ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

ค้านประกันตัว 3 โจ๋ ยิง นศ.อุเทนถวาย ด้านแม่รุ่นพี่อดีตศิษย์ปทุมวันโดนยิง เผยไม่ได้อยากให้แก้แค้นกันไม่จบสิ้น

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 | 6 นาที 2 วินาที 2,277

จากกรณีตำรวจสามารถจับกุม 3 ใน 5 ผู้ต้องหาที่ร่วมกัยก่อเหตุวางแผนก่อนดักกระหน่ำยิง นายกมลวิช สุวรรณทัต อายุ 24 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะโลจิสติกส์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย จนเสียชีวิตขณะกำลังช่วยแม่ขายราดหน้าบริเวณหน้าปากซอยนวมินทร์ 57 โดยพบปมสังหารเป็นเรื่องความขัดแย้งระหว่างสถาบันการศึกษานั้น

 

หลังจากเสร็จสิ้นการแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) นายนฤดม สุวรรณทัต อายุ 55 ปี และนางเขมนิจ สุวรรณทัต อายุ 54 ปี พ่อและแม่ของนายกมลวิช ได้เดินทางมาที่ สน.ลาดพร้าว เพื่อต้องการมาดูหน้าผู้ต้องหาทั้ง 3 รายคือ นายกฤษฎา นราพงษ์ ผู้วางแผนสั่งการ อายุ 21 ปี , นายสหรัฐ ดงพระจันทร์ อายุ 20 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์พามือปืนซ้อนท้าย และ นายปฏิภาณ เจริญชัยกุล อายุ 21 ปี ทำหน้าที่ชี้เป้า

 

เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว ได้แจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน นำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญารัชดา ผลัดแรก 12 วันโดยท้ายคำร้อง ได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ขณะที่จากการสอบสวนผู้ต้องหายังให้การภาคเสธ แต่ตำรวจมีหลักฐานชัดเจนว่าทั้ง 3 คนร่วมก่อเหตุ โดยมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งระหว่างสถาบัน เป็นการแก้แค้นให้อดีตรุ่นพี่ร่วมสถาบันที่ช่วยเหลือครอบครัวขายโจ๊กและถูกยิงเสียชีวิตต่อหน้าน้าสาวที่ยกมือไหว้ขอชีวิตในพื้นที่ สภ.สวนพริกไทย จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา

 

จากนั้น ตำรวจ สน.ลาดพร้าว ได้คุมตัวผู้ต้องหาออกจากห้องขัง ก่อนรีบพาเข้าไปห้องที่อยู่ด้านหลัง เพื่อนำตัวขึ้นรถของโรงพักที่จอดอยู่ด้านหลังเพื่อเดินทางไปศาล โดยพ่อแม่ของผู้ตายได้เห็นผู้ต้องหาเพียงชั่วครู่ และไม่ได้มีการพูดคุยอะไร

 

ผู้เป็นพ่อจึงขับรถแท็กซี่ตามผู้ต้องหาไปที่ศาลอาญารัชดา เพื่อดูหน้าผู้ต้องหาอีกครั้ง และยังได้เข้าพบทนายความอาสาในศาลเพื่อปรึกษาและขอยื่นคำร้องขอคัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหา เนื่องจากเกรงว่าหากผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวออกมาแล้วเกรงว่าครอบครัวจะไม่ได้รับความปลอดภัย เพราะครอบครัวยังคงต้องขายอาหารอยู่เหมือนเดิม และทุกวันนี้ใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวง เพราะผู้ต้องหาอีก 2 รายยังหลบหนีอยู่

 

นายนฤดม พ่อผู้ตาย กล่าวว่า ตนและครอบครัวดีใจมาก แต่ดีใจไม่สุดเพราะยังจับกุมคนร้ายไม่ได้หมดทุกคน ส่วนการเดินทางมาที่ศาลก็เพื่อยื่นเรื่องค้านการประกันตัว เนื่องจากกลัวว่าครอบครัวจะไม่ปลอดภัย โดยในวันนี้นอกจากมาดูหน้าของผู้ต้องหาแล้วก็อยากถามว่าทำไมถึงต้องมาทำร้ายลูกชายตน โดยที่ผ่านมาไม่เคยเห็นหน้ากลุ่มคนร้ายเลย ไม่รู้ว่ามานั่งทานอาหารที่ร้านหรือไม่ เพราะไม่ได้สังเกต

 

ด้านนางเขมนิจ ผู้เป็นแม่ กล่าวว่า สถาบันการศึกษาดีทุกที่ แต่ที่มีปัญหาเป็นเพราะตัวบุคคล รุ่นพี่ รุ่นน้อง อยากให้เขาหยุดสักที ตนอยากฝากรุ่นพี่ให้ช่วยกล่อมเกลารุ่นน้องเพื่อให้มีวิชาความรู้ ออกมาจะได้พร้อมทำงานเต็มที่ ไม่อยากให้ไปทำร้ายใครอีก อยากให้ยุติความขัดแย้งระหว่างสถาบันไปเลย เพราะเมื่อจบก็จะได้งานทำดี ๆ กัน เป็นที่พึ่งพาให้กับครอบครัวได้

 

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า  ศาลกำหนดวงเงินประกันตัวในข้อหาฆ่าผู้อื่นไว้ คนละ 5 แสนบาท อย่างไรก็ตามเมื่อถึงเวลา 16.30 น. หมดเวลาราชการแล้ว ไม่ปรากฏว่า มีญาติมายื่นคำร้องขอประกันผู้ต้องหาทั้งสามราย มีเพียงกลุ่มเพื่อนๆมาเยี่ยมเท่านั้น เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ระหว่างฝากขังต่อไป

 

หลังจากตำรวจสอบปากคำผู้ต้องหาและมีการอ้างถึงเหตุจูงใจว่า เป็นการแก้แค้นแทนอดีตรุ่นพี่ร่วมสถาบันที่ช่วยเหลือครอบครัวขายโจ๊ก และถูกยิงเสียชีวิตต่อหน้าน้าสาวที่ยกมือไหว้ขอชีวิตในพื้นที่ สภ.สวนพริกไทย จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งรายดังกล่าวผู้เสียชีวิตคือ นายอนุสรณ์ สนธิ อายุ 25 ปี อาชีพคนขายโจ๊ก-ต้มเลือดหมู ที่เพิ่งเรียนจบปริญญาตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ เคยเรียนที่สถาบันปทุมวันเพียง 1 ปีครึ่ง แต่ทุกปีได้ไปงานสถาปนา ประกอบกับเป็นที่รักของรุ่นน้องจนให้ฉายาว่า "พี่ใหญ่ 3 ทศวรรศ" รวมทั้งยังได้อัพเฟซบุ๊กบ่อยๆเพื่อให้เชิญมาอุดหนุนโจ๊กและต้มเลือดหมูที่เพิ่งเปิดกิจการได้ไม่นานนั้น

 

นางนิภาพร สนธิ ผู้เป็นแม่ กล่าวว่า ตอนแรกที่ทราบข่าวการเสียชีวิตของรายล่าสุด ก็เสียใจที่พ่อแม่ของเขาต้องมาสูญเสียเช่นเดียวกับตน แต่เมื่อไม่นานนี้มีข่าวว่าจับคนร้ายได้และเขาให้เหตุผลว่าเป็นการแก้แค้นแทนรุ่นพี่ ซึ่งก็คือลูกชายตนนั้นก็ตกใจ เพราะไม่ใช่สิ่งที่ครอบครัวต้องการ และตนก็ไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อน

 

โดยเชื่อว่าหากลูกชายรับรู้ก็คงไม่สบายใจเช่นกัน เพราะการแก้แค้นกันไปมาก็ไม่จบไม่สิ้น ครอบครัวคนที่สูญเสียก็เสียใจ ส่วนคนก่อเหตุก็ต้องหลบหนีไปตลอดไม่มีความสุข ตอนนี้ที่ตนต้องการมีเพียงอย่างเดียวคือจับคนร้ายให้ได้ เพราะคุยกับตำรวจล่าสุดบอกว่าน่าจะจับได้อีก 2 สัปดาห์ ซึ่งตนก็อยากจะถามเขาว่ามาทำลูกตนทำไม เขาไปทำอะไรให้ ก็อยากให้ตำรวจเร่งจับกุมให้ได้โดยเร็ว

 

พลตำรวจโทสุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล  สั่งสอบตำรวจที่ให้ข่าวเรื่องหมายจับ เพราะการให้ข่าวทำให้ผู้ต้องหารู้ตัว และหลบหนีไปได้ ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 คนที่ยังหลบหนี คาดจะได้ตัวเร็วๆนี้

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kCRKHPzpvlE

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

สังคม-อาชญากรรมที่มีผู้ชมมากที่สุด

เรื่องเล่าฯสเปเชียล

ดูทั้งหมด

ข่าวสีสัน

ดูทั้งหมด

ชมมากที่สุดวันนี้

ชมมากที่สุดสัปดาห์นี้

ชมมากที่สุดเดือนนี้

Top