ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

สตช.ถอดชื่อหนุ่มติดคุกฟรี 7 วัน ออกจากประวัติอาชญากรแล้ว ตั้งสอบ ตร.ทำงานผิดพลาด

วันที่ 24 มกราคม 2561 | 2 นาที 34 วินาที 9,599

จากกรณีที่นายเฉลิมพล อยู่ดี ผู้เสียหายออกมาร้องขอความยุติธรรมผ่านทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ช่วยดำเนินการตรวจสอบ กรณีถูกตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี บังคับให้เซ็นรับข้อหายาเสพติดทั้งที่ไม่ได้เสพ ผลตรวจออกมายืนยันว่าไม่มีสารเสพติด แต่ผ่านไป 7 ปี ยังมีชื่อขึ้นอยู่ในประวัติอาชญากร ได้ทดลองงานที่บริษัทพลังงานแห่งหนึ่ง ใกล้จะได้เป็นพนักงานประจำ แต่ถูกนายจ้างขอให้เขียนใบลาออกสิ้นเดือนนี้ เหตุเพราะทางบริษัทตรวจพบว่ามีประวัติอาชญากร

 

ล่าสุดวานนี้ (23 ม.ค.) พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกชี้แจงต่อสื่อมวลชนว่า เมื่อวันที่ 22 ม.ค. ที่ผ่านมาได้มีการส่งผลตรวจร่างกายผู้เสียหายให้อัยการพิจารณา และมีคำสั่งยกฟ้องไปแล้ว จึงดำเนินการลบชื่อผู้เสียหายออกจากทะเบียนประวัติอาชญากรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ซึ่งผลการตรวจสอบพบว่าสาเหตุเกิดจากความประมาท ของพันตำรวจเอกวินิจ ผันอากาศ อดีตพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งยศ พันตำรวจตรี รวมถึงไปถึงคนเดินสำนวน จนก่อให้เกิดความผิดพลาดในการนำสำนวนสอบสวนส่งให้พนักงานอัยการแต่ถูกตีกลับเนื่องจากว่าไม่ได้มีการแนบเอกสารผลตรวจจากแพทย์ที่ยืนยันไม่พบสารเสพติดในร่างกายของนายเฉลิมพล จากกรมคุมประพฤติไปด้วย

 

อีกทั้งคนเดินสำนวนไม่ได้แจ้งเรื่องดังกล่าวแก่พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี แต่กลับนำสำนวนคดีดังกล่าวไปเก็บไว้ที่ห้องเก็บสำนวนสถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี ระหว่างนั้นพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีมีการโยกย้ายออกนอกท้องที่ และมีการย้ายห้องเก็บสำนวนถึง 3 ครั้ง ทำให้สำนวนคดีค้างนานกว่า 7 ปี ในขณะเดียวกันได้มีการสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้มีความผิดจริง ผู้กระทำผิดจะได้รับโทษกักขัง

 

ภายหลังรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกชี้แจงต่อสื่อมวลชนเป็นที่เรียบร้อย นายเฉลิมพล ได้เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า ตนรู้สึกดีใจและโล่งใจมากที่เรื่องของตนได้รับการคลี่คลายในที่สุด เรื่องของบริษัทที่ทำงานของตนนั้น ได้ทำการยื่นเอกสารรับรองความประพฤติไปและไม่มีปัญหาใดๆ ส่วนการขอโทษจากนายตำรวจเจ้าของคดีและผู้ที่เกี่ยวข้องนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อมาเป็นการส่วนตัว มีเพียงคำขอโทษผ่านสื่อออกมาเท่านั้น

 

ส่วนจะฟ้องร้องหรือไม่นั้น หากถามในใจลึกๆ ตนอยากก็ฟ้องเช่นกัน เพราะยังคงติดใจอยู่ว่าเหตุใดถึงได้ปล่อยเรื่องของตนให้ผ่านมานานขนาดนี้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องรอปรึกษากับครอบครัว และรอผลตรวจสอบจากทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อนว่ามีความผิดจริงไหมถึงจะได้ดำเนินการต่อไป

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WNUaYeFB9FE

 

 

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top