ค้นหา :

ผลการค้นหา "สสปาร์ตี้ลิสต์"

การเมืองเข้มข้น
29 พ.ค. 62

‘มาดามเดียร์’ รับหนังสือรับรอง ส.ส. ยันไม่มีหุ้นสื่อ

‘มาดามเดียร์’ รับหนังสือรับรอง ส.ส. ยืนยัน ไม่มีหุ้นสื่อ รับ ‘พปชร.’ มีปัญหาคุยเก้าอี้รัฐมนตรีภายในจริง แต่ไม่เคยพูดเลือกนายกฯ แล้วค่อยยุบสภา   วันที่ 29 พ.ค. 62 น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี หรือ ‘มาดามเดียร์’ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 19 พรรคพลังประชารัฐ เดินทางมารับหนังสือรับรองการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง    พร้อมระบุว่า ดีใจและจะตั้งใจทำหน้าที่ในสภาให้ดีที่สุด ความตั้งใจคืออยากขับเคลื่อนนโยบายด้านกีฬาและเทคโนโลยีที่ตนเองถนัด และไม่กังวลที่อาจต้องไปต่อกับ ส.ส.หญิงของพรรคอื่นที่ เพราะพรรคพลังประชารัฐ ก็ถือว่ามีสัดส่วน ส.ส.หญิงมากที่สุดถึง 23 คน    น.ส.วทันยา ยังกล่าวด้วยว่า ยังไม่กังวลหากในอนาคต กกต. จะมีการคำนวณ สัดส่วนปาตี้ลิสต์ใหม่ และทำให้ตนพ้นจากความเป็น ส.ส.อีก เพราะอยู่ในวงการกีฬามา รู้จักแพ้ รู้จักชนะ ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ    และยืนยันว่าไม่กลัวซ้ำรอย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ด้วย ที่ถูกร้องศาลรัฐธรรมนูญ เพราะขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส.เนื่องจากถือหุ้นสื่ิอมวลชน ตนเองได้เตรียมตัวมาเป็นอย่างดี เพราะได้ทยอยขายหุ้นสื่อ ทุกบริษัทไปตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค.ปี 61 ก่อนลงสมัครรับเลือกตั้ง   ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคพลังประชารัฐ ในขณะนี้ ยอมรับว่า มีปัญหาในการคุยและเจรจาต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีจริง ซึ่งก็เป็นเรื่ิองธรรมดา แต่ขอปฎิเสธว่า คำสัมภาษณ์ของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค วานนี้ ไม่ได้สื่อไปในทางที่จะให้เลือกนายกรัฐมนตรีไปก่อนแล้วจะยุบสภาทีหลัง และไม่ได้จะใช้การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีไปก่อน เพื่อกดดันพรรคร่วมรัฐบาลอย่างแน่นอน แต่จะเดินหน้าพูดคุยเพื่อจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ไม่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ให้ทุกอย่างเดินหน้าต่อไปได้   ภาพจากเฟซบุ๊ก เดียร์ วทันยา วงษ์โอภาสี    

 1,831
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
29 พ.ค. 62

‘มาดามเดียร์’ รับหนังสือรับรอง ส.ส. ยันไม่มีหุ้นสื่อ

‘มาดามเดียร์’ รับหนังสือรับรอง ส.ส. ยืนยัน ไม่มีหุ้นสื่อ รับ ‘พปชร.’ มีปัญหาคุยเก้าอี้รัฐมนตรีภายในจริง แต่ไม่เคยพูดเลือกนายกฯ แล้วค่อยยุบสภา   วันที่ 29 พ.ค. 62 น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี หรือ ‘มาดามเดียร์’ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 19 พรรคพลังประชารัฐ เดินทางมารับหนังสือรับรองการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง    พร้อมระบุว่า ดีใจและจะตั้งใจทำหน้าที่ในสภาให้ดีที่สุด ความตั้งใจคืออยากขับเคลื่อนนโยบายด้านกีฬาและเทคโนโลยีที่ตนเองถนัด และไม่กังวลที่อาจต้องไปต่อกับ ส.ส.หญิงของพรรคอื่นที่ เพราะพรรคพลังประชารัฐ ก็ถือว่ามีสัดส่วน ส.ส.หญิงมากที่สุดถึง 23 คน    น.ส.วทันยา ยังกล่าวด้วยว่า ยังไม่กังวลหากในอนาคต กกต. จะมีการคำนวณ สัดส่วนปาตี้ลิสต์ใหม่ และทำให้ตนพ้นจากความเป็น ส.ส.อีก เพราะอยู่ในวงการกีฬามา รู้จักแพ้ รู้จักชนะ ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ    และยืนยันว่าไม่กลัวซ้ำรอย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ด้วย ที่ถูกร้องศาลรัฐธรรมนูญ เพราะขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส.เนื่องจากถือหุ้นสื่ิอมวลชน ตนเองได้เตรียมตัวมาเป็นอย่างดี เพราะได้ทยอยขายหุ้นสื่อ ทุกบริษัทไปตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค.ปี 61 ก่อนลงสมัครรับเลือกตั้ง   ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคพลังประชารัฐ ในขณะนี้ ยอมรับว่า มีปัญหาในการคุยและเจรจาต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีจริง ซึ่งก็เป็นเรื่ิองธรรมดา แต่ขอปฎิเสธว่า คำสัมภาษณ์ของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค วานนี้ ไม่ได้สื่อไปในทางที่จะให้เลือกนายกรัฐมนตรีไปก่อนแล้วจะยุบสภาทีหลัง และไม่ได้จะใช้การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีไปก่อน เพื่อกดดันพรรคร่วมรัฐบาลอย่างแน่นอน แต่จะเดินหน้าพูดคุยเพื่อจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ไม่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ให้ทุกอย่างเดินหน้าต่อไปได้   ภาพจากเฟซบุ๊ก เดียร์ วทันยา วงษ์โอภาสี    

 1,831
การเมืองเข้มข้น
29 พ.ค. 62

‘จิตภัสร์’ ไฟแรงประเดิมรับหนังสือรับรอง ส.ส. ใหม่ ไม่ติดตามแฮชแท็ก #ตั๊นพันเจ็ด

วันที่ 29 พ.ค. 62 น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร หรือ ‘ตั๊น’ ส.ส ป้ายแดงบัญชีรายชื่อลำดับที่ 20 พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมารับ หนังสือรับรองการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นคนแรกของวันนี้   โดยกล่าวว่า รู้สึกดีใจ และขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ประชาชนมอบให้พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งตนจะตั้งใจทำหน้าที่ ส.ส. ในสภาฯ เพื่อตอบแทน และเป็นการขอบคุณประชาชน    ส่วนในโลกโซเชียล ถึงกรณีแฮชแท็ก ตั้นพันเจ็ด ที่ติดเทรนด์ในทวิตเตอร์นั้น ส่วนตัวกังวลหรือไม่ น.ส.จิตภัสร์ บอกว่าตนไม่ทราบ และไม่ได้ติดตาม เพราะยุ่งกับการประชุมพรรค พร้อมทิ้งท้ายว่า จะตั้งใจทำงานให้เต็มที่ ก่อนขอตัวเดินทางไปรายงานตัวที่รัฐสภาใหม่ทันที  

 5,719
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
29 พ.ค. 62

‘จิตภัสร์’ ไฟแรงประเดิมรับหนังสือรับรอง ส.ส. ใหม่ ไม่ติดตามแฮชแท็ก #ตั๊นพันเจ็ด

วันที่ 29 พ.ค. 62 น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร หรือ ‘ตั๊น’ ส.ส ป้ายแดงบัญชีรายชื่อลำดับที่ 20 พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมารับ หนังสือรับรองการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นคนแรกของวันนี้   โดยกล่าวว่า รู้สึกดีใจ และขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ประชาชนมอบให้พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งตนจะตั้งใจทำหน้าที่ ส.ส. ในสภาฯ เพื่อตอบแทน และเป็นการขอบคุณประชาชน    ส่วนในโลกโซเชียล ถึงกรณีแฮชแท็ก ตั้นพันเจ็ด ที่ติดเทรนด์ในทวิตเตอร์นั้น ส่วนตัวกังวลหรือไม่ น.ส.จิตภัสร์ บอกว่าตนไม่ทราบ และไม่ได้ติดตาม เพราะยุ่งกับการประชุมพรรค พร้อมทิ้งท้ายว่า จะตั้งใจทำงานให้เต็มที่ ก่อนขอตัวเดินทางไปรายงานตัวที่รัฐสภาใหม่ทันที  

 5,719
การเมืองเข้มข้น
28 พ.ค. 62

กกต.ประกาศรับรอง 3 ส.ส.ใหม่ - ‘พีระวิทย์’ ไทรักธรรม พ้น ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

วันที่ 28 พ.ค. 62 นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกต.มีมติรับรอง นางสาวศรีนวล บุญลือ ผู้สมัครพรรคอนาคตใหม่ ที่ชนะการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 8 จังหวัดเชียงใหม่ เป็น ส.ส. หลังไม่พบเรื่องร้องเรียนคัดค้าน   นอกจากนี้ยังมีคำสั่งให้นายพีระวิทย์ เรื่องลือดล ภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม พ้นจากความเป็น ส.ส. เนื่องจากผลคะแนนการเลือกตั้งซ่อม เขต 8 จังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลให้การคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองเปลี่ยนแปลง ทำให้ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ที่ 19 และ น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ลำดับที่ 20 ได้รับการรับรองเป็น ส.ส. แทน และร่นลำดับตามเศษทศนิยมให้พรรคไทรักธรรม พรรคลำดับสุดท้ายที่เคยอยู่ในเกณฑ์คำนวณได้ที่นั่ง ส.ส.ยัญชีรายชื่อต้องตกไป ส่งผลให้ขณะนี้มี ส.ส. ในสภา ครบ 500 คน ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด    โดย กกต. ให้ ว่าที่ ส.ส. ทั้ง 3 คน มารับหนังสือรับรอง เพื่อนำไปแสดงตนเข้าทำหน้าที่เป็น ส.ส. ได้โดยสมบูรณ์ เมื่อ ทั้ง 3 คน เมื่อปฏิญาณตนเป็น ส.ส.แล้ว ก็จะสามารถเข้าร่วมโหวตนายกรัฐมนตรีได้ ต่อไป    รองเลขาธิการ กกต.ชี้แจงผลการคำนวณคะแนน ที่ทำให้พรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับการจัดสรร ส.ส. บัญชีรายชื่อเพิ่ม ว่า กกต.ได้ดำเนินการคำนวณตามกฎหมาย ที่มีเจตนารมณ์ให้ทุกคะแนนเสียงของประชาชนมีความหมาย ซึ่งการคำนวณต้องคำนวณจากคะแนนรวมทั้งประเทศที่แต่ละพรรคได้รับ ไม่ใช่คำนวณเฉพาะ คะแนนเลือกตั้งซ่อม เขต 8 จ.เชียงใหม่เท่านั้น จึงส่งผลให้ของพรรคประชาธิปัตย์และพลังประชารัฐ ที่มีเศษทศนิยมอยู่แล้ว เมื่อได้รับคะแนนเลือกตั้งเพิ่มทำให้ทั้ง 2 พรรคมีเศษทศนิยมถึงเกณฑ์ได้รับการจัดสรร ส.ส.   ส่วนพรรคอนาคตใหม่ เนื่องจาก เศษทศนิยมเดิมที่มีอยู่ได้รับการจัดสรรไปแล้ว เมื่อมีคะแนนเลือกตั้งซ่อมมาเพิ่มขึ้น ผลการคำนวณก็ยังไม่ถึงเกณฑ์ที่จะได้รับการจัดสรร ส.ส.      

 2,139
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
28 พ.ค. 62

กกต.ประกาศรับรอง 3 ส.ส.ใหม่ - ‘พีระวิทย์’ ไทรักธรรม พ้น ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

วันที่ 28 พ.ค. 62 นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกต.มีมติรับรอง นางสาวศรีนวล บุญลือ ผู้สมัครพรรคอนาคตใหม่ ที่ชนะการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 8 จังหวัดเชียงใหม่ เป็น ส.ส. หลังไม่พบเรื่องร้องเรียนคัดค้าน   นอกจากนี้ยังมีคำสั่งให้นายพีระวิทย์ เรื่องลือดล ภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม พ้นจากความเป็น ส.ส. เนื่องจากผลคะแนนการเลือกตั้งซ่อม เขต 8 จังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลให้การคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองเปลี่ยนแปลง ทำให้ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ที่ 19 และ น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ลำดับที่ 20 ได้รับการรับรองเป็น ส.ส. แทน และร่นลำดับตามเศษทศนิยมให้พรรคไทรักธรรม พรรคลำดับสุดท้ายที่เคยอยู่ในเกณฑ์คำนวณได้ที่นั่ง ส.ส.ยัญชีรายชื่อต้องตกไป ส่งผลให้ขณะนี้มี ส.ส. ในสภา ครบ 500 คน ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด    โดย กกต. ให้ ว่าที่ ส.ส. ทั้ง 3 คน มารับหนังสือรับรอง เพื่อนำไปแสดงตนเข้าทำหน้าที่เป็น ส.ส. ได้โดยสมบูรณ์ เมื่อ ทั้ง 3 คน เมื่อปฏิญาณตนเป็น ส.ส.แล้ว ก็จะสามารถเข้าร่วมโหวตนายกรัฐมนตรีได้ ต่อไป    รองเลขาธิการ กกต.ชี้แจงผลการคำนวณคะแนน ที่ทำให้พรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับการจัดสรร ส.ส. บัญชีรายชื่อเพิ่ม ว่า กกต.ได้ดำเนินการคำนวณตามกฎหมาย ที่มีเจตนารมณ์ให้ทุกคะแนนเสียงของประชาชนมีความหมาย ซึ่งการคำนวณต้องคำนวณจากคะแนนรวมทั้งประเทศที่แต่ละพรรคได้รับ ไม่ใช่คำนวณเฉพาะ คะแนนเลือกตั้งซ่อม เขต 8 จ.เชียงใหม่เท่านั้น จึงส่งผลให้ของพรรคประชาธิปัตย์และพลังประชารัฐ ที่มีเศษทศนิยมอยู่แล้ว เมื่อได้รับคะแนนเลือกตั้งเพิ่มทำให้ทั้ง 2 พรรคมีเศษทศนิยมถึงเกณฑ์ได้รับการจัดสรร ส.ส.   ส่วนพรรคอนาคตใหม่ เนื่องจาก เศษทศนิยมเดิมที่มีอยู่ได้รับการจัดสรรไปแล้ว เมื่อมีคะแนนเลือกตั้งซ่อมมาเพิ่มขึ้น ผลการคำนวณก็ยังไม่ถึงเกณฑ์ที่จะได้รับการจัดสรร ส.ส.      

 2,139
การเมืองเข้มข้น
17 พ.ค. 62

'ปิยบุตร' ลุยร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ชง ศาล รธน. ตีความสูตรคำนวณ กกต. ทำ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์หาย 7 ที่นั่ง

(17 พ.ค. 62) นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย ตีความการคำนวณ ที่ นั่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ของ กกต. ว่าเป็นการลิดรอนสิทธิตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจาก กกต. ใช้สูตรคำนวณ โดยไม่ยึดเกณฑ์สัดส่วนพึงมี 71,054 คะแนน ต่อ ส.ส. หนึ่งคน แต่ กกต. กลับจัดสรรที่นั่ง ส.ส. ให้พรรคเล็กที่มีคะแนนเลือกตั้งไม่ถึง เกณฑ์ ถึง 11 พรรค เป็นการทอนคะแนนจากพรรคอื่นๆไปให้ 11 พรรคเล็กอย่างไม่เป็นธรรม ส่งผล ให้ พรรคอนาคตใหม่ เสียที่นั่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อไป 7 ที่นั่ง จากที่ควรได้ 87 ที่นั่ง เหลือเพียง 80 ที่นั่ง    ดังนั้นผู้สมัครของพรรคที่ควรได้เป็น ส.ส. จึงได้รับผลกระทบโดยตรง และยังเป็นการทำให้คะแนนเลือกตั้งของพรรคถูกทิ้งน้ำไป ถึง 561,276 คะแนน เช่นเดียวกับพรรคอื่นๆที่มีคะแนนถึงเกณฑ์ควรได้ ส.ส. เมื่อรวมกันแล้วมีคะแนนถูกทิ้งน้ำไปถึง 1,263,759 คะแนน แต่ กกต. กลับจัดสรรที่นั่งให้พรรคเล็ก 11 พรรคที่ มีคะแนนเลือกตั้งรวมกัน เพียง 540,000 กว่าคะแนน    ขณะเดียวกัน นายปิยบุตร ยังเดินทางไปยื่นหนังสื่อ ต่อ สำนักงาน กกต. ซึ่งอยู่ใกล้ๆกันโดยเรียกร้องให้ กกต. ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอำนาจหน้าที่ในการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ของ กกต. ว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลที่ออกมาก่อนหน้านี้ไม่ได้เป็นการชี้ว่า กกต. ต้องใช้สูตรใด และสูตรที่ กกต. ใช้คำนวณขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

 1,288
การเมืองเข้มข้น
12 พ.ค. 62

‘เรืองไกร’ เตรียมร้องศาลปกครอง เพิกถอนประกาศ ส.ส. บัญชีรายชื่อ

วันที่ 12 พ.ค. 62 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กล่าวถึง การประกาศรายชื่อ ส.ส. บัญชีรายชื่อของ กกต. จำนวน 149 คน ว่า กกต. คำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อไม่ถูกต้อง เพราะผลการจัดสรรดังกล่าว ขัดต่อกฎหมายที่บัญญัติไว้ ว่าการจัดสรรจะต้องไม่ทำให้ได้ ส.ส. เกินกว่าค่าที่พึงมี    พรรคการเมืองที่มีค่าพึงมีต่ำกว่า 1 คน จึงไม่มีทางจะได้ ส.ส. แต่ กกต. กลับไปหาวิธีการมาทำให้พรรคการเมืองที่มีค่าพึงมีต่ำกว่า 1 คน ได้ ส.ส. 1 คน ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยขั้นตอนตามที่กฎหมายกำหนด   เรื่องนี้พิสูจน์ได้โดยการนำค่าเฉลี่ยของจำนวน ส.ส. ที่จะพึงมี 1 คน คือ 71,168 คะแนนมาเทียบกับคะแนนของพรรคเล็กทั้ง 11 พรรค จะทำให้เกิดคำถามขึ้นมาทันทีว่า ถ้าพรรคเหล่านี้ได้ ส.ส. 1 คน ก็จะต้องมีคะแนนสูงกว่าหรือเท่ากับค่าพึงมี   การได้ ส.ส. 1 คน จึงเท่ากับมีการเพิ่มคะแนนค่าพึงมีให้พรรคเหล่านี้ โดยรวมทั้ง 11 พรรคมีคะแนนเพิ่มมา 234,640 เสียง ซึ่ง กกต. อธิบายไม่ได้ว่าคะแนนที่เพิ่มขึ้นนั้นมาจากหน่วยใดเขตใด หรือไปเอาของพรรคใดมาเติมให้พรรคเล็กๆ    ดังนั้น การประกาศรับรอง ส.ส. บัญชีรายชื่อที่ผ่านมาจึงไม่ถูกต้อง ตนในฐานะผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งซึ่งจะได้รับผลกระทบจากการกระทำของ กกต. จึงจะนำเรื่องนี้ไปฟ้องต่อศาลปกครองในวันจันทร์ ที่ 13 พ.ค. นี้ เวลา 10.00 น. เพื่อขอให้มีคำสั่งยกเลิกเพิกถอนประกาศ กกต. ดังกล่าว และขอให้ศาลสั่งให้ กกต. จัดสรรใหม่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย    

 885
การเมืองเข้มข้น
09 พ.ค. 62

กกต.รับรอง 149 ส.ส.บัญชีรายชื่อ หลังศาล รธน.วินิจฉัย เกลี่ยให้พรรคเล็ก

กกต.ได้ออกประกาศเรื่องผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์วินิจฉัยว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 91 ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ โดย กกต.ได้รับรองส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่ได้รับการจัดสรร จำนวน 26 พรรค จำนวน 149 คน ประกอบด้วย   1.พรรคอนาคตใหม่ 50 คน 2.พรรคประชาธิปัตย์ 19 คน 3.พรรคพลังประชารัฐ 18 คน 4.พรรคภูมิใจไทย 12 คน 5.พรรคเสรีรวมไทย 10 คน 6.พรรคเศรษฐกิจใหม่ 6 คน 7.พรรคเพื่อชาติ 5 คน 8.พรรคชาติไทยพัฒนา 4 คน 9.พรรครวมพลังประชาชาติไทย 4 คน 10.พรรคพลังท้องถิ่นไทย 3 คน 11.พรรคชาติพัฒนา 2 คน 12.พรรครักผืนป่าประเทศไทย 2 คน 13.พรรคประชาชาติ 1 คน 14. พรรคพลังปวงชนไทย 1 คน 15.พรรคพลังชาติไทย 1 คน 16.พรรคประชาภิวัฒน์ 1 คน 17.พรรคไทยศรีวิไลย์ 1 คน 18.พรรคพลังไทยรักไทย 1 คน 19.พรรคครูไทยเพื่อประชาชน 1 คน 20.พรรคประชานิยม 1 คน 21.พรรคประชาธรรมไทย 1 คน 22.พรรคประชาชนปฏิรูป 1 คน 23.พรรคพลเมืองไทย 1 คน 24.พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 คน 25.พรรคพลังธรรมใหม่ 1 คน 26.พรรคไทรักธรรม 1 คน   ทั้งนี้ สำหรับวิธีการคำนวณที่ กกต.นำมาคำนวณจัดสรร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อให้พรรคการเมืองทั้ง 26 พรรค โดยคิดจากผลคะแนนที่พรรคการเมืองส่งผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อใน 349 เขตเลือกตั้ง รวม 74 พรรคการเมือง เป็นคะแนนทั้งสิ้น 35,441,920 คะแนน   ซึ่งเมื่อ กกต.ประกาศ ส.ส.ในระบบแบ่งเขต 349 เขต จึงต้องนำ 349 มาหาร จำนวน ส.ส.เขตเต็ม 350 จะได้ค่าเฉลี่ย 0.9971 จากนั้นนำจำนวนดังกล่าวมาคูณด้วย ส.ส.ทั้งสภาคือ 500 คน จะได้ จำนวน ส.ส.ที่จะประกาศผลทั้งหมด 498.5714 คน ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ถือเอาเฉพาะจำนวนเต็ม จึงเหลือ 498 คน เมื่อหัก ส.ส.เขต 349 จึงเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ 149 คน   จากนั้นนำคะแนนรวมที่ 74 พรรคการเมืองได้รับคือ 35,441,920 มาหารด้วย 498 คน ก็จะได้ค่าเฉลี่ยต่อ ส.ส.1 คน คือ 71,168.5141 คะแนน แล้วนำจำนวนดังกล่าวมาหารคะแนนรวมของแต่ละพรรคก็จะได้จำนวน ส.ส.พึงมีเบื้องต้น จากนั้นนำจำนวน ส.ส.พึงมีเบื้องต้นไปลบกับ ส.ส.เขตที่แต่ละพรรคได้รับก็จะได้จำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อที่จะได้ในเบื้องต้น เมื่อรวมแล้วพบว่าจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อที่จะได้ในเบื้องต้นเกินเป็น 174.2629 คน   ซึ่งถือว่าเกินจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อที่จะจัดสรรแค่ 149 คน เป็นผลมาจากพรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.เขตเกินกว่าจำนวน ส.ส.ที่พึงมีได้ จึงต้องนำมาปรับและใช้การคำนวณใหม่ โดยนำจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคได้ในเบื้องต้นมาคูณด้วย 149 แล้วหารด้วย 174.2629 จะได้จำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อที่ปรับให้เหลือ 149 คน ซึ่งต้องจัดสรรที่นั่งให้กับพรรคการเมืองตามจำนวนเต็มก่อน   ส่งผลให้การจัดสรรรอบแรกมีพรรคการเมืองได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ 15 พรรคการเมือง เมื่อรวมแล้วจะจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อได้เพียง 129 ที่นั่ง ยังขาดอีก 20 ที่นั่ง จึงต้องนำเศษทศนิยมมาจัดสรรให้พรรคการเมืองโดยเรียงตามคะแนนทศนิยมจากมากไปหาน้อยจนได้ครบ 20 ที่นั่ง ซึ่งจะมีผลให้พรรคอนาคตใหม่ ภูมิใจไทย เสรีรวมไทย เศรษฐกิจใหม่ และประชาชาติ ซึ่งได้รับการจัดสรรในรอบแรกไปแล้ว ได้รับการจัดสรรเพิ่มอีกพรรคละ 1 ที่นั่ง และมีพรรคที่คะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ส.ส. 1 คน ได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคละ 1 คน อีก 11 พรรค ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tBr9f8a3utI

 7,613
การเมืองเข้มข้น
08 พ.ค. 62

กกต. ประกาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อแล้ว ทั้งหมด 26 พรรค อนาคตใหม่มากสุด 50 ที่นั่ง

วันที่ 8 พ.ค. 62 กกต. ประกาศผลการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อแล้ว โดยมีจำนวน 26 พรรค ได้รับการจัดสรร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ตามสูตรคำนวณของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ รวม มี ส.ส. บัญชีรายชื่อ 149 คน โดยพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่ได้ ส.ส.เขต เกินจำนวน ส.ส.พึงมีแล้ว จึงไม่ได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่ออีก   ผลการคำนวณมีดังนี้   พรรคพลังประชารัฐ 18 คน, พรรคอนาคตใหม่ 50 คน, พรรคประชาธิปัตย์ 19 คน, พรรคภูมิใจไทย 12 คน, พรรคเสรีรวมไทย 10 คน, พรรคชาติไทยพัฒนา 4 คน, พรรคเศรษฐกิจใหม่ 6 คน, พรรคประชาชาติ 1 คน, พรรคเพื่อชาติ 5 คน, พรรครวมพลังประชาชาติไทย 4 คน, พรรคชาติพัฒนา 2 คน, พรรคพลังท้องถิ่นไทย 3 คน, พรรครักผืนป่าประเทศไทย 2 คน, พรรคพลังปวงชนไทย 1 คน, พรรคพลังชาติไทย 1 คน, พรรคประชาภิวัฒน์ 1คน, พรรคไทยศรีวิไลย์ 1คน, พรรคพลังไทยรักไทย 1 คน, พรรคครูไทยเพื่อประชาชน 1 คน, พรรคประชานิยม 1 คน, พรรคประชาธรรมไทย 1 คน, พรรคประชาชนปฏิรูป 1คน, พรรคพลเมืองไทย 1 คน, พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 คน, พรรคพลังธรรมใหม่ 1 คน, พรรคไทรักธรรม 1 คน   รวม 149 คน            

 21,694
การเมืองเข้มข้น
08 พ.ค. 62

มติศาล รธน. วินิจฉัยสูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

วันที่ 8 พ.ค. 62 ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคําร้อง กรณีผู้ตรวจการแผ่นดิน (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 231 (1) ว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการ เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 128 มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 หรือไม่    ตุลาการซึ่งเป็นองค์คณะทุกคนได้ทําความเห็นส่วนตนเป็นหนังสือ พร้อมทั้งแถลงด้วย วาจาต่อที่ประชุม และที่ประชุมได้ปรึกษาหารือร่วมกันแล้วลงมติ ปรากฏผลการลงมติว่าศาลโดยมติเอกฉันท์ วินิจฉัยว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 91 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561มาตรา 128 เป็นบทบัญญัติที่มีหลักการเกี่ยวกับการกําหนด หลักเกณฑ์และวิธีการคํานวณ และคิดอัตราส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อเพื่อให้ได้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อจํานวน 150 คน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 83 วรรคหนึ่ง (2)    แม้บทบัญญัติพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 128 มีการบัญญัติรายละเอียดเพิ่มเติมจากบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 แต่ก็เป็นเพียงการ กําหนดรายละเอียดหลักเกณฑ์และวิธีการคํานวณ คิดอัตราส่วนเพื่อให้ได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อให้ครบจํานวนตามที่รัฐธรรมนูญกําหนด    โดยกําหนดวิธีการคิดคํานวณในกรณีที่ไม่สามารถจัดสรรให้ครบ 150 คน ดังปรากฏรายละเอียดตามมาตรา 128 วรรคหนึ่ง (2) (3) (4) (5) (6) และ (7) ซึ่งเป็นไปตามหลักการและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 วรรคหนึ่ง และวรรคสามแล้ว    จึงวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561มาตรา 128 ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 93 จึงไม่มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ     ข่าที่เกี่ยวข้อง กกต.ประกาศรับรอง 349 ส.ส.เขต รอลุ้นศาล รธน.วินิจฉัยปมคำนวณปาร์ตี้ลิสต์วันนี้       

 2,428
การเมืองเข้มข้น
23 เม.ย. 62

7 พรรคเล็กรวมตัวยื่น กกต. เสนอสูตรคิด ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

7 พรรคเล็ก ประกอบด้วยพรรคภาคีเครือข่ายไทย พรรคแผ่นดินธรรม พรรคพลังไทยดี พรรคพลังแผ่นดินทอง พรรคภารดรภาพ พรรคกรีน และพรรคประชาไทย เข้ายื่นหนังสือถึง กกต.เพื่อเสนอสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และแนวทางการจัดตั้งรัฐบาลที่เหมาะสมและเป็นธรรม   พร้อมเสนอสูตรวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ การคำนวณที่ไม่ลงตัว เนื่องจากพรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.แบบแบ่งเขต 137 คน มากกว่าจำนวน ส.ส.พึงมีถึง 26 คน ดังนั้นขอเสนอสูตรการคำนวณ โดยตัดคะแนนพรรคเพื่อไทยที่มีกว่า 7.9 ล้านคะแนนออกไปจะเหลือคะแนน 27 ล้าน และไม่นำ ส.ส.เขตจำนวน 137 เขตมาร่วมคำนวณ   ดังนั้น ตัวเลขที่ต้องนำมาใช้คำนวณจริงคือคะแนน 27,612,017 หารด้วย 363 จะเท่ากับคะแนนเฉลี่ย 76,066 คะแนน จากนั้นนำคะแนนของแต่ละพรรคมาหารด้วยค่าเฉลี่ยใหม่ 76,066 ก็ได้จำนวน ส.ส.พึงมีของแต่ละพรรค จะมีพรรคที่ได้ ส.ส.พึงมีตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป 15 พรรคได้ ส.ส.478 คนจะเหลือเศษ 22 คน จึงให้ไปจัดสรรให้กับพรรคการเมืองที่มี ส.ส.พึงมีน้อยกว่า 1 คน นับตั้งแต่พรรคในลำดับที่ 16 ถึง 37 จะเป็นการรับรองว่าทุกคะแนนเสียงจะไม่ตกน้ำ และจะได้ ส.ส.ครบ 500 คน จำนวน 37 พรรค และสูตรนี้ยังเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qtUdX5SRwTY

 1,199
การเมืองเข้มข้น
20 เม.ย. 62

11 พรรคเล็กนัดกินข้าวหลังสงกรานต์ ยันยังไม่มีข้อตกลง-จุดยืนในการจับมือกับขั้วรัฐบาล

จนถึงขณะนี้ กกต. ยังไม่ประกาศสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพราะต้องรอศาล รธน. วินิจฉัย ตอนนี้พรรคเล็กๆ ก็กำลังถูกจับตาว่าจะได้ที่นั่ง ส.ส.หรือไม่   มีรายงานข่าวออกมาว่า พรรคเล็กๆได้รวมตัวกัน เพื่อนัดกินข้าวกันที่โรงแรมโนโวเทล โดย นายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย 1 ในตัวแทนพรรคการเมืองขนาดเล็ก ที่อาจมีโอกาสได้ ส.ส. 1 คน บอกว่า เป็นเรื่องจริงที่มารวมตัวกัน ทั้งหมดมี 11 พรรค แต่เป็นการกินข้าวกันหลังสงกรานต์ รวมถึงพูดคุยกันในเรื่องแนวทางการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ของ กกต.   ยืนยันจนถึงขณะนี้ทางกลุ่มพรรคเล็กยังไม่มีข้อตกลง หรือ จุดยืนในการจับมือกับขั้วการเมืองใดเพื่อจัดตั้งรัฐบาล ขอให้รอ กกต.ประกาศรับรองอย่างเป็นทางการก่อน          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/eInTFF6Rn_c

 1,615
การเมืองเข้มข้น
17 เม.ย. 62

'สมชัย' อดีต กกต.สอนมวยคิดปาร์ตี้ลิสต์ ยันพรรคเล็กต้องไม่ได้ ส.ส.

นายสมชัย จึงประเสริฐ อดีตกรรมการ กกต. กล่าวว่า จากปัญหาการคำนวณจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ตามรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. กำหนดวิธีคำนวณไว้ 2 วิธี วิธีแรกเป็นการคำนวณตามปกติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 91 (3) ส่วนวิธีที่สอง เป็นการคำนวณในกรณีมีพรรคการเมืองบางพรรคได้จำนวน ส.ส.เขตเกินกว่าจำนวน ส.ส.พึงมี หรือโอเวอร์แฮงก์   โดยจะคำนวณตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 (5) ที่ผ่านมามีการเอาทั้ง 2 รูปแบบมารวมกันจึงทำให้เกิดความมั่ว และอาจไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ การคำนวณต้องนำเอาคะแนนบัตรดีรวมจากทุกพรรคการเมือง นำมาหารด้วย 500 จะได้ผลลัพธ์เป็นค่าเฉลี่ยต่อ ส.ส. 1 คน และนำค่าเฉลี่ยดังกล่าว มาหารคะแนนที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับเลือกตั้งทั่วประเทศ จะได้จำนวน ส.ส.พึงมีของแต่ละพรรค ในส่วนนี้พรรคที่ได้คะแนนไม่ถึงค่าเฉลี่ยต่อ ส.ส. 1 คน จะถือว่าเป็นพรรคสอบตก ไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ   แต่หากจัดสรรให้พรรคเหล่านี้ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะเป็นการขัดรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 (4) อย่างไรก็ตามการไม่จัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อให้พรรคที่ได้คะแนนไม่ถึงค่าเฉลี่ย ไม่ถือว่าคะแนนเสียงตกน้ำ เพราะคะแนนทั้งหมดถูกนำมาคำนวณแล้ว เมื่อพรรคเหล่านี้สอบตกก็ต้องไปจัดสรรให้พรรคอื่นที่มีคะแนนเกินค่าเฉลี่ยต่อ ส.ส. 1 คน   จากการคำนวณเบื้องต้น คิดว่าจะมีเพียง 16 พรรคเท่านั้นที่จะได้รับการจัดสรร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ส่วนกรณีที่ กกต.ชุดปัจจุบันยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อนั้น กกต.สมัยตนก็เคยมีกรณียื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ   แต่ปรากฏว่าไม่เข้าเงื่อนไขที่จะรับไว้พิจารณา และศาลรัฐธรรมนูญตอบกลับมาว่าไม่ใช่ที่ปรึกษากฎหมายของ กกต. กรณีนี้หากไม่เข้าเงื่อนไขศาลรัฐธรรมนูญอาจไม่รับเรื่องไว้พิจารณา หรือหากอยากช่วย กกต. ก็อาจรับเรื่องไว้ แต่อาจไม่ตีความให้ชัดว่าควรคำนวณอย่างไร เพราะอาจเกินอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BedyJhS8fCw

 8,744
การเมืองเข้มข้น
13 เม.ย. 62

พปชร.ขอทุกพรรคปฏิบัติตามมติของ ศาล รธน. หากชี้ขาดว่าจะต้องใช้สูตรใดในการคำนวณ สส. บัญชีรายชื่อ

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า การที่ กกต.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ถือเป็นเรื่องดีมากๆ จะได้มีคำตอบที่ชัดเจน และกลายเป็นบรรทัดฐานต่อไป ที่เอาผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ศาล รธน. และศาลรัฐธรรมนูญตีความออกมาอย่างไร เราก็พร้อมน้อมรับ    นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ บอกว่าการทำหน้าที่ของกกต.ที่ผ่านมาถูกประชาชนและสังคมมองว่ามีปัญหาโดยเฉพาะวิธีการคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ การยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความเพื่อชี้ขาดจะทำให้ได้ข้อยุติ ว่าจะต้องใช้วิธีการใดคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ เพราะหลายฝ่าย หลายพรรคการเมืองต่างก็เสนอสูตรที่แตกต่างกันซึ่งในส่วนของพรรคพลังประชารัฐก็เข้าใจและพร้อมปฏิบัติตาม เพราะพรรคยึดมั่นตามกฏหมาย ไม่ว่าจะออกมาอย่างไรและเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาจากเจตนารมย์ของกฎหมาย ซึ่งทุกพรรคควรปฏิบัติตามหากศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดแล้ว ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรจะทำให้พรรคการเมืองใดได้เปรียบเสียเปรียบหรือไม่ก็ตามก็ควรที่จะยึดตามกฏหมาย   ขณะที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการ กกต. บอกว่า มันมองได้ 2 ทาง คือ ศาลรัฐธรรมนูญอาจรับไว้พิจารณาก็ได้ หรืออาจไม่รับไว้พิจารณาก็ได้ แต่เรื่องนี้มันทำให้เห็นว่า กกต. มีความพยายามน้อยเกินไปในการพิจารณารายละเอียด เพราะจริงๆหากพิจารณาในรายละเอียดแล้ว มันก็สามารถคิดได้ด้วยของ กกต. เอง          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/GkuvuwekA4Q

 13,192