ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

โอละพ่อ ด.ญ.วัย 12 หายจากบ้าน 5 วัน ที่แท้ซ่อนตัวในห้องเก็บของใต้ถุนบ้าน ดื่มน้ำประทังชีวิต แม่เสียใจไม่มีเวลาดูแลลูก

วันที่ 23 เมษายน 2562 | 4 นาที 2 วินาที 28,174

ความคืบหน้ากรณี ด.ญ.กุ้ง นามสมมติ อายุ 12 ปี ได้หายออกจากบ้านใน ม.5 ต.สามเมือง อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ไปตั้งแต่ เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 62 เวลา 07.00 น. นาน 5 วัน โดยพบเพียงจักรยานจอดทิ้งในป่ารกใกล้บ้าน

 

จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 21 เม.ย. พบตัวน้องที่สุเหร่าข้างบ้าน ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลลาดบัวหลวง โดยน้องกุ้งระบุว่า มีชายสวมหมวกไอ้โม่งมาขังตัวไว้ในอาคารไม้หลังโรงเรียนลาดบัวหลวง

 

ล่าสุด เมื่อวานนี้ (22 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ติดตามเรื่องนี้ สอบถามแม่ของเด็กกล่าวทั้งน้ำตาว่า  เรื่องที่เกิดขึ้นนั้น โดยส่วนตัวเชื่อว่าไม่น่าจะมีใครพาลูกไปขัง แต่ยังไม่ได้คุยกับลูก เพราะลูกไม่ยอมคุยด้วย ซึ่งยอมรับว่าตนและลูก ไม่ค่อยสนิทกันเพราะตนทำแต่งานไม่ค่อยมีเวลา เรื่องที่ลูกหายตนก็เป็นคนไปแจ้งความเอง

 

ครั้งแรกไม่คิดว่าลูกจะไปไหน แต่เห็นหายไปหลายวันโดยไม่มีใครรู้ ก็เริ่มออกตามหาจนมาพบตัว เรื่องที่เกิดขึ้นเชื่อว่าเกิดจากปัญหาการดูแลลูกไม่ดีของตน และขอร้องสังคมอย่าไปตำหนิยาย ซึ่งเป็นแม่ของตนที่ดูแลหลานไม่ดี ปัญหาเกิดจากตน หากมีเวลาให้ลูกคงไม่เกิดเรื่องแบบนี้

 

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านของน้องกุ้ง พบเพื่อนบ้านนำกล้องวงจรปิดมาให้ เป็นภาพที่น้องปีนหน้าต่างบ้านออกไป โดยได้พูดคุยกับญาติ และหลานที่สนิทกับน้องกุ้งเล่าว่า น้องกุ้งบอกกับ โต๊ะและม๊ะ (เป็นคนอิสลาม)  ว่าไม่ได้หนีไปไหนแอบตัวอยู่ในห้องเก็บของใต้ถุนบ้าน และกินน้ำในขวดที่วางไว้ในห้อง เวลามีคนมาเปิดห้องนี้ก็แอบตัวในกองผ้า ทำให้ไม่มีใครรู้ว่าน้องกุ้งหายไปไหน

 

จาการสอบถามน้าชายที่เลี้ยงดูน้องกุ้งเล่าว่า น้องกุ้งเคยหายจากบ้านมาแล้ว 1 ครั้ง แต่ตอนนั้นก็กลับมาเอง ซึ่งยอมรับว่าหลานเป็นคนเก็บตัวเงียบไม่ค่อยพูดคุยกับใคร บางครั้งก็แอบไปนอนเล่นที่ตึกร้าง หรือโรงเรียนคนเดียว ก่อนเกิดเหตุหายตัวไป น้องไปหาแม่ ซึ่งทำงานก่อสร้างใกล้เคียงกับบ้าน แต่ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น จนถึงขณะนี้ น้องก็ไม่ยอมขอเจอกับแม่อีก

 

เรื่องที่น้องระบุว่าถูกคนร้ายใส่ไอ้โม่งเอาไปขังที่โรงเรียนนั้น ตนเชื่อว่า อาจจะไม่เป็นความจริง ตอนนี้ทางครอบครัวยังไม่สอบถามเรื่องที่เกิดขึ้นกับน้องว่าเกิดอะไรขอให้น้องรักษาตัวก่อน และน้องเล่าเรื่องทั้งหมด ให้กับหมอที่รักษาฟังหมดแล้ว ซึ่งตอนนี้คุณยายพอทราบเรื่องของน้องก็เป็นลมล้มฟุบพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเช่นกัน

 

ทางด้าน พ.ต.อ.สง่า  ธีรศรัณยานนท์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายหรือ ส่วนกรณีที่เด็กระบุว่าถูกนำไปขัง ในอาคารไม้ที่หลังโรงเรียน จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว ไม่พบหลักฐาน โดยพบว่าสภาพแวดล้อมของอาคารไม้แห่งนี้  มีการนำไม้กั้นปิดตั้งแต่ทางขึ้นบันได และที่ห้องก็ถูกล็อคด้วยกุญแจ ภายในห้องก็ไม่มีร่องรอยคนอาศัย พบเพียงรอยฝุ่นในห้อง

 

ทั้งนี้ทางตำรวจรอให้รักษาอาการอ่อนเพลียของเด็กให้หายดี และจะร่วมกับสหวิชาชีพ และจิตแพทย์ ร่วมสอบถามอีกครั้งหนึ่ง

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/F7JzpLktWjg

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top