ ทั้งนี้ ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา นายศุภกฤตสามารถกินข้าวได้ปกติและมีความเครียดเล็กน้อย โดยบอกกับสิบเวรว่า “สำนึกผิดแล้ว”   ส่วนเมื่อคืนหลังจากทำแผนเสร็จ พนักงานสอบสวนได้นำตัวนายศุภกฤตมาสอบปากคำเพิ่มเติม โดยพนักงานสอบสวนพยายามถามถึงสาเหตุความแค้น หรือปมอื่นๆ ในการก่อเหตุฆาตกรรม โดยนายศุภกฤตให้การว่าไม่มี เพียงแต่ต้องการชิงทรัพย์   อย่างไรก็ตาม ยังคงไม่มีญาติและคนอื่นเดินทางมายื่นขอประกันตัวแต่อย่างใด โดยช่วงเช้าวันที่ 2 ธ.ค.นี้ พนักงานสอบสวนจะนำตัวนายศุภกฤตไปฝากขังที่ศาลจังหวัดระยอง พร้อมยื่นคัดค้านการประกันตัวต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZR0y1yTHfjA

 3,187
อาชญากรรม
02 ธ.ค. 62

มือฆ่า 'ครูเอ็ม-ครูแนน' อยู่คุกคืนแรก นอนหลับ-กินข้าวได้ บอกตร. "สำนึกผิดแล้ว"

จากกรณีการฆาตกรรม 2 สามีภรรยา ครูเอ็ม-นายอโลชา สุภานิชย์ อายุ 33 ปี ครูสอนวิชาฟิสิกส์ และครูแนน-น.ส.ปรียาภรณ์ เพียรงาม อายุ 33 ปี ภรรยา ซึ่งเป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ ทั้งคู่สอนอยู่ที่โรงเรียนอัสสัมชัญ ระยอง เสียชีวิตคาบ้านพัก ต่อมาสามารถจับกุมนายศุภกฤต สุจาสี อายุ 22 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ ผู้ก่อเหตุไว้ได้ โดยปมก่อเหตุเป็นการฆ่าชิงทรัพย์รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ของผู้ตาย   ล่าสุดนายศุภกฤต ถูกควบคุมตัวอยู่ภายในห้องขังของโรงพัก สภ.ระยอง โดยเมื่อคืนวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา ถือเป็นคืนแรก ซึ่งนายศุภกฤตนอนหลับในห้องขังตามปกติ ทั้งนี้ ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา นายศุภกฤตสามารถกินข้าวได้ปกติและมีความเครียดเล็กน้อย โดยบอกกับสิบเวรว่า “สำนึกผิดแล้ว”   ส่วนเมื่อคืนหลังจากทำแผนเสร็จ พนักงานสอบสวนได้นำตัวนายศุภกฤตมาสอบปากคำเพิ่มเติม โดยพนักงานสอบสวนพยายามถามถึงสาเหตุความแค้น หรือปมอื่นๆ ในการก่อเหตุฆาตกรรม โดยนายศุภกฤตให้การว่าไม่มี เพียงแต่ต้องการชิงทรัพย์   อย่างไรก็ตาม ยังคงไม่มีญาติและคนอื่นเดินทางมายื่นขอประกันตัวแต่อย่างใด โดยช่วงเช้าวันที่ 2 ธ.ค.นี้ พนักงานสอบสวนจะนำตัวนายศุภกฤตไปฝากขังที่ศาลจังหวัดระยอง พร้อมยื่นคัดค้านการประกันตัวต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZR0y1yTHfjA

 3,187
สังคม-อาชญากรรม
23 ต.ค. 62

รวบหนุ่มชาวเยอรมัน ฆ่าอำพรางศพหญิงร่วมชาติ ยัดใส่ตู้-โยนทิ้งลงคลอง เจ้าตัวอ้างไม่ได้ฆ่า

พล.ต.ท.สมพงษ์ชิงดวง ผบช.สตม. แถลงการจับกุมนายริชาร์ด สตานิชเลาส์ ครูเจอร์ (Mr.Richard Stanisluas kruger) อายุ 52 ปี ผู้ต้องหาชาวเยอรมัน ตามหมายจับคดีฉ้อโกง บัตรเครดิตของประเทศเยอรมัน และหมายจับซ่อนเร้นอำพรางศพ นางมาร์กูด เชฟเฟอร์ (Mrs.Margund schaefer) อายุ 77 ปี เพื่อนร่วมชาติ ยัดตู้ไม้ทิ้งคลองบางโปรง หลังสนามกีฬาเทศบาลเมืองแสนสุข จ.ชลบุรี เพื่อหวังเงินเกษียณ จับกุมที่บ้านเช่า ต.แสนสุข อ.เมืองชลบุรี เมื่อวันที่18 ตุลาคมที่ผ่านมา    พล.ต.ท.สมพงษ์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากได้รับการประสานจากตำรวจเยอรมัน ให้ช่วยติดตามนางมาร์กูด ซึ่งเป็นบุคคลที่ทางการเยอรมันได้รับแจ้งว่าสูญหายทางญาติไม่สามารถติดต่อได้เกรงว่ามารดาอาจถูกทำร้ายหรือจะได้รับอันตราย เมื่อตรวจสอบพบว่า เดินทางเข้าไทยมาพร้อมกับนายริชาร์ด ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2560 โดยนายริชาร์ด มีหมายจับเยอรมันนี คดีฉ้อโกง กระทำผิดลักษณะหลอกลวงผู้หญิงสูงอายุหลายครั้ง และมีหมายจับประเทศเยอรมันในข้อหาฉ้อโกงบัตรเครดิต 17 กระทง รวมเป็นเงิน 6,000 ยูโร หรือประมาณ 240,000 บาท จึงติดตามหา และจับกุมที่ห้องเช่า เมืองชลบุรี ซึ่งอาศัยอยู่กับภรรยาหญิงไทย ตรวจสอบพบว่าวีซ่าหมดอายุตั้งแต่ 22 มิ.ย. 2560 จึงได้ควบคุมตัวไปยัง สภ.แสนสุข สอบสวนปากคำ   โดยนายริชาร์ด ให้การว่าได้อาศัยอยู่ด้วยกันกับภรรยาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2560 ซึ่งเดินทางจากเยอรมันนีมากับนางมาร์กูดโดยใช้เงินที่โอนมาจากประเทศเยอรมันเดือนละหลายหมื่นบาท เงินดังกล่าวนายริชาร์ดบอกว่าส่วนหนึ่งเป็นเงินเกษียณของนางมาร์กูด ต่อมาประมาณต้นเดือนมกราคม 2562 นางมาร์กูด ได้ล้มลงในห้องน้ำจึงได้ช่วยกันพามานอนพัก จนทราบภายหลังว่าเสียชีวิตแน่นอนแล้ว นายริชาร์ด จึงได้นำผ้าห่มมาห่อศพแล้วยัดใส่ตู้ลังไม้ใส่ของ จากนั้นได้นำใส่รถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างหรือซาเล้ง ขี่ไปทิ้งที่คลองบางโปรง หลังสนามกีฬาเทศบาลเมืองแสนสุข    ต่อมาปรากฏว่าเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2562 มีข่าวพบศพหญิงนิรนามที่ถูกยัดใส่ตู้ลังไม้ลอยน้ำ จากการสืบสวนพิสูจน์ทราบเชื่อว่าศพดังกล่าวคือนางมาร์กูด จึงได้ประสาน ผบช.ภ.2 และตำรวจประเทศเยอรมัน ร่วมพิสูจน์หลักฐานในคดีดังกล่าว ซึ่งอยู่ในระหว่างตรวจสอบผลดีเอ็นเอ และประวัติการทำฟันของผู้ตาย สภ.แสนสุข จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติต่อศาลจังหวัดชลบุรีออกหมายจับนายริชาร์ด ในข้อหา ซ่อนเร้นอำพราง ย้าย หรือทำลายศพฯ และได้แจ้งข้อกล่าวหา อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด    จากการตรวจสอบประวัติ พบว่า นายริชาร์ดเดินทางเข้าออกประเทศไทย จำนวน 9 ครั้ง โดย 7 ครั้งเดินทางมาด้วยกันกับนางมาร์กูด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำ ว่านางมาร์กูดเสียชีวิตจากฆาตรกรรมหรือไม่ และรอผลการชันสูตรพลิกศพเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Hht_fUl_5II

 3,035
อาชญากรรม
23 ต.ค. 62

รวบหนุ่มชาวเยอรมัน ฆ่าอำพรางศพหญิงร่วมชาติ ยัดใส่ตู้-โยนทิ้งลงคลอง เจ้าตัวอ้างไม่ได้ฆ่า

พล.ต.ท.สมพงษ์ชิงดวง ผบช.สตม. แถลงการจับกุมนายริชาร์ด สตานิชเลาส์ ครูเจอร์ (Mr.Richard Stanisluas kruger) อายุ 52 ปี ผู้ต้องหาชาวเยอรมัน ตามหมายจับคดีฉ้อโกง บัตรเครดิตของประเทศเยอรมัน และหมายจับซ่อนเร้นอำพรางศพ นางมาร์กูด เชฟเฟอร์ (Mrs.Margund schaefer) อายุ 77 ปี เพื่อนร่วมชาติ ยัดตู้ไม้ทิ้งคลองบางโปรง หลังสนามกีฬาเทศบาลเมืองแสนสุข จ.ชลบุรี เพื่อหวังเงินเกษียณ จับกุมที่บ้านเช่า ต.แสนสุข อ.เมืองชลบุรี เมื่อวันที่18 ตุลาคมที่ผ่านมา    พล.ต.ท.สมพงษ์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากได้รับการประสานจากตำรวจเยอรมัน ให้ช่วยติดตามนางมาร์กูด ซึ่งเป็นบุคคลที่ทางการเยอรมันได้รับแจ้งว่าสูญหายทางญาติไม่สามารถติดต่อได้เกรงว่ามารดาอาจถูกทำร้ายหรือจะได้รับอันตราย เมื่อตรวจสอบพบว่า เดินทางเข้าไทยมาพร้อมกับนายริชาร์ด ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2560 โดยนายริชาร์ด มีหมายจับเยอรมันนี คดีฉ้อโกง กระทำผิดลักษณะหลอกลวงผู้หญิงสูงอายุหลายครั้ง และมีหมายจับประเทศเยอรมันในข้อหาฉ้อโกงบัตรเครดิต 17 กระทง รวมเป็นเงิน 6,000 ยูโร หรือประมาณ 240,000 บาท จึงติดตามหา และจับกุมที่ห้องเช่า เมืองชลบุรี ซึ่งอาศัยอยู่กับภรรยาหญิงไทย ตรวจสอบพบว่าวีซ่าหมดอายุตั้งแต่ 22 มิ.ย. 2560 จึงได้ควบคุมตัวไปยัง สภ.แสนสุข สอบสวนปากคำ   โดยนายริชาร์ด ให้การว่าได้อาศัยอยู่ด้วยกันกับภรรยาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2560 ซึ่งเดินทางจากเยอรมันนีมากับนางมาร์กูดโดยใช้เงินที่โอนมาจากประเทศเยอรมันเดือนละหลายหมื่นบาท เงินดังกล่าวนายริชาร์ดบอกว่าส่วนหนึ่งเป็นเงินเกษียณของนางมาร์กูด ต่อมาประมาณต้นเดือนมกราคม 2562 นางมาร์กูด ได้ล้มลงในห้องน้ำจึงได้ช่วยกันพามานอนพัก จนทราบภายหลังว่าเสียชีวิตแน่นอนแล้ว นายริชาร์ด จึงได้นำผ้าห่มมาห่อศพแล้วยัดใส่ตู้ลังไม้ใส่ของ จากนั้นได้นำใส่รถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างหรือซาเล้ง ขี่ไปทิ้งที่คลองบางโปรง หลังสนามกีฬาเทศบาลเมืองแสนสุข    ต่อมาปรากฏว่าเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2562 มีข่าวพบศพหญิงนิรนามที่ถูกยัดใส่ตู้ลังไม้ลอยน้ำ จากการสืบสวนพิสูจน์ทราบเชื่อว่าศพดังกล่าวคือนางมาร์กูด จึงได้ประสาน ผบช.ภ.2 และตำรวจประเทศเยอรมัน ร่วมพิสูจน์หลักฐานในคดีดังกล่าว ซึ่งอยู่ในระหว่างตรวจสอบผลดีเอ็นเอ และประวัติการทำฟันของผู้ตาย สภ.แสนสุข จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติต่อศาลจังหวัดชลบุรีออกหมายจับนายริชาร์ด ในข้อหา ซ่อนเร้นอำพราง ย้าย หรือทำลายศพฯ และได้แจ้งข้อกล่าวหา อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด    จากการตรวจสอบประวัติ พบว่า นายริชาร์ดเดินทางเข้าออกประเทศไทย จำนวน 9 ครั้ง โดย 7 ครั้งเดินทางมาด้วยกันกับนางมาร์กูด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำ ว่านางมาร์กูดเสียชีวิตจากฆาตรกรรมหรือไม่ และรอผลการชันสูตรพลิกศพเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Hht_fUl_5II

 3,035
สังคม-อาชญากรรม
13 ส.ค. 62

ตร.คุมตัว หนุ่มเมียนมา ทำแผนฆ่า ‘เฮียหยู’ เผยปม อ้างได้ค่าแรงน้อย

วันที่ 13 ส.ค. 62 ตำรวจนครบาลประชาชื่น คุมตัวนายมิน ทุย ชาวเมียนมา มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ คดีฆาตกรรม นายพรศักดิ์ วัฏฏวนิชย์กุล อดีตสมาชิกสภาเขตบางซื่อ และเจ้าของโรงงานน้ำแข็ง โดยเป็นจุดบ้านพัก ย่านวงศ์สว่าง ของนายพรศักดิ์ ซึ่งเป็นจุดที่ นายมิน ทุย ตีศีรษะ นายพรศักดิ์ จนเสียชีวิต ก่อนนำศพไปอำพรางไว้ในตู้เสื้อผ้าคดีนี้    ตำรวจสืบสวนสอบสวน กระทั่งทราบว่า ผู้เสียชีวิต เพิ่งซื้อบ้านหลังดังกล่าว โดยจ้างให้นายมิน ทุย ที่พักอาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงให้เข้ามาทาสี และต่อเติมบ้าน    หลังเกิดเหตุ ตำรวจพบว่านายมิน ทุย และทรัพย์สินของผู้เสียชีวิต สูญหายไป จึงสืบสวนจนทราบว่า นายมิน ทุยหลบหนีไปซ่อนตัวที่บ้านญาติ ย่านมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร จึงเข้าจับกุม พร้อมยึดเงินสดของกลาง จำนวน 16,000 บาท   เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ เนื่องจากได้รับค่าแรงน้อย จึงใช้ชะแลงตีเข้าบริเวณศีรษะของนายพรศักดิ์ จนเสียชีวิต ตำรวจจึงดำเนินคดีในข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา    ระหว่างที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหา มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ได้มีชาวบ้านในละแวกนี้ ที่ทราบข่าวว่า จะมีการนำตัวผู้ต้องหามาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ต่างให้ความสนใจมามุงดู ซึ่งตำรวจได้กันพื้นที่ไม่ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณบ้าน   ด้านนายอนุรัตน์ วงศ์อนันต์ หลานผู้เสียชีวิต ได้ให้สัมภาษณ์ ยืนยันว่า ผู้เสียชีวิตไม่เคยด่าทอ หรือจ่ายค่าจ้างน้อย อีกทั้งผู้เสียชีวิตก็ไม่ได้เป็นคนที่ขี้โมโห หรืออารมณ์รุนแรง ตามที่ผู้ต้องหากล่าวอ้าง   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : รวบลูกจ้างพม่าวัย 19 ฆ่าโหดเสี่ยโรงน้ำแข็ง ยัดศพในตู้เสื้อผ้า อ้างชิงทรัพย์-แค้นถูกด่าเรื่องขับรถเร็ว      

 1,637
สังคม-อาชญากรรม
13 ส.ค. 62

รวบลูกจ้างพม่าวัย 19 ฆ่าโหดเสี่ยโรงน้ำแข็ง ยัดศพในตู้เสื้อผ้า อ้างชิงทรัพย์-แค้นถูกด่าเรื่องขับรถเร็ว

ตำรวจ สน.ประชาชื่น รับแจ้งเหตุพบศพผู้เสียชีวิตภายในบ้านหลังหนึ่ง ซอยวงษ์สว่าง 19 แขวงวงษ์สว่าง เขตบางซื่อ  ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้นปลูกติดกัน 2 หลัง พื้นที่กว่า 200 ตารางวา พบรอยเลือดที่บันไดลากเป็นทางยาวขึ้นไปที่ชั้น 2 ถึงห้องพักชั้นบน   ภายในตู้เสื้อผ้าถูกล็อกมีกุญแจเมื่อเปิดออกมาพบศพ นายพรศักดิ์ วัฏฏวนิชย์กุล อายุ 72 ปี หรือ เฮียหยู เจ้าของโรงงานน้ำแข็ง ร้านขายแก๊สและอีกหลายธุรกิจ รวมทั้งเป็นอดีตสมาชิกสภาเขตบางซื่อ, อดีต กต.ตร. สน.ประชาชื่น และเป็นผู้กว้างขวางในพื้นที่ โดยที่ศีรษะมีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็ง เลือด ไหลอาบหน้า สภาพศพนั่งหลังพิงตู้ และชันเข่าขึ้นมา ลักษณะคล้ายถูกจับยัดใส่ตู้      ญาติเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้เข้าไปดูบ้านที่กำลังปรับปรุง เมื่อช่วงเย็นวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา ก่อนที่ในเวลา 05.00 น.ของวานนี้ (12 ส.ค.) ลูกชายจึงตามหาเนื่องจากบิดาหายตัวไป ก่อนจะมา สังเกตพบว่ามีรอยคราบเลือดภายในบ้านที่ชั้นล่างจึงเดินตามขึ้นไปที่ชั้นสอง และเลือดไปหยุดอยู่ที่ตู้เสื้อผ้าที่ถูกล็อก เปิดออกก็ช็อกจนเข่าทรุดเมื่อพบศพบิดาถูกยัดซ่อนอยู่ภายในตู้   จากนั้นได้แจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้าตรวจสอบ พบว่ากระเป๋าเงิน สร้อยคอทองคำพระและนาฬิกาหรูหายไป โดยญาติยังไม่พร้อมให้ข้อมูลอะไรเพราะยังอยู่ในอาการเสียใจ นำโซ่มาคล้องประตูหน้าเหล็กบ้านไว้ห้ามไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปด้านใน   ด้านนางประจวบ คงอ่วม อายุ 80 ปี คนสนิทผู้ตาย เวลาประมาณ 05.00 น. ลูกชายได้ออกตามหาผู้ตาย ส่วนลูกสาวผู้ตายมาหาตนถามหาพ่อบอกว่าผู้ตายหายออกจากบ้าน ตนจึงไปช่วยตามหาผู้ตาย กระทั่งทุกคนเข้าไปในบ้านหลังเกิดเหตุ ตนอยู่ข้างล่างได้ยินเสียงคนร้องไห้ออกมาจากห้องบริเวณชั้น 2 ของบ้าน จากนั้นมีคนเดินมาบอกให้ทำใจดีๆไว้ เพราะเฮียหยูเสียแล้ว   เฮียหยูเคยเล่าว่า ผู้ต้องหาเคยทำงานที่อื่นมาหลายที่แต่ถูกไล่ออก จนมาทำงานกับเฮียหยู ล่าสุดจำจะขอลาออกและขอเงินติดตัวก่อนจะมาเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น เชื่อว่าผู้ก่อเหตุประสงค์ต่อทรัพย์แน่นอน ไม่คิดว่าต้องมาตายเพราะต่างด้าวเนรคุณ เฮียหยู มีบ้านหลายหลังในวอยเดียวกัน เป็นคนนิสัยดีใครๆ ก็รัก ใครลำบาก มาขอความช่วยเหลือจะรีบช่วยทันที   ทั้งนี้หลังเกิดเหตุตรวจสอบวงจรปิดหน้าบ้าน จับภาพชายต้องสงสัย 1 ราย ท่าทางมีพิรุธเดินเข้าออกภายในบ้านหลังเกิดเหตุ สืบสวนทราบว่าเป็นคนงานชาวเมียนมาทราบชื่อ นายมิน ทรุย ( Mr.Min Htwe ) หรือโกโก้ อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นคนลงมือก่อเหตุฆ่าเฮียหยู แล้วนำศพไปอำพรางในตู้เสื้อผ้า ก่อนหลบหนีไปกบดานในห้องเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.มหาชัย จ.สมุทรสาคร  ตำรวจรวบตัวได้หลังก่อเหตุไม่ถึง 1 วัน   ชุดสืบสวนระบุ นายโกโก้สารภาพว่าได้เข้ามาทำงานกับนายพรศักดิ์  ในฐานะลูกจ้างขับรถส่งแก๊ส ได้ประมาณ 2 เดือน แต่เนื่องจากนายโกโก้ชอบขับรถเร็วจึงถูกตำหนิต่อว่าากรอกใส่หูทุกวัน ๆ และห้ามไม่ให้ทำงานดังกล่าวอีก และให้เปลี่ยนมาเป็นคนงานปรับปรุงบ้านของผู้ตายแทน คอยทาสีต่อเติมบ้าน คาดว่าน่าจะเจ็บใจที่ถูกต่อว่าเรื่องขับรถเร็ว เกิดความโกรธแค้นและใช้ชะแลงตีหัวจนนายพรศักดิ์  เสียชีวิต นำศพยัดตู้เสื้อผ้า ขโมยเงินผู้ตายหลบหนีไป   โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายโกโก้ มาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สน.ประชาชื่น พร้อมกับของกลางคือชะแลงที่ใช้ฟาดศีรษะ หลังโยนทิ้งเอาไว้ในกองเศษไม้จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นให้การสารภาพอ้างว่าต้องการชิงทรัพย์เงินที่อยู่ในกระเป๋าหมื่นกว่าบาทเท่านั้น ส่วนทรัพย์สินอื่นไม่ได้เอาไป     พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 กล่าวว่า เบื้องต้นทราบว่าก่อเหตุคนเดียว โดยระหว่างที่ผู้ต้องหากำลังหลบหนีกบดานอยู่นั้น มีการเปลี่ยนเสื้อผ้าจากเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีกรมท่า กางเกงขาสั้นสีแดงและสวมลิสต์แบรนด์สีขาวและสีดำ เป็นเสื้อยืดแขนสั้นสีเขียว สวมกางเกงยีนสีน้ำเงิน ตนสั่งการให้พนักงานสอบสวนเร่งสอบปากคำอย่างละเอียด   ขณะที่ตำรวจได้เรียกเพื่อนร่วมงานของผู้ต้องหา 4-5 คน มาสอบปากคำที่โรงพักว่าร่วมก่อเหตุ ด้วยหรือไม่ ซึ่งเพื่อนชาวเมียนมาบอกว่าไม่เคยเห็นนายโกโก้มีปัญหาหรือทะเลาะกับผู้ตาย  หลังจากที่นายโกโก้ถูกตำรวจจับกุมเขาก็สารภาพว่าต้องการชิงทรัพย์ โดยพวกตนไม่มีส่วนรู้เห็น วันเกิดเหตุทำงานอยู่โรงงานน้ำแข็งและร้านขายแก๊ส ไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังเกิดเหตุ   โดยวันนี้ (13 ส.ค.) จะนำตัวผู้ต้องหาไปแถลงข่าวที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) อีกครั้งในเวลา 11.00 น. ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kM1274qA6Iw

 5,750
ข่าวภูมิภาค
22 ก.ค. 62

ผงะ ลูกจ้างสาวถูกฆ่าหมกป่าเกือบเดือน เจ้านายไม่ได้แจ้งหายนึกว่าหนีกลับบ้าน จี้สอบสาวทอมคนสนิท

ปทุมธานี-พบผู้เสียชีวิตที่ป่าหญ้ากลางซอยเทพกุญชร 21 ม.11 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง ที่เกิดเหตุเป็นป่าหญ้ารกร้าง เป็นซอยเปลี่ยวพบศพผู้เสียชีวิตหญิงอายุประมาณ 20-30 ปี นอนหงาย มีสภาพเน่า สวมเสื้อคอกลมสีน้ำตาล ถูกถอดไปด้านหลัง กางเกงยีนส์สีดำถูกถอดลงมาบริเวณหัวหน่าว มีบาดแผลที่กรามซ้ายถูกตีจนหัก มีบาดแผลถูกแทงที่ชายโครงซ้าย และลิ้นปี่   จากการตรวจสอบไม่พบเอกสารของทางราชการ ที่นิ้วกลางด้านซ้ายยังสวมแหวนทอง 1 วง ข้อมือซ้ายสวมใส่สร้อยข้อมือลายโซ่น้ำหนักประมาณ 2 สลึง ที่ข้อเท้าซ้ายสักอักษรภาษาอังกฤษ KOY และเพนท์เล็บแฟนซีลาย มิกกี้เม้าส์ จากการชันสูตรเบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2-3 สัปดาห์   จากการสอบถาม นายวีระวัฒน์ แก้วแก่น วินจักรยานยนต์รับจ้าง ให้การว่า ตนรับผู้โดยสารจากวิทยาลัยบุญถาวรไปส่งที่ปากซอยมิตซูบิชิ ระหว่างทางผู้โดยสารได้กลิ่นศพและบอกให้ตนเองทราบแต่ตนเองไม่ได้แวะ กระทั่งส่งผู้โดยสารเสร็จตนเองจึงกลับมาตรวจสอบจึงพบศพผู้เสียชีวิต จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ   ด้านตำรวจสภ.คลองหลวง สันนิษฐานว่า คนร้ายไม่ประสงค์ต่อทรัพย์แต่คาดว่าเกิดจากความแค้น เพราะทรัพย์สินยังอยู่ในตัวผู้ตาย   ต่อมาได้เบาะแสของผู้เสียชีวิตแล้ว พบว่าเป็นลูกจ้างแผงขายผลไม้ ตลาดนัดหมู่บ้านพระปิ่น ทราบชื่อ น.ส.พิไลวรรณ แก้วรักษา หรือจิ๊ก อายุ 29 ปี เป็นชาว จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยนายวีระชัย มีนิล อายุ 24 ปี น้องชายของนายจ้างผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุและยืนยันว่าเป็น น.ส.พิไลวรรณ จริง เพราะหายไปจากร้านตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามเหตุที่ทางร้านไม่ได้แจ้งความ เพราะคิดว่าคงหนีกลับบ้านไม่มาทำงานอีกแล้ว ปกติผู้ตายจะคบหากับสาวทอมที่เป็นญาติกับตน แต่ช่วงหลังเห็นว่ามีปากเสียงกัน จึงแยกกันอยู่ได้ระยะหนึ่ง   ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้เชิญตัวสาวทอม 2 ราย ที่มีความสนิทสนมใกล้ชิดกับผู้ตายมาทำการสอบสวน เบื้องต้นให้การอ้างว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตครั้งนี้ อย่างไรก็ตามสาวทอมคนหนึ่งยังคงให้การวกวนไปมา ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ หลังจากนี้ทางฝ่ายสืบสวนจะออกตรวจหาหลักฐาน ที่มีความชัดเจนในทางคดี เพื่อสืบสวนหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MJqUgNln3Lk

 7,644
ข่าวภูมิภาค
30 พ.ค. 62

รวบหนุ่มวัย 25 สารภาพบีบคอ-เผาอำพรางศพ ด.ญ.วัย 14 คลี่คดีโครงกระดูกในป่าละเมาะ

ตรัง-จากกรณีชาวบ้านพบพบโครงกระดูกและชิ้นส่วนมนุษย์ถูกปิดบังอำพรางอยู่ป่าละเมาะ บริเวณพื้นที่ หมู่ 4 ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งเป็นพื้นที่เปลี่ยว คาดว่าเป็นของเด็กหญิงวัย 14 ปี ที่หายออกไปจากบ้านพักในพื้นที่ อ.นาโยง และได้มีการเข้าไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.นาโยง ตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 มี.ค.62 ที่ผ่านมา โดยสร้อยคอสแตนเลสรูปตัวการ์ตูนคุกกี้รันที่พบอยู่ที่เกิดเหตุ เป็นอันเดียวกับที่เด็กหญิงคนดังกล่าวใส่ ก่อนที่จะหายตัวไปและขนาดความสูงใกล้เคียงกัน   ต่อมาตำรวจจับกุมตัวนายวิษณุ บุญคง อายุ 25 ปี แฟนหนุ่มของ ด.ญ.วัย 14 ปี ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยเพียงรายเดียว โดยก่อนหน้านี้ญาติ ด.ญ.14 ปี ได้ไปแจ้งความคนหายและข้อหาพรากผู้เยาว์กับนายวิษณุ ตอนนี้เจ้าหน้าที่ได้ไปนำตัวจากท้องที่ จ.สุราษฎร์ธานี หลังจากหลบหนีออกไปจากบ้านพักหลังจากเกิดเหตุ เพื่อกลับมาทำการสืบสวนสอบสวนในพื้นที่ต่อไป และทำการอายัดตัวเอาไว้ก่อน อีกทั้งเขามีคดีติดตัว 2 คดี มีคดีหลบหนีจากทหารเกณฑ์ และคดีพรากผู้เยาว์ตามที่ญาติของ ด.ญ.14 ปี แจ้งเอาไว้ก่อนหน้านี้   ทั้งนี้ในเบื้องต้นอย่างไม่ชัดเจนได้ให้การรับสารภาพว่าได้ลงมือก่อเหตุจริงเพียงบางส่วน โดยการลงมือบีบคอผู้ตายจนเสียชีวิต หรือจะมีการทำร้ายก่อนหน้า แล้วนำร่างมาราดน้ำมันจุดไฟเผาเพื่ออำพรางคดีที่ป่าละเมาะ แต่จะมีใครร่วมขบวนการด้วยจะต้องสืบสวนต่อไป ในขณะนี้ได้มีการสอบปากคำไปทั้งหมด 10 ปาก ซึ่งเชื่อว่าหลักจากผล ดีเอ็นเอ ออกมาสามารถออกหมายจับและปิดคดีนี้ได้อย่างแน่นอน ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FCJ0y_yOddM

 13,625

Top