ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

สาวลืมมือถือไว้บนแท็กซี่ โทรตามอ้างคนขับอิดออดไม่คืน โชเฟอร์โต้ตั้งใจจะคืนให้ แต่ฉุนอีกฝ่ายเหวี่ยงใส่ก่อน

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 | 6 นาที 16 วินาที 11,538

โลกออนไลน์ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ หลังจากที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Patricia Swift ได้โพสต์รูปภาพพร้อมคลิปวิดีโอเตือนภัยสำหรับผู้ที่ใช้บริการรถแท็กซี่ หลังตนเองลืมโทรศัพท์ไว้ในรถแท็กซี่ แต่ถูกคนขับแท็กซี่ยึกยักลักษณะคล้ายไม่ประสงค์ที่จะคืนว่า  “โอ๊ย! กูไม่ใช่ขี้ข้ามึง กูไม่คืน” พร้อมกับปิดเครื่องจึงใช้แอพ Find my iphone เพื่อส่งเสียงและส่งข้อความบอกว่าจะแจ้งตำรวจ

 

ทางแท็กซี่จึงติดต่อกลับมาและนัดเจอกันเพื่อคืนโทรศัพท์มือถือ โดยได้มาพร้อมกับตำรวจสายตรวจ แต่แท็กซี่คันดังกล่าวกลับพยายามขับรถหลบหนี จึงเคาะกระจกรถและพยายามเปิดประตูเพื่อให้แท็กซี่ลงมาพูดคุยเจรจา แต่แท็กซี่ได้ขับรถลากไปกับถนนจนได้รับบาดเจ็บ

 

จากนั้นจึงไปแจ้งความที่โรงพัก แต่แท็กซี่คันดังกล่าวกลับเรียกพรรคพวกมายังโรงพักพร้อมข่มขู่ว่า หากมีปืนจะยิงต่อหน้าตำรวจ แต่ทางตำรวจกลับไม่ลงบันทึกประจำวันกรณีถูกข่มขู่ให้ พร้อมยังชี้ว่าตนผิดที่ลืมโทรศัพท์มือถือเอาไว้

 

ล่าสุดทีมข่าวได้พูดคุยกับผู้โพสต์คือ นางสาวพัทธนันท์ พัฒนาวิริยะกูล อายุ 26 ปี บอกว่า ตนทำโทรศัพท์มือถือตกอยู่ในรถแท็กซี่ จากนั้นตนพยายามโทรศัพท์ติดต่อไปทั้งหมด 10 สายภายใน 5 นาที แต่ไม่มีเสียงตอบรับ ทั้งที่มือถือเปิดเสียงเรียกเข้าไว้ แต่เมื่อโทรเข้าครั้งที่ 11 ก็มีการตอบรับจากปลายสาย

 

ตนก็พูดว่า "พี่คะขอโทรศัพท์คืนด้วยค่ะ" แท็กซี่กลับตอบว่า "โอ๊ย...ไม่ว่างแล้วตอนนี้อยู่เซ็นทรัลพระราม 2" เป็นน้ำเสียงที่กระแทกแข็งกร้าวดูไม่จริงใจและไม่น่าเชื่อว่าระยะเวลา 5 นาทีไปได้ไกลถึงเซ็นทรัลพระราม 2  ตอนนั้นตนไม่แน่ใจแล้วว่าจะได้โทรศัพท์คืนหรือเปล่า จึงพยายามอ้อนวอนโดยไม่ได้พูดหยาบคายใส่ แต่แท็กซี่กลับพูดว่า "ไม่รู้เหมือนกันไม่รู้จะกลับมาเมื่อไหร่" แล้วพูดอีกว่า "โอ๊ยงั้นมึงไม่ต้องเอาหรอก กูไม่ใช่ขี้ข้ามึงนะ" จากนั้นก็ปิดเครื่องไปนานกว่า 1 ชั่วโมง

 

ตนจึงใช้แอปพลิเคชันแจ้งเตือนพร้อมส่งข้อความว่าจะแจ้งความแล้ว หลังจากนั้นไม่นานคนขับรถแท็กซี่ก็โทรกลับมาบอกว่าจะเอาโทรศัพท์มาคืนให้โดยนัดหมายกันบริเวณจุดที่เรียกรถแท็กซี่ ตนเองคิดว่าแท็กซี่มีจุดประสงค์ต้องการยักยอกทรัพย์ตั้งแต่แรกจึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยไปดูแลความปลอดภัย

 

ขณะที่นัดรับโทรศัพท์มือถือ สาเหตุที่ต้องตามไปเพราะแท็กซี่คืนโทรศัพท์แล้วไม่พูดคุยให้ชัดเจน ให้แล้วก็รีบขับออกไป จึงตามไปเพื่อให้มาเจรจากันที่สถานีตำรวจ และเกิดการกระทบกระทั่งจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

 

นอกจากนี้ ตนไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากประโยคที่ตนได้โพสต์ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่รับแจ้งความนั้น เป็นส่วนของการถูกคนขับรถแท็กซี่พูดจาข่มขู่ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า "ถ้ากูมีปืนกูยิงไปแล้ว" ตนประสงค์จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเหลือดูแลความปลอดภัย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับพูดว่าเป็นแค่คำพูดเรื่องมันยังไม่เกิดขึ้นเลย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ฟังตนเองอธิบายแต่รับฟังฝ่ายแท็กซี่ข้างเดียว

 

ด้านผู้เสียหายกล่าวทั้งน้ำตาว่า "แทบจะไม่อยากแจ้งความแล้วคิดว่ามันเป็นเวรกรรมที่ตนเอง" เพราะต้องมาเจอกับเรื่องแย่ๆ ต้องทนเจ็บแผลให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจนเสร็จสิ้น จากนั้นถึงจะไปโรงพยาบาลเพื่อทำแผล โดยตนจะแจ้งความดำเนินคดีกับคนขับรถแท็กซี่ที่ทำให้ตนได้รับบาดเจ็บและต้องชดเชยรายได้ที่ขาดหายไปจากการสอนพิเศษ ซึ่งจริงๆแล้วตนเองก็ไม่ได้เป็นคนใจคอโหดร้ายหรือไม่มีน้ำใจ ถ้าพูดกันดีๆก็จะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นตนพร้อมจะให้อภัยเสมอ หนักกว่านี้ตนเองก็เจอมาแล้ว

 

ส่วนคนขับรถแท็กซี่ เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุหลังจากฝ่ายหญิงขึ้นมานั่งในรถแล้วแฟนของหญิงคนดังกล่าวได้มาดึงประตูรถจนเกิดการยื้อแย่งเหมือนมีการทะเลาะกัน ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินออกไปจากรถตนจึงไปรับผู้โดยสารคนอื่น ซึ่งให้ไปส่งที่พระราม 2 จากนั้นตนจึงได้ยินเสียงโทรศัพท์เข้าซึ่งพบว่าวางอยู่ใต้เบาะหลัง

 

เมื่อรับสายก็ได้เจรจาว่าจะไปส่งคืนให้แต่ขอไปส่งผู้โดยสารก่อน แต่ผู้หญิงกลับพูดว่า “มึงจะคืนโทรศัพท์ไหม” ทำให้ตนไม่พอใจจึงตอบไปว่า "งั้นมึงไม่ต้องเอาหรอก กูไม่ใช่ขี้ข้ามึงนะ" จากนั้นตนก็ปิดโทรศัพท์ และเปิดเครื่องเมื่อถึงโรงพัก จากนั้นแฟนของหญิงคนดังกล่าวได้โทรเข้ามาก่อนตกลงให้ไปรับโทรศัพท์คืนที่ซอยสุคนธวิท 20 และได้มีการคืนโทรศัพท์ให้โดยมีตำรวจที่มาด้วยรับรู้

 

แต่เรื่องไม่จบ เพราะหลังจากที่ตนขับรถออกไปรับผู้โดยสาร ฝ่ายคู่กรณียังขับรถตามมา ตนเห็นท่าไม่ดีจึงจะจอดเพื่อพูดคุยให้จบ แต่ฝ่ายหญิงเมื่อเดินลงมาจากรถก็มาทุบและกระชากรถแท็กซี่ของตน พร้อมเคาะกระจกหลายครั้ง และกล่าวหาว่าตนเป็นขโมย ตนจึงตัดสินใจไม่ปะทะและค่อยๆขับรถออก จนฝ่ายหญิงต้านความเร็วไม่ได้จึงล้มตัวลง ก่อนที่ตนจะปล่อยผู้โดยสารลงและขับมาที่โรงพัก ส่วนเรื่องปืนที่ตนพูดนั้น ก็เป็นเพราะพูดไปด้วยอารมณ์ขณะนั้น

 

ด้าน พ.ต.อ.ศักดิ์ศรี แก้วเอี่ยม ผกก.สภ.กระทุ่มแบน ได้ให้พนักงานสอบสวนเป็นผู้ชี้แจง ยืนยันว่าร่องรอยและบาดแผลตามร่างกายของหญิงสาวนั้นเกิดจากการหกล้ม รวมถึงแท็กซี่ไม่ได้ข่มขู่หญิงสาว ส่วนทางด้านคดีความนั้นได้มีการลงบันทึกประจำวันไว้แล้วจำนวน 2 หน้า

 

ส่วนกรณีที่ระบุว่าทางตำรวจไม่รับแจ้งความนั้น ขอยืนยันว่าระหว่างสอบปากคำหญิงสาวไม่ได้แจ้งประสงค์ว่าจะขอแจ้งความแต่อย่างใด แต่กลับแจ้งว่าขอแก้ไขข้อมูลป้ายทะเบียนรถเท่านั้น

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TvlAzFD8pKg

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

สังคม-อาชญากรรมที่มีผู้ชมมากที่สุด

เรื่องเล่าฯสเปเชียล

ดูทั้งหมด

ข่าวสีสัน

ดูทั้งหมด

ชมมากที่สุดวันนี้

ชมมากที่สุดสัปดาห์นี้

ชมมากที่สุดเดือนนี้

Top