ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

แม่ร้อง สธ. ลูกสาวเสียชีวิต หลังคลอด 3 วัน ใน รพ. หลังผลนิติเวชแย้ง ไม่ได้เสียชีวิตเพราะติดเชื้อ

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 | 2 นาที 46 วินาที 23,548

 นายสุวรรณ ผิวขำ และนางปิยธิดา ผิวขำ สองสามีภรรยา เดินทางมายื่นหนังสือถึง นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของแพทย์และผู้อำนวยการโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ใน จ.สมุทรปราการ 
 
 โดย นางปิยธิดา เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ตนคลอดลูกสาวชื่อน้องเดียร์เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ที่โรงพยาบาลบางบ่อ น้ำหนักแรกคลอด 2,920 กรัม พยาบาลแจ้งว่าลูกสาวแข็งแรงดี ในวันนั้นยังดูดนมตัวเองตามปกติ ก่อนที่พยาบาลจะเอาไปป้อนนมและเลี้ยงที่ห้องปลอดเชื้อเด็ก เมื่อตนเดินไปดูลูกพยาบาลก็บอกว่าเด็กในห้องปลอดเชื้อต่างติดเชื้อกัน ยกเว้นลูกสาวตน 
 
ซึ่งตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรเพราะอยู่กับแพทย์แล้ว และเมื่อตนเดินกลับห้องมาพยาบาลกลับมาแจ้งว่าลูกสาวตนติดเชื้อแล้ว ต่อมาเช้าวันที่ 27 ส.ค. ตนได้คุยกับแพทย์จึงทราบว่าลูกสาวตนดูดนมแล้วสำลัก เมื่อตรวจพบว่าลำไส้ใหญ่ผิดปกติดูดนมแล้วไม่ย่อยทำให้ท้องอืด จึงเห็นว่าควรงดนม 3 วัน แต่ได้ให้สารอาหารผ่านน้ำเกลือ เมื่อตนไปดูลูกก็เห็นพยาบาลเอาจุกนมยัดใส่สำลีให้ลูกดูด ซึ่งทุกชั่วโมงตนจะเดินไปดูลูกและวัดไข้พร้อมเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ โดยตอนนั้นพบว่าลูกยังมีอาการปกติไม่มีไข้ 
 ในวันที่ 28 ส.ค. ตนก็เดินมาหาลูกที่ห้องปลอดเชื้อทุกชั่วโมงเพื่อวัดไข้และเปลี่ยนผ้าอ้อม ก็พบว่าไม่มีไข้ ร้องไห้ตามปกติ ไม่พบอาการผิดปกติ จนกระทั่งเวลา 23.30 น. มีแพทย์และพยาบาล 4-5 คนเดินมาหาตนที่ห้องพักบอกว่าลูกสาวตนไม่หายใจและเสียชีวิตแล้ว ทำให้ตนตกใจมากไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น 
 
 จนช่วงเช้าวันที่ 29 ส.ค. ทางโรงพยาบาลพาสามีไปแจ้งตายที่อำเภอ และให้เอาลูกไปประกอบพิธีทางศาสนา จากนั้นแพทย์ถึงแจ้งเพียงว่าลูกสาวติดเชื้อในลำไส้อย่างรุนแรงโดยไม่มีอธิบายอะไรเพิ่ม จึงนำศพลูกไปฝังที่บ้านเกิดใน จ.บุรีรัมย์ แต่ด้วยความสงสัยจึงขุดศพให้ตำรวจส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลตำรวจ จนมีการระบุว่าภาวะหายใจไหลเวียนล้มเหลวซึ่งขัดแย้งกับผลที่บอกพวกตนตอนแรกตนติดใจในหลายประเด็น เช่น หากลูกตัวเองติดเชื้อรุนแรงทำไมถึงไม่แจ้งให้ทราบและย้ายไปโรงพยาบาลใหญ่ เพราะช่วง 3 วันตนไม่ได้รับการแจ้งใดๆจากแพทย์ และเมื่อไปเปลี่ยนผ้าอ้อมและวัดไข้ก็ไม่พบความผิดปกติ และเมื่อลูกเสียชีวิตแล้วก็ไม่ได้ชี้แจงอะไร พูดเพียงแต่ขอโทษ และเพิ่งมาบอกวันที่จะเอาศพลูกออกว่าติดเชื้อในลำไส้อย่างรุนแรง พร้อมภาพเอ็กซ์เรย์ที่พบว่าติดเชื้อที่ชื้นเนื้อบริเวณลำไส้เล็กมีสีคล้ำขนาด 5 เซนติเมตร 
 
 รวมทั้งที่สงสัยการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่ามีการปล่อยปละละเลยจนเกิดความผิดพลาดหรือไม่ เพราะตลอดครึ่งชั่วโมงที่ตนให้ลูกกินนมจากอกในวันแรก ลูกดูดนมปกติไม่มีอาการสำลัก แต่พอพยาบาลเอาไปป้อนกลับเกิดอาการสำลักและติดเชื้อ รวมทั้งการที่พยาบาลเอาจุกนมยัดใส่สำลีให้ลูกดูดเพื่ออะไร เป็นการลดไม่ให้ส่งเสียงหรือไม่ และพยาบาลได้มาดูตลอดหรือไม่ว่ามีความผิดปกติอะไรหรือเปล่า เพราะช่วง 4 ทุ่มที่ตนมาวัดไข้และเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูกครั้งสุดท้ายลูกยังมีอาการปกติ แต่หลังจากนั้นอีกชั่วโมงครึ่งเกิดอะไรขึ้น ทำไมลูกถึงเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว จึงอยากให้ทางโรงพยาบาลรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น
 
 ด้าน นายภูวนาถ ประคำ ผู้ประสานงานเครือข่ายพลังแรงงานไทย กล่าวว่า หลังจากได้รับการร้องเรียนจากพ่อและแม่เด็กจึงให้ความช่วยเหลือ โดยครั้งแรกที่ได้คุยกับทางตัวแทนโรงพยาบาลยืนยันว่าให้การดูแลปกติ ส่วนการเสียชีวิตจากการติดเชื้อในลำไส้อย่างรุนแรง ซึ่งครอบครัวเด็กยังติดใจ โดยเฉพาะสาเหตุที่ต้องเอาจุกนมยัดใส่สำลีให้เด็กดูดเพื่ออะไร และยังเอาเทปติดไว้กับปากอีก หากเด็กเกิดอาการสะอึกหรือสำลักน้ำลายจะช่วยเหลือทันหรือไม่ จึงได้นำศพกลับมาชันสูตรที่โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งผลออกมาว่าเสียชีวิตจากภาวะหายใจไหลเวียนล้มเหลว ตนจึงนำผลที่ได้ไปถามทางโรพงยาบาลอีกครั้งเพื่อต้องการคำอธิบายเพิ่มเติม แต่ทางโรงพยาบาลไม่มีการชี้แจงใดๆ อ้างว่าผู้อำนวยการไม่อยู่ และครั้งที่ 3 ที่มีตำรวจมาเป็นตัวกลางในการเจรจา โดยมีการพูดถึงจำนวนเงินในการเยียวยา แต่ไมได้ข้อสรุปโดยทางโรงพยาบาลอ้างว่าให้ผลชันสูตรอย่างละเอียดออกก่อน
 
  นายภูวนาถ  กล่าวต่อว่า ตนได้ขอให้ทางนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ให้มีการตรวจสอบอย่างละเอียด โดยเฉพาะอวัยวะที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารปกติ และ ชื้นเนื้อบริเวณลำไส้เล็กมีสีคล้ำ ซึ่งผลได้ออกมาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า เด็กเสียชีวิตจากภาวะหายใจไหลเวียนล้มเหลว ส่วนอื่นๆไม่พบว่ามีการติดเชื้อแต่อย่างใด ทำให้ตนเชื่อว่าเด็กอาจเสียชีวิตขณะเกิดการสำลักหรือเกิดอะไรขึ้นบางอย่าง โดยการที่เอาจุกนมยัดใส่สำลีทำให้พยาบาลอาจไม่เห็นความผิดปกติจนเด็กขาดอากาศหายใจเสียชีวิต โดยจากนี้จะร้องเรียนกับแพทยสภาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก
 
ส่วน นายบุญถาวร ปัญญาสิทธิ์ ทนายความ กล่าวว่า พนักงานสอบสวน สภ.บางบ่อ ได้สรุปสำนวนส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้วเนื่องจากแพทย์เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ในข้อกล่าวหาปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและร่วมกันกระทำโดยประมาทให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยตนเกรงว่าจะล่าช้า เพราะเคยไปเรียกร้องที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สมุทรปราการ แต่ก็ไม่มีความคืบหน้า จึงต้องมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมที่ สธ.เพิ่มเติม
 
ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-ATUoUUwXXI

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

สังคม-อาชญากรรมที่มีผู้ชมมากที่สุด

เรื่องเล่าฯสเปเชียล

ดูทั้งหมด

ข่าวสีสัน

ดูทั้งหมด

ชมมากที่สุดวันนี้

ชมมากที่สุดสัปดาห์นี้

ชมมากที่สุดเดือนนี้

Top