ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

เจ้าสาวโดนเท แฉโดนผู้หญิงใหม่บอก 'ระวังหม้ายขันหมาก' ฝั่งเจ้าบ่าวอ้างหมดรักแล้ว รับมีสัมพันธ์ด้วยแต่ถุงยางรั่ว

วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 | 12 นาที 19 วินาที 39,428

จากกรณีโลกโซเชียลแห่แชร์คลิปที่ถ่ายจากงานแต่งงานแห่งหนึ่งที่ จ.ราชบุรี เจ้าสาวในชุดเจ้าสาวออกมาพูดผ่านไมโครโฟนบนเวที ขออภัยแขกที่มาร่วมงาน เพราะเจ้าบ่าวไม่มางานแต่ง ทำให้งานแต่งงานมีอันต้องยกเลิก ท่ามกลางแขกจำนวนมากมาร่วมยินดีในงาน

 

ต่อมามีการเปิดภาพพรีเวดดิ้งของเจ้าสาวและเจ้าบ่าว ที่ได้ถ่ายไว้ก่อนงานแต่งงาน โดยชาวเน็ตได้พากันวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยมีรายงานว่าฝ่ายสาวอายุ 26 ปี ขณะที่ฝ่ายชายอายุ 18 ปี ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

 

 

 

ล่าสุดเจ้าสาว หรือมะนาว อายุ 26 ปี เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ตนทำงานอยู่บริษัทรถยนต์แห่งหนึ่ง จึงทำให้รู้จักกับอาของฝ่ายชายที่ทำอู่ซ่อมรถ แต่งรถ และต่อมาฝ่ายชายเป็นคนทักมาหาตนก่อนทางเฟซบุ๊ก บอกว่าทะเลาะกับอากำลังเดือดร้อน ขอยืมเงินก่อนแล้วจะเอามาคืนให้ ด้วยความที่ตนรู้สึกสงสารจึงให้ยืม ช่วยเหลือมาประมาณ 2-3 ครั้ง จึงนัดเจอกันสุดท้ายก็คบหากันประมาณ เม.ย.

 

ซึ่งก่อนที่จะคบกันตนได้ถามย้ำฝ่ายชายไปแล้วว่ามีใครอยู่ก่อนหน้าหรือเปล่า แต่ฝ่ายชายก็ยืนยันว่าไม่มีใคร จึงทำให้ตัดสินใจคบกัน มาได้ประมาณ 4 เดือน จากนั้นรอบเดือนตนไม่มา จึงไปซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจ ปรากฏว่าตนท้องและได้บอกกับฝ่ายชายไป วินาทีนั้นตนบอกแบบไม่อายเลยว่าคิดจะปทำแท้ง แต่ฝ่ายชายก็บอกว่าจะรับผิดชอบตนกับลูกในท้อง และจะให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอตามประเพณี

 

โดยมีการตกลงค่าสินสอดกันที่ 2 แสนบาท กับทองอีก 4 บาท ซึ่งตอนที่มีการสู่ขอ ตกลงแต่งงานกันนั้น ตนกับฝ่ายชายยังไม่ได้มีการเลิกรากันแต่อย่างใด แต่ช่วงก่อนที่จะมีการถ่ายพรีเวดดิ้ง ตนก็มารู้ว่าฝ่ายชายมีผู้หญิงคนใหม่ ตนก็ทำใจมาแล้วพอสมควรและขอแค่ให้ฝ่ายชายมาแต่งงานตามที่ตกลงกันไว้เท่านั้นก็พอ ตนไม่ขออะไรมากขอแค่งานมันยังดำเนินต่อไปเพราะครอบครัวของตนได้ทำการดำเนินการจัดงานไปจนเสร็จหมดแล้ว และวันที่ 7 ก.ค. วันนัดถ่ายรูปฝ่ายชายเองก็มาตามนัด แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้คุยกันอีก

 

 

กระทั่งวันที่ 21 กรกฎาคม 61 ทางญาติฝ่ายชายได้โทรมาหาพร้อมบอกว่าไม่มีเงิน ทางด้านครอบครัวของตนจึงไปที่บ้านของฝ่ายชายเพื่อคุยตกกันอีกครั้ง โดยที่ทางญาติของฝ่ายชายบอกว่าไม่มีเงิน แต่ปู่ของฝ่ายชายนั้นบอกว่ามีอยู่ 6 หมื่นบาทแค่นั้น ทางญาติตนก็ได้ตกลงเดี๋ยวส่วนที่เหลืออีก 1 แสน 4 หมื่นบาทจะจัดการเอง ซึ่งความจริงแล้ววันที่ครอบครัวของตนไปถอนเงินที่ธนาคารก็ถอดออกมา 2 แสนบาท เผื่อไว้เพราะงานจะเริ่มในอีก 1 วันกลัวฝ่ายชายหาไม่ทัน ตนหวังเพียงแต่ให้เจ้าบ่าวมาแต่งงานเท่านั้น

 

ตนรอฝ่ายชายตั้งแต่ตี 2 ถึง 7 โมงเช้า แต่ก็ไม่มาแต่งตัว และไม่มาเข้าพิธี จึงฉุกคิดขึ้นได้ว่าก่อนหน้าที่จะแต่งงานผู้หญิงคนใหม่ของฝ่ายชายได้มีการส่งข้อความมาหาตนในเฟซบุ๊กว่า “ระวังนะ ระวังจะหม้ายขันหมาก”  ส่วนตัวก็ไม่คิดเลยว่าฝ่ายชายจะทำแบบนี้ เพราะแค่ฝ่ายชายมาเข้าพิธีตามกำหนดการให้เรียบร้อยทุกอย่างก็จบ แต่ทำไมถึงไม่มา และไม่ได้มีการติดต่อมาแต่อย่างใด

 

เจ้าสาวยังบอกอีกว่า กรณีที่ก่อนหน้านี้ฝ่ายชายออกมาพูดผ่านโลกออนไลน์ว่ามีการป้องกันตลอด ไม่ทางที่ตนจะท้องได้ และที่หนีงานแต่งก็เพราะว่าถูกทางครอบครัวตนบีบเรื่องเงินค่าสินสอดนั้น ตนขอบอกตรงนี้เลยว่าไม่เป็นความจริง ไม่ได้มีการป้องกันอย่างที่ฝ่ายชายบอก และยืนยันว่าลูกในท้องเป็นลูกของฝ่ายชาย ตัวฝ่ายชายเองก็รับรู้มาตลอด เป็นคนบอกกับตนด้วยซ้ำว่าจะรับผิดชอบแต่ทำไมถึงพูดออกไปแบบนี้ตนก็ไม่ทราบ ถ้าจะให้ตรวจ DNA ตนก็พร้อมตรวจ

 

ส่วนเรื่องที่ค่าสินสอดทางฝ่ายตนไม่เคยไปบีบคั้นอะไรใดๆเลย ขอเพียงแค่ว่าให้ฝ่ายชายเดินทางมาเข้าพิธีตามที่กำหนดกันไว้เพียงเท่านั้น และเรื่องที่ฝ่ายชายบอกว่ามีแฟนอยู่ก่อนที่จะมาคบกับตนนั้น ตนขอบอกเลยว่าเท่าที่ตนทราบผู้หญิงคนนั้นเข้ามาหลังจากที่ตนและฝ่ายชายได้คบกันอยู่ แต่ถ้าหากฝ่ายชายจะบอกว่ามีแฟนอยู่ก่อนที่จะมาคบกับตน นั่นก็แสดงว่าฝ่ายชายโกหกตนมาโดยตลอด ทั้งนี้ตอนคบกันใหม่ๆ แม้กระทั่งเรื่องอายุฝ่ายชายยังโกหก

 

หลังจากนี้ต่อไปตนก็จะดำเนินการทางกฎหมายให้ถึงที่สุดเพื่อเรียกร้องค่าจัดงานที่ตนและครอบครัวได้เสียไปทั้งหมดคืนจากฝ่ายชาย เรื่องลูกตนจะดูแลเลี้ยงลูกด้วยตัวเองให้ดีที่สุดในฐานะคนเป็นแม่ ฝ่ายชายจะไม่มีสิทธิ์ใดใดในตัวลูก

 

 

ด้านพี่สาวของมะนาว บอกว่า วันงานตนรู้จากทางแม่กับน้องว่าหาฝ่ายชายไม่เจอ ติดต่อไม่ได้ แขกมาในงานเป็นร้อย น้องสาวยืนรับหน้าอยู่คนเดียวเจ้าบ่าวก็ไม่มี ตนก็รู้เห็นใจ จึงปรึกษากับคนที่บ้านว่าจะเอายังไงให้เอาคนหน้าคล้ายๆ ฝ่ายชายมาแต่งก่อนไหม จึงได้ติดต่อไปยังน้องผู้ชาที่ตนรู้จักหลายคนว่าให้มาช่วยเป็นเจ้าบ่าวให้ก่อนได้ไหม แต่คำตอบที่ได้คือทุกคนยินดีอยากจะช่วยแต่ว่ากลัวว่าภาพที่ออกไปจะถูกมองว่าเป็นคนที่แต่งงานแล้ว ซึ่งตอนนั้นตนก็เข้าใจ

 

ขณะเดียวกันก็คิดขึ้นได้ว่า อาชายของฝ่ายชายนั้นทั้ง 2 มีใบหน้าที่คล้ายกัน อาจจะพอช่วยได้จึงติดต่อไปยังแม่ของฝ่ายชายให้ช่วยคุยให้หน่อยว่าพอจะช่วยได้ไหม ซึ่งสิ่งที่เขาตอบกลับมาคืออาจจะมีค่าจ้าง ในใจตนตอนนั้นก็คิดว่าเต็มที่คือ 1 หมื่นบาทซึ่งก็พร้อมจ่าย จากนั้นอาของฝ่ายชายได้โทรเข้าไปหาน้องสาวตนว่าถ้าอยากให้เข้าพิธีแทนหลานชาย ถ้าอยากให้งานดำเนินต่อไปได้ ให้เอาเงินมา 1 ล้าน ทางครอบครัวตนจึงยอมที่จะเสียหน้าและให้น้องสาวขึ้นเวทีบอกความจริงกับแขกตามที่เห็นในคลิป

 

ขณะที่นายภาคิน จุนเจิม อดีตเจ้าบ่าว เปิดใจว่า เรื่องที่เกิดขึ้นตนก็ยอมรับว่าเป็นคนผิด เป็นเรื่องที่ผิดผลาดไปแล้ว แต่อยากให้เข้าใจว่าตนไม่ได้รักฝ่ายหญิงแล้ว และถูกบังคับมาตลอด ตั้งแต่ให้แต่งงาน ให้หาสินสอด ให้ไปถ่ายพรีเวดดิ้ง และงานแต่งตนก็หนีไปเพราะไม่มีเงินสินสอดตามที่เรียกร้องได้ และไม่รู้ว่าฝ่ายหญิงเตรียมสินสอดไว้แล้ว หากรู้ตนก็คงกลับไปแต่งงานให้จบๆไป เรื่องที่เกิดขึ้นยอมรับว่าตนหมดรักฝ่ายหญิงแล้ว และระหว่างที่คบกับเจ้าสาวนั้นตนก็คบกับผู้หญิงอีกคน เป็นผู้หญิงที่ตนรัก

 

 

ส่วนการตั้งท้องนั้น ตนมั่นใจในวันที่มีสัมพันธ์กันได้ป้องกันและมีอะไรกันแค่ครั้งเดียวจริงๆ แต่มารู้ทีหลังว่าถุงยางอนามัยฉีกขาด แต่เชื่อว่าจะสามารถป้องกันได้ จึงไม่มั่นใจว่าการมีสัมพันธ์แบบนี้จะต้องท้องได้หรือไม่ แต่หากเป็นลูกของตนจริงก็พร้อมจะดูแล แต่ตอนนี้ไม่รู้ชัดเจน ส่วนเรื่องคดีความก็ว่ากันไป แต่จะให้กลับไปคบกันอีกคงไม่แล้ว เพราะตนก็มีคนรักอยู่แล้ว

 

ส่วนกระแสสังคมที่โจมตีกดดันที่ว่าไม่แมน ตนยอมรับว่าตนไม่แมน ไม่ใช่ลูกผู้ชาย แต่ตนผิดพลาดไปแล้วก็ยอมรับตรงนี้ ไม่มีใครเกิดมาแล้วไม่ทำผิดพลาดหรอก แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยากจะบอกให้สังคมเข้าใจตนด้วย

 

ด้านนายนุ๊ก ซึ่งเป็นอาของนายภาคิน ก็ชี้แจงเรื่องที่ฝ่ายเจ้าสาวขอร้องให้ช่วยมาเป็นเจ้าบ่าวแทนในงานแต่งแต่เรียกรับเงินค่าจ้าง 1 ล้านบาท เจ้าตัวชี้แจงว่า ไม่ได้ต้องการเงิน 1ล้านบาท แต่เป็นการพูดคุยหยอกล้อกับมะนาวเป็นปกติ ซึ่งเรื่องจริงมันเป็นไปไม่ได้ จะให้ใครมาเป็นเจ้าบ่าวแทน ตนมีงานทำไม่ได้จำเป็นต้องหวังพึ่งเงินใคร

 

เรื่องความรักของมะนาวและภาคินนั้นตนรับรู้มาตลอด และรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้เพราะหลานตนหมดรักมะนาวแล้ว ก่อนเกิดเหตุก็พยายามช่วยแล้ว แต่มันติดต่อหลานไม่ได้จริงๆ หากติดต่อได้ก็ให้เขาแต่งให้จบๆ ส่วนความรักเขาสองคน มันเป็นการฝืน มะนาวเองก็รู้แต่ก็ยังดึงดันจะแต่งงานก็ต้องยอมรับกับสิ่งที่ตัวเองฝืนทำ ที่ผ่านมาเวลามะนาวมาเจรจากับครอบครัวตนก็เสียงดัง คุยไม่รู้เรื่องและไม่มีใครอยากฟัง จนเกิดการคุยไม่รู้เรื่องและก็เกิดปัญหาตามา

 

 

จากนี้ตนและหลานก็ยอมรับกับกระแสสังคมที่ด่าทอ โจมตี แต่ไม่มีใครรู้ลึกๆว่าเรื่องนี้เป็นยังไง  ครอบครัวเราพยายามแก้ปัญหาหาทางออกที่ดีที่สุด ตั้งแต่เรื่องสินสอด ที่มะนาวเคยบอกว่าไม่ต้องเตรียมมา แต่มาบอกว่าจะเอาสินสอด ทางครอบครัวก็หามาได้ 6 หมื่น พอถามเรื่องท้องหลานก็ไม่มั่นใจว่าเด็กในท้องเป็นลูกของภาคิน หรือไม่ เพราะเขาห่างกันมาพอสมควรจนมาถึงวันแต่ง

 

ตนก็ช่วยเขาได้สุดๆแค่นี้ ไม่ใช่ว่าไม่ช่วย พยายามจะช่วยแล้ว งานแต่งเขาเป็นคนสร้างขึ้นมา ก็ต้องรับผลตรงนี้ด้วย ตนไม่เคยบอกมะนาวว่าไม่ต้องแต่ง แต่ผมเคยบอกว่าถ้าคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วจะไปแต่งกันทำไม

 

ส่วนของนาย อเนก จุนเจิม พ่อของนายภาคิน ระบุว่า ตอนนี้ตนไม่โกรธลูกเพราะลูกพุดความจริง เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความรักของเขาสองคนที่ลูกตนหมดรักแล้ว ส่วนเรื่องท้องเราก็ไม่รู้กับเขา แต่ฝ่ายหญิงเขาไม่ให้เข้าไปดูแล้วเราก็ไม่รู้จะเข้าไปได้อย่างไร ลูกผมถูกบังคับมาตลอด วันนี้รู้ว่ากระแสสังคมต้องด่า พุดยังไงคนก็มองไม่ดี 

 

เคยถามมะนาวว่า อยากแต่งงานเพราะอะไร รักภาคิน เพราะอะไร ฝ่ายผู้หญิงก็ตอบมาว่า รักลูกผมเพราะหน้าตาดี ผมไม่รู้ว่าจุดประสงค์เพื่ออะไรที่เขาจัดงานขึ้นมา ลูกเราก็ไม่ได้รักเขาส่วนเรื่องท้องก็ไม่มั่นใจ  พูดไปก็เหมือนคนเห็นแก่ตัว แต่ความจริงก็คือเรื่องจริง 

 

 

พอหลังจบการสัมภาณ์เปิดใจก็พบว่า นายภาคินร้องไห้ และเช็ดน้ำตา ก่อนจะขอตัวไปล้างหน้า และเดินทางกลับ ซึ่งจากการสังเกตพบว่า มีผู้หญิงมาที่รถ ซึ่งเป็นแฟนสาวคนปัจจุบันที่คบอยู่ โดยนายภาคินระบุว่า รักกับผู้หญิงคนนี้ และหมดรักมะนาว เจ้าสาวไปนานแล้ว

 

ด้านแฟนสาวอีกคนของภาคิน เปิดใจกับข่าวสดว่า ก่อนหน้านี้เคยมีครอบครัวมาก่อน แต่ชีวิตรักไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้ต้องเลิกรากับอดีตคนรักไปได้ 2 ปีแล้ว โดยมีลูกชายด้วยกัน 1 คน อายุ 12 ปี จากนั้นคินได้เข้ามาทักในเฟซบุ๊ก ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยรู้จักกัน จากนั้นได้คุยกันเรื่อยมากว่า 1 ปี แม้คินจะอายุน้อยกว่า แต่คินดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ทำให้ใจอ่อนและยอมคบหากัน

 

 

"หลังจากทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับคินที่แอบไปคบหากับมะนาว และฝ่ายหญิงระบุว่าตั้งท้อง ทำให้ตกใจมากและงอนว่าทำไมคินถึงทำเช่นนี้ แต่พอได้พูดคุยกันก็เข้าใจปัญหา โดยคินได้มาปรึกษาและได้ให้กำลังใจไป จากนี้คงต้องให้คินไปพูดคุยและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น”

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/t6w-XXieHcU

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top