ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

'บูม จิรัชพิสิษฐ์' เปิดใจปัดเอี่ยวโกงบิทคอยน์ เสียใจถูกตราหน้าเป็นครอบครัวคนโกง

วันที่ 30 ตุลาคม 2561 | 3 นาที 6 วินาที 1,878

จากกรณีกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) บุกจับกุม บูม-จิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต ดารานักแสดงนายแบบ ปมหลอกนักธุรกิจหนุ่มชาวฟินแลนด์ให้ลงทุน ในธุรกิจเงินดิจิตอลหรือเงินสกุลบิทคอยน์ มูลค่าเกือบ 800 ล้านบาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ออกหมายจับนางสาวสุพิชย์ฌา และนายปริญญา จารวิจิต พี่สาวและพี่ชาย พร้อมด้วยพ่อแม่ ฐานความผิดร่วมกันฉ้อโกงและฟอกเงิน 

 

วานนี้ (29 ต.ค.) บูม จิรัชพิสิษฐ์ พร้อมด้วยครอบครัวและทนายความ แถลงข่าวเปิดใจครั้งแรก ชี้แจงกรณีมีชื่อเข้าไปพัวพันในคดีบิทคอยน์  โดยบูมเล่าถึงวินาทีที่ตนเองถูกตำรวจกองปราบฯ บุกรวบตัวซึ่งตรงกับวันเกิด ยืนยันไม่มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องที่เกิดขึ้น ในวันที่เจอนายเออาร์นี โมตาวา ซาริมา  ผู้เสียหาย เป็นวันเดียวกันกับที่ตนถ่ายงานเสร็จแล้วไปทานข้าวกับพี่ชายคือนายปริญญา และได้เจอกลุ่มนักลงทุนของเขาเกือบทุกคน แต่ตนไม่ได้ร่วมคุยธุรกิจหรือเป็นล่ามตามที่ผู้เสียหายอ้าง และไม่เคยคุยกับนายเออาร์นี ยอมรับเคยคุยกับแฟนสาวของนายเออาร์นี เรื่องทั่วไปไม่เกี่ยวกับธุรกิจ ตนไม่คิดว่าการที่ไปทานข้าวกับพี่ชายกลับถูกดำเนินคดี 

 

 “หลังเกิดเรื่องผมได้รับผลกระทบกับงานอย่างมากทั้ง ถอดจากการพรีเซ็นเตอร์ ถูกถอดจากการเป็นนักแสดงซีรีส์ รวมถึงส่งผลกระทบต่อครอบครัว ส่วนเรื่องทรัพย์สินของครอบครัวมาจากการทำธุรกิจร้านอาหารและอสังหาริมทรัพย์ ก่อนที่จะมารู้จักกับนายเออาร์นี  จู่ๆตำรวจมาแจ้งข้อหาฟอกเงินพ่อกับแม่ ทั้งที่ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับการลงทุนบิทคอยน์ใด ๆ ทั้งสิ้น ตัวผมก็ยังไม่รู้ว่าเขาไปลงลุนกันอย่างไร รู้แค่ว่าเขาคุยกัน 4-5 คน ซึ่งไม่เกี่ยวอะไรกับผม

 

ตอนนี้เป็นกังวลว่าวันที่ 1 พ.ย.นี้ เป็นวันเกิดของแม่ และกองปราบฯ เรียกไปรับทราบข้อกล่าวหา ผมกลัวว่าเจ้าหน้าที่จะไม่ให้ประกันตัวพ่อแม่ ในฐานะที่ผมเป็นลูกแต่ทำอะไรไม่ได้ มันรู้สึกแย่มาก ทำไมพ่อกับแม่ต้องมาโดนอะไรแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่ท่านไม่รู้เรื่องใด ๆ ทั้งสิ้น ตนออกมาเปิดใจเพราะอยากพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองและครอบครัวพร้อมสู้คดี ” บูม จิรัชพิสิษฐ์  กล่าว

 

ขณะที่นางสาวสุพิชย์ฌา จารวิจิต พี่สาวของบูมเปิดใจกับผู้สื่อข่าวทั้งน้ำตาว่า ส่วนตัวไม่เคยเกี่ยวข้องกับตลาดหลักทรัพย์ ไม่เคยลงทุนเล่นหุ้น และไม่ได้เป็นเจ้าแม่ต้มตุ๋น ในตลาดหลักทรัพย์ตามที่มีการนำเสนอข่าว ยืนยันไม่รู้จักบุคคลที่เกี่ยวข้องตามที่ผู้เสียหายอ้างถึง และไม่เคยเจอนายเออาร์นีมาก่อน พร้อมขอความเห็นใจกับสื่อมวลชนในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพ่อแม่ เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องก็ไม่สบายใจ และเสียใจที่ครอบครัวต้องมาถูกดำเนินคดี  อีกทั้งครอบครัวถูกตราหน้าว่าเป็นครอบครัวคนโกง

 

ด้านนายธนะสิทธิ์ จารวิจิต พี่ชายอีกคนของบูม ยอมรับว่า ส่วนตัวรู้เรื่องธุรกิจระหว่างนายปริญญากับนายเออาร์นี ก่อนที่จะมีการโอนเงินเข้าบัญชีของครอบครัว แต่อยากให้สังคมตั้งคำถามว่าเงินของนายเออาร์นีมาจากที่ไหน เด็กอายุเพียง 21 ปี ทำไมถึงมีเงินมากขนาดนี้ ส่วนเรื่องการลงทุนบิทคอยน์ ยอมรับว่าตนมีการลงทุนอยู่บ้าง ส่วนรายละเอียดของคดีนี้อยากให้นายปริญญาเป็นคนพูดซึ่งต้องรอนายปริญญาได้รับการประกันตัวก่อนจึงจะได้ความชัดเจน

 

 “ทางครอบครัวรู้ว่ามีเงินจำนวนหนึ่งโอนเข้ามาที่บัญชีของคนในครอบครัว แต่เข้าใจว่าเป็นเงิน จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัว ทางครอบครัวพร้อมที่จะเข้าสู้ในกระบวนการยุติธรรม ส่วนจะมีการพิจารณาในเรื่องการฟ้องกลับนายเออาร์นีหรือไม่นั้น ขอให้เป็นหน้าที่ของทนายความ ยืนยันว่าจะต่อสู้ตามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม 

 

ส่วนประเด็นเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับครอบครัว ยืนยันว่ามีหลักฐานพิสูจน์ความบริสุทธิ์  ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ซึ่งจะนำไปยื่นต่อพนักงานสอบสวน ส่วนวันนี้ (30 ต.ค.)  พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม มีหมายเรียกให้ตน เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในข้อหาฟอกเงิน” นายธนะสิทธิ์ กล่าว  

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HOWSNiC5ep0

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

สังคม-อาชญากรรมที่มีผู้ชมมากที่สุด

เรื่องเล่าฯสเปเชียล

ดูทั้งหมด

ข่าวสีสัน

ดูทั้งหมด

ชมมากที่สุดวันนี้

ชมมากที่สุดสัปดาห์นี้

ชมมากที่สุดเดือนนี้

Top