ค้นหา :

ผลการค้นหา "เงินบาทแข็งค่า"

เศรษฐกิจ
16 ม.ค. 63

'สมคิด' ชี้ไทยเจอระเบิด 3 ลูกรุมเร้าเศรษฐกิจ แนะการลงทุนคือทางออก

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มั่นใจประคับประคองภาวะเศรษฐกิจไทยปี 2563 เดินหน้าต่อไปได้ ชี้ไทยเจอระเบิดเวลา 3 ลูก ได้แก่   ลูกที่ 1 การส่งออกที่ค่อยๆชะลอตัวลงจากสงครามการค้าสหรัฐฯกับจีน ลูกที่ 2 โครงการลงทุนขนาดใหญ่เคลื่อนตัวช้าเกินไปทำให้เศรษฐกิจไทยขยับตัวช้า งบประมาณแผ่นดินเกิดความล่าช้า เพราะรอรัฐบาลใหม่ ลูกที่ 3 ค่าเงินบาทแข็งค่า   พร้อมแนะทางออกต้องมาจากการลงทุนอย่างต่อเนื่องของภาคเอกชน เพราะจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงกว่านี้ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ต้องคิดใหม่ว่าจะร่วมลงทุนอย่างไร เพื่อฝ่าวิกฤตเงินบาท ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zxNTl3in-w4

 532
เศรษฐกิจ
08 ม.ค. 63

สูงสุดในรอบ 7 ปี! คนมีทองเฮ ราคาซื้อ – ขายขึ้น คนมีหุ้นโห่ ราคาตก

ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งราคาทองซื้อขายล่วงหน้าพุ่งขึ้นเหนือระดับ 1,600 ดอลลาร์ / ออนซ์ในช่วงเช้าวันนี้ สูงสุดในรอบ 7 ปี   โดยราคาทองคำซื้อขายล่วงหน้าพุ่งขึ้นไปทะลุ 1,609 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี นับตั้งแต่มีนาคม 2556 ก่อนจะถูกเทขายทำกำไรส่งผลให้ราคาขยับลงมาเล็กน้อย ขณะที่นายธนรัชต์ พสวงศ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ให้กรอบแนวต้านที่ระดับ 1,620 - 1,650 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ พร้อมแนะนักลงทุนให้ติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านอย่างใกล้ชิด   ด้านสมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาซื้อขายทองคำเปิดตลาดเช้านี้ ปรับเพิ่มขึ้นทันทีบาทละ 350 บาท ส่งผลให้ราคา ทองคำแท่งรับซื้อ 22,650 บาท ขายออก 22,750 บาทส่วนทองรูปพรรณรับซื้อ 22,239.72 บาทขายออก 23,250 บาท   ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลงกว่า 404 จุด หรือ 1.42% ลงมาแตะที่ 28,122 จุด ส่วนดัชนีตลาดหุ้นไทยเปิดตลาดเช้านี้ ร่วงลงทันทีกว่า 15.41 จุด มาที่ 1,569.82 จุด ตามตลาดเอเชียที่ส่วนใหญ่เปิดตลาดในแดนลบ   โดยมีรายงานว่า นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะเปิดแถลงข่าวด่วนในช่วงบ่ายวันนี้ ซึ่งต้องจับตาว่าอาจมีการประกาศมาตรการรับมือและดูแลตลาดหุ้นในช่วงนี้ออกมาหรือไม่   สำหรับ ราคาน้ำมันดิบ ยังคงพุ่งต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันเวสต์เท็กซัส ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาดไนเม็กซ์ พุ่งขึ้นกว่า 4.37% หรือ 2.74 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล มาแตะที่ระดับ 65.44 ดอลลาร์ / บาร์เรล   ส่วนเงินบาทอ่อนค่ามาที่ระดับ 30.25 - 30.33 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงเช้าวันนี้ สอดคล้องกับทิศทางการอ่อนค่าของสกุลเงินและตลาดหุ้นอื่น ๆ ในเอเชีย นักวิเคราะห์ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทวันนี้ไว้ที่ 30.20 - 30.40 บาทต่อดอลลาร์  

 2,793
เศรษฐกิจ
03 ม.ค. 63

เงินบาทอ่อนค่ารับปีใหม่ 2020 แตะ 30.15 บาท/ดอลลาร์ นายกฯยันคลัง-แบงก์ชาติ จับตาตลอด

ค่าเงินบาทศักราชใหม่ 2563 อ่อนค่าแตะ 30.15 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นข่าวดีของผู้ส่งออก เป็นผลมาจากการอ่อนค่าของสกุลเงินอื่นในภูมิภาค และธนาคารแห่งประเทศไทยเข้ามาดูแลใกล้ชิด ด้านสภาอุตสาหกรรมยังกังวลหากปีนี้เงินบาทยังแข็งค่าต่อ จะได้เห็นธุรกิจปลดคนงานเพิ่มแน่   ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ระบุว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นรัฐบาลได้มีการหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มาโดยตลอด ขณะนี้ก็ได้มีการตั้งกรรมการขึ้นมาทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงการคลังกับ ธปท.เพื่อจับตาดูสถานการณ์   ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้มีมาตรการออกไปแล้ว ซึ่งได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง ตอนนี้ก็กำลังดูว่าจะต้องมีมาตรการเสริมหรือไม่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นปัญหาที่มีปัจจัยภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย อย่ามาบอกว่ารัฐบาลทำไม่สำเร็จ ให้ลองเสนอมา ถ้าดีผมก็จะทำให้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gJoScqSp0UM

 1,179
สรุปข่าว
03 ม.ค. 63

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 3 ม.ค.63 แล้งหนักกระทบผลิตน้ำประปา-ยายป่วยซึมเศร้าฆ่าน้องสาวอัลไซเมอร์-วิจารณ์เบลอภาพถุงพลาสติก

-ปี 63แล้งหนัก กรมชลประทานชี้กระทบทำน้ำประปา  43 จังหวัดวิกฤต จะเห็นภาพรุนแรงเมษายน – มิถุนายน การประปาแจ้งเจ้าพระยาน้ำน้อย+น้ำทะเลหนุนสูง ทำให้รสชาติน้ำประปาฝั่งตะวันออกเค็มเล็กน้อย ผู้ป่วยโรคไตต้องระวัง ทุกคนต้องช่วยกันประหยัดน้ำ   ชาวปทุมสุดทน สร้างฝายกั้นน้ำเอง สู้ภัยแล้ง ไม่รอหน่วยงานรัฐ บ่นอนาคตเดือดร้อนหนักแน่ เพจกรีน GreenW โพสต์ภาพแม่น้ำโขงแห้งเหมือนทะเลทรายวิกฤตสุดในประวัติศาสตร์ แม่น้ำโขงกำลังจะตาย นายกฯย้ำขอความร่วมมือในเรื่องของการใช้น้ำ พร้อมสั่งให้ทุกหน่วยงานกำหนดแผนช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่ เพื่อดูแลด้านอาชีพให้กับเกษตรกรด้วย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : แล้งรุนแรงเท่าปี 58 กระทบ 43 จังหวัด แม่น้ำโขงแห้งเหมือนทะเลทราย น้ำประปา กทม.เจอน้ำทะเลหนุน มีรสเค็ม    -ยายขอนแก่นวัย 87 ปี เลือดอาบถูกสุนัขลาบราดอร์ผสมพิตบูล 8 ตัว ที่เจ้าของเลี้ยงแบบปล่อย รุมกัดอาการสาหัส หูซ้ายเกือบขาด ลูกเขยเผยว่า ขณะที่คุณยายได้เดินออกมาหน้าปากซอยได้มีหมาวิ่งออกมากัดโดยไม่ทราบสาเหตุ จนล้มลงเลือดออกเต็มบริเวณคอ กระทั่งมีพลเมืองดีขับรถเก๋งผ่านมาช่วยได้ทัน อยากให้เจ้าของเอาหมาออกจากชุมชน เจ้าของมาเจรจาบอกว่าปกติคนอื่นที่โดนสุนัขของตนกัดจะจ่ายตังแค่คนละ 500 บาทเท่านั้น อ้างไม่มีเงิน เพราะหาเช้ากินค่ำ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ยายวัย 87 ถูกหมาพิตบูลผสมลาบราดอร์ 8 ตัว รุมกัดเลือดอาบ-เนื้อหลุดเป็นก้อน เจ้าของเจรจาขอจ่ายแค่ 500 บาท    -สุดสลดครูสาววัย 24 ปี จะแต่งงานปลายเดือนหน้า ขับเก๋งไปสอนหนังสือวันแรกของปีใหม่ เสียหลักแหกโค้ง ปิคอัพขับสวนเบรคไม่ทัน พุ่งชนกลางคันไถลตกไหล่ทาง ดับคาพวงมาลัย โพสต์เฟซภาพพรีเวดดิ้งเตรียมวิวาห์ หลังเพิ่งบรรจุราชการได้ 3 เดือน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ครูสาวกำลังจะแต่งงาน ขับเก๋งไปสอนวันแรกของปี หลุดโค้งชนกระบะดับคาที่    -ตร.เร่งล่า รถกระบะเฉี่ยวชนหนุ่มนักศึกษา 15 ปี ขับบิ๊กไบค์ไปเรียนวันแรก เสียชีวิตแล้วหนี เหตุเกิดที่จ.ชลบุรี กล้องวงจรจับภาพ อุบัติเหตุขณะหนุ่มนักศึกษา 15 ปีขับบิ๊กไบค์มาเรียนวันแรกหลังหยุดเทศกาลปีใหม่ บิ๊กไบค์ขับมาด้วยความเร็วสูงในทางตรงก่อนถูกรถกระบะสีบรอนซ์ ไม่ทราบเลขทะเบียนเฉี่ยว จนล้มตีลังกาหลายตลบ คนขับบิ๊กไบท์บาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ตร.เร่งล่ากระบะมาดำเนินคดี ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ตามล่ากระบะซิ่งชนแล้วหนี หนุ่ม 15 ขี่บิ๊กไบค์ไปเรียน ล้มตีลังกาดับสลด   -นายกฯพูดถึงกรณีที่ ประธานสภา นายชวน หลีกภัย เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้โละทิ้ง สว.ที่มาจากผู้บัญชาการเหล่าทัพทั้ง 6 คน ว่า จะเสนอโละทิ้งอะไร ก็ให้ว่าไป เป็นเรื่องของประธานสภา ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการ ที่จะต้องไปศึกษารายละเอียด ว่าจะแก้ไขอะไรได้หรือไม่ตนเองไม่ได้ไปเกี่ยวข้อง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นายกฯโยน ชวน -กมธ. พิจารณาปมโละ ส.ว.โควต้าเหล่าทัพ - ไพบูลย์ ค้านตั้ง สสร.ชงแก้รายมาตรา   -พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง แนวทางแก้ไขสัดส่วนผู้นำเหล่าทัพในวุฒิสภาว่า หากจะแก้ไขก็แล้วแต่สภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณา แต่เหตุผลที่ต้องมีผู้นำเหล่าทัพในวุฒิสภา เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารการทำงานของสภาผู้แทนราษฎร และนำไปถ่ายทอดให้คนในกองทัพได้ทราบ เพื่อจะได้ทำงานร่วมกันกับสภา ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการปฏิวัติในอนาคต ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นายกฯโยน ชวน -กมธ. พิจารณาปมโละ ส.ว.โควต้าเหล่าทัพ - ไพบูลย์ ค้านตั้ง สสร.ชงแก้รายมาตรา   -นายกฯพูดถึงกรณีหมอดูทำนายดวงเมือง จะมีความขัดแย้งถึงขั้นยุบสภาและดวงตนเองเป็นปีชงว่า หมอดูก็คือหมอดู เป็นการทำนายจากสถิติ แต่คงไม่ไปดูถูกการทำนาย ทั้งนี้มองการทำนายอาจจะแรงไปว่าจะขัดแย้งถึงขั้นยุบสภาขอให้ไปดูคำทำนายของหมอดู แต่ละคนที่ผ่านมาว่ามีความแม่นยำมากน้อยเพียงใด อย่านำมาเป็นบรรทัดฐาน ส่วนตัวไม่กังวล เพราะกังวลแล้วจะได้อะไร ตัวเองเกิดมาแล้ว เปลี่ยนวันเกิดไม่ได้ ตัวเองผ่านปีชงมาหลายครั้งแล้ว ถ้าทำความดีด้วยหัวใจ คิดดี ทำดี เชื่อว่าความดีจะชนะทุกอย่าง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นายกฯไม่หวั่นปีชง ลั่นเปลี่ยนวันเกิดไม่ได้ เชื่อทำความดีชนะทุกอย่าง   -ค่าเงินบาทศักราชใหม่ อ่อนค่าแตะ 30.15 บาท/ดอลลาร์ เป็นผลมาจากการอ่อนค่าของสกุลเงินอื่นในภูมิภาค และแบงก์ชาติดูแลใกล้ชิด สภาอุตฯยังกังวลหากปีนี้เงินบาทยังแข็งค่าต่อ จะได้เห็นธุรกิจปลดคนงานเพิ่มแน่ นายกฯเตรียมหามาตรการเสริม บอกเป็นเพราะปัจจัยภายนอก อย่ามาบอกว่ารัฐบาลทำไม่สำเร็จ ให้ลองเสนอมา ถ้าดีผมก็จะทำให้ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เงินบาทอ่อนค่ารับปีใหม่ 2020 แตะ 30.15 บาท/ดอลลาร์ นายกฯยันคลัง-แบงก์ชาติ จับตาตลอด    -ลาก่อนความจน หนุ่มใหญ่เจ้าของธุรกิจค้ากุ้ง ทนพิษเศรษฐกิจ ธุรกิจเจ๊ง-หนี้ท่วม เขียนจม.ลาลูก-เมียก่อน แขวนคอตายหนีปัญหา ใต้ต้นขนุนที่สมุทรสงคราม ในกระเป๋าเสื้อด้านซ้ายพบกระดาษสมุดฉีกเขียนข้อความว่า “ธุรกิจค้ากุ้งล้มเพราะพิษเศรษฐกิจ หมดเงินก็หมดศักดิ์ศรี เราเป็นหนี้ไม่มีปัญญาใช้เขา เสียชีพดีกว่าเสียสัตย์ (แม่จ๋าพ่อลาก่อน)”   ญาติบอกผู้ตายเครียดเก็บกด บ่นอยากตายช่วงปีใหม่ ประกอบอาชีพรับซื้อขายกุ้งแม่น้ำ กระทั่งเมื่อปีก่อนพิษเศรษฐกิจ ต้องเลิกรับซื้อขายกุ้งแม่น้ำ หันมาค้าขายหอยแมลงภู่ตามตลาดนัดต่างๆ เพื่อนเป็นคนดาวน์รถกระบะให้ ต้องผ่อนเดือนละ 6,000 บาท แต่จ่ายไม่ไหว หาทางออกไม่ได้ จึงคิดสั้น ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เสี่ยรับซื้อกุ้งแม่น้ำ เครียดพิษเศรษฐกิจ ผูกคอตายลาโลก ทิ้ง จม.เสียชีพดีกว่าเสียสัตย์    -หนุ่มวัย 15 ปี ถูกคู่อริขับรถจยย.ไล่ทำร้าย รถเสียหลักแหกโค้งชนเสาไฟฟ้าเสียชีวิต ก่อนคู่กรณีที่ขี่จยย.ซ้อน 2 ตามมาจะลงมากระทืบเพื่อนผู้ตายที่มาด้วยกัน จากนั้นได้ขี่รถหลบหนีไป เหตุเกิดบนถนนศรีสมาน เชิงสะพานข้ามแยกสวนสมเด็จ ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : มอบตัวแล้ว โจ๋ขี่จยย.ไล่ล่าอริวัย 15 จนแหกโค้งเสียชีวิต ย้อนกลับมากระทืบซ้ำ   -ยายวัย 70 ป่วยซึมเศร้าฆ่าน้องสาวอัลไซเมอร์ แล้วผูกคอตัวเองตาย แต่น้องสาวรอด เหตุเกิดภายในห้องเช่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น พบผู้บาดเจ็บเป็นหญิงอายุ 68 ปี มีร่องรอยถูกทำร้ายที่ลำคอ จนมีรอยเขียวช้ำ เลือดออกหูทั้งสองข้าง ตาข้างขวาถลน มีหมอนสีขาววางอยู่บนอก และมีเชือกสีขาวคล้องที่แขนแล้วมัดติดกับที่จับของเก้าอี้นอน ส่วนในห้องไม่มีร่องรอยการต่อสู้ มีเพียงจดหมายลาตาย 2 ฉบับ บอกลาญาติพร้อมขอให้อโหสิกรรมให้ ญาติเผยยายชอบบ่นว่าอยากตาย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ยายวัย 70 ป่วยซึมเศร้า ฆ่าน้องสาวอายุ 68 ป่วยอัลไซเมอร์ ก่อนผูกคอตัวเองตาย แต่สุดท้ายน้องสาวรอด   -แจกไม่หยุด ครม.อนุมัติของขวัญปีใหม่ ทำรากฟันเทียมฟรี 4 พันราก แจกคูปองรักษาแผลเรื้อรังผู้ป่วยเบาหวาน ให้เท้าเทียมไดนามิคเอ็กซ์เพรส-เบ้าอ่อนขาเทียมแบบถุงซิลิโคนกับผู้พิการ ลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ www.tcels.or.th ของศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีวะวิทยาศาสตร์ องค์การมหาชน โดยจะให้บริการใน 36 โรงพยาบาลทั่วประเทศ   นอกจากนี้ยังแจกคูปองรักษาแผลเรื้อรังสำหรับผู้ป่วยเบาหวานด้วยนวัตกรรมไทย จำนวน 10,000 คูปอง โดยให้บริการฟรีผ่าน 14 โรงพยาบาลทั่วประเทศ อย่างไรก็ตามทั้งสองโครงการจะให้บริการเริ่มตั้งแต่ 6 มกราคม ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 63   -วิจารณ์สนั่น! กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ 8 สถานีโทรทัศน์ งดเผยแพร่ภาพพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งทางสถานีโทรทัศน์ CENSOR PLASTIC BAGS ภายใต้โครงการ “ทำความดีด้วยหัวใจ ลดรับ ลดให้ ลดใช้ถุงพลาสติก” เพื่อให้เป็นภาพจำในการใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก จนถูกตั้งคำถาม ถึงการเบลอถุงพลาสติกในรายการทีวี จะช่วยลดการใช้ถุงพลาสติก หรือปลุกจิตสำนึกได้จริงหรือไม่    ด้านปลัดกระทรวงทรัพยากรฯยืนยันไม่ได้ให้เบลอ แต่ขอความร่วมมือให้สื่อช่วยกันรณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชน เช่น ถ้ามีการถ่ายทำละครขอความร่วมมือให้งดถ่ายทำฉากที่มีการใช้ หิ้ว หรือถือถุงพลาสติก เป็นต้น หรือถ้าถ่ายทำฉากดังกล่าวไว้แล้ว อาจจะพิจารณาตัดออก แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องเบลอภาพ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ปลัดทส.แจงดราม่าช่องทีวีเบลอถุงพลาสติก แค่ขอความร่วมมืองดใช้ในฉากละคร - ถ่ายแล้วให้ตัดภาพออก   -สาวถูกแฟนหนุ่มทำร้ายเตะต่อยเลือดท่วมตัว หลังมีหญิงอื่นทักแชทมาหาก่อนมีปากเสียงกัน ต้องวิ่งหนีตายลงจากห้องพัก แต่ก็ถูกตามลงมาทำร้ายต่อ จนเจ็บหนัก แม้ฝ่ายหญิงจะยกมือไหว้ขอให้หยุด แต่ฝ่ายชายก็ไม่สนใจ วงจรปิดจับภาพได้ บอกตอนมาจีบไม่รู้มีเมียแล้ว พอจะเลิกก็ทำร้าย สำนึกได้โทรมาขอโทษ ขอให้ลบโพสต์ และขอให้จบเรื่อง แต่เจ้าตัวยืนยันที่จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และล่าสุดฝ่ายถูกจับดำเนินคดีแล้ว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สาวโพสต์คลิปถูกแฟนหนุ่มซ้อมหนัก ลั่นเอาเรื่องถึงที่สุด แฉมีเมียอยู่แล้ว ยังมาหลอกจีบ   -หนุ่มร้องถูกหลอกซื้อบริการออนไลน์ จ่ายค่าสมัครเข้าห้องลับ VIP สูญเงินเฉียดแสน สุดท้ายไม่ได้อะไร เหยื่อเล่าว่า หลังเข้าไปติดต่อกับเพจหนึ่งทางทวิตเตอร์ ซึ่งเป็นเพจเชิญชวนให้ผู้ชายมาซื้อบริการหญิงสาว เพื่อร่วมหลับนอน แอดมินเสนอโปรโมชั่น ทั้ค่าสมัคร VIP 500 บาท/ต่อปี จนถึงค่าสมัครแบบ VIP Premiun 2,000 บาท/ต่อปี และถาวร 3,000 บาท โดยให้ชำระเงินผ่านธนาคาร และคลิกแอดไลน์  เมื่อเหยื่อหลงกลโอนเงินให้ ก็จะอ้างค่าโน่นนี้นั่นต่างๆ นาๆ จนสุดท้ายโอนให้ไปทั้งหมด 87,000 บาท เหยื่อไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เพื่อให้ธนาคารช่วยอายัดบัญชี ตามจำนวนเงินที่โอนไป ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : หนุ่มโอดถูกหลอกซื้อบริการออนไลน์ เปย์เงินเกือบแสน แขนยังไม่ได้จับ   -ญาติโร่แจ้งความพ่อค้ารับซื้อมะขามเมืองสกลนคร หายตัวนาน 3 วัน สุดท้ายโอละพ่อ...เจ้าตัวถูกจับกุมข้อหาเมาแล้วขับ ในเขตพื้นที่ สภ.ภูพาน เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น.ของวันที่ 30 ธ.ค.62 ซึ่งตลอดระยะเวลาที่หายไปคือถูกควบคุมตัวและฝากขังที่เรือนจำจังหวัดสกลนคร ก่อนที่ญาติจะยื่นเรื่องขอประกันตัว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : หาวุ่นทั้งอำเภอ! ญาติแจ้งหาคนหาย สุดท้ายโอละพ่อ โดนจับเมาแล้วขับส่งฟ้องศาล   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PTbbXXNhrUU

 11,263
เศรษฐกิจ
01 ม.ค. 63

'แบงก์ชาติ' แจงค่าเงินบาทแข็งหลุด 30 บาทต่อดอลลาร์ เป็นภาวะผิดปกติ - 'กรุงไทย' คาดปี 63 แข็งต่อเนื่อง

แบงก์ชาติแจง ค่าเงินบาทแข็งหลุด 30 บาทต่อดอลลาร์ เป็นภาวะผิดปกติ แต่เกิดเพียงระยะสั้นเท่านั้น   โดย นายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ย้ำถือเป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐาน เป็นผลจากการเร่งทำธุรกรรมก่อนสิ้นปีของผู้ประกอบการบางราย ในสภาวะที่ตลาดมีสภาพคล่องต่ำ ความต้องการซื้อและขายเงินตราต่างประเทศไม่สมดุลในช่วงก่อนวันหยุดสิ้นปี และยังเป็นผลจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับสกุลเงินในภูมิภาคในช่วงปลายปีด้วย แต่หลังจากผ่านช่วงวันหยุดยาวไปแล้ว สภาพคล่องของตลาดจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ   ขณะที่ในมุมนักวิเคราะห์ นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย คาดการณ์ว่าหลังเปิดตลาด 2 ม.ค.ค่าเงินบาทจะแข็งต่อเนื่อง และแข็งขึ้นอีก มากกว่า 29.92 บาทต่อดอลลาร์ นักลงทุนหยุดยาวปีใหม่ เมื่อกลับมาทำธุรกรรมสัปดาห์แรก แข็งขึ้นแน่นอน รวมไปถึงแนวโน้มค่าเงินบาท ในครึ่งปีแรกอาจมีข่าวดีเรื่องการลงนามจากสหรัฐฯ และจีน เรื่องสงครามการค้า แต่แนวโน้มก็จะแข็งค่าขึ้นอีก   ฝั่งภาคธุรกิจ นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บอกว่าตอนนี้เอกชนกังวลอย่างมากกับภาวะเงินบาทแข็งค่า โดยเฉพาะ  29.92 บาทต่อดอลลาร์ วันที่ 8 ม.ค.จะมีการประชุมคณะกรรมการร่วมเอกชน 3 สถาบัน ทั้งหอการค้าไทย สมาคมธนาคารไทย และสอท. เพื่อจะประเมินสถานการณ์ในครึ่งปีแรก ทุกฝ่ายมีความกังวลวอนขอรัฐบาลช่วยรับมือ   ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ปกติแล้วเงินบาทแข็ง มันจะบ่งบอกว่าเศรษฐกิจดี แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ และไม่ใช่อย่างแน่นอน เหตุที่เงินบาทแข็ง เพราะดุลบัญชีเดินสะพัด เกินดุลอย่างมาก เราจะไปโทษเศรษฐกิจโลก โทษสงครามการค้าอย่างเดียวก็อาจได้ แต่มันต้องยอมรับว่าปัญหาทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะเงื่อนไขจากภายนอก ถ้าเป็นอย่างนั้นประเทศอื่นแข็งกันหมดแล้ว แต่อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของเราช้ากว่าเกือบทุกประเทศเพื่อนบ้านเรา    นายกรณ์ บอกอีกว่า เชื่อว่าปัญหาเราเป็นปัญหาโครงสร้างที่ยังไม่มีใครแก้ไขจริงจัง โครงสร้างนี้ทำให้การพัฒนา อำนาจ และการเข้าถึงทรัพยากรกระจุกตัว คนไทยส่วนใหญ่ไม่มีส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ต้องแก้ตรงนี้โดยเร็วครับ จึงจะเกิดการเปลี่ยนแปลง เกิดนวัตกรรม และเกิดการลงทุน   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/aivMhYKStDo

 1,405
เศรษฐกิจ
31 ธ.ค. 62

เศรษฐกิจไทยดิ่งเหว! ข้าวอยากหมากแพง-คนตกงานมาก ปีหน้ายังต้องเผชิญปัญหาค่าเงิน

บอกลาปีหมู ที่ดูจะไม่หมูสักเท่าไหร่ เพราะในรอบปีทีผ่านมา ปัญหาเศรษฐกิจเป็นปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในทุกระดับ  เกิดภาวะข้าวอยากหมากแพง คนตกงานจำนวนมาก ขณะที่ในปีหน้า ยังต้องเผชิญกับ 3 โจทย์หิน โดยเฉพาะปัญหาค่าเงิน และภัยแล้ง    ดร.สมประวิณ มันประเสริฐ ผู้บริหารสายงานวิจัยและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ลูกจ้างต้องระวัง เพราะวันนี้ไม่ใช่เรื่องผลทางวัฏจักรอย่างเดียว เนื่องจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง ความต้องการซื้อสินค้าและบริการลดลง ทำให้การจ้างผลิตลดลง   ดังนั้นต้องมองระยะยาวว่าในโลกทุกวันนี้ มีการเปลี่ยนผ่านของลักษณะสินค้าที่ผลิตอยู่ในโลก จึงทำให้ความต้องการชิ้นส่วนในอนาคตเปลี่ยนไป คำถามคือเรายังผลิตชิ้นส่วนนั้นได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ แม้เศรษฐกิจโลกกลับมาฟื้น เราก็อาจไม่ได้เป็นผู้ผลิตแล้ว

 3,334
เศรษฐกิจ
31 ธ.ค. 62

แบงก์ชาติแจงบาทแข็ง หลุด 30 บาทต่อดอลลาร์ เป็นภาวะผิดปกติ

รองผู้ว่าฯแบงก์ชาติ แจงค่าเงินบาทแข็งหลุด 30 บาทต่อดอลลาร์ เป็นภาวะผิดปกติ แต่เพียงระยะสั้นเท่านั้น ยืนยันดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิด   นายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไแทย (ธปท.) เปิดเผยว่า อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยอ้างอิง (THBREF) ของเมื่อวานนี้ อยู่ที่ 30.12 บาทต่อดอลลาร์ สหรัฐ แต่ในช่วงบ่ายของวันดังกล่าว ค่าเงินบาทผันผวนกว่าปกติโดยแข็งค่าต่ำกว่า 30 บาทต่อดอลลาร์ โดยมองว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐาน เพราะเป็นผลจากการเร่งทำธุรกรรมก่อนสิ้นปีของผู้ประกอบการบางรายในสภาวะที่ตลาดมีสภาพคล่องต่ำ ความต้องการซื้อและขายเงินตราต่างประเทศไม่สมดุลในช่วงก่อนวันหยุดสิ้นปี   นอกจากนี้ ยังเป็นผลจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับสกุลเงินภูมิภาคในช่วงปลายปีด้วย อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านช่วงวันหยุดยาวไปแล้ว สภาพคล่องของตลาดจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ. โดย ธปท. จะดูแลการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด   ทั้งนี้ ค่าเงินบาทวานนี้ทำสถิติแข็งค่าสุดก่อนส่งท้ายปีแตะที่ระดับ 29.92 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการแข็งค่าสุดในรอบ 6 ปี 9 เดือนนับจากเดือนมี.ค. 56 ที่แตะระดับ 29.29 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ  

 5,244
เศรษฐกิจ
31 ธ.ค. 62

เงินบาทปิด 29.92 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งสุดในรอบ 6 ปี 9 เดือน

เงินบาทแข็งค่าที่สุดในรอบ 6 ปี 9 เดือน หลุด 30 บาทแล้ว ปิดตลาดวันสุดท้ายของปี 30 ธ.ค.62 ที่ 29.92 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นการแข็งค่ามากที่สุดในเอเซีย ติดอันดับ 4 ของโลก ส่งออกสะเทือน นักวิเคราะห์เตือนในอนาคตผันผวน ตลาดส่งออกต้องระมัดระวัง     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/eW6ON-gDIwQ

 3,961
สรุปข่าว
31 ธ.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 31 ธ.ค.62 - 4 วัยรุ่นพายเรือคายัคคว่ำ จมน้ำดับยกแก๊ง - เงินบาทแข็งค่าในรอบ 6 ปี 9 เดือน - พบศพหญิงถูกฆ่าทุบหัวดับสยอง

- เหนือ อีสาน หนาวขึ้นอีก เย็นข้ามปีอุณหภูมิลดลง 1-3 องศา ไปจนถึง 5 ม.ค.62 ภาคเหนืออากาศแปรปรวน พายุลูกเห็บสร้างความเสียหาย อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ พบมีบ้านเรือนกว่า 700 หลังคาเรือน พื้นที่การเกษตรกว่า 100 ไร่ ได้รับควาเสียหาย ส่วนที่อ.เชียงแสน จ.เชียงราย จนท.การไฟฟ้า ระดมกำลังกว่า 250 คน พร้อมเครื่องจักรทำการติดตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงขึ้นมาใหม่ ตามจุดต่างๆ พร้อมเร่งจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ประชาชน   บรรยากาศการท่องเที่ยว ที่ดอยอินทนนท์คึกคักถึงแม้ช่วง 2 วันที่ผ่านมาเกิดฝนตก ท้องฟ้าปิดและเกิดพายุลูกเห็บ นักท่องเที่ยวยังขึ้นไปท่องเที่ยว เนื่องจากมีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย โดยอุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ 6 องศาเซลเซียสที่ยอดดอยอินทนนท์  ส่วนจุดชมวิวกิ่วแม่ปานอุณหภูมิวัดได้ 9 องศาฯ ขณะที่ภูชี้ฟ้า จ.เชียงราย คนแน่น นักท่องเที่ยวเกือบ 5,000 คน พากันขึ้นมารอชมพระอาทิตย์ขึ้น   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : กรมอุตุฯ ประกาศ 'เหนือ-อีสาน' หนาวข้ามปี อุณหภูมิลด 1-3 องศา , พายุลูกเห็บถล่ม 'ลำปาง-เชียงใหม่' บ้านเรือนเสียหายหลายหลัง     - สลดส่งท้ายปี 4 วัยรุ่นตั้งแคมป์เคาท์ดาวน์ปีใหม่ ที่แก่งกระจาน พายเรือคายัคคว่ำ จมน้ำดับยกแก๊ง ภายในบริเวณอ่างเก็บน้ำบ้านน้ำทรัพย์ ริมเขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ชวนกันกินดื่ม ก่อนพากันออกไปพายเรือ ระหว่างนั้นเรือเกิดล่ม ทำให้ทั้งหมดสูญหาย จนท.เร่งค้นหานานกว่า 3 ชั่วโมง ทยอยพบทั้ง 4 ศพ อยู่ในสภาพไม่สวมเสื้อชูชีพ ทั้งหมดเป็นวัยรุ่นอายุ 21-22 ปี        เพื่อนในกลุ่มเดียวกันที่รอด เล่าว่า ตนและเพื่อนรวม 14 คน มาจากจังหวัดสมุทรปราการ เมื่อมาถึงก็นั่งล้อมวงดื่มสุรา ตนและเพื่อนรวม 4 คน ชวนกันพายเรือ ห่างจากฝั่งประมาณ 70 เมตร ปรากฎน้ำเข้าเรือ ท้ายเรือจมลง ต้องบอกให้เพื่อน 3 คน ว่ายเข้าฝั่งก่อน จากนั้นไม่เห็นเพื่อน ตะโกนให้เพื่อนอีกคนบนฝั่งว่ายมาช่วย กลับหายไปอีกคน    ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สลดส่งท้ายปี! วัยรุ่นพายเรือเล่นในเขื่อนแก่งกระจาน เรือคว่ำจมน้ำเสียชีวิตหมู่ 4 ศพ     - 7 วันอันตราย ยอดสะสม 3 วัน เสียชีวิต 159 ศพ กทม.ครองแชมป์เสียชีวิตสะสมมากที่สุด 10 ราย สาเหตุมาจากเมาแล้วขับมาเป็นอันดับหนึ่ง แต่หากเปรียบเทียบกับปี 2561 ยอดสะสม 3 วันลดลงทั้งหมด จำนวนคนตายลดลง 38 คน ผู้บาดเจ็บลดลง 128 ราย อุบัตเหตุก็ลดลง 127 ครั้ง ขณะที่จำนวนคดีความผิด พ.ร.บ.จราจร แค่ 3 วัน ขึ้นศาล 10,485 คดี เมาแล้วขับสูงสุด 9,556 คดี   ขณะที่ จ.ภูเก็ต กล้องนารถจับภาพนาทีรถตู้รับส่ง นนท.ชาวจีน เสียหลักพุ่งลงข้างทาง ชนเสาไฟฟ้า 2 ต้น นทท.บาดเจ็บ 5 ราย คนขับถูกอัดก๊อปปี้กับคอนโซลหน้ารถ สอบปากคำคนขับบอกหลับใน    ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สถิติอุบัติเหตุ 7 วันอันตราย ยอดรวมสะสม 3 วัน เสียชีวิต 159 ราย สาเหตุหลัก 'ดื่มแล้วขับ-ขับเร็ว'     - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ขออย่าร่วมวงสร้างความขัดแย้ง กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย กังวลลักธิชังชาติ ออกมาระบุมีวายร้ายตัวใหม่ที่เป็นพวกชังชาติ ทำให้เป็นชนวนสร้างความขัดแย้งในอนาคต ว่าประชาชนพบกับปัญหามามากแล้ว แต่อยากให้แสดงความเห็นต่าง และวิจารณ์ในภาควิชาการมากกว่า ไม่เห็นด้วยที่จะมารวมกันเป็นกลุ่มก้อน ก่อม็อบ ทำให้สถานการณ์หนักกว่าที่เป็นอยู่ ไม่ได้ประโยชน์อะไร ส่วนการเคลื่อนไหวนอกสภาเป็นความเห็นต่าง ไม่ใช่ความขัดแย้ง เคยเกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว เชื่อว่าที่ผ่านมาประเทศได้บทเรียน   นายสมศักดิ์ ยังพูดถึงกรณีที่ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนพบว่า ประชาชนสนับสนุนให้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น นายสมศักดิ์ บอกว่า ไม่ควรนำความเห็นของคนเพียงบางกลุ่ม มาตัดสินความเห็นของคนส่วนใหญ่ ไม่สามารถตัดสินคะแนนความนิยมของรัฐบาลอยู่ในล่วงขาลงได้ และเชื่อว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะยังสามารถนำพาประเทศไปรอดท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจ เพราะยังมีทีมเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง   ด้านโฆษกพรรคพลังประชารัฐ นายธนกร วังบุญคงชนะ บอกว่า ก็ว่ากันไปตามผลโพลล์ อยู่ที่มุมมอง ซึ่งหลายสำนักโพลก็แตกต่างกันไป ขึ้นบ้าง ลงบ้างก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร นายธนาธรก็เป็นนายกโพลล์ไป ส่วน พล.ประยุทธ์ ก็เป็นนายกรัฐมนตรีในใจคนไทยต่อไป   ขณะที่นายเทพไท เสนพงศ์ จากพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่า ต้องยอมรับความจริง ว่ากระแสสังคมมีต่อ นายธนาธร ยังร้อนแรง ใช้การขับเคลื่อนผ่านสังคมสื่อโซเชียล ยิ่งตราบใดที่ผู้คนในสื่อสังคมรู้สึกว่า นายธนาธร หรือพรรคอนาคตใหม่ ไม่ได้รับความเป็นธรรมมากเท่าไหร่ กระแสความเห็นใจและสนับสนุนนายธนาธร หรือพรรคอนาคตใหม่ อาจมากขึ้นเท่านั้น    ขณะเดียกวันบทบาทและท่าทีของ พลเอกประยุทธ์ ก็ยังติดกับดักกลับการแก้ไขปัญหาแบบเดิมๆ ล่าสุดไปลงพื้นที่หมอชิต ก็เกิดภาพผู้หญิงเบื่อหน่ายนายกฯ สื่อโซเชียลก็เอาไปขยายผลด้านลบ ทำให้ภาพลักษณ์ลดลงไปโดยปริยาย   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'สุทิน' คาดเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ปลายเดือน ม.ค.63 -เผยรายชื่อรัฐมนตรีจ่อโดนซักฟอก        - เงินบาทแข็งค่าที่สุดในรอบ 6 ปี 9 เดือน หลุด 30 บาทแล้ว ปิดตลาดวันสุดท้ายของปี 30 ธ.ค.62 ที่ 29.92 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นการแข็งค่ามากที่สุดในเอเซีย ติดอันดับ 4 ของโลก ส่งออกสะเทือน นักวิเคราะห์เตือนในอนาคตผันผวน ตลาดส่งออกต้องระมัดระวัง   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เงินบาทปิด 29.92 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งสุดในรอบ 6 ปี 9 เดือน       -ดับสยอง หญิงวัย 40 ปี ขอสามีมาเที่ยวที่อุทยานศรีเทพ ฉลองปีใหม่กับเพื่อน กลับถูกพบเป็นศพ ถูกฆ่าทุบหัว ที่เกิดเหตุพบลอยคลานหนีตายมาจากไล่อ้อย ก่อนสิ้นใจคาถนนนาสนุ่น-หนองบัว ต. อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ สภาพศพกระโหลกแตก ใบหน้าเละ จนจำไม่ได้ เล็บมือหลุด ห่างออกไปประมาณ 10 เมตร พบมือถือผู้ตายตกอยู่ พร้อมค้อนสภาหักออกเป็น 2 ท่อน คาดเป็นอาวุธที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ขณะที่สามีทำงานขับรถรับจ้างอยู่ต่างจังหวัด ช็อกโทรหาภรรยากว่า 10 สาย กลับเจอปลายสายเป็นตำรวจ ล่าสุดสามีปิดเครื่อง ติดต่อไม่ได้   ชุดสืบสวน สืบพบคนร้ายหลังก่อเหตุได้ขับรถยนต์กระบะของผู้ตาย หลบหนี  โดยใช้เส้นทางผ่านผ่าน พื้นที่ จังหวัดลพบุรี คาดว่าจะมุ่งหน้าหลบหนีไปทางกรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตั้งประเด็นไว้ 2 เรื่อง เรื่องส่วนตัว และเรื่องชู้สาว   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ :  คนร้ายฆ่าโหดสาว ใช้ค้อนทุบหน้า-กะโหลกแตก ชิงรถกระบะหลบหนี ตร.เร่งไล่ล่าตัว   -แฉสนั่น บ่อนใหญ่พัทยาใต้ซอย 13 เปิดกลางเมืองโจ่งครึม ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ถามก่อหน้า ส.ส.สิระ เจนจาคะ ขึ้นป้ายใหญ่ "รับทุกบ่อนพนัน" พร้อมให้เบอร์โทรแจ้ง แต่พอโทรไปกลับไม่รับสาย ทีหลังถ้าจะขึ้นป้ายแล้วทำไม่ได้ อย่าขึ้น อายหมา เสียชื่อ ด้าน ผกก.โรงพักเมืองพัทยา บอก ก็ไปบุกจับแล้ว ถ้าหวังดีควรแจ้งเจ้าหน้าที่ เอาไปโพสต์ออนไลน์ มันตามจับยากขึ้น   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ :  'อัจฉริยะ' แฉ 'บ่อนใหญ่พัทยา' ถาม 'ส.ส.สิระ' บอก "รับทุกบ่อน" แต่โทรไปไม่มีใครรับ ตร.แจงบุกจับไปแล้ว   -กระแสตีกลับฝ่ายจยย. กรณีอุบัติเหตุรถกระบะพุ่งชน กวาดกลุ่มจักรยานยนต์วัยรุ่นที่กำลังรวมกลุ่มเดินสายทำบุญปีใหม่ กลางถนนเพชรเกษม อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ทำให้มีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 13 ราย หลังมีภาพคนขับกระบะลักษณะถูกกลุ่มจยย.ลากลงจากรถแล้วรุมทำร้าย จนหน้าตาบวมปูด คนขับอ้างก้มเก็บของขณะขับรถทำให้เสียหลัก พร้อมรับผิดชอบทุกอย่าง กลับถูกรุม     ภรรยาคนขับกระบะชี้วัยรุ่นกว่า 10 คนสลับกันรุมทำร้าย จนสามีน็อก ด่าโคตรเหง้า ไม่มีปัญญาชดใช้ ตนพยายามเข้าไปป้องสามี กลับโดนตบ กระชาก อ้อนวอนขอชีวิตเท่าไร ไม่ยอมฟัง   ขณะที่หนึ่งในกลุ่มผู้ขับขี่จยย.ได้ออกมายอมรับว่าได้ลงมือทำร้ายร่างกาย คนขับรถกระบะจริง สาเหตุเพราะโกรธแค้นที่ขับรถมาชนเพื่อน ๆ บาดเจ็บจำนวนมาก แต่เรื่องที่จะไปรังแกผู้หญิง แฟนของ โชเฟอร์กระบะนั้นขอปฏิเสธ ว่าไม่ได้ทำ ยืนยันไม่ใช่เด็กแว้น   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ :คนขับกระบะอ้างก้มเก็บของ ก่อนเสียหลักชนจยย.นับ 10 คัน โวยถูกรุมทำร้ายจนสลบ-ตบภรรยา ด้านคู่กรณียอมรับทำร้ายจริง เพราะโมโห ยันไม่ได้ทำร้ายผู้หญิง       - หนุ่มอารมณ์ร้อน โชว์กร่าง ใช้หมวกกันน็อกฟาดคนข้ามถนน บนทางม้าลาย บอกเดินตัดหน้าจยย.ตนเอง หลังโดนด่าทุกทิศทุกทาง มือไม้อ่อน กราบขอโทษคู่กรณี บอกจริงๆตนเป็นคนน่ารัก ขอโอกาสแก้ตัว แต่แฟนสาวผู้ก่อเหตุบอก เป็นแบบนี้ตลอด ทะเลาะกับชาวบ้านไปทั่ว เข้าไปห้ามก็ซ้อมเมีย ด้านคู่กรณีบอกดีที่ตนมีสติ ก็โกรธนิดหน่อยแต่อยากให้อารมณ์เย็นกันนิดนึง ตร.แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : หนุ่มอารมณ์ร้อน ใช้หมวกกันน็อกฟาดคนข้ามถนน ล่าสุดมือไม้อ่อน-กราบขอโทษคู่กรณี - ด้านแฟนสาวแฉ "ทะเลาะกับชาวบ้านไปทั่ว"     -วงจรปิดจับภาพนาทีหนูน้อยวัย 4-5 ขวบ เปิดประตูรถยนต์ออกมาแล้ว วิ่งออกจากรถยนต์อย่างรวดเร็ว ทำให้เด็กวิ่งชนรถรถยนต์ที่กำลังวิ่งเข้ามาหาที่จอดเข้าอย่างเต็มแรง โชคดีที่ได้รับบาดเจ็บเท่านั้น    ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : อุทาหรณ์! นาทีหนูน้อยเปิดประตูรถวิ่งข้ามถนน ชนรถยนต์อย่างจัง เคราะห์ดีบาดเจ็บเล็กน้อย     - โจรสิ้นคิด ขโมยทอง 5 บาท จากร้านทองใน อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ ผ่านไป 1 เดือนเอากลับมาขายร้านเดิมที่ขโมยไป เจ้าของจำหน้าได้ ยื้อเวลาให้ตำรวจมาจับกุมตัว ผู้ต้องหารับสารภาพ เอาไปขายร้านอื่นมา 8 ร้าน แต่ถูกกดราคา คิดขึ้นมาได้จึงเอามาขายร้านเดิม เพราะคิดว่าได้ราคาดีแน่ เจ้าของคงจำไม่ได้แล้ว จะเอาไปเที่ยวปีใหม่   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : รวบโจรสิ้นคิด ขโมยทอง 5 บาทจากร้านทอง ผ่านไป 1 เดือน เอากลับมาขายร้านเดิม!       รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/eKBPJKs7UvI  

 1,804
เศรษฐกิจ
27 ธ.ค. 62

หยุดยาวปีใหม่ 'บาทเเข็ง' หนุนคนไทยเที่ยวนอกคึกคัก

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวฯ เผยสถิตินักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปต่างประเทศ ช่วง 11 เดือนแรกของปีนี้ มีจำนวนสะสมกว่า 12.27 ล้านคน และทั้งปีมีโอกาสแตะ 14 ล้านคน หรือ เพิ่มขึ้น10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันป่ก่อน    โดยมีปัจจัยหนุนจากโปรโมชั่นราคา ทั้งตั๋วเครื่องบินและที่พัก และเงินบาทที่แข็งค่า ทำให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศถูกมองว่าคุ้มค่า เมื่อเทียบกับการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ โดย 5 จุดหมายที่ได้รับความนิยมสูงสุด / อันดับ1 ยังคงเป็นญี่ปุ่น รองลงมาคือเวียดนาม เกาหลีใต้ สปป.ลาว และไต้หวัน และคาดการณ์ว่า ปี 63 คนไทยเที่ยวต่างประเทศมีโอกาสทะลุ 15 ล้านคน   ขณะที่ Airbnb เผย กรุงโซล เกาหลีใต้ เป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวชาวไทยตบเท้าไปเยือนมากที่สุดในช่วงปีใหม่ ขณะที่ 3 เมืองฮอต "โตเกียว โอซาก้า และฮอกไกโด" ของญี่ปุ่น ติด 5 อันดับแรก ในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เติบโตต่อเนื่อง   

 925
เศรษฐกิจ
04 ธ.ค. 62

สรท.เปิดตัวเลขส่งออก ต.ค.62 ติดลบ 4.5% เหตุเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง

สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยตัวเลขการส่งออกประจำเดือนตุลาคม 2562 มีมูลค่า 20,758 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หดตัวลบ 4.5% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การส่งออกในรูปเงินบาทเท่ากับ 628,319 ล้านบาท หดตัวลบ 10.5% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน   ขณะที่การนำเข้าใน เดือนตุลาคม 2562 มีมูลค่า 20,251 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หดตัว -7.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน และการนำเข้าในรูปของเงินบาทมีมูลค่า 621,738 ล้านบาท หดตัว -13.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน   ทั้งนี้ ในส่วนของภาพรวมช่วงเดือนมกราคม-ตุลาคม 2562 ไทยส่งออกรวมมูลค่า 207,330 ล้านดอลลาร์ สหรัฐฯ หดตัวติดลบ 2.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นมูลค่าการส่งออกในรูปเงินบาทที่ 6,461,028 ล้านบาท หดตัวติดลบ 4.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน   โดยปัจจัยสำคัญที่เป็นอุปสรรคคือ สงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ และสถานการณ์ค่าเงินบาทที่ยังคงมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง   ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงปัญหาเศรษฐกิจว่า รัฐบาลได้พยายามนำหลายๆ ส่วนมาหารือในเรื่องเหล่านี้ ข้อสรุปต่างๆ จะร่วมมือกันได้ หากเราร่วมกันทั้ง 2 ทาง ทั้งภาครัฐที่กำหนดนโยบายในการกำจัดปัญหาและอุปสรรค และในส่วนของภาคเอกชนก็ต้องร่วมลงทุน มีมาตรการสิทธิประโยชน์แรงจูงใจต่างๆ การใช้เงินตราต่างประเทศ เหล่านี้จะมีผลกระทบต่อค่าเงินบาท   หากเราใช้จ่ายเงินต่างประเทศให้มากขึ้นจะช่วยบรรเทาค่าเงินบาทแข็งตัว ซึ่งวันนี้ก็อ่อนตัวลงมาบ้างเล็กน้อย ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร เพราะมีผลกระทบในเรื่องของต่างประเทศ   ทั้งนี้ หลายอย่างมีความคืบหน้า ถ้าเราเข้าใจสิ่งดีๆ ก็จะเกิดขึ้นเอง ซึ่งหลายคนก็วิพากษ์วิจารณ์เกินเหตุ ทำให้คนสับสนอลหม่าน การแก้ไขปัญหาก็ยากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความไม่เข้าใจกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SOsKH5tKz0Y

 922
เศรษฐกิจ
08 พ.ย. 62

นักวิเคราะห์การเงินห่วง ปีหน้าบาทไทยแข็งหนัก อาจเห็น 29 บาท/ดอลลาร์

สถานการณ์ค่าเงินบาทไทยประจำวันที่ 7 พ.ย.2562 อยู่ที่ 30.32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ ด้านนักวิเคราะห์การเงินหลายท่าน อาทิ ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์ หัวหน้า​นักกลยุทธ์ตลาดทุนสายงานธุรกิจตลาดเงินทุน ธนาคารกรุงไทย แสดงความคิดเห็นต่อการออก 4 มาตรการดูแลค่าเงินบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อแก้ปัญหาเงินบาทแข็งค่า   ชี้มาตรการที่ออกมาช่วยแก้ได้เพียงระยะสั้น และแนวโน้มเสี่ยงที่จะเห็นเงินบาทอยู่ที่ระดับ 29 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกเป็นอย่างยิ่ง     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YgdzYFzPA8E

 814
เศรษฐกิจ
07 พ.ย. 62

แบงก์ชาติออก 4 มาตรการสกัดเงินบาทแข็ง

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออก 4 มาตรการ เพื่อผ่อนคลายกฎเกณฑ์ที่ล้าสมัย ทำให้เกิดความสมดุลระหว่างเงินตราต่างประเทศ ที่ไหลเข้ามาและการไหลออกของเงินทุน ลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาท ช่วยให้นักลงทุนไทยออกไปลงทุนต่างประเทศ เพื่อกระจายความเสี่ยงการลงทุนได้มากขึ้น โดยมาตรการผ่อนคลายกฎเกณฑ์ การซื้อขายเงินตราต่างประเทศ และการนำเงินออกไปลงทุนในต่างประเทศครั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 8 พ.ย.นี้  โดย 4 มาตรการ ได้แก่   1.ยกเว้นการนำรายได้จากการส่งออกกลับเข้ามาในประเทศ โดยจากเดิมการส่งออกต่อครั้ง หรือต่อใบขนของผู้ส่งออก ถ้ามีรายได้มากกว่า 50,000 เหรียญสหรัฐฯ หากไม่มีธุรกรรมที่ต้องดำเนินการในต่างประเทศต่อเนื่อง ธปท.กำหนดให้ผู้ส่งออกนำเงินกลับเข้าประเทศภายในเวลาที่กำหนด ไม่ให้ค้างไว้ในต่างประเทศ   แต่เกณฑ์ใหม่นี้ เพื่อให้ผู้ส่งออกพักเงินไว้ในต่างประเทศเพื่อทำธุรกรรม หรือลงทุนได้มากขึ้น ช่วยลดแรงกดดันของการนำเงินเข้าตราต่างประเทศลดการแข็งค่าของเงินบาท จึงได้เพิ่มวงเงินต่อใบขนที่สามารถพักเงินไว้ในต่างประเทศได้ หากมีรายได้ไม่เกิน 200,000 เหรียญต่อใบขนส่งสินค้า ซึ่งครอบคลุมใบขนได้ 50% ของการส่งออกทั้งหมด และในอีก 3 เดือนข้างหน้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 1 ล้านเหรียญต่อใบขน ให้ครอบคลุม 80%   2.การลงทุนในหลักทรัพย์ในต่างประเทศ เป็นครั้งแรกที่จะอนุญาตให้นักลงทุนรายย่อยออกไปลงทุนในต่างประเทศได้ด้วยตัวเองได้ โดยไม่ผ่านตัวกลาง วงเงินลงทุน 200,000 เหรียญสหรัฐฯต่อปี จากเดิมต้องเป็นผู้ที่มีเงินรายได้เกิน 50 ล้านบาท หรือต้องลงทุนผ่านตัวกลาง   โดยให้นักลงทุนมาขึ้นทะเบียนกับ ธปท. และแจ้งยอดคงค้างการลงทุนให้ ธปท.รับทราบทุกปี ช่วยทำให้คนไทยจำนวนมากที่มีความรู้ความเข้าใจในการลงทุนในต่างประเทศ มีที่ลงทุนได้เหมาะสม และกระจายความเสี่ยงได้มากขึ้น ลดต้นทุนค่าบริการจัดการเงิน และต้นทุนค่าธรรมเนียมที่ต้องทำผ่านตัวกลาง   แต่กรณีนี้นักลงทุนต้องมั่นใจว่ามีความรู้ทางการเงินและรับความเสี่ยงได้จริง ถ้าไม่แน่ใจอาจต้องลงทุนผ่านตัวกลางต่อไป และ ธปท.ยังได้เพิ่มวงเงินรวมสำหรับการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ ที่จัดสรรให้นักลงทุนภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รายปี จากเดิม 100,000 ล้านเหรียญ เป็น 150,000 ล้านเหรียญ เพื่อรองรับการออกไปลงทุนในต่างประเทศ   3เพิ่มจำนวนการโอนเงินออกไปนอกประเทศ โดยปรับเป็นการโอนเงินแบบเปิดเสรีการโอนเงินออกนอกประเทศได้ทุกวัตถุประสงค์ จากเดิมที่โอนได้เฉพาะวัตถุประสงค์ที่ ธปท.กำหนด แต่ยังมียกเว้นเพียงในบางรายการ (negative list) อาทิ การชำระธุรกรรมซื้อขายเงินตราต่างประเทศ และยังอนุญาตให้คนไทยโอนเงินให้ตนเองหรือญาติที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ต่างประเทศได้เสรีไม่จำกัดวงเงิน   ส่วนการโอนเงินเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ เพิ่มวงเงินไม่เกิน 50 ล้านเหรียญต่อปี โดยซื้อในชื่อของบุคคลในครอบครัวได้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการย้ายถิ่นฐานและการส่งบุตรหลานไปศึกษาในต่างประเทศ รวมทั้งประชาชนหรือภาคธุรกิจที่ต้องการโอนเงินออกนอกประเทศจากเดิมกำหนดทำไม่เกิน 50,000 เหรียญต่อครั้ง เพิ่มเป็นไม่เกิน 200,000 เหรียญต่อครั้ง   4.การซื้อขายทองคำโดยที่ผ่านมาเศรษฐกิจโลกเมื่อมีความผันผวน จะมีเงินไหลเข้ามาลงทุนในทองคำมากขึ้น ทำให้ราคาทองคำโลกปรับตัวขึ้น และคนไทยจะขายทองคำ ทำให้เงินบาทต้องรับแรงกระแทก 2 เด้ง ทั้งจากเงินลงทุนที่เข้ามาพักในไทยโดยตรง และยังมีเงินตราต่างประเทศที่ได้จากการขายทองคำมาเพิ่ม   จึงอนุญาตให้ลูกค้าคนไทย ที่มีการลงทุนซื้อขายทองคำกับบริษัทผู้ค้าทองคำที่ได้รับอนุญาตจาก ธปท. ชำระราคาค่าทอง ในรูปเงินตราต่างประเทศผ่านบัญชี FCD โดยลูกค้าเก็บเงินตราต่างประเทศ จากการขายทองคำไว้ในบัญชี FCD โดยไม่ต้องแลกเป็นบาทเพื่อรอลงทุนในครั้งต่อไป ฯลฯ เพื่อทำให้การซื้อขายทองคำไม่กระทบเงินบาท ลดการแปลงค่าเงินของบริษัทผู้ค้าทองคำและลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาทอีกทางหนึ่ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jEL5mgaFS8s

 1,532
เศรษฐกิจ
09 ก.ย. 62

สรรพากรหวั่นเก็บภาษี vat ต่ำกว่าเป้า เหตุคนไม่จับจ่าย-เงินบาทแข็งค่า

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า จัดเก็บรายได้ภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ปีนี้มีแนวโน้มจะต่ำกว่าเป้า เห็นได้จากตัวเลขการจัดเก็บภาษีแวตเดือน มิ.ย.ขยายตัวติดลบ 5.6% และเดือน ก.ค. ขยายตัวติดลบ 9.1% ทำให้ยอดประเมินการจัดเก็บรอบ 10 เดือนขยายตัวติดลบที่ 2.1%   สาเหตุที่ทำให้ยอดจัดเก็บภาษีแวตต่ำกว่าเป้ามาจาก 2 สาเหตุ คือ เศรษฐกิจขยายตัวในลักษณะชะลอลง ทำให้การบริโภคในประเทศหรือการจับจ่ายใช้สอยชะลอตัวตามไปด้วย   และปัจจัยจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ทำให้ยอดภาษีที่จัดเก็บจากการนำเข้าลดลง ซึ่งภาษีแวตเก็บจาก 2 ส่วน มีสัดส่วนอย่างละ 50% ส่วนปีหน้ายังน่าหนักใจหากเศรษฐกิจไม่กระเตื้องขึ้นและเงินบาทยังแข็งค่า ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uWnaI7UPE0E

 1,354
เศรษฐกิจ
05 ก.ย. 62

กกร.ห่วงค่าเงินบาทแข็งกว่าชาติอื่น ฉุด gdp ต่ำกว่าเป้า

นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกร.ยอมรับว่าอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของภาวะเศรษฐกิจไทยในปีนี้ มีโอกาสเติบโตต่ำกว่าปัจจุบัน ที่ประเมินไว้ที่ 2.9-3.3%   โดยกังวลปัญหาการแข็งค่าของเงินบาท ที่แข็งค่ากว่าค่าเงินสกุลอื่นๆ ในภูมิภาค และมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง จึงอยากให้ภาครัฐออกมาตรการเพื่อดูแลการแข็งค่าของเงินบาทโดยเร็วที่สุด เพราะหากปล่อยให้สภาวการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป จะส่งผลกระทบต่อส่งออกลดลงตามไปด้วย จากที่คาดการณ์การส่งออกตลอดทั้งปีนี้ไว้ที่ติดลบ 1% ถึงโต 1% และฉุดจีดีพีที่คาดว่าจะเติบโตต่ำกว่าเป้าหมายอยู่แล้ว ให้มีโอกาสลดลงได้อีก   นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้จะเห็นค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องและแข็งค่า ค่อนข้างมากเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยแข็งค่าขึ้น 14% เมื่อเทียบค่าเงินวอนของประเทศเกาหลีใต้ และแข็งค่ากว่า 10% เทียบกับค่าเงินหยวนของจีน ขณะที่ค่าเงินดองของเวียดนามทรงตัว   ที่ประชุมจึงเห็นควร ต้องกลับไปเร่งศึกษาหาข้อมูลที่ชัดเจน ถึงปัญหาและแนวทางแก้ปัญหาเพื่อรีบนำกลับมาเสนอรัฐบาล และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พิจารณาเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการผ่อนคลาย การแข็งค่าของเงินบาท ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZnFd2RKZQlU

 1,677

Top