ค้นหา :

ผลการค้นหา "เด็กจบใหม่"

เศรษฐกิจ
14 พ.ย. 62

รัฐบาลทุ่ม 8.6 พันล้าน ผุดโครงการจ้างบัณฑิตตกงาน 5 แสนคน ได้เงินเดือน 15,000.-

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยถึงแนวทางแก้ปัญหาบัณฑิตจบใหม่ตกงาน จากการสำรวจพบว่ามีบัณฑิตที่ตกงานมากถึง 370,000 คน และในเดือน มี.ค.2563 หรือในอีก 4 เดือนข้างหน้า จะมีบัณฑิตกำลังจะจบจากมหาวิทยาลัยอีก 3 แสนคน ซึ่ง 50 เปอร์เซ็นต์ คาดว่าจะตกงาน ทำให้มีบัณฑิตกำลังจะตกงานรวมกว่า 5 แสนคน    ทางรัฐบาลจึงมอบงบประมาณ 8,600 ล้านบาท ให้กระทรวงการอุดมฯ จัดทำโครงการยุวชนชาติสร้างชาติ ซึ่งจะมี 3 โครงการย่อย ประกอบด้วย บัณฑิตอาสา อาสาประชารัฐและกองทุนยุววิสาหกิจเริ่มต้น เพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์ดังกล่าว โดยรายละเอียดดังนี้   -โครงการบัณฑิตอาสา เพื่อช่วยบัณฑิต ตกงาน ใช้งบประมาณจำนวน 8 พันล้านบาท รับจำนวนกว่า 50,000 คน เพื่อให้ลงไปพัฒนาพื้นที่ในชุมชนร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกลความเจริญ โดยจะรับบัณฑิตจบใหม่ไม่เกิน 3 ปี ระยะเวลา 12 เดือน โดยจะได้เงินเดือน 10,000-15,000 บาท สามารถสมัครได้ที่มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ   -โครงการอาสาประชารัฐ งบประมาณ 500 ล้านบาท กลุ่มเป้าหมายคือนักศึกษาปี 3-4 จำนวน 10,000 คน ใช้ระยะเวลาทำงาน 4-5 เดือนหรือ 1 ภาคเรียน ให้ไปทำงานร่วมกับชาวบ้านและสามารถเทียบโอนหน่วยกิตได้ทั้งหมด โดยจะมีค่าเบี้ยเลี้ยงให้คนละ 5 พันบาท   -โครงการกองทุนยุววิสาหกิจเริ่มต้น งบประมาณ 100 ล้านบาท กลุ่มเป้าหมายจะเป็นนิสิตนักศึกษาร่วมกับบุคลากรมหาวิทยาลัย ใช้ระยะเวลา 3-5 ปี เพื่อให้ไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทดลองจัดตั้งสตาร์ตอัพ พัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ให้เกิดเป็นนวัตกรรมทางธุรกิจ นวัตกรรมสังคมและนวัตกรรมสร้างสรรค์   โดยจะเริ่มโครงการอาสาประชารัฐก่อนในเดือน ธ.ค.นี้ นำร่องในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็น 1 ใน 3 จังหวัดที่ยากจนที่สุดของประเทศ โดยให้นักศึกษา 500 คน จัดกลุ่มทำงานเป็นทีมทีมละ 8-10 คน มาจากการรวมตัวของหลากหลายคณะ นำความรู้ที่เรียนมาไปทำงานร่วมกับชาวบ้านเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชนในมิติต่างๆ โดยเฉพาะด้านความยาก จน ความเหลื่อมลํ้า และปัญหาคุณภาพชีวิต   ซึ่งนักศึกษาเหล่านี้ ต้องพักอาศัยในชุมชนที่ทำโครงการเป็นเวลา 4-5 เดือน คิดเป็น 1 ภาคเรียน เรียนรู้ร่วมกับชุมชน มีการทำงานกับชุมชนอย่างเป็นขั้นเป็นตอนตามหลักวิชาการ มีอาจารย์ที่ปรึกษาประจำทีม และมีความร่วมมือกับหน่วยงานภายในสังกัดกระทรวง อว. รวมถึงหน่วยงานอื่นในพื้นที่ ซึ่งนักศึกษาสามารถเทียบโอนหน่วยกิตการลงพื้นที่ได้เทียบเท่ากับที่เข้าเรียนในชั้นเรียนทั้งหมด     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wEyCOxzjTzk

 20,225
เศรษฐกิจ
17 ก.ย. 62

สั่งเบรกรูดผ่อน 0% โปรโมชั่นไม่จำเป็น เที่ยวก่อนผ่อนทีหลัง-ซื้อมือถือ สกัดสร้างหนี้เกินตัว ชี้เด็กจบใหม่ก่อหนี้เที่ยวญี่ปุ่น-ซื้อของออนไลน์

จากกรณีมีข้อมูลว่าหนี้ครัวเรือนของไทยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนของคนไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งมาจากนโยบายซื้อรถคันแรก และการแข่งขันปล่อยสินเชื่อรายย่อยดอกเบี้ย 0% เป็นตัวเร่งหนี้ครัวเรือน   จากการติดตามข้อมูลพฤติกรรมพบว่าคนไทยใช้จ่ายเงินง่ายขึ้น ซื้อของฟุ่มเฟือยและก่อหนี้เกินความจำเป็น โดยเฉพาะการใช้จ่ายของคนรุ่นใหม่ เด็กจบใหม่ ที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานมีการใช้จ่ายเกินตัว พร้อมจะก่อหนี้เพื่อไปเที่ยวญี่ปุ่น เพราะมีโปรโมชันผ่อนจ่าย 6 เดือน 0% และชอบซื้อของออนไลน์ รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยของไทยที่ต่ำมานาน ทำให้ไม่จูงใจในการออม ซึ่ง ธปท.พยายามแก้ไข เช่น การออกเกณฑ์ควบคุมบัตรเครดิตส่วนบุคคล มาตรการแอลทีวี สินเชื่อจำนำทะเบียน และการเปิดคลินิกแก้หนี้ เป็นต้น   ขณะที่นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า สมาคมธนาคารไทยได้ตระหนักถึงการควบคุมการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง โดยล่าสุด ได้มีการลงนามระหว่างธนาคารพาณิชย์และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เกี่ยวกับนโยบายการปล่อยสินเชื่อแบบรับผิดชอบไปแล้ว และจะร่วมกันไม่สนับสนุนสร้างหนี้โดยไม่มีความจำเป็น   โดยเฉพาะโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นการจับจ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็นเพื่อความสุขสำราญ เช่น การเที่ยวก่อนจ่ายทีหลัง โดยให้ผ่อน 0% 6 เดือน และการผ่อนโทรศัพท์มือถือ 0% 10 เดือน และ 24 เดือน ซึ่งโปรโมชั่นเหล่านี้ล้วนแต่เป็นปัจจัยให้มีการก่อหนี้เพิ่มขึ้น   โดยธนาคารพาณิชย์จะอนุมัติสินเชื่อโดยดูวัตถุประสงค์ของการใช้เงินมากขึ้น หากเป็นการก่อหนี้เพราะมีความจำเป็น เช่น ค่ารักษาพยาบาล ธนาคารก็พร้อมที่จะอนุมัติเพื่อช่วยเหลือลูกค้า โดยเชื่อว่าการคัดกรองเช่นนี้ น่าจะเป็นผลดี และสามารถลดภาวะการก่อหนี้ครัวเรือนได้ ดังนั้น หากธนาคารพาณิชย์ใดมีความพร้อมก็สามารถทำได้ทันที ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RIH0CrFMLPg

 9,744
เศรษฐกิจ
18 ก.พ. 62

ห่วงตกงานไตรมาสแรก 62 พุ่ง เหตุเด็กจบใหม่ไม่ตรงตลาด - ใช้ระบบ ai มากขึ้น

นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย (อีคอนไทย) เปิดเผยว่า แนวโน้มอัตราการว่างงานของคนไทยปี 2562 ทั้งปีคาดว่าจะเฉลี่ยอยู่ที่ 1.2-1.3% ของกำลังแรงงานทั้งหมดที่คาดว่าจะอยู่ประมาณ 38-39 ล้านคน หรือเฉลี่ยอัตราการว่างงานประมาณ 4-5 แสนคน ซึ่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปี 2561 ที่มีอัตราการว่างงานเฉลี่ยระดับ 1%   คาดว่าไตรมาสแรกปีนี้แนวโน้มการว่างงานจะสูงมาก จากการที่จะมีนักศึกษาจบใหม่ในช่วงเดือน มี.ค.นี้ เข้ามาเติมระบบราว 5 แสนคน และส่วนใหญ่จะพบว่ายังคงเป็นปัญหาเดิมๆ ที่แรงงานเหล่านี้กว่า 63% เป็นการจบปริญญาตรีมาและปริญญาตรีส่วนนี้เกือบ 50% เป็นสายสามัญที่ไม่ใช่วิชาชีพตามที่ตลาดแรงงานไทยต้องการมากนัก ส่วนนี้จะหางานยากอยู่แล้ว ขณะเดียวกันเมื่อการจ้างงานใหม่ ช่วงไตรมาสแรกยังคงไม่ชัดเจนก็จะทำให้ดูเลขจะสูงขึ้นมาก   นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มที่ผู้ประกอบการจะใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ระบบหุ่นยนต์ หรือเทคโนโลยีในการบริหารจัดการจะมีมากขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคการผลิต ซึ่งจะมีการตกงานของคนไทยในอนาคตรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cYM5lNXPY5Q

 55,921

Top