ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

ประธานสหภาพฯการบินไทย ชี้ตามสิทธิ์นักบินไม่ผิด แต่ควรเสียสละให้ผู้โดยสาร อดีตรองปลัดส่งหนังสือชี้แจง เผยไม่ติดใจ

วันที่ 23 ตุลาคม 2561 | 7 นาที 52 วินาที 5,186

จากกรณีคณะนักบินการบินไทย เที่ยวบิน TG 971 ซูริค-กรุงเทพฯ วันที่ 11 ต.ค.2561 ดีเลย์กว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง ต้นเหตุเกิดจากนักบินไม่ยอมนำเครื่องขึ้น เพราะที่นั่งของคณะนักบินที่จะโดยสารกลับ (Deadhead pilot) ไม่ได้นั่งชั้นเฟิร์สต์คลาสตามสิทธิ์ ปล่อยผู้โดยสารกว่า 300 คนนั่งรอ จนสุดท้ายผู้โดยสารสามี-ภรรยาคู่หนึ่ง ซึ่งจองที่นั่งชั้นบิซิเนสคลาส และได้รับการอัพเกรดเป็นชั้นเฟิร์สต์คลาส ต้องยอมสละที่นั่งให้นั้น
 
วานนี้ (22 ต.ค.) นายดำรงค์ ไวยคณี ประธานสหภาพฯการบินไทย เปิดเผยว่า สหภาพฯ เตรียมเข้าหารือกับกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ การบินไทย และฝ่ายบริหาร เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาภาพลักษณ์องค์กร ที่ได้รับผลกระทบจากกรณีความล่าช้าของเที่ยวบินที่ TG971 ซูริค-กทม. รวมถึงหารือกรณีประธานบอร์ดการบินไทย มีแนวคิดจะใช้วิกฤตในช่วงนี้ทำการปรับโครงสร้างองค์กร
 
โดยในส่วนของสหภาพฯ เตรียมเสนอให้พิจารณาปรับลดขนาดองค์กร ลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงานภายใน แต่ไม่ลดสิทธิประโยชน์ของพนักงาน เพราะสิทธิ์ของพนักงานการบินไทยทั่วไปมีเหมือนทุกองค์กรอื่นทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ ไม่ได้มีมากหรือน้อยกว่ากัน บางส่วนอาจน้อยไปด้วยซ้ำ แต่คนทั่วไปอาจมองว่าสิทธิ์การได้รับตั๋วเครื่องบินนั้น ดูมากเกินไปนั้น แต่ทางองค์กรมองว่า ตั๋วเครื่องบินเป็นเหมือนขวัญกำลังใจของพนักงานที่ทำงานอย่างหนัก และเป็นสัญลักษณ์ถึงความจงรักภักดีที่มีต่อองค์กร ตั๋วที่พนักงานการบินไทยได้รับ เป็นตั๋วที่ไม่แน่ใจว่าจะเดินทางหรือไม่ เพราะต้องมีที่นั่งว่างถึงจะได้เดินทาง ส่วนค่าอาหารและค่าภาษีสนามบิน พนักงานก็ต้องเป็นคนจ่าย ตนมองว่ามันค่อนข้างลำบาก เหมือนพนักงานเป็นขอทานที่ต้องนั่งรอตั๋วว่าจะมีที่ว่าง สามารถไปได้หรือไม่ โดยคาดว่าจะเข้าหารือทันทีหลังจากการสอบกรณี TG 971 แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้
 
นายดำรงค์ กล่าวอีกว่า กรณีที่เกิดขึ้นการบินไทยให้สิทธิ์ที่นั่งนักบินในชั้น First class หากนักบินที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ก็เป็นเหมือนผู้โดยสารทั่วไป ก็มีสิทธิ์ที่จะได้นั่งในชั้น First class หรือ Business class แต่หากนักบินที่ต้องทำหน้าที่บินก็จะมีนั่งในชั้น First class ตามที่จัดเตรียมไว้ให้ โดยสายการบินอื่นๆก็ปฏิบัติเช่นเดียวกัน เนื่องจากนักบินต้องได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะขึ้นเที่ยวบินต่อไป หากร่างกายไม่พร้อมจะมีผลต่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร
 
ทั้งนี้จากความเห็นส่วนตัว มองว่า นักบินไม่ได้กระทำผิด เนื่องจากนักบินสามารถใช้สิทธิ์ในการเดินทางตามที่ได้รับจากบริษัทได้อยู่แล้ว แต่ในกรณีดังกล่าว มองว่า นักบินสามารถเสียสละที่นั่งให้กับผู้โดยสารได้ โดยได้ยกตัวอย่างกรณีของนายปิยะสวัสดิ์ อัมระนันท์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเป็น กรรมการผู้อำนวยการใหญ่การบินไทย ที่เคยสละที่นั่งในชั้นเฟิร์สคลาสไปนั่งชั้นประหยัดเพื่อให้ผู้โดยสารได้เดินทางในชั้นเฟิร์สคลาส โดยให้เหตุผลว่าผู้โดยสารเสียเงินซื้อตั๋ว ซึ่งเป็นรายได้ของการบินไทย ขณะที่ที่นั่งชั้นประหยัดก็สามารถเดินทางได้เหมือนกัน ซึ่งตนมองว่าเป็นการแสดงภาวะผู้นำที่ดี
 
โดยวานนี้บรรยากาศภายในสำนักงานใหญ่ การบินไทย มีพนักงาน และนักบิน นัดสวมเสื้อแจ็คเก็ตสีดำของการบินไทยมาทำงานเป็นจำนวนมาก ขณะที่การประชุมของนักบินที่อาคาร 5 ของการบินไทย ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าทำข่าว ขณะที่กัปตันสนอง มิ่งเจริญ นายกสมาคมนักบินไทย ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ก่อนเดินขึ้นอาคารเพื่อไปร่วมพูดคุยกับกลุ่มนักบินที่นัดรวมตัวกัน
 
ขณะที่ นายศักดา พันธ์กล้า อดีตรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะผู้โดยสารที่ได้สละที่นั่งให้กับนักบินในเที่ยวบินดังกล่าว ทำหนังสือถึงผู้บริหารการบินไทยและผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ ภายหลังตัวแทนบินไทยเข้าพบที่บ้าน กรณีข้อเท็จจริงจากการร้องเรียนความล่าช้าของ TG971 เมื่อวันที่ 11 ต.ค.2561 โดยเนื้อหาในหนังสือมีข้อความ 1 หน้ากระดาษ A4 พร้อมลงลายมือชื่อ ดังนี้
 
“ผมขอขอบคุณที่ได้ส่งผู้แทนฯ มาขอโทษผมและภรรยาถึงที่บ้าน ผมขอน้อมรับในไมตรีจิตครั้งนี้ และไม่ได้ติดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาแล้ว แต่จะขอชี้แจงให้ทราบว่าผมไม่ได้เสียใจเลยจากการย้ายที่นั่งจากชั้นหนึ่ง ( First Class) กลับไปที่ชั้นธุรกิจ (Business Class) เพราะถ้าผมไม่ยอมย้าย คงไม่ได้บินกลับในวันนั้น เพียงแต่รู้สึกข้องใจว่าเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ ทำให้ผู้โดยสารกว่า 300 คน เสียเวลาไป 2 ชั่วโมงครึ่ง
 
จึงได้ทำจดหมายร้องเรียนไปที่ช่องทางกำหนด เพื่อต้องการคำชี้แจงจากท่านเท่านั้น แต่ทั้งนี้จดหมายดังกล่าวได้หลุดไปเป็นข่าวข้างนอกได้อย่างไรไม่เกี่ยวข้องกับผม และผมไม่ได้มุ่งหวังโจมตีองค์กรของท่าน ผมเพียงต้องการให้ข้อเสนอแนะเพื่อท่านจะได้นำเหตุการณ์นี้มาทบทวนปรับปรุงการปฏิบัติงานของผู้เกี่ยวข้องเพื่อบริการแก่ผู้โดยสารให้ดีขึ้น และจากจดหมายร้องเรียนดังกล่าวได้มีความเข้าใจวัตถุประสงค์ของการร้องเรียนที่คลาดเคลื่อนไป ผมจึงขออธิบาย 2 ประเด็นดังนี้
 
ประเด็นที่ 1 คือผมซื้อบัตรโดยสารชั้นธุรกิจด้วยเงินสดในขากลับจากซูริค-กรุงเทพฯ เที่ยวเดียวที่การบินไทยกรุงเทพฯ ซึ่งแพงมากและเส้นทางนี้ไม่มีชั้นหนึ่ง (First Class) ในขณะที่ไปซื้อบัตรโดยสารและไม่ได้ข้อใช้สิทธิ์พิเศษใดๆ ในการอัพเกรด และไม่ทราบเรื่องการอัพเกรดที่นั่ง จึงเข้าใจว่าเมื่อมีการเปลี่ยนเครื่องเขาก็ยึดที่นั่งตามเดิม เพราะตอนไปออกบัตรโดยสาร (BOARDING PASS) ก็ไม่ได้เลือกที่นั่งเอง
 
เจ้าหน้าที่ออกบัตรโดยสารให้โดยได้ที่นั่ง 1K, 1K และทราบว่าเป็นที่นั่งด้านหน้าสุด ก็คิดว่าได้ที่นั่งสบายเท่านั้น (ทั้งนี้ขอเรียนเพิ่มเติมว่า ที่นั่งชั้นธุรกิจของ TG777 นั้นจะนั่งสบายกว่าชั้นธุรกิจของ TG747 มาก) มาทราบเรื่องการอัพเกรดที่นั่งจากข่าวในภายหลัง และผมเป็นอดีตข้าราชการที่เกษียณมาแล้ว ไม่ได้ขอให้มีสิทธิ์พิเศษใดๆ เลย
 
ประเด็นที่ 2 คือเรื่องการย้ายที่นั่งเป็นเพียงต้นตอของปัญหาไม่ใช่สาระสำคัญของการร้องเรียน เพราะมันมีผลกระทบเพียง 2 คน แต่สาระสำคัญของการร้องเรียนอยู่ที่ความล่าช้าของเที่ยวบินที่เกิดขึ้นมีผลกระทบต่อคนมากกว่า 300 คน โดยบางคนไม่ทราบแม้กระทั่งมีการเปลี่ยนเครื่อง บางคนคิดว่าล่าช้าเพราะต้องรอแก้ไขเครื่องที่เสียหายจากการที่ทุกคนไม่ทราบถึงสาเหตุของความล่าช้า
 
ผู้โดยสารส่วนใหญ่จึงมีความกังวลใจถึงความปลอดภัยของเที่ยวบินตลอดเวลาของการรอคอยและการเดินทาง แต่ถ้าผู้ปฏิบัติงานคำนึงถึงผู้โดยสารมากกว่ากฎเกณฑ์ของนักบินที่ไม่ได้ปฏิบัติงาน โดยนำเครื่องขึ้นตามเวลา และเมื่อถึงที่หมายท่านก็ดำเนินการจัดทำรายงานเรื่องภายในของการกระทำผิดกฎของพวกท่านเอง ใครพักผ่อนไม่เพียงพอก็ว่ากันเอง ก็จะไม่มีผลกระทบต่อผู้โดยสารทั้งลำ ทั้งนี้ผมไม่ได้ขัดแย้งเรื่องการพักผ่อนของนักบิน ซึ่งทราบดีครับว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง
 
ทั้งนี้ เพื่อภาพลักษณ์ของสายการบินในองค์กร หวังว่าท่านจะมีการออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงกับสังคมว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่ปล่อยให้ภาพของผู้โดยสารบางส่วนถูกมองว่าไม่เสียสละที่นั่งให้นักบิน หรือภาพลักษณ์ของนักบินที่ดีและเจ้าหน้าที่ในการบินไทยที่มีความเป็นมืออาชีพที่ไม่ได้เกี่ยวข้องต้องเสื่อมเสียโดยเหมารวมไปกับเหตุการณ์ครั้งนี้ เพราะจะทำให้คนที่ดี ตั้งใจทำงาน ภูมิใจในองค์กรนี้ต้องได้รับผลกระทบกับเหตุการณ์นี้ไปด้วย การพูดความจริงและจริงใจที่จะแก้ปัญหาจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด
สุดท้ายนี้ ผมยังเคารพในสิทธิของทุกท่านและไม่ได้โกรธเคืองการบินไทยเลย และหวังว่าการบินไทยจะรักผู้โดยสารเท่าฟ้าเหมือนดังคำขวัญที่ว่า “การบินไทยรักคุณเท่าฟ้า” ครับ”
 
ด้าน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงประเด็นปัญหาเที่ยวบินทีจี 971 เส้นทางซูริก-สุวรรณภูมิ ที่เกิดเหตุเรื่องที่นั่งระหว่างนักบินกับผู้โดยสารว่า ขณะนี้ต้องรอให้ทางการบินไทยสรุปข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย อาทิ นักบินที่อยู่บนเครื่อง และหัวหน้าสถานี ซึ่งเรื่องนี้มีระเบียบอยู่ โดยตอนนี้การบินไทยได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบในเรื่องนี้แล้วว่าเหตุเกิดจากอะไร มีการจองตั๋วผิดพลาดหรือไม่ แต่หากมองในมุมผู้โดยสารถือว่าท่านไม่ได้เสียสิทธิ ซึ่งการเกิดดราม่าในครั้งนี้มองว่าเป็นการสร้างเหตุผลขึ้นมาเอง
 
“เรื่องนี้มองว่าจะเป็นความเข้าในผิดในเรื่องระบบการจอง ซึ่งหากตรจสอบแล้วพบว่ามีการทำผิดจริง ก็ต้องว่ากันไปตามระเบียบ จะมารวมตัวกันก็ไม่ได้เกิดผลอะไร โดยเรื่องนี้เป็นเรื่องของการบริหารจัดการ เพราะด้านหนึ่งก็เป็นเรื่อของผู้โดยสาร คือ ในเรื่องของระบบความปลอดภัย ซึ่งกัปตันมีหน้าที่ในการตัดสินใจนำเครื่องขึ้น-ลง ต้องคำนึงหลายปัจจัย ส่วนเรื่องการดูแลภาคพื้น เช่น หากผู้โดยสารไม่พร้อมในการเดินทาง ยังบอร์งดิ้งไม่หมด กัปตันก็มีหน้าที่ในการแจ้งว่าอาจจะมีการดีเลย์ ส่วนในเรื่องของสิทธินักบิน เป็นเรื่องภายในที่ต้องตามดูกันต่อไป ซึ่งคาดว่าจะทราบผลในสัปดาห์หน้านี้” นายอาคมกล่าว
 
 
 
ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/O1f5-LkJBmA

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

สังคม-อาชญากรรมที่มีผู้ชมมากที่สุด

เรื่องเล่าฯสเปเชียล

ดูทั้งหมด

ข่าวสีสัน

ดูทั้งหมด

ชมมากที่สุดวันนี้

ชมมากที่สุดสัปดาห์นี้

ชมมากที่สุดเดือนนี้

Top