ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

แท็กซี่ฝ่าไฟแดงชนหนุ่มวีออสเจ็บหนัก เสี่ยงเป็นเจ้าชายนิทรา ล่าสุดมอบตัวอ้างไม่ได้หนี แต่กลัวโดนรุม

วันที่ 21 สิงหาคม 2562 | 7 นาที 33 วินาที 4,609

โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปจากกล้องหน้ารถของผู้เสียหาย เป็นภาพเหตุการณ์ขณะที่นายกนก ธงไชย อายุ 40 ปี ผู้เสียหาย ขับรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีบรอนซ์ มาตามเส้นทางสุขาภิบาล 5 ซึ่งขับมาด้วยความเร็วปกติ กำลังเลี้ยวขวาขึ้นทางด่วนสุขาภิบาล 5 เนื่องจากสัญญาณไฟจราจรเป็นสีเขียว

 

ปรากฎว่ามีรถแท็กซี่คันสีเหลือง หมายเลข ทะเบียน ทห 6971 กรุงเทพมหานคร ขับมาตามเส้นทางสุขาภิบาล 5 มุ่งหน้าสายไหม ผ่าไฟแดงพุ่งชนรถยนต์ของผู้เสียหายอย่างแรง ได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

 

นายปรัชญาพล  ธงไชย น้องชายของผู้บาดเจ็บ เผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงบ่ายสองโมงของวันที่ 15 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยพี่ชายกำลังขับรถไปทำงาน ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงมีคนโทรมาบอกว่าพี่ชายประสบอุบัติเหตุ ญาติอีกคนรีบไปยังจุดเกิดเหตุพบคู่กรณีเป็นคนขับรถแท็กซี่ยืนอยู่จึงเข้าไปสอบถาม เบื้องต้นอ้างว่าพี่ชายของตนขับรถผ่าไฟแดง

 

จากนั้นได้ตรวจสอบดูกล้องหน้ารถพบว่าพี่ชายไม่ได้ผ่าไฟแดง โดยคนขับรถแท็กซี่ได้ขอโทษพูดว่า  “ผมผิดไปแล้ว” ซึ่งต่างฝ่ายต่างเรียกประกันไปไกล่เกลี่ยกันที่ สน.คันนายาว เพื่อให้คู่กรณีเซ็นเอกสารรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น เพราะทางประกันแจ้งว่าต้องให้คู่กรณีมาเซ็นรับทราบถึงจะจ่ายเงินชดเชยให้ แต่คู่กรณีเบี้ยวนัดและได้หลบหนีไป ไม่ติดต่อมาขอโทษหรือแสดงความรับผิดชอบใด ๆ   

 

สำหรับอาการของพี่ชายสาหัสสมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง เลือดคั่งในสมองยังไม่ฟื้นโอกาสที่จะกลับมาเป็นปกติแทบจะไม่มี แพทย์ระบุ อาจเป็นเจ้าชายนิทราขอให้ทำใจ ตอนนี้สภาพจิตใจของคนในครอบครัวแย่มาก คงปล่อยให้หมอรักษาตามอาการให้เขาจากไปอย่างสงบ ไม่คิดว่าจะเจ็บหนักขนาดนี้

 

น้องชายของผู้บาดเจ็บ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนไปสอบถามอู่แท็กซี่ให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุคู่กรณีเพิ่งมาเช่าขับรถแท็กซี่ได้เพียง 3 วัน และระหว่างที่คู่กรณีหลบหนีก็มีพลเมืองดีติดต่อแจ้งเบาะอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลังเกิดเหตุยังได้ไปเช่าขับรถแท็กซี่อู่อีกแห่งหนึ่งแล้วโพสต์ภาพขณะขับรถลงเฟซบุ๊กทำตัวไม่สะทกสะท้าน ใช้ชีวิตปกติและไปสมัครทำงานที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่งย่านพระประแดง จ.สมุทรปราการ กระทั่งคู่กรณีให้ประกันติดต่อมาบอกจะเข้ามอบตัว ซึ่งตนและญาติๆ ไปรอเก้อที่โรงพัก 2 ครั้ง ก็ไม่มามอบตัว 

    

ด้านนางรุจีรัตน์ ธงไชย แม่ของผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า ทำผิดก็ควรมารับผิดชอบจะเจตนาหรือไม่ก็ตาม อยากให้มอบตัวโทษหนักจะได้เป็นเบา คนทำผิดใคร ๆ ก็พร้อมให้อภัย แต่นี่เขาตั้งใจหนีไม่มีแม้แต่คำขอโทษ ถ้าไม่ประมาทมีสติ ขับรถปฏิบัติตามกฎจราจรเหตุการณ์แบบนี้ก็จะไม่เกิดขึ้นและไม่มีใครได้รับความเดือดร้อน  หมอบอกลูกชายโอกาสรอดน้อยแต่แม่ใจสู้ มีความรู้สึกว่าลูกของตนต้องไม่เป็นอะไร

 

ขณะที่นางสาววรางรัตน์  สุนนท์  ภรรยาของผู้บาดเจ็บเพิ่งคลอดลูกได้ 1 เดือน ร่ำไห้เผยว่า ไม่โกรธแต่อยากให้เอาชีวิตของคู่กรณีมาแลกกับชีวิตสามีของตน ชีวิตสามีมีค่ากับคนในครอบครัว หากสามีไม่มีลมหายใจตนจะอยู่อย่างไร ลูกก็ยังเล็ก  สามีของตนกำลังจะหยุดหายใจแต่คู่กรณีใช้ชีวิตเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อยากให้มารับผิดชอบบ้าง มีความเป็นคนมั้ยครอบครัวคนเจ็บเสียใจ เดือดร้อนแค่ไหน หากเจ็บแทนสามีได้ก็จะยอมเจ็บ มันสูญเสียทุกอย่าง

 

“ทุกวันนี้ได้แต่ยืนจับมืออยู่ข้างเตียง กลัวว่าจะไม่ได้เห็นลมหายใจของสามีอีกต่อไป  ขอบคุณสามีที่ยังมีลมหายใจเล็ก ๆ ให้ตนได้อยู่เคียงข้างคอยเช็ดตัวให้ คอยกระซิบข้างหูว่าตนจะเข้มแข็ง ถึงแม้เขาจะไม่รับรู้อะไร คุณขับรถสาธารณะทุกครั้งที่จับพวงมาลัยควรมีสติ ถ้ามีความเป็นคนก็คงคิดได้”

 

ล่าสุดเมื่อวาน (20 ส.ค.) คนขับแท็กซี่คู่กรณีทราบชื่อคือนายสมภพ ราชา  อายุ 23 ปี  นั่งรถจักรยานยนต์รับจ้าง เข้ามอบตัวกับตำรวจ สน.คันนายาว แล้ว ทันทีที่มาถึง เพื่อนของผู้บาดเจ็บ 3 คน ซึ่งมาดักรออยู่ที่โรงพัก ได้ปรี่เข้าไปชกหน้านายสมภพ ด้วยความโกรธแค้นจนปากแตก ตาเขียวช้ำ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมาช่วยกันห้ามปราม รีบนำตัวนายสมภพเข้าไปในโรงพัก

 

นายสมภพ ให้สัมภาษณ์อ้างว่าไม่ได้หนี กล้าทำกล้ารับ ตนเพิ่งปลดจากการเป็นทหารผ่านศึกและเป็นผู้ช่วยครูฝึกด้วย ถ้าชนแล้วหนีอาจถูกมองเป็นคนขี้ขลาด ตนตั้งใจจะเข้ามอบตัวอยู่แล้ว แต่ที่เพิ่งมาเพราะกลัวญาติคนเจ็บจะทำร้าย ตนไม่ได้ตั้งใจชนเพราะมัวแต่มองรถที่อยู่ด้านซ้าย ถนนโล่งจึงเหยียบคันเร่งไม่ทันได้สังเกตดูสัญญาณไฟจราจร หันมาอีกทีก็พุ่งชนไปแล้ว จากนั้นตนรีบลงจากรถไปช่วยผู้บาดเจ็บขึ้นรถพยาบาล

 

ขอโทษญาติคนเจ็บเพราะรู้สึกผิด เสียใจ พร้อมรับผิดชอบ แต่ขอโทษไปก็ไม่ทำให้คนเจ็บฟื้นขึ้นมา ส่วนวันเกิดเหตุที่นัดไกล่เกลี่ยกันซึ่งตนไม่ได้ไปนั้น เพราะเห็นญาติคนเจ็บหลายคนอารมณ์ร้อนกลัวถูกทำร้าย ตนอยู่ตัวคนเดียวไม่รู้จะปรึกษาใครจึงขอไปตั้งหลัก ก่อนติดต่อตำรวจขอมอบตัว

 

ทางทางคดีพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำ แจ้งข้อกล่าวหา ขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสและทรัพย์สินเสียหาย นำตัวส่งฟ้องศาลดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ไม่ได้ออกหมายเรียก เนื่องจากคู่กรณีได้ติดต่อขอมอบตัวเอง

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pI3mE3Jhicc

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top