ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

เปิดคำแถลงผู้พิพากษา 'คณากร' ก่อนลั่นไกยิงตัวเองในห้องพิจารณาคดี เผย "ถูกแทรกแซง" ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว

วันที่ 5 ตุลาคม 2562 | 16 นาที 39 วินาที 2,526

เกิดเหตุผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นศาลจังหวัดยะลา นายคณากร เพียรชนะ ยิงตัวเอง ภายในห้องพิจารณาคดี ศาลาจังหวัดยะลา หลังขึ้นบัลลังค์อ่านคำพิพากษา ในคดีที่มีผู้ต้องหา 5 คน ผลการพิพากษาคดีศาลยกฟ้อง เมื่อลงจากบังลังค์แล้ว เดินมาถึงหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ได้ใช้ปืนขนาด 9 มม. ประจำตัว จ่อยิงหน้าอกด้านซ้าย 1 นัด หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที จากการตรวจสอบพบว่าผู้บาดเจ็บ ยิงเข้าที่บริเวณหน้าอกด้านซ้าย กระสุนทะลุม้าม ทำให้ม้ามฉีกขาด ล่าสุดอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว
 
ในเวลาต่อมา นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่มีผู้พิพากษาใช้อาวุธปืน ยิงตัวเองที่ศาลจังหวัดยะลา ว่า ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว สอบถามในเบื้องต้นสาเหตุเกิดจากความเครียดส่วนตัวของท่าน ซึ่งทางสำนักงานศาลยุติธรรมจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป อย่างไรก็ตามทางผู้บริหารศาลยุติธรรม มีความห่วงใยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้ติดตามสอบถามอาการอย่างใกล้ชิด
 
ตามรายงานข่าวพบว่า นายคณากร โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อเวลา 11.15 น. ก่อนที่จะตัดสินใจยิงตัวเอง โดยระบุข้อความว่า “วันนี้ 11.15 น.ผมจะทำการ Live เพื่อแจ้งให้ประชาชน ทราบถึงการที่อธิบดีผู้พิพากษาภาค 9 แทรกแซงการพิพากษาคดี สั่งให้ลงโทษจำเลย ทั้งห้า ทั้งที่พยานหลักฐานไม่มีน้ำหนัก ว่าจำเลยทั้งห้ากระทำคววามผิด แต่ผมไม่ยอมทำตาม ผมคงถูกไล่ออก โดยไม่ได้รับบำเหน็จ ท่านสามารถเยียวยาให้ภรรยากับบุตรผมได้ โดยโอนเงินเข้าบัญชี .....” และได้มีการไลฟ์สดบรรยายความเครียด จากนั้นไม่นานข้อความดังกล่าวก็ได้ถูกลบออกไป 
 
ต่อมามีการเผยแพร่ ข้อควาเฟซบุ๊กส่วนตัว ของผู้พิพากษา ก่อนก่อเหตุยิงตัวเอง ระบุเป็นข้อความแถลงส่วนตัว จำนวน 25 หน้า โดยในคำแถลงส่วนตัวมีการพูดถึงคดีที่มีการพิจารณา 
 
โดยในส่วนของคดีที่ความที่ว่านั้น พบว่า เป็นคดีที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 2561 มีชาวบ้าน 5 คนถูกยิงเสียชีวิตที่ จ.ยะลา มีจำเลยทั้งหมด 5 คน ถูกฟ้องว่าเป็นผู้ก่อเหตุ ผู้พิพากษา นายคณากร และองค์คณะเห็นว่าควรยกฟ้อง และปล่อยตัวจำเลยทั้ง 5 คน
 
ซึ่งในถ้อยแถลงส่วนตัว ระบุว่า "เมื่อมีการตรวจร่างคำพิพากษา หลังจากที่ส่งร่างคำพิพากษาแล้ว มีการบันทึกว่า ไม่เห็นด้วยกับผลคำพิพากษา โดยมีการทำคำสั่งที่หน้าบันทึก ประทับคำว่า ลับ ส่งให้ผม ให้เขียนคำพิพากษาใหม่ หากผมยอมทำตามคำสั่ง จะมีผลให้จำเลยที่ 1,3 และ4 ต้องโทษประหารชีวิตอย่างเดียว ส่วนจำเลยที่ 2 และ5 ต้องจำคุก 2 ใน 3 ส่วน หรือจำคุกตลอดชีวิต
 
ทั้งนี้คดีนี้ ผมกับองค์คณะพิจารณาแล้วมีความเห็นว่า พยานหลักฐานของโจกท์ไม่มีน้ำหนักเพียงพอ ที่จะลงโทษจำเลยทั้ง 5 ได้ จึงพิพากษายกฟ้อง ต้องปล่อยตัวจำเลยทั้ง 5 นอกจากนี้ยังได้มีการสั่งกำชับไว้ในหนังสือลับด้วยว่า หากผมยืนยันยกฟ้อง ก็ขอให้ขังจำเลยทั้ง 5 ไว้ในระหว่างอุทธรณ์ "
 
ในคำแถลงส่วนตัว นายคณากร ระบุว่า คดีนี้ไม่ใช่คดีความมั่นคง ไม่ใช่คดีก่อการร้าย โจกท์ไม่ได้ฟ้องจำเลยทั้ง 5 ในความผิดฐานก่อการร้าย หรือความผิดต่อความมั่นคง แต่พยานหลักฐานทั้งหมด กลับเกิดจากหรือเกิดขึ้นในขณะที่จำเลยทั้ง 5 ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ศูนย์ซักถามเป็นเวลานาน ในฐานะผู้ต้องสงสัย ตามกฎหมายพิเศษหรือกฎอัยการศึก
 
 
บางช่วงในคำแถลงส่วนตัวระบุว่า การกระทำทั้งหมดนั้นเป็นการแทรกแซงอำนาจตุลาการ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่า 'ผู้พิพากษามีอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดี ซึ่งไม่รู้ว่าทำเช่นนี้กันมากี่ครั้งกี่หนและกี่คดีแล้ว'
 
 
นอกจากนี้ในหน้าสุดท้าย ของคำแถลงส่วนตัวระบุว่า 
 
 
"คืนคำพิพากษาให้ผู้พิพากษา" "คืนความยุติธรรมให้ประชาชน"
"คืนคำพิพากษาให้ผู้พิพากษา" "คืนความยุติธรรมให้ประชาชน"
"คำแถลงของผมอาจมีน้ำหนักเบาบางเหมือนขนนก แต่หัวใจผู้พิพากษาหนักแน่นปานขุนเขา จึงมอบหัวใจชั่งบนตราชู ยืนยันคำแถลงขอความสุขสวัสดีจงมีแต่ทุกท่าน" ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด
 
ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/CopwohtecqY

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top