ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

ชาวบ้านรวมตัวร้องยัน 'นายฝน' เป็นคนดี เชื่อเป็นแพะรับบาปคดี 'น้องต้าแง' ตร.ยันทำตามหลักฐาน ยธ.ชี้พ่อแม่เด็กอดเงินเยียวยา

วันที่ 30 ธันวาคม 2561 | 8 นาที 40 วินาที 10,261

ตร.แจ้งข้อหานายฝน หนุ่มสติไม่ดีพาน้องต้าแงไปเล่นน้ำจนเสียชีวิต สารภาพชวนน้องมาแต่น้องกลัววิ่งหนีเลยตกน้ำ พยายามช่วยแต่ทำไม่ได้ ด้านพ่อแม่ไม่คาใจปมการตาย ถูกผลักดันออกนอกประเทศ ส่วนชาวบ้านรวมตัวร้องเรียนเชื่อนายฝนเป็นแพะรับบาป ถูกโยนความผิด ด้าน ยธ.ชี้พ่อแม่น้องต้าแงอดเงินเยียวยา ยันไม่เข้าหลักเกณฑ์ 
 
ความคืบหน้ากรณีการเสียชีวิตของ น้องต้าแง หรือเด็กชาย ซูลุยผิว อายุ 2 ขวบ ชาวเมียนมาร์ ที่หายไปในไร่อ้อย 9 วัน จนมาพบเป็นศพ ท่ามกลางความสงสัยของครอบครัวและสังคมว่าน้องต้าแง เสียชีวิตเองหรือมีคนทำให้เสียชีวิต
 
ล่าสุดเมื่อวานนี้ (29 ธ.ค.) ชัดเจนแล้วกับปมสงสัยเรื่องนี้ โดย พล.ต.ต.คมศักดิ์ สุมังเกษตร ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี แถลงข่าวสรุปคดี โดยพบว่า คนที่พาน้องต้าแงไปหลังจากพลัดหลงกับพ่อแม่ในไร่อ้อย คือนายฝน อายุ 32 ปี ชายสติไม่สมประกอบ ซึ่งเจ้าตัวสารภาพว่า พาน้องต้าแงไปจากไร่อ้อย เพื่อไปเล่นน้ำบริเวณร่องน้ำจุดพบศพ แต่พอเดินจูงมาถึงร่องน้ำ น้องต้าแงก็ร้องไห้และวิ่งหนี และตกลงไปในร่องน้ำเสียชีวิต
 
โดยนายฝนให้การว่า ขณะนั้นพยายามช่วยแล้วแต่ด้วยอาการไม่สมประกอบจึงไม่สามารถช่วยน้องได้ แต่นายฝนยืนยันว่า ไม่ได้ทำร้ายร่งกายน้องให้เสียชีวิต ซึ่งก็ตรงกับผลชันสูตรศพที่ไม่พบร่องรอยการทำร้ายร่างกาย
 
ซึ่งการสอบสวนนั้นตำรวจขยายผลมาจากการสอบปากคำนายสมาน คนขับรถไถ ว่านอกจากนายสมานที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ พบใครอยู่บริเวณนั้นบ้าง นายสมานระบุว่า นายฝนปั่นจักรยาน ผ่านมา ตร.จึงไปติดตามหานายฝน ทันทีที่เจอนายฝนก็บอกว่าน้องต้าแงตายแล้ว และไม่ยอมพูดว่าเกิดอะไร ตำรวจและสหวิชาชีพ จิตแพทย์ ต้องช่วยกันพูดคุยและบอกกับนายฝนว่า น้องต้าแงหิวข้าว พาไปหาน้องต้าแงหน่อย ซึ่งนายฝนก็พาไปถึงจุดที่พบศพได้ และชี้จุดที่พบศพน้องตรงกันถึงสองครั้ง 
 
การชี้จุดครั้งนี้มีการบันทึกวิดีโอไว้ทั้งหมด ทำให้เชื่อได้ว่า นายฝนเป็นคนพาน้องต้าแงไปจนเกิดการเสียชีวิต และจุดที่พบศพ กับจุดที่น้องหาย ระยะห่างเพียง 900 เมตร ซึ่งก่อนที่จะค้นหายังเป็นป่าอ่อยทึบและทีมค้นหายังไม่เคยเข้าไปจุดนั้น 
 
ส่วนของเล่นที่เป็นรถไถ เป็นของนายฝนที่หยิบจากเด็กข้างบ้าน เชื่อว่านายฝน ไปหยิบมาเพื่อให้น้องด้วย โดยสรุปแล้วนายฝน เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของน้องต้าแง แต่ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าทำร้ายจนเสียชีวิต ตร.จึงแจ้งข้อหาพรากผู้เยาว์ไปจากบิดามารดา และควบคุมตัวนายฝนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยนำตัวไปรักษาอาการทางจิต ที่สถาบันกัลยาราชนครินทร์ และจะพิจรณาถึงการต่อสู้คดีต่อไป
 
ขณะที่ สภ.สระยายโสม นาย ซอ มิน ออง ผู้ช่วยเลขานุการเจ้าหน้าที่สถานทูตเมียมานมารมูมูลนิธิ LPM และตม.สุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามนำตัว นางมอ นายผิว ขอมอบตัวกับร้อยเวร สภ.สระยายโสม ในข้อหาหลบหนีเข้าเมือง โดยทางสถานทูตได้ประสานความช่วยเหลือในส่วนด้านคดีให้เป็นไปตามกฎหมายของประเทศไทย เจ้าหน้าที่ สภ.สระยายโสม รับตัวแล้วส่งให้ ตม.สุพรรณบุรี ส่งต่อ ตม.กาญจนบุรี ส่งตัวกลับประเทศและดำเนินการทำเรื่องเข้าประเทศไทยอย่างถูกกฎหมาย
 
ด้าน นาย ซอ มิน ออง ผู้ช่วยเลขานุการสถานทูตเมียนมาร์ ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ไทยทุกคนที่ช่วยที่ร่วมมือกันช่วยค้นหาน้องโดยที่ไม่คำนึงว่าจะเป็นคนชาติไหน พร้อมยอมรับในผลการผ่าพิสูจน์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวง และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่มาช่วยค้นหาน้อง ขอบคุณคนไทยที่นำอาหารมาเลี้ยงทีมค้นหา
 
ขณะที่นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า กรณีถูกพรากผู้เยาว์ น้องต้าแงไม่มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือค่าตอบแทนจากกระทรวงยุติธรรม เนื่องจากไม่เป็นไปตามรายการท้ายพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
 
กรณีพนักงานสอบสวนพบว่า นายฝน คนในพื้นที่ซึ่งสติไม่สมประกอบ ได้พาเด็กไปเล่นน้ำภายในไร่อ้อย จนตกร่องน้ำ ซึ่งไม่สามารถช่วยเหลือขึ้นมาได้ จนเสียชีวิต เบื้องต้นมีความผิดและได้แจ้งข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 317 ที่ว่า ผู้ใดโดยปราศจากเหตุอันสมควร พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หกพันบาทถึงสามหมื่นบาท นั้นไม่เป็นไปตามรายการท้ายพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 เว้นแต่พนักงานสอบสวนพบความผิดอื่นและมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม
 
อย่างไรก็ตามตามนโยบายของ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ต้องทำงานเชิงรุก ยุติธรรมใส่ใจ หรือ Justice Care โดยให้ยุติธรรมจังหวัดทั่วประเทศต้องไปแจ้งสิทธิและรับคำขอ พร้อมให้คำปรึกษา ณ ที่บ้านของเหยื่อหรือผู้เสียหายภายใน ๒๔ ชั่วโมง หรือในโอกาสแรกที่สามารถกระทำได้ พร้อมทั้งให้บูรณาการกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างครบวงจรด้วย
 
 
 
 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/DvXLV8R5feg

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top