ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

แม่ร้องอดีต ผอ.ใช้เด็ก 10 ขวบหิ้วยางมะตอยร้อนซ่อมถนน เกิดกระฉอกลวกแขนหนังหลุด

วันที่ 8 ตุลาคม 2562 | 3 นาที 0 วินาที 31,260

กาฬสินธุ์-แม่ร้องเรียนลูกชาย วัย 10 ขวบ นักเรียนชั้น ป.4 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ได้รับบาดเจ็บแขนขวาและฝ่ามือด้านซ้ายมีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ นิ้วมือหยิกงอ ผิดรูป หลังถูกอดีต ผอ.โรงเรียนใช้งานให้หิ้วถังใส่น้ำต้มยางมะตอยที่ร้อนจัด เพื่อไปเทกลบหลุมบนผิวถนนที่เป็นหลุมบ่อ ภายในบริเวณโรงเรียน ก่อนประสบอุบัติเหตุยางมะตอยกระฉอกลวกแขน ผิวหนัง เนื้อหลุดลอก เป็นบาดแผลฉกรรจ์

 

โดยแม่บอกว่า ลูกชายถูก ผอ.เรียกใช้งาน จึงไม่กล้าขัดคำสั่งเพราะกลัวถูกด่า จึงยอมทำตามที่ ผอ.บอก ขณะที่ถังใส่ยางมะตอยและที่ตรงที่จับนั้นเป็นพลาสติก พอถูกความร้อนก็เกิดการบีบรัดและหดตัว ลูกชายที่ใช้มือขวาถือถังใส่ยางมะตอยเดินตาม ผอ.ไป จึงรู้สึกร้อนจนทนไม่ไหว มือที่ถือถังยางมะตอยร้อนๆ จึงสั่นกระตุก

 

ทำให้เนื้อยางมะตอยที่ข้นเหนียวและยังร้อนๆอยู่กระฉอก กระเด็นถูกแขน ตั้งแต่ต้นแขนและราดลงมาถึงข้อมือ จึงตัดสินใจวางถังลงและเอามือซ้ายปัดเนื้อยางมะตอยที่กระฉอกถูกแขนออก มือซ้ายจึงถูกยางมะตอยติดมือได้รับบาดเจ็บซ้ำอีก เด็กร้องไห้ด้วยความแสบร้อน แต่ผอ.กลับตะคอกใส่ว่าทำไมไม่รู้จักระวัง แล้วไล่ให้ไปล้างน้ำ ต่อมามีอาการปวดแสบปวดร้อน จึงได้เรียกให้เพื่อนช่วยแกะยางมะตอยที่ติดแขนออก เนื้อหนังก็หลุดออกมาด้วย

 

ตนเห็นอาการครั้งแรกแทบช็อค สงสารลูกมาก เพราะบริเวณท่อนแขนขวาเป็นบาดแผลขนาดใหญ่ ผิวหนังหลุดลอกมองเห็นเนื้อสดๆ ที่ชุ่มไปด้วยคราบเลือด ขณะที่ฝ่ามือซ้ายและนิ้วมือทั้ง 5 นิ้วก็บวมเป่ง หงิกงอ เพราะถูกน้ำต้มยางมะตอยลวกเช่นกัน ทั้งนี้ ในวันที่ส่งตัวไปรักษา รพ.กาฬสินธุ์ ผอ.ได้ให้เงินไว้ 1 พันบาท

 

ในช่วงที่รักษาตัวที่ รพ.กาฬสินธุ์ ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคมถึง วันที่ 6 สิงหาคมเป็นเวลา 14 วัน ผอ.มาเยี่ยมประมาณ 5-6 ครั้ง และได้เอาเงินให้ไว้อีก 1 พันบาท รวมเป็น 2 พันบาท อย่างไรก็ตามในระยะเวลาที่อยู่โรงพยาบาล ลูกชายร้องไห้ทุกวันทุกคืนด้วยเจ็บปวดทรมาน เนื่องจากพิษบาดแผลที่เกิดจากน้ำมะตอยลวก

 

ทั้งนี้ แม้แต่ออกจากโรงพยาบาลก็ไม่เห็น ผอ.ติดต่อเข้ามาว่าจะรับผิดชอบอะไรหรือไม่ จึงขอความช่วยเหลือจากผู้นำชุมชน ให้ช่วยประสาน ผอ.ด้วย เพราะอาการบาดเจ็บของลูกชายยังมีอยู่ แขนขวาเป็นแผลเป็น และนิ้วมือด้านซ้ายโดยเฉพาะนิ้วก้อยยังหงิกงอ ผิดรูป และอาจจะพิการได้ เพราะเอ็นยึด นอกจากนี้สภาพจิตใจก็ย่ำแย่ กลัวว่าตัวเองจะพิการ หมดอนาคต และหากนิ้วมือพิการจะสอบข้าราชการไม่ได้

 

ที่ผ่านมาได้ประสาน ผอ.ไกล่เกลี่ย 3 ครั้ง แต่ ผอ.ไม่ยอมรับข้อเสนอ ครั้งสุดท้ายตนตั้งไว้ที่จำนวน 150,000 บาท แต่ ผอ.จะให้แค่ 45,000 บาท ตนเห็นว่ายังน้อยไป เพราะตลอดระยะเวลาที่รักษาตัวน้องนั้นหมดค่าใช้จ่ายและยืมเงินมาจำนวนมาก จึงตกลงกันไม่ได้ ตอนนี้ ผอ.เกษียณอายุราชการไปแล้ว เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา จึงกลัวว่าจะไม่ได้รับเงินเยียวยาอาการบาดเจ็บของน้องต้นหนาว และไม่ได้รับความเป็นธรรมจาก ผอ.

 

ด้าน ผอ.กล่าวว่า ในวันที่เกิดเหตุ ทางคณะครู นักเรียน ได้ร่วมกันทำกิจกรรมจิตอาสา โดยมีการซ่อมแซมถนน และปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในโรงเรียน ซึ่งในส่วนของกิจกรรมซ่อมแซมถนนนั้น มีนักเรียนชั้น ป.5-6 ประมาณ 15 คนร่วมทำกิจกรรม โดยที่ตนเองเห็นว่าในกลุ่มนี้ ไม่มีเด็กที่ได้รับบาดเจ็บอยู่ในกลุ่มนี้แต่อย่างใด และไม่เข้าใจว่าเข้ามาถือถังใส่ยางมะตอยตอนไหน ทั้งนี้ อาจจะดูไม่ทัน เพราะมีเด็กมาร่วมกิจกรรมกันหลายคน

 

หลังจากเกิดเหตุ ตนก็ได้พาเด็กไปเข้ารับการรักษาที่ รพ.ดอนจาน และหลังจากนำส่งตัวเข้ารักษาต่อที่ รพ.กาฬสินธุ์ ก็ได้เดินทางไปเยี่ยมด้วยความห่วงใย และมอบเงินให้ 2 ครั้ง รวม 2 พันบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปรักษาเบื้องต้น ต่อมาได้มีการพูดคุยกับคณะครู และผู้ปกครองเพื่อไกล่เกลี่ยและชดเชย ซึ่งตนก็พร้อมที่จะรับผิดชอบในฐานะเป็นครูและผู้อำนวยการ อีกทั้งยังสงสารเด็ก

 

โดยตอนแรกทางญาติเรียกค่าชดเชยมา 3 แสนบาท แต่ตนจะยอมจ่าย 4 หมื่นบาท สุดท้ายตกลงกันไม่ได้ ล่าสุดไกล่เกลี่ยกันที่ศูนย์ดำรงธรรม อ.ดอนจาน ทางผู้ปกครองน้องต้นหนาวลดให้ 8 หมื่นบาท แต่ตนพร้อมจ่าย 4 หมื่น 5 พันบาท ก็ตกลงกันไม่ได้อีก ซึ่งตนไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะมีให้แค่นี้ เนื่องจากเกษียณอายุราชการแล้ว ไม่มีรายได้ในส่วนของการประกันอุบัติเหตุในโรงเรียนนั้น ทราบว่าจะมีประกันให้เด็กอีก 7 พันบาท

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lEgDXhZbf58

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top