ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

พณ.ตั้งกรรมการสอบรองอธิบดีฯ ฉกภาพ - อัยการแจงเหตุทางการญี่ปุ่นไม่สั่งฟ้อง

วันที่ 30 มกราคม 2560 | 6 นาที 27 วินาที 3,338

ความคืบหน้ากรณี นายสุภัฒ สงวนดีกุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ถูกตำรวจญี่ปุ่นจับกุมในข้อหาลักทรัพย์เป็นภาพวาดในโรงแรมที่พักจำนวน 3 ภาพ มูลค่า 15,000 เยน หรือประมาณ 4,500 บาท หลังได้รับการปล่อยตัวและเดินทางกลับประเทศไทยแล้วนั้น
 
ล่าสุด  นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว มีกรรมการครบจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ.) สำนักนายกรัฐมนตรี และผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ถูกต้อง และได้ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมดทุกด้าน โดยตั้งเป้าตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ จากนั้นเมื่อได้ข้อสรุปแล้ว ก็จะเสนอผลการตรวจสอบต่อผู้บังคับบัญชา และจะดำเนินการตามขั้นตอนระเบียบราชการต่อไป  โดยทางกระทรวงฯ ได้มีคำสั่งให้ข้าราชการคนดังกล่าว มาช่วยงานที่สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ไปพลางก่อน จนกว่าผลการตรวจสอบจะได้ข้อยุติ 
 
 
ขณะที่ นายธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ได้ออกมาอธิบายข้อกฎหมายกรณีที่อัยการญี่ปุ่นสั่งไม่ฟ้องนายสุภัฒ หลังถูกนำไปเปรียบเทียบกับคดีอื่นที่เคยเกิดขึ้นกับคนไทยในโซเชียลมีเดียอย่างดุเดือดว่า คนไทยจำนวนมากอาจไม่เข้าใจและสงสัยว่าที่อัยการญี่ปุ่นมีคำสั่งไม่ฟ้องคดีนี้มาจากการเจรจากับทางการไทยที่เข้าไปช่วยเหลือ หรือว่ามีมูลเหตุมาจากเรื่องอื่น จนส่งผลให้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก ด้วยเรื่องนี้สังคมไทยอาจจะนำความรู้สึกมาเป็นประเด็นพิจารณาว่าผู้กระทำผิดเป็นข้าราชการระดับสูง ต้องเป็นตัวอย่างที่ดี และเป็นเรื่องที่กระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศและชื่อเสียงของคนไทยโดยรวม แต่อาจไม่ได้พิจารณาว่า การที่อัยการญี่ปุ่นมีคำสั่งไม่ฟ้องรองอธิบดี เป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายในเรื่องใด อย่างไร จึงมีความจำเป็นต้องทำความเข้าใจหลักการและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการสั่งฟ้องคดีของอัยการญี่ปุ่น ซึ่งใช้หลักการฟ้องคดีอาญาโดยดุลพินิจ เช่นเดียวกับอัยการในประเทศฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกา เเละตรงนี้จะทำให้อัยการญี่ปุ่นมีอิสระในการสั่งคดีและมีอำนาจใช้ดุลพินิจสั่งไม่ฟ้องคดีบางคดีได้ แม้จะมีหลักฐานเพียงพอควรเชื่อได้ว่าผู้ต้องหากระทำความผิดจริง แตกต่างจากหลักการฟ้องคดีโดยกฎหมาย เช่นที่อัยการของประเทศเยอรมนีและอิตาลี โดยในกรณีหลังนี้ หากอัยการเห็นว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอควรเชื่อได้ว่าผู้ต้องหากระทำความผิด อัยการต้องฟ้องคดีต่อศาล ประกอบกับประเทศญี่ปุ่นมีการบังคับใช้กฎหมายชะลอการฟ้องด้วย จึงทำให้อัยการญี่ปุ่นมีดุลพินิจในการสั่งคดีได้อย่างกว้างขวางภายใต้หลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
 
 
นายธนกฤติ กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการแทนการฟ้องคดีอาญาเป็นมาตรการที่สอดคล้องกับทฤษฎีอาชญาวิทยาสมัยใหม่ ที่ไม่ต้องการลงโทษผู้กระทำความผิดทุกคน แต่ต้องการให้โอกาสผู้กระทำความผิดที่ไม่ใช่ผู้กระทำผิดโดยสันดานได้ปรับปรุงแก้ไขความประพฤติของตนเพื่อกลับคืนเข้าสู่สังคม โดยไม่ต้องถูกสังคมตีตราว่าเป็นนักโทษที่ต้องคำพิพากษาให้จำคุกในเรือนจำมาก่อน และการที่ผู้กระทำผิดต้องเข้าไปรับโทษในเรือนจำแทนที่จะเป็นผลดีกับสังคม อาจกลับกลายเป็นผลร้าย จากการที่ผู้กระทำผิดได้รับการบ่มเพาะสิ่งไม่ดีจากนักโทษคนอื่นและจากสภาพแวดล้อมภายในเรือนจำก็ได้ ญี่ปุ่นมีบัญญัติกฎหมายชะลอการฟ้องไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 248 โดยกำหนดว่า หากอัยการพิจารณาถึงบุคลิกลักษณะ อายุ สภาพแวดล้อมของผู้กระทำผิด ความร้ายแรงและพฤติการณ์ของการกระทำความผิด และสภาพการณ์ภายหลังการกระทำความผิด แล้วเห็นว่าการฟ้องคดีต่อศาลไม่มีความจำเป็น อัยการมีอำนาจสั่งไม่ฟ้องคดีได้ คดีลักทรัพย์ภาพวาดนี้ ตามกฎหมายญี่ปุ่นไม่ถือเป็นความผิดร้ายแรง
 
 
และตามข่าวที่ปรากฏทางสื่อมวลชน อัยการญี่ปุ่นเห็นว่าไม่ได้สร้างความเสียหายแก่สังคม ประกอบกับผู้กระทำผิดไม่มีประวัติการกระทำความผิดมาก่อน และผู้กระทำผิดได้สำนึกผิดแล้ว และยินดีชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด โรงแรมที่เป็นผู้เสียหายก็ยินยอมให้มีการชดใช้ค่าเสียหายและไม่ติดใจเอาความ ซึ่งเข้าองค์ประกอบตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาญี่ปุ่น มาตรา 248 บัญญัติไว้ดังกล่าว อัยการญี่ปุ่นจึงมีอำนาจสั่งไม่ฟ้องคดีได้ ซึ่งก็สอดคล้องกับหลักเกณฑ์พื้นฐานประกอบการพิจารณาสั่งไม่ฟ้องคดีตามมาตรการแทนการฟ้องคดีอาญาหรือกฎหมายชะลอการฟ้องทั่วไป โดยไม่ได้เป็นการเลือกปฏิบัติกับบุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นพิเศษ เพราะหากมีการกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันและมีความเป็นไปของคดีแบบเดียวกันนี้ อัยการญี่ปุ่นก็ต้องมีหลักเกณฑ์ในการใช้ดุลพินิจสั่งคดีแบบเดียวกัน
 
 
 
 
ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/JGi3mDJ9d0k

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top