ค้นหา :

'ธนสิทธิ์' พี่ชายบูม เข้ากองปราบปัดร่วมฟอกเงิน ลั่นพร้อมสู้ในชั้นศาล

วันที่ 30 ตุลาคม 2561 | 0 นาที 0 วินาที 958

พี่ชายบูมเข้ารับทราบข้อหาร่วมฟอกเงิน ที่ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันหลอกผู้เสียหายชาวฟินแลนด์ลงทุนเงินดิจิตอล ยืนยันปฏิเสธ พร้อมสู้ในชั้นศาล
 
จากกรณีที่นายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือ บูม นักแสดงจากซีรี่ย์ชื่อดัง ที่ถูกตำรวจกองปราบปรามออกหมายจับ ในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน หลังนายอาร์นี ออตตาวา ซาอ์ริมาอ์ ชาวฟินแลนด์ เข้าแจ้งความร้องทุกข์ว่าถูกนายบูมและครอบครัว หลอกลงทุนสกุลเงินดิจิตอล ทำให้เสียหายกว่า 7 ร้อยล้านบาท ซึ่งนอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามยังมีการออกหมายจับนายปริญญา จารวิจิต และ นางสาวสุพิชย์ฌา จารวิจิต พี่ชายและพี่สาวของนายบูม ในข้อหาเดียวกันด้วย จนล่าสุดวานนี้(29 ต.ค.61) บูมพร้อมนายธนสิทธิ์ และพี่สาว เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนครั้งแรก ทั้งน้ำตาว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง 
 
และในวันนี้(30 ต.ค. 61) นายธนสิทธิ์ จารวิจิต มีกำหนดเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ร่วมกันฟอกเงิน เนื่องจากจากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า มีเงินกว่า 100 ล้านบาท จากผู้เสียหายโอนเข้าบัญชีนายธนสิทธิ์ และมีการโอนเงินไปที่บัญชีนายปริญญา
 
ซึ่งเวลาต่อมานายธนสิทธิ์ ได้เดินทางมาพร้อมทนายความเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดยยืนยันปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมสู้ในชั้นศาล ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการให้การกับพนักงานสอบสวน 
 
สำหรับคดีนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามมีการดำเนินการออกหมายจับ 3 ราย ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกง คือนายปริญญา จารวิจิต นางสาวสุพิชย์ฌา จารวิจิต และนายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือ บูม และต่อมาเจ้าหน้าที่ออกหมายเรียกนายธนสิทธิ์ และพ่อแม่เพิ่มเติม 
 
ส่วนกรณีข้อหาร่วมกันฉ้อโกงในคดีนี้มีผู้ต้องหาที่ถูกแจ้ข้อหา 4 รายคือ นายปริญญา นายธนสิทธิ์ นางสาวสุพิชย์ฌา และนายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต โดยทางตำรวจกองปราบปรามได้มีการสรุปสำนวนคดีร่วมกันฉ้อโกงส่งอันการไปก่อนหน้านี้แล้ว
 
นอกจากนี้ข้อมูลล่าสุด จากฝ่ายสืบสวนกองปราบปรามมีข้อมูลที่เชื่อได้ว่าคนที่ทำหน้าที่เป็นล่ามที่คอยประสานงานในเรื่องธุรกิจระหว่างนายปริญญากับผู้เสียหาย คือนายธนสิทธิ์ เพราะมีความชำนาญในเรื่องของการใช้ภาษา ไม่ใช้นายบูมที่เป็นล่ามตามที่มีกระแสข่าว ส่วนที่มีการพูดถึงหลักฐานเกี่ยวกับเส้นทางการเงินที่ผู้ต้องหาจะใช้ในการต่อสู้คดี ข้อมูลจากแหล่งข่าวเชื่อว่าจะเป็นบันทึกทางธุรกรรมทางการเงิน ย้อนหลัง 4-5 ปี ของครอบครัวที่จะสามารถแสดงให้เห็นว่าธุรกิจของครอบครัวมีการโอนเงินจำนวนมากๆ ใกล้เคียงจำนวนนี้ อยู่เป็นประจำ

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

สังคม-อาชญากรรมที่มีผู้ชมมากที่สุด

เรื่องเล่าฯสเปเชียล

ดูทั้งหมด

ข่าวสีสัน

ดูทั้งหมด

ชมมากที่สุดวันนี้

ชมมากที่สุดสัปดาห์นี้

ชมมากที่สุดเดือนนี้

Top