ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

พ่อแม่เณรดิวหวังฏิหาริย์ ยังไม่ถอดเครื่องช่วยหายใจ หลวงตาอ้างโกรธถูกด่าบุพการีจนพลั้งมือตีหนัก

วันที่ 21 สิงหาคม 2561 | 9 นาที 15 วินาที 6,657

แพทย์โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา แถลงอาการสามเณรวัฒนพล สีสวัสดิ์ อายุ 9 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการถูกอดีตหลวงตา ศุภชัย สุทธิญาโณ ซึ่งจำพรรษาอยู่ที่วัดดอนขมิ้นใน อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งขณะนี้ยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู

 

สำหรับอาการของสามเณรดิวยังคงอยู่ในขั้นโคม่า ซึ่งนอกจากบาดแผลฉีกขาดที่คาง รอยฟกช้ำตามแขนขา ใบหน้าและที่ศีรษะ รวมถึงกระดูกข้อมือขวาที่ผิดรูปแล้ว อาการบาดเจ็บที่รุนแรงที่สุดก็คือที่บริเวณสมอง จากการตรวจสอบพบว่ามีเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองและมีภาวะสมองช้ำอย่างรุนแรงจนทำให้เกิดอาการสมองบวมรุนแรง จนทำให้เกิดอาการสมองบวม ต้องรักษาโดยการผ่าตัด

 

แต่เนื่องจากสามเณรดิวมีสัญญาณชีพเปลี่ยนแปลงแย่ลงอย่างรวดเร็ว ทีมแพทย์จึงไม่สามารถทำการผ่าตัดได้ ขณะนี้สามเณรดิวไม่รู้สึกตัวต้องใส่เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา และให้การดูแลตามแผนการรักษาของแพทย์ มีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตสูง ทีมแพทย์จึงทำได้เพียงให้ยารักษาแบบประคับประคองอาการเท่านั้น

 

ด้านแม่ของสามเณรดิว บอกว่า ทราบอาการของลูกชายจากแพทย์ที่ทำการรักษาตลอดเวลาและได้มีการพูดคุยหารือกับพ่อของสามเณรแล้ว โดยตกลงร่วมกันว่าจะยังไม่ถอดเครื่องช่วยหายใจออก จะขอรอดูอาการอีกสองวันเนื่องจากยัง หวังว่าจะมีปาฎิหารย์เกิดขึ้นกับลูกชายทำให้กลับฟื้นคืนสติรู้ตัวขึ้นมา แม้จะไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติทั่วไปก็ไม่เป็นไร

 

ส่วนเรื่องคดีความที่ตำรวจควบคุมตัวอดีตหลวงตาซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุไปทำการสึกพร้อมทำการสอบปากคำที่ สภ.ลูกแก แล้วนั้น ตนก็อยากขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำงานอย่างรวดเร็ว โดยยืนยันว่าจะขอเอาเรื่องกับอดีตหลวงตาที่ก่อเหตุให้ถึงที่สุด

 

“ครอบครัวมีฐานะยากจนหาเช้ากินค่ำสามเณรดิวจึงอาสาบวชเรียนภาคฤดูร้อนเพื่อให้ครอบครัวสบายขึ้น ไม่คิดว่าเหตุการณ์จะเป็นเช่นนี้ ตนพยายามทำใจ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นกะทันหันมากจึงรับไม่ได้ที่ลูกจะไม่ได้อยู่กับเราตลอดชีวิตแล้ว สามเณรดิวมีนิสัยซุกซนตามประสาเด็ก ตนแจ้งอดีตหลวงตาศุภชัยไปแล้วว่าลูกชายชอบเล่นไฟ ซึ่งที่ผ่านมาอดีตหลวงตาสุภชัย ก็มักลงโทษด้วยการตี จนทำให้มีบาดแผลบ้าง แต่ครั้งนี้ถือว่าทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ เณรดิวตั้งใจจะสึกเมื่อวานเพื่อคัดเลือกเป็นนักกีฬาของโรงเรียนแต่เกิดเรื่องขึ้นเสียก่อน” ผู้เป็นแม่กล่าว

 

ด้านพ่อของสามเณรดิว บอกว่า แยกทางกับภรรยามานานกว่า 1 ปีแล้ว มีลูกชายด้วยกัน 2 คน คือ สามเณรดิวกับสามเณรเดย์วัย 5 ขวบ ที่บวชเรียนพร้อมกันอีกหนึ่งคน ตนเสียใจและทำใจไม่ได้ที่สามเณรดิว ลูกชายถูกกระทำเช่นนี้ แต่ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แล้ว ยอมรับว่าไม่ค่อยมีเวลามาดูแลลูก แต่ก็พยายามหาเวลามาหาลูกให้บ่อยที่สุด ซึ่งคงต้องโทษตัวเองเพราะการที่พ่อแม่แยกทางกันอาจเป็นสาเหตุให้เกิดเรื่องเช่นนี้ ตนคงไม่ตัดสินใจถอดเครื่องช่วยหายใจออกตอนนี้ เพราะยังทำใจไม่ได้อยากรอดูอาการอีกสักระยะ แต่หากไม่ไหวจริงๆถึงที่สุดแล้วก็คงต้องยอมทำใจ เพราะหากยื้อต่อไปอาจไม่มีประโยชน์กับลูก

 

ด้านอดีตหลวงตาสุภชัย หรือนายสุภชัย บุญลักขะ อายุ 64 ปี ที่สารภาพว่าเป็นผู้ลงมือทำร้ายสามเณร ได้ถูกคุมตัวไปทำแผนที่วัด โดยไม่ต้องการให้ชาวบ้านรู้เพราะห่วงเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากมีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งไม่พอใจการกระทำของดีตพระรูปดังกล่าวที่สร้างความเสื่อมเสียให้กับวัด ก่อนนำตัวส่งฝากขังศาลจังหวัดกาญจนบุรี นอกจากนี้จะรวบรวมพยานหลักฐานประกอบการวินิจฉัยของแพทย์เพื่อแจ้งข้อกล่าวหากับผู้กระทำผิดเพิ่มเติมต่อไป

 

โดยอดีตหลวงตาสุภชัย กล่าวว่าสามเณรดิวดื้อไม่เชื่อฟัง ที่ผ่านมาคอยด่าตักเตือนสั่งสอนมาโดยตลอด ในวันเกิดเหตุสามเณรดิวได้ปีนตู้ ตนจึงด่าและบอกอย่าปีนกลัวตกลงมาเป็นอันตรายแต่ก็ไม่ฟัง ยอมรับควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้เนื่องจากเก็บกดสะสมเรื่อยมา และถูกสารเณรดิวด่าบุพการี ตนไม่ชอบให้ใครมาด่าพ่อแม่จึงไม่พอใจพลั้งมือใช้ไม้เกาหลังตีที่ก้น 5 ครั้ง และใช้ด้ามตาลปัตรตีที่ก้นอีก 3 ครั้ง

 

ยอมรับก่อนหน้านี้เคยใช้ไม้พายข้าวขนาดเล็กตีสารเณรดิวหลายครั้ง แต่ไม่แรงเท่าครั้งนี้เพราะตนโมโห ยืนยันไม่ได้จับทุ่มลงพื้น จับศีรษะโขกพื้น หรือจับแช่น้ำโดยสามเณรดิวลงไปแช่น้ำในอ่างเอง ตนแค่พูดว่าถ้าอยากแช่น้ำก็แช่ไปอยากขึ้นเมื่อไหร่ก็ขึ้น ส่วนที่แขนขวาหักไม่ทราบไปโดนอะไรมาไม่ได้เกิดจากการทุบตี ศีรษะที่ปูดบวมเป็นรอยช้ำดำเขียว คางแตก น่าจะตกลงมาจากตู้

 

“ยอมรับตนเองทำเกินกว่าเหตุเพราะทำไปไม่รู้ตัว ขาดสติ ขาดการยับยั้งทำไปไม่รู้ตัว ขาดสติ ขาดการยับยั้งแม้จะบวชเป็นเวลานาน พระก็เหมือนปุถุชนธรรมดาทั่วไปคนหนึ่ง หลังเกิดเรื่องน้องสาวของตนโทรมาด่าบอกทำอะไร ลงไปก็ขอให้พูดความจริง ตนยอมรับตลอดเวลาว่าทำผิด ตำรวจเชิญมาสอบปากคำก็มา ไม่คิดจะหนีด้วย แต่คงไม่ไปขอโทษพ่อแม่ของสามเณรดิวหรอกเพราะเด็กมันดื้อ จะไปกราบขอโทษให้ได้อะไรขึ้นมา” อดีตหลวงตาสุภชัย กล่าว

 

ด้านเพื่อนสามเณรเล่าว่า สามเณรดิวได้ปีนตู้ไม้แล้วตกลงมา ตนพยายามบอกให้ลงเดี๋ยวถูกหลวงตี แต่สามเณรดิวไม่ยอมลงกลับบอกว่าไม่ถูกตีหรอก หลังจากที่ตกจากตู้ไม้สามเณรดิวร้องไห้ แล้วใช้ยาหม่องป้ายตา อ้างว่าถูกตนและสามเณรรูปอื่นแกล้ง ตอนกลางวันหลังฉันเพลเสร็จหลวงตาให้ทำวัดตามปกติ ประมาณบ่าย 2 โมง หลวงตานำกะละมังใส่น้ำมาให้สามเณรดิวนั่งแช่ถึง 5 โมงเย็น

 

จากนั้น 5 โมงครึ่งหลวงตาให้ตนห่มจีวรให้เพื่อเตรียมออกกิจนิมนต์ แต่สามเณรดิวก็ดึงหลุด ๆ 4-5 รอบ พอขึ้นไปทำวัดก็ใช้มือหยิกศีรษะน้องชายวัย 4 ขวบ ที่บวชอยู่วัดเดียวกัน พอลงมาจากหอสวดมนต์ หลวงตาก็โมโหสามเณรดิวด่าบุพการีของหลวงตา หลวงตาจึงผลักสามเณรดิวคางไปโดนเสา ศีรษะโดนเหลี่ยมเสาจนเกือบสลบ หลวงตาคิดว่าสามเณรดิวแกล้งสลบจึงดึงแขนขึ้นจับทุ่มกับพื้น ก่อนจะเดินออกจากห้องนอนไปอย่างหน้าตาเฉย

 

ตนจึงอุ้มสามเณรดิวขึ้นไปบนหอสวดมนต์ นอกจากนี้หลวงตาเคยตีสามเณรดิวหลายครั้ง ถ้าใครก็จะถูกตี ปกติหลวงตาเป็นคนใจดีเวลาเณรอยากได้อะไรก็จะซื้อให้ แต่เณรดิวดื้อมากหลวงตาคงทนไม่ได้ ถึงขั้นจะจุดไฟเผาวัด แกล้งน้อง เล่นไม้ขีดไฟ นำกระดาษและเทียนไปอุดท่อน้ำ จะจุดไฟเผาเต้นท์นอนของตน เป็นต้น

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MDsHZfFlIYU

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top