ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

จ่อสั่งปิดคลินิกศัลยกรรมย่านเมืองเอก หลังสาวร้องทำ 'นมเน่า' พบผู้เสียหายโผล่อีกหลายราย

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 | 4 นาที 17 วินาที 753

 จากกรณีผู้เสียหายเข้าแจ้งความกองบังคับการปราบปราม  เอาผิดคลินิกศัลยกรรมเสริมหน้าอกแห่งหนึ่งย่านเมืองเอก จ.ปทุมธานี ปรากฎว่านมเน่า หนองทะลัก เลือดคั่ง แถมปัดความรับผิดชอบ โดยมีผู้เสียหายหลายรายได้รับการติดต่อจากเอเจนซี่และทำหน้าอกจากหมอคนเดียวกัน
 
 เมื่อวานนี้ (29 พ.ย.) ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม พาผู้เสียหาย เดินทางไปที่สำนักงานสาธารณสุข จ.ปทุมธานี ยื่นหนังสือตรวจสอบคลินิก 3 เรื่อง คือตรวจสอบว่าได้รับใบอนุญาตให้เปิดคลินิกชอบด้วยกฎหายหรือไม่ , แพทย์ที่ทำการผ่าตัดศัลยกรรม ได้รับอนุญาตประกอบวิชาชีพหรือไม่ , เครื่องมือที่ใช้การผ่าตัดรวมถึงยาที่ใช้ในการรักษามีคุณภาพหรือไม่  
 
 จากนั้นนายแพทย์สุรินทร์  สืบซึ่ง นายแพทย์สาธารณสุข จ.ปทุมธานี พร้อมด้วยผู้เสียหาย และเจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ลงพื้นที่ไปตรวจสอบคลินิกดังกล่าว หลังผู้เสียหายร้องว่า ได้รู้จักคลินิกเวชชกรรมนี้ทางเพจเฟซบุ๊ก ในเพจมีการโฆษณาอวดอ้างดึงดูดคนไปใช้บริการ เช่น “นมสวยจนต้องบอกต่อ สวยครบจบอย่างปลอดภัย มั่นใจได้”  โดยผู้เสียต้องการทำศัลยกรรมหน้าอก พอเห็นข้อความดังกล่าวที่อ้างว่าปลอดภัย จึงมั่นใจและติดต่อเข้าไปใช้บริการ
 
 ผู้เสียหาย ระบุว่า เมื่อไปถึงคลินิกจะมีเอเจนซี่ของคลินิกต้อนรับ แนะนำโปรชั่น รายละเอียดการผ่าตัด พร้อมให้เลือกหมอที่จะทำการผ่าตัด โดยเอเจนซี่จะแนะนำแพทย์ที่มีประสบการณ์ จากนั้นก็ให้โอนเงินเข้าบัญชีก่อนจะทำการผ่าตัดเสริมหน้าอก ปรากฎว่าเมื่อถึงวันทำการผ่าตัด หมอที่ผู้เสียหายเลือกไว้ไม่มา และมีการเปลี่ยนหมอผ่าตัดกะทันหัน เป็นหมอท่านอื่นที่ไม่ได้เลือกไว้มาผ่าตัดแทน ทางคลินิกบอกว่าถ้าไม่ผ่าตัดจะไม่คืนเงินทั้งหมด ทำให้ผู้เสียหายจำยอมผ่าตัดกับแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์  ทั้งนี้มีผู้เสียหายทยอยออกเปิดเผยเรื่องนี้เรื่อย ๆ เพื่อต้องการให้คลินิกแสดงความรับผิดชอบ
 
 นายแทพย์ สสจ.ปทุมธานี และผู้เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบภายในคลินิก มีการพูดคุยกันโดยไม่อนุญาตให้สื่อเข้าไปด้านใน ก่อนออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ในภาพรวมพบคลินิกแห่งนี้มีการเปลี่ยนเจ้าของใหม่ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2561 แต่แพทย์ผู้ดำเนินการรักษาสถานพยาบาลยังเป็นแพทย์ท่านเดิม และไม่สามารถตรวจหาหลักฐานจากเวชทะเบียนเดิมได้ จึงแนะนำผู้เสียหายให้ร้องเรียนไปที่พนักงานสอบสวน เพื่อเรียกแพทย์ที่ทำการผ่าตัดเสริมหน้าอกมาสอบปากคำ พร้อมเรียกผู้ดำเนินการสถานพยาบาลและเจ้าของคลินิกเดิม มาให้ปากคำด้วย
 
 ตรวจสอบภายในคลินิกมีใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาลถูกต้อง โดยพบความผิด 3 เรื่อง คือ ไม่พบแพทย์ที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาลขณะเข้าทำการตรวจสอบ , มีการประกอบวิชาชีพเวชกรรมไม่ใช่แพทย์เจ้าของที่ขึ้นทะเบียน มอบหมายให้ผู้อื่นประกอบวิชาชีพเวชกรรมแทน , ขณะที่เข้าไปตรวจสถานพยาบาลไม่ใช่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม  ทั้งนี้ได้ส่งเรื่องทั้งหมดให้ตำรวจดำเนินการต่อไป ส่วนมาตรฐานเครื่องมือแพทย์ ยา และห้องรักษาไม่พบความผิดปกติ  อย่างไรก็ตามจะออกคำสั่งปิดสถานพยาบาลเป็นเวลา 30 วัน
 
 ด้าน พ.ต.อ.วรพันธุ์  พิสุทธานนท์ ผกก.หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.คูคต กล่าวว่า  การดำเนินการจะดูตามพยานหลักฐานก่อนว่าผู้เกี่ยวข้องมีใครบ้างทั้งคดีอาญาและแพ่ง เบื้องต้นจะต้องสอบปากคำจากแพทย์ที่ทำการรผ่าตัด และสอบปากคำผู้เสียหายก่อน ยังระบุไม่ได้จะต้องดำเนินคดีอย่างไร
 
 ทนายความที่ปรึกษาด้านกฎหมายของคลินิก กล่าวว่า พิจารณาเอกสารทำสัญญาเช่าเจ้าของรายใหม่ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2561 ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของคลินิกเดิม ส่วนการตรวจสอบภายในคลินิกเป็นไปตามขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ ทางคลินิกพร้อมให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และหากมีการแจ้งข้อกล่าวหาใด ๆ ก็ว่าไปตามขั้นตอนของกฎหมาย  
 
 ยืนยันเจ้าของคลินิกรายใหม่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทำให้ผู้ร้องเรียนได้รับความความเสียหายจากการทำศัลยกรรม  ส่วนแพทย์ที่ผ่าตัดให้ผู้เสียหายนั้น ตนไม่ทราบว่าเป็นใครเพราะคลินิกไม่มีเวชทะเบียนการรักษาจากเจ้าของเดิม เนื่องจากเจ้าของเก่าขนเอกสารต่าง ๆ ออกไปหมดแล้วจึงไม่มีข้อมูลดังกล่าว ปัจจุบันคลินิกเปลี่ยนเจ้าของกิจการ หมอและเจ้าหน้าที่ก็เป็นคนใหม่ทั้งหมด
 
  นายชาตรี  พิณใย  นิติกรกองกฎหมาย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า  เหยื่อที่ได้รับความเสียหายเจ้าของกิจการเดิมต้องรับผิดชอบ สำหรับแพทย์ที่ผ่าตัด ทาง สสจ.จะส่งเรื่องไปที่แพทยสภาเพื่อพิจารณาด้านจริยธรรม 
 
 ขณะที่ พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา ระบุว่า ได้มอบหมายให้หัวหน้านิติกรติดตามข้อมูลและรายละเอียดทั้งหมดจากหน่วยที่เกี่ยวข้อง  เพื่อนำเรื่องเข้าประชุมกรรมการแพทยสภา ขอตั้งเรื่องสอบสวนข้อเท็จจริงแม้ว่าผู้เสียหายจะร้องเรียนหรือไม่ก็ตาม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย  
 
 ตนตั้งข้อสังเกตว่า เอเจนซี่ความงามและผู้รีวิวโฆษณาเป็นเรื่องใหม่ที่ยังไม่มีกฎหมายเฉพาะ อยากให้ สธ. และผู้เกี่ยวข้องจัดระเบียบเรื่องนี้เพื่อคุ้มครองประชาชน พร้อมฝากเตือนว่าการทำศัลยกรรมความงามใด ๆ ขอให้ตรวจสอบประวัติและรายละเอียดทั้งแพทย์และคลินิก ให้รอบคอบอย่าฟังหรือดูแต่รีวิวเพียงอย่างเดียว  หากเป็นแพทย์จริงแพทยสภายังติดตามดูแลมาตรฐานให้ได้  แต่หากไม่มีชื่อหรือเข้าข่ายเป็นหมอเถื่อน ยิ่งอันตรายมาก
 
ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dYGvbM1CLEc

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

สังคม-อาชญากรรมที่มีผู้ชมมากที่สุด

เรื่องเล่าฯสเปเชียล

ดูทั้งหมด

ข่าวสีสัน

ดูทั้งหมด

ชมมากที่สุดวันนี้

ชมมากที่สุดสัปดาห์นี้

ชมมากที่สุดเดือนนี้

Top