ค้นหา :

ผลการค้นหา "ที่ดินสปก"

การเมือง
24 ม.ค. 63

'ศรีสุวรรณ' สวน ส.ป.ก. ไม่เอาผิด 'ปารีณา' เสี่ยโรงงานอาหารสัตว์แจ้งความบุกรุก

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวถึงประเด็นการถือครองที่ดิน ส.ป.ก.ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย แต่ทาง ส.ป.ก.ชี้แจงว่าหากส่งคืนกลับให้ ส.ป.ก. ก็ถือว่าตรงตามเจตนารมณ์แล้ว เพื่อให้ ส.ป.ก. จัดสรรที่ดินให้กับเกษตรกรต่อไป ไม่มีบทลงโทษตามกฎหมาย ส.ป.ก.นั้น   นายศรีสุวรรณชี้ว่า คำชี้แจงดังกล่าวเป็นการย้อนแย้งต่อ ม.24 ของ พรบ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม 2518 ที่บัญญัติไว้ชัดเจนว่าพนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ส.ป.ก.ทั้งหมดเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ดังนั้น เมื่อ ส.ป.ก.พิสูจน์แล้วว่าผู้ที่ถือครองที่ดิน ส.ป.ก. ไม่เป็นไปตามกฎหมายตาม ม.26(4) เนื่องจากมีที่ดินบางส่วนเป็นป่าสงวนแห่งชาติที่ ส.ป.ก.ได้รับมอบมาจากกรมป่าไม้ เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.จึงเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติด้วย   โดยเฉพาะที่ดินของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี ซึ่งยอมรับเองว่า “ได้ที่ดินดังกล่าวมานานแล้ว เป็นที่ดินที่รัฐ โดยกรมป่าไม้อนุญาตให้เข้าไปทำกินได้ ทำกินมานานแล้ว และได้เสียภาษีดอกหญ้ามานานกว่า 10 ปี และเสียทุกครั้งที่เขาเรียกเก็บ” ซึ่งการครอบครองที่ดินมือเปล่า ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ใด ๆ รองรับ จึงเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 54 (30) ห้ามมิให้ผู้ใดก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือกระทำการด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น มาตรา 55 ผู้ใดครอบครองป่าที่ได้ถูกแผ้วถางโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งมาตราก่อน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลนั้นเป็นผู้แผ้วถางป่านั้น สอดคล้องกับคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15189/2558   นอกจากนั้น น.ส.ปารีณา ยังขาดคุณสมบัติในการถือครองที่ดิน ส.ป.ก. มาตั้งแต่ต้นเนื่องจากมิได้เป็นเกษตรกร ไม่ได้จบการศึกษาด้านเกษตรกรรม และไม่เป็นผู้ยากจนที่มีรายได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาทต่อปีตามกฎหมายของ ส.ป.ก. ดังนั้นแม้ น.ส.ปารีณา จะยินยอมคืนที่ดินทั้งหมดให้ ส.ป.ก. เพื่อจัดสรรให้เกษตรกรที่แท้จริงตามกฎหมายแล้ว ก็ยังอาจถือได้ว่าได้เคยกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายป่าสงวนแห่งชาติ 2507 และกฎหมายป่าไม้ 2484 ประกอบกฎหมายปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม 2518 ซึ่งถือว่า “เป็นความผิดที่สำเร็จแล้ว” พนักงานเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ต้องดำเนินการเอาผิด น.ส.ปารีณาตามกฎหมายข้างต้น แต่หากยังพยายามที่จะช่วยเหลือกันและกัน ก็อาจเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.157 ได้ ซึ่งเรื่องนี้สมาคมฯจะนำความขึ้นฟ้องต่อศาลเพื่อพิสูจน์ความจริงกันต่อไป   ด้านนายกิตติทัต มณีพรรณ์ อายุ 46 ปี เจ้าของโรงงานผลิตอาหารสัตว์ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ ได้แจ้งความ น.ส. ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ว่าบุกรุกพื้นที่ หลังมีคลิปทั้งคู่ปะทะคารมดุเดือด ที่น.ส.ปารีณาอ้างว่าชาวบ้านคัดค้านการสร้างโรงงานอาหารสัตว์ในพื้นที่ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HIughyf_sUc

 4,250
การเมือง
23 ม.ค. 63

'ปารีณา' แจงคลิปเดือดปะทะเสี่ยโรงงาน สปก.แจงส่งคืนที่ดินแล้ว ถือว่าจบ พ้นความผิด

นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ชี้แจงกรณีลงพื้นที่และปะทะคารมกับเจ้าของโรงงานผลิตอาหารสัตว์ ที่อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ว่า ปัญหาในพื้นที่มีมานานแล้ว บุคคลที่มีปัญหาคือคนจากจังหวัดกาญจนบุรี มารับเหมาก่อสร้างโรงงานอาหารสัตว์ในพื้นที่   ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ไม่อยากให้สร้าง เพราะกังวลเรื่องเสียง กลิ่น ฝุ่น การทิ้งน้ำเสีย และกระทบต่อโครงการพระราชดำริ ซึ่งชาวบ้านอยากให้พื้นที่บริเวณนั้นเป็นพื้นที่สีเขียว แต่ทางอุตสาหกรรมจังหวัด กลับบอกว่าการก่อสร้างโรงงานแห่งนี้ไม่ต้องทำประชาพิจารณ์   สำหรับกรณีชาวโซเชียลมีเดียคอมเม้นต์ในทางลบ แม้กระทั่งในคลิปที่กำลังช่วยเหลือประชาชน นางสาวปารีณา กล่าวว่า ถ้าเลือกเกิดได้ก็อยากเกิดเป็นผู้ชาย นักการเมืองผู้หญิงจะต้องทำงานหนักกว่าผู้ชายหลายเท่า   ถ้าเป็นผู้ชายทำงานในคณะกรรมาธิการ ก็คงไม่มีใครกล้ามาด่าว่าเสือก เพราะจะโดนตบปาก ในพื้นที่ก็เช่นเดียวกัน ก็จำเป็นต้องต่อว่าฝ่ายโรงงานอาหารสัตว์ว่า ให้ถอยไปปากเหม็น เพราะพยายามยื่นหน้ายื่นตาเข้ามาใกล้ ดังนั้นการเป็นนักการเมืองผู้หญิงต้องอดทนได้ทุกเรื่องจริงๆ ทั้งการต่อว่าด่าทอหยาบคาย และการโยงไปเรื่องคดีที่ดิน ก็ ยืนยันว่าแม้จะถูกผลกระทบจากเรื่องต่างๆ แต่จะทำหน้าที่เพื่อประชาชนต่อไป   ขณะที่ประเด็นรุกป่า เจ้าหน้าที่ สปก. ระบุว่า น.ส.ปารีณา ได้ส่งคืนที่ดินที่เป็น สปก. ครบหมดแล้ว หากส่งคืนกลับให้ สปก. ก็ถือว่าตรงตามเจตนารมณ์แล้ว เพื่อให้ สปก. จัดสรรที่ดินให้กับเกษตรกรต่อไป ไม่มีบทลงโทษตามกฎหมาย สปก. เว้นแต่จะมีความผิดในที่ดินตามกฎหมายอื่นๆ ยืนยันว่าการดำเนินการเรียกคืนที่ดิน สปก. ดำเนินการมาตรฐานเดียวกันทุกกรณี ไม่แตกต่างกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/deKbvR_6lBY

 1,564
การเมือง
22 ม.ค. 63

'ปารีณา' โร่แจงคลิปปะทะเดือดเสี่ยราชบุรี ประกาศกร้าวใส่หน้า “ถอยไปปากเหม็น” ล่าสุดนำชาวบ้านร้อง กมธ.อุตสาหกรรมเลิกโรงงานอาหารสัตว์

เพจชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้เผยแพร่คลิป น.ส. ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ปะทะคารมกับเจ้าโรงงานผลิตอาหารสัตว์ ที่ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี โดยมีช่วงหนึ่งที่ชายเจ้าของโรงงานบอกว่าทำตามกฎหมายทุกอย่าง แต่ทางด้าน น.ส.ปารีณาบอกว่าทำชาวบ้านเขาเดือดร้อน พร้อมกับบอกว่า ถอยไปปากเหม็น แต่ทางด้านเจ้าของโรงงานบอก ส.ส.น่าจะปากเหม็นกว่า เท่าที่ติดตามจากข่าว จากนั้น น.ส.ปารีณา ได้ถามว่าเป็นคนที่ไหน เพิ่งย้ายมาใช่ไหม? คู่กรณีตอบว่าเป็นคนราชบุรี เวลาเลือกตั้งก็เลือกมาตั้งแต่นายทวี ไกรคุปต์ บิดาของน.ส.ปารีณา ต่อมา น.ส.ปารีณา ก็ตอบกลับว่าจากนี้ไม่ต้องมาเลือก ซึ่งเมื่อคลิปเผยแพร่ไป ทำให้มีเสียงวิจารณ์พฤติกรรมของ น.ส.ปารีณาเป็นอย่างมาก    ล่าสุด ปารีณา นำชาวบ้านราชบุรี ร้อง กมธ.อุตสาหกรรมเลิกโรงงานอาหารสัตว์หลังลงพื้นที่ตรวจสอบจนมีคลิปวิวาทเจ้าของโรงงาน ยันชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเดินหน้าสู่ต่อไม่แคร์ถูกด่า โดยนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ นำตัวแทนชาวบ้าน ต.เขาชะงุ้ม อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เข้ายื่นเรื่องต่อกรรมาธิการอุตสาหกรรม เรียกร้องให้มีการตรวจสอบและให้ระงับการก่อสร้างโรงงานผลิตอาหารสัตว์ หลังจากที่ตนได้ลงพื้นที่พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบจนมีคลิปเผยแพร่กำลังมีปากเสียงกับเจ้าของโรงงานผลิตอาหารสัตว์ โดยเปิดเผยว่าจากการตรวจสอบโรงงานดังกล่าวอยู่ห่างจากเขตชุมชน 714 เมตร ทำให้ประชาชนในชุมชนหลายหลังคาเรือนได้รับผลกระทบจากโรงงานที่ส่งกลิ่นเหม็น ฝุ่นควัน และมีการทิ้งน้ำเน่าเสีย    ซึ่งชาวบ้านได้พยายามร้องเรียนเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่องแต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไข ประกอบกับเพื่อนที่ดังกล่าวถูกจัดให้เป็นพื้นที่สีเขียวมีโครงการพระราชดำริอยู่ด้วย ซึ่งชาวบ้านไม่ต้องการให้มีโครงการลักษณะดังกล่าวในพื้นที่ แต่โรงงานดังกล่าวกลับได้รับการอนุญาตจากอุตสาหกรรมต่างๆในการก่อสร้างโดยไม่มีการทำประชาพิจารณ์ก่อน นอกจากนี้ที่ผ่านมาการร้องเรียนของประชาชนในพื้นที่ ยังถูกข่มขู่ทำร้ายร่างกายด้วย   นางสาวปารีณา ยังกล่าวถึงการเผยแพร่คลิประหว่างมีปากเสียงกับเจ้าของโรงงานดังกล่าวว่า เป็นความพยายามย่ำยี กระแนะกระแหน๋ตนมากกว่า แต่ยืนยันว่าตนทนได้ และจะเดินหน้าต่อสู้เรื่องนี้ต่อเพื่อประชาชนในพื้นที่ของตัวเอง เพราะว่าเมื่อประชาชนเดือดร้อนตนก็เดือดร้อนด้วย

 6,864
การเมือง
22 ม.ค. 63

ส.ป.ก. แจงปมที่ดิน 'ปารีณา' ชี้คืนที่หมดแล้ว ไม่มีโทษตามกฎหมาย

การประชุมกรรมาธิการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เป็นประธาน วันนี้ได้มีการเชิญ เลขาธิการ สปก. เข้าให้ ข้อมูลถึงการตรวจสอบที่ดินของ น.ส. ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ   โดยเลขาธิการ สปก. ได้มอบหมายให้ พันจ่าเอกประเสริฐ มาลัย รองเลขาธิการ สปก. ชี้แจงแทนยืนยันว่า ผลการตรวจสอบการครอบครองที่ดินของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ พบว่า มีการถือครองจริง 682 ไร่ ซึ่งที่ดินของ สปก. และไม่มีเอกสารสิทธิ์ แต่เมื่อมีการตรวจสอบแล้ว น.ส.ปารีณา ได้มีการส่งคืนพื้นที่ แล้ว ซึ่ง น.ส.ปารีณาได้ยินดีส่งคืนพร้อมทรัพย์สินด้วย ซึ่งหลังจากนี้ สปก. เตรียมจัดที่ดินเข้าสู่ที่ดินชุมนุมเพื่อแบ่งที่ดินให้เกษตรกรผู้ยากไร้ต่อไป   ซึ่งกรรมาธิการได้ซักถามถึงความผิดในการดำเนินคดีกับ น.ส.ปารีณา โดยนายนภดล ตันติเมฆ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย ของ สปก. ยืนยันว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าสงวนของกรมป่าไม้ที่ส่งมอบให้ สปก. แต่ ปรากฏว่ามีการครอบครองที่ดินก่อนที่จะมีการส่งมอบให้ สปก. จึงไม่สามารถดำเนินคดีได้ ทำได้เพียงเรียกคืนพื้นที่ ยืนยันว่า เมื่อได้รับคืนพื้นที่แล้วก็ถือว่าไม่มีความผิด เช่นเดียวกับกรณีอื่นๆ ส่วนที่มีการดำเนินคดีเป็นกรณีเรียกคืนแต่ไม่ยอมคืน หรือนำที่ดินไปใช้ผิดประเภทเท่านั้น   ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ตั้งข้อสังเกตว่าตามแผนที่ของกรมป่าไม้พบว่า ที่ดินของ สปก.นั้นอยู่ระหว่างที่ของกรมป่าไม้ แต่ปรากกฏว่า ที่ดินที่กรมป่าไม้อ้างนั้นมีขนาดเล็ก และอยู่ติดกับที่ดินของประชาชน ที่มีโฉนดแล้ว จึงสงสัยว่ากรมป่าไม้เพิ่งไปชี้ว่าเป็นที่ดินของกรมป่าไม้ในภายหลังหรือไม่ เพราะตนเชื่อว่าที่ดินดังกล่าวน่าจะเป็นที่ของ สปก.ทั้งหมด และติดกับที่ของ ประชชนโดยไม่มีที่ป่าไม้กั้นกลางตามแผนที่ เพราะตามมติ ครม. ได้มอบให้ สปก. หมดแล้ว   โดยผู้อำนวยการสำนักกฎหมายของ สปก. ชี้แจงว่า สปก. ได้รับพื้นที่ตามกรมป่าไม้ทั้งหมด 2.8 แสนไร่ เท่านั้น และมีการกันพื้นที่บางส่วนคืนให้กรมป่าไม้เพราะไม่เหมาะต่อการปฏิรูปที่ดิน เป็นพื้นที่จำนวน 125แปลง หรือ 27,004 ไร่ ส่วนที่ดินของกรมป่าไม้จะไปติดกับที่ประชาชนหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ   ทั้งนี้ภายหลังการซักถาม ที่ประชุมได้มอบหมายให้ สปก. ไปตรวจสอบ เรื่องดังกล่าวตามข้อสังเกตของ นายไพบูลย์ ภายใน 2 สัปดาห์และให้รายงานกลับมายังกรรมาธิการด้วย   อย่างไรก็ตามตลอดการพิจารณาเรื่องนี้มี น.ส.ปารีณา ร่วมประชุมนั่ง ข้าง นายสิระ เจนจาคะ อยู่ด้วย แต่ไม่ได้มีการคัดค้านหรือตอบโต้ใดๆ และมีท่าทีพยายามพูดคุยกับกรรมาธิการคนอื่นๆตลอดเวลา

 9,024
สังคม
22 ธ.ค. 62

เผยแนวทางจัดสรรที่ดิน ส.ป.ก. ในกระบี่ หลังยึดคืนจากนายทุน

ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ลงนามในประกาศ แจ้งคุณสมบัติของผู้ได้รับการจัดที่ดินทำกินในท้องที่จังหวัดกระบี่ หลังจากมีผู้บุกรุก เข้าไปจับจองที่ดิน ที่สปก.เตรียมยึดคืนจากนายทุน โดยยังไม่เข้าสู่ขั้นตอนการจัดให้ประชาชน     ล่าสุดมีชาวบ้านกว่า 300 คน เข้าไปสร้างเพิงพักในสวนปาล์มน้ำมัน ในตำบลกระบี่น้อย อำเภอเมืองกระบี่ โดยมีข้อมูลว่า มีผู้อยู่เบื้องหลัง พยายามสร้างสถานการณ์ขัดขวาง ไม่ให้การยึดคืนที่ดินสำเร็จผล โดยหวังประโยชน์จากผลปาล์ม บนที่ดินกว่า 7 พันไร่      เพิงพักเหล่านี้ ถูกสร้างขึ้นอย่างเร่งรีบ และสร้างด้วยวัสดุอย่างง่าย ดูสภาพทั่วไป อาจดูไม่เหมือนว่าเหมาะจะอาศัยได้ แต่ที่พักเหล่านี้ ก็มีผู้แสดงตัวเป็นเจ้าของเนื่องจากเป็นที่พัก ซึ่งสร้างขึ้นใหม่ในสวนปาล์ม ท้องที่ หมู่ 4 ตำบลกระบี่น้อย อำเภอเมือง กระบี่     ที่ดินสวนปาล์มนี้ สำนักงานปฎิรูปที่ดิน หรือสปก.กำลังเดินการยึดคืนจากบริษัทปาล์มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ ซึ่งคดีการยึดคืนคืบหน้าไปมาก โดยเฉพาะล่าสุด มีเจ้าหน้าที่ จากสปก.ส่วนกลาง ลงพื้นที่ไปรังวัดที่ดินของบริษัทเอกชน จำนวน 52 แปลง ให้แยกออกจากที่ดินของสปก.จนแน่ชัดแล้ว เท่ากับขั้นตอนนับจากนี้ สปก.จะนำที่ดินราว 7 พันไร่ ไปเข้าสู่การพิจารณาเพื่อแจกจ่ายให้ผู้มีคุณสมบัติ ตรงตามเงื่อนไข      ตัวแทนชุมชนเจริญพัฒนา ซึ่งเป็นผู้แทนฝ่ายกฎหมายของชาวบ้านที่ประสานงานกับรัฐ ให้ข้อมูลว่า ตั้งแต่เดือนกันยายน เป็นต้นมากระทั่งถึงสัปดาห์นี้ มีผู้แสดงตัวว่าเป็นผู้ไร้ที่ทำกินเข้าไปสร้างที่พักในสวนปาล์ม รวมกว่า 300 ครอบครัว      ส่วนใหญ่ บอกว่าถูกชักชวนมาจากแกนนำให้ เลือกจุดปักหลักไว้เพื่อรอการจัดสรรที่ดิน     ข่าว 3มิติ ได้รับการยืนยันข้อมูลว่า ตอนนี้ในกลุ่มคนที่บุกรุกเข้าไปในสวนปาล์มใหม่นี้ มีบางส่วนไร้ที่ทำกินจริง ซึ่งเชื่อการชักชวน เพียงแต่เบื้องหลังการชักชวนผู้คนนั้นมี 2 กลุ่มหลัก หนึ่งคือข้าราชการฝ่ายปกครองบางคนในพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมาก็บุกรุกเข้าไปในที่ดินโฉนดของบริษัท เพื่อลักโขมยผลปาล์มน้ำมันบนแปลงโฉนดของบริษัท จึงถูกดำเนินคดี ตอนนี้จึงชักชวนหรืออยู่เบื้องหลังให้กลุ่มคนเข้าไปบุกรุกอีก เพื่อหวังให้เกิดความสงบ      และอีกกลุ่มคือ แกนนำบางกลุ่ม ซึ่งที่ผ่านมาลักลอบนำผลปาล์มน้ำมันของบริษัทออกไปขาย แต่ตอนนี้การรังวัดที่ดินโฉนดของบริษัทออกจากที่สปก.แล้วเสร็จทั้งหมด โดยสวนปาล์มในแปลง สปก.ทั้ง7 พันไร่ จะถูกโค่น เพื่อจัดสรรที่ดินให้เกษตรกร และนั่นจะทำให้กลุ่มคนเหล่านี้เสียผลประโยชน์     ก่อนหน้านี้ปฎิรูปที่ดินจังหวัดกระบี่ ได้นำป้ายยึดคืนที่ดิน 900 ไร่ ไปติดในแปลงที่ยึดคืนจากบริษัทเอกชน      ก่อนหน้านี้ มีผู้ถูกหลอกจากจังหวัดอื่นๆ หรือำเภออื่นๆ ให้มาจับจองที่อยู่ในสวนปาล์ม โดยบางรายต้องเสียค่าใช้จ่ายให้แกนนำ เจ้าหน้าที่จึงชี้แจงว่าอย่าหลงเชื่อ พร้อมทั้งประกาศคุณสมบัติของผู้ได้รับการจัดที่ดินทำกินในท้องที่กระบี่ ให้ชัดเจน      ประกาศนี้ ลงนามโดยผู้ว่าราชการจังหวัด อ้างถึงที่ประชุมคณะอนุกรรมการนโนบายที่ดินจังหวัด หรือคทช.จังหวัด ระบุชัดเจนว่าคุณสมบัติผู้จะได้รับจัดสรรที่ดินทำกินในท้องที่กระบี่มี 9 ข้อ      โดยเฉพาะข้อ 4 ต้องมีชื่อในทะเบียนบ้านและอาศัยจริงในท้องที่กระบี่ ก่อน 1 พฤศจิกายน 2561 และได้รับการขึ้นทะเบียนผู้ไร้ที่ทำกินไว้ระหว่าง1 กันยายนถึง 31 ตุลมคม 2561 โดย คทช.จะพิจารณบุคในภูมิลำเนาตามหมู่บ้าน ตำบล และอำเภอภายในจังหวัดกระบี่ก่อนเป็นอันดับแรก

 329
สังคม
15 ธ.ค. 62

เปิดต้นแบบการจัดสรรที่ดิน ส.ป.ก. หลังยึดคืนจากนายทุนกว่าพันไร่

เกาะติดประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ที่สปก.จัดสรรให้เกษตรผู้ยากไร้ที่ทำกินในหลายแง่มุม ทั้งกรณีการครอบครองที่ดินโดยมิชอบ และผลจากการจัดสรรให้เกษตรกร หนึ่งในนั้นคือที่ดินมากถึง 1024 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดิน สปก.ทั้งหมด แต่ถูกครอบครองโดยผู้ถือสิทธิ์เพียงรายเดียว ตอนนี้ที่ดิน ทั้ง 1024 ไร่ถูกสปก.ฟ้องจนชนะคดีแลยึดคืนมาได้ พร้อมกับจัดสรรให้ผู้ยากไร้ที่ทำกิน 85 ครอบครัวได้อาศัย      ตอนนี้ที่ดินที่ สปก.ทั้ง 1024แปลง ที่เคยถูกครอบครองไว้เพียงคนเดียว ได้ถูกจัดสรรให้คนในพื้นที่ตำบลปากช่อง และพื้นที่อื่น ซึ่งขึ้นทะเบียนกับสำนักงานสปก.ไว้ได้เข้าไปทำกินทั้งสิ้น 85 ครอบครัว      โดยหน่วยงานรัฐหลายกระทรวงเข้าไปร่วมปรับปรุงพื้นที่ พร้อมมีมติจัดสรรให้แปลงที่อยู่อาศัยครอบครัวละ 1ไร่ และแปลงทำกินครอบครัวละ 5 ไร่ ที่ดินที่เหลือจาก นั้นจะเป็นแปลงรวม และพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนา ชุมชนที่นี่ยอมรับว่า การจัดสรรที่ดินแบบใหม่นี้ แม้ยังไม่อาจเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ แต่เห็นชัดว่าก้าวหน้า และคุณภาพชีวิตเปลี่ยนแปลงไปจากการได้วางแผนการใช้ประโยชน์จากที่ดิน จากที่หลายคนไม่เคยมีที่ดินมาก่อน     การทำเกษตกรรมของคนที่นี่ มีหลากหลาย ทั้งพืชผักที่ปลูกโดยวางแผนการผลิตและการส่งขายล่วงหน้า สำรวจตลาดที่เหมาะสม รวมถึงพืชอื่นๆเช่นดอกไม้ ซึ่งเหมาะสำหรับเมืองที่มีนักท่องเที่ยวอย่างปากช่องอย่างไรก็ตาม กว่าที่ดินแปลงนี้จะถูกยึดคืน     สปก.เป็นโจทก์ ฟ้องว่าจำเลยรายนี้ไม่มีสิทธิ์ครอบครองที่ดิน ที่สปก.รับมาจากกรมป่าไม้แล้วประกาศเขตปฎิรูปที่ดินเพื่อมอบให้เกษตร เนื่องจากไม่พบว่าจำเลยได้ ยื่นคำร้อง เข้าทำประโยชน์ในโครงการปฎิรูปที่ดิน      และแจ้งการถือครองเพื่อพิสูจน์สิทธิ์ ที่สำคัญคือจำเลย เป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติเป็นเกษตรกรตามมาตรา 4 ของพรบ.สปก.ปี2518 จึงให้จำเลย และบริวาณ ออกจากพื้นที่ ขณะที่อ้างสิทธิ์การซื้อที่ดินต่อเนื่องมาจากผู้ครอบครองเดิมที่ทำประโยชน์ และสืบทอดจากบิดา มารดา เป็นการซื้อโดยสุจริต      ส่วนผู้เจ้าของที่ดินเดิมก็ยืนยันว่าครอบครองทำกิน ก่อนประกาศเขตปฎิรูปที่ดิน ทื่ดินไม่มีสภาพเป็นป่าและได้เสียภาษีบำรุงท้องที่มาตลอด ถึงที่สุด ศาลอุทธรณ์ และฏีกาพิพากษา ยืนตามศาลชั้นต้น คือให้จำเลยออกจากพื้นที่ เพื่อคืนที่ดินให้ สปก.     กระทั่งเมื่อ 2 ปีก่อน รัฐบาลใช้คำสั่ง คสช. เข้ายึดคืนที่ดินดังกล่าว ตามเงื่อนไขว่าเป็นที่ดินที่คดีสิ้นสุด และมีพื้นที่ตั้งแต่ 500 ไร่ขึ้นไป และเริ่มจัดสรร ให้เกษตรเข้าอยู่ได้เม่อ 2 ปีที่ผ่านมาบุญเทิด คอนนอก เป็นหนึ่งในผู้ได้รับสิทธิ์ที่ดิน รวม 6 ไร่ นี่เป็นที่ดินแปลงแรก ที่ครอบครัวสามารถวางแผน ปลูก และเก็บเกี่ยวไปขายเอง จากเดิมที่ทั้งชีวิตมีรายได้จากการเป็นลูกจ้าง     การยึดคืนที่ดิน จากผู้ครอบครองที่ผิดเงื่อนไข แล้วนำไปจัดสรรใหม่ให้เกษตรกรที่ไร้ที่ทำกิน โดยนำเทคโนโลยี การตลาดและความรู้ด้านการเกษตรสมัยใหม่มาใช้ ไม่เพียงส่งผลให้รักษาที่ดิน สปก.ไว้ได้ แต่ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของเกษตรกรดีขึ้น และสำหรับที่นี่ ได้กลายเป็นศุนย์การเรียนรู้ระดับอำเภอ และจะเป็นต้นแบบสำหรับการจัดสรรที่ดิน ที่ยึดคืนจากทุนแล้วส่งมอบให้เกษตรกร

 410
การเมือง
12 ธ.ค. 62

อธิบดีกรมป่าไม้ จูงมือ ส.ป.ก. หารือวิษณุ-กฤษฎีกา เคาะสถานะที่ดิน 'ปารีณา'

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผย ภายหลังการหารือร่วม กับ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ถึงกรณีที่ดินนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ในส่วนที่ดิน 682 ไร่ ว่าจะต้องย้อนกลับไปดูสภาพที่ดินก่อนหน้านี้ ว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร รวมถึงสถานภาพของที่ดินด้วย ซึ่งการนำเสนอข่าว ไปก่อนหน้านี้ทำให้เกิดความคาดเคลื่อน ว่าคืนที่ดินแล้วก็ไม่มีการดำเนินคดี      การหารือในวันนี้ มีคณะกรรมการกฤษฎีกาเข้าร่วมด้วย ซึ่งจะต้องไปดูว่ากรณีดังกล่าว สามารถเข้าหลักเกณฑ์ใดของส.ป.ก.และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกรมป่าไม้ ตามพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ และพ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 ซึ่งประเด็นที่ยังไม่ได้ข้อสรุป คือต้องหาคำจำกัดความ ว่าระยะเวลาที่เข้าไปดำเนินการในพื้นที่นี้ ผ่านการปฏิรูปที่ดินไปแล้วหรือยัง และหากการดำเนินกิจการต่างๆในพื้นที่นี้ หากพื้นที่เดิมเป็นป่าจะดำเนินการอย่างไร   รวมไปถึงการดำเนินคดีหน่วยงานใดจะเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งหลังจากนี้จะต้องรอผลการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อน ซึ่งกรมป่าไม้พร้อมที่จะดำเนินการตามเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาหากเข้าหลักเกณฑ์ และไม่ว่าความเห็นจะออกมาเป็นอย่างไรจะไม่กระทบกับที่ดิน 46 ไร่ในพื้นที่ป่าสงวนซึ่งได้ แจ้งความแล้ว ทั้งหมดอยู่ในกระบวนการตามกฎหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aP54WcLGZIg

 5,793
การเมือง
11 ธ.ค. 62

นายกฯ ยัน! นักการเมืองถือครองที่ดินต้องเป็นตามกฎหมาย

วันที่ 11 ธ.ค. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวถึงกรณีมีนักการเมืองถือครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 และ ส.ป.ก.จะดำเนินการอย่างไรนั้น ว่า การถือครองที่ดินทุกอย่างจะต้องอยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย เพราะมีกฎหมายอยู่หลายฉบับ ขณะเดียวกันเห็นว่ามาตรา 44 เรื่องทวงคืนผืนป่าก่อนหน้านี้ ก็ไม่ได้เสียหาย และส่วนตัวก็ไม่อยากให้ใช้คำว่าทวงคืน หากไม่มีม. 44 ก็จะมีคนบุกรุกป่ามากขึ้น พร้อมสั่งการการทำงานหลังจากนี้ต้องดูว่าป่าที่ยึดมาแล้วจะนำไปทำประโยชน์ได้อย่างไรบ้าง วันนี้หลายเรื่องเป็นประเด็นทางสังคม สั่งให้ไปตรวจสอบว่ามีอีกกี่รายที่ยังเป็นปัญหาอยู่และนำรายอื่น ๆ มาศึกษาร่วมด้วยเพื่อหาความชัดเจนให้เกิดขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกเรื่องจะต้องบังคับใช้กฎหมาย หลังดำเนินมาตรการทวงคืนผืนป่ารัฐบาลนำพื้นที่ป่ากลับคืนมาได้กว่า 7 แสนไร่ และส่วนใหญ่เป็นของนายทุนที่ผิดกฎหมายพร้อมย้ำทุกอย่างต้องว่ากันไปตามกฎหมายทั้งหมด  

 4,243
การเมือง
11 ธ.ค. 62

'วิษณุ' แจง 'ปารีณา' คืนที่ดิน ส.ป.ก.แล้วก็ไม่ผิด ทุกอย่างจบเหมือนกรณี 'พล.อ.สุรยุทธ์'

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีปัญหาที่ดิน น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐว่า ไม่ทราบเรื่องดังกล่าวและไม่ได้สนใจไปอ่านดูเรื่องนี้แต่อย่างใด   เมื่อถามว่าเปรียบเหมือนกรณียึดคืนที่ดิน ส.ป.ก.จากนายทุนพื้นที่จังหวัดภาคใต้แล้วนำมาจัดสรรให้กับเกษตรกรใหม่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เรื่องของที่ดิน ส.ป.ก.นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ปัญหาอยู่ที่ว่าพื้นที่นั้นเป็นที่ดิน ส.ป.ก.หรือไม่ ถ้าใช่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง   “เหมือนสมัยก่อนที่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรีได้คืนที่ดิน ส.ป.ก.ไปแล้วก็จบ อย่างไรก็ตาม ที่ดิน ส.ป.ก.ตอนไปเอามานั้นไม่ผิดเพราะถือครองไม่ได้ เมื่อถือครองไม่ได้ต้องคืน แต่พื้นที่บางแห่งตอนไปเอามานั้นผิด เมื่อคืนไปความผิดสำเร็จ ดังนั้นกฎหมายแต่ละเรื่องไม่ได้ยึดหลักเดียวกันไปเสียหมด เช่น พ.ร.บ.ศุลกากร คดีฟิลิปมอร์ริส เมื่อสำแดงเท็จเป็นความผิดติดคุกแต่เมื่อนำเงินไปจ่ายเสียตามที่ควรจะต้องจ่ายจริงถือว่าจบคดีอาญาหรือคดีทรัพย์สินทางปัญญามีความผิดติดคุกแต่ถ้าชดใช้เงินเสียคดีก็จบ”   เมื่อถามว่ามีการมองว่ารัฐบาลใช้ช่องทาง ส.ป.ก. ช่วยเหลือ น.ส.ปารีณา นายวิษณุกล่าวว่า ตามกฎหมายระบุว่าเป็นที่ที่ถูกซื้อมาแล้วต้องคืน ถือเป็นบทลงโทษของคนที่ซื้อมาโดยที่รัฐไม่ต้องจ่ายเงินแม้แต่บาทเดียว เป็นบทลงโทษที่ดีกว่าบทลงโทษทางอาญาที่จะต้องถูกปรับ เมื่อถามอีกว่าปัญหาที่ดิน ส.ป.ก.และป่าไม้ เกิดขึ้นมาหลายคดีเพราะใช้แผนที่กันคนละฉบับ นายวิษณุกล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวมีมาตลอด ดังนั้นรัฐบาลชุดที่แล้วจึงต้องการทำวันแม็ปเพราะที่ดินของรัฐที่หน่วยงานต่างๆดูแลรักษาอยู่มีจำนวนมากแต่ละหน่วยงานใช้สเกลแผนที่คนละฉบับยังไม่สามารถรวมกันทำได้จึงเป็นปัญหา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UIkDD7ryBKs

 13,174
การเมือง
10 ธ.ค. 62

'ธรรมนัส' โยนกรมป่าไม้เอาผิด'เอ๋' พร้อมสั่งทำหนังสือส่งมอบพื้นที่ใหม่

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งการ เลขา ส.ป.ก. ขอให้ประสานนางสาวมาปรีณา ไกรคุปต์ ทำหนังสือส่งมอบที่ดิน 682 ไร่ มาใหม่ เนื่องจากพบว่าหนังสือส่งมอบที่ทำมา มีเงื่อนไขซ่อนเร้น อาจเป็นช่องว่างให้ผู้ส่งมอบมาเรียกร้องสิทธิในอนาคต ยืนยันการส่งมอบที่ดินของรัฐต้องไม่มีเงื่อนไขใดๆ  ส่วนการจะดำเนินคดีหรือไม่นั้น เป็นอำนาจหน้าที่ของกรมป่าไม้ เพราะ ส.ป.ก.รับมอบพื้นที่จากกรมป่าไม้ แต่ยังไม่ได้จัดสรรที่ดิน การอยู่ในพื้นที่ก่อนการจัดสรร จึงเป็นหน้าที่กรมป่าไม้ดำเนินการ ว่าชอบหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย    ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางมาเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร หรือ คปก. ณ สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม(หรือ ส.ป.ก.) ก่อนการประชุมได้กล่าวถึงการทำหนังส่งมอบที่ดินจำนวน 682 ไร่ ของนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ คืนให้กลับ ส.ป.ก. ในเบื้องต้นจากการตรวจสอบหนังสือส่งมอบอย่างละเอียด พบว่าหนังสือที่นางสาวปารีณาทำมานั้น มีปัญหา เพราะมีการระบุเงื่อนไขว่า นางสาวปารีณาและผู้ครอบครองขอสงวนสิทธิเป็นอันดับแรกตามที่กฎหมายกำหนด แต่ในทางกฎหมายแล้วไม่สามารถทำได้ การส่งมอบพื้นที่ต้องไม่มีเงื่อนไขใดๆ เพราะผู้ส่มอบจะมาเรียกร้องสิทธภายหลัง    จึงสั่งการไปยังเลขา ส.ป.ก. ให้แจ้งไปยังคุณปารีณา ให้ทำหนังสือส่งมากลับมาใหม่ภายใน7วันโดยไม่มีเงื่อนใดๆ เพราะตามกฎหมาย ส.ป.ก. คุณปารีณาไม่มีสิทธิได้รับการจัดสรรที่ดินทำกิน เนื่องเป็นเป็น ส.ส.ทำงานในสภาไม่ใช่เกษตรกรที่ยากจน    สำหรับการจะดำเนินคดีกับนางสาวปารีณาหรือไม่นั้น เป็นหน้าที่ของกรมป่าไม้ เพราะ ส.ป.ก.มีหน้าที่จัดสรรดูแลสทธิทำกินของราษฎร หากจะดำเนินคดี ก็ต่อเมื่อประกาศเป็นพื้นที่ ส.ป.ก.แล้ว ผู้ครอบครองปฏิเสธไม่ยอมส่งมอบคืน แต่คุณปารีณายอมคืนพื้นที่ หากจะดำเนินคดีเกี่ยวกับการบุกรุกพื้นที่ ตาม พรบ.ป่าไม้ 2484 หรือ พรบ.ป่าสงวน 2507 เป็นหน้าที่ของกรมป่าไม้ ส.ป.ก. ไม่อำนาจดำเนอนคดีตามกฎหมาย เพราะกรณีของคุณปารีณา 682 ไร่ ส.ป.ก.รับมอบมาจากกรมป่าไม้แล้ว แต่ยังไม่ได้จัดสรร ดังนั้นบุคคลที่อยู่ก่อนประกาศ ส.ป.ก. จึงเป็นหน้าที่กรมป่าไม้ ดำเนินคดีว่าผู้ที่ครอบครองก่อนประกาศ ส.ป.ก. อยู่ในพื้นที่อย่างชอบหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ฝ่ายกฎหมาย ส.ป.ก. และกรมป่าไม้ ตั้งคณะกรรมการทำงานร่วมกัน ว่าแต่ละหน่วยงานมีเขตอำนาจหน้าที่ดำเนินการเรื่องใดบ้าง และจะใช้เป็นกรอบสำหรับพื้นที่ ส.ป.ก. ทั่วประเทศ ส.ป.ก ยืนยันว่าจะให้สิทธิพี่น้องประชาชนที่ยากจน ไม่มีที่ดินทำดินเป็นอันดับแรก   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/KGAr79mzzfY

 1,273
สังคม
09 ธ.ค. 62

'ธรรมนัส' สั่ง 'ปารีณา' ยื่นหนังสือคืนที่ ส.ป.ก.ใหม่ภายใน 7 วัน หลังพบปัญหา - 'อัจฉริยะ' เข้าร้องกองปราบสอบนักการเมือง-ขรก.ถือครองที่ดินมิชอบ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งการ เลขา ส.ป.ก. ขอให้ประสานนางสาวมาปรีณา ไกรคุปต์ ทำหนังสือส่งมอบที่ดิน 682 ไร่ มาใหม่ เนื่องจากพบว่าหนังสือส่งมอบที่ทำมา มีเงื่อนไขซ่อนเร้น อาจเป็นช่องว่างให้ผู้ส่งมอบมาเรียกร้องสิทธิในอนาคต ยืนยันการส่งมอบที่ดินของรัฐต้องไม่มีเงื่อนไขใดๆ      ส่วนการจะดำเนินคดีหรือไม่นั้น เป็นอำนาจหน้าที่ของกรมป่าไม้ เพราะ ส.ป.ก.รับมอบพื้นที่จากกรมป่าไม้ แต่ยังไม่ได้จัดสรรที่ดิน การอยู่ในพื้นที่ก่อนการจัดสรร จึงเป็นหน้าที่กรมป่าไม้ดำเนินการ ว่าชอบหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย     ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางมาเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร หรือ คปก. ณ สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม ส.ป.ก. ก่อนการประชุมได้กล่าวถึงการทำหนังสือส่งมอบที่ดินจำนวน 682 ไร่ ของนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ คืนให้กลับ ส.ป.ก.      ในเบื้องต้น จากการตรวจสอบหนังสือส่งมอบอย่างละเอียด พบว่าหนังสือที่นางสาวปารีณาทำมานั้น มีปัญหา เพราะมีการระบุเงื่อนไขว่า นางสาวปารีณาและผู้ครอบครองขอสงวนสิทธิเป็นอันดับแรกตามที่กฎหมายกำหนด  แต่ในทางกฎหมายแล้วไม่สามารถทำได้      การส่งมอบพื้นที่ต้องไม่มีเงื่อนไขใดๆ เพราะผู้ส่มอบจะมาเรียกร้องสิทธภายหลัง จึงสั่งการไปยังเลขา ส.ป.ก. ให้แจ้งไปยังคุณปารีณา ให้ทำหนังสือส่งมากลับมาใหม่ภายใน 7 วัน โดยไม่มีเงื่อนใดๆ เพราะตามกฎหมาย ส.ป.ก. คุณปารีณา ไม่มีสิทธิได้รับการจัดสรรที่ดินทำกิน เนื่องเป็นเป็น ส.ส.ทำงานในสภาไม่ใช่เกษตรกรที่ยากจน      สำหรับการจะดำเนินคดีกับ นางสาวปารีณา หรือไม่นั้น เป็นหน้าที่ของกรมป่าไม้ เพราะ ส.ป.ก.มีหน้าที่จัดสรรดูแลสิทธิทำกินของราษฎร หากจะดำเนินคดี ก็ต่อเมื่อประกาศเป็นพื้นที่ ส.ป.ก.แล้ว ผู้ครอบครองปฏิเสธไม่ยอมส่งมอบคืน แต่คุณปารีณายอมคืนพื้นที่ หากจะดำเนินคดีเกี่ยวกับการบุกรุกพื้นที่ ตาม พรบ.ป่าไม้ 2484 หรือ พรบ.ป่าสงวน 2507 เป็นหน้าที่ของกรมป่าไม้      ทั้งนี้ ส.ป.ก. ไม่อำนาจดำเนอนคดีตามกฎหมาย เพราะกรณีของ คุณปารีณา ส.ป.ก.รับมอบมาจากกรมป่าไม้แล้ว แต่ยังไม่ได้จัดสรร ดังนั้นบุคคลที่อยู่ก่อนประกาศ ส.ป.ก. จึงเป็นหน้าที่กรมป่าไม้จะดำเนินคดีผู้ที่ครอบครองก่อนประกาศ ส.ป.ก. อยู่ในพื้นที่อย่างชอบหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย      ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ฝ่ายกฎหมาย ส.ป.ก. และกรมป่าไม้ ตั้งคณะกรรมการทำงานร่วมกัน ว่าแต่ละหน่วยงานมีเขตอำนาจหน้าที่ดำเนินการเรื่องใดบ้าง และจะใช้เป็นกรอบสำหรับพื้นที่ ส.ป.ก. ทั่วประเทศ ส.ป.ก ยืนยันว่าจะให้สิทธิพี่น้องประชาชนที่ยากจน ไม่มีที่ดินทำดินเป็นอันดับแรก

 14,063
สังคม
08 ธ.ค. 62

เปิดหนังสือส่งคืนที่ดินของ 'ปารีณา' ไม่ลงวันที่ เจ้าตัวชี้เป็นการส่งคืนตั้งแต่วันที่ ส.ป.ก.แถลงยึด

จากกรณีการเรียกคืนที่ดินที่ จ.ราชบุรีของ น.ส.ปารีณา ซึ่งหลังจากนั้นมีการเปิเเผยหนังสือขอส่งคืนที่ดินให้ ส.ป.ก. ของ น.ส.ปารีณา ซึ่งพบว่่า ส.ป.ก. ประทับลงรับในวันที่ 6 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันเดียวกับทีเลขาธิการ ส.ป.ก.แถลงข่าวเรียกคืนที่ดิน 682 ไร่ จาก น.ส.ปารีณา แต่ไม่มีวันที่กำกับ        ซึ่งเรื่องนี้เจ้าตัวก็ออกมาชี้แจงว่า ได้ส่งหนังสือดังกล่าวให้ ส.ป.ก. ในเย็นวันที่ 6 ธ.ค. หลังจากที่ ส.ป.ก. แถลงยึดคืนที่ดินในช่วงเช้า ระบุก่อนหน้านี้ ได้มีหนังสือเรียกให้ไปชี้แจงที่ ส.ป.ก. ตนจึงให้ความร่วมมืออย่างดี รีบส่งหนังสือไปชี้แจง ทีเลขาธิการ ส.ป.ก.แถลงข่าวก็รีบส่งหนังสือ เพื่อให้เห็นว่าไม่มีพฤติการณ์ขัดขืน และให้ความร่วมมือทุกอย่าง       ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เน้นย้ำว่า จะไม่มีการดำเนินการเอาผิดใด ๆ กับ น.ส.ปารีณา เนื่องจากไม่ได้ทำผิดกฎหมาย

 12,949
การเมือง
08 ธ.ค. 62

‘ปารีณา’ ส่งคืนที่ดิน ส.ป.ก. 682 ไร่ ‘ธรรมนัส’ แจงเหตุ ไม่ดำเนินคดี ‘ชูวิทย์’ โพสต์แรง อ่านแล้วถึงกับจุก

วานนี้ (7 ธ.ค.) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ ส.ป.ก. นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี, นายประยงค์ จันทเต็ง นายอำเภอจอมบึง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบฟาร์มไก่เขาสน 1 ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ หลัง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ได้ทำหนังสือขอส่งคืนพื้นที่ ส.ป.ก.จำนวน 682 ไร่ โดยมอบอำนาจให้นายสมใจ สะทองเลียบ นำเอกสารมาส่งมอบให้กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช. เกษตรและสหกรณ์ หลังมีคำสั่งให้ น.ส.ปารีณา คืนพร้อมนำตรวจสอบพื้นที่ภายในฟาร์ม   ร.อ. ธรรนัส พรหมเผ่า รมช. เกษตรและสหกรณ์ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางเข้าไปตรวจสอบในบริเวณฟาร์มไก่ว่า เนื่องจาก น.ส.ปารีณาทำหนังสือถึง ส.ป.ก.เพื่อจะขอส่งคืนพื้นที่ทั้งหมด รวมกว่า 600 ไร่ ซึ่งตนได้มาราชการที่ราชบุรี จึงถือโอกาสมารับส่งมอบ โดยพื้นที่ตรงนี้เป็นเขตการประกาศปฏิรูปที่ดิน เมื่อผู้ครอบครองที่ดินไม่มีคุณสมบัติหรือครอบครองเกินจำนวนที่กฎหมายกำหนดไว้ ส่งคืนมาโดยที่ไม่ต้องไปฟ้องขับไล่ ทาง ส.ป.ก.จะดำเนินการตามขั้นตอนที่ผู้ครอบครองร้องขอมา    ในเรื่องนี้ ส.ป.ก.ไม่มีการดำเนินคดี เนื่องจาก น.ส.ปารีณาครอบครองมาก่อนที่จะประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดิน เราได้รับส่งมอบมาจากกรมป่าไม้พร้อมกับผู้ครอบครอง เมื่อได้ส่งมอบให้กับทางหลวงซึ่งถือว่าเป็นที่ดินของรัฐ ในส่วน ส.ป.ก. ก็จะจบกัน ซึ่งจะรับพื้นที่ทั้งหมดคืนมา เพื่อจะจัดสรรให้เกษตรกรผู้ไร้ที่ทำกินและที่อยู่อาศัยต่อไป ส่วนของ ส.ป.ก.มีหน้าที่เอาที่ดินคืนมาก่อน ส่วนของโรงเรือนนั้นไม่มีนโยบายที่จะไปทำลายทรัพย์สินใดๆ เหมือนกับที่กระบี่ มีโรงเรือนต่างๆ ก็จะมอบให้ชาวบ้านที่มีสิทธิ์ต่อไป ส่วนเสาไฟฟ้าที่อยู่ในฟาร์มไก่คงต้องรื้อถอนออกไป    น.ส.ปารีณา ได้ทำหนังสือมาถึงเมื่อวันศุกร์ แจ้งว่าขอส่งที่ดินคืนให้กับ ส.ป.ก. อยากให้เข้าใจว่ากฎหมาย ส.ป.ก.ว่าด้วยอะไร จึงต้องทำตามกฎหมาย ไม่ใช่ว่าเราละเว้นไม่ปฏิบัติ ไม่บังคับใช้กฎหมายกับใครคนใดคนหนึ่งแต่ใช้เหมือนกันหมด เช่นเดียวกับที่ดินแปลงอื่นก็เหมือนกัน ส่วนกรณีดื้อไม่ยอมคืนก็จะใช้มาตรา 44 บังคับใช้ ซึ่งที่ดินของนางสาวปารีณา ขณะนี้มีจำนวนทั้งหมด 682 ไร่ ขณะนี้ได้สั่งการให้ปฏิรูปที่ดินทุกจังหวัดไปว่าให้มีการตรวจสอบที่ดินที่จัดสรรไปแล้วว่ามีใครถือครองไปบ้าง มีใครได้สิทธิ์บ้าง และที่กำลังจัดสรรได้ดูอย่างละเอียด   ด้าน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ เผยว่า ในวันที่ 9 ธ.ค. 2562 จะได้ข้อสรุปว่าจะเอาคืนที่ดิน 600 กว่าไร่ของ น.ส.ปารีณา ไปดำเนินคดีด้วยหรือไม่ เพราะต้องทำเรื่องไปถึง ส.ป.ก.ก่อน ว่า ส.ป.ก. จะเอาไปจัดสรร หรือจะคืนมาให้กรมป่าไม้    ขณะที่นายดำรงค์ พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย กว่าวว่า กรมป่าไม้ไม่ต้องรอหนังสือ จาก ส.ป.ก. ใดๆ ทั้งสิ้น สามารถไปแจ้งความดำเนินคดีได้เลย ตราบใดที่ ส.ป.ก. ยังไม่นำไปก่อนโฉนด ถือว่าเป็นที่ดินของรัฐอยู่แล้ว ถ้าเป็นที่ดินของรัฐผิดกฎหมายก็ถือเป็นที่ป่าแปลงใหญ่ด้วยซ้ำ   ด้านนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีต ส.ส.พรรครักประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า ‘แข่งเรือ แข่งพาย แข่งได้ แข่งบุญ แข่งวาสนา อย่าหวังแข่ง หลายครั้งหลายคราที่กฎหมายของไทยฉบับเดียวกัน แต่ใช้กับคนหลายระดับชั้นอย่างไม่เท่าเทียมกัน เจ้าหน้าที่รัฐ หรือฝ่ายบริหาร คงมอง “ฝ่ายรัฐบาล” กับ “ฝ่ายค้าน” ต่างกัน มันเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร ชีวิตการเมืองของผมเคยเป็นแต่ฝ่ายค้าน จึงไม่ทราบว่าการเป็นฝ่ายรัฐบาลได้สิทธิพิเศษอย่างไรหรือไม่?   ผมเคยคิดอยู่เสมอว่า ไม่ว่าใหญ่แค่ไหน หากทำผิดกฎหมาย ต้องถูกลงโทษ ต่อมาเมื่อผมได้ชดใช้หนี้ความผิดตามกฎหมาย แต่กลับมองเห็น “คนมีอำนาจ” ไม่ต้องชดใช้ จึงได้สำนึกว่าผม “คิดผิด” กฎหมายสำหรับคนธรรมดา กับกฎหมายของผู้มีเกียรติคงไม่เหมือนกัน เปรียบกับเรื่องรุกป่า หากเป็นคนธรรมดา ป่านนี้คงไม่มีโอกาสแม้แต่จะเถียง ได้แต่ก้มหน้ารับโทษ นึกแล้วอย่าได้ไปน้อยใจในวาสนา   คิดถึงผู้ใหญ่ที่เขาบอกไว้ว่า “แข่งเรือ แข่งพาย แข่งได้ แต่แข่งบุญ แข่งวาสนา มันแข่งกันไม่ได้” คงมีเส้นแบ่งอะไรสักอย่าง ที่ประชาชนคนธรรมดาอย่างผม ไม่ต้องพูด เพราะถึงพูดไป มันไม่มีความหมายอะไรในประเทศไทย’     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/fG7toaQZKBY  

 59,638
สังคม
07 ธ.ค. 62

ส.ป.ก. ยึดคืนที่ดินสวนปาล์มกระบี่ กว่า 900 ไร่จากเอกชน หลังพบครอบครองโดยมิชอบ

สำนักงานปฏิรูปที่ดินกระบี่ ติดป้ายยึดคืนที่ดินกว่า 900 ไร่ จากบริษัทเอกชนที่ครอบครองที่ดินไว้ทำสวนปาล์ม หลังจากตรวจสอบพบว่าครอบครองที่ดินเหล่านี้โดยมิชอบ โดยมีที่ดินอีกกว่า 4,000 ไร่ ที่ยอู่ระหว่างดำเนินการของการรังวัด เพื่อจัดสรรให้ผู้ยากไร้ที่ดินทำกิน   สวนปาล์มเนื้อที่กว่า 7,000 ไร่ ที่มองเห็นราวกับทะเลสวนปาล์ม ครอบครองพื้นที่ 2 อำเภอของจ.กระบี่ เกือบ 40 ปีมาแล้วที่สวนปาล์มก็ 7,000 ไร่ อยู่ในการถือครองของบริษัทเอกชนที่ทำธุรกิจปาล์มน้ำมัน แต่ระยะสิบปีให้หลัง กลุ่มชาวบ้านเรียกร้องให้ตรวจสอบการถือครองที่ดินจำนวนมากเหล่านี้ของบริษัทเอกชน จนตอนนี้คืบหน้ามาก ที่ทำให้นำไปสู่การปักป้าย ยึดคืนที่ดิน 973 ไร่ ในเขต อ.เมือง จ.กระบี่   ปฏิรูปที่ดินจ.กระบี่ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติตามคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบห่งประเทศไทย ลงนามในป้ายคำสั่งให้ออกจากที่ดินแลัวรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ที่ดิน 937 ไร่นี้ เ ป็นส่วนหนึ่งของแปลงที่ดินทั้งหมดประมาณ 7,000 กว่าไร่ ซึ่งบริษัทสหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด ครอบครองทำประโชน์ ที่ผ่านมาได้แสดงเอกสารสิทธิ์ต่อเจ้าหน้าที่ในการเข้าทำกิน และเอกสารสิทธิ์เหล่านั้นก็ถูกใช้เป็นหลักฐานนำไปฟ้องร้องชาวบ้านส่วนหนึ่ง ซึ่งรวมตัวกันในนามผู้ไร้ที่ทำกิน    เดิมทีชาวบ้านเข้าไปเก็บผลประโยชน์จากสวนปาล์ม ต่อมาก็อยู่อาศัยโดยสร้างที่พัก ทำให้แกนนำหลายคนถูกฟ้องร้องฐานบุกรุก อย่างไรก็ตาม หลักฐานเดียวกันนั้นและหลักฐานอื่นๆ ที่ชาวบ้านใช้ทุนสร้างส่วนตัว หาทางต่อสู้ทางกฏหมาย จนนำไปสู่การพิสูจน์สิทธิ์การถือครองที่ดิน   ขณะเดียวกัน ระหว่างการตรวจสอบที่ดิน 973 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดินกรมป่าไม้เคยมอบให้ ส.ป.ก. มาก่อน เพื่อให้เข้าสู่การปฏิรูป แต่ยังไม่ได้นำเข้าสู่การปฏิรุปหรือแจกจ่ายให้กับผู้ที่ไร้ที่ทำกินหรือเกษตรกรในพื้นที่ เท่ากับว่า บริษัทครอบครองที่ 973 ไร่ ที่ยังไม่ได้จัดสรรให้กับเกษตรกรโดยมิชอบ จนนำมาสู่การติดป้ายยึดคืนในวันนี้ อย่างไรก้ตาม ไม่มีฝ่ายใดมีสิทธิ์อยู่ในที่ดินแปลงนี้ รวมถึงชาวบ้านกว่า 50 ครอบครัวที่ปักหลักอาศัยอยู่ในที่ดินแปลงนี้ตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา ชาวบ้านกลุ่มนี้จึงได้แต่หวังว่าจะจัดสรรที่อยู่อื่นหรือในพื้นที่เดียวกันก็ตามที่พออยู่อาศัยได้ ในระหว่างขึ้นทะเบียนและรอการตรวจสอบสิทธิ์ที่ดินที่อย่ในระหว่างการจัดสรร    ในขณะที่ปฏิรูปที่ดินจ.กระบี่ยอมรับว่าการพิจารณาหาที่อยู่ส่วนกลางที่เหมาะสมสำหรับกลุ่มคนในสวนปาล์มที่ผ่านการพิสูจน์ได้ว่า ไม่มีที่อยู่อื่นจริง อีกทั้งยืนยันว่า ผู้ที่จะได้สิทธิทำกินที่ ส.ป.ก. จะจัดสรรใหม่นี้ต้องมีคุณสมบัติครบตามข้อกำหนด ผ่านการขึ้นทะเบียนที่จังหวัด และผ่านการตรวจสอบกลั่นกรองอย่างละเอียด โดยเฉพาะต้องเป็นคนในพื้นที่ก่อนเป็นอันดับแรก 

 1,565
สังคม
07 ธ.ค. 62

ส.ป.ก.ขีดเส้น 7 วัน 'ปารีณา' คืนที่ดินรุกป่า 682 ไร่

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบแนวเขตที่ดินที่ นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ถือครองอยู่นั้น พบว่ามีพื้นที่ 682 ไร่ ที่อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน ซึ่งถือว่าเป็นการเข้ามาครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีสถานะเป็น ส.ส. รวมถึงเป็นประธานบริษัท ปารีณา ไกรคุปต์ จำกัด จึงไม่มีสิทธิ์ได้รับที่ ส.ป.ก โดยทาง ส.ป.ก จะทำหนังสือแจ้งไปยังผู้ถือครองทันที คาดว่าภายใน 2-3 วันนี้หนังสือจะถึงผู้ถือครองแน่นอน โดยหลังจากได้รับหนังสือ ผู้ถือครองจะต้องดำเนินการคืนพื้นที่ 682 ไร่ ภายใน 7 วัน   ทั้งนี้ หากนางสาวปารีณาไม่คืนที่ดินภายใน 7 วันนับแต่มีคำสั่ง ส.ป.ก. จะใช้คำสั่ง คสช.ที่ 36/2559 ยึดที่ดินและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการจัดที่ดินชุมชนตามนโยบาย คสช. แจกจ่ายให้เกษตรกรผู้มีรายได้น้อยต่อไป ยืนยัน ยังไม่มีการดำเนินคดีกับ ส.ส.ปารีณา เนื่องจากให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ส่วนพื้นที่ที่กรมป่าไม้มีการระบุว่าเข้าข่ายพื้นที่ป่าสงวน 46 ไร่ ขอให้้เป็นหน้าที่ของกรมป่าไม้ในการดำเนินการ ทาง ส.ป.ก. ไม่ขอออกความคิดเห็น โดยจะขอดูแลเฉพาะในพื้นที่ของ ส.ป.ก. เท่านั้น     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/CUyi8rTSrF8

 1,494

Top